จักรพรรดินีเทียมบัลลังก์

ตอนที่ 8 : 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

ตอนที่8

 

 

 

พิธีอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตสมพระเกียรติ ในวังหลวงล้วนแต่งแต้มไปด้วยสีแดง สีแห่งความมงคลสำหรับพิธีมงคลสมรส ประดับทั้งผ้าแดงและโคมแดง อย่างงดงามประณีต รอคอยเพียงเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเข้าร่วมเท่านั้นก็เป็นอันเสร็จพิธี

 

หากแต่พิธีมงคลสมรสในครั้งนี้ มีหลายประการที่ขัดต่อกฎของวังหลวงอย่างมาก ทั้งฤกษ์ยามที่กำหนดเองของลี่เฟิงชิว โดยไม่ผ่านการคำนวณจากนักพรตหรือแม้แต่โหรประจำวังหลวง เพราะฤกษ์ยามงานมงคลในครั้งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามความต้องการของลี่เฟิงชิวทั้งสิ้น

 

นางรอคอยวันที่จะได้เขามาอยู่ในครอบครองแทบไม่ไหวเสียแล้ว หากต้องทำผิดกฎมากกว่านี้นางก็อยากจะแหกดูอีกสักตั้ง

 

“องค์หญิงเพคะ องค์รักษ์ฉีขอเข้าเฝ้าเพคะ” เสียงนางกำนัลแจ้งแก่ลี่เฟิงชิวอยู่หน้าประตูชั้นในดังขึ้น

 

ใช่แล้ว ยามนี้อำนาจของนางได้หวนคืนมาแล้ว แม้จะยังไม่เต็มที่แต่ก็นับว่าได้คืนมาไม่น้อย นางกำนัลขันที ที่นางควรจะมีเอาไว้รับใช้ตามตำแหน่งก็กลับมาเช่นกัน

 

“ให้เขาเข้ามา”

 

 

องค์รักษ์หนุ่มเดินเข้ามาหานางด้วยชุดองค์รักษ์เต็มยศ

 

“มีสิ่งใดก็พูดมาเถิดไม่ต้องมากพิธี” ลี่เฟิงชิวเอ่ยขึ้นก่อนที่เขาจะทำความเคารพนาง

 

“เรียนองค์หญิง กระหม่อม...”

“อ้อ ขันทีจางท่านออกไปก่อนเถิด” เขาเพิ่งเริ่มเปิดปากนางก็ขัดเขาขึ้นมาอีกแล้ว

 

“พะยะค่ะองค์หญิง” ขันทีจางได้ยินดังนั้นก็เดินถอยหลังออกประตูไปอย่างรวดเร็ว

 

“เอ่ยต่อเถิด แต่เป็นแบบที่เราตกลงกันไว้เท่านั้นนะ”

 

“พะยะค่ะ”

 

“จิ๊ ยังอีก” เสียงจิ๊ปากดังขึ้นอย่างขัดใจ

 

“พ..พี่มีเรื่องหนึ่งอยากจะปรึกษาน้อง หากไม่เป็นการรบกวน”

 

“ไม่รบกวน ไม่รบกวน ท่านพี่ว่ามาเถิด” เมื่อได้ยินดังนั้นลี่เฟิงชิวก็ลิงโลดจนเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่

 

“เรื่องกฎของวังหลวงน่ะ เรื่องนี้...พี่ไม่อยากให้น้องต้องขัดใจกับขุนนางทั้งหลายบ่อยนัก มันไม่ค่อยดีต่อน้องสักเท่าไหร่”

 

“ท่านพี่เอ่ยสิ่งใดกัน ช่างเบานัก น้องไม่ได้ยินเลย เข้ามาใกล้น้องอีกหน่อยเถิด ตรงนี้” นางเอ่ยคล้ายไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด ทั้งยังปั่นประสาทของเขาโดยการตบที่ว่างด้านข้างของม้านั่งตัวยาวตัวเดียวกันกับของตนเองดังปุปุ เป็นสัญญาณให้เขามานั่งข้างตนอย่างใจเย็น

 

ทันทีที่เขาทิ้งตัวลงข้างกันกับนาง ลี่เฟิงชิวก็เบียดชิดหาเขาอย่างชอบใจ

 

“ท่านพี่เอ่ยถึงกฎของวังหลวงเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าท่านกำลังทำอยู่เหมือนกันหรอกหรือ ในวังมีกฎห้ามฝ่ายชายพบกับฝ่ายหญิงก่อนจนกว่าจะถึงวันแต่งจริงไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดท่านพี่ถึงกล้าขัดใจกับขุนนางพวกนั้นกันเล่า”

 

“เรื่องนี้ เป็นพี่ที่ขัดใจกับเหล่าขุนนางไม่ใช่น้อง เช่นนั้นย่อมไม่เป็นไร”

 

“จะไม่เป็นไรได้หรือ”

 

“ย่อมได้อยู่แล้ว”

 

“เช่นนั้นน้องก็ทำได้เช่นกัน”

 

“ไม่ได้” เขาเอ่ยขัดขึ้นทันที

“ท่านพี่นี่อย่างไร ตนเองขัดกับผู้อื่นเพื่อน้องได้ แต่น้องกลับขัดกับผู้อื่นเพื่อท่านพี่ไม่ได้อย่างนั้นหรือ ช่างไม่เท่าเทียมยิ่งนัก” ลี่เฟิงชิวเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ พลางยกหัวที่กำลังพิงหัวไหล่เขาอยู่ขึ้นมามองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง “ไม่รู้ล่ะน้องตัดสินใจแล้ว ก็เอาตามที่น้องว่าเถิด”

 

ฟู่

เสียงถอนหายใจดังขึ้นจากฉีหย่งหนานอย่างจนใจ เขาแสดงได้แนบเนียนเสียจนนางหลงคิดว่าเขาห่วงนางจริงๆ

 

“หากน้องยืนยันเช่นนั้น พี่จะว่าสิ่งใดได้อีก” เขาเอ่ยอย่างจนมุม เพราะไม่มีครั้งไหนที่นางมุ่งมั่นตั้งใจแล้วไม่สำเร็จผล

 

“ท่านพี่น้องมีสิ่งหนึ่งอยากจะขอ เรื่องนี้น้องคิดมาอย่างดีแล้วท่านพี่จะลองฟังดูสักนิดหรือไม่”

 

“หากเป็นเรื่องพี่ทำให้น้องได้พี่ก็จะทำ”

ฉีหย่งหนานหันกลับมามองใบหน้างามงอนอย่างจริงจัง เพื่อรอฟังสิ่งที่นางต้องการขอจากเขา ทั้งยังวางมือลงไปบนมือของนางที่กอดแขนเขาอยู่เพื่อบ่งบอกว่าเขายินดีที่จะรับฟังนาง

 

“หากแต่งกันแล้ว น้องอยากมอบบัลลังก์ให้ท่านพี่ปกครองแทนน้องจะได้หรือไม่”

 

“เรื่องนี้ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว มันขัดต่อกฎ”

 

“เราเพิ่งตกลงกันได้ไม่ใช่หรือ เรื่องกฎคร่ำครึพวกนี้”

 

“ไม่ได้ อย่างไรเรื่องนี้พี่ก็ให้ไม่ได้” เขายังคงยืนหยัดในคำตอบของตนเอง

 

“สามีที่อยู่ภายใต้อำนาจของภรรยาในแคว้นเฮยหลงแห่งนี้ย่อมถูกหยามเหยียด ท่านพี่ทนได้หรือ น้องคิดมาดีแล้วน้องจะให้บุรุษที่ดีเช่นท่านพี่อยู่ภายใต้สตรีอ่อนแอได้อย่างไรกัน” นางก็ยังคงเกลี้ยกล่อมเขาให้ได้เช่นกัน

 

“แม้จะเป็นสามีที่อยู่ภายใต้อำนาจของภรรยาก็ไม่เห็นมีตรงไหนที่เรียกว่าน่าอาย”

 

สิ้นประโยคนั้นลี่เฟิงชิวก็ตัดสินใจว่าจะมอบกายถวายชีวิตให้เขาเพียงผู้เดียวอย่างไม่มีข้อแม้ แม้นางจะคิดเช่นนี้มานานแล้วก็ตาม แต่ครั้งนี้ยิ่งทำให้นางมั่นใจยิ่งขึ้นว่านางเลือกคนไม่ผิดจริงๆ

 

 

 

 

จากนั้นสามเดือน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็ได้ถูกจัดขึ้นอย่างถูกต้องตามประเพณี

 

ลี่เฟิงชิวคืนสู่อำนาจอย่างแท้จริง จักรพรรดินีองค์แรกแห่งแคว้นเฮยหลงถือกำเนิดขึ้นเป็นที่เรียบร้อย

 

เมื่อมีอำนาจสูงสุดอยู่ในมือ การชำระแค้นก็ถูกดำเนินการอย่างเต็มกำลัง เหล่าสนม ฮองเฮา ถูกปลดจากตำแหน่งอย่างไม่ไว้หน้า บางคนถึงขั้นถูกประหาร ไม่เว้นแม้แต่ลี่กุ้ยเฟยสนมรักของเสด็จพ่อของนางก็ถูกตัดสินโทษประหารอย่างไร้เยื่อไย

ผู้ใดก็ล้วนหาว่านางทำเกินกว่าเหตุใช้อำนาจในทางมิชอบ เรื่องที่ลี่เฟิงชิวถูกกลั่นแกล้งจนถึงขั้นหวังจะเอาชีวิตนาง เพียงแต่นางยังไม่ตาย อย่างนี้เรียกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยได้หรือ แต่ผู้ใดมันจะรู้ว่าเบื้องหลังมันมีมากเสียยิ่งกว่าชีวิตของนางเอง นั่นก็คือชีวิตของเสด็จพ่อของนางที่ถูกบันทึกเอาไว้โดยหมอหลวงผู้หนึ่งว่าได้รับผลข้างเคียงจากการดื่มสมุนไพรที่มีส่วนผสมของใบแปะก๊วยเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดอาการเลือดออกในสมองจนถึงแก่ชีวิต ไม่ได้เป็นเพราะการออกรบแต่อย่างใด เนื่องจากบาดแผลที่ได้รับนั้นเป็นเพียงบาดแผลลึกที่สามารถรักษาหายได้

 

แม้จะมีบันทึกเอาไว้ในตำราแพทย์ว่าแปะก๊วยช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงเลือดลม ลดวิงเวียน ช่วยให้ตื่นตัว แต่เมื่อใช้เป็นจำนวนมากก็ถึงแก่ชีวิตได้ไม่ช้าก็เร็ว ยิ่งได้รับแรงกดดันจากสงครามยิ่งส่งเสริมการออกฤทธิ์ของใบแปะก๊วยที่อยู่ในร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว จนในที่สุดจินหลงฮ่องเต้ก็สิ้นพระชนม์ในสนามรบตามคาด

 

และผู้กระทำผิดก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากลี่กุ้ยเฟย ลี่กุ้ยเฟยถวายสมุนไพรชนิดนี้แก่เสด็จพ่อของนางอย่างต่อเนื่องเป็นที่รู้กันในวังหลัง

 

เหล่าขุนนางต่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก เมื่อลูกหลานของตนถูกกระทำ ฎีกานับร้อยฉบับถูกส่งเข้าห้องทรงงานขององค์จักรพรรดินีอย่างไม่ขาดสาย

 

ผู้ที่นิ่งสงบดั่งคลื่นใต้น้ำอย่างอัครมหาเสนาบดีหลิน บิดาของลี่กุ้ยเฟยเพียงผู้เดียวที่ไม่ปริปากเรื่องการกระทำนี้ขององค์จักรพรรดินีแม้เพียงคำเดียว ทั้งที่ลี่กุ้ยเฟยถูกตัดสินโทษสูงสุดเพียงคนเดียวอย่างไม่เท่าเทียม

 

เป็นเหตุให้เขายังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งของตนเองอย่างมั่นคง และสามารถเกลี้ยกล่อมเหล่าขุนนางทั้งหลายให้ละจากความโกรธแค้นลงได้อย่างรวดเร็วด้วยข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจข้อหนึ่ง...

 

ซึ่งนั่นทำให้ลี่เฟิงชิวไม่สามารถล้มล้างเหล่าขุนนางชุดนี้ออกไปได้โดยง่าย นางทำได้เพียงรอเวลาอีกครั้งและวางแผนอย่างรอบคอบมากกว่าเดิม พร้อมกับที่ปรึกษาอย่างฉีหย่งหนานสามีของนาง

 

แต่แล้วแผนของลี่เฟิงชิวก็ล่มลงอย่างไม่เป็นท่า เพียงเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นสตรีดวงกินแผ่นดินเท่านั้น

 

ทั้งยังถูกเอ่ยออกมาจากปากบุรุษที่นางรักปักใจมากที่สุดผู้หนึ่ง นามว่าฉีหย่งหนาน...บุรุษหน้าตายผู้นั้น

 

 

 

 

ปัจจุบัน

 

 

คุกใต้ดินใต้ตำหนักหงส์ทมิฬ

 

เป็นอีกครั้งที่นางตื่นขึ้นมาพร้อมกับน้ำตาแห้งกรังบนใบหน้า เนื่องมาจากการหวนคิดถึงอดีตที่นางหลงคิดมาตลอดว่ามันสวยงามเพราะมีบุรุษที่รักคอยเคียงข้าง แม้เวลาที่ยากลำบากและโดดเดี่ยวอย่างถึงที่สุดของนางก็ยังมีเขาอยู่ด้วย

ครั้งนี้ต่างออกไปเล็กน้อย แผ่นหลังของนางไม่ได้อยู่บนพื้นเย็นเยียบอีกต่อไป ลี่เฟิงชิวใช้มือข้างหนึ่งลูบวนไปยังเบาะรองนอนหนานุ่ม เมื่อสัมผัสทำให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นเบาะอย่างดีที่ช่วยป้องกันความหนาวเย็นจากพื้นได้

 

เมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่ายังคงมืดมิดเช่นเดิม ก็ทำให้จมูกน้อยๆของนางพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง อย่างแค้นเคืองและเมื่อสูดหายใจเข้าก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นขี้ผึ้งสมานแผลลอยเข้าจมูกมาแทนที่กลิ่นคาวเลือดจากบาดแผลบนฝ่าเท้าของนางทันที

 

แกร่ก!

 

เสียงคล้ายแม่กุญแจเข้าล็อคตรงแถวๆกรงเหล็กที่ใช้ขังลี่เฟิงชิวดังขึ้น

 

“ใคร! ข้าถามว่าใครไม่ได้ยินหรือ!”

 

“...” ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา

 

นั่นยิ่งทำให้ลี่เฟิงชิวโมโหหนักยิ่งกว่าเดิม

 

“เฮอะ! กระทำเลวทรามต่อข้าถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่ต้องส่งคนมาดูแลข้าดีถึงเพียงนี้ก็ได้ หากหวังว่าข้าจะเกลียดบุรุษผู้นั้นน้อยลงล่ะก็ ฝันไปเถิด”

 

นางอดที่จะส่งเสียงหัวเราะ เฮอะ อย่างสมเพชออกมาไม่ได้

“...”

 

“เจ้าจะเป็นใครก็ช่าง แต่ข้าฝากบอกองค์เหนือหัวคนใหม่ของพวกเจ้าด้วยว่า ชูคอรอข้าอยู่บนนั้นให้ดีเถอะ อย่าเพิ่งรีบตายหากยังไม่ได้รับการชำระแค้นจากข้า ลี่เฟิงชิว ผู้นี้”

 

“...”

 

“อ้อ แล้วก็บอกเขาด้วยว่าไม่ต้องมาเสแสร้งกระทำคล้ายคนดีมีคุณธรรมเช่นนี้อีก ข้าขยะแขยงเสียจนแทบจะอ้วกอยู่แล้ว ให้ข้าแห้งตายมันเสียตรงนี้ ยังดีเสียกว่ารับการช่วยเหลือจากคนเลวเช่นบุรุษผู้นั้น”

 

เอ่ยจบเบาะรองนอนหนานุ่มก็ถูกเขวี้ยงไปกระทบกับเหล็กกั้นอย่างแรง ตามแรงขุ่นเคืองของคนเขวี้ยง

 

“....” ยังคงไม่มีเสียงตอบรับใดดังออกมาจากปากของ คน ที่อยู่ในมุมมืด

 

เสียงฝีเท้าของเขาก้าวย่างออกไปอย่างยากลำบาก เมื่อรับรู้ถึงเยื่อใยที่ถูกตัดขาดจากคนที่อยู่ในคุกที่เขาเพิ่งเข้าไปทายาที่ฝ่าเท้าให้และปูเบาะรองนอนชั้นดีให้อีกเมื่อครู่ เสียงเบาะที่กระทบกับกรงเหล็กแม้ไม่ได้ดังมากนัก

 

แต่มันกลับกึกก้องอยู่ในใจของเขาอย่างถึงที่สุด

 

นางทำถูกแล้ว สมควรแล้วที่คนทรยศอย่างเขาถูกตัดขาดเช่นนี้ ยิ่งแรงแค้นของนางที่มีต่อเขานั้นมีมากเพียงใด นั่นก็ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่านางจะยังคงมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อมาล้างแค้นเขาอย่างที่นางว่าแน่ๆ

 

ความรักของนางไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาทำกับนาง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาแล้วค่าาาา กลับคืนสู่ปัจจุบันซักที5555555

ปล.ตอนหน้าน้องชิวจะได้ออกจากคุกแล้วจ้า แต่ด้วยวิธีไหนนั้นต้องรออ่านให้ได้นะคะ รับรองแฟนตาซีแน่นอนจ้าอิอิ

 

#ชิวที่ไม่ได้แปลว่าชิว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น