จักรพรรดินีเทียมบัลลังก์

ตอนที่ 1 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 มิ.ย. 63

ราตรีแห่งความมืดมิด ค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์

 

สตรีหนึ่งเดียวที่ได้ชื่อว่า จักรพรรดินีของแผ่นดิน ลี่เฟิงชิว นางเป็นถึงผู้ปกครองราษฎรทั่วทั้งใต้หล้า ในอาณาจักรที่เรียกว่า อาณาจักรเฮยหลง

 

บนเตียงหงส์ ยามนี้นางกำลังขดตัวอยู่ในอ้อมอกแกร่งของบุรุษที่นางรักจนสุดหัวใจ เพราะเหตุใดนางถึงรักเขามากเพียงนี้น่ะหรือ หากจะให้เล่าคงต้องใช้เวลาเสียหน่อย เพราะมันแทบจะเทียบเท่าครึ่งชีวิตของนางเชียวล่ะ เอาไว้ค่อยๆเล่าทีหลังก็แล้วกัน

 

ยามนี้นางขอตักตวงความอบอุ่นของสามีนางให้พอใจเสียก่อน

 

ฟู่~

เสียงถอนหายใจของ ฉีหย่งหนาน ดังขึ้นครั้งหนึ่ง ทำให้ลี่เฟิงชิวที่นอนซบแนบอยู่บนอกของเขาและหูของนางก็แนบลงไปบนอกอันเปลือยเปล่าของเขาอย่างสนิทสนม จึงได้ยินเสียงถอนหายใจของเขาอย่างชัดเจน แต่นางก็ยังคงกอดก่ายเขาต่อไปอย่างไม่รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด

 

ฟู่~

เขาถอนหายใจอีกแล้ว

 

ครั้งนี้นางคงปล่อยผ่านต่อไปไม่ได้อีกแล้ว “ท่านพี่ มีสิ่งใดหนักใจหรือ? เล่าให้น้องฟังได้นะ” นางพูดเหมือนปกติดั่งเช่นทุกครั้ง เพราะหากเขาถอนใจหลายรอบถึงเพียงนี้ต้องมีสิ่งใดกวนใจเป็นแน่

 

“หากเป็นเรื่องที่น้องจัดการได้ ก็บอกน้องมาถะ...” เถิด

นางเอ่ยยังไม่ทันจบความเขาก็เอ่ยขัดขึ้นทันที

 

“ไม่มีสิ่งใดหรอก นอนเถิด อย่าได้กังวลจนเกินไป พี่แค่เพียงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเท่านั้น” เขาเอ่ยคำธรรมดากับนางตามปกติเมื่ออยู่กันสองคน เพราะนางเคยบอกกับเขาคล้ายสั่งกลายๆว่า เมื่อยามอยู่กันสองคนอย่าได้มองว่านางสูงศักดิ์ ให้ใช้คำธรรมดาสามัญดั่งคนทั่วไปก็พอแล้ว หากอยู่ต่อหน้าผู้อื่นในวังค่อยใช่คำแบ่งชนชั้นพวกนั้นก็ย่อมได้ เพื่อที่สามีของนางจะได้ไม่ถูกนินทาว่าร้าย ว่าไม่เคารพจักรพรรดินีเช่นนาง พวกคนแก่หัวโบราณเหล่านั้นมักเอ่ยเสมอแม้เป็นสามีก็ต้องเคร่งครัดต่อขนบธรรมเนียม

 

“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้น...คืนนี้น้องจะทนไม่กอดท่านพี่สักวันหนึ่งก็แล้วกัน ท่านว่าดีหรือไม่?” นางออกความเห็นพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขาเพื่อรอเอาคำตอบ

 

เขาไม่ได้เอ่ยตอบนางแต่อย่างใด แต่เขากลับกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น คล้ายเป็นคำตอบว่า‘ไม่อนุญาต’ อย่างไรอย่างนั้น

 

ทำให้คนที่รอเอาคำตอบอย่างเฟิงชิวลิงโลดเสียจนปิดบังเอาไว้ไม่มิด พรหมจูบลงไปบนอกเปล่าเปลือยของเขาไปหลายที

 

การกระทำเช่นนี้แหละที่ทำให้นางหลงรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นการกระทำของเขาแม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด แต่กลับทำให้นางมั่นใจว่าเขาก็รักนางไม่แพ้กัน

 

“อืม...น้องเข้าใจแล้ว เช่นนั้นท่านพี่ก็รีบนอนเถิด แต่หากนอนไม่หลับ หากอยากให้น้องปลอบสักยกให้หายอึดอัดก็ปลุกน้องได้ทุกเมื่อ...” นางเอ่ยอย่างหน้าไม่อาย

 

จะอายไปเพื่อสิ่งใดกันหากมัวแต่ซุกซ่อนความต้องการมีหรือจะได้เขามาเป็นสามีอย่างทุกวันนี้น่ะ

 

 

ฮื่ม!

“นอนได้แล้ว” เขากระแอมเบาๆทีหนึ่งแล้วเอ่ยขัดความต้องการของนาง

 

“ก็ได้ๆ น้องนอนแล้ว” เอ่ยจบนางก็ลุกพรวดขึ้น โผเข้าจูบริมฝีปากของหย่งหนานอย่างรวดเร็ว แล้วกลับเข้าไปในอ้อมกอดเขาอีกครั้งอย่างได้ใจ

 

พรุ่งนี้นางต้องตื่นแต่ยามเหม่า* แอบไปทำขนมของโปรดของเขาเพื่อเอาใจเสียหน่อยแล้ว

 

 

 

แม้จะผิดธรรมเนียม แต่นางก็จะทำขนมให้สามีให้จงได้ เป็นจักรพรรดินีอย่าลดตัวมาทำหน้าที่คล้ายนางกำนัล บ่าวไพร่งั้นหรือ หากข้าจะทำใครหน้าไหนมันจะกล่าวหนักแก่ข้าได้!

 

 

ต้นยามซื่อ** หลังจากเข้าครัวทำขนมจนเสร็จเรียบร้อยพร้อมรับประทาน

 

จักรพรรดินีน้อยยามนี้นางถือจานขนมไว้ในมือข้างหนึ่งเดินเข้าตำหนักของตนเองมาอย่างเบิกบาน นึกถึงหน้าทึมทื่อที่พยายามปกปิดความชอบเอาไว้ของสามีเมื่อยามเห็นขนมฉื่อคักก้วยที่เขาชอบแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ แล้วใช้อีกมือหนึ่งค่อยๆแง้มเปิดประตูบานหนาที่ทำขึ้นจากไม้หนานมู่ที่ผ่านการขัดเงามาอย่างดีให้เปิดออก เพื่อนำขนมที่สามีสุดรักของนางชมชอบเป็นอย่างยิ่งมาฝากเขา ข้าตั้งใจตื่นเช้าเพื่อทำมันขึ้นมาเพื่อเอาใจสามีที่ยามนี้น่าจะยังนอนอยู่ในห้องนอนของเราเป็นแน่

 

“ท่านพี่ ข้ากลับมา...” กล่าวไปด้วยคำพูดที่ใช้คุยกันเมื่อยามที่เราอยู่กันเพียงสองคนตามปกติ แต่เอ่ยยังไม่ทันจบประโยค สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับสายตาอันแข็งกร้าวของสามีที่มองมาอย่างไม่พอใจ ทั้งยังไม่หลบเลี่ยงดั่งว่านางเป็นฝ่ายผิดเองที่เข้ามารบกวนเขา

 

ทั้งๆที่ ที่แห่งนี้มันเป็นห้องของนางแท้ๆ และฝ่ายผิดเห็นชัดว่าย่อมเป็นเขาไม่ใช่หรือ!

 

เพล้ง!

เสียงจานกระเบื้องที่เต็มไปด้วย ขนมฉื่อคักก้วยที่ประทับลายดอกไม้เอาไว้อย่างงดงามประณีต ร่วงหล่นกระทบพื้น แตกเป็นเสี่ยงๆดั่งจิตใจของนางยามนี้ไม่มีผิด

 

ก้อนเนื้อในอกของ ลี่เฟิงชิว เต้นเร็วแรงเสียจนได้ยินเสียง ตึก ตึก ดังอยู่ในหู อาการปวดหนึบตรงอกเริ่มรุนแรงขึ้น หัวสมองว่างเปล่าคล้ายปุยเมฆ บัดนี้ร่างทั้งร่างของนางเกิดอาการชาเสียจนประคองตนเองให้ยืนอยู่แทบไม่ไหว หายใจถี่รัวขึ้นคล้ายจะร้องไห้ก็ไม่ปาน

 

อาการเข่าอ่อนมันเป็นเช่นนี้เองหรือ

นางไม่ได้ร้องไห้ออกไปแต่อย่างใด ร่างกายของนางหมดเรี่ยวแรงลงอย่างห้ามไม่อยู่ ข้างกายของเขามีสตรีร่างบางที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่านอนซบอกเขาทั้งยังดูเหมือนพวกเขากำลังเสร็จกิจกันไปไม่นาน นางถึงนอนหลับบนอกเขาอย่างอ่อนเพลียเช่นนั้นได้

 

“นะ...นี่มัน เหตุใดสา... เจ้าถึงอยู่กับนางได้” คำว่าสามีถูกกลืนลงคอไปทันที สรรพนามเรียกขานถูกเปลี่ยนทันทีเมื่อนางนึกขึ้นได้ว่า ยามนี้เขาไม่ใช่สามีคนเดิมของนางอีกต่อไป

 

ทั้งๆที่ขานางสั่นจนแทบเดินไม่ไหวแต่ก็ยังพยายามลากสังขารตนเอง ให้ลุกขึ้นแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า เป้าหมายของลี่เฟิงชิวคือเตียงนอนที่มีหญิงชั่วนางนั้นนอนอยู่กับเขา เท้าของนางค่อยๆย่างก้าวเข้าไปโดยไม่ได้คำนึงถึงเศษจานกระเบื้องที่แตกอยู่บนพื้นเลย เพื่อดูให้มั่นใจว่าสิ่งที่นางเห็นนั้นไม่ใช่ความฝัน แม้ฝ่าเท้าจะเหยียบเศษจานอันแหลมคมเข้า จนเกิดเป็นแผลกว้างส่งผลให้เลือดสีแดงสดไหลออกมา นางก็หาได้สนใจไม่ เพราะร่างกายของนางชาเสียจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเสียแล้ว

 

เลือดค่อยๆไหลออกมาจากบาดแผลใต้ฝ่าเท้าบางของลี่เฟิงชิว จนทำให้เกิดรอยเท้าที่เต็มไปด้วยเลือดของนางเต็มไปหมดตามทางที่นางก้าวเดิน

 

หย่งหนานขมวดคิ้วเข้าหากันทีหนึ่งคล้ายจะสนใจภรรยาของตนขึ้นมาเมื่อเห็นนางเหยียบเศษจาน แต่ก็แค่เพียงวูบเดียวเท่านั้น หากสายตาไม่ว่องไวก็ย่อมไม่เห็นอย่างแน่นอน และแน่นอนว่าลี่เฟิงชิวก็ไม่เห็นเช่นกัน

 

หญิงชั่วนางนั้นยังกล้าหลับลงได้อย่างไรทั้งที่มีเสียงรบกวนจากผู้อื่นเช่นนี้

 

“คงจะสุขสมมากล่ะสิท่า” นางเอ่ยขึ้นทั้งยังมองหญิงชั่วนางนั้นอย่างเหยียดหยาม เมื่อรับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันแต่อย่างใด “ออกไป ข้าบอกให้ออกไปจากห้องของข้า! ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ” เสียงตะคอกของข้าทำให้หญิงชั่วนางนั้นสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยอารามตกใจ

 

“ฝะ...ฝ่าบาท ไม่ใช่นะเพคะ ไม่ใช่อย่างที่พระองค์คิดนะเพคะ หม่อมฉัน ฮึก ฮือ หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ โปรดลงอาญาหม่อมฉันเถิดเพคะ” นางรีบดึงผ้าห่มขึ้นพันกายเปลือยเปล่าของตนเองอย่างรีบร้อน แล้วรีบคุกเข่า โขกศีรษะให้จักรพรรดินีทันที คราแรกนางปฏิเสธแต่พอนางนึกขึ้นได้ว่าหลักฐานมันคาเตียงเช่นนี้แล้ว นางก็ร้องไห้ออกมา

 

‘เฮอะ! นางร้องไห้งั้นหรือ ไม่ใช่ว่าต้องเป็นข้าหรอกหรือที่ต้องร้องไห้ บัดนี้ผู้ที่ถูกรังแกกลับกลายเป็นนางเสียแล้ว’ ลี่เฟิงชิวนึกขึ้นอย่างสมเพชเวทนาตนเองยิ่งนัก

 

“หูตึงหรือ ไม่ได้ยินหรืออย่างไร ข้าบอกว่าให้ออกไป! ออกไปให้พ้นหน้าข้า ทั้งคู่นั่นแหละ!” ลี่เฟิงชิวตะโกนจนสุดเสียง

“เป็นเจ้าต่างหากที่ต้องออกไป ทหาร!”

!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

*ยามเหม่า(卯:mǎo) คือ 05.00 – 06.59 น.

**ยามซื่อ(巳:sì) คือ 09.00 – 10.59 น.

 

โดนสามีนอกใจยังไม่พอ แถมยังโดนสามีไล่อีกต่างหาก น้องชิวผิดอะไรTT

ปล.ตอนหน้าจะมาเล่าความรักอันหวานชื่นและความลำบากในอดีตของน้องชิวให้ฟังนะคะและประวัติของน้องจะชัดขึ้นในตอนหน้าค่ะ

#ชิวที่ไม่ได้แปลว่าชิว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น