[END] กาลครั้งหนึ่ง...นานไม่ถึงไหน {Omegaverse}

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,510,365 Views

  • 15,453 Comments

  • 30,625 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11,372

    Overall
    1,510,365

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10 โจทก์เก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4594 ครั้ง
    13 มี.ค. 62


ตอนที่ 10

โจทก์เก่า



ภารกิจไปส่งอามันต์ที่สนามบินลุล่วงไปได้ด้วยดี ทุกคนที่มาส่งจึงตัดสินใจกลับบ้าน ทว่าระหว่างทางที่รถกำลังแล่นไป ไอยาก็เกิดความคิดอยากจะแวะเข้าห้างขึ้นมา แต่ด้วยความเกรงใจลูกสะใภ้ที่สูงศักดิ์กว่าตนมาก เธอจะค่อยๆ เอ่ยเรียกคนที่นั่งอยู่ในด้วยกันเสียงเบา

ท่านนิธานคะ”

นิธานก็พอเถอะน่า บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกนิธานเฉยๆ ขนาดลูกชายคุณ เขายังไม่เรียกเราท่านเลย”

แต่ว่า...มันจะดูไม่ดีนะคะ”

แล้วใครสน? เราให้เรียกเสียอย่าง ใครกล้ามีปัญหาก็ลองดูสิ!”

ก็ได้ค่ะท่าน...” พูดไม่ทันขาดคำ ไอยาก็เผลอเรียกท่านไปอีกแล้ว คนถูกเรียกจึงหันมาทำหน้าตาดุๆ ใส่ “เข้าใจแล้วจ้ะ...นิธาน”

เมื่อเห็นว่าอีกคนยอมทำตามที่บอก นิธานก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ เห็นไหม ก็แค่นี้เอง ว่าแต่เมื่อกี้เรียกเราทำไมนะ?”

อ้อ! คือว่าฉัน...เอ่อ...คือว่าแม่...” ไอยาเว้นวรรคไปนิดหนึ่งคล้ายไม่แน่ใจ จนกระทั่งเห็นว่านิธานไม่ได้ทำท่าไม่พอใจจึงได้กล้าพูดมากขึ้น “ไหนๆ วันนี้ก็ออกมาข้างนอกแล้ว เราไปเดินเล่นในห้างกันดีไหมคะ นี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้วด้วย จะได้หาอะไรทานไปด้วยเลย”

ก็เอาสิ” คนฟังไม่คิดค้านอะไร นิธานหันมาพูดกับลูกชายที่นั่งอยู่ในคาร์ซีท “เราไปเที่ยวกันดีกว่าเนอะไอศูรย์”

...มูมู...มู...” ไอศูรย์ส่งยิ้มหวานให้มารดา จากนั้นก็ส่งนิ้วเข้าปากตัวเองแล้วเอียงคอมอง

แล้วมูมูมันคืออะไรกันล่ะหือ?” นิธานรู้สึกขำนิดๆ กับภาษาของลูกชาย เขาก้มลงไปหอมแก้มนิ่มๆ หนึ่งฟอดอย่างมันเขี้ยว จากนั้นก็หันมาพูดกับไอยาต่อ “ไปเดอะวีนัสกันดีไหม ช่วงนี้เห็นจัดเซลล์อยู่ด้วยนี่”

แหม กำลังจะเสนออยู่พอดีเลยค่ะ ถ้าอย่างนั้นไปเดอะวีนัสนะคะ” เมื่อมีคนใจตรงกัน ไอยาก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เธอจึงได้เอ่ยปากสั่งคนขับรถอย่างสบายใจ “สตีฟ ไปเดอะวีนัสนะ”

รับทราบครับ คุณผู้หญิง”

 

เดอะวีนัส คือห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่งในเมืองหลวง เป็นอาคารสูงที่มีห้างสรรพสินค้าและโรงแรมบริการอยู่ด้วยกัน ในส่วนของห้างสรรพสินค้านั้นมีทั้งหมดเจ็ดชั้น ชั้นที่แปดถึงสามสิบสองจึงเป็นส่วนของโรงแรมเดอะวีนัส รอยัล โฮเต็ล ที่นี่มีทำเลอยู่ตรงใจกลางเมือง เดินทางสะดวกด้วยรถประจำทางหลายสายและรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งจะมีป้ายทางออกสำหรับโรงแรมและห้างโดยเฉพาะ ส่งผลให้โรงแรมระดับสี่ดาวนี้ถูกจองเต็มเกือบตลอดทั้งปี ขณะที่ในส่วนของห้างสรรพสินค้าเองก็คึกคักไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะช่วงที่มีการลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์เช่นนี้

ร้านอาหารเป็นจุดหมายแรกที่พวกเขาจะไป ดังนั้นนิธานจึงช่วยไอยาเลือกดูร้านอาหารต่างๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจไปที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนร้านหนึ่งที่คนไม่ค่อยเยอะนัก ร้านนี้ดีไหม”

“อืม...ร้านนี้ก็ได้ค่ะ” ไอยาตกลงในเวลาไม่นาน ก่อนเธอจะหันไปพูดกับคนขับรถหนุ่มที่กำลังเข็นรถเข็นของไอศูรย์ตามมาอยู่ “ส่งไอศูรย์มาเถอะสตีฟ ไว้พวกเรากินข้าวเสร็จแล้วจะโทรเรียกอีกทีนะ ตอนนี้เธอก็ไปพักเถอะ”

รับทราบครับ” เมื่อผู้เป็นนายว่าอย่างนั้น สตีฟ จึงเอ่ยรับคำและปล่อยมือจากรถเข็นเด็ก เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพ จากนั้นจึงเดินแยกไปอีกทาง

มา เดี๋ยวเราเข็นเอง” นิธานอาสา

แม่เข็นให้ก็ได้นะคะ”

ไม่ต้องหรอกคุณไอยา คุณเดินนำไปเลย เดี๋ยวเราเข็นเอง”

พอเห็นว่าอย่างไรก็ขัดคำไม่ได้ ไอยาจึงยอมเดินนำเข้าไปในร้านแต่โดยดี หลังแจ้งจำนวนคนและแสดงความจำนงว่าต้องการความเป็นส่วนตัวกับพนักงานแล้ว ทั้งสองก็ได้ที่นั่งโซนไพรเวตที่ดูเป็นส่วนตัวสมใจ ใช้เวลาเลือกเมนูอยู่สักพักถึงได้เริ่มสั่งอาหารกัน

สำหรับนิธาน เขาสั่งพาสต้ากับพิซซ่าไปถาดหนึ่ง เพราะคิดว่ามันเป็นเมนูสามัญที่ใครๆ ก็รู้จัก ส่วนของอย่างอื่นน่ะ...เขาอ่านไม่ออกเลยสักนิด!

แม้แต่กับนิธานคนก่อนก็ยังได้ทานอาหารอิตาเลี่ยนไม่บ่อยนัก และทุกครั้งหากไม่มีคนสั่งแทนให้ เมนูก็มักจะถูกจัดมาเป็นเซตอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่เสี่ยงให้ตัวเองหน้าแตก เขาจึงโยนหน้าที่สั่งอาหารส่วนที่เหลือให้กับไอยาไปทั้งหมด ด้วยข้ออ้างที่ว่าไม่ค่อยถนัดอาหารแนวนี้ ส่วนตัวเองก็หันมาเล่นกับลูกชายที่นอนตาแป๋วอยู่ในรถเข็นเด็กแทน

จ๊ะเอ๋~ ไอศูรย์หิวหรือยังเอ่ย วันนี้ไม่มีข้าวเที่ยง ดื่มแต่นมไปอย่างเดียวก่อนเนอะลูกเนอะ”

อู้ว...ทา...ทา...” ไอศูรย์ชูมือขึ้นไล่จับนิ้วของมารดาอย่างอารมณ์ดี ทั้งยังดูจะลืมเรื่องเมื่อเช้าไปแล้วด้วย เห็นอย่างนี้ค่อยรู้สึกวางใจขึ้นมานิดหน่อย

เอ แต่ก็ได้เวลาให้นมแล้วนี่นา หิวไหมครับลูก” พอถามซ้ำอีกครั้งก็ดันได้แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะตอบกลับมา นิธานเลยไม่รู้ว่าเจ้าตัวอยากกินนมหรือยังอยากเล่นอยู่ แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า

ให้กินไปตอนนี้เลยก็ได้นะคะ กว่าอาหารจะมาไอศูรย์คงอิ่มพอดี จะได้ไม่กวนด้วย” ไอยาเสนอความคิดเห็น

นั่นสิ แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน” ฟังแล้วนิธานก็ไม่รู้สึกขัดอะไร เขาก้มตัวลงไปหยิบอุปกรณ์จำเป็นที่วางอยู่ตรงชั้นวางของด้านล่างรถเข็นขึ้นมา จากนั้นก็เริ่มชงนมให้ลูกชาย และพอไอศูรย์ได้จุกนมเข้าปาก เด็กชายก็จัดการดูดจ๊วบๆ จนระดับนมลดลงไปอย่างรวดเร็วราวกับอดอยากมาแล้วทั้งวัน

ทำเอาทั้งย่าทั้งแม่อดไม่ได้ที่จะขำออกมาพร้อมๆ กัน

แหม ตัวเล็กแค่นี้รู้จักฟอร์มเป็นกับเขาแล้ว ไปได้ท่าทางแบบนี้มาจากใครเนี่ยเจ้าตัวดื้อ หิวก็บอกว่าหิวสิลูก” นิธานเอ่ยแซวลูกชาย

เห็นทีคงไม่พ้นคนที่เพิ่งบินไปมาเก๊าหรอกค่ะ”

“ก็นั่นน่ะสิ...”

ผ่านไปครู่หนึ่งนมก็หมดขวด นิธานจึงเก็บขวดนมกลับเข้าที่แล้วอุ้มไอศูรย์ขึ้นมานั่งบนตัก และในระหว่างที่กำลังจับลูกเรออยู่นั้น อาหารที่สั่งไปก็เริ่มมาเสิร์ฟพอดี

ส่งไอศูรย์มาทางนี้เถอะค่ะ เราน่ะกินไปก่อนเลย” ไอยาเสนอตัวช่วยเหลือ ครั้งนี้นิธานก็ไม่คิดจะขัดน้ำใจของเธออีก เขาจึงส่งตัวเด็กชายไปให้ผู้เป็นย่าอุ้มแทน ส่วนตัวเองก็เริ่มลงมือรับประทานอาหาร กระทั่งเด็กชายเรอออกมาเรียบร้อยแล้ว นิธานจึงค่อยรับตัวลูกกลับคืนมา เขาจัดท่าทางให้ลูกนอนบนรถเข็นดีๆ แล้วส่งยางกัดอันโปรดให้เจ้าตัวกัดเล่นไปเพลินๆ เจ้าตัวจะได้ไม่แผลงฤทธิ์ก่อกวนให้คนเขาเดือดร้อนกันไปทั้งร้าน


==========


เพราะคุณย่าของไอศูรย์เอ่ยปากว่าอยากซื้อกระเป๋าใบใหม่ ด้วยเหตุนั้นหลังรับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว พวกเขาทั้งหมดจึงพากันเดินต่อไปยังส่วนของร้านค้าต่างๆ ก่อนไอยาจะเลือกตรงไปที่ร้านแบรนด์เนมสุดหรูแบรนด์หนึ่ง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่แม้แต่นิธานผู้ยากจนก็ยังเคยได้ยินชื่อตามข่าวบันเทิงบ่อยๆ เมื่อได้มีโอกาสเข้ามาด้านในจึงรู้สึกเหมือนได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย

ไอยาผละจากพวกเขาแล้วตรงเข้าไปคุยกับพนักงานเรื่องกระเป๋ารุ่นที่อยากได้ นิธานจึงเลือกที่จะเดินดูของในร้านไปพลางๆ ระหว่างที่รอให้พนักงานตรวจเช็กสต๊อก เขามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับเข็มขัดและปลอกคอหลากหลายอันที่จัดวางอยู่ในตู้กระจกใส

ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ เขาก็นึกอยากได้ขึ้นมา

สงสัยจะเป็นสัญชาตญาณของคนมีเงินล่ะมั้ง ฮ่าๆ นิธานนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ก่อนเขาจะเดินเข้าไปหาตู้กระจกใบนั้นด้วยท่าทางจริงจัง

หากกล่าวว่าเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้สามารถแบ่งฐานะผู้คนได้ ปลอกคอที่โอเมก้าสวมใส่ก็ดูจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ใช้แบ่งฐานะของโอเมก้าด้วยกันเองได้เช่นกัน ยิ่งใช้ของจากแบรนด์ที่มีราคาสูงมากเท่าไหร่ ฐานะของผู้ที่สวมใส่นั้นก็ย่อมเทียบเท่าหรือสูงกว่าราคาของมันมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นแม้แต่อัลฟ่าผู้ที่มีฐานะดีหลายคน ก็ไม่อาจจะมานึกดูถูกพวกเขาเหล่านั้นได้โดยง่าย

เพราะยุคสมัยนั้นเปลี่ยนไปแล้ว

โลกนี้ทำการแบ่งแยกผู้คนออกเป็นสามระดับ สูงสุดคืออัลฟ่า รองลงมาคือเบต้า และต่ำสุดก็คือพวกโอเมก้าทั้งหลายนั่นเอง สำหรับอัลฟ่าและเบต้าอาจไม่มีกฎเกณฑ์ใดเพิ่มเติมจากที่เคยเป็นมามากนัก พวกเขาต่างใช้ชีวิตไปตามปกติอย่างที่เคยเป็นมาตลอดหลายร้อยหลายพันปี

ทว่ากับโอเมก้านั้นไม่เหมือนกัน

ปัจจุบันนี้โอเมก้ามีสิทธิ์มีเสียงในสังคมมากขึ้น พวกเขามีสิทธิ์ที่จะเข้าไปทำงานตำแหน่งดีๆ ในบริษัทชั้นนำ หรือรับตำแหน่งสำคัญๆ ได้หากมีความสามารถมากพอ ซึ่งนั่นก็ต้องแลกกับการดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดหรือกินยาเลื่อนฮีทให้ไปฮีทในช่วงวันหยุดแทน ขณะเดียวกันก็มีบางรายที่ถึงกับยอมเสี่ยงผ่าตัดเอาต่อมฮอร์โมนของโอเมก้าออกไป เพื่อไม่ให้มันส่งผลกระทบกับการทำงาน แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว โอเมก้ามักจะนิยมเข้าไปทำงานในบริษัทหรือสถานที่ที่รับเฉพาะโอเมก้าด้วยกันมากกว่า เนื่องด้วยสวัสดิการต่างๆ ที่เอื้อกับการฮีทในทุกเดือน เช่น การได้รับสิทธิ์ให้ลาในช่วงฮีทโดยไม่ถือว่าเป็นการขาดงาน เพียงแต่อาจต้องมีเวลางานที่ยาวนานกว่าคนทั่วไปหน่อยเพื่อเป็นการชดเชยกันเท่านั้น

ความพยายามในการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมของทุกเพศนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ปัจจุบันนี้ทุกเพศมีความเท่าเทียมกัน ทว่าก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในโลกนี้ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าโอเมก้าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ไม่มีค่าและไม่มีเกียรติให้เชิดชู ซึ่งนั่นก็คงเป็นหน้าที่ของโอเมก้าแล้วที่จะต้องพิสูจน์ว่า...พวกเขาจะสามารถก้าวข้ามคำครหาพวกนั้นแล้วก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเต็มภาคภูมิได้หรือไม่

สนใจปลอกคอหรือครับคุณผู้ชาย”

พนักงานชายคนหนึ่งรีบปรี่เข้ามาบริการนิธานทันทีที่เห็นเขาดูจะมีความสนใจของในร้าน ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทดูภูมิฐานมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ท่าทางดูเต็มใจบริการเป็นอย่างยิ่ง เห็นแล้วจึงค่อนข้างรู้สึกประทับใจ

ใช่ มีอะไรแนะนำไหม เราอยากได้แบบเรียบๆ หน่อยน่ะ” นิธานถาม เพราะปกติแล้วนิธานคนเดิมจะชอบซื้อของจากอีกแบรนด์หนึ่งมากกว่า เขาเลยไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าแบรนด์นี้นัก

คนถูกถามพยักหน้ารับรู้ พนักงานหนุ่มเดินเข้าไปเปิดตู้กระจกแล้วหยิบปลอกคอสีน้ำตาลอ่อนอันหนึ่งออกมา จากนั้นก็เริ่มเปิดการขาย “ช่วงนี้เพิ่งมีคอลเลคชั่นใหม่เข้ามาเลยนะครับ นี่ครับ ตัวนี้เลย ปลอกคออันนี้ชื่อรุ่น Lavi ครับ ด้านนอกทำจากหนังนกกระจอกเทศ ส่วนตัวปลอกคอจะเป็นวัสดุคุณภาพดี มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ขาดง่าย สำหรับระบบปลดล็อก...รุ่นนี้คุณผู้ชายสามารถเลือกใส่เป็นรหัสตัวเลขหกหลัก หรือป้อนลายนิ้วมือของผู้สวมใส่ลงไปได้ด้วยนะครับ”

นิธานรับฟังอย่างสนใจ เขารับปลอกคอจากพนักงานพิจารณาดู ก่อนจะสังเกตเห็นชิ้นส่วนวิบวับสะท้อนแสงบริเวณขอบด้านบนและล่างในยามที่พลิกมันไปมา เขาจึงเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย “ตรงนี้คืออะไรน่ะ เพชรหรือคริสตัล?”

เป็นเพชรทั้งหมดเลยครับ” พนักงานตอบ “คุณผู้ชายจะลองใส่ดูได้นะครับ”

งั้นรบกวนหน่อยแล้วกันนะ” นิธานไม่ปฏิเสธ เขาเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อให้พนักงานเข้ามาช่วยปลดปลอกคอที่สวมอยู่ออก มันไม่ได้มีระบบล็อกอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้ว ก่อนจะยืนนิ่งๆ ให้ฝ่ายนั้นสวมปลอกคอตัวอย่างลงบนคอของตน

เข้ากับสีผมทีเดียวนะครับ” พนักงานชายเอ่ยชม เป็นเวลาเดียวกับที่สตีฟพาไอศูรย์เดินเข้ามาใกล้นิธานพอดี ร่างสูงโปร่งจึงทรุดตัวลงนั่งที่ด้านหน้ารถเข็นเด็ก เขาชี้ไปที่ปลอกคอพลางเอ่ยถามลูกชายว่า “ไอศูรย์ครับ ลูกว่าอันนี้สวยไหม”

เมื่อได้ยินคำถาม ไอศูรย์ก็หยุดเขย่าของเล่นในมือ เขามองมารดาแล้วยิ้มน่ารัก ไม่ได้คิดช่วยท่านแม่เลือกของเลยแม้แต่นิดเดียว “ทาทา...คิกๆ”

ไม่สวยหรือลูก ทำไมไม่สนใจกันเลยล่ะเนี่ย” ดูๆ ไปแล้วนิธานก็นึกขำ เขาหันมาพูดกับพนักงาน “ถอดออกก่อนดีกว่า ดูท่าลูกชายเราจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่”

ได้เลยครับ” พนักงานหนุ่มว่าพลางเดินเข้ามาถอดปลอกคอออกให้อย่างไม่อิดออด

จนเมื่อคอโล่งดีแล้ว นิธานก็จัดการอุ้มไอศูรย์ขึ้นมา ก่อนจะพาเจ้าตัวเดินไปที่ตู้กระจกใสแล้วชี้ชวนให้อีกฝ่ายมองไปที่ตู้ “ไอศูรย์ครับ มีอันไหนสวยถูกใจลูกไหมเอ่ย ช่วยนิธานเลือกหน่อยเร็ว”

อื้อ!” ไอศูรย์ขมวดคิ้วคล้ายจะไม่พอใจที่ถูกอุ้มขึ้นมา ทว่าพอเห็นปลอกคอที่วางเรียงราย ดวงตาสีอำพันก็จับจ้องไปที่พวกมันอย่างสนใจ “แอ๊ะ...อา” มือน้อยชี้ไปที่ปลอกคออันหนึ่งแล้วทำท่าคว้า

ไหนครับ? อ๋อ ไอศูรย์ชอบอันนี้นี่เอง” นิธานมองตามมือของลูกไป ก่อนจะหลุดสีหน้าปั้นยากออกมา“แต่อันนี้มันสีชมพูนี่นา นิธานให้หนูมาเลือกให้นิธาน ไม่ใช่เลือกให้ตัวเองสักหน่อย”

“แอ๊! อาวว” เจ้าหมูน้อยเริ่มดิ้นดุกดิก

ไม่ได้ๆ ไม่เอาสีนี้ครับ ถ้างั้นไอศูรย์เลือกดีกว่าว่าระหว่างอันนี้...” คนพูดชี้ไปที่ปลอกคอสีน้ำตาลอ่อนที่เพิ่งลองไป “กับอันนี้” แล้วก็ชี้ไปที่ปลอกคออีกอันที่วางอยู่บนชั้น มันมีสีเทาอ่อน ดีไซน์คล้ายๆ กับของเดิมที่เขามีอยู่ “ลูกชอบอันไหนเอ่ย”

เลือกอันไหนดีครับ คุณหนู” คุณพนักงานคนนี้ก็เร็วเหลือเชื่อ เขารีบคว้าปลอกคออันที่นิธานชี้มาถือเอาไว้ จากนั้นก็ยื่นไปตรงหน้าเด็กชาย

งื้อ!” ไอศูรย์ซุกหน้าลงกับอกมารดาด้วยนึกกลัวคนที่เข้ามาใกล้ แต่ก็ต้องโผล่หน้ามาอีก เพราะในมือของอีกฝ่ายดันมีของที่น่าสนใจอยู่ด้วย “อ๊า...”

เจ้าตัวน้อยจ้องมองปลอกคอทั้งสองอันตาไม่กะพริบ ครู่หนึ่งก็เลือกที่จะคว้าปลอกคอสีเทาขึ้นมา เห็นดังนั้นนิธานจึงรีบเอ่ยถาม “อันนี้หรือ? ลูกชอบอันนี้มากกว่าหรือครับ”

และพนักงานคนเดิมก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขารีบแจ้งข้อดีของมันให้ลูกค้าทราบทันที “หนังของปลอกคออันนี้จะทำมาจากหนังนกกระจอกเทศเหมือนกันนะครับ แต่ต่างกันตรงที่เจ้ารุ่นนี้จะมีระบบดับเบิ้ลล็อก สามารถใส่ได้ทั้งรหัสตัวเลขและลายนิ้วมือ ฉะนั้นเวลาใช้จริงก็ต้องป้อนข้อมูลทั้งสองให้ถูกต้อง มันจึงจะปลดล็อกให้ครับ แต่ถ้ากลัวว่าจะยุ่งยาก คุณผู้ชายก็สามารถตั้งค่าให้มันเปลี่ยนเป็นระบบล็อกชั้นเดียวได้ และที่ยิ่งพิเศษกว่านั้นไปกว่านั้นก็คือ มันสามารถจดจำลายนิ้วมือได้ทั้งหมดห้าลายด้วยนะครับ เลือกได้เลยว่าจะสแกนลายนิ้วมือของคุณผู้ชายคนเดียว หรือแบ่งสักสามอันเป็นของคู่ชีวิตก็ได้”

ฟังๆ ไปนิธานก็ชักสนใจปลอกคออันหลังขึ้นมานิดๆ ประกอบกับเสียงของลูกชายที่พยายามร้องจะเอาอันนี้อยู่ตลอด เขาจึงได้ขอลองใส่เจ้าปลอกคอสีเทาดูบ้าง ซึ่งปรากฏว่ามันก็ดูเข้าท่าอยู่เหมือนกัน

อ๊า! ทาทา...อาววว” ไอศูรย์ชี้นิ้วไปที่สิ่งแปลกปลอมบนคอของมารดา มือเล็กเอื้อมแตะปลอกคอสีเทาแล้วทำตาเป็นประกายวิบวับ นิธานจึงได้แกล้งพูดแซว “จะเอาอันนี้? งั้นนิธานซื้ออันนี้แล้วนะ”

หัวกลมผงกลงมาจังหวะหนึ่ง นิธานจึงถือว่านั่นเป็นคำตอบของลูกชายไปในทันที เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว เขาก็หันไปพูดกับพนักงาน “เปลี่ยนเป็นอันนี้แทนแล้วกัน”

ครับ ผมขออนุญาตถอดอันนี้ออกให้ก่อนนะครับ” พนักงานชายขยับเข้ามาช่วยจัดการสินค้าตัวอย่างให้เช่นเดิม เขาทำการปลดปลอกคอตัวอย่างออก ก่อนจะสวมปลอกคออันเดิมที่เป็นของลูกค้ากลับคืนไปด้วยความเบามือ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็ไม่มีการแตะต้องผิวกายของลูกค้าเลยแม้แต่นิดเดียว “รบกวนรอสักครู่นะครับ ผมจะไปหยิบชิ้นใหม่ในสต๊อกมาให้”

เดี๋ยวก่อนนะคุณ” นิธานรีบเรียกพนักงานไว้พลางชี้ไปที่ตู้กระจกอีกครั้ง “ขอดูอันสีชมพูนั่นอีกอันได้ไหม รู้สึกลูกเราจะชอบเหลือเกิน”

ได้สิครับ” ชายที่เดินไปได้สามสี่ก้าวแล้วรีบหมุนตัวกลับมา เขาเปิดตู้และหยิบสินค้าชิ้นที่ลูกค้าต้องการออกมาอย่างรวดเร็ว ปากก็อธิบายไปด้วย “ตัวนี้เป็นหนังจระเข้นะครับ ระบบล็อกจะมีชั้นเดียวเหมือน Lavi ที่ลูกค้าลองไปอันแรก”

นิธานยื่นมือข้างที่ว่างไปรับของที่ลูกชายหมายตามาพิจารณาดู ตาเหลือบตามองราคาแวบหนึ่ง ก่อนจะส่งมันเข้าไปใกล้ๆ ไอศูรย์ “สนใจอันนี้ใช่ไหม เดี๋ยวนิธานซื้อให้ ทีนี้จะเอาไปนอนกอดนอนฟัดก็แล้วแต่เราเลย เอาไหมลูก”

แน่นอนว่าไอศูรย์ก็รีบทำตาวาวทันที ริมฝีปากจิ้มลิ้มห่อเข้าหากันเป็นรูปตัวโอ อู้วว~


แหมๆ พาลูกมาเลือกปลอกคอแต่เด็กเลยหรือคะ แต่ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก็ดีค่ะ โตมาจะได้ไม่มั่วเหมือนแม่”


ระหว่างที่นิธานกำลังคุยกับลูกอยู่นั้น ในร้านก็มีเสียงแหลมๆ ฟังแล้วแสบแก้วหูของใครสักคนก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ส่งผลให้ทั้งเขา พนักงาน รวมไปถึงสตีฟที่ยืนอยู่ใกล้กันต่างหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว ก่อนจะพบว่าผู้พูดนั้นเป็นหญิงสาวรูปร่างแบบบางคนหนึ่ง หล่อนไว้ผมสีดำยาวประมาณหัวไหล่ สวมชุดเดรสสีหวาน ทว่าหน้าตากลับกำลังบิดเบี้ยวได้ที่เลยเชียว

เอ...นั่นใช่คนที่ลัลลนาหรือเปล่านะ? หน้าคุ้นๆ เมื่อได้เห็นหญิงสาวเต็มตา นิธานก็นึกสงสัยขึ้นมาในใจ

ส่วนเรื่องที่ว่าลัลลนาที่เขาว่าเป็นใครน่ะหรือ? เธอก็คือภรรยาของอัลฟ่าคนหนึ่งที่เคยพังประตูห้องพักบนผับเข้ามาเริงร่ากับนิธานคนก่อน ตอนที่ฝ่ายนั้นกำลังฮีทอยู่อย่างไรล่ะ

พอมองดีๆ ก็สรุปว่าใช่จริงๆ แฮะ เฮ้อ! เจอกันจนได้สิน่า คนถูกกล่าวหาว่ามั่วส่งสายตาเรียกสตีฟให้มารับตัวไอศูรย์ไป จากนั้นจึงค่อยหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว

นิธานยกขึ้นกอดอกทำสีหน้าเรียบเฉย วินาทีต่อมาเขาก็จัดการพูดตอกกลับไปด้วยเสียงที่ราบเรียบ “อ้อ! นึกว่าใคร คุณลัลลนานี่เอง มาซื้อกระเป๋าหรือ? คือว่าเราน่ะมาซื้อปลอกคอ แต่ดูท่าคุณน่าจะซื้อโซ่มากกว่ากระเป๋านะ เอาไว้ล่ามสามีตัวเองหน่อยเป็นไง? เมื่ออาทิตย์ก่อนยังเห็นนิตยสารหัวใหญ่ลงรูปเขาควงสาวเข้าโรงแรมอยู่เลยนี่นา”

ฝ่าย ลัลลนา ที่ไม่คิดว่าจะถูกคนที่เกลียดตอกกลับมาด้วยความจริงที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้รู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก หล่อนถลึงตาใส่คนตรงหน้าอย่างดุดัน “ท่านอัลวิน!”

ไม่นาน ธนิศ ที่ยังคงมีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากที่ตอนนิธานคนเก่าเคยพบครั้งล่าสุดก็เดินตามหลังมา กระทั่งเห็นว่ามีใครอยู่ในร้านด้วย ชายหนุ่มก็รีบเดินเข้ามาหาภรรยาของตนแล้วส่งเสียงห้ามปรามทันที คุณลัน! อย่าน่า นี่มันในร้านขายของนะ จะเสียงดังไปทำไมกัน” พูดจบก็หันมาทางนิธาน “สวัสดีครับท่านอัลวิน”

อืม” นิธานพยักหน้ารับ ไม่คิดสอดมือเข้าไปยุ่งเรื่องผัวเมียแต่อย่างใด

คุณก็พูดได้นี่ หรือว่ายังมีเยื่อใยให้มันคะ!?” สาวในชุดสีหวานยังคงโวยวายต่อเนื่อง ซึ่งคำพูดของเธอก็ทำให้นิธานอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน

ลัลลนาและธนิศคือคู่สามีภรรยาชาวไทยที่เดินทางมาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ แล้วก็มาพบรักกัน นิธานคนเก่ารู้จักสองคนนี้ตั้งแต่ตอนที่เรียนปริญญาตรีชั้นปีสุดท้าย ด้วยบังเอิญเจอธนิศในผับและฝ่ายนั้นก็ดันเข้ามาก้อร่อก้อติกพอดี ซึ่งกว่าจะรู้ว่าอีกฝ้ายมีแฟนสาวที่เป็นเบต้าอยู่แล้ว นิธานคนนั้นก็เผลอเล่นด้วยไปหลายครั้ง เมื่อถึงคราวความจริงเปิดเผยจึงเริ่มถอยห่างออกมา ทว่าตราบใดที่ยังคงไปนั่งที่คลับหรือผับเดิมๆ ที่พวกเขาเคยไปด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เหมือนน้ำมันที่อยู่ใกล้ไฟ เจอกันทีไรก็ยากจะดับได้ทุกที

กระทั่งในคืนหนึ่งที่นิธานเกิดอาการฮีทขึ้นมา คนคนนั้นพยายามประคองสติของตัวเองและรีบเดินกลับขึ้นไปที่ห้องพักบนชั้นสอง ขณะที่ใกล้จะปิดประตูห้องได้อยู่แล้ว จู่ๆ ธนิศที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ก็พุ่งเข้ามาขวางเอาไว้ ขัดขืนกันไปรั้งกันมา สุดท้ายประตูห้องพักที่เคยปกติดีก็พังคามืออัลฟ่าผู้กำลังรัทสุดๆ หลังจากนั้นเรื่องราวก็เป็นไปตามที่เขาเคยเห็นในความทรงจำ ลัลลนาตามหาแฟนหนุ่มจนเจอ หล่อนด่าทอนิธาน แล้วก็ถูกธนิศลากตัวกลับบ้านไป

รู้สึกว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เจอก็คงจะเป็นตอนที่ทั้งคู่เข้าพิธีวิวาห์ล่ะมั้ง นิธานคิด

พ่อหนุ่มธนิศนั่นก็ช่างกล้าเชิญกิ๊กเก่าไปร่วมงานได้ แต่ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือนิธานคนเก่า ในเมื่อเจ้าบ่าวกล้าเชิญมาก็กล้าไป สุดท้ายงานแต่งก็เกือบล้ม เพราะอิทธิฤทธิ์ของหนึ่งเจ้าสาวและหนึ่งโอเมก้าคู่ขาเก่า...

มันไม่ใช่อย่างนั้น แต่นี่มันที่สาธารณะ คุณไม่ควรโวยวายอย่างนี้ไงลัน มีมารยาทหน่อยสิ” ธนิศพยายามพูดกับภรรยาดีๆ ทว่าอีกคนก็ไม่ฟัง

เอ๊ะ! คุณธนิศ!!”

“เออ! งั้นก็แล้วแต่คุณเถอะ!” หากพอถูกโวยวายหนักเข้า ผู้เป็นสามีก็ชักจะไม่อยากทนต่อ เขาจึงกระแทกเสียงใส่ภรรยาอย่างหงุดหงิด “ผมจะขี้เกียจยุ่งด้วยแล้ว ซื้อของเสร็จเมื่อไหร่ค่อยโทรเรียกผมแล้วกัน!” ก่อนจะเร่งเดินออกจากร้านไปโดยไม่เหลียวกลับมา ทิ้งให้เบต้าสาวส่งเสียงร้องกรี๊ดตามหลังอย่างเอาแต่ใจ

คุณธนิศ นี่คุณกล้าทิ้งฉันหรือ!” ร่างบอบบางกระทืบเท้าเร้าๆ ด้วยความโกรธ กระทั่งธนิศเดินหายลับตาไปแล้ว หล่อนจึงได้หันกลับมาตะคอกใส่นิธานเสียงดัง “เพราะท่านคนเดียว! เขาถึงได้ทิ้งฉันไป!”

ฝ่ายถูกว่าหน้าตาเหลอหลาขึ้นมาทันที “บ้า! เพราะเราอะไรที่ไหน เพราะตัวคุณเองนั่นแหละ!”

ท่านอัลวิน!”

โอ๊ยหนวกหู! ไม่เห็นหรือว่าคนอื่นในร้านเขาอยู่กันเงียบๆ การศึกษามันไม่สูงพอที่จะทำให้คุณเข้าใจว่ามารยาทที่ดีมันเป็นอย่างไร คนบ้าอะไรเสียงแหลมยิ่งกว่าหวูดรถไฟอีก แสบแก้วหูชะมัด...” นิธานว่าแล้วก็ยกนิ้วขึ้นอุดหู เขาหันมาส่งปลอกคอในมือให้กับคุณพนักงานที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างๆ พลางเอ่ย “เราเพิ่มปลอกคออันนี้ด้วยนะ คุณมีอะไรจะไปจัดการก็รีบไปเถอะไป”

ได้ครับ” พนักงานหนุ่มรับปลอกคอตัวอย่างมาเก็บเข้าตู้ กระทั่งล็อกเก็บเรียบร้อยก็รีบเดินกลับเข้าหลังร้านไปทันที ด้วยตนไม่มีนโยบายมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของลูกค้า

นิธานเมินท่าทางราวกับจะกินเลือดกินของลัลลนาไปอย่างรวดเร็ว เขาหันมารับตัวไอศูรย์มาอุ้มไว้ตามเดิม หางตาเหลือบมองผู้หญิงที่สวยแต่รูปแล้วยกยิ้มมุมปาก ก่อนเดินกลับมาหาไอยาที่กำลังมองมาทางนี้อย่างเป็นห่วง ทิ้งให้คนถูกมองเหยียดได้แต่ยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่เพียงลำพัง

แต่ว่าก็ว่าเถอะ นิธานเลิกยุ่งกับลัลลนาไปนานแล้ว แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะยังไม่อยากเลิกอย่างไรชอบกล เธอถึงได้พยายามตามมารังควานกันไม่จบไม่สิ้นแบบนี้

“ใบนี้สวยเนอะคุณไอยา ดูลายสิ...”

ขณะที่เขากำลังชี้ให้ไอยาให้ดูกระเป๋ารุ่นหนึ่ง ลัลลนาก็พลันปราดเข้ามาแย่งกระเป๋าใบนั้นไปถือไว้ แล้วรีบส่งมันให้พนักงานทันที จากนั้นก็หันมากระแทกเสียงใส่พวกเขาว่า “ใบนี้ฉันซื้อแล้วค่ะ!”

แรกทีเดียวนิธานคิดว่าคงเป็นความบังเอิญ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่าไม่ว่าพวกตนจะสนใจสิ่งใด ลัลลนาก็มักจะปราดเข้ามาชิงตัดหน้าไปก่อนเสมอ เจตนากลั่นแกล้งราวกับเด็กไม่รู้จักโตลอยฟุ้ง ชวนให้รู้สึกสงสัยจริงๆ ว่าสมองของเจ้าหล่อนมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะขนาดนิธานคนเก่าที่ว่าร้ายแล้ว รายนั้นยังไม่เคยตามจี้ตามจิกเอาคืนใครแบบนี้เลย ดังนั้นนิธานจึงคิดว่าคงจะได้เวลาหยิบไม้ออกมาตบสั่งสอนสักหน่อยแล้ว เจ้าแมลงน่าตายนี่จะได้ไสหัวไปให้พ้นๆ เสียที

เช่นนั้นเขาจึงรีบก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างกับไอยา

“เอาจริงหรือคะ?”

“จริงสิ ไม่เป็นไรหรอก เชื่อเราเถอะน่า...”

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แม่ก็รู้สึกหมั่นไส้ผู้หญิงคนนี้มานานแล้วเหมือนกัน”

“งั้นก็เป็นอันว่าดีลนะ”

“แน่นอน! ต้องดีลอยู่แล้วค่ะ”

หนึ่งสะใภ้ หนึ่งแม่สามีเฝ้าซุบซิบถึงแผนการแก้เผ็ดลัลลนากันอย่างสนุกสนาน ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นบนมุมปากของทั้งคู่อย่างที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น สองคนลอบหัวเราะให้กันอย่างพอใจ


เมื่อตกลงกับไอยาได้แล้ว นิธานก็เริ่มควงแขนอีกฝ่ายเดินไปทั่วร้าน เขาทำทีเป็นมองของสิ่งโน้นทีสิ่งนี้ทีอย่างสนใจ ก่อนจะเลือกชี้ไปที่เข็มขัดเส้นหนึ่งแล้วพูดชมออกมาดังๆ “โห เข็มขัดนี่สวยจึงคุณแม่”

ขอเพิ่มเข็มขัดเส้นนั้นด้วยค่ะ!”

จากนั้นเหยื่อก็กระโจนเข้าสู่กับดักอย่างง่ายดาย...

ว้าวๆ คุณแม่ดูนี่สิ กระเป๋านี่เหมาะกับคุณดีนะ หนังจระเข้สีสวยเชียว เนี่ย! ใส่กับชุดนี้ก็เข้ากันดีเลย”

แต่แม่ว่าใบนี้สวยกว่าน้า ตรงนี้ฝังเพชรด้วยเห็นไหม” ฝ่ายไอยาเองก็ไม่ได้น้อยหน้า คุณย่ายังสาวจัดการคว้ากระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดใบหนึ่งขึ้นมา แล้วทำหน้าอยากได้สุดๆ “หรือนิธานว่าอย่างไรคะ?”

นั่นสิ ใบนี้ก็ดี...งั้นซื้อใบนี้ไหม?”

ครั้งนี้ลัลลนาที่คอยมองตามทั้งสองคนอยู่นานแล้วก็ไม่พลาดที่จะแย่งชิงของชิ้นนั้นมาเป็นของตัวเองเช่นกัน หล่อนรีบหันขวับไปพูดกับพนักงานที่กำลังเดินตามมาอยู่ คุณพนักงานคะ ฉันเอากระเป๋าใบนั้นด้วยค่ะ!

เห็นดังนั้นนิธานจึงแสร้งหันมาต่อว่าอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ “เอ๊ะ! อะไรกันเนี่ยคุณลัลลนา ใจคอคิดจะชอบอะไรตรงกันทุกอย่างเลยหรือ!?”

หญิงสาวเชิดคอขึ้นสูง “ทำไมคะ? ฉันมีเงินเสียอย่าง จะซื้ออะไรมันก็เรื่องของฉันสิ!”

หึ! งั้นก็เรื่องของคุณเถอะ เราไปทางนั้นกันดีกว่าครับ” นิธานกระแทกเสียงใส่ลัลลนาพลางหันหน้าหนี ทว่าก็แอบก้มลงไปกระซิบกับไอยาเสียงเบา “ไอยา...คุณรู้ใช่ไหมว่าอะไรแพงที่สุด คุณพาเราไปตรงนั้นเลยนะ แล้วเรามาดูกันว่าคนรวยอย่างหล่อนจะมีปัญญาซื้อของหมดนั่นหรือเปล่า”

เดี๋ยวจัดให้ค่ะ คิกๆ” คุณแม่สามีรับคำ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายเดินจูงลูกสะใภ้ไปทั่วร้านแทน ไอยาทำการหลอกล่อแมลงหน้าโง่ตัวน้อยให้บินเข้ากองไฟครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่พูดจริงๆ นะ ขนาดนี้แล้วยังดูไม่ออกอีกหรือว่าพวกเราแกล้งเล่น? โถ ทำไมเป็นคนปัญญาน้อยได้ขนาดนี้ล่ะ หรือพิษรักแรงหึงมันจะบังตาไปหมด? นิธานนึกสงสารปนสมเพชลัลลนาอยู่ในใจ ขนาดพนักงานยังดูออกเลยว่าพวกเขาแกล้งทำ นี่เห็นนะว่าแอบอมยิ้มกันเป็นแถวๆ แต่ทำไมคนถูกแกล้งอย่างลัลลนาไม่ยักรู้สึกตัวสักที

หรือนี่เป็นสกิลพิเศษของพวกตัวประกอบ?

ราวยี่สิบนาทีต่อมา เมื่อเห็นว่าของที่ลัลลนาแย่งตัดหน้าไปนั้นถูกนำไปวางไว้จนเต็มเคาน์เตอร์คิดเงินแล้ว ทั้งนิธานและไอยาก็เลิกเดินวนและพากันกลับไปนั่งรอที่ที่นั่ง ก่อนคนเป็นคุณย่าจะทำทีเป็นเข้าไปถามหากระเป๋าอีกใบ เพื่อถ่วงเวลาให้พนักงานเข้าไปเช็กสต๊อกของ...

แล้วก็รอดูเรื่องสนุกๆ ด้วย

ไอศูรย์คนเก่ง ง่วงนอนหรือยังเอ่ย” เสียงทุ้มทว่าใสกังวานของนิธานเอ่ยถามลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนตาปรืออยู่ในรถเข็น ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการหาวออกมาคำหนึ่งอย่างน่าเอ็นดู “ง่วงแล้วนี่นา ถ้าง่วงก็หลับตาไปเนอะ”

งืมๆ ฮ้าว~” ไอศูรย์หาวหวอด ฝ่ามือเล็กกำรอบนิ้วของนิธานไว้แน่นคล้ายจะไม่ยอมให้อีกฝ่ายจากไปไหน

ครับๆ นิธานอยู่นี่ไง อยู่กับไอศูรย์ตลอดเลย หลับตานะครับ...” มือบางลูบหัวทารกน้อยราวกับจะกล่อม ไม่นานเด็กชายจอมซนจึงได้เริ่มนิ่งไป

ไอยาชะโงกหน้ามาดูหลานสุดที่รัก “หลับแล้วหรือคะ”

อืม แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยนิ้วเราอยู่ดีสิเนี่ย” นิธานว่าติดตลก สายตาเหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังโทรศัพท์ด้วยท่าทางกระวนกระวายได้ที่ เขาจึงแกล้งพูดทักขึ้นมา “อ้าว! นั่นคุณลัลลนายังอยู่อีกหรือนั่น เรานึกว่าคุณกลับไปแล้วเสียอีกนะ”

หากคนถูกทักกลับส่งสายตาชิงชังมาให้ ครู่เดียวหล่อนก็สะบัดหน้าหนีไป ด้วยแรงที่ทำให้นิธานนึกกังวลแทนว่าคอเธอจะหักหรือเปล่า หึ!” ดังนั้นเขาจึงทำเป็นส่งรอยยิ้มไปให้ แล้วกลับมาสนใจลูกชายตามเดิม

ฝ่ายลัลลนา เมื่อเห็นว่าคนที่ตนเกลียดขี้หน้าหันกลับไปดูบุตรชายแล้ว หล่อนก็ลดโทรศัพท์ที่ไร้สัญญาณตอบรับจากปลายสายลงมา นิ้วเรียวกระแทกลงบนปุ่มตัดสายเป็นรอบที่สิบ ทำไมถึงปิดเครื่องนะคุณธนิศ!” ก่อนคนหงุดหงิดจะปรายตามองบรรดาของที่ตนเลือกมาอย่างหนักใจ

พูดกันตามตรงแล้ว ลำพังวงเงินบัตรเครดิตทั้งหมดที่เธอมีน่ะไม่พอซื้อครึ่งหนึ่งของสินค้าทั้งหมดนี้หรอก แต่ถ้าได้บัตรของสามีมาเสริมด้วยก็คงพอก้ำกึ่ง ทว่าดันติดต่อธนิศไม่ได้นี่สิ...

ไหนจะคนพวกนี้อีก! เมื่อไหร่จะไสหัวออกจากร้านสักที จะได้คืนของบางอย่างที่แพงเกินไปให้ร้านเขา! หญิงสาวคิดในใจอย่างอารมณ์เสีย

ลัลลนาเฝ้ารอแล้วรอเล่า กระทั่งเวลาผ่านไปอีกยี่สิบนาที พวกนิธานก็ยังไม่ยอมออกไปจากร้านสักที ทั้งที่กระเป๋าที่ให้พนักงานไปตามหาก็ได้มาแล้ว แทนที่จะคิดเงินไปให้มันจบๆ กลับยังเดินลอยหน้าลอยตาดูของต่ออยู่ได้!

คุณผู้หญิงคะ...” พนักงานคนหนึ่งที่เห็นว่าลัลลนาใช้เวลายืนเฉยมานานพอสมควรแล้ว ตัดสินใจเดินเข้ามาหาหล่อนพลางถามเสียงเบา “คุณผู้หญิงจะชำระเงินเลยไหมคะ”

เอ่อ...” คนถูกถามเริ่มอึกอัก ลัลลนากัดปากตัวเองเหมือนคนคิดไม่ตก หล่อนถามพนักงานกลับไปด้วยเสียงที่แผ่วเบาไม่แพ้กัน “คุณคะ ถ้าฉันจะคืนของบางอย่างตอนนี้...จะได้ไหมคะ?”

“แต่ของตรงนี้คุณผู้หญิงเลือกแล้วนะคะ” ฟังแล้วพนักงานคนนั้นก็ดูจะเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมา แม้ใบหน้าจะยังยิ้มแย้ม แม้วาจาจะยังสุภาพ ทว่ากลับฟังดูไม่นอบน้อมเหมือนเก่าเสียแล้ว “และดิฉันก็เห็นด้วยว่าของบางชิ้น คุณผู้หญิงเลือกที่จะหยิบตัดหน้าคุณลูกค้าทั้งสองท่านที่นั่งอยู่ตรงนั้นมาด้วย เห็นทีคงอยากได้มากทีเดียวใช่ไหมคะ? ที่สำคัญของพวกนี้เหลือสต๊อกเพียงไม่กี่ใบเท่านั้น หากคุณผู้หญิงประสงค์จะมาซื้อวันหลัง ดิฉันเกรงว่าของจะหมดก่อนได้ค่ะ คุณผู้หญิงจะคืนจริงๆ หรือคะ?”

ริจะอวดความร่ำรวยใส่คนอื่น มันก็ต้องดูด้วยสิว่าตัวเองมีเงินมากพอให้อวดอย่างเต็มภาคภูมิหรือเปล่า ไม่ใช่หยิบๆ มาแล้วสุดท้ายก็ต้องคืนของแบบนี้ เฮ้อ! พนักงานหญิงคนนั้นลอบบ่นความหน้าใหญ่แต่ใจมดของลูกค้าในใจ แม้จะรู้ว่าไม่ดีก็เถอะ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ

ลัลลนาหน้าเจื่อน “เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นรอสามี...”

อ้าว! ทำไมยังไม่กลับอีกล่ะ คุณลัลลนา” หลังจากเงี่ยหูฟังความลำบากใจคนอื่นอยู่นาน นิธานก็ทำทีเดินเข้ามาแทรกกลางวงอย่างแนบเนียน เขาหันไปมองของบนเคาน์เตอร์ด้วยสายตาสนอกสนใจ แน่นอนว่าท่าทางเช่นนั้นก็ทำให้ลัลลนารู้สึกหงุดหงิดมาก

จะกลับหรือไม่กลับแล้วคุณจะมายุ่งอะไรกับฉันคะ!”

ก็เปล๊า! เราก็มาดูไงว่าคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เห็นอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานแล้ว” นิธานว่า ก่อนจะทำเป็นยกมือขึ้นปิดปากแล้วพูดออกมาอย่างตกใจ “หรือว่า...คุณจะมีเงินไม่พอจ่าย!?”

เสียงนั้นดังไม่ใช่น้อย ลูกค้าอีกสองสามคนที่ยังคงอยู่ในร้านจึงพากันหันมามองเป็นตาเดียว ใจก็คิดว่านี่ตัวเองกำลังจะเป็นพยานในเหตุการณ์คนตีกันหรือเปล่า ลัลลนาเห็นอย่างนั้นก็ชักร้อนตัวใหญ่แล้ว เปล่าสักหน่อย! ฉันรอคุณธนิศกลับมาต่างหาก”

อ้อ! งั้นหรือ เราก็นึกว่าคุณไม่มีเงินจ่าย จะได้ช่วยซื้อของบางอย่างแทนให้ไงล่ะ เพราะมันมีหลายชิ้นที่เราอยากได้ แต่คุณก็แย่งตัดหน้าไปเฉยเลย”

หึ!” สาวเบต้าก็ยังไม่วายทำหน้าเชิดใส่ “อยากได้มากหรือคะ แน่จริงก็เอามันไปทั้งหมดนี่เลยค่ะ ฉันยกให้ เดี๋ยวไปเลือกเอาใหม่ก็ได้!”

อ้าว! ทำไมยกให้ง่ายจังเลย ก่อนหน้านี้แย่งเราเอาๆ มาตอนนี้ไม่อยากได้แล้ว?” นิธานว่าพลางหรี่ตาลง “หรือว่าคุณจะไม่มีเงินจ่ายจริงๆ”

เอ๊ะ! ฉันบอกว่ามีก็มีสิคะ!” ลัลลนาขึ้นเสียงแหลมปรี๊ดอีกรอบ ไม่มีทางเสียหรอกที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ให้ตัวเองเสียหน้า หล่อนยกมือเท้าเอว ตาจ้องชายหนุ่มแทบถลน “แต่ถ้าท่านอยากได้มากถึงขนาดต้องมายั่วโมโหฉันแบบนี้ละก็ เอามันไปให้หมดเลยค่ะ เอาไปเลย! ฉันไม่เอาแล้ว!”

แน่ใจนะ?” คนมีฐานะสูงกว่าเบต้าสาวหลายขึ้นถามย้ำ คิ้วเรียวได้รูปยักหงึกๆ ดูแล้วกวนประสาทที่สุด

ค่ะ!” หญิงสาวกระแทกเสียงใส่ และด้วยความหงุดหงิดที่มีมากเกินไป เธอจึงแอบพูดกับตัวเองเบาๆ ด้วยภาษาที่ไม่คิดว่าจะมีคนฟังออก “อีโอเมก้าหน้าด้านเอ๊ย! กูบอกว่ายกให้ก็ยกให้สิวะ อีเหี้ยนี่! อยากได้นักก็เอาไปให้หมดเลย ดีเหมือนกัน กูจะได้ไม่ต้องจ่าย! อีสัตว์! 

ฝ่ายนิธานที่ได้ยินภาษาแปลกๆ สุดยาวเหยียดเต็มสองรูหูก็ค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมาทีละนิด เขาชี้นิ้วไปที่บรรดากระเป๋าและเครื่องประดับต่างๆ ที่หญิงตรงหน้าเลือกไว้ทั้งหมด แล้วพูดกับพนักงานคนเดิมด้วยเสียงหวานเจี๊ยบ คุณพนักงาน รบกวนช่วยคิดเงินของพวกนั้นรวมกับของที่พวกเราเลือกไว้ทีนะ”

ได้เลยค่ะ!” ว่าแล้วสาวเจ้าก็ฉีกยิ้มยินดีเป็นอย่างมาก ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ เธอส่งเสียงเรียกเพื่อนร่วมงานอีกสองสามคนให้มาช่วยหยิบของใส่ถุง

นิธานปรายตามองลัลลนาอย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินตามพนักงานไปที่เคาน์เตอร์ด้วย เพื่อคอยกำกับว่าของชิ้นไหนควรจ่ายกับชิ้นไหน จะได้แยกรูดบัตรถูกใบ

เดี๋ยวจ่ายตรงนี้ก่อนสี่ชิ้นนะครับ” พนักงานชายที่เคยบริการนิธานกลับมายืนที่เคาน์เตอร์แล้ว เขาส่งยิ้มให้ลูกค้ากระเป๋าหนัก ก่อนจะทำการแจ้งยอดเงิน “ทั้งหมดเก้าหมื่นสี่พันหกร้อยสามสิบสองยูโรครับ”

นิธานพยักหน้า เขาเปิดกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเลือกดูบัตรเครดิตนับสิบใบของตัวเอง นิ่งคิดชั่วครู่ก่อนจะหยิบบัตรใบหนึ่งที่จำได้ว่ามีวงเงินน้อยที่สุดออกมา “ใช้ใบนี้นะ”

บัตรใบที่หนึ่งรูดผ่านไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นจึงเป็นคิวของสินค้าที่เหลือทั้งหมด “บิลนี้จะมีสินค้าอีกหกชิ้นนะครับ ยอดรวมทั้งหมดหนึ่งแสนแปดหมื่นเก้าร้อยสี่สิบเจ็ดยูโรครับ”

มือเรียวยื่นบัตรอีกใบไปให้ และก็เป็นอีกครั้งที่มันรูดได้สำเร็จ ไม่มีอะไรติดขัดเลยแม้แต่น้อย ส่งผลให้ลัลลนาที่ยืนมองอยู่ถึงกับหน้าเขียวคล้ำ จนเมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว นิธานก็ได้รับถุงกระดาษสามใบใหญ่มาถือไว้ สตีฟที่ยืนมองอยู่จึงรีบปรี่เข้ามารับของทั้งหมดไปถือไว้เองทันที นิธานยิ้มขอบคุณ  “ขอบใจนะสตีฟ คุณถือของไปอย่างเดียวเลยก็ได้ เดี๋ยวเราเข็นรถของไอศูรย์เอง”

รับทราบครับ”

โอเค! เรียบร้อยแล้ว เราก็ไปกันร้านอื่นต่อกันเถอะคุณแม่” เขาว่าพลางหันมาเอ่ยชวนไอยาอย่างจงใจให้ใครบางคนได้ยินด้วย “เราปล่อยให้คุณคนรวยเขาเลือกซื้อของตรงนี้ไปเนอะ อย่าไปกวนเขาเลย มันจะดูไม่มีมารยาท...” พูดจบก็หันมอง ‘คนไม่มีมารยาท’ คนหนึ่งโดยอัตโนมัติ ทำเอาคนถูกมองเช่นนั้นพลันกระทืบเท้าเร้าๆ ตาจ้องมองคนที่เหนือกว่าตนอย่างกินเลือดกินเนื้อ ทว่าก็ไม่อาจทำอะไรได้

ได้สิคะ ลูกสะใภ้”

ถ้าอย่างนั้นเดินนำเลยครับ คุณแม่สามี”

พูดยอกันไปมาคนละประโยค สุดท้ายพวกนิธานก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน

“ฮ่าๆๆ”

อ้อ! จริงสิ” ขณะที่กำลังจะเดินผ่านลัลลนานั่นเอง นิธานก็ส่งเสียงร้องออกมาคำหนึ่งคล้ายจะนึกอะไรขึ้นได้ เขาเรียกไอยาไว้ก่อน “คุณแม่ๆ รบกวนช่วยเข็นรถเข็นให้สักนิดได้ไหม พอดีเรามีเรื่องจะพูดกับคุณลัลลนาเขาสักหน่อยน่ะ”

ได้สิจ๊ะ มาๆ” ไอยาว่าพลางเดินจ้ำๆ เข้ามาหา

ขอบคุณมากครับ” นิธานปล่อยมือออกจากรถเข็น เขาหมุนกายหันไปเผชิญหน้ากับลัลลนา ก่อนจะกล่าววาจาประโยคหนึ่งให้กับคนที่ยังคงยืนกำหมัดนิ่งฟัง


นี่...คุณลัลลนา วันหลังจะด่าใครก็ด่าเป็นภาษาอังกฤษสิ กล้าๆ หน่อย ด่าเป็นภาษาไทยใครเขาจะไปฟังรู้เรื่อง หรือพ่อแม่ลืมให้สมองมาด้วยตอนอยู่ในท้อง?” 


ประโยคภาษาไทยยาวเหยียดที่นิธานพูดออกมา รวมไปถึงสำเนียงที่ชัดถ้อยชัดคำจนชวนให้คิดว่าคนพูดเป็นเจ้าของภาษาเสียเอง ทำให้ลัลลนาหน้าซีดไปถนัดตา หล่อนเบิกตากว้างพลางชี้นิ้วมาที่นิธานอย่างตกตะลึง นะ...นี่คุณ!”


จุ๊ๆ อย่าตกใจไปสิคนสวย” ร่างสูงโปร่งว่า เขาก้าวเข้าไปใกล้หล่อนอีกนิด ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสุดเหี้ยมเกรียม ซึ่งขัดกับใบหน้าที่ยังคงแย้มยิ้มอย่างสิ้นเชิง “คราวหน้าคราวหลังจะอ้าปากด่าใครก็ช่วยดูให้ดีๆ หน่อยนะ ว่าคนที่ถูกด่าเขาฟังภาษาไทยออกหรือเปล่า มันจะได้ไม่โป๊ะเนอะ เข้าใจไหมครับยายคุณหนูตีนแดง?” ริมฝีปากบางแสยะเป็นรอยยิ้มสาแก่ใจ “ตัวเองเป็นผู้ดีเสียเปล่า แต่ไอ้ที่พูดออกมาเมื่อกี้แม่งโคตรสะเหล่อเลยว่ะ คนห่าอะไรเก่งแต่เห่า ไม่มีคนคอยสั่งสอนหรือว่าอย่าดูถูกคนอื่นให้มากนัก เหี้ย! กากฉิบหาย!


พูดจบนิธานก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่ลัลลนาอย่างไม่รู้สึกผิด ก่อนหันหลังเดินกลับไปหาคนในบ้านตัวเองก็ไม่ลืมที่จะทิ้งสายตาดูถูกเหยียดหยามไว้ให้ จากนั้นก็พากันเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทางเบิกบาน ทิ้งให้ลัลลนาที่ถูกด่าย้อนจนหน้าชาได้แต่ร้องกรี๊ดๆ แบบไม่ห่วงภาพพจน์อยู่เบื้องหลัง จนผู้จัดการร้านต้องตัดสินใจเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาเชิญให้อีกฝ่ายออกจากร้านไปอย่างสุภาพ ซึ่งภายหลังลัลลนาก็ถูกปฏิเสธการขายจากพนักงานทั้งหมดในร้านนี้ไปอย่างไม่รู้ตัว

เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปล่อยให้ลูกค้าคนนี้ไปอาละวาดใส่คนอื่นเหมือนอย่างที่เคยทำ โดยที่ในร่างกายมีสินค้าของทางร้านประดับอยู่ด้วยละก็ ภาพลักษณ์ของสินค้าคงเสียหายแย่

อารมณ์ดีเชียวนะคะนิธาน”

พอเดินออกมาได้ไกลพอสมควรแล้ว ไอยาก็เอ่ยแซวคนที่กำลังฮัมเพลงอะไรสักอย่างด้วยท่าทางอารมณ์ดีมาก ซึ่งฝ่ายคนถูกแซวเองก็หันมายิ้มให้หล่อนแล้วเข็นรถเข็นต่อไป

ก็คนมันอารมณ์ดีนี่นา...”

ค่าๆ อารมณ์ดีก็อารมณ์ดี แม่เข้าใจแล้วค่ะ” คนอายุมากกว่ารู้สึกอ่อนใจ หากยังไม่วายถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็นอีกครั้ง “ว่าแต่เมื่อกี้นิธานพูดอะไรหรือคะ ฟังดูเหมือนเป็นภาษาอะไรสักอย่าง แม่หนูนั่นถึงได้ยืนอึ้งไปเลย หน้าตานี่ก็ซีดเชียว”

สิ้นคำถาม นิธานก็หันมาขยิบตาข้างหนึ่งให้กับไอยา ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดๆ


ความลับ...”


==========


“สองใบนี้ของคุณ”

เมื่อกลับมาถึงบ้าน นิธานก็จัดการเปิดถุงชอปปิ้งที่พากันไปขนซื้อมาดูทีละถุง ก่อนจะทำการแยกของออก แล้วส่งกระเป๋าสองใบไปให้ไอยา

ไอยารับกระเป๋าทั้งสองใบที่เธอเลือกด้วยตัวเองมาถือไว้ ใบหน้าที่เด็กกว่าอายุจริงดูจะมีความกังวลปนอยู่ไม่น้อย ขณะเอ่ยพูดกับคนที่นั่งข้างๆ กัน “ค่ากระเป๋าสองใบนี้...เดี๋ยวแม่จะให้คนรีบเคลียร์ให้นะจ๊ะ”

นิธานเงยหน้าขึ้นมาจากบรรดาถุงกระดาษอยู่รอบกาย เขามองคนพูด ก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหัวเบาๆ “ไม่ต้องหรอก คุณเอาไปเถอะ คิดเสียว่าเราซื้อให้แล้วกัน”

“แต่ว่านี่เป็นของที่แม่อยากได้เอง จะให้นิธานซื้อให้ได้อย่างไรกันคะ” ไอยาแย้ง “ไม่เหมาะสมเลยค่ะ ไม่เหมาะๆ”

“แค่กระเป๋าสองใบเองน่า ไม่เป็นไรหรอก” นิธานย้ำคำเดิมอีกครั้ง สีหน้าดูสบายๆ ไร้ความกังวลมาก “เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร คุณรับไปเถอะ อย่าคิดมากเลย”

“แต่...” คำปฏิเสธที่เตรียมไว้ถูกสายตาดุๆ ของนิธานกดดันจนไม่อาจพูดออกมาได้ ไอยาลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจ แล้วยอมรับน้ำใจของลูกสะใภ้เอาไว้ด้วยสีหน้างอนๆ “แหม ไม่เห็นต้องดุกันขนาดนี้เลยค่ะ ถ้าแม่ไม่รับก็จะเสียน้ำใจของนิธานใช่ไหมล่ะ? ถ้าอย่างนั้นแม่รับก็ได้” พูดพลางก้มลงมองกระเป๋าของตัวเองอีกครั้ง จากนั้นจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมาส่งรอยยิ้มให้นิธานอย่างจริงใจ “ขอบคุณนะคะนิธาน”

“ยินดีมากก” นิธานลากเสียงยาวแล้วหลุดหัวเราะออกมา “ก็อย่างที่ว่าไปนั่นแหละ ของแค่สองหมื่นกว่าเอง ไม่ต้องเกรงใจกันหรอก ที่จริงเราต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่คุณให้ความร่วมมือดีมาก เพราะงั้นคุณคนรวยเขาถึงไม่มีเงินจ่ายค่าของไง คิก...”

อา...ความรู้สึกตอนที่เศรษฐีเขาพูดว่า ‘ของแค่นี้เอง’ มันเป็นอย่างนี้เองสินะ ความรวยนี่มันช่างดีแท้เน้อ~

ในใจของนิธานนั้นดูจะนิพพานไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เขาเลยนั่งยิ้มเหมือนคนบ้า

ฝ่ายไอยาพอคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะขำ “นั่นสิคะ ไม่รู้ว่าพอเราออกมาแล้ว เธอจะทำอย่างไรต่อ ถูกเปิดโปงว่าไม่มีเงินต่อหน้าลูกค้าคนอื่นอย่างนั้นน่ะ”

“หึ! นั่นก็เป็นเรื่องของเขา แต่เราว่าคงจะดูไม่จืดเลยเชียวล่ะ” คนเจ้าแผนการยักไหล่ไม่สนใจ ระหว่างนั้นก็ค้นเจอกล่องปลอกคอของเจ้าลูกชายตัวป่วนเข้าพอดี “อ้อ! นี่ไงของไอศูรย์...”

มือหยิบปลอกคอหนังจระเข้สีชมพูสุดหวานแหววขึ้นมา เขามองมันด้วยสีหน้าปั้นยาก ท่าทางจนใจอย่างบอกไม่ถูก ส่วนคนที่อยากได้มันนักหนานั้น ตอนนี้กลับกำลังหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟา

ไม่รู้ว่าเหนื่อยหรือไง พอขึ้นรถมาได้ไอศูรย์ก็หลับปุ๋ย นอนกลางวันยาวมาจนถึงตอนนี้เลย

“เราว่าควรหาทางเอาไอ้นี่ออก” นิธานว่าพลางชี้ไปที่หน้าจอดิจิตอลที่ถูกฝังซ่อนอยู่ในปลอกคอ โดยมีแผ่นหนังปิดทับเอาไว้อีกชั้นเพื่อไม่ให้เกะกะสายตา “ถ้าไอศูรย์อมตรงนี้เข้าไปด้วยล่ะยุ่งแน่”

“จริงด้วยสิคะ แต่เดี๋ยวให้คนเอาไปจัดการให้ก็ได้ค่ะ” ไอยาเสนอ “แล้วของที่เหลือนี่ล่ะคะ”

“ไม่รู้สิ คุณชอบอะไรอีกไหมล่ะ อยากได้ก็เอาไปเลย”

“อึ่ย ไม่เอาแล้วค่ะ” ไอยารีบปฏิเสธจนมือไม้พันกันไปหมด “แค่กระเป๋าสองใบนี่ก็เกรงใจจะแย่แล้วนะคะ”

“โธ่ บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร” นิธานว่าพลางโบกมือหยอยๆ คล้ายจะบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆ ดังว่า เสร็จแล้วก็ดันกองของใช้ที่ซื้อมาไปตรงหน้าแม่สามี แล้วเอ่ยคะยั้นคะยอ “ไหนล่ะ ชอบชิ้นไหนอีกไหม หยิบไปเลยๆ” เจ้าตัวยิ้มแป้น ท่าทางดูเป็นคนน้ำใจกว้างขวางราวกับมหาสมุทรเสียเหลือเกิน

“เอ่อ...” เจอความช่างตื๊อของสะใภ้ ไอยาก็ลังเลอยู่พักใหญ่ ที่สุดจึงยอมเลือกกระเป๋าสตางค์เพิ่มไปอีกใบอย่างเสียไม่ได้ “งั้นแม่ขอกระเป๋าสตางค์ใบนี้อีกใบแล้วกันนะคะ”

“ได้” คนออกเงินซื้อของมาว่าเสียงใสเขาหยิบกล่องใส่กระเป๋าสตางค์สุดหรูยื่นให้อีกฝ่ายไปอย่างไม่คิดเสียดาย

“ขอบคุณค่ะ”

“โอเค ส่วนที่เหลือนี่ก็...” นิธานกวาดตามองกระเป๋าสะพายสำหรับสตรีหนึ่งใบ เข็มกลัดสองชิ้น เนกไทหนึ่งเส้น และกระเป๋าสตางค์อีกหนึ่งใบอยู่ครู่หนึ่ง พลางคิดว่าจะเอาอย่างไรกับของพวกนี้ต่อดี

ถ้าเป็นนิธานคนก่อนคงตัดปัญหาด้วยการโยนให้เพื่อนเอาไปใช้แทนแล้ว แต่เขาดันสะบัดบ๊อบใส่คนพวกนั้นไปแล้วนี่สิ ขนาดบางคนส่งข้อความส่วนตัวมาตัดพ้อแกมต่อว่าเรื่องที่อันฟอลโลว์คนไปเป็นร้อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ผับบาร์ที่เป็นแหล่งสังสรรค์ของก๊วนหิวเงินพวกนั้นก็ไม่เคยเหยียบไปอีก ไม่รู้ป่านนี้จะกอดคอสุมหัวร้องไห้กันไปหรือยังที่ถูกเขาเทยกหมู่ หรืออาจจะกำลังดื่มฉลองที่เขาจากมาเสียได้ก็สุดจะรู้

พูดง่ายๆ ว่าตอนนี้นิธานไม่มีทางเอาของราคาแพงพวกนี้ไปให้เพื่อนที่ไม่ได้เรื่องพวกนั้นหรอก

แล้วที่นี้จะเอาไปให้ใครดีนะ?

ยกให้อามันต์เอาไปใช้เป็นของขวัญวันเกิดเหล่าคุณหญิงคุณนายดีไหม ไหนๆ ฝ่ายนั้นก็ได้ไปงานเลี้ยงอะไรทำนองนี้บ่อยๆ อยู่แล้ว

หรือยกให้คุณน้องสาวที่บ้านดี แต่จำได้ว่าตัวเองคนเก่าเขม่นกับน้องๆ ไม่น้อยนี่นา

หรือจะเอาไปขายมือสอง ถอนทุนคืนกลับมาสักหน่อย?


นิธานขมวดคิ้วขณะคุยกับตัวเองในหัว กระทั่งในที่สุดก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เขาจึงถอนหายใจออกมาแล้วเลือกหนทางที่ดูไร้ความรับผิดชอบที่สุดแทน


“เอาเถอะ...ไว้ค่อยคิดวันหลังแล้วกัน”



-TBC-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.594K ครั้ง

243 ความคิดเห็น

  1. #15446 navinavy (@Sandsand10) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:47
    คนรวยนี่มันดีจริงๆ
    #15446
    0
  2. #15392 MManatsawan (@MManatsawan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 00:01
    น้องแซ่บมากเวอร์
    #15392
    0
  3. #15328 로즈애플 (@got7poo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 17:44
    ไรท์เปิดเถอะน้าาาา
    #15328
    0
  4. #15296 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 21:11
    5555 น่าสงสาร คนอดกินผัดกระเพรา
    #15296
    0
  5. #15247 punngirigiri (@punngirigiri) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 09:05
    หูยย อยากกินผัดกระเพราขึ้นมาเลย
    #15247
    0
  6. #15114 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 12:39
    น้องงงงง55555555555
    #15114
    0
  7. #14440 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 00:59
    คงทรมานแย่กินแบบนี้มาตลอด แต่ความอยากชนะทุกสิ่ง!!!
    #14440
    0
  8. #14286 theskyandsea (@thesky13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 00:01
    นิธานทำไมน่ารักอย่างนี้ เอ็นดูหนูจะกินผัดกะเพรา
    #14286
    0
  9. #14285 theskyandsea (@thesky13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 00:01
    นิธานทำไมน่ารักอย่างนี้ เอ็นดูหนูจะกิยผัดกะเพรา
    #14285
    0
  10. #14082 kksssp (@kksssp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:03
    เอ็นดูน้องอ่ะ 555555
    #14082
    0
  11. #13865 nattanan_26 (@nattanan_26) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 07:34
    ชอบตอนนี้มากผัดกะเพรา5555
    #13865
    0
  12. #13679 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 09:49
    วงวารรร
    #13679
    0
  13. #13460 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 11:10
    น้องงง55555555 มีกล้องอีกมั้ยล่ะนั้น5555555
    #13460
    0
  14. #13270 kandaa555 (@kandaa555) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:44
    555 ลืมตัวไง
    #13270
    0
  15. #12725 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:04
    ลืมตัวรึไงนิธาน
    #12725
    0
  16. #12704 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:34
    ตลกน้องอะ ละตอนทำนี้ฟีลมาแบบเชฟกระทะเหล็กมากแล้วดูตอนกินดิ555
    #12704
    0
  17. #12650 RealThxnB (@RealThxnB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 20:46
    5555555555 เอ็นดูวเน้อออ
    #12650
    0
  18. #12614 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 15:10
    5555666655555 แซ่บเว่ออออ
    #12614
    0
  19. #12566 hanatsuki33 (@hanatsuki33) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 22:49
    555+แต่ก้อกินหมด
    #12566
    0
  20. #12346 ploy0_02 (@Ploy0_0) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 17:33
    มีพิมพ์ผิด ตรงพ่อบ้านเรียกว่าท่านนิทานค่ะ
    #12346
    0
  21. #12190 MuuKaew (@MuuKaew) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 05:31
    นึกว่าจะกินอย่างเอร็ดอร่อยที่ไหนได้...5555
    #12190
    0
  22. #12185 noonookjang (@noonookjang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 04:00
    อ่านช่วงแรกก็ทำให้หิว อยากลุกมาทำผัดกะเพรากิน แต่อ่านมาถึงบรรทัดสุดท้าย.... ขอสกรีมด้วยเสียงหัวเราะ

    555555555555555555
    #12185
    0
  23. #12087 BewtyKAWAI (@BewtyKAWAI) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 16:04
    ต่อไปทำลาบเลย 555
    #12087
    0
  24. #11386 Yoru1889 (@Yoru1889) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 01:57
    ชอบตอนนี้สุด ผัดกระเพรา
    #11386
    0
  25. #11285 Paper S (@buioscuro) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 19:13
    นิธานดีดมาก 55555 หนูลดอายุหรอลูกกกก
    #11285
    0