กรรมสิทธิ์ซาตาน (e-book)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 : 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    16 พ.ค. 62



                รุ่งเช้า... เอมิกาทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับสุนิสาคือพาไปสวนผักออแกนิก คิดว่าเด็กสาวจะตื่นไม่ไหวเสียแล้วเพราะเมื่อคืนหลังจากที่คุณรัตนากับป้าทิพย์ขอไปนอนก่อน พอเหลือกันอยู่สามคนชาญวิทย์ก็หยิบกีต้าร์ขึ้นมาดีดสุนิสาเป็นนักร้องส่วนเอมิกาก็ทำหน้าที่ทั้งร้องแล้วก็เคาะกระป๋องให้จังหวะกว่าจะเลิกปาร์ตี้บาร์บีคิวก็เกือบจะเที่ยงคืน

                ที่ว่ามาพักผ่อนก็เห็นจะมีคุณรัตนาที่ได้พักผ่อนจริงๆ เพราะเมื่อวานตอนบ่ายท่านเอาหนังสือธรรมมะไปอ่านที่ศาลาท่าน้ำ มีป้าสายทิพย์ที่เห็นจะคุยกันถูกคออยู่เป็นเพื่อน ในขณะที่สุนิสาถูกเจ้าของบ้านสาวจัดกิจกรรมให้แบบเต็มเอี๊ยด ตั้งแต่ไปเดินซื้อของที่ตลาดนัด กลับมาก็ชวนไปสวนผลไม้ เย็นก็ชวนกันจัดสถานที่ปาร์ตี้บาร์บีคิว และเพราะสุนิสาขอนอนด้วยจึงต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าพร้อมกันกับเธออีก

                “ทำไมที่ดินตรงนั้นพี่เอมถึงไม่ปลูกต้นอะไรเลยล่ะคะ” สุนิสาถามหลังจากที่เอมิกาอธิบายให้ฟังว่าผักที่ปลูกไว้มีผักอะไรบ้าง ซึ่งก็มีทั้งคะน้า ผักกาดหอม ถั่วฝักยาว มะเขือเทศราชินี

                “ผักที่เราปลูกแต่ละชนิดมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ไม่เหมือนกัน อย่างผักคะน้าเราจะตัดทีเดียวเป็นหน้าไปหมดชุดก็หมดเลย  ส่วนผักกาดหอมก็จะตัดได้สองครั้ง ครั้งแรกเราจะเลือกตัดต้นที่สมบูรณ์ก่อนเก็บต้นที่ยังโตไม่เต็มที่ไว้ตัดอีกรอบ แต่อย่างถั่วฝักยาวกับมะเขือเทศมีอายุการเก็บเกี่ยวที่ค่อนข้างนานกว่า เราจะเก็บผลผลิตได้เรื่อยๆ จนกว่าต้นมันจะโทรมไม่สามรถออกผลได้อีกเราถึงจะตัดต้นทิ้งแล้วก็ปลูกใหม่ แต่ก็ต้องรอปรับดินอย่างที่แซนดี้เห็นก่อนถึงจะปลูกใหม่ได้ ทำแบบนี้ผักของเราก็จะได้ไม่ขาดช่วง”

                “พี่เอมนี่เก่งสุดยอดไปเลยค่ะ” สุนิสาฟังจบก็ร้องบอกอย่างตื่นเต้นแล้วก็ออกอาการปลื้ม

                “ไม่หรอกแซนดี้ คนเราไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่องหรอกนะ พี่ก็รู้ในสิ่งที่พี่คลุกคลีและศึกษามา แต่ถ้าให้พี่ไปทำในสิ่งที่พี่ไม่รู้หรือไม่ถนัดพี่ก็ทำไม่ได้เหมือนกัน”

                “โอเคค่ะ ถ้างั้นแซนดี้พูดใหม่ พี่เอมนี่เก่งเรื่องการเกษตรสุดๆไปเลยนะคะ”

“ถ้าชมแบบนี้พี่ก็ไม่ขอปฏิเสธ ยินดีน้อมรับ ขอบใจมากนะจ๊ะสาวน้อย” หญิงสาวบอกยิ้มๆ พลางยักคิ้วทะเล้นให้เด็กสาว จากนั้นก็ชวนกันเดินกลับบ้าน เดินมาจนสุดสวนผักสุนิสาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าสงสาร

“แซนดี้ชอบที่นี่จังค่ะ เสียดายเดี๋ยวก็ต้องกลับกรุงเทพแล้ว กลับไปแซนดี้จะต้องคิดถึงพี่เอม พี่เป้ แล้วก็ป้าทิพย์มากๆแน่เลย”

                “งั้นแซนดี้ก็ชวนคุณย่าอยู่ต่ออีกวันสองวันสิแล้วค่อยกลับ” เอมิกาแนะ

                “ไม่ได้หรอกค่ะพรุ่งนี้แซนดี้ต้องไปวิปัสสนากับคุณทวด” เด็กสาวบอก

                เอมิกาได้ฟังแบบนั้นก็ยิ้ม สุนิสาเป็นเด็กสาวที่สดใสร่าเริงช่างซักช่างถาม ตอนที่พูดถึงการไปวิปัสสนาก็ไม่เห็นว่าจะมีทีท่าไม่อยากไปให้เห็นแม้แต่น้อย หากเป็นเด็กวัยเดียวกันคงหาได้น้อยนักที่จะเข้าวัดเข้าวาไปนั่งวิปัสสนา

                “แล้วไปวิปัสสนาแซนดี้ไม่เบื่อเหรอ”

                “แรกๆก็มีบ้างแต่คุณแม่บอกว่าถ้ามาเมืองไทยจะต้องยอมให้คุณทวดพาไปวิปัสสนาอย่างน้อยหนึ่งวัน มันเป็นข้อตกลงของคุณแม่ คุณทวด แล้วก็แซนดี้ค่ะ ถ้าอยากจะมาแซนดี้ก็ต้องยอม คุณทวดยังบอกอีกว่าแซนดี้จะได้บุญแล้วก็ฝึกความอดทนด้วย”

                “คุณแม่กับคุณทวดของแซนดี้เป็นคนดีจังนะ” แม้จะไม่รู้จักมารดาของสุนิสา แต่เอมิกาก็คิดว่าหากสอนลูกได้แบบนี้เธอคงจะเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

                “คุณพ่อของแซนดี้ก็เป็นคนดีค่ะ” บอกจบสาวน้อยก็ทำท่าคิดสักพักก็บอกออกมาอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “จะมีก็แต่น้าเผด็จ ที่ดูจะไม่ค่อยเป็นคนดีสักเท่าไหร่”

                หญิงสาวฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ...

“ทำไมล่ะ น้าของแซนดี้เขาเป็นยังไงถึงบอกว่าเขาเป็นคนไม่ดี”

                “แซนดี้ไม่ชอบเวลาที่น้าวินควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แล้วก็ชอบบังคับแซนดี้เลยเรียกน้าเผด็จซะเลย อย่างวันก่อนแซนดี้อยากกินข้าวมันไก่ร้านที่อยู่ข้างถนน น้าเผด็จก็ไม่ให้กินบอกว่าไม่สะอาด แต่นอกนั้นดีหมดนะคะ หล่อ รวย เก่ง นี่ถ้าน้าของแซนดี้ไม่เจ้าชู้แล้วก็ชอบทำให้ผู้หญิงเสียใจนะแซนดี้ยุให้จีบพี่เอมไปแล้ว”

                เอมิกายิ้มน้อยๆ นึกขอบใจสาวน้อยที่ไม่ทำแบบนั้น เพราะหากสุนิสายุน้าชายให้มาจีบจริง เธอก็ไม่ขอรับเหมือนกัน เท่าที่ฟังน้าชายของสุนิสาคงจะเจ้าชู้ไม่น้อย ผู้ชายเจ้าชู้ก็คือคนเห็นแก่ตัวเรื่องอะไรจะเอาชีวิตอันสงบมาทุกข์ใจ ขึ้นชื่อว่าผู้ชายเจ้าชู้จะไปรักใครจริง ผู้หญิงที่ไหนไปหลงรักสุดท้ายก็ต้องเสียใจอยู่ดี ผู้หญิงสมัยนี้ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้เก่งกว่าผู้ชายบางคนเสียด้วยซ้ำไป แล้วทำไมจะต้องไปพึ่งพาพวกผู้ชายด้วย...

แต่เดี๋ยวนะ... เธอคิดยาวไปหรือเปล่าเอมิกา ใช่ว่าหลานสาวยุแล้วน้าชายที่พูดถึงนั่นเขาจะมาจีบเธอจริงอย่างนั้นแหละ ชักจะเพ้อไปกันใหญ่

สองสาวต่างวัยเดินคุยกันมาเรื่อยๆจนถึงบ้าน มาถึงก็ถูกป้าสายทิพย์เรียกไปกินมื้อเช้า จากนั้นคุณรัตนาก็บอกกับสุนิสาว่าถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว

                สุดท้ายคุณรัตนาก็ไม่ยอมรับเงินที่เธอตั้งใจเอาไว้ว่าจะจ่ายคืนให้ท่านบางส่วน แถมท่านยังจะคืนโฉนดให้อีก แล้วใครจะกล้ารับในเมื่อท่านก็แสนจะดีกับครอบครัวเธอถึงเพียงนี้

                ก่อนที่ท่านจะขึ้นรถท่านก็ยังบอกกับเธออีกว่าไม่ต้องเป็นกังวลกับเงินจำนวนนั้น เงินทองเป็นของนอกกายตายไปก็เอาไปด้วยไม่ได้ อย่าไปเอามาคิดจนทำให้ชีวิตไม่มีความสุขเพราะท่านไม่ได้เร่งรัด มีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาคืน หรือหากยังไม่มีก็ไม่ต้องขวนขวายหามาคืนจนตัวเองต้องลำบาก และท่านยังทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีอีกว่า

                “หลานชายย่ามันรวย เงินแค่นี้มันไม่สนใจหรอกว่าย่าเอาไปทำอะไร” น้ำเสียงของท่านไม่ได้ต้องการจะอวดรวย แต่ฟังดูเหมือนต้องการประชดหลานชายที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้มากกว่า แล้วคุณรัตนาจะรู้ไหมว่าประโยคที่ท่านพูดประชดขำๆนั้นทำให้เอมิกาคิดมากอยู่ไม่น้อย ฟังยังไงก็เหมือนกับว่าเจ้าของเงินตัวจริงที่ตาทินเอามาลงทุนแล้วก็ซ่อมแซมเรือนไทยหลังจากถูกน้ำท่วมก็คือหลานชายที่ท่านเอ่ยถึง แล้วเจ้าหนี้ตัวจริงจะใจดีเหมือนคุณรัตนาหรือเปล่าก็ไม่รู้...



@@@@@@@@@@

ฝากอีบุ๊กด้วยนะคะ


กรรมสิทธิ์ซาตาน
สิตางศุ์
www.mebmarket.com
(เรื่องนี้เคยตีพิมพ์แล้วนะคะ)“คุณทำให้ผมกลายเป็นคนไม่รู้จักพอ”ในค่ำคืนที่ ‘เอมิกา’ หญิงสาวที่มีชีวิตธรรมดาๆ และไม่มีอะไรโดดเด่นต้องตกเป็นของมหาเศรษฐีหนุ่มรูปหล่ออย่าง ‘อนาวิน’ ซาตานที่แสนเร้าใจ  หญิงสาวก็ไม่คิดเลยว่าด้วยสัมพันธ์ทางกายเพียงข้ามคืนนั้นจะทำให้เธอต้องสูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตไม่ใช่แค่เพียงความสาวเท่านั้นที่เขาได้ครอบครอง แต่ยังรวมไปถึง ‘ที่ดินมูลค่ามหาศาล’ซึ่งถูกเขาปล้นไปพร้อมสถานภาพใหม่ที่เธอจำใจต้องยอมรับ ‘ภรรยาตีทะเบียนที่แถมไปกับโฉนด’เพื่อเป็นการค้ำประกันชื่อเสียงของเธอ เผื่อว่าเธออาจจะตั้งครรภ์ทายาทของเขา!แต่ ‘ความลับ’ ที่อนาวินรู้ดีแต่เพียงผู้เดียวก็คือ เอมิกาไม่มีทางตั้งครรภ์เพราะเรื่องราวบนเตียงในคืนนั้นเขายังไม่ได้รุกล้ำหรือล่วงเกินเธอเลยแม้แต่น้อยถึงแม้เธอจะดูยั่วยวนและปลุกเร้าไฟปรารถนาในกายของเขาจนแทบลุกไหม้สักแค่ไหนก็ตามแต่ในเมื่อเอมิกาเข้าใจผิดและคิดไปเองว่าเธอถูกเขาครอบครองตีตราCEO หนุ่มที่บริหารงานอย่างเฉียบขาดและคิดถึงแต่เรื่องตัวเลขของผลกำไรอย่างอนาวินจึงไม่คิดรีรอที่จะฉวยโอกาสสวมรอยในฐานะ ‘สามีคืนเดียว’ เพื่อกรรมสิทธิ์ผืนดินที่เธอเป็นผู้ถือครองโดยที่อนาวินเองไม่เคยคิดเลยว่า พันธะสมรสจอมปลอมที่ปราศจากความรักในครั้งนี้กำลังทำให้เขาหลงเสน่ห์ของเหยื่อชนิดเกือบจะถอนตัวไม่ขึ้นยิ่งภรรยาคนสวยมีผู้ชายคนอื่นแสดงท่าทีสนใจและเข้ามาพัวพัน เขาก็ยิ่งหึงหวงจนบ้าคลั่งและตอนนี้ซาตานตัวร้ายก็เดินเข้ามาสู่ทางแยกที่ต้องเลือก ระหว่าง...‘ที่ดิน’ หรือ ‘เธอ’ ในฐานะภรรยาที่แท้จริงจนกระทั่ง ‘ความลับ’ ที่ว่าหญิงสาวยังไม่เคยตกเป็นของเขาถูกเปิดเผยออกมาซึ่งความลับสำคัญนี้จะทำให้ผู้ชนะอย่างอนาวินต้องกลายเป็นผู้แพ้และต้องชดใช้ให้กับเธอด้วยใบหย่าที่เอมิกาพร้อมจะเซ็นเพื่อเป็นการแก้แค้น!



เงื่อนร้ายกับดักรัก
สิตางศุ์
www.mebmarket.com
“สมัยเรียนคุณตกวิชาคณิตศาสตร์หรือเปล่า ถึงได้นับเลขผิดไปเยอะขนาดนี้ ผมว่าคืนนั้นเราสองคนแตะขอบฟ้าพร้อมกันไม่ต่ำกว่าสี่ครั้งนะ อ้อ ยังไม่นับรวมที่ผมทำให้คุณกรีดร้องอย่างมีความสุขอีก...”นักธุรกิจหนุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านผู้หญิง ‘หัสดิน ธาดาโชติสกุล’ กำลังเผชิญปัญหา เมื่อเขาต้องการนำทรัพย์สินซึ่งเป็นมรดกจากพ่อผู้ล่วงลับมา ‘ประมูล’ เพื่อการกุศล เพราะแม้จะเคยมีความสามารถในการจัดการกับบัญชีรายชื่อคู่ควงที่ผ่านมา แต่กับบัญชีข้าวของที่จะนำไปประมูลเขากลับจนปัญญา จนกระทั่งหญิงสาวแปลกหน้าอย่าง ‘รัณนภัทร’ เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือ และชายหนุ่มก็ยอม‘ว่าจ้างเธอ’ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าหญิงสาวจะต้องยอมเป็น ‘ลูกจ้าง’ และ ‘คนรัก’ ของเขาไปพร้อมๆ กัน! แม้ว่า ‘การเสนอตัว’ เข้าไปทำงานให้ชายหนุ่มหล่อเหลือร้ายที่มี sex appeal เกินต้านทาน แถมร่ำรวยมหาศาลอย่าง หัสดิน ธาดาโชติสกุล เป็นงานที่ยากและอันตราย... แต่รัณนภัทรก็จำเป็นต้องทำ! ถึงเขาจะพยายามเปลี่ยนสถานะจาก ‘ผู้ช่วยเสนอตัว’ ไปเป็น ‘เมียเสนอตัว’ หญิงสาวก็จำต้องซ่อนความเหนียมอายเอาไว้ พร้อมกับความลับที่ว่าเธอก่าลังตกหลุมรัก Boss ของตัวเอง สุดท้ายการ ‘ทำตัวให้ว่าง’ ทุกครั้งที่เขาต้องการใช้งานก็ทำให้ได้รับรางวัลในฐานะพนักงานคนขยัน นั่นคือ โบนัสพิเศษเก้าเดือนในครรภ์เป็นของแถม พร้อมกับ ‘ความลับที่แท้จริง’ เรื่องเมียเสนอตัวถูกเปิดเผย! “มีปากก็ไม่จำเป็นต้องใช้พูดเสมอไป เก็บไว้ทำอย่างอื่นที่มันสนุกแล้วก็ได้อารมณ์กว่าพูดก็ได้” เขาว่าแล้วเหลือบมองคนมีปากเอาไว้พูดด้วยดวงตาพราวระยับกรุ้มกริ่มอย่างมีความหมาย คนถูกมองหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่วายจะโต้ตอบอย่างคนไม่ยอมแพ้ง่ายๆ “เรื่องนี้ฉันเห็นด้วย เวลาใช้ปากด่าคนก็ได้อารมณ์ดี” “แบบนั้นมันได้อารมณ์แค่ฝ่ายเดียว แล้วคุณอยากรู้ไหมว่าใช้ปากทำอะไรถึงสนุกแล้วก็ได้อารมณ์ทั้งสองฝ่าย” พอได้ยินแบบนั้นหน้าที่ร้อนผ่าวอยู่แล้วของรัณนภัทรก็แดงจัด...(เรื่องนี้เคยตีพิมพ์ในชื่อ 'เมียเสนอตัว' นะคะ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

703 ความคิดเห็น

  1. #702 12082010lucas (@12082010lucas) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 19:08

    รออ่านเรื่องนี้อยู่นะจ๊ะไรท์จ๋า

    #702
    0
  2. #701 Margie26 (@Margie26) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:15

    รอค่ะอยากให้พระนางเจอกันอีกสักครั้งไวๆ

    คนอ่านใจร้อน555

    #701
    0
  3. #698 annat2539 (@annat2539) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 07:43
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #698
    0
  4. #694 เมียมโน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 10:23
    รอติดตามต่อไปค่ะ
    #694
    0