ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 73 : -33-[THE END]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 951
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 มิ.ย. 56

 

 

แสงแดดที่รอดผ่านผ้าม่านผืนบางมาที่ร่างขาวเนียนที่มีรอยกุหลาบอยู่เต็ม ทำเอาดวงตาสีอำพันลืมขึ้นอย่างยากเย็น ฮยอกแจยกมือขึ้นควานหาใครบางคนหากก็พบเพียงความว่างเปล่าแค่เพียงเท่านั้น ร่างบางผุดลุกขึ้นกวาดตามองไปโดยรอบ เอาผ้าห่มห่อกายเตรียมตัวจะเข้าห้องน้ำ โทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กของเขาสั่นระริก

 

วางแผนสำรองเอาไว้ให้ดีๆ นอกนั้นผมจะจัดการให้คุณเอง อย่ากังวลเรื่องแม่ของคุณเลย มั่นใจในตัวของผมนะครับ

 

เรียวปากอิ่มเม้มแน่น ชเว ซีวอนเป็นผู้ชายคนเดียวที่รู้เท่าทันเขาจริงๆนั่นแหละ ขนาดฮยอกแจไม่ปริปากยังเดาความคิดของเขาออกเลย ร่างบางหันไปหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ ก่อนจะหายไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เพียงไม่นานก็ออกมาในมาดของ ประธานบริษัทโรสมาร์ค เต็มยศ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฮยอกแจเปิดออกไปก่อนจะสบดวงตาสีดำเข้มของคิม คิบอมที่มองมาอย่างกังขา เพื่อนรักถามเสียงแผ่วเบา

“วันนี้...นายจะเซ็นโอนหุ้นทั้งหมดให้แฮซอกจริงๆอย่างนั้นเหรอ?

ฮยอกแจหลุบตาลงต่ำ เขาเหลือบมองข้อความบนหน้าจอเล็กๆนั่นอีกครั้ง

 

...มั่นใจในตัวของผมนะครับ...

 

ดวงตาสีอำพันหลับแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกคนอย่างคนที่ตัดสินใจได้

 

“ใช่”

 

**

 

“น่าแปลกใจจริงๆ ที่จู่ๆคุณก็นัดฉันมาเจอกันที่นี่”

อี นาบีเอ่ยพร้อมช้อนตาขึ้นสบดวงตาคมเข้มของผู้ชายตรงหน้า ชเว ซีวอนยังคงเป็นผู้ชายที่ดูดีที่สุกในสายตาของเธอจริงๆ ประธานหนุ่มแห่งไลอ้อนจิวเวอร์รี่ยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ

“ที่นี่ไลอ้อนจิวเวอร์รี่มีหุ้นอยู่ คงจะปลอดภัยสำหรับเราสองคน”

ร่างสูงเอ่ยพร้อมตวัดสายตามองไปด้านหลังของอีกคนอย่างสื่อความหมาย นาบีไหวตัวทันเลยยกกระจกขึ้นมามองด้านหลัง ชายฉกรรจ์สองคนที่แฮซอกสั่งให้พวกมันติดตามเธอมาตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า

แค่เพียงซีวอนวางแก้วกาแฟ คนของไลอ้อนจิวเวอร์รี่สองคนก็ปราดเข้าประชิดตัวและลากสองคนนั่นเข้าไปไว้ที่ไหนสักแห่งที่ไม่สามารถสาดส่องดูการกระทำของพวกเขาได้ นาบีถามอีกคนเสียงเบาหวิว

“คุณคิดจะทำอะไรคะ?

“ผมแค่คิดว่าคุณน่าจะอึดอัดที่มีคนคอยตามประกบอยู่แบบนั้น และการพูดคุยกันในวันนี้...ผมก็อยากให้คุณเปิดใจที่แท้จริงของคุณ ไม่ใช่ใส่หน้ากากเหมือนลูกชายตัวเอง เล่นละครว่าตัวเองเข้มแข็ง...แต่แท้ที่จริงกำลังล้มทั้งยืน”

“...”

“...ผมเป็นเพื่อนกับฮยอกแจ และเชื่อว่าคุณเองก็รู้ดีว่าหากแฮซอกได้บริษัทโรสมาร์คไป คนที่ลำบากมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น...ลูกชายของคุณทั้งสองคน...”

“...”

“...ผมเชื่อว่าคุณเป็นแม่ที่ดีคนนึง และผมเชื่อว่าคุณต้องการที่จะปกป้องลูกชายของคุณ...มากกว่าปกป้องตัวของคุณเองด้วย”

“...”

นาบีนิ่งไปนิด มองคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มออกมาบางเบา

“แค่เพื่อนเหรอคะ?

“ครับ?” ซีวอนชะงักกาแฟที่กำลังจะดื่ม

อี นาบียกมือขึ้นเท้าคางตนเองพร้อมถามเสียงเบาหวิวอย่างคนรู้เท่าทัน

“ทำให้อดีตศัตรูอย่างคุณมาทำทุกอย่างเพื่อตัวเองได้ ลูกชายคนโตของฉันคง พิเศษ มากใช่ไหมล่ะ...”

ดวงตาของคนตรงหน้าออกแววเก้อกระดากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นาบีจึงเย้าต่อไป

“...บอกมาสิคะ ว่าคุณกับลูกชายของฉัน เป็นแค่ เพื่อน กันจริงๆน่ะเหรอ?

ชเว ซีวอนชะงัก ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาในที่สุด พร้อมเอ่ยอย่างจริงจัง

“แล้วถ้าผมไม่ได้เป็นแค่เพื่อนกับฮยอกแจมานานแล้ว คุณสองคนจะว่ายังไงล่ะครับ”

“สองคน?...”

อี นาบีชะงักงัน ก่อนจะหยัดกายลุกเมื่อสบกับดวงตาคมกริบของใครบางคนที่เดินมา หญิงวัยกลางคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เบาหวิว

 

“...คุณฮยอนซู”

 

**

 

อี ฮยอกแจหลับตานิ่งเมื่อสัญญาโอนหุ้นถูกยื่นมาตรงหน้า เหล่าผู้บริหารระดับสูงมองหน้ากัน บางคนอาจนึกสมใจ หากบางคนกลับไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนผู้นำทั้งๆที่โครงการของโรสมาร์คและไลอ้อนจิวเวอร์รี่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นใหม่อีกครั้ง ขณะที่ยังมีอีกหลายคนที่ยังงุนงงว่าเรื่องทั้งหมดนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง

“ว่าตามตรง...” ฮยอกแจสูดลมหายใจลึก กับบทบาทและหน้ากากที่เตรียมมาในวันนี้

“...ตำแหน่งประธานของโรสมาร์คอาจจะไม่เหมาะกับผมก็เป็นไปได้ เพราะดูเหมือนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมจะสร้างศัตรูให้มากกว่าพันธมิตรให้กับโรสมาร์ค คุณอาแฮซอกอาจจะเหมาะกว่าผมในเรื่องของการบริหารก็ได้”

“ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะครับ...” เสียงหนึ่งในที่ประชุมดังขึ้น

“...คุณน่ะเป็นผู้บริหารสมัยใหม่ที่ก้าวทันโลกมากกว่าพวกเราๆเสียอีก สำหรับผม...ตอนแรกอาจจะไม่ค่อยชอบคุณ แต่ผลงานของคุณในแต่ละปีที่ผ่านมาก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้คุณฮยอนซูเลยนะครับ”

“แต่คุณแฮซอกเองก็ทุ่มเทให้บริษัทเรามาก เขาเองก็มีสิทธิ์ในการดำรงตำแหน่งประธานบริษัทนะครับ” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น

“แต่เราก็ว่าคุณฮยอกแจน่าจะบริหารโรสมาร์คได้นานกว่านะ ดูจากอายุน่ะ”

“คุณแฮซอกไม่มีศัตรู ไม่น่าจะตายง่ายๆหรอกนะ คุณฮยอกแจเองก็พูดถูก...ตัวเขามีศัตรูเยอะจะตาย”

“เงียบก่อนเถอะครับ...” ฮยอกแจเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ เขาถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเป็นครั้งแรก

“...ตัวของผมน่ะ ความจริงแล้วมีศัตรูอยู่รอบด้าน ทั้งที่ยังมองไม่เห็น...หรือว่ากำลังเห็น...”

ดวงตาสีอำพันเหลือบมองอี แฮซอกอย่างสื่อความนัย ก่อนจะเบือนหน้ามาประสานสายตากับผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ

“...เรื่องหนอนในบริษัทของเรามันทำให้ผมท้อแท้ และการที่บริษัทที่เราร่วมหุ้นกับไลอ้อนจิวเวอร์รี่ถูกเพลิงเผาทั้งตึก นั่นก็ทำให้ผมท้อแท้ยิ่งกว่าเก่า ตัวของผมในตอนนี้ คิดดีแล้วว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับตำแหน่งของประธานบริษัทแห่งโรสมาร์ค หรือหุ้นที่ถืออยู่ในมือนี้อีกต่อไป เพราะฉะนั้น...”

ร่างบางสบตาคนอื่นๆอีกครั้ง ก่อนจะหยิบเอาใบเซ็นด์มายื่นให้อี ทงเฮเป็นคนแรก

“...ผมจึงตัดสินใจแล้ว”

แต่ละคนสูดลมหายใจลึก เมื่อผู้บริหารระดับสูงของโรสมาร์คจรดปลายปากกาที่สั่นระริกลงบนเอกสาร ทงเฮสูดลมหายใจลึก เบือนหน้าหนีก่อนจะส่งให้รองประธานแห่งโรสมาร์คที่ยังนั่งนิ่ง

“คิบอม” ฮยอกแจเรียกชื่อเพื่อนเสียงเบาหวิว

คิม คิบอมนิ่ง...นานจนกว่าจะเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ

“ถ้าผมมีข้อแม้การเซ็นด์เอกสารนี่ คุณแฮซอกกับคุณฮยอกแจจะว่าอะไรไหมครับ”

“ข้อแม้เหรอ?” ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างงุนงง

ดวงตาคมกริบของคิบอมประสานกับดวงตาสีอำพันเข้มของเพื่อนสนิท นี่คือ...วิธีที่พอจะช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ในตำแหน่งรองประธานแห่งโรสมาร์ค

“ไม่หรอก...” แฮซอกเอ่ยอย่างใจปล้ำ

“...เพราะยังไงเธอเองก็ต้องเป็นรองประธานแห่งโรสมาร์คเคียงข้างกับประธานบริษัอยู่วันยังค่ำ เธอมีสิทธิ์จะเรียกร้องนะคิม คิบอม”

ผู้ที่รั้งตำแหน่งรองประธานแห่งโรสมาร์คแย้มรอยยิ้มออกมาบางเบา ก่อนจะเอ่ยเสียงสุภาพ

“ขอบคุณฮะ...”

ฮยอกแจไหวตัว คิบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“...ถ้างั้นผมขอให้ทุกท่านลงคะแนนเสียง ดูจากกรรมสิทธิ์หุ้นที่ถืออยู่ในมือของแต่ละคนขณะนี้ ฝ่ายคุณฮยอกแจหรือคุณแฮซอก...ฝ่ายไหนมีจำนวนหุ้นถือข้างมากที่สุด ฝ่ายนั้นจะได้เป็นประธานบริษัทโรสมาร์คโดยสมบูรณ์”

“ได้สิ”

แฮซอกเอ่ยอย่างย่ามใจ ยังไงซะหุ้นของอี ฮยอกแจรวมกับของเขาก็มากพอจนเกือบถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ได้เลยกระมัง และถึงคิบอมกับทงเฮที่ถือหุ้นรองลงมาจะรวมตัวกัน อย่างไรซะหุ้นของเขาก็มากกว่าอยู่ดีนั่นแหละ

คิบอมมองอี แฮซอกแล้วเม้มปากแน่น กวาดตามองผู้ถือหุ้นโดยรอบก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนแผ่นกระดาษ แล้วส่งให้อี ฮยอกแจที่นั่งนิ่ง

“ได้โปรด...ทำตามที่ตกลงกันไว้”

ฮยอกแจกระซิบบอกคนเป็นอาแผ่วเบา แฮซอกยิ้มมุมปาก

 

“แกต้องการอะไร”

“โอนหุ้นทั้งหมดที่แกมีอยู่มาให้กับฉัน ต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงทุกคน”

“ว่าไงนะ!?

“เมื่อฉันได้หุ้นทั้งหมดของเธอแล้ว ฉันจะทำลายวิดีโอของแม่เธอซะ แต่ถ้าธอไม่เซ็นต์...เพียงข้อความเดียวของฉัน คนของฉันก็จะจัดการปล่อยภาพวิดีโอนั้นลงอินเตอร์เนต ฮยอนซูต้องได้ดูวิดีโอนั่นแน่ๆ ฉันรับรอง”

“...”

“คิดให้ดีนะฮยอกแจ หุ้น...กับแม่ของแก แกคิดอว่าอย่างไหนที่มันสำคัญกว่ากันล่ะ”

“...”

“เมื่อฉันได้หุ้น แกก็จะได้แม่คืน และฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแม่ของแกอีก...ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงที่ยุติธรรมดีไหมล่ะ อี ฮยอกแจ?

 

ฮยอกแจเม้มปากแน่นเมื่อสบดวงตาพราวระยับด้วยความสมใจของผู้ชายตรงหน้า คิบอมยื่นสัญญาโอนหุ้นมาให้แก่เขา ก่อนจะจรดปลายปากกาลงไปท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วของคนหลายต่อหลายคน ปากกาตกลงจากมือทันทีที่เซ็นลายเซ็นของตนจนจบ ร่างบางรู้สึกเหมือนตัวเองถูกสูบเรี่ยวแรงไปในบัดดล

“ตามสัญญานะฮยอนซู”

ฮยอนซูเหยียดยิ้มอย่างสาสมใจ ที่ความพยายามนับสิบปีเกิดผลสำเร็จในวันนี้เข้าจนได้ นับจากนี้...อี นาบีก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขา และอี ฮยอนซูเองก็ไม่สามารถขัดขวางผลประโยชน์ของเขาได้อีกต่อไป ชายวัยกลางคนค่อนชราหลับตาลงด้วยความอิ่มเอิบ ก่อนจะขยับมือเรียวกดส่งข้อความที่เตรียมไว้ออกไป

ติ๊ดดดดดดดด!!

คนทั้งห้องประชุมใหญ่ถึงกับชะงักเมื่อโทรศัพท์มือถือของอี ทงเฮแผดลั่นท่ามกลางที่ประชุม

เจ้าของโทรศัพท์ล้วงโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง เป็นโทรศัพท์ที่แฮซอกคุ้น...คุ้นเหมือนเคยได้มอบมันให้กับใครบางคน

“คิดอยู่แล้ว...”

ผู้บริหารหน้าหวานแห่งโรสมาร์คเหยียดยิ้มท่ามกลางดวงตาคมที่มองมาอย่างตกตะลึง

“...ว่าแกต้องเล่นไม่ซื่อ”

โทรศัพท์เครื่องสวยถูกวางลงบนโต๊ะ แล้วผลักให้อี ฮยอกแจกดดูข้อความที่สั่งให้เผยแพร่วิดีโอของมารดาตนเอง แฮซอกอ้าปากค้าง ถามออกมาเสียงเบาราวกระซิบ

“แกทำแบบนี้ได้ยังไง”

“ทุกคนต้องมีแผนสำรองเอาไว้ตลอดไม่ใช่เหรอครับคุณอา”

ฮยอกแจเอ่ยยิ้มๆ หากดวงตาคู่นั้นกลับไม่ได้ยิ้มตามเลยสักนิด มันแทบเผาผลาญคนตรงหน้าได้ มือที่กำโทรศัพท์มือถือสั่นระริก...แทบอยากจะปามันใส่ดวงหน้าของผู้ชายคนนี้เลยด้วยซ้ำ

“ผมก็แค่ทำแบบที่คุณอาสอน คิดแผนสำรอง...แถม หนอน ของคุณก็ให้ความร่วมมือดีซะด้วย”

“บะ...บ้าน่า!...”

แฮซอกลุกพรวดขนาดองค์ประชุมคนอื่นยังนิ่งตะลึงลานกับถ้อยคำที่ได้ยินนั่น ชายวัยกลางคนเหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัว ตวาดลั่นกลบเกลื่อนความผิด

“...พวกแกเอาอะไรมาพูด! ฉันไม่เคยรู้จักหนอนอะไรนั่น! กล้าดียังไงถึงได้มาใส่ร้ายป้ายสีฉัน!! หรือว่าแก...!!

หัวใจของแฮซอกกระตุกวาบ หรือว่าพวกมันรู้ตัว หนอน ที่เขาส่งเข้าไปมาโรสมาร์คแล้วจริงๆ

“อย่าดูถูกความแฮกเกอร์ของผมสิครับคุณแฮซอก...” คิบอมเอ่ยออกมาลอยๆพร้อมรอยยิ้ม

“...แค่ตามสัญญาณโทรศัพท์ของคุณไปน่ะ มันไม่ยากเย็นอะไรที่จะรู้ว่า หนอน ของคุณคือใครหรอกนะ ตอนที่คุณคุยกับฮยอกแจน่ะคงจะมัวแต่ย่ามใจ...จนไม่ได้มองว่าเขาเปลี่ยนโทรศัพท์ของคุณไปตอนไหนใช่มั้ยล่ะ”

“นะ...นี่พวกแก!!

แฮซอกตวัดตามองคนที่ได้ชื่อว่าหลานชายของตัวเองทันควัน เขามัวแต่คิดว่าฮยอกแจกำลังช็อคเรื่องของมารดา ไม่นึกว่าเจ้าตัวจะมีสติทำเรื่องแบบนี้ได้

“เรารู้กันอยู่แล้วว่าหนอนต้องถูกส่งมาจากคุณ...” ทงเฮเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาอย่างสมเพช

“...เพียงแค่เราไม่มีหลักฐาน และไม่นึกเหมือนกันนะว่าคุณจะใช้ เขา มาเป็นหนอนให้กับเรา”

“แล้วยังไง...” แฮซอกพยายามสะกดอารมณ์โกรธของตนเอง เอ่ยออกมาพร้อมยิ้มหยัน

“...ยังไงหุ้นของแกทั้งหมดมันก็เป็นของฉันแล้ว แกเซ็นต์โอนมันให้กับฉันแล้ว...เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”

“ได้สิ...” ฮยอกแจเหยียดยิ้มออกมา มองอีกคนอย่างจงชัง

“...เพราะแกไม่รู้น่ว่าตัวฉันมีหุ้นอยู่เท่าไหร่”

!!?

ร่างบอบบางของประธานแห่งโรสมาร์คหยัดกายลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูก่อนที่ชายหนุ่มร่างบางผู้มีดวงหน้าเหมือนกันทุกประการจะเดินเข้ามา อึนฮยอกแย้มรอยยิ้มให้เหล่าผู้ถือหุ้นทุกคนที่มองมาอย่างงุนงง

“ผมลืมบอกเรื่องที่สำคัญไปเสียสนิทเลย...” ฮยอกแจยิ้มหวาน โอบคอน้องชายฝาแฝดของตนเอง

“...นี่คืออี อึนฮยอก เขาเป็นลูกบุญธรรมของคุณฮยอนซูอีกคนนึง และตอนนี้ผมได้มอบหุ้นเกือบทั้งหมดของผมให้เขาเป็นผู้ดูแล ก่อนที่...จะมอบหุ้นให้คุณอาแฮซอก”

“นี่แก...!!

แฮซอกถึงกับผุดลุกด้วยความโกรธ คิบอมหยัดกายลุกขึ้นมากันร่างของอีกคนพร้อมเอ่ยอย่างนุ่มนวล

“ใจเย็นๆครับคุณแฮซอก ฟังให้จบก่อนแล้วค่อยโกรธกัน มันก็ไม่สายนี่น่า”

!!

แฮซอกตวัดตามองหลานชายบุญธรรมทั้งสอง ฮยอกแจยังเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

“อึนฮยอกได้รับมอบหุ้นถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของผมไปเมื่อวานนี้นี่เอง เรื่องนี้ทั้งคิม คิบอมและอี ทงเฮเองก็เป็นพยาน เรามีหลักฐานยืนยันการมอบหุ้น รวมทั้งคุณฮยอนซูก็รับรู้และสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย”

“อะ...อะไรนะ!?

“ใช่...”

บานประตูเปิดออกอีกครั้ง พร้อมร่างผอมของอดีตประธานแห่งโรสมาร์ค ดวงตาคมกริบที่มองน้องชายของตัวเองครานี้แทบจะฉีกกระชากร่างนั้นออกทั้งเป็น

“...ฉันเป็นคนสนับสนุนการตัดสินใจของลูกชายของฉันเอง คงไม่มีใครมีปัญหาใช่ไหม?

ผู้ถือหุ้นหลายต่อหลายคนหลบสายตา ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ยังเกรงฮยอนซูมากที่สุด แฮซอกสูดลมหายใจอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตนเอง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยความพยอง

“แต่ถึงยังไง หุ้นของฝ่ายคนที่สนับสนุนผมก็มากกว่าลูกชายของพี่อยู่ดี...”

ดวงหน้าของอี ทงเฮและคิม คิบอมเปลี่ยนไปแทบจะทันที แฮซอกเหยียดยิ้มอีกครั้ง

“เพราะผมสร้างประโยชน์ในบริษัทนี้มาก...และนานกว่าลูกชายของพี่เสียอีก!! ถึงลูกของพี่จะปรักปรำผมยังไงก็เถอะ!! ไม่เชื่อลองนับดูสิครับ!!

อี ฮยอนซูถึงกับนิ่งงันด้วยความโกรธ จนป่านนี้...น้องชายสารเลวของเขาก็ยังไม่คิดยอมรับความผิดว่าตัวเองเป็นคนส่งหนอนเขาบริษัท หากกระนั้น...คำพูดของอีกฝ่ายก็ยังเป็นความจริง อี แฮซอกทำงานให้โรสมาร์คมานานตั้งแต่ยังเป็นโรสไดมอนต์ ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เข้าข้างคนตรงหน้ามากกว่าลูกบุญธรรมของเขา ดังนั้น...ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะเป็นไป มันขึ้นอยู่กับการเดิมพันที่เขาวางหมากเอาไว้

“งั้นก็ได้...” ดวงตาคมกริบของฮยอนซูหันไปมองเหล่าผู้ถือหุ้นทั้งหมด ก่อนประกาศเสียงราบเรียบ

“...ผมขอให้ทุกคน โปรดบอกจำนวนหุ้นและชื่อของคนที่คุณถือข้างด้วยครับทุกท่าน”

ความเงียบปกคลุมทั้งห้อง ก่อนที่คิม คิบอมจะยกมือขึ้นคนแรก

“ตระกูลคิม หุ้น 12.5% ถือข้างอี ฮยอกแจครับ”

“อี ทงเฮหุ้น 10.3% ถือข้างอี ฮยอกแจครับ”

“ผมถือข้างคุณแฮซอก หุ้น 3.1%”

“ผมถือข้างคุณแฮซอกด้วย 5.2% ครับ”

“ผมถือข้างคุณแฮซอก 6.4% ครับ”

“ผมถือข้างคุณฮยอกแจ 2.5%ครับ”

“ผมถือข้างคุณแฮซอก 1.4% ครับ”

“ผมถือข้างคุณแฮซอก 4.6% ครับ”

“ผมถือข้างคุณแฮซอก 8% ครับ”

“ผมถือข้างคุณฮยอกแจ 0.4% ครับ”

“ผมถือข้างคุณฮยอกแจ 3.2% ครับ”

“ผม...อี อึนฮยอกถือข้างพี่ชาย 15% ครับ”

“ผม อี แฮซอกถือข้างตัวเอง 17%ครับ”

แฮซอกเหลือบสายตามองพี่ชายตัวเอง ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ

“หุ้นของผมมากกว่า เห็นได้ชัดเลยนะครับ”

คิบอมกับทงเฮเหลือบมองฮยอกแจเช่นเดียวกับอึนฮยอก ดวงหน้าของประธานแห่งโรสมาร์คเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาพลาดไป

 

“ยังหรอก...”

 

ฮยอนซูเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบสงัด แย้มรอยยิ้มที่ทำเอาแฮซอกถึงกับเคร่งเครียด เอ่ยปากบอกท่ามกลางความตกตะลึงของคนทุกคน

“...ยังเหลือผู้ถือหุ้นอยู่อีกหนึ่งคนที่ยังไม่ได้เข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้ เชิญครับ”

ใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในที่ประชุมทำเอาดวงตาของทุกคนในที่นั้นเบิกกว้าง ชเว ซีวอนแย้มรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบหากดังฟังชัดทุกคำ

 

“ชเว ซีวอน...หุ้น 10.4% ถือข้างอี ฮยอกแจครับ”

 

“บะ...บ้าน่า!...”

แฮซอกร้องโวยวายขึ้นมาโดยทันควัน ชี้หน้าไปที่ชายหนุ่มผู้มาใหม่

“...หมอนั่นมันคนของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ ทำไมมีหุ้นของโรสมาร์คได้เล่า!! พี่ยกหุ้นของเราให้ศัตรูไปใช่ไหม!!?

ผู้ถือหุ้นหลายคนต่างหันหน้าเขาพูดคุยกันอย่างตกตะลึง เพราะหากอดีตประธานบริษัทมอบหุ้นของตัวเองให้บริษัทคู่แข่ง พวกเขาเองก็คงจะยอมไม่ได้เช่นกัน

“คุณฮยอนซูไม่ได้มอบอะไรให้ผมหรอกนะฮะ”

ชเว ซีวอนเอ่ยขึ้น เรียกความเงียบสงัดกลับมาสู่ห้องอีกครั้ง ทุกคนหันมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว

“หมายความว่าไงซีวอน” ฮยอกแจถามเสียงเบาหวิว นี่เขางงไปหมดแล้ว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่อี ฮยอกแจไม่เข้าใจสถานการณ์อะไรเลย

“ฉันคงจะไม่เคยบอกอะไรบางอย่าง...ที่สำคัญกับพวกเธอทุกคน” ฮยอนซูเอ่ยออกมาพร้อมแย้มรอยยิ้มบางๆ

“...เราต่างก็รู้กันดีว่าบริษัทโรสไดมอนต์ก่อกำเนิดขึ้นด้วยน้ำมือของคนทั้งสามคน”

“...”

“หนึ่งคือฉัน สองคือคิม ฮวาซอง และสาม...” ดวงตาคมกริบหันไปมองประธานบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่ที่ยิ้มให้อย่างสุภาพ

“...ชเว ซึงรง พ่อของชเว ซีวอน”

“อะไรนะ!?

เสียฮือฮาดังขึ้นภายในที่ประชุม ฮยอนซูยกมือขึ้นให้องค์ประชุมเงียบเสียงลง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มนวล

“แต่ว่าพ่อของซีวอนน่ะ...เขาเป็นหุ้นส่วนที่ถูกจำกัดความรับผิดชอบ เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะสานต่อไลอ้อนจิวเวอร์รี่ คู่แข่งของโรสมาร์คได้ แต่กระนั้นหุ้นของเขา...ชื่อของเขาก็ยังคงอยู่ในเอกสารของโรสมาร์ค ฉันมีหลักฐานมาแจกให้ทุกคนเผื่อมีใครบางคนเกิดความสงสัย”

“นี่ไง เอกสาร เอาไปแจกสิทงเฮ”

ฮวาซองยื่นสำเนาเอกสารให้ทงเฮ เอาไปแจกให้ในที่ประชุมทุกคน อีกคนก็รับไปแจกอย่างงงๆ แฮซอกรับมามองก่อนจะเบิกตากว้าง เหมือนๆกับอี ฮยอกแจที่มองเอกสารที มองหน้าชเว ซีวอนทีอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตานัก

“ซีวอนรับมอบหุ้นมาจากพ่อตามพินัยกรรมของเขา เขาได้รับมาตั้งแต่เด็ก พวกฉันสองคนเป็นคนเซ็นโอนหุ้นให้เอง ว่าจะบอกพวกเธอทุกคนอยู่ แต่ก็ลืม”

“ก็ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก ผมเพิ่งจะขวบกว่าเองนี่ครับ”

ซีวอนเอ่ยพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ ตอนแรกเขาก็สงสัยอยู่ว่าฮยอนซูรู้จักกับพ่อของเขาได้ยังไง และตอนที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดครั้งแรกตัวเขาก็อึ้งไปเหมือนกันนั่นแหละ ถึงอย่างไรก็ต้องขอชื่นชมว่านักเดินหมากแห่งวงการธุรกิจผู้นี้มีความรอบคอบมาก ถึงได้วางกระดานหมากตานี้ได้เฉียบคม พอผสานกับความเจ้าเล่ห์ของอี ฮยอกแจเลยยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ตอนที่อยู่โรงพยาบาลพอทำแผลเสร็จ...ซีวอนถึงต้องรีบไปเคาะเรียกคยูฮยอนที่ห้องของทงเฮ เพราะเรื่องราวมันเริ่มจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และหลักฐานกรรมสิทธิ์ในหุ้นโรสมาร์คของเขาคงอาจจะต้องใช้ และก็ได้ใช้อย่างใจนึกเลย

“ว่าไงล่ะแฮซอก...” ฮยอนซูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะเดียดฉันท์

“...แกน่ะควรยอมรับความพ่ายแพ้ได้แล้ว”

“ชางมินคุยกับหนอนของคุณแล้วนะครับ...” คยูฮยอนเอ่ยสมทบอีกครั้ง

“...เขาคนนั้นยอมรับสารภาพ เหลือก็แต่คุณเท่านั้นแหละอี แฮซอก”

อี แฮซอกนิ่งไปนาน เขารู้สึกเหมือนจากผู้ล่ากลับกลายมาเป็นผู้ถูกล่า แต่เมื่อเดินมาจนถึงตอนนี้แล้ว คิดเหรอว่าเขาจะยอมง่ายๆ ถึงอย่างไรก็ต้องสู้เหมือนหมาจนตรอกตัวนึง

“หึ! พี่คิดเหรอว่าลูกของยัยแพศยานั่นจะเหมาะสมกับตำแหน่งประธานแห่งโรสมาร์คนะ!?

“...”

“แฮซอก...”

ฮยอกแจกำมือของอึนฮยอกแน่นขึ้นไม่รู้ตัว แทบจะถลาเข้าไปชกต่อยกับอีกคนเลยด้วยซ้ำเมื่อเจ้าตัวพูดประโยคต่อมา

“ยัยนั่นน่ะมันร่านผู้ชายจะตาย รักพี่หรือก็เปล่า? เด็กสองคนฝาแฝดนี่มันก็ไม่ใช่ลูกของพี่...อี แทมินเองก็ไม่ใช่ลูกของพี่อีกเหมือนกันนั่นแหละ!!

“อะ...อะไรนะ...”

อึนฮยอกหันขวับไปมองหน้าพี่ชายตัวเองทันที ฮยอกแจเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรงก่อนจะหลับตาแน่นข่มอารมณ์

“แล้วพี่ที่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมันสวมเขายังไม่พออีกเหรอ!? ยังคิดจะยกบริษัทที่เกิดจากหยาดเหงื่อและแรงกายนี่ให้กับลูกของ...ใครก็ไม่รู้! พี่กำลังจะทำร้ายน้องชายตัวเองเพื่อเด็กพวกนั้นอย่างนั้นเหรอ!? บ้าไปแล้วใช่ไหมอี ฮยอนซู!!!

อี ฮยอนซูมองอีกคนด้วยแววตาเย็นเยียบมากกว่าครั้งไหนๆ เขาเหลือบมองดวงหน้าของอี ฮยอกแจและอี อึนฮยอก ก่อนจะกล่าวออกมาเสียงราบเรียบ

“ฉันรู้อยู่แล้ว...ว่าอี แทมินมันไม่ใช่ลูกของฉัน”

!!

ฮยอกแจเบิกตากว้าง เหมือนกับคนอื่นๆที่แทบจะอ้าปากค้าง โดยเฉพาะอี แฮซอกแทบจะล้มไปกองที่พื้นเลยด้วยซ้ำ

“ที่แกรู้...ฉันเองก็รู้มาโดยจนหมด คฤหาสน์ของเรามีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าแกทำระยำตำบอนอะไรกับเมียของฉันบ้าง!? ที่ไม่ฆ่าแกตั้งแต่ตอนนั้น...ก็เพราะเห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องของเราเนี่ยแหละแฮซอก!!

“พี่...” แฮซอกถึงกับทรุดลงกับพื้น หมดกัน...ทุกอย่างที่ทำมา

ฮยอนซูเหยียดยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน

“ฉันยอมแกมามากเลยแฮซอก...ฉันยอมให้แกทำร้ายผู้หญิงที่ฉันรักที่สุดในชีวิต ทำร้ายลูกชายของฉัน ทำร้ายหลานชาย แถมแกยังฆ่า...น้องชายของฉัน คิดเหรอว่าทุกอย่างที่แกทำฉันจะไม่รู้!?...”

“ว่าไงนะ...” ทงเฮเอ่ยออกมาเสียงสั่น ก้าวเดินเข้าไปหาคนเป็นลุงแทบจะทันที

“...เขา...ฆ่าพ่อของผมเหรอ?

ฮยอนซูหันมองหน้าหลานชายของตนเองที่ตอนนี้ถึงกับเสียศูนย์เมื่อได้รับรู้ความจริงนั่น เขาหลับตาลงก่อนจะเอ่ยกับหลานชายเพียงคนเดียวเสียงเบาหวิว

“ฉันขอโทษนะทงเฮ แต่ทั้งฉันและพ่อของเธอ...ต่างก็ไม่มีใครอยากที่จะเล่นงานคนที่เป็นสายเลือดเดียวกันเอง นี่แหละคือความอ่อนแอของฉัน...คือการที่ฉันไม่สามารถจัดการกับแกได้อย่างเด็ดขาดเสียที...”

“...”

แฮซอกถึงกับเม้มปากแน่น

“...แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะแกคิดจะฆ่าลูกของฉัน แถมแกยังคิดจะฆ่าหลานที่เหลือเพียงคนเดียวของเรา ฉันคงยอมแกต่อไปอีกไม่ได้แล้วอี แฮซอก...”

ฮยอนซูเปิดประตูออก ก่อนที่ตำรวจหลายนายจะเดินเข้ามา

“...จับไปเลยครับคุณตำรวจ”

“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิ!!...”แฮซอกร้องลั่น ถอยกรูดไปติดกำแพง

“...ละ...แล้วหลักฐานล่ะ!? หลักฐานที่บอกว่าฉันคือคนที่พยายามฆ่าคนอื่น แล้วคดีของฮอนจามันก็จบไปตั้งสิบกว่าปีแล้ว! พวกแกจะหาอะไรมาเอาผิดฉันได้!!? คดีมันจบไปตั้งนานแล้ว!!!

“แก!!

อี ทงเฮปราดเข้าไปหาคนเป็นอาของตนทันควัน คยูฮยอนรีบคว้าร่างของคนรักเอาไว้ กอดไว้แน่นแล้วเร่งปลอบให้สงบสติอารมณ์

“หลักฐานเหรอ?...”

เสียงหวานๆดังขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะนิ่งงัน ฮยอนซูเปิดทางให้ภรรยาของตนเอง อีนาบีกดเล่นเครื่องอัดเสียง

“...นี่ไงคะ หลักฐานที่คุณต้องการ”

 

“เธอจะรู้มากไปแล้ว อี นาบี”

“นี่คุณทำจริงๆเหรอ!? คุณคิดจะฆ่าพวกเขาจริงๆอย่างนั้นเหรอ!!?

“ใช่! ฉันเนี่ยแหละที่เป็นคนยื่นข้อเสนอไอ้โทซองให้มันฆ่าไอ้พวกนั้นให้ ทำไมล่ะ? ในเมื่อหมอนั่นก็ต้องการแก้แค้น และฉันเองก็ต้องการโรสมาร์ค มันก็นับเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าสำหรับพวกเรา ถ้าไม่มีลูกของเธอสองคนกับอี ทงเฮล่ะก็...ตำแหน่งประธานของโรสมาร์คมันก็ต้องตกเป็นของฉันแน่ๆ!!

 

แฮซอกมองหญิงวัยกลางคนด้วยดวงตาที่กราดเกรี้ยวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ นาบียิ้มเยาะ

“นี่ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ฉันรวบรวมมาตลอดหลายปี คุณคงไม่คิดหรอกนะว่าฉันจะยอมนอนกับคุณง่ายๆเพื่อลูกชายของฉันเพียงอย่างเดียว ไม่...แฮซอก คุณพูดถูกค่ะ ฉันมันอสรพิษที่เลี้ยงไม่เชื่อง”

“แก!!

กระบอกปืนที่ถูกซ่อนมานานถูกชักออกจากฟัก ฮยอนซูรีบกันร่างของภรรยาตนเองออกห่าง อี แฮซอกคว้าร่างของอี ทงเฮที่อยู่ใกล้ที่สุดไปเป็นตัวประกัน คยูฮยอนร้องลั่น

“ทงเฮ!!

“อย่า! คยูฮยอน!!” ซีวอนกระชากน้องชายตัวเองก่อนที่เจ้าตัวจะพุ่งเข้าใส่คนร้าย

“อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นล่ะก็ฉันจะเป่าหัวไอ้เด็กนี่แน่!!

“นั่นหลานนะแฮซอก!!” ฮยอนซูร้องลั่น

“ใช่...” แฮซอกหันมามองพี่ชายของตัวเอง

 

“...เพราะงั้นฉันจะไม่ยิงคนเป็นหลานก็แล้วกัน”

 

“พ่อ!!

ฮยอกแจรีบเข้ามาขวางก่อนที่ลูกกระสุนจะพุ่งเข้าใส่อี ฮยอนซูที่เบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ดวงตาสีอำพันหลับแน่นเตรียมรับความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามา หากมันก็ไม่เกิดขึ้น ฮยอกแจลืมตาขึ้นมาเห็นร่างสูงตรงหน้าทรุดตัวลงฮวบกับพื้น ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างก่อนจะร้องลั่น

“ซีวอนนนนน!!

ประธานของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ล้มลงจมกองเลือด ทงเฮก้มลงกัดข้อมือของอี แฮซอกจนเจ้าตัวร้องโหยหวน ขณะที่รองประธานของโรสมาร์คได้จังหวะรีบตรงเข้าเยื้อแย่งปลายกระบอกปืนของอีกฝ่าย คยูฮยอนรีบเข้ามาดึงร่างของคนรักออกพร้อมวิ่งเข้าไปช่วยคิบอมกดตัวคนร้ายแนบพื้น เหล่าตำรวจรีบกรูเข้าไปจับกุมชายวัยกลางคน หากเจ้าตัวดิ้นหลุดชักปืนขึ้นจะยิงต่อสู้ เสียงกระสุนหลายนัดดังขึ้นก่อนที่ร่างของแฮซอกจะทรุดฮวบลงจมกองเลือด ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนในที่ประชุม

“เรียกรถพยาบาล! เรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้!!

ฮยอนซูสั่งการเสียงดังลั่นขณะที่ฮยอกแจเร่งเอาผ้าเช็ดหน้ากดบาดแผลให้ร่างสูงของประธานบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่ อึนฮยอกประคองร่างของซีวอน เขาเห็นพี่ชายของตัวเองกำลังร้องไห้พร้อมเอ่ยเสียงสั่นระริก

“อย่าเป็นไรนะ...ฮึก...อย่าตายนะซีวอน ขอร้อง...”

“บ้าจริง...” ชเว ซีวอนหน้าเผือดสี ยกมือขึ้นทาบแก้มของอีกคน

“...ร้องไห้อีกแล้วเหรอเนี่ย คุณนี่ขี้แยกว่าที่ผมคิดอีกนะ อึก!

“ห้ามตายนะซีวอน...”

ฮยอกแจอยากจะตวาด หากเสียงของเขากลับอ่อนแรงลงเบาบางลงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เลือดมันไหลออกจนเลอะพื้นพรม คิบอมกับคยูฮยอนรีบกรูกันเข้ามาพยุ่งร่างของซีวอนเพื่อจะพาไปโรงพยาบาล

“เร็วเข้า! เราต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด!!

คิบอมเอ่ยเสียงรัวเร็ว พร้อมช่วยคยูฮยอนพยุงร่างของอีกคนขึ้น

“รถผมจอดอยู่ชั้นนี้ พี่! แข็งใจไว้นะฮะ!!

คยูฮยอนเอ่ยไวๆ ก่อนจะรีบก้าวไปที่ลานจอดรถ ขณะที่คนอื่นๆวิ่งตามไปลดละ ร่างสูงถูกพยุงขึ้นรถสีดำขลับอย่างรวดเร็ว คยูฮยอนยกกุญแจให้คิบอมเพราะดูท่าเขาแทบจะไม่เหลือสติทำอะไรอีกแล้ว

“พี่ไปรถคันเดียวกับเขานะฮะ เดี๋ยวผมกับคนอื่นๆจะตามไป”

อึนฮยอกบอกไวๆ พร้อมผลักร่างพี่ชายตัวเองให้ขึ้นไปอยู่บนรถคันนั้น ส่วนตัวเขาเองก็รีบวิ่งไปขึ้นรถของอี ทงเฮพร้อมๆกับบิดามารดา

ฮยอกแจช้อนศีรษะของซีวอนขึ้นมาไว้บนตัก ดวงตาสีดำขลับอ่อนโยนช้อนขึ้นมองเขาก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว

“ขอโทษนะ...วันนี้ไม่ได้ใส่ชุดเกราะแล้วยังบ้าไปรับกระสุนแทนคุณอีก”

“อย่ามาพูดติดตลกนะ...ไม่ขำด้วยหรอก” ร่างบางสะอื้นออกมาเสียงสั่น เลื่อนมือมากุมมือโชกเลือดนั่นอย่างอ่อนแรง

“...นายต้องอยู่กับฉันนะ ห้ามทิ้งฉันไปนะ รู้มั้ย”

“ไม่ทิ้งหรอกน่า...” ร่างสูงเอ่ย พร้อมกระชับมืออีกคนเบาๆ

“...อย่าร้องไห้สิครับ”

“อื้อ...” ฮยอกแจเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เร่งปาดน้ำตาหากน้ำใสๆนี่ก็ยังไหลออกมาอยู่เรื่อยๆ

“ไม่เอาน่า...” ชเว ซีวอนยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้อีกคนอย่างยากเย็น

“...ฮยอกแจของผมเป็นคนเข้มแข็งนะ”

ร่างบางฟังคำนั้นแล้วหลัยตาแน่น เข็มแข็งเหรอ...ไม่หรอก ความจริงแล้วเขาอ่อนแอมากเลยต่างหาก ถึงได้ต้องใส่หน้ากากปิดบังความหวาดกลัวเอาไว้ตลอดเวลา

“ฮยอกแจ...”

“...”

“...ผมขอโทษนะที่ข่มขืนคุณในคืนนั้น...”

“...”

“...ผมรักคุณมากนะ”

ดวงตาสีอำพันมองอีกคนอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะโน้มดวงหน้าลงไปประทับริมฝีปากที่เรียวปากหยักของอีกฝ่าย คิม คิบอมที่มองกระจกหลังอยู่เกือบๆจะกระทืบเบรก ขณะที่โจ คยูฮยอนถึงกับเบิกตากว้างและอ้าปากค้าง สองหนุ่มหันมองหน้ากันก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปคนละทาง

“นายต้องอดทนนะ...” ฮยอกแจเอ่ยเสียงหวาน เกลี่ยเส้นผมของอีกคนอย่างนุ่มนวล

“...สัญญาสิ”

“ผมจะปลอดภัย...” ร่างสูงเอ่ยตอบ ทั้งที่ดวงหน้ายังเซียวซีด

 

“...ผมสัญญา”

 

**

 

“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”

คุณหมอผู้ผ่าตัดเอากระสุนออกเอ่ยพร้อมรอยยิ้มหลังจากที่ใครหลายคนทยอยไปให้เลือดกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เล่นเอาประธานหนุ่มแห่งโรสมาร์คที่เดินไปเดินมาเสียหลายรอบค่อยทรุดตัวลงนั่งอย่างโล่งอก อึนฮยอกมองพี่ชายของตนเองอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบบอกเสียงเบาหวิว

“ดีใจด้วยนะฮยอกแจ”

ฮยอกแจทำทีเป็นเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น ขี้เก็กเสียจนคนเป็นน้องอดที่จะส่ายหน้ากับตัวเองไม่ได้ ลองมีนิสัยแบบนี้...ชเว ซีวอนคงจะลำบากน่าดู

“เรื่องร้ายๆ...ผ่านไปจนหมดแล้วใช่มั้ยครับ”

อึนฮยอกถามพี่ชายของตนเองเสียงเบาหวิว ดวงตามองอี นาบีที่นั่งนิ่งอยู่ข้างอี ฮยอนซู และชายชราก็เอื้อมมือมากุมมือภรรยาของตนเองแผ่วเบาเหมือนกำลังให้กำลังใจ ฮยอกแจมองภาพนั้น ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาในที่สุด

“ผ่านไปแล้วล่ะนะ อึนฮยอก”

ไม่พูดเปล่า จับศีรษะของคนเป็นน้องให้เอนมาพิงบ่าบาง อึนฮยอกเหลือบมองดวงหน้าของพี่ชายฝาแฝดแล้วก็ต้องแย้มรอยยิ้มออกมา แขนเรียวเลื่อนมาโอบกอดพี่ชายของตัวเอง ต่อจากนี้ไป...พวกเขาคงไม่ต้องพรากจากกันแล้ว

คิบอมมองภาพสองพี่น้องตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคยูฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“พี่ชายคุณปลอดภัยแล้ว ดีใจด้วยนะฮะ”

คยูฮยอนยิ้มจางๆ ก่อนจะนิ่งงันเมื่อหันไปเป็นคนรักของตัวเองที่กำลังนั่งนิ่งอยู่เดียวดาย ท่าทางเหมือนกำลังเสียขวัญที่เพิ่งจะค้นพบความจริงโดยบังเอิญ คิบอมมองตามสายตานั่น ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาเหมือนให้กำลังใจคนอายุน้อยกว่า

“ผมว่า...คุณทงเฮเขากำลังต้องการคุณนะฮะ”

แฟนเก่าของอี ทงเฮเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว คยูฮยอนยิ้มหวาน ก่อนจะผุดลุกเดินเข้าไปหาอี ทงเฮที่เดินกลับมานั่งที่ม้านั่งด้วยดวงตาที่แดงก่ำทั้งสองข้าง ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว

“ทงเฮ...”

เจ้าของชื่อหันตามเสียงเรียก ก่อนจะซุกหน้าลงกับบ่าของคนรัก เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ฉัน...คิดมาโดยตลอดว่าพ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุ”

คยูฮยอนตวัดแขนโอบกอดคนรักด้วยความเข้าใจ ทงเฮเองก็โน้มกายมากอดเขาทั้งตัวด้วยท่าทีเหมือนต้องการใครสักคน สะอื้นออกมาอีกครั้ง

“ฉันไม่นึกว่าคุณลุงจะปกปิดความจริงกับฉัน...เพื่อปกป้องฆาตกร”

“คนเรามีเหตุผลในการกระทำทั้งนั้นนะฮะ...”

คยูฮยอนเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม ก้มหน้าลงปลอบอีกคนเสียงเบา ขณะที่ฝ่ามือยังลูบไล้เส้นผมราวอี ทงเฮเป็นเด็กน้อยก็ไม่ปาน

“...คิดดูสิว่าตอนนั้นคุณอายุแค่สิบขวบเอง จะทำอะไรผู้ชายร้ายกาจขนาดนั้นได้ คุณฮยอนซูเขากลัวคุณมีอันตรายหรอกนะ ถึงได้ปกปิดความจริงไม่ให้คุณรู้ ไม่อย่างนั้น...อี แฮซอกต้องฆ่าคุณด้วยแน่ๆ จริงมั้ย”

ทงเฮนิ่งงัน ยกมือขึ้นปาดน้ำตาปอยๆ มองหน้าคนรัก เหลือบมองคนเป็นลุงที่ยังมองเขาอย่างห่วงใย ก่อนจะก้มหน้านิ่ง คยูฮยอนยิ้มออกมาบางเบาก่อนจะดึงอีกคนเข้าไปกอดอีกครั้ง

“ยังไงตอนนี้ คุณก็มีผมนะ”

ร่างสูงโยกอีกคนเบาๆราวกล่อมเด็ก ทงเฮยิ้มออกมาทั้งน้ำตาก่อนจะกดจูบที่แก้มของอีกคนอย่างรักใคร่ คยูฮยอนยิ้มกว้างประสานตากับคนรักของตนเองอย่างอ่อนหวาน

อึนฮยอกมองคนทั้งคู่ ก่อนจะหันมาสะกิดพี่ชายของตัวเอง

“พี่ครับ...ท่าทางคุณทงเฮเขาจะมีความสุขแล้วนะฮะ คุณคยูฮยอนก็ด้วย”

“สองคนนั่นเองก็ผ่านเรื่องร้ายมาเยอะ สมควรที่จะมีความสุขอยู่หรอก”

ฮยอกแจเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะชักสีหน้าเมื่อคิบอมเดินมานั่งข้างๆน้องชายของตนเอง พร้อมเอ่ยออกมาหน้าตายพร้อมรอยยิ้ม

“ไม่มีใครเขามีความสุขมากกว่าเราหรอกนะฮะ...”

ร่างสูงเอ่ยโดยไม่แยแสสายตาของพี่ชายคนรักที่มองค้อนจนตาวาว คิบอมกดจมูกโด่งที่แก้มใสของคนรัก จนฮยอกแจถึงกับค้อนขวับเข้าให้ด้วยความหมันไส้

“...ก็อีกเดี๋ยวเราก็จะแต่งงานกันแล้วนี่”

“ครับ...” อึนฮยอกหัวเราะคิก ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงตาใสแจ๋ว

“...แต่คุณต้องขอพ่อกับแม่ผมก่อนนะ”

รอยยิ้มของคิบอมจางวูบ เมื่อหันไปมองอี ฮยอนซูและอี นาบีที่นั่งอยู่ไม่ห่าง ปราการสำคัญที่แน่นหนากว่าอี ฮยอกแจนับร้อยเท่าพันเท่า เพราะเขาเผลอไปรับปากแต่งงานกับฮยอกแจไปก่อนหน้านี้แล้วด้วยเนี่ยสิ

คราวนี้...อี ฮยอกแจหันมาแย้มรอยยิ้ม ดึงน้องชายออกห่างเพื่อนรักที่เขารู้ดีแก่ใจว่ามันนั้นเป็นคนมือไวมากขนาดไหน ประธานหนุ่มแห่งโรสมาร์คเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ใช่ ถ้านายไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อกับแม่ของเรา นายก็ยังแตะต้องอึนฮยอกของฉันไม่ได้...จำเอาไว้ใส่กระโหลกซะ คิมคิบอม” พูดจบก็หันมาเอ่ยกับน้องชายของตนเองเสียงหวาน

“อึนฮยอก...คืนนี้กับคืนต่อๆไป เราจะย้ายกลับเข้าไปอยู่คฤหาสน์ตระกูลอีนะ เราจะได้ไม่ต้องไปอาศัยคนอื่น”

จงใจเน้นคำว่าคนอื่น จนคิบอมถึงกับชักสีหน้า อึนฮยอกหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ครับ”

อึนฮยอกหันมามองดวงหน้าเหยเกของคนรัก ก่อนจะอดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้

“สู้ๆนะฮะคุณคิบอม ^^

“ครับ”

คราวนี้คิม คิบอมได้แต่ยิ้มแหยๆ

 

**

 

“อย่าใช้จุนกิเด็ดขาด!

 

“ฉันคิดว่า...เรารู้ตัวหนอนแล้วล่ะฮยอกแจ”

 

.

.

.

 

ดวงตาสีอำพันมองคนตรงหน้าด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรง ฮยอกแจเม้มปากแน่นกับหลักฐานทั้งหมดที่ถูกผู้สารภาพผิดนำมากองรวมกันให้ชม ทั้งคิม คิบอมและอี ทงเฮเองก็ไม่นึกอยากจะเชื่อสายตาเลยแม้แต่น้อย

“ผม...” อี จุนกิหลุบตาต่ำเหมือนไม่อาจจะสู้หน้าใครได้

“...ขอลาออกครับ”

“ถึงนายไม่ลาออก ฉันก็ต้องไล่นายออก!...” ฮยอกแจตวาดออกมาอย่างเหลือทน

“...ฉันเคยไม่นึกเลยว่าหนอนมันจะอยู่ใกล้แค่นี้ และยิ่งไม่นึกว่าจะเป็นนายด้วย!!

แฟ้มเอกสารถูกปาใส่ดวงหน้าราบเรียบของอีกคน ฝากฝังรอยเลือดจากคมกระดาษบาดไว้ที่โหนกแก้มขาว จุนกิหลับตาลงเสมือนว่าจำยอมทุกอย่าง เพียงแค่เห็นดังนั้น ประธานแห่งโรสมาร์คก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง อีกคนเป็นผู้ชายที่เขาเองก็ให้ความรักและความเอ็นดูได้เทียบเท่ากับน้องชายคนนึง ในที่สุด...ฮยอกแจก็ตวาดลั่นออกมาอย่างหมดความอดทน

“บอกฉันมาสิ! ว่าตาแก่นั่นให้อะไรกับนาย! นายถึงได้ยอมที่จะทรยศฉัน! ยอมที่จะทรยศทุกคนในบริษัทนี้!!?...”

“...”

“...เงินเหรอ!? หรือว่าหุ้น!? ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงล่ะ!!?

ฮยอกแจตวาดถามจนหอบจนตัวโยน คนตรงหน้ารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ถึงไม่สนิทเท่าทงเฮแต่ก็รู้จากพ่อเลี้ยงว่านี่คือคนในตระกูลอีคนนึง และเพราะเจ้าตัวทำท่าเจียมตัวตลอดเวลาและไม่มีปากมีเสียงจนเขาเอามาทำงานอยู่ใกล้ตัว นึกไม่ถึงว่าจะมาหักหลังกันได้เจ็บแสบยิ่งกว่าอี แฮซอกเสียอีก

“เขา...” จุนกิสูดลมหายใจลึกก่อนตอบเสียงเบาหวิว

“...จะยอมให้ผมเรียกเขาว่าพ่อ...”

!!

อีกสามคนถึงไหวตัว นิ่งตะลึงกับความจริงที่ได้ประจักษ์นี่ อี ฮยอกแจเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าที่สารผิดเสียงสั่น

“...คุณแฮซอกบอกว่าจะยอมรับผมเป็นลูก หลังจากที่เขาได้เป็นประธานบริษัท”

“นาย...” คราวนี้ฮยอกแจต้องถามออกมาเสียงเบาหวิว รู้สึกใจหายวาบ

“...เป็นลูกของเขาเหรอ?

“คุณฮยอกแจก็น่าจะทราบดี...” มือที่วางอยู่บนหัวเข่ากำแน่น พวกเขาเห็นเลขาหนุ่มที่ถูกเรียกว่าหน้าตายที่สุดในบริษัทกำลังทำหน้าเศร้าสลดเหมือนว่ากำลังจะร้องไห้

“...ต่อให้คนที่ให้กำเนิดเราเขาจะเกลียด จะไม่ยอมรับเรามากแค่ไหน แต่สุดท้าย...”

“...”

“...สุดท้ายเราก็ยังโหยหาความรัก และการยอมรับจากเขาอยู่...”

“...”

“...เพราะว่าเลือดของเรา...อย่างน้อยเศษเสี้ยวนั้นก็ได้มากจากเขา”

ฮยอกแจรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแรงลงในที่สุด มิน่าล่ะ...ฮยอนซูถึงได้ทำเหมือนรู้อยู่ก่อนแล้ว เพราะรายนั้นแทบจะรู้ความจริงทุกสิ่งอย่าง ไม่แปลกหากในเมื่อรู้ว่าจุนกิเป็นลูกชายแท้ๆของแฮซอก และคนที่เป็นหนอนให้แฮซอกได้ก็คงจะมีแต่คนตรงหน้า

อี จุนกิสูดลมหายใจลึก ก่อนจะทำใจกล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้านายที่เขาทรยศ

“ผมขอความเมตตาคุณฮยอกแจเพียงอย่างเดียวได้ไหมครับ”

“ขอ...เหรอ?” ฮยอกแจเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว

“น้องชายของผมน่ะ...” จุนกิช้อนตาเรียวที่แดงก่ำขึ้นสบตาคนเป็นนาย

“...อี แทมิน ผมขอเจอน้องครั้งสุดท้ายก่อนจะไปได้ไหมครับ?

“...”

ฮยอกแจนิ่งไปนาน...นานจนในที่สุดก็พยักหน้ารับตอบตกลง

 

“ได้สิ”

 

**

 

“เธอจะไปไหนน่ะนาบี”

ฮยอนซูเอ่ยถามภรรยาของตนเสียงเครียด คนที่ลากกระเป๋ามาที่ปากประตูหยุดชะงัก อี นาบีหันมองสามีตามกฏหมายของเธอก่อนจะเม้มปากแน่น

“คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ...” หญิงวัยกลางคนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“...ว่าฉันมันไม่เหมาะกับคุณ ฉันสร้าง....ความอับอายให้คุณตั้งเท่าไหร่กันล่ะ”

ฮยอนซูถึงกับนิ่งงัน จริงอยู่ว่าทั้งหนังสือพิมพ์และนิตยสารประโคมข่าวของพวกเขา จนร้อนถึงฮวาซองต้องวิ่งแจ้นปิดข่าวกันจ้าล่ะหวั่น แต่ก็นั่นแหละ...อี นาบียังไม่พอใจ ร่ำๆจะจากเขาไปอยู่เรื่อย

“เธอ...อยากไปจากฉันจริงๆอย่างนั้นเหรอ”

นาบีเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรง อยากไปเหรอ...ใจจริงเธอไม่เคยนึกถึงเลยด้วยซ้ำ ฮยอนซูเป็นผู้ชายที่รักเธอ...รักมากขนาดยอมชุบเศษดินให้มาเป็นเพชรเม็ดงาม บางครั้งเธอยังนึกว่าคนตรงหน้าดีเกินไปสำหรับเธอด้วยซ้ำ ไม่สิ...จริงๆแล้วเขาก็ดีเกินไปนั่นแหละ จะมีผู้ชายสักกี่คนล่ะที่รักลูกของใครคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกของตัว ได้มากเท่ากับลูกตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเขารักเธอด้วย

“ค่ะ...”

และนี่คือสิ่งที่เธอจะตอบแทนผู้ชายตรงหน้านี้ได้ แค่เพียงอย่างเดียว

“...ฉันจะเอาแทมินไปด้วย ฉันรู้ว่าคุณคงทำใจไม่ค่อยได้ถ้าต้องเห็นหน้าเด็กคนนั้น ส่วนฮยอกแจกับอึนฮยอกน่ะ...คุณคงรักพวกเขามากเกินกว่าที่ฉันจะแยกไปได้ โดยเฉพาะฮยอกแจ...”

“...”

“...ฉันคงไม่มีความคิดที่จะแยกลูกแฝดของตัวเองอีกแล้วล่ะ”

“แทมินเองก็เป็นลูกของฉันนะ...” ฮยอนซูเดินเข้ามาใกล้ภรรยายังสาวของตน

“...ฉันรักเขามาตั้งแต่เขาเกิด เธอเองก็น่าจะรู้”

“แต่เด็กคนนั้น...เป็นตราบาป...!!

มือผอมยกขึ้นมาปิดปากภรรยาของตน ก่อนที่ชายวัยชราจะรั้งร่างของภรรยาตัวเองเข้ามาไว้ในวงแขน นาบีโผกอดอีกคนพร้อมสะอื้นไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ละอายต่อเขา...เธอละอายจริงๆ

“นาบี...เธอจำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม?

“ฮึก...”

“เธอยังสาว ยังสวย จนฉันไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะยอมตกลงแต่งงานกับตาแก่อย่างฉัน แถมยังให้ลูกชายที่น่ารักที่สุดแก่ฉันอีกด้วย...”

“คุณคะ...”

ไม่ เธอแต่งกับเขาเพราะเงินต่างหาก เพราะไม่อยากที่จะทนลำบากกับสามีที่เธอไม่ได้รักเขาเลย เธอถึงได้แต่งกับผู้ชายตรงหน้า เขาเองก็น่าจะรู้ว่าการที่เธอยอมแต่งงานกับเขา มันเป็นเพราะความเห็นแก่ตัว...ไม่ใช่ความรัก

“...แล้วเธอก็มีลูกชายให้ฉันได้ชื่นใจอีกตั้งสองคน เราน่าจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบกันไม่ใช่เหรอ...” ฮยอนซูปาดน้ำตาให้อีกคนอย่างอ่อนโยน

“...ฉันต่างหากที่เป็นสามีที่แย่ ตั้งแต่แต่งงานกันมา ฉันก็มัวทำแต่งาน แทบไม่เคยมีเวลาให้กับเธอเลย เรื่องอย่าว่าก็ห่วย มีลูกด้วยกันก็ไม่ได้ แถมยังปกป้องเมียตัวเองไม่ได้อีก มันน่าละอายใจนัก”

“ไม่หรอกค่ะ...” นาบีผวากอดอีกคนไว้แนบแน่น

“...ฉันต่างหากที่เป็นเมียที่แย่ ฉันไม่มีอะไรที่เหมาะสมกับคุณเลยด้วยซ้ำไป ฉัน...ทำให้คุณต้องเดือดร้อนเพื่อฉันตั้งมากมาย แถมยังทำร้ายจิตใจคุณมาโดยตลอด ขอโทษนะคะฮยอนซู”

ร่างบางทรุดตัวลงเหมือนจะคุกเข่าให้คนตรงหน้า หากฮยอนซูกลับรับร่างของอีกคนให้หยัดกายลุกขึ้นดังเดิม เขายิ้ม...ให้ภรรยาที่รักที่สุดของตนเอง

“แต่เธอเองก็เป็นแม่ที่ดีไม่ใช่เหรอ ผู้ชายน่ะนะนาบี...เขาอยากได้แม่ที่ดี ที่ดูแลและปกป้องลูกของตัวเองแม้ต้องเสียอะไรไปก็ตาม มากกว่าผู้หญิงที่เป็นเมียที่ดีเยอะ”

“...”

“ให้โอกาสฉันถอะนะนาบี...” ฮยอนซูเกลี่ยเส้นผมที่บังดวงหน้าออกให้อีกฝ่าย

“...ฉันน่ะมันแก่แล้ว ฮยอกแจก็มัวแต่ทำงาน ลูกหลานคนอื่นๆเขาก็ไม่มาอยู่ดูแลหรือสนใจคนแก่คนนี้หรอก ถ้ามีเธอ...อย่างน้อยฉันก็มีคนคอยดูแล”

“แต่ฉัน...” นาบีหลุบตาลงต่ำ ฮยอนซูลูบแก้มของภรรยาตนเองแล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวล

“นโปเลียนน่ะ ให้อภัยโจเซฟินได้ ฉันก็ให้อภัยเธอได้เสมอ อย่าโทษตัวเองเลยนะ...เรามาเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่กันจะดีกว่า...”

อี นาบีถึงกับนิ่ง ก่อนที่หล่อนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง พยักหน้าเร็วๆพร้อมคลี่ยิ้มออกมาอย่างแสนหวานให้คนตรงหน้า ฮยอนซูทำหน้าเก้อกระดาก

“อ่า...นี่คงเป็นการง้อที่เชยมากเลยสินะ ขอโทษนะ คนมันแก่แล้ว...ก็หวานไม่เป็นอย่างนี้นี่แหละ มาเถอะ เข้าไปนั่งจิบน้ำชากันจะดีกว่า เธอไม่ได้เล่นหมากรุกกับฉันมานานแล้วนะนาบี”

นาบีทอดมองอีกคนด้วยแววตาตื้นตันอย่างหาที่สุดไม่ได้ ฮยอนซูชะงักกึกเมื่ออีกคนผวาเข้ากอดเขาจากด้านหลัง พร้อมรอยจูบที่ข้างแก้มเหี่ยวย่น

“ฉันรักคุณนะคะ”

หัวใจของชายชราเหมือนจะฟูฟ่องขึ้นมาทันที มือเหี่ยวย่นกระชับมือของภรรยาตนที่ประทับกลางหัวใจเอาไว้แนบแน่น

“ฉันรู้แล้วล่ะน่า”

 

**

 

แสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้ดวงตาสีดำขลับปรือขึ้นอย่างยากเย็น ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เกิดจากคมกระสุนแทบจะทำให้ชเว ซีวอนขยับกายไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เขาเห็น...เงาเลือนรางของใครบางคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ริมระเบียง

“ฮยอกแจ...?

ร่างนั้นชะงัก พอปรับโฟกัสสายตาได้ที่แล้วชเว ซีวอนก็ต้องพบกับความผิดหวัง ร่างนั้นสูงกว่าฮยอกแจอยู่ แถมยังสูงใหญ่ ดวงตาสีดำคมกริบนั่นหันมามองเขาก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างไม่พอใจเล็กๆ

“ตื่นขึ้นมาก็เรียกหาคู่หมั้นคนอื่นแบบนี้ ไม่ดีมั้งครับคุณชเว?

คิม คิบอมขยี้ปลายบุหรี่ที่ยังสูบไม่เสร็จกับราวระเบียง โยนก้นบุหรี่ทิ้งแล้วเดินเข้าไปใกล้ศัตรูหัวใจตัวฉกาจ สีหน้าของรองประธานแห่งโรสมาร์คดูไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่จนซีวอนรู้สึกเหมือนเอือมระอา

“คนรักของคุณ...คืออึนฮยอกไม่ใช่เหรอ?

“แต่คู่หมั้นของผมยังเป็นอี ฮยอกแจอยู่นี่ครับ”

คิบอมสืบเท้าเข้ามาใกล้ ก้มลงยิ้มเยาะใส่ดวงตาคมกริบที่ทอประกายไม่เป็นมิตรของคนตรงหน้า ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆจนอีกคนต้องมองกลับมาอย่างงุนงง

“ผมล้อเล่นน่า...” คิบอมหัวเราะเบาๆ ทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างคนป่วย

“...แต่จริงๆแล้วผมเองก็แอบเคืองอยู่เหมือนกันนะ ที่คนที่ฮยอกแจเลือกดันเป็นคุณซะได้ ผมเคยหวัง...ว่าคนที่เขาเลือกจะต้องดีกว่าผม และดีกว่าคุณด้วย”

“แล้วผมมันไม่ดีตรงไหน”

ชเว ซีวอนขมวดคิ้วมองคนตรงหน้า ไม่เข้าใจเลยว่าคิม คิบอมต้องการจะสื่อสารอะไร จบเรื่องของอี อึนฮยอกหากเขาก็รู้ว่าคิบอมยังคงเคืองเขาอยู่มาก ก็แน่ล่ะ...อดีตของพวกเขาก็ใช่ว่าจะน่าพิสมัย

คิบอมเป็นรักแรกของอี ฮยอกแจ ขณะที่ตัวเขาเองก็เป็นผู้ชายคนแรกของอี อึนฮยอก เหตุผลแค่นี้ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายสองคนเกลียดกันไปจนวันตายแล้ว ยกเว้นโจ คยูฮยอนคนนึง น้องชายของเขาดูจะไม่ถือสาที่คิบอมเป็นแฟนเก่า เป็นคนแรก และเป็นรักแรกของอี ทงเฮเลยด้วยซ้ำ หรือว่าหมอนั่นมันจะใจกว้าง...ไม่เหมือนพวกเขา

“คุณดีขึ้นมากซีวอน การที่คุณออกตัวมารับกระสุนแทนฮยอกแจ...แค่นั้นมันก็สามารถทำให้ผมคิดว่า ผมน่าจะไว้ใจให้คุณดูแลเขาได้”

“...”

“คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนดูแลฮยอกแจมาตั้งแต่เจ้าตัวยังเด็ก ผมเป็นคนที่รู้จักนิสัยอี ฮยอกแจดีไม่น้อยไปกว่าคุณ ความผูกพันของผมและตัวเขาเองก็มีมาก แถม...ฮยอกแจเองเขาก็สารภาพว่ารักผมด้วย”

“...”

ชเว ซีวอนกำลังข่มอารมณ์นับหนึ่งถึงสิบ คิม คิบอมมาที่นี่เพื่อมาเกทับเขาหรือเปล่านะ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาฮยอกแจไม่เคยบอกว่ารักเขาเลยสักครั้ง ยกเว้นตอนที่เจ้าตัวเล่นบทเป็นอึนฮยอกซึ่งเขาไม่นับ

“คุณต้องการอะไร”

คำถามที่เหมือนคนพูดจะหมดความอดทนอยู่รอมร่อทำเอาคิบอมถึงกับหัวเราะออกมา สาแก่ใจชะมัดเลย

“ฮยอกแจเขาเองก็อยากจะมาเยี่ยมคุณอยู่ แต่งานของโรสมาร์คตอนนี้สำคัญกว่าเยอะ ผมเลยต้องมาแทน และก็เลยคิดว่าไหนๆก็มาแล้ว เลยจะมาบอกคุณว่า...”

ไหนๆก็พูดแล้ว ขอคิบอมเกทับอีกคนอีกสักนิด

 

“...ผมกับฮยอกแจกำลังจะแต่งงานกัน ว่างๆก็เชิญคุณไปร่วมงานด้วยนะ”

 

ดวงตาของคนฟังถึงกับเบิกกว้าง ก่อนที่ชเว ซีวอนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงเครียด

“แล้วอึนฮยอกล่ะ?

“...”

“...ไหนคุณบอกว่าคุณรักเขาไม่ใช่เหรอ? คุณเอาเขาไปไว้ที่ไหนซะล่ะตอนนี้?

คิม คิบอมมองดวงตาแข็งกร้าวนั่น ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาจนปวดท้อง ชเว ซีวอนมองอีกคนอย่างงุนงงยิ่งกว่าเก่า รองประธานแห่งโรสมาร์คหัวเราะออกมาเสียจนพอใจ ดวงตาคู่คมมองคู่แข่งความรักตัวฉกาจก่อนจะยิ้มให้

“ผมจะแต่งกับฮยอกแจก็แค่ในนามเท่านั้นแหละ...”

“...”

“...ก็หมายมันถูกกำหนด และประกาศโดยคุณอี ฮยอนซูไปแล้ว เราสองคนก็คงจะเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้”

“...”

“...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่แต่งงานกับผมจริงๆคืออี ฮยอกแจนี่นะ?

“คุณ...”

ซีวอนชะงักกึก ดวงตาสีดำขลับจุดประกายประหลาด เหมือนเริ่มจะเดาทางได้แล้ว

“คนของโรสมาร์คขึ้นชื่อว่าเจ้าเล่ห์เพทุบาย...” คิบอมเอ่ยพร้อมยิ้มน้อยๆ

“...นั่นรวมถึงผมด้วย เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะเชิญคุณไปที่งานแต่งงานของเรา หลังจากคุณหายดีแล้วนะครับ”

“ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณคิบอม...” ชเว ซีวอนเอ่ยออกมาอย่างใจจริง เมื่อสบดวงตาคมของอีกฝ่าย เขายิ้มกว้าง

“...เขา จะต้องมีความสุข เพราะคุณเป็นคนดี”

ดวงตาของคิม คิบอมเปล่งประกายความเป็นมิตรมากขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง

“งั้นผมขอของขวัญแต่งงานก่อน”

“หือ? อั่ก!! นี่คุณ...!!

ซีวอนถึงกับโวยลั่นเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายก็ซัดหมัดเข้าที่โหนกแก้มขาวจนดวงหน้าเขาสะบัด คิบอมยิ้มน้อยๆ ดวงตาคราวนี้เปล่งประกายน่ากลัวเมื่อโน้มดวงหน้าลงมามองคนเจ็บด้วยแววตาสาแก่ใจ

“นี่สำหรับสิ่งที่คุณทำกับคนที่ผมรัก และผมก็ยังไม่ได้เอาคืน...”

ซีวอนกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหลุดยิ้มเมื่ออีกคนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางจริงจัง

“...และถ้าคุณขืนทำให้เพื่อนที่รักที่สุดของผมต้องเสียใจอีกคนล่ะก็...มันจะไม่ใช่แค่หมัดเดียวแน่ ชเว ซีวอน”

เจ้าของชื่อแย้มรอยยิ้มออกมา เมื่อดวงตาของอีกฝ่ายอ่อนลงจนหลงเหลือแต่ความเป็นมิตร

 

“ไม่มีวันหรอกฮะ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้เพื่อนของคุณต้องเสียใจเป็นอันขาด”

 

**

 

เสียงไวโอลีนที่ดังอยู่ข้างสวนดอกกุหลาบสีขาวที่ชูช่อ พร้อมกับเค้กแต่งงานสีขาวสะอาดสูงชะลูด ร่างสูงของใครบางคนยืนยิ้มรับแขกเหรื่อที่เดินทางมาร่วมอวยพร คิม ฮีชอลอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มน้องชายของตนเองแรงๆด้วยความหมันไส้

“หุบยิ้มได้แล้วน่า~ ยิ้มมากไปไม่เมื่อยแก้มหรือไงคิบอม!

“ก็คนมันมีความสุขนี่พี่”

คิบอมหันมามองค้อนพี่ชาย หากรอยยิ้มยังไม่ละไปจากดวงหน้า ฮีชอลทำท่าฮึดฮัด ใครบางคนดึงร่างระหงไปโอบกอดพร้อมกระซิบบอกเสียงนุ่ม

“เอาน่าฮีนิม ยังไงเห็นน้องมีความสุขยังดีกว่าเห็นเขาเป็นทุกข์ไม่ใช่เหรอฮะ”

ปาร์ค จองซูที่วันนี้รับหน้าที่เพื่อนฝ่ายเจ้าบ่าวแย้มรอยยิ้มให้คนรัก ฮีชอลทำท่างอนเล็กๆจนอีกคนต้องก้มลงเอาจมูกถูไถ เพื่อนฝ่ายเจ้าสาวถึงได้ยิ้มออกมาในที่สุด

“ยินดีด้วยนะฮะคุณคิบอม”

โจ คยูฮยอนปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ในมือยังถือกล่องของขวัญที่ร่วมหุ้นกับอี ทงเฮ และของฝากจากพี่ชายตัวเองยื่นให้อีกฝ่าย คิม คิบอมรับมาพร้อมรอยยิ้มแช่มชื่น

“ขอบคุณที่มาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ผมนะฮะคุณคยูฮยอน ถ้าอึนฮยอกเขาโยนดอกไม้เราก็เตรียมรับให้ดีๆล่ะนะทงเฮ”

ไม่พูดเปล่า ยังยื่นมือไปขยี้เส้นผมเพื่อนตัวเล็กที่ยืนเคียงร่างสูงโปร่ง ทงเฮย่นจมูกให้อย่างน่าเอ็นดู คยูฮยอนหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะโอบเอวอีกคนเข้ามาประชิดตัว

“ไม่ต้องรับก็ได้ครับ ยังไงผมก็ไม่ปล่อยคุณไปหรอก”

“...”

คิบอมมองเพื่อนตัวเล็กของตนเองที่เขินจนทำอะไรไม่ถูก พูดไม่ออกเลยทีเดียว ก่อนจะชักสีหน้างุนงงเมื่อชายหนุ่มร่างสูงผิวสองสีที่เดินตามหลังคู่นี้มาต้อยๆทำหน้าละเหี่ยใจพิลึก

“คุณชางมินเขาเป็นอะไรน่ะฮะ”

คยูฮยอนเหลือบตามองเพื่อนรัก ก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมถอนหายใจอย่างหน่ายเหนื่อย ขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบบอกเสียงเบา

“มันไปปิ๋งเลขาของคุณฮยอกแจเข้าน่ะสิครับ แต่พวกคุณไล่เขาออกแล้ว เลยกลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มคุยเลยสักนิด”

คิบอมกับทงเฮมองหน้ากัน ความจริงพวกเขาเองก็ไม่ได้อยากไล่อี จุนกิออกหรอกนะ แต่ในเมื่ออีกคนได้ขึ้นชื่อว่าคนทรยศ...ก็คงจะเอามาไว้ใกล้ตัวไม่ได้ ถึงเจ้าตัวจะเคยทรยศต่อฮยอนซูเพื่อช่วยชีวิตอี ทงเฮก็เถอะ

“แต่ผมว่า...ฮยอกแจเขาคงยอมให้อภัยรายนั้นอยู่หรอก สักวันคงได้เจอกันอีกนะครับ”

คิบอมเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม คยูฮยอนพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นใครบางคน

“คุณหมอเยซอง~!

หมอหนุ่มที่ได้รับเชิญมาเป็นเพื่อนฝ่ายเจ้าสาวหันควับ รีบผละจากคิม ยองอุนที่กำลังทำท่ากระลิ้มกระเลี่ยโดยทันควัน หันมายิ้มให้คยูฮยอนด้วยสีหน้าแช่มชื่น

“คุณคยูฮยอน~...” เยซองรีบเดินเข้ามาใกล้ หันมองทงเฮแล้วยิ้ม

“...อ่า! นี่คงเป็นคนรักของคุณใช่ไหมครับ ผมได้ฟังเรื่องของพวกคุณผ่านทางคนตระกูลคิมมาหมดแล้วล่ะนะ น่าปวดหัวน่าดูเชียวนะฮะ”

คยูฮยอนหัวเราะกับคำพูดนั้นอย่างไม่ถือสา

“ครับ ถึงเรื่องของเราจะน่าปวดหัว แต่เราก็รักกันได้ ผมไม่นึกว่าคุณหมอเองก็จะเป็นคนตระกูลคิมด้วย”

“ผมไม่ใช่คนดังของตระกูลคิมนี่ฮะ อาชีพหมอไม่ใช่อาชีพที่พูดถึงบ่อยๆในตระกูลนี้ และถ้าผมรู้ว่าอึนฮยอกเขาเป็นว่าที่เจ้าสาวของน้องชายผมล่ะก็...รับรองว่าผมต้องส่งเขาให้คิม คิบอมไปนานแล้ว ไม่ส่งให้พี่ชายของคุณหรอก หึหึ”

เยซองพูดติดตลก คยูฮยอนหัวเราะตาม หมอหนุ่มมองอีกคนด้วยแววตาอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิว

“ผมเพิ่งกลับมาจากอังกฤษ เฮริมเขาฝากความคิดถึงและความห่วงใยมาหาคุณด้วย บอกว่าตอนนี้เธอสบายดีและกำลังจะเรียนต่อปริญญาเอกแหละ”

คยูฮยอนชะงัก ก่อนจแย้มรอยยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน

“เขาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะจำไว้จนวันตายเลยแหละครับ”

เยซองยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ก่อนจะตัวปลิวเมื่อใครบางคนกระโดดใส่จนเอนไปข้าง

“พี่เย่~!! ไม่เจอกันตั้งนานแหน่ะ!! อุคกี้คิดถึงจังเลยยยยยยยยย!!

คิม เรียวอุคว่าจบก็หอมฟอดเข้าที่แก้มเป็นพวงนิ่มของคิม จองอุน จนคิม ยองอุนและอี ซองมินที่อยู่ใกล้ๆถึงกับอ้าปากค้าง เยซองตาเหลือก คังอินรีบเข้ามากันน้องชายออกห่างจนเรียวอุคแหกปากร้องลั่น ร้อนถึงซองมินต้องเดินเข้ามาไกล่เกลี่ยเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีของพี่น้อง อดีตพนักงานของไลอ้อนจิวเวอร์รี่หันมาทักคยูฮยอนตาใสแจ๋ว

“ไม่ได้เจอกันนานนะฮะคุณคยูฮยอน”

“ครับคุณอี ซองมิน”

คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เล่นเอาซองมินแก้มแดงเรื่อ ก่อนจะนิ่งไปนิดเมื่ออี ทงเฮเดินเข้ามาคล้องแขนคนรักแล้วเอ่ยเสียงอ้อน

“คยูฮยอนอ่า~ ซึงฮยอนแกล้งจียงใหญ่แล้ว เราไปช่วยกันแยกสองคนนั้นกันเถอะ”

“อ่า...ไปสิ ไว้ค่อยคุยกันนะฮะคุณซองมิน”

คยูฮยอนบอกไวๆก่อนจะเดินตามคนรักของตัวเองไป ซองมินมองตามภาพที่คยูฮยอนลูบหัวทงเฮอย่างอ่อนโยนแล้วยิ้มออกมาบางๆ เรียวอุคชะโงกหน้ามามองก่อนถามเสียงเบาหวิว

“อกหักเหรอครับมินๆ”

สรรพนามที่ถูกตั้งให้หลังจากสนิทชิดเชื้อกันจนเล่นหัวได้ ทำเอาซองมินเบะปากน้อยๆ หันมาส่ายหน้าพร้อมโอบคออีกคนที่หน้าแดงเรื่อขึ้นทันควัน

“ไม่หรอก ก็ผมมีคุณแล้วนี่น่า เนอะ!

 

.

.

.

 

ชเว มินโฮกับอี แทมินผลัดกันโปรยกลีบดอกไม้ตลอดทาง อี ฮยอนซูที่นั่งเคียงอี นาบีหันมาสบตาคิม ฮวาซองที่กำลังทำหน้าเหมือนหวานอมขมกลืนหากสุดท้ายก็ยิ้มออกมา คิม คิบอมหันมองเจ้าสาวคนสวยของเขา...ดวงตาสีดำขลับนั่นอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความอ่อนโยน และมีความเอ็นดูในตัวร่างบางที่เดินถือดอกไม้ด้วยดวงหน้าที่แดงก่ำไม่น้อย

มืออุ่นเลื่อนไปรับมือขาวเนียนของคนรักเข้ามากุมไว้เบาๆอย่างนุ่มนวล ดวงตาสีดำขลับสบดวงตาสีอำพันเข้มนั่นอย่างอ่อนหวาน แหวนเพชรกำลังหยอกล้อแสงไฟอยู่ที่นิ้วนางของคนทั้งสอง เสียงของบาทหลวงเฒ่าเอ่ยคำระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้า แล้วเอ่ยถามคนทั้งสอง

“คุณคิม คิบอม...คุณจะรับคุณอี ฮยอกแจเป็นคู่ชีวิตของคุณหรือไม่ครับ”

บรรยากาศในงานเหมือนถูกหยุดชะงัก คิบอมล่ะแทบอยากจะหันไปเอาปากกาขีดฆ่าชื่อของเพื่อนสนิทแล้วใส่ชื่อของคนรักลงแทนที่ หากสุดท้ายเจ้าตัวก็ได้แต่นิ่งแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มและดวงตาที่สื่อความหมายให้คนเพียงคนเดียว

“ครับ”

“คุณอี ฮยอกแจ...คุณจะรับคุณคิม คิบอมเป็นคู่ชีวิตของคุณหรือไม่ครับ”

“...”

“คุณอี...?

“...ไม่ฮะ...”

คำตอบของคนเป็นเจ้าสาวทำเอาตกตะลึงกันทั้งงาน ก่อนที่เสียงพูดคุยจะเซ็งแซ่ คนที่แกล้งทำหน้านิ่งเมื่อครู่ก็แย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานให้กับชายหนุ่มข้างตัว

“ผม...อี อึนฮยอก จะรับคุณคิม คิบอมเป็นคู่ชีวิตเองฮะ”

คิบอมหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงอีกคนเข้าไปไว้ในวงแขนแล้วทาบทับเรียวปากบดเบียดกลีบปากนิ่ม ท่ามกลางเสียงตบมือของคนทั้งงานและดวงหน้างุนงงของบาทหลวงผู้ทำพิธี

“โอเค...จูบกันได้”

ช้าไปแล้วมั้ง... -___-

“โอ๊ะ!! มาแล้วๆๆๆๆ!!

ช่อดอกกุหลาบขาวลอยละลิ่วกระเด้งไปมาบนฝ่ามือที่เอื้อมรับก่อนจะตกปุลงมาที่อ้อมแขนของคนที่ยืนอยู่นอกวงที่สุด ชิม ชางมินถึงกับนิ่งงันเมื่อเห็นอี จุนกิที่ทำหน้างุนงงกับช่อดอกไม้ที่รับมาได้อย่างไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิด คยูฮยอนที่รับอาสาจากใครไม่ทราบ หากก็ยกขาถีบเพื่อนรักของตัวเองจนกระเด็นเข้าไปใกล้อดีตเลขาหน้าหวานที่มาร่วมงานเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะหันมาแย้มรอยยิ้มให้อี ทงเฮที่ยืนอยู่ข้างๆ

“โถ่...ดอกไม้ของฉัน”

ควอน จียงครางออกมาเสียงอ่อย ก่อนจะทำตาวิบวับขึ้นมาทันทีเมื่อชเว ซึงฮยอนจู่ๆก็ยื่นช่อดอกไม้มาให้โดยไร้เสียง ขณะที่ทง ยองเบซึ่งมองเพื่อนรักซึ่งรับมันมาอย่างตื้นตันพร้อมส่งตาหวานให้คนรักเก่าที่กำลังจะเล่าใหม่ แทบจะกู่ร้องออกมาดังๆด้วยความดีใจ ในที่สุดก็มีคนมาดูแลควอน จียงแทนเขาแล้วโว้ยยย~

“งานบรรยากาศแต่งงานก็โอเคอยู่นะ...” ฮยอนซูเอ่ยกับคู่บ่าวสาวเป็นครั้งแรก

“...ว่าแต่พี่ชายของเธอตอนนี้อยู่ที่ไหนอย่างนั้นเหรออึนฮยอก”

“นั่นสิ...” นาบีพยักหน้ารับ มองซ้ายแลขวา

“...แม่ไม่เห็นฮยอกแจตั้งแต่เดินเข้างานมาแล้วนะ นึกว่าอยู่กับเราที่ห้องแต่งตัวเสียอีก”

อึนฮยอกเหลือบตามาสบตาคิบอมอย่างมีเลศนัย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

“พี่เขาน่ะ...”

 

“...ตอนนี้กำลังออกเดทอยู่ฮะ”

 

**

 

“นายโกหกฉันอีกแล้วนะชเว ซีวอนนนน!!!

อี ฮยอกแจแผดเสียงลั่น พร้อมหยิบหมอนที่หลังรถอีกคนมาขว้างใส่ประธานแห่งไลอ้อนจิวเวอร์รี่ผู้แสนเจ้าเล่ห์ตรงหน้า

“ไหนนายบอกว่าจะพามินโฮมาด้วยยังไงเล่า!? ทำไมมันเหลือแต่นายกับฉันแค่สองคนกันเล่า!!?

“ก็มินโฮต้องไปโปรยดอกไม้ที่งานแต่งของน้องคุณกะทันหันนี่ครับ”

ซีวอนเอ่ยก่อนจะรีบเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือเล็กๆนั่นได้ทันท่วงที เมื่ออยู่กับคนตรงหน้าเขาจำเป็นต้องมีหูตาที่ว่องไวพอสมควร ไม่อย่างนั้นอาจจะน่วมเอาได้ง่ายๆ ฮยอกแจทำท่าจะฟาดลงมาอีก หากอีกคนจับหมับที่ข้อมือเล็กไว้ทันอย่างรู้แกว

“โกหก!...” ฮยอกแจว่าเข้าให้พร้อมสะบัดมือหลุดออกจากการเกาะกุม

“...อย่านึกว่าฉันโง่ตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของนายนะชเว ซีวอน บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าคิดจะทำอะไรฉันไม่ทราบ!

“...”

“...งั้นฉันกลับล่ะ!!

“เดี๋ยวสิฮยอกแจ!!

ร่างสูงคว้าหมับเข้าที่แขนเรียวก่อนที่อีกคนจะลงจากรถไปด้วยแรงอารมณ์ สบดวงตาสีอำพันที่ขวางสนิทนั่น

“ก็ผมอยากอยู่กับคุณสองคนนี่น่า”

น้ำเสียงที่อ่อนลงทำเอาฮยอกแจใจอ่อนยวบได้อย่างน่าประหลาด จริงอยู่ว่าวันนี้เขาปฏิเสธที่จะไปร่วมงานแต่งงานของน้องชาย เพราะไม่อยากให้เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวมันเก้อกระดาก หรือฟังนักข่าวที่หลากหลายมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเปลี่ยนเจ้าสาวก่อนถึงงานแต่งในวินาทีสุดท้าย เลยตกลงร่วมเดินทางมากับชเว ซีวอนที่รับปากเสียมั่นเหมาะว่าจะเอาชเว มินโฮมาด้วย และจุดประสงค์ในการเดินทางนี้ซีวอนก็บอกแค่ว่าจะพาไปดูคฤหาสน์ตระกูลชเวที่เพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆเท่านั้นแหละ

แต่นี่ท่าทางเขาจะเผลอตกหลุมพรางสิงโตจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้ซะแล้วล่ะ...

“ดูแค่บ้านนะ ฉันจะไม่เข้าไปในห้องนอน หรือห้องที่มีเตียง โซฟา หรือห้องไหนก็ตามของนายเด็ดขาด”

และบอกก่อนเลยนะว่าเขายังไม่หายโกรธ ที่เจ้าตัวไม่เคยบอกว่าพ่อตัวเองก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อบริษัทโรสไดมอนต์น่ะ

ชเว ซีวอนล่ะอยากจะถอนหายใจออกมาแรงๆกับท่าทีของคนที่นั่งเคียงข้าง อยากจะถามกลับไปว่าแบบนั้นเขาจะเรียกว่าดูบ้านได้ยังไงกันเล่า ที่สำคัญ...ตัวเขามันไม่น่าไว้วางใจขนาดนั้นเชียวเหรอ -____-+

ร่างสูงเลี้ยวรถไปตามทางที่คุ้นเคย ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าคฤหาสน์หลังใหม่เอี่ยมอ่อง ที่คงสภาพเดิมเหมือนวันวานไม่มีผิดเพี้ยน ฮยอกแจยังไม่เห็นเลยว่าอะไรที่ชเว ซีวอนอยากให้เขาเข้ามาดูอะไรนักหนาน่ะ

“มันก็ไม่ต่างจากเดิมเลยนี่น่า”

ฮยอกแจเอ่ยเสียงเหยียดเยาะน้อยๆ ก้าวลงจากรถเมื่ออีกคนเดินมาเปิดประตูรถให้ คฤหาสน์ตระกูลชเวก็ยังเป็นแบบเดิม มีบ้านเล็กๆข้างสระที่เหมือนเดิมทุกประการ แค่ใหม่ขึ้นกว่าเดิมเพียงเท่านั้น

“ก็เพราะไม่ต่างจากเดิมยังไงล่ะครับ มันถึงได้มีคุณค่ามากกว่าของใหม่เยอะ” ซีวอนเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะไขประตูบ้านแล้วผายมือให้อีกคนอย่างล้อเลียน

“เชิญฮะ”

ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆอย่างอารมณ์ดีขึ้นมานิด ก่อนจะก้าวเข้ามาในตัวบ้าน กวาดตามองโดยรอบก่อนจะหยุดชะงักเมื่อพบกับภาพของชอง ฮเยอินที่ตั้งตะหง่านอยู่ในตู้โชว์ ซีวอนมองคนที่จู่ๆก็นิ่งงันไป เขามองตามสายตาคู่นั้น ก่อนจะเงียบลงไปด้วยอีกคน ดวงตาสีอำพันของอี ฮยอกแจหลุบต่ำลงอย่างคนสำนึกผิด

“ฉันไม่น่าทำกับเธอแบบนั้น...”

คำพูดของอีกคนทำให้ซีวอนถึงกับชะงัก ฮยอกแจเอ่ยเสริมอีกครั้ง

“...ถ้าฉันไม่ทำกับเธอแบบนั้น ตอนนี้มินโฮคงจะมีแม่”

ชเว ซีวอนนิ่งไปนิด เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาหวิว

“ความจริงมันเป็นความผิดของผมเอง...”

“...”

“...เพราะถ้ารักไม่ได้ ผมเองก็ไม่ควรจะแต่งงานกับเขาตั้งแต่แรก ควรจะปฏิเสธไปให้เด็ดขาดเหมือนที่คยูฮยอนปฏิเสธชอง เฮริม แค่ในตอนนั้นผมไม่มีความกล้าพอ...”

“...”

“...ถ้าหากผมมีความเข้มแข็งมากกว่านี้ ฮเยอินก็คงจะยอมตัดใจจากผมได้ และอึนฮยอก...ก็คงไม่ต้องเจอเรื่องราวที่เจ็บปวดขนาดนั้น...”

“...”

ชเว ซีวอนถอนหายใจออกมาในที่สุด

“...ทุกอย่างมันเป็นความผิดของผมเอง ถ้าผมในตอนนั้นเป็นคนที่ได้เรื่องมากกว่านี้ คุณเองก็คงไม่จำเป็นต้องตามมาแก้แค้นเพื่อน้องชาย ความเจ็บปวดก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่ายังไง...”

ดวงตาสีดำขลับเบือนมามองคนข้างตัว ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“...ผมก็ดีใจนะ ที่เราได้เจอกัน”

ฮยอกแจเบือนหน้าหันมาสบตาอีกฝ่าย ดวงตาสีคู่คมคู่นั้นกำลังทอดมองเขาอย่างอ่อนโยนทำให้ดวงหน้าหวานถึงกับแดงซ่าน ซีวอนแตะเบาที่แก้มขาวเนียนของอีกคน

“...คุณทำให้ผมเติบโตหลายเรื่อง รู้ตัวมั้ยครับ?

“...”

“...ถ้าไม่เจอคุณ ผมก็คงยังเป็นชเว ซีวอนที่ไม่เอาไหน แล้วก็...ไม่ได้มีความสุขเหมือนทุกวันนี้หรอก”

“อ่าฮะ...” ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆแก้เขิน

“...งั้นฉันก็ทวงบุญคุณนายได้สินะ”

“เอาใหญ่เชียว ชมนิดเดียวเอง”

ซีวอนบีบจมูกอีกคนอย่างหยอกเอิน ฮยอกแจปัดมันออกแทบจะทันที คนตัวเล็กทำท่าจะเดินหนีอย่างรำคาญ

“อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นเด็กหน่อยเลย...”

ร่างสูงคว้าแขนอีกคนไว้พร้อมรอยยิ้มบางเบา เขาดึงอีกคนมากอดเอาไว้ทั้งตัว กระซิบเสียงผะแผ่ว

“ก็ไม่เคยคิดว่าเป็นเด็กนี่...”

ฮยอกแจเม้มปากแน่น ยังคงมองค้อนอีกคนน้อยๆหากก็ยอมให้กอดแต่โดยดี

“...ไม่อย่างนั้น ในคืนนั้นผมคงจะไม่...”

“ไอ้บ้า!...” ร่างบางหันมาทำร้ายอีกคนด้วยดวงหน้าที่แดงก่ำแทบจะทันที

“...หยุดพูดไปเลยนะ!!

ชเว ซีวอนหัวเราะออกมาทั้งๆที่โดนทุบไปหลายอั่ก อี ฮยอกแจรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกรังแกอยู่ ร่างเล็กเดินปั้นบึ้งขึ้นที่ด้านบนก่อนจะเอ่ยเสียงเครียด

“จะไม่พาฉันไปดูข้างบนอย่างนั้นเหรอ?

ซีวอนเลิกคิ้วขึ้นสูง สบดวงตาสีอำพันที่พราวระยับเพราะความเขิน ดวงหน้ามุ่ยๆนั่นหันไปอีกทางอย่างแสนงอน ร่างสูงแย้มรอยยิ้มกว้างก่อนจะเดินตามอีกคนขึ้นไปบนบ้านตัวเอง

บนชั้นสองของคฤหาสน์ตระกูลชเวมีระเบียงเป็นลานกว้าง อากาศบริสุทธิ์ถูกพัดเข้ามาทำให้คนที่กำลังอารมณ์หงุดหงิดพึงพอใจไม่น้อย ฮยอกแจเดินไปเกาะระเบียง สูดกลิ่นไอบริสุทธิ์ของธรรมชาติพร้อมมองไปยังสถานที่แต่งงานที่อยู่ไกลออกไปหากยังพอเห็นได้ ประธานแห่งโรสมาร์คแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“อึนฮยอกคงกำลังมีความสุข”

“คิม คิบอมก็ด้วย...”

ซีวอนเอ่ยพลางลอบสังเกตดวงหน้าของคนข้าง ฮยอกแจพยักหน้ารับขณะที่แววตาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ประธานแห่งไลอ้อนจิวเวอร์รี่เอ่ยดักคอเสียงเครียด

“...คุณคงจะไม่...ยังรักเขาอยู่ใช่ไหม”

“ฮะฮ่า...”

ฮยอกแจระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง หวานกังวานใสเสียจนคนฟังต้องคลี่ยิ้ม ร่างบางหันมายิ้มให้คนข้างตัวก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

“...ฉันไม่ใช่คนที่จมปรักกับความรักอันไม่สมหวังเหมือนอี ทงเฮหรอกนะชเว ซีวอน”

“นั่นก็ดีครับ...” ซีวอนเอ่ยยิ้ม ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตน

“...แล้วตอนนี้คุณพร้อม ที่จะมีรักใหม่หรือยังล่ะ”

“...”

“ฮยอกแจ...”

ร่างสูงมองอีกคนอย่างสื่อความหมาย เจ้าของชื่อเบี่ยงหลบเมื่อตัวเขาเข้าไปใกล้ ท่าทางเหมือนเขินอายมากกว่าเดียดฉันท์

“...อี ฮยอกแจ...”

“อะไรเล่า”

ประธานแห่งโรสมาร์ครู้สึกเหมือนวางตัวไม่ถูกเป็นครั้งแรก เขาเสหลบสายตาดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้น น่ากลัวว่าจะเผลอแก้มแดงให้อีกคนได้เห็น

“จำได้ไหมครับ ที่คุณเคยบอกกับผมว่า...เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป คุณจำเป็นต้องเกลียดผมน่ะ?

“...”

“...ในตอนนี้ ผมอยากจะขอให้คุณเปลี่ยนมันจะได้ไหม?...”

“...”

“...คุณจะ...มีชีวิตอยู่เพื่อความรักของผมไม่ได้เชียวเหรอ?...”

“ซีวอน...”

ดวงตาสีอำพันเบิกกว้าง เมื่ออีกคนคุกเข่าลงตรงหน้า พร้อมด้วยแหวนเพชรในมือที่ยื่นมาให้

“อี ฮยอกแจ...”

 

“...แต่งงานกับผมนะครับ”

 

THE END.

 

 จบแล้ว T^T ลูกรักของแม่ จบซะที (ดองมานาน) ส่วนตอนพิเศษขอสงวนให้คนที่ซื้อฟิคอ่านเท่านั้นนะก๊ะ >w<// บะบาย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม เป็นฟิควอนฮยอกที่ยาวที่สุดของไรเตอร์เลยจริงๆ T^T ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าขอบคุณ ขอบคุณมากๆนะคะ (ตอนแรกไดร์ฟหาย นึกว่าจะไม่ได้อัพซะแล้ว)

ฟิควอนฮยอกทุกเรื่อง ไรเตอร์ตั้งใจจะแต่งให้จบจริงๆนะ (ไม่ได้คิดจะดองนะเออ) แต่ที่ค้างไว้อ่ะ แฟนฟิคทุกคนน่าจะเห็นว่าตอนนี้ไรเตอร์โดนตามแบน (มันระห่ำแบนกันมากเลย ถ้าเป็นฟิควอนฮยอกนี่ แฝงตัวมาแบนกันตลอด = =;;) รอให้คนแบนเขาลืมๆไปก่อนนะ แล้วค่อยโฟล่มาอัพใหม่ (ตอนนี้กลัวเรื่องที่เหลืออยู่มาก เพราะโดนไปสองแล่ว T^T) 

เพราะงั้นตอนนี้ไม่ต้องแปลกใจเน้อว่าทำไมพักนี้ไรเตอร์อัพแต่ชานแบค และชะงักวอนฮยอกทุกเรื่องเอาไว้ = =(เหล่มองรอบกายอย่างหาที่พิรุธ) ขอดองระยะนึงก่อนนะ - -* รู้สึกเหมือนเขาจะเล็งน้องหงส์แหละ (ตอนนี้เว็บมาเตอร์เขาเหมือนอยากให้ปิดเรื่องนี้เลยด้วย) เพราะฉะนั้นขอตัดสินใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1750 HyukJewel (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 18:36
    จบแล้ว ลงเอยด้วยดีกันทุกคน
    คิดไว้แล้วว่าจะเป็นจุนกิ ห้อม
    อ่านมานาน ไม่อยากให้จบ แต่มันก็จบ
    เป็นฟิควอนฮยอกเรื่องนึงในใจเลย
    เรื่องที่อ่านแล้วจะต้องกลับมาอ่านรอบสอง
    #1,750
    0
  2. #1684 'MIN' (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 / 02:23
    ประทับใจเรื่องนี้มากๆ ไรท์เตอร์แต่งเก่งจริงๆ ขนาดอัพช้า ยังอยากติดตามอ่าน ถ้าไม่สนุกแล้วอัพช้าขนาดนี้ บอกกงๆ เลิกตามไปนานแล้ววว 55555 ล้อเล่นนนน # ต่อไปก็ไม่ได้รออัพเรื่องนี้อีกแล้ว คงคิดถึงฝุดๆ :3
    #1,684
    0
  3. #1683 pawa (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 22:01
    สุดยอดมาก

    สมแล้วที่รอมาตั้งนาน
    #1,683
    0
  4. #1682 Open Y Story By Kimpor (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 16:21
    สุดยอดจริงๆสำหรับฟิคดีๆอย่างงี้ ยาวนานหลายรูปแบบหลากรสชาด บอกได้ว่าเป็นฟิคทีี่ดีที่สุดที่เคยอ่านประทับใจจริงๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะค่ะไรเตอร์ และขอเปนกำังจให้ไรเตอร์ผลิตผลงานที่ดีๆออกมาอีกเรื่อยๆ จะคอยติดตามนะค่ะ สู้ๆค่ะ
    #1,682
    0
  5. #1681 kissjour (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 15:24
    จบเเล้ววววววววว เย่!

    เรียกว่าทุกคู่ได้แฮปปี้เอ็นดิ้งกันเลยยยยยยย

    ขนาดตอนจบอันนี้ยังเเบบว่าเดาทางไม่ถูก(สมกับเป็นฟิคของไรท์เตอร์)

    สนุกทุกตอนมีอะไรให้ตามตลอดเเบบเรียกว่าเดาไม่ได้

    ขอบคุณมากนะคะที่เขียนฟิคสนุกๆเเบบนี้

    อยากให้เขียนเรื่อยๆน้าาาาา

    จะติดตามเรื่องต่อไปนะคะ ประทับใจสุดๆ >___
    #1,681
    0
  6. #1680 keroro (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 11:18
    จบแว้วววววอ่า



    อยากอ่าวอนฮยอกหวานๆๆๆๆกว่านี้จัง



    อิอิ
    #1,680
    0
  7. #1679 ae snoopy (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 09:24


    แฮบปี้ทุกคู่ดีใจจัง
    #1,679
    0
  8. #1678 Whylove108 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 23:45
    ประทับใจมากเลยค่ะ สนุกมาก

    ตัวละครทุกตัวมีเหตุผลของการกระทำทั้งนั้น

    ฮยอกแจกะซีวอนนี่หวานกันมาก น่ารักเชียว

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆที่เอามาให้อ่านกันนะคะ
    #1,678
    0
  9. #1677 bokyu. (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 21:09
    จบแล้ววววววว

    ทุกคู่แฮปปี้ คนอ่านก็แฮปปี้

    (:
    #1,677
    0
  10. #1676 mhoomin (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 17:59
    แฮซอกเลวจนหยดสุดท้ายเลยสิน่า
    รู้ความจริงแล้วสงสารจุนกิ ㅠ.ㅜ
    อีฮยอกแจนี่น่าฟัดจริงๆ แล้วอย่างนี้ชเวซีวอนจะอดใจยังไงไหวใช่มะ อิอิ
    อีฮยอนซูเป็นผู้ชายที่เก่งที่สุด รู้ทันทุกอย่าง
    แฮปปี้ทุกคู่เลย >///<
    สนุกมากเลยค่า สนุกจนหยดสุดท้ายเลย ^^
    #1,676
    0
  11. #1674 boyozaa (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 16:00
    โอ๊ยๆๆๆ จบแล้วอะๆๆ
    #1,674
    0
  12. #1673 mee (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 14:49
    จบซะแล้ว

    ลุ้นกันจนตอนสุดท้าย

    ฮยอนซูนี่รู้ทุกอย่างจริงๆ เหมือนวางแผนไว้ทั้งหมดแล้วเลย

    ทุกคู่แฮปปี้กันไป ^^
    #1,673
    0