[END] กาลครั้งหนึ่ง...นานไม่ถึงไหน {Omegaverse}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,511,131 Views

  • 15,458 Comments

  • 30,620 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    12,138

    Overall
    1,511,131

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 11 เฟซไทม์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4232 ครั้ง
    13 มี.ค. 62


ตอนที่ 11

เฟซไทม์



ปกติแล้วตัวเอกที่เขาได้กลับมาเกิดใหม่ หรือได้ทะลุมิติไปเข้าร่างคนอื่น เขามีวิถีชีวิตในร่างใหม่กันอย่างไรบ้างหรือ?

นิธานชักเริ่มสงสัยขึ้นมาบ้างแล้ว

ปกติแล้วเขาไม่ค่อยได้อ่านนิยายสักเท่าไหร่ แต่เพื่อนผู้หญิงในกลุ่มก็เคยมานั่งหวีดนิยายหลายๆ เรื่องให้ฟังอยู่เหมือนกัน ไอ้เนื้อเรื่องแนวๆ ที่ว่าตัวเอกตายแล้วไปตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างของคนอื่น ซึ่งคนคนนั้นก็ดันที่เป็นคนอ่อนแอไร้ค่าในสายตาคนในสังคมน่ะก็เคยฟังอยู่สองสามเรื่อง

คนพวกนั้นใช่พยายามนำความรู้ความสามารถที่ติดตัวมาในชีวิตก่อน มาพัฒนาศักยภาพอันต่ำเตี้ยเรี่ยดินของร่างใหม่ให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้ากันหรือเปล่า

คนพวกนั้นใช่ว่าทุกวันต้องยุ่งหัวหมุนอยู่กับการหาโอกาสให้ตัวเองได้ลืมตาอ้าปาก และเปล่งประกายเฉิดฉายในสังคมหรือไม่

นิธานมั่นใจมากว่าก่อนที่เขาจะยินยอมกลับมาเกิดใหม่ในร่างที่แท้จริงของตัวเองนั้น ร่างนี้ก็นับว่าเป็นคนหนึ่งที่มีอดีตเลวร้ายเช่นกัน

แต่ทำไมล่ะ...


ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำอะไรผิดแผกไปจากคอนเซปต์ ตัวเอกผู้ได้กลับมาเกิดใหม่ไปโขเลย!


ตัวละครที่มีชีวิตยากจนข้นแค้น? ไม่ ชีวิตนี้เขารวยมาก รวยแบบมากๆ มีอิสระทางการเงินสุดๆ ไปเลย

ตัวละครที่เป็นที่รังเกียจของครอบครัว เป็นที่ชิงชังของคนรอบข้าง? ไม่ แม้จะบอกว่านิสัยของนิธานคนก่อนทำให้ใครหลายๆ คนรู้สึกไม่ชอบเขา รวมไปถึงอามันต์ที่เป็นคู่ชีวิตกันด้วย แต่คนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้นิธานไร้ที่ยืนในสังคมได้ ทำให้ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เขามีชีวิตที่ราบรื่นยิ่งนัก พี่น้องแม้ไม่ค่อยปรองดอง แต่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะทำร้ายกันจนตายไปข้างหนึ่ง ยิ่งพ่อแม่ยิ่งรักและเอาใจใส่เสียยิ่งกว่าอะไร

ตัวละครเป็นคนอ่อนแอ ไร้ความสามารถ? เรื่องนี้เขาไม่เถียง แต่พอเรื่องมันมาเกิดกับคนมีเงินมากๆ เข้า ปัญหาเรื่องนี้เลยถูกแก้ไขด้วยการ...นอนอยู่บ้านเฉยๆ แล้วไม่ทำอะไรมันซะเลย! วันๆ เอาแต่นอนแล้วก็สำเริงสำราญกับเพื่อน แบบนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปสร้างเรื่องวุ่นวายใหญ่โตได้มากมาย

ตัวละครที่มีความทะเยอทะยาน พยายามไขว่คว้าสิ่งที่ขาดมาเติมเต็มชีวิตให้ดีขึ้น? น่าเสียดายที่ชีวิตเดิมของเขานั้นสั้นเกินไป ยังไม่ทันได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ วิญญาณก็หลุดลอยออกจากร่างเสียก่อนแล้ว แบบนี้เขาจะไปหาประสบการณ์ชีวิตอันโชคโชนมาจากไหนกัน ความสามารถพิเศษที่โดดเด่นมากหน่อยก็ไม่มี แล้วก็ไม่เห็นว่าความรู้ทางบัญชีที่มีติดตัวมาจะเอาไปต่อยอดอะไรได้ เรียนหรือก็เพิ่งจบ ประสบการณ์ในการทำงานเกือบเป็นศูนย์ ส่วนความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ที่ร่างนี้มีก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียยิ่งกว่าอะไร เอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้หรอก ถ้าไม่ไปศึกษาเพิ่มเติมก่อน

แล้วแบบนี้เขาจะไปหาความ แมรี่ซูจากไหนมาสู้กับคนอื่นเขา ในเมื่อแหงนหน้ามองขึ้นทีไรปก็เจอแต่คนที่เก่งและอัจฉริยะกว่าเต็มไปหมด!

อันว่าเมื่อไร้ความทะเยอทะยาน จิตวิญญาณของนักสู้ก็จะหายไป ดังนั้นพอรู้ตัวอีกที...นิธานที่ชาตินี้มีชีวิตที่เป็นอิสระทางการเงินขั้นสุดยอด ก็เอาแต่สนุกสนานไปกับการเลี้ยงลูกชายตัวน้อยๆ ที่มีชื่อว่า ไอศูรย์แล้ว!

หายใจเข้า หายใจออกก็เป็น ไอศูรย์

ล้มเลิกความคิดที่จะไปเที่ยวรอบโลกก็เพราะ ไอศูรย์

ยืดเวลาหางาน หาลู่ทางทำธุรกิจออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะกลัวว่าถ้าได้เอาเวลาไปทุ่มเทกับทางนั้นแล้ว จะได้อยู่บ้านน้อยลง ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ล้วนเป็นเพราะว่า...เขาได้รู้จักกับมนุษย์ตัวน้อยผู้น่ารัก นามว่า ไอศูรย์


ไอศูรย์... ไอศูรย์... ไอศูรย์...


เอาเป็นว่าผ่านมาแค่เดือนกว่าๆ เขาก็กลายร่างเป็นคุณแม่ที่รักและหลงลูกชายอย่างโงหัวไม่ขึ้น ฉะนั้นต่อจากนี้ก็อย่าได้คาดหวังเลยว่าเขาจะยอมเอาเวลาที่ได้อยู่กับลูก ไปทำอะไรที่เปลืองเรี่ยวเปลืองแรงอย่างการ 'พัฒนาตนเอง' นั่นน่ะ

บอกเลยว่าขี้เกียจมาก!

 

==========


เนื่องจากวันนี้มีฝนตกมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง นิธานจึงหันมาใช้บริการห้องฟิตเนสในคฤหาสน์แทนการออกไปวิ่งที่สวนเหมือนเช่นปกติ

เสียงเตะกระสอบทรายดังผลั่กๆ ผสานกับดนตรีร็อกแสนหนักหน่วงที่ดังมาจากลำโพงบลูทูธ ทำให้คนฟังรู้สึกฮึกเหิมขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว นิธานโยกตัวไปมาอยู่หน้ากระสอบทราบ ก่อนจะยกขาขึ้นเตะบ้าง สลับมาชกกระสอบด้วยนวมที่เพิ่งซื้อมาใหม่บ้าง เรียกว่ามีแรงเท่าไหร่ก็ใส่มันลงไปให้หมด ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างกายของเขาในตอนนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เสื้อกล้ามสีเหลืองขมิ้นเปียกลู่แนบไปกับลำตัว

แม้จะรู้สึกเหนื่อยและรำคาญความเปียกชื้นที่เกิดขึ้นอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าเขามีพัฒนาการที่ดีกว่าวันแรกๆ ที่เริ่มออกกำลังกายมากนัก

นิธานยังจำได้ดี ในวันแรกที่เขาเริ่มวิ่งออกกำลังกาย ตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายซ้ำอีกรอบ เพราะอาการปวดแข้งขาและความปวดเมื่อยตามเนื้อตัวพากันถาโถมเข้าใส่ไม่ยั้ง เขาเกือบท้ออยู่หลายหน ทว่าด้วยความคิดที่ว่าอยากทำให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรง นิธานจึงยังสามารถอดทนกับการทรมานตัวเองต่อไปได้

บัดนี้เวลาผ่านมาแล้วเดือนกว่า ร่างกายที่เคยบอบบางไร้เรี่ยวแรงก็นับว่ามีความแข็งแรงขึ้นมากทีเดียว เวลานี้เขาสามารถวิ่งต่อเนื่องได้นานราวสามสิบถึงสี่สิบนาทีโดยประมาณ โดยที่ร่างกายไม่เกิดหมดแรงขึ้นมาก่อนได้แล้ว แม้จำนวนกิโลเมตรจะยังไม่มากเท่ากับที่เคยทำได้ในร่างก่อน แต่เขาก็ไม่คิดจะกดดันตัวเอง เพราะรู้ดีว่าของแบบนี้มันต้องใช้เวลาฝึกฝนไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน นิธานที่กำลังเบื่อๆ ก็เปลี่ยนช่องรายการทีวีไปเจอรายการมวยเข้าพอดี เขาจึงเริ่มสนใจที่จะเรียนมวยอย่างจริงจังขึ้นมาบ้าง ดังนั้นในระหว่างรอเลือกโค้ชฝึก นิธานจึงไปขุดหากระสอบทรายจากห้องเก็บของภายในฟิตเนสขึ้นมาแขวนซ้อมเตะต่อยเล่นไปพลางๆ ก่อน

ซึ่งในระหว่างที่กำลังออกท่าทางหมัดมวยตามที่เคยลักจำคนอื่นเขามาบ้างอยู่นั่นเอง เสียงเพลงร็อกสุดกระชากใจก็แปรเปลี่ยนเป็นเพลงเกาหลีน่ารักๆ ไปเสียอย่างนั้น เรียกว่าเปลี่ยนอารมณ์กันไม่ทันเลยทีเดียว

“เอ้า! ไหงมีเพลงนี้ด้วย โหลดมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?” นิธานชะงักมือลงในทันใด เขาถอดนวมข้างขวาออกแล้วยกมือขึ้นเกาหัวยิกๆ สองขารีบเดินมาหาโทรศัพท์เครื่องบางที่วางไว้ไม่ไกลกันนัก ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปลี่ยนเพลง ทว่าเลือกไปเลือกมาก็ยังไม่เจอเพลงที่ถูกใจสักที ประจบเหมาะกับเพลงที่กำลังเล่นอยู่นี้ดันขึ้นท่อนฮุคพอดี เขาจึงทำการเต้นประกอบเพลงไปด้วยเลย

“อ๊ะ! มีกล้องวงจรปิด!”

อนิจจา นิธานเต้นไปเกือบจะจบท่อนอยู่แล้วถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในห้องนี้มีกล้องวงจรปิดอยู่ด้วย ร่างกายที่กำลังเต้นอย่างเมามันในเสียงเพลงจึงหยุดขยับไปแทบไม่ทัน

ฉิบหาย หวังว่าจะไม่มีคนคอยเฝ้าดูกล้องตอนนี้หรอก...มั้ง? นิธานถึงคราวเลิ่กลั่กแล้ว เขาเหลือบมองกล้องตัวใหญ่ที่มุมห้องด้วยสายตาหวาดระแวง กระทั่งคิดได้ว่ามากังวลตอนนี้ก็น่าจะไม่ทันแล้ว จึงได้แต่จิ้มแตะเพลงขึ้นมามั่วๆ หนึ่งเพลง จากนั้นก็รีบกลับไปเตะกระสอบต่ออีกรอบ

เพื่อเป็นการ ‘แก้เขิน’ คราวนี้เขาเพิ่มแรงเตะต่อยมากๆ ขึ้น กระทั่งสุดท้ายในท้ายที่สุด คนเตะก็ต้องล้มลงนอนพังพาบกับพื้นด้วยอาการเหนื่อยหอบอย่างรุนแรง


“โอ๊ย! เหนื่อยโว้ยย!!”


==========


“ตายแล้ว! ทำไมขาถึงได้ช้ำอย่างนั้นล่ะคะ!”

ในยามที่นิธานเปิดประตูห้องเด็กเล็กเข้ามา มีนาก็ต้องเป็นอันเบิกตาโพลง เมื่อได้เห็นรอยจ้ำฟกช้ำตามเรียวขาของผู้เป็นนายอย่างเต็มตา หากฝ่ายผู้เป็นเจ้าของร่างกลับก้มลงมองร่องรอยพวกนั้นเพียงผ่านๆ ก่อนจะยักไหล่ยึกยักด้วยไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร “แค่รอยช้ำน่ามีนา ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดสักนิด ไม่กี่วันก็หายแล้ว”

“โถ แล้วทำไมท่านถึงมีรอยพวกนี้ได้คะ แค่เข้าไปในฟิตเนสครู่เดียวเท่านั้นเอง” มีนาถาม หน้าตาของเธอคล้ายอยากจะร้องไห้ออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“อ้อ! เราไปเตะกระสอบทรายมา” นิธานอธิบายสั้นๆ

“กระสอบทรายหรือคะ!?” คราวนี้มีนารู้สึกดวงตาของเธอใกล้จะถลนออกมาจริงๆ แล้ว

เตะกระสอบทราย! บ้าไปแล้ว!

“ก็ใช่น่ะสิ ออกกำลังกายไง ออกกำลังกาย จะตกอกตกใจไปทำไมเนี่ย” คนเป็นเจ้านายทำดุเสียงไม่จริงจังนัก “พูดเหมือนเราไม่เคยทำ”

โธ่ ก็ดันไม่เคยทำจริงๆ ด้วยสิคะ แค่ท่านลุกขึ้นมาวิ่งนี่ก็ตกใจจะแย่ แล้วนี่มาเตะกระสอบทรายเพิ่มอีก ผู้ดูแลสาวคิดอย่างตื่นตระหนก ทว่าครู่เดียวก็รู้สึกปลงตกอย่างไรชอบกล แต่ก็เอาเถอะ ปกติท่านก็มีเรื่องให้ประหลาดใจได้อยู่ตลอด เพิ่มเรื่องนี้ไปอีกสักเรื่องจะเป็นไร...

ส่วนในด้านของนิธานที่ทำให้คนอื่นตกอกตกใจเป็นครั้งที่ร้อยนั้น ก็หาได้สนใจต่อเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น ขาเรียวยาวก้าวเดินผ่านมีนาไปทางประตูอีกบานที่เชื่อมต่อกับห้องของอามันต์ จากนั้นก็เปิดประตูเข้าไปด้านใน

ใช่ เข้าไปในห้องของอามันต์

ตกใจกันล่ะสิ...

เพราะหากนับย้อนกลับไปตั้งแต่ที่ร่างนี้ได้แต่งงานกับเจ้าของห้อง มาถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบห้าปีแล้ว นี่นับเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่นิธานได้มีโอกาสเข้ามาใช้ห้องของ ‘สามี’ อย่างจริงๆ จังๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ เวลาครบกำหนดฮีทของนิธานขึ้นมาทีไร พวกเขาทั้งสองคนก็มักจะใช้ห้องของนิธานเป็นสถานที่ปลดปล่อยความต้องการมาโดยตลอด ไม่มีการเข้ามาในห้องนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

กระทั่งเมื่อสามวันก่อน ตอนที่อามันต์กำลังจะออกจากบ้าน จู่ๆ เจ้าตัวก็เอ่ยปากให้นิธานมานอนห้องในนี้เอง โดยเจ้าตัวให้เหตุผลว่า ถ้ามานอนที่นี่ นิธานก็น่าจะมาดูแลไอศูรย์ได้สะดวกกว่า พอได้คิดไปคิดมานิธานก็รู้สึกเห็นด้วย เขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไร และยอมย้ายมานอนที่ห้องของอามันต์เป็นการชั่วคราวแต่โดยดี

หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ คุณแม่ผู้ติดลูกยิ่งกว่าอาหารไทยก็พร้อมที่จะไป ยุ่งหัวหมุนกับเบบี๋ตัวน้อยวัยแปดเดือนแล้ว

“ทา...ทา...อ๊า~”

“จะเล่นหรือจะคลาน หนูก็เลือกเอาสักอย่างสิลูก” นิธานอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เมื่อเห็นไอศูรย์คลานเข้ามาหาตนด้วยท่าทางทุลักทุเลไม่น้อย เนื่องจากในมือข้างซ้ายยังถือของเล่นไว้อยู่ด้วย

ฝ่ายคนโดนมารดาถอนหายใจใส่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอันใด พอคลานมาถึงตัวคนได้ เด็กชายก็จัดการชูของในมือขึ้นสูง “แอ๊ะ! อา”

“ครับ? ให้นิธานหรือ” นิธานชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง พอเห็นว่าเจ้าตัวยังจ้องมาที่ตัวเองอยู่ เขาจึงยื่นมือมาข้างหน้า “ว่าอย่างไรเอ่ย ไอศูรย์ให้นิธานหรือเปล่า นิธานขอได้ไหมครับ?”

“อ่า...” ไอศูรย์เอียงคอ หนูน้อยมองฝ่ามือสลับกับใบหน้าของอีกคนอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยส่งของเล่นในมือให้ “อู ยาๆ~

“ขอบคุณครับ” นิธานเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะลูบศีรษะทุยเป็นรางวัล “เก่งจังเลยเนอะ ตัวเล็กแค่นี้รู้จักแบ่งปันด้วยล่ะ ไอศูรย์เก่งจังเลย เก่งมากๆ เลย”

“อ๊า~” ไอศูรย์รู้ตัวว่าโดนชม เขาฉีกยิ้มกว้างอวดเหงือกสีชมพูสวย ก่อนจะโถมตัวเข้าหาคน นิธานจึงอุ้มลูกขึ้นมา “อ้อนดีจังเลยคนเนี่ย น่ารักจริงๆ~” แก้มเนียนแนบลงบนแก้มของเด็กขี้อ้อน ถูไถแก้มไปมาอยู่หลายทีอย่างมันเขี้ยว

แต่ขณะที่นิธานหมายใจจะฟัดแก้มลูกชายให้หนำใจ มีนาเดินเข้ามาหาพร้อมธุระสำคัญเสียก่อน

“ท่านนิธานคะ คุณท่านโทรมาค่ะ”

คุณท่าน = อามันต์

นิธานล่ะเบื่อที่จะได้ยินชื่อของเจ้าหมอนี่จริงๆ

มารจริงๆ เลย! ร่างเพรียวรู้สึกขัดใจไม่น้อย แต่ก็ยอมขยับวางร่างของลูกชายลงบนฟูก ก่อนทำการตบก้นนิ่มๆ ส่งท้ายแล้วลุกขึ้นมารับโทรศัพท์

นิ้วเรียวกดรับสายพลางยกมือถือขึ้นแนบหูตัวเอง “สวัสดี ว่าไงคุณ?”

[สวัสดี ลูกตื่นหรือยัง?]

เสียงทุ้มต่ำที่ไม่ได้ยินมาสองสามวันทำคนฟังใจกระตุกไปวูบหนึ่ง ก่อนมันจะเริ่มเต้นเป็นจังหวะรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ พร้อมความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งแทรกขึ้นมาจากส่วนลึกในจิตใจ

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อจับสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองได้

จู่ๆ เป็นอะไร? ตื่นเต้น? นิธานเผลอสะดุ้งกับความคิดของตัวเอง ทำไมถึงคิดอย่างนั้นไปได้ บ้าน่า มันก็แค่สายสัมพันธ์ของคู่ชีวิตล่ะมั้ง พออยู่ห่างกันมันก็จะเรียกร้องหากันเองอย่างนี้แหละ แกน่ะคิดมาก!

ใบหน้าเรียวส่ายไปมาน้อยๆ อย่างไม่อยากจะคิดอะไรให้เยอะแยะอีก

[นิธาน? ทำไมเงียบล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า] อามันต์ที่อยู่ปลายสายเอ่ยเรียกชื่อของคู่ชีวิตด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีกหน่อย นั่นจึงทำให้คนกำลังเหม่อสะดุ้ง “หา! ปะ...เปล่า เมื่อกี้คุณว่าไงนะ”

อามันต์จึงย้ำคำถามของตัวเองอีกรอบหนึ่ง [ผมถามว่าลูกตื่นหรือยัง] ซึ่งคราวนี้นิธานได้ยินมันอย่างชัดเจน คนตัวเล็กยกมือขึ้นเกาแก้ม “อ๋อ ตื่นแล้วๆ กินข้าวเสร็จแล้วด้วย”

[งั้นหรือ แล้ววันนี้ทำอะไรให้ลูกกินล่ะ]

“ทำซุปแซลมอนข้นๆ หน่อยน่ะ ลูกกินหมดด้วยนะ”

[อ้อ! ที่คุณเคยทำให้กินตอนเย็นวันไหนสักวันใช่ไหม]

“ใช่ๆ” นิธานว่าพลางพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะต้องรีบส่ายหัวรัวๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ตรงหน้าสักหน่อย

[ถ้าอย่างนั้นก็ดี...]

ปลายสายพูดมาเท่านี้แล้วเงียบไป ส่วนนิธานเองก็ไม่มีเรื่องอะไรให้พูดต่อ ระหว่างทั้งสองคนเลยเกิดอาการเดดแอร์ขึ้นมากะทันหัน

“เอ่อ...” ฝ่ายคนอยู่บ้านกับลูกคิดหาเรื่องที่จะพูดอยู่หลายวินาที ต่อเมื่อคิดไม่ออกแล้ว เขาจึงได้พูดถึงเรื่องทั่วๆ ไปอย่างการทำงานของอีกฝ่ายขึ้นมาแทน “แล้ว...งานทางนั้นเป็นไงบ้างล่ะ เรียบร้อยดีไหม”

[ยังหรอก ยังไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่] อามันต์ตอบ ทว่าน้ำเสียงกลับดูผสมความหนักใจอยู่มาก จนนิธานอดถามกลับไม่ได้ “อ้าว! ทำไมล่ะ มีปัญหาอะไรหรือไง”

[จะว่าไปก็มีอยู่เหมือนกัน] คนมีเรื่องต้องไปจัดการที่มาเก๊าว่า [นี่นิธาน ดูท่าผมคงต้องขอให้คุณช่วยแล้วล่ะ]

“ช่วย? เราจะไปช่วยอะไรคุณได้” ฟังแล้วนิธานก็รู้สึกงุนงงไม่น้อย เขาไม่ได้มีหัวด้านการตลาดหรือบริหารเลยสักนิด แล้วอย่างนี้จะไปช่วยอีกฝ่ายได้อย่างไร

[เอาเถอะๆ ไว้ผมทราบรายละเอียดชัดเจนกว่านี้แล้ว ผมจะบอกคุณแล้วกันนะ]

คราวนี้คนฟังถึงกับย่นจมูก “เอ๊! คุณนี่ก็นะ เรื่องยังไม่แน่นอนแล้วจะมาพูดให้อยากรู้ทำไมแต่แรก”

[น่าๆ ผมขอโทษ] อามันต์พยายามประนีประนอม น้ำเสียงดูผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย [อ้อใช่! ลูกตื่นแล้วใช่ไหม งั้นเดี๋ยวผมเฟซไทม์ไปหานะ ขอวางสายก่อน บาย]

พูดจบคนก็วางสายไปในทันที ทิ้งให้นิธานยืนจ้องโทรศัพท์ในมือตนด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อใครสักคนให้หมดตัวแทน

หน็อย! ดูมันกวน ดูมันสิ! ดูมัน!!

นิธานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน หากอีกใจหนึ่งกลับรู้สึกประหลาด


ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขากับอามันต์สามารถพูดคุยกันดีๆ แบบนี้ได้?


เท่าที่รู้นิธานมา เมื่อก่อนตัวเองคนเก่ากับอามันต์นั้นมักจะแยกกันอยู่คนละห้อง ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน แถมห้องก็อยู่คนละฟากเสียด้วย จะได้มาเจอกันสักทีก็แค่ช่วงที่ร่างกายนี้เข้าช่วงฮีท หรือไม่ก็มีเรื่องสำคัญๆ ที่ต้องคุยกันเท่านั้น แต่โดยส่วนมากแล้ว พวกเขาก็ไม่ค่อยได้คุยกันดีๆ นักหรอก เพราะนิธานมักจะเป็นฝ่าย ‘ปากเสีย’ พูดจาเหน็บแนม ดูหมิ่นคู่ชีวิตของตนเองก่อนเสมอ กลายเป็นการยั่วโทสะอามันต์ไป สุดท้ายก็จบด้วยทะเลาะกัน และต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันเดินกลับเข้าห้องตัวเอง ไม่เคยเสียหรอกที่จะมานั่งคุยเรื่องลูก ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระแบบนี้

ฝ่ายนิธานน่ะพอจะตอบตัวเองได้ว่าที่ยอมคุยกับอามันต์อย่างเมื่อกี้นี้น่ะก็เพราะลูก แต่กับอีกคน... เขาไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจฝ่ายนั้นเข้าหาเขาก่อน ยิ่งเป็นคนโทรมาหาก่อนแบบนี้น่ะ เท่าที่จำได้มันไม่เคยมีหรอก

แต่ก็แน่ล่ะสิ! ถ้าไม่ใช่เพราะไอศูรย์ ป่านนี้คงหอบเงินหนีไปเที่ยวรอบโลกแล้ว จะอยู่มันทำไมที่นี่เนี่ย! คนมาเกิดใหม่อีกครั้งคร่ำครวญอยู่ในใจ

แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ อามันต์ก็เฟซไทม์เข้ามาพอดี

เขากดรับ จากนั้นก็พูดบอกอีกฝ่ายโดยที่ยังไม่ได้หันไปมองกล้อง “แป๊บหนึ่งนะคุณ”

[อ้อ! โอเค] อามันต์ที่เห็นภาพทางฝั่งโน้นกำลังสั่นกึกๆ จึงส่งเสียงเป็นเชิงว่ารับรู้ และก็ไม่คิดจะเอ่ยเร่งอะไร

“ไอศูรย์ครับ ดูสิว่าใครเฟซไทม์มาหา” นิธานก้าวพรวดๆ เข้าไปนั่งในคอกกั้น ก่อนจัดการหันหน้าจอโทรศัพท์ไปทางไอศูรย์ เพื่อให้เด็กน้อยได้เห็นภาพของอีกคนชัดๆ “ใครเอ่ย~ จำได้ไหมลูก?”

ทางฝั่งคนอยู่ต่างประเทศ จู่ๆ พอเห็นว่ามีใบหน้าของไอศูรย์โผล่เข้ามาเต็มเฟรม เขาก็กลั้นยิ้มไม่อยู่ทันที อามันต์มองเด็กน้อยที่กำลังทำหน้างงๆ ด้วยสายตารักใคร่ [ไอศูรย์ครับ ไอศูรย์มองทางนี้เร็ว...]

ตอนแรกไอศูรย์ยังคงงงอยู่ว่าเจ้าสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าตนนี้คืออะไร หนูน้อยเขย่าของเล่นในมือจนมันเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งๆ จนกระทั่งขณะที่คิดอยากอ้าปากชิมรสชาติของมันดูสักที ใบหน้าของบิดาที่ปรากฏอยู่เต็มหน้าจอก็ทำให้เด็กชายกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “อ๊า! ปอๆ” มือน้อยยิ่งเขย่าของเล่นในมือแรงขึ้น “ปออออ~”

“ฮ่าๆ ใจเย็นเจ้าหมูน้อย ใจเย็นๆ” นิธานเห็นท่าทางดีดดิ้นของลูกอดไม่ได้ที่จะขำ เขาพยายามถือโทรศัพท์ในมือให้นิ่ง ก่อนจะเดินอ้อมมานั่งด้านหลังบุตรชาย แล้วทำการช้อนตัวไอศูรย์ที่กำลังดีอกดีใจสุดขีดขึ้นมานั่งบนตักตน

“แอ๊!” เด็กชายหันมาชี้ชวนให้นิธานดูที่หน้าจอ ก่อนจะพูดอ้อแอ้ออกมายกใหญ่ “ดาดามาดา~”

“โอเคๆ นิธานรู้แล้วว่านั่นคุณพ่อ แต่ตอนนี้ไอศูรย์ช่วยอยู่นิ่งๆ นิดหนึ่งได้ไหมลูก นิ่งๆ ก่อนเนอะ” นิธานกล่อมลูกชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มือหนึ่งรวบกอดเจ้าตัวยุ่งที่กำลังตื่นเต้นดีใจเอาไว้ ส่วนอีกมือก็ขยับหามุมให้กล้องหน้าได้บันทึกภาพของไอศูรย์ลงไปในจอด้วย กระทั่งได้จุดที่คิดว่าเหมาะแล้วจึงหยุดมือ

“งื้อ~ ปอออ บูบูดา มูมา...” พ่อหนูน้อยวัยร่วมเก้าเดือนพูดจ้อไม่หยุด แม้ว่าคำพูดที่ถูกเปล่งออกมาจะฟังไม่เป็นคำเลยก็ตาม

[คิดถึงพ่อหรือครับ ไอศูรย์คิดถึงพ่อใช่ไหมเอ่ย] อามันต์คล้ายจะเข้าใจในสิ่งที่ลูกพูด เขาจึงถามลูกน้อยกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง และไม่รู้ว่าเด็กชายฟังรู้เรื่องหรืออย่างไร หัวกลมจึงได้ผงกตามคำพูดของอีกฝ่าย แถมมือยังยื่นมาแตะที่หน้าจอด้วย

“ไม่ซนนะครับ ไอศูรย์นั่งนิ่งๆ เนอะ เป็นเด็กดีต้องฟังนิธานรู้ไหม” นิธานเตือนลูกน้อยเสียงเบา ไม่นานไอศูรย์ก็ยอมนั่งนิ่งๆ ไม่ดื้อไม่ซน เขาจึงก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยถี่ๆ เป็นรางวัลพลางเอ่ยชม “เก่งมากเลย”

“คิกๆ” เด็กชายดิ้นดุกดิกอย่างจั๊กจี้ แต่ก็ไม่ได้มีอาการขัดขืนเลยแม้แต่นิดเดียว

อามันต์ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโลกมองภาพสองแม่ลูกเล่นกันกระจุ๋งกระจิ๋งโดยไม่สนใจตนอยู่นาน ไปๆ มาๆ ก็ชักเริ่มรู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆ เขาจึงเอ่ยเรียกคนเป็นคู่ชีวิตด้วยเสียงที่คล้ายจะเรียกร้องความสนใจ [นี่คุณ...]

“หืม?” ใบหน้างดงามเงยหน้าขึ้นมองคนในจออย่างสงสัย ไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าเสียงของอีกคนเปลี่ยนไป

[ฝากหอมลูกทีสิ] คนขี้อิจฉาพูดความต้องการของตัวเองออกไป

“อ้อ! ได้สิ” คนฟังพยักหน้าเข้าใจก่อนจะก้มลงหอมแก้มป่องๆ ของไอศูรย์เข้าอีกฟอด ครั้งนี้จงใจแช่ค้างไว้นานหน่อย เสร็จแล้วก็ยักคิ้วให้คนในจออย่างกวนๆ “หอมให้แล้ว โอเคนะ?”

[ได้ๆ โอเคก็โอเค] อามันต์มองท่าทางน่าตีของนิธาน พลันในใจก็คิดอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ เขาจึงผุดรอยยิ้มขึ้นมาบนมุมปากแวบหนึ่ง จากนั้นค่อยฝากให้คนบอกต่อกับลูกอีกที [ฝากบอกลูกด้วยนะว่าผมคิดถึงแกมาก คิดถึงมากๆ เลย]

ฟังแล้วคนอุ้มลูกอยู่ก็หลุดสีหน้าพิกล “เอ้า! แล้วจะฝากทำไม ก็พูดกับลูกมาเลย” นิธานบุ้ยปากมาทางไอศูรย์ “เนี่ย แกฟังอยู่ไง พูดสิ”

ทันใดนั้นใครบางคนก็ยกนิ้วขึ้นเกาแก้ม [ไม่เอาล่ะ ผมเขิน]

“หา? คุณเนี่ยนะเขิน” นิธานรู้สึกตกใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว “อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลยน่า”

[น่านะ บอกให้หน่อย ผมเขินจริงๆ] อามันต์ยังคงเซ้าซี้ นิธานจึงหรี่ตาลงราวกับจะจับผิดในท่าทางนั้น “ไหน? เขินอะไร หูเหอไม่เห็นแดง หน้าตาก็ยังจืดชืดไร้มิติเป็นปกติดี อย่ามาโมเมได้ไหมคุณ มันตลก!”

ฟาก ‘คนหน้าตาจืดชืดแถมยังไร้มิติ’ แอบคิ้วกระตุกหน่อยๆ ชายหนุ่มร้อง ‘หึ’ ออกมาคำหนึ่ง ก่อนท่าทางไม่มั่นใจที่เคยปรากฏมาก่อนหน้าจะหายวับไปจนหมด เหลือเพียงคนที่กำลังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ [ว้า~ จับได้ซะแล้ว]

นิธานรู้สึกทั้งฉิวทั้งขัน ดวงตากลมกลอกขึ้นมองหลอดไฟบนเพดานอย่างห้ามไม่อยู่ “แหม สตรอว์เบอร์รีมาทั้งสวนเลยนะจ๊ะ” เขาลอบพึมพำออกมาเป็นภาษาแม่ของตัวเอง จมูกพ่นลมหายใจค่อนข้างแรง ริมฝีปากบางแย้มยิ้มให้คู่ชีวิตตน ไม่นานก็ขยับปากพูดเป็นคำคำหนึ่งที่ไม่ค่อยสุภาพนักอย่างไร้เสียง


“ฟั...”


นั่นทำให้อามันต์ที่อ่านปากของคนในจอได้อย่างชัดเจนพลันหรี่นัยน์ตาลง ชายหนุ่มผิวปากหวีดหวิว ท่าทางดูจะถูกอกถูกใจกับคำศัพท์นั้นไม่น้อยทีเดียว [ว้าว! ไม่ยักรู้ว่าคุณคิดถึงมันขนาดนั้น ผมล่ะอยากกลับบ้านมันเสียตอนนี้เลยล่ะ...ที่รัก]

เพียงเท่านั้นคนถูกเรียกว่า ‘ที่รัก’ ก็สะดุ้งเฮือก เขาทำท่าขนลุกขนพอง “อี๋! เสแสร้งให้มันน้อยกว่านี้หน่อยได้ไหมคุณ ขนลุกชะมัด...”

ไอศูรย์หันมองนิธานที มองอามันต์ที่กำลังยิ้มกริ่มอยู่ในจอทีแล้วเอียงคอสงสัย ก่อนฝ่ามือเล็กจะเอื้อมมาดึงเส้นผมยาวสลวยของคนที่ตนนั่งอยู่บนตักเบาๆ “แอ๊!

นิธานจึงก้มลงมองลูก “ทำไมครับ?”

“ปออ่า” เจ้าตัวทำหน้าบุ้ยใบ้มาทางโทรศัพท์ “ปอ...”

“ถูกต้อง นี่คุณพ่อครับ” นิธานพยักหน้าให้กับลูกพลางชี้ไปที่หน้าจอ “ไอศูรย์คิดถึงคุณพ่อไหมครับ”

“งื้อ~” เด็กชายครางงึมงำในลำคอคล้ายกำลังคิด ไม่นานก็ผงกหัวหงึกหงักอย่างน่ารัก แรงผงกนั้นทำให้เจ้าตัวถึงกับเซหน้าแทบคว่ำ ดีที่นิธานรั้งไว้ได้ทัน พอเห็นว่าลูกตั้งหลักได้ดีแล้วถึงค่อยปล่อยมือ

“เด็กดี...” มือบางลูบกลุ่มผมนิ่มด้วยความเอ็นดู ก่อนเขาจะจับมือลูกขึ้นมาวางแปะลงตรงจุดที่เป็นแก้มของอามันต์ แล้วพูดขึ้นว่า “คิดถึงก็บอกให้คุณพ่อกลับมาเร็วๆ สิครับ ไอศูรย์รออยู่นะครับ~ ไหนบอกคุณพ่อสิลูก”

“ปอ” นิ้วสั้นป้อมจิ้มลงตามใบหน้าของบิดา ริมฝีปากขยับพูดจายาวเหยียด “อายามายมา~”

อามันต์หัวเราะให้กับคำพูดไม่รู้ความหมายของลูกชาย นิ้วหนาถูกยกขึ้นมาจิ้มจมูกเล็กๆ ของลูกบ้าง [ครับๆ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วพ่อจะรีบกลับบ้านเลยนะ ไอศูรย์เป็นเด็กดีนะครับ เดี๋ยวนิธานของหนูจะเหนื่อยเนอะ]

“มาม มา~” ไอศูรย์พูดอ้อแอ้กลับไป

นิธานหันไปมองนาฬิการะหว่างที่รอให้พ่อกับลูกเขาคุยกัน ก่อนจะพบว่าตอนนี้ใกล้จะได้เวลาที่พาเจ้าตัวเล็กไปอาบน้ำแล้ว เขาจึงหันกลับมาทางโทรศัพท์อีกครั้งและเริ่มขอตัววางสาย “เออนี่คุณ ได้เวลาพาไอศูรย์ไปอาบน้ำแล้วล่ะ วันนี้ไว้เท่านี้ก่อนแล้วกันนะ”

[โอ้ใช่ ผมลืมไปเลย] อามันต์ชะงักปากที่กำลังพูดอะไรกับลูกลงทันที เขาพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจดี “โอเคๆ”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูจะไม่มีปัญหาอะไร นิธานก็เตรียมจะอ้าปากเซย์กู้ดบาย ติดแต่ว่าอามันต์พูดขัดขึ้นมาก่อนพอดี [เดี๋ยว! ผมขอฝากอะไรอีกอย่างสิ]

“หือ? อะไรอีกล่ะ” มือบางชะงักลงอยู่หน้าปุ่มวางสาย ใบหน้าเอียงน้อยๆ พลางมองคู่ชีวิตของตนอย่างไม่เข้าใจ

ตอนนั้นที่อามันต์เผยรอยยิ้มกว้าง ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยปากบอกความต้องการของตนออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดเจ้าเล่ห์นิดๆ [ผมฝากลูกหอมแก้มแม่แทนพ่อทีได้หรือเปล่า]

“อ๋อ หอมแม่คุณน่ะนะ ได้สิ” ได้ยินดังนั้นนิธานก็พยักหน้าหงึกหงัก คนตัวบางตอบคู่ชีวิตกลับไปโดยไม่ทันได้คิดอะไรให้ละเอียดดี “ว่าแต่ทำไม...”


[เปล่า หอมคุณนั่นแหละ]


‘ไม่กลับมาหอมเองล่ะ...’


ว่าแต่ทำไมไม่กลับมาหอมเองล่ะคือประโยคเต็มๆ ที่นิธานตั้งใจจะพูด ทว่าตอนนี้คำพูดประโยคหลังกลับไม่อาจหลุดพ้นลำคอไปได้อีกแล้ว


ก็จะให้พูดได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้เจ้าของคำพูดกำลังเบิกตาโพลง ทั้งปากยังอ้าค้างอย่างตกใจด้วย ซึ่งนี่ก็นับเป็นการตกใจในรอบที่...เท่าไหร่แล้วไม่รู้


“...”


ฝ่ายคนทิ้งระเบิดลูกใหญ่ก็คล้ายจะยังไม่สาแก่ใจดี เขาจึงได้จัดการขว้างระเบิดอีกลูกลงกลางใจคนฟังเต็มเหนี่ยว ซึ่งอำนาจทำลายล้างของมันก็ส่งผลให้ ‘ใครคนนั้น’ ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งอย่างน่ามอง แถมก้อนเนื้อใต้แผ่นอกก็ยังทำงานหนักยิ่งกว่าตอนที่ออกแรงเตะกระสอบทรายป๊าบๆ เสียอีก

อามันต์จ้องมองนิธานที่กำลังหน้าแดงทะลุกล้องด้วยสายตาขบขัน ทว่าไม่นานสายตานั้นก็แปรเปลี่ยนไปเป็นความกระหายในบางอย่างแทน

[นี่นิธาน] เขาเกริ่น [ผมเพิ่งรู้ว่าเวลาคุณเขิน คุณก็ดูน่ารักดีนะ ไม่ๆ ไม่สิ ไม่ใช่แค่น่ารัก...] อามันต์ส่ายหัว จากนั้นก็ส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับนิธานอีกคำรบ [แต่ผมว่ามันก็ดูน่า...ไม่น้อยเหมือนกันนะ รอให้ผมกลับบ้านได้ก่อนเถอะ รับรองเลยว่า...]

ถ้อยคำที่ขาดหายถูกแทนที่ด้วยการขยับปากเป็นคำพูดแบบไม่มีเสียง

คำหนึ่งเป็นคำเดียวกับที่นิธานเคยพูดไปแล้ว

ส่วนอีกคำ... อานุภาพของมันนั้นมีมากเสียจนทำให้ใครบางคนเกิดเสียอาการอย่างรุนแรง เขาร้องโวยวายกับโทรศัพท์ที่หน้าจอดับไปแล้วเสียงดังลั่น หน้าตาดูขุ่นเคืองเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าระหว่างที่โวยวายอยู่นั้น ระดับความแดงบนแก้มของเขาก็ดูจะไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยสักนิดเดียว

“อะ...ไอ้โรคจิต! ไอ้คุณอามันต์เอ๊ย! ฮึ่ยยย!!”

นิธานค่อนข้างหัวเสียกับการกระทำของอามันต์ไม่น้อย ใจไม่ได้คิดได้ฝันเลยว่าวันหนึ่งตัวเองจะถูกเจ้าคนเย็นชาคนนั้นกวนประสาทเอาได้ ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นกินอะไรผิดสำแดงมา ถึงได้กล้าพูดจาหน้าตื๊บใส่เขาแบบนั้นน่ะ!

ชายหนุ่มทำเสียงฮึ่มๆ ใส่โทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนแรงกระตุกเบาๆ ที่เส้นผมจะทำให้เขาพยายามข่มความรู้สึกหงุดหงิดของตัวเอง

“...” ไอศูรย์เอียงคอมองนิธานด้วยหน้าตาไร้เดียงสา เจ้าหนูน้อยส่งสายตางงๆ ให้กับคนเป็นผู้ใหญ่กว่า ด้วยนึกสงสัยว่าอีกคนเป็นอะไร ทำไมถึงต้องร้องเสียงดังด้วย

เห็นดังนั้นนิธานจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งของตัวเองให้กลายเป็นยิ้มแย้ม “ว่าไงคนเก่ง” น้ำเสียงที่ใช้กับเด็กชายฟังดูอ่อนโยน ราวกับเมื่อครู่ไม่เคยมีเรื่องให้ขุ่นข้องหมองใจมาก่อน

“ปอ...?” ไอศูรย์ว่าพลางชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ดวงตาของเด็กชายเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ คล้ายอยากทราบว่าอามันต์หายไปไหนแล้ว

นิธานจึงตอบ “คุณพ่อไปทำงานต่อแล้วครับ เอาไว้วันหลังไอศูรย์ค่อยคุยใหม่เนอะ”

ทันใดนั้นเด็กชายก็พลันหน้าบูด “บู้!” ริมฝีปากจิ้มลิ้มทำเป็นอมลมจนแก้มป่อง เห็นแล้วคนมองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร โทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็เกิดสั่นรัวขึ้นมาอีกครั้ง นิธานจังจิ๊ปากรำคาญใจ ก่อนนิ้วเรียวสวยจะกดรับสายที่โทรเข้ามาทันที โดยที่ยังไม่ได้มองให้ดีว่าเป็นใครที่โทรเข้ามา “อะไรอีกล่ะคุณนี่! เมื่อกี้ยังแกล้งเราไม่พอหรือไงหา! น่ารำคาญจะ...”


[โอ้! ใครกันนะบังอาจแกล้งลูกได้ นิธานที่น่ารักถึงได้เผลอขึ้นเสียงใส่คุณแม่ที่รักแบบนี้...]


ตอนนั้นเองที่เสียงกลั้วหัวเราะจากใครสักคนทำให้คนโวยวายเริ่มขมวดคิ้ว กระทั่งเมื่อสมองประมวลใจความจากคำพูดประโยคเมื่อครู่เสร็จเรียบร้อย ร่างทั้งร่างของนิธานจึงได้พลันสะดุ้งโหยง

“เอ๊ะ!? ใครนะ?เขาอุทาน พร้อมกันนั้นก็รีบยกโทรศัพท์ออกจากหู ก่อนดวงตาสีอำพันคู่นั้นจะเพ่งมองชื่อคนโทรเข้าเขม็ง

และผลที่ได้ก็คือ...


‘ท่านแม่’


[แหม ตกใจอะไรกันนะเด็กคนนี้ ไม่ได้คุยกันแค่ไม่กี่เดือนก็ลืมแม่ไปแล้วหรือ น่าน้อยใจจริงเชียว]


คนปลายสายหลุดคำว่า ‘แม่’ ออกมาเป็นรอบที่สอง นั่นเองทำให้นิธานที่สติเพิ่งกลับมาตาเบิกโพลง


“หา! ท่านแม่!!”


ชายหนุ่มหลุดตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังกว่าตอนโวยวายอามันต์เมื่อครู่ ไอศูรย์จึงเกิดตกใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว เด็กชายสะดุ้งเฮือก หน้าตาพร้อมจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ

เห็นดังนั้นคนทำเสียงดังจึงต้องรีบปลอบ “ชู่ว...ตกใจใช่ไหมลูก นิธานขอโทษนะ ขอโทษที่เสียงดัง...”

“...” ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากเล็กเบะออกอย่างไม่พอใจ “ฮึก”

“ครับๆ นิธานเสียงดังเอง ขอโทษน้า” นิธานพยายามลูบหัวลูบหลังให้หนูน้อยคลายสะอื้น เขายื่นแขนข้างที่ว่างมาด้านหน้าคล้ายเตรียมจะอุ้ม “มาๆ นิธานอุ้มไหม เรามากอดกันดีเนอะ”

ไอศูรย์เงยหน้ามองเจ้าของแขน ก่อนเจ้าตัวเล็กจะยอมเอนกายเข้าหานิธานแต่โดยดี จนเมื่อชายหนุ่มอุ้มตัวลูกเข้าอกได้แล้ว เขาก็ขยับลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยชวน “ไปที่โซฟากันดีกว่าเนอะ” จากนั้นก็เปลี่ยนมาพูดกับคนในสาย “เอ่อ...ขอเวลาสักครู่นะครับท่านแม่”

[อ้อ! ได้จ้ะ] สตรีที่อยู่ปลายสายไม่คิดขัดข้อง ทว่าต่อมาก็ต้องรู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝั่งของลูกชาย

เมื่อครู่ไม่ใช่ว่านิธานพูดถึง ลูกหรอกหรือ?

[เดี๋ยวก่อนนะนิธาน] มารดาของชายหนุ่มว่า [นั่นลูกพูดกับหลานของแม่ใช่ไหม?]

คำถามของมารดาบังเกิดเกล้าทำให้นิธานหลุดสีหน้าแหยงๆ ออกมาโดยพลัน ก่อนจะยอมรับ “ครับ...” พูดจบก็ลอบถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ในหัวคิดหาคำพูดไปพลาง สองมือกอดกระชับร่างของลูกให้แน่นขึ้นไปพลาง ระหว่างที่เดินไปยังโซฟาตัวใหญ่ จนเมื่อนั่งลงและจัดท่าทางได้เรียบร้อยดีแล้ว นิธานก็ตั้งใจว่าจะปล่อยตัวไอศูรย์ลง ติดเพียงแต่ว่าเจ้าตัวน้อยไม่ยอมปล่อยมือที่โอบรอบคอเขาไว้สักนี่

“งื้อ!

เขาจึงต้องปล่อยให้ไอศูรย์นอนซบบนอกไปทั้งอย่างนั้น

ทารกน้อยขยับหัวไปมาคล้ายพยายามหามุมเหมาะๆ ของตัวเองก่อนจะนิ่งไป ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเบาะรองนอนจึงได้โอกาสยกโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นแนบหูอีกครั้ง “เอาล่ะ คุยต่อได้แล้ว ขอโทษที่ต้องให้รอนะครับ”

[โอ้! ไม่เลย ไม่เป็นไรลูกรัก นานกว่านี้แม่ก็รอได้ แลกกับการได้ยินเราพูดกับลูกชายอย่างอ่อนโยนปานนั้น ให้รอทั้งวันแม่ก็ไม่เกี่ยง!]

น้ำเสียงสุดกระตือรือร้นทั้งยังแฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างเต็มเปี่ยมของมารดา ทำคนฟังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง นิธานโอดครวญ “โธ่ ท่านแม่ครับ สาบานเถอะว่าที่พูดมานั่น ไม่ได้มีเจตนาจะว่าลูกน่ะ”

[เปล๊า! นี่แม่พูดจากใจเลยนะลูก]

แล้วจำเป็นต้องเสียงสูงปานนั้นเชียว ผู้เป็นลูกว่าในใจพลางยกมือกุมขมับ รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ดูท่า เฮเลน มารดาแท้ๆ ของนิธาน ‘ในโลกนี้’ จะเป็นคนที่ใครก็ล้วนต่อกรด้วยได้ยากจริงๆ

ท่านแม่ของนิธานคนนี้ถือได้ว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยชนิดหาตัวจับยาก ซึ่งนั่นเป็นมาจากส่วนผสมหลากหลายเชื้อชาติที่ไหลวนเวียนอยู่ภายในกาย ได้แก่ โลวาเดน ฝรั่งเศส รัสเซียและจีน ที่สำคัญธรรมชาติยังช่วยดึงส่วนที่ดีของแต่ละเชื้อชาติออกมาให้เธอด้วย ส่งผลให้ชีวิตช่วงวัยรุ่นของเฮเลนนั้นคึกคักไม่เบา แถมยังเกือบได้ไปประกวดนางงามระดับโลกอยู่แล้วด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าของใบหน้านึกรำคาญเอเจนซีขึ้นมาก่อน

เฮเลนเป็นเบต้าสาวที่เคยเป็นแพทย์ศัลยกรรมในโรงพยาบาลชื่อดังระดับประเทศมาก่อน หญิงสาวทำงานที่โรงพยาบาลอยู่หลายปี กระทั่งได้จับพลัดจับผลูมาคบหานิธิศที่สวมบทเป็นหนุ่มหน้าตาดี กิริยาวาจาสุภาพ แล้วก็ทำงานเป็นเลขาอยู่ในบริษัทมีชื่อแห่งหนึ่งในขณะนั้น ตอนที่รู้ความจริงว่าที่แท้แล้วคนรักมีฐานะสำคัญมากเพียงใด เฮเลนก็โกรธจนนิธิศต้องตามง้อทุกวันๆ อยู่เกือบปี

เมื่อแต่งงาน เฮเลนก็ยังคงยืนยันว่าจะทำงานในโรงพยาบาลต่อไป ทว่าความจริงกลับทำต่อได้เพียงสองปีเท่านั้น หลังคลอดลูกคนที่สอง เฮเลนทำการลาออกจากโรงพยาบาล ก่อนจะผันตัวมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว ต่อจากนั้นเพียงไม่กี่ปี ราชวงศ์วิทักษาก็มีพระราชนัดดาประสูติออกมาอีกสามพระองค์

ดีที่ปัจจุบันนี้ทั้งคู่ทำการปิดอู่อย่างถาวรไปแล้ว ไม่อย่างนั้นนิธานคงไม่แคล้วได้อุ้มน้องคนที่หก เจ็ด หรือแปดต่อเป็นแน่แท้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความเฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์เพทุบายของหญิงอายุหกสิบปีคนนี้ก็ไม่อาจดูเบาได้เลย คิดดูเถอะว่าขนาดนิธานผู้ร้ายกาจคนนั้นยังไม่กล้าหือกับมารดาสักแอะ เวลาทะเลาะกันทีไรเจ้าตัวก็เป็นฝ่ายฮึดฮัดและยอมแพ้ท่านแม่ไปเอง นับประสาอะไรกับนิธานคนปัจจุบันที่เป็นคนว่าง่าย ทั้งยังไม่มีพิษมีภัยกับใครอย่างนี้

เขาจะไปต่อต้านอะไรได้

ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้แต่เอนกายพิงพนักโซฟา ก่อนจะเริ่มพูดเข้าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “เอาเถอะครับๆ แล้วนี่ท่านแม่มีธุระอะไรหรือเปล่า...”

[ต๊าย! ถ้าไม่มีธุระแม่ก็โทรไปไม่ได้สินะ! เจ้าเด็กร้ายกาจ ทำไมพูดจากับแม่อย่างนี้หา!]

ไม่ทันไรปลายสายก็เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาเสียเฉยๆ คนเป็นลูกจึงรู้สึกตามไม่ทันอย่างแรง “เดี๋ยวๆ เดี๋ยวก่อนครับ ลูกแค่ถามเท่านั้นเองท่านแม่ แค่ถามเท่านั้น อย่าเพิ่งโวยวายได้ไหมครับ”

[นิธาน!!]

เสียงตวาดแว้ดๆ ทำเอานิธานสะดุ้ง เขารีบยกโทรศัพท์ออกมาให้ห่างจากหูแทบไม่ทัน และด้วยไม่อยากเกิดอาการหูดับให้เป็นที่อนาถ ชายหนุ่มจึงยอมยกธงขาวขึ้นโบกรัวๆ แล้วประกาศยอมแพ้แต่โดยดี “ก็ได้ๆ ลูกไม่พูดแล้ว ลูกขอโทษท่านแม่ ลูกสัญญาว่าจะไม่เถียง จะไม่หือไม่อืออะไรแล้วทั้งนั้น เพราะฉะนั้นได้โปรด...ละเว้นแก้วหูลูกด้วยเถอะนะครับ”

พูดจบนิธานก็ได้ยินมารดาส่งเสียงหัวเราะออกมา ซึ่งฟังแค่เสียงเขาก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายรู้สึกสะใจเพียงใดที่เอาชนะเขาได้

[เอาล่ะๆ แม่จะไม่ถือสาก็ได้ แต่ว่าเราน่ะมันใจร้ายจริงๆ นี่ถ้าแม่ไม่โทรไปหานิรัช ป่านนี้พ่อกับแม่ก็คงยังไม่รู้ว่าลูกประสบอุบัติเหตุ] เฮเลนตำหนิลูกชาย [หน็อย! คิดแล้วมันน่าตีนักเชียว!]

เอ้า! รู้จนได้ ไอ้น้องนะไอ้น้อง อุตส่าห์ย้ำแล้วเชียวนะว่าไม่ให้บอก! คนพยายามปิดข่าวลอบต่อว่าน้องชายร่วมสายเลือดในใจ

“ก็...คือว่าลูก...” นิธานอึกอัก “โอเคครับท่านแม่ เอาเป็นว่าลูกขอโทษ ลูกกำชับน้องไว้เองว่าอย่าได้หลุดปากบอกใคร” เมื่อคิดหาคำแก้ตัวดีๆ ไม่ได้ เขาก็ตัดสินใจสารภาพออกมาเสียงอ่อย “ลูกกลัวท่านพ่อกับท่านแม่เป็นห่วงนี่นา อีกอย่างลูกก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากมายด้วย ไม่เห็นจะต้องโทรไปรบกวนเวลาฮันนีมูน...”

[เอ๊ะ! เด็กคนนี้นี่! ถึงจะบอกไว้ว่าห้ามใครรบกวน แต่ข่าวสารจากทางบ้านล้วนเป็นข้อยกเว้นนะยะ! เห็นอย่างนี้พ่อกับแม่ก็ยังสนใจลูกหลานอยู่นะ!]

คนถูกดุรัวๆ หน้าม่อยลงโดยอัตโนมัติ “ทราบแล้วครับ ลูกผิดไปแล้วท่านแม่”

[หึ! ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้พ่อกับแม่กำลังเตรียมตัวกลับบ้าน พวกเราให้เวลาลูกสองวัน เตรียมหูเตรียมปากไว้ให้พร้อมเถอะ กลับไปจะซักฟอกให้ขาวเชียว!]

ฉับพลันดวงตาสีอำพันสวยก็เบิกกว้าง “เอ๊ะ! อะไรนะครับ!? แต่มันยังไม่ถึงเวลากลับนี่นา”

เดี๋ยวสิ กำหนดกลับเดิมมันปลายเดือนหน้าไม่ใช่รึ? โอ๊ย! จะรีบกลับมาทำไมนะ ยังไม่ได้เตรียมใจจะเจอเลย!

[ใช่จ้ะ มันยังไม่ใช่เวลา แต่เพราะมีเด็กดื้อบางคนคิดจะปิดบังอะไรกับพ่อแม่ไง เราถึงต้องรีบกลับไปสั่งสอน!]

“อ๊า! ไม่ๆ ไม่ต้องรีบกลับหรอกครับ เดี๋ยวแพลนเที่ยวจะรวนหมดนะ อีกอย่างบินไปบินกลับมันเปลืองเงินนะครับ!”

[แล้วไง? เปลืองก็เปลืองสิยะ บ้านเราเป็นเศรษฐีนะนิธาน อภิมหาเศรษฐีน่ะ นั่งเฟิร์สคลาสบินไปบินกลับสักร้อยรอบยังไม่เดือดร้อนเลย ลูกจะมากังวลอะไร แหม...กลัวจะถูกดุก็บอกมาดีๆ เถอะ]

“โธ่ ท่านแม่ครับ...” มาถึงตอนนี้นิธานก็เชื่อสนิทใจว่า ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจสู้กับคนในสายได้จริงๆ

เถียงอย่างไรก็แพ้

[เชอะ! ไม่รู้ไม่ชี้ วันจันทร์นี้กลับมาที่บ้านด้วยล่ะ อ้อ! ลูกต้องพาหลานมาด้วยให้ได้นะ ไหนๆ ก็คุยจ๊ะจ๋ากันได้ขนาดนั้นแล้วนี่]

“แต่ว่า...”

[หยุด! ที่พูดนี่ไม่ได้ขอความเห็น แต่เป็นคำสั่ง เข้าใจนะนิธาน!]

วาจาเด็ดขาดดังมาตามสายทำผู้เป็นลูกแทบน้ำตาตก นิธานลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างนึกหวาด ที่สุดก็ต้องยอมรับคำสั่งนั้น ทั้งที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก “เข้าใจแล้วครับ”

[ดีมาก! อย่างนี้สิถึงจะเป็นเด็กดีของแม่ ถ้าอย่างนั้นวันนี้พอเท่านี้ก่อนนะคะลูกชาย ขอตัวไปเดทกับท่านพ่อของเราต่อก่อน แล้วไว้เราไปเจอกันที่บ้านนะจ๊ะ บาย~]

พูดจบเฮเลนก็ตัดสายไป เหลือไว้เพียงเสียงสัญญาณดังตู๊ดๆ ให้ลูกชายได้ฟังเป็นของต่างหน้า

ชายหนุ่มผู้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งปล่อยให้มือถือในมือร่วงหล่นลงบนโซฟา ก่อนสองแขนจะเลื่อนขึ้นโอบกอดร่างของลูกรักไว้แน่นคล้ายขอกำลังใจ ใบหน้าเรียวแหงนมองฝ้าเพดานห้อง


จากนั้นก็เฝ้าร้องโหยหวนอยู่ในใจ...


ม่ายยยยยย!!


-TBC-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.232K ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. #15329 로즈애플 (@got7poo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 17:45
    เปิดเถอะพลิสสส
    #15329
    0
  2. #15309 srkdn (@srkdn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 10:36
    ไม่ได้จับผิดนะ แค่สงสัยว่าตกลงมีนาเนี้ยเป็นคนของบ้านไหนกันแน่

    ถ้าเป็นพี่เลี้ยงนิธานมาตั้งแต่แรก การที่ไอยามาเจอมีนาในห้องหนูไอต้องเป็นเรื่องแปลกซิ หรือว่าไง
    #15309
    1
    • #15309-1 Pploy_thongjutha (@Pploy_thongjutha) (จากตอนที่ 13)
      14 เมษายน 2562 / 15:58
      ในเนื้อเรื่องเค้าบอกอยู่ไม่ใช่หรอคะว่า มีนาจะแอบมาหาบ่อยๆเวลาที่นิธานไม่รู้
      #15309-1
  3. #15260 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 15:48
    พระเอกมาแล้ว!!!!
    #15260
    0
  4. #15115 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 13:02
    นักแสดงนำเรื่องนี้ได้แก่ คุณนิธาน น้องไอศูรและมีนา แงงงง พ่อพระเอกบทน้อยเอ็นดู55555555
    #15115
    0
  5. #14441 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 01:08
    ลูกชายนี้ถ้าจะลูกอ้อนเยอะพอตัว
    #14441
    0
  6. #14083 kksssp (@kksssp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:15
    อามันต์เข้ามาได้ถูกเวลาตลอดเลย 55555
    #14083
    0
  7. #13461 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 11:16
    แงคืออ่านชื่อตอนนี่ใจแป้วแล้ว 55555555555
    #13461
    0
  8. #12726 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:11
    แม่สามีคงเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกสะใภ้แล้วละสิ
    #12726
    0
  9. #12705 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:45
    อามันต์ก็ชอบเข้าห้องแบบไม่เคาะประตูตลอดเลยนะคะ อุอิ
    #12705
    0
  10. #12653 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 20:56
    ชื่อตอนนึกว่าจะร้าย ดีแล้ววว5555555
    #12653
    0
  11. #12615 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 15:19
    ดีว่าธานคนเก่าไม่เคยตบกับแม่ผัวนะคะ ไม่งั้นแย่เรยยย
    #12615
    0
  12. #12567 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:57
    นั่นดิ มีอีกคนสิ
    #12567
    0
  13. #10989 tuntiiz (@tuntiiz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 09:13
    โอ้ยยยยย พระเอกซีนน้อยไปอีกกก 555
    #10989
    0
  14. #10786 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 21:21
    ไม่แน่ ต่อไปอาจเรียกคุณแม่ก็เป็นได้ 55
    #10786
    0
  15. #10375 PachPach_Pach (@PachPach_Pach) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:22
    โล่งใจไปนึกว่าจะดราม่าซะแล้ว แฟมิลี่โมเม้นอบอุ่นกรุ่นรักมากก ฮีลลิ่งสุดๆ
    #10375
    0
  16. #10340 BezT25 (@BezT25) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 14:36
    ตอนแรกนึกว่าจะเป็นฉากปะทะแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่ไหนได้ซี้กันเฉย5555 แอบเชียร์คุณย่าเล็กๆนะคะเรื่องลูกสาว#กระซิบ
    #10340
    0
  17. #10204 «PhuengAugust» (@pvaugust) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 14:46
    โอ้ยยยยย ฟ้ลกู้ดดดจนจบเลยนะเราขอ ถถถถถ
    #10204
    0
  18. #10191 inunu (@inunu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 12:24
    หนูไอชอบบบ 555 น่ารักจัง
    #10191
    0
  19. #10147 itzmeboombim (@itzmeboombim) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 21:28

    ลูกสะใภ้ชนชั้นสูงกว่าก็เลยจะอดดูฉากแม่สามีลูกสะใภ้เหมือนในละคร

    #10147
    0
  20. #9908 Plankton J (@jthida) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 17:16
    สถานะคุณไอนี่คือแม่สามีเลยนะ แต่ทำไมน้อบนอบกับนิธานจัง
    #9908
    0
  21. #9634 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 21:44
    พระเอกค่าตัวแพงชอบมาตอนจบ555
    #9634
    0
  22. #9384 NuMuE (@NuMuE) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 14:02
    ก็คิดว่าจะมีเรื่องกัน55555
    #9384
    0
  23. #9029 MPWh (@MPWh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:00
    เมื่อไหร่จะถึงช่วงฮีท?!! -_- นี่ชั้นคิดอะไรอยู่5555!
    #9029
    0
  24. #8028 Mulberrryyy (@mulberrykim52415) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:17
    มีความเชียร์ให้มีอีกคน55555 แม่สามีน่ารัก
    #8028
    0
  25. #8024 เจ้าชายสีเทา (@sopinpilast) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 16:56
    หนูไอดูชอบสีชมพูอ่ะ 55555
    พระเอกมาแล้ว ถึงจะมาบรรทัดเดียสก็เถอะ
    #8024
    0