ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 72 : -32-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 มิ.ย. 56

 

 

“นาบี...”

ชายหนุ่มร่างบอบบางเดินก้าวตามหาใครบางคนไปในแต่ละห้อง ดวงตาสีอำพันกวาดมองไปโดยทั่ว แต่ฮยอกแจก็ยังไม่เจอร่างของหญิงวัยกลางคนในคฤหาสน์นี้เลย

“...นั่นเธออยู่ไหนน่ะนาบี!?

อี ฮยอกแจอดที่จะพึมพำออกมาอย่างกราดเกรี้ยวไม่ได้ ร้อนใจ...เขาต้องรีบกันร่างของผู้ให้กำเนิดออกห่างจากตาแก่นั่น เพราะตอนนี้ว่าตามสถานการณ์ แฮซอกน่าจะเหมือนจวนตัวเข้าไปทุกที ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นจะทำให้อะไรกับแม่ของเขาบ้างก็ไม่อาจทราบได้

“อะ...อา...”

“นิ่งๆสิ...”

“พี่จ๋า~

ร่างเล็กๆของอี แทมินเดินแกมวิ่งเข้ามากอดเข่าพี่ชายของตัวเอง ฮยอกแจทรุดตัวลงอุ้มน้องชายคนเล็กขึ้นมาก่อนจะถามเสียงครียด

“แม่อยู่ไหนแทมิน?

นิ้วป้อมๆชี้ไปที่บานประตูห้องทำงานของอี ฮยอนซู ก่อนที่เสียงร้องเบาๆด้วยความเจ็บปวดของผู้หญิงจะดังขึ้น ฮยอกแจผวารีบผลักบานประตูเข้าไป ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างพร้อมรีบดันศีรษะน้องชายคนเล็กไม่ให้หันมามองภาพตรงหน้า

อี นาบีกำลังหอบหายใจโรยรินอยู่ใต้ร่างของอี แฮซอก เนื้อนวลขาวๆของหล่อนเป็นจ้ำๆพร้อมหยาดน้ำตาที่คลอหน่วง ภาพที่เห็นทำเอาอี ฮยอกแจแทบจะถลาเข้าไปตะบันไอ้เฒ่าสกปรกนั่น ร่างบางวางร่างของน้องเล็กลงแล้วดันออกห่างประตู ปิดประตูเสียงดังก่อนจะก้าวไปกระชากร่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนตัวมารดาของตนเองออกมาฝังกำปั้นที่ดวงหน้าเจ้าเล่ห์นั่นเสียเต็มแรง

“ฮยอกแจ!...” นาบีผวาดันร่างของบุตรตัวเองที่ทำท่าจะก้าวเข้าไปซ้ำ เอ่ยเสียงอ่อนปนหอบ

“...อย่านะ! แม่ขอร้อง! อย่ายุ่งกับเขา!!

“นาบี!...”

ฮยอกแจผวาหันมาพยุ่งร่างขอมารดาตัวเอง หยาดเลือดไหลออกมาจากด้านในเรียวขาขาวจนรดพื้นพรม ภาพของอี นาบีที่แทบทรงตัวไม่อยู่ทำเอาเขาโกรธจัด อย่างไรนี่ก็คือแม่...แม่ของเขา

ไม่ทันได้ทำอะไรฮยอกแจก็ถูกกระชากจากด้านหลังก่อนที่กำปั้นของคนที่มีศักดิ์เป็นอาจะพุ่งเข้าใส่นวลแก้มจนร่างนั้นทรุดลง ฮยอกแจกำลังจะหยัดกายลุกหากอีกคนกลับเตะซ้ำเข้าที่กลางลำตัว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะแฮซอก!!

นาบีกรีดร้องลั่นดึงร่างของชายชู้ออกห่างร่างของบุตร ฮยอกแจผวาเมื่อมารดาของตนถูกผู้ชายตรงหน้าบีบเคล้นลำคอขาวจนดิ้นพล่าน

“แม่!!

“หึ...”

คนเป็นอาเหยียดยิ้ม ก่อนจะขว้างร่างของหญิงวัยกลางคนลงพื้น นาบีหอบหายใจหนักหน่วง ฮยอกแจผวาเข้ามาพยุงอีกคนพร้อมมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาแข็งกร้าว

“...ยอมเรียกยัยนี่ว่าแม่อีกครั้ง แปลว่าตัวแกเองก็ยังคงเป็นลูกชายที่แสนดีสินะ”

“ฉันจะฆ่าแก...”

ฮยอกแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มอารมณ์ กำมือของตนแน่น ขณะที่นาบีกัดริมฝีปากของตนเองจนเลือดออก

แฮซอกหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

“แกคิดจะฆ่า...พ่อของอี แทมินได้ลงคอเชียวเหรอ หือ?

ฮยอกแจถึงกับนิ่งงัน เหมือนถูกตบหน้ากับความจริงที่ได้รับ เขาหลุบตามองมารดาที่เบือนหน้าหลบสายตาอย่างคนกระทำผิด เพียงแค่นั้นฮยอกแจก็รคู้สึกเหมือนอ่อนแรงอย่างน่าประหลาด

ถึงจะรู้มานานแล้วว่าสองคนนี่มีสัมพันธ์เชิงสวาทต่อกัน หากอย่างไรเขาก็ไม่เคยคิดว่าแม่จะยอม...มีลูกกับผู้ชายตรงหน้า

“ไม่จริง...”

“ใช่...” แฮซอกสวมเสื้อคลุมพร้อมเหยียดเยาะ

“...น้องชายของแกที่พี่ชายหน้าโง่ของฉันนึกว่าเป็นลูกของเขากับเมียสุดที่รัก...อ่อ รวมถึงคนโง่อย่างแกด้วยก็ได้ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าฉันกับนาบีว่าอี แทมินเป็นลูกของฉัน...ลูกชายแท้ๆของฉันที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานแห่งโรสมาร์คในอีกยี่สิบปีข้างหน้าต่อจากแกยังไงเล่าอี ฮยอกแจ”

“...”

“...แต่ระหว่างนี้ฉันจะไม่ยอมให้ไอ้ลูกนอกคอกตระกูลอีอย่างแกมารักษาการณ์แทนลูกชายของฉันหรอกนะ แทมินจะต้องสืบทอดบริษัทโรสมาร์คต่อจากฉัน...เพียงคนเดียวเท่านั้น”

“แกเลยคิดจะฆ่าฉัน อึนฮยอก แล้วก็อี ทงเฮด้วยใช่มั้ย...”ฮยอกแจทำเสียงหยันเยาะขึ้นจมูก

“...เพราะนอกจากลูกชายตามสายเลือดอย่างอี แทมิน มันยังมีฉันสองคนพี่น้องที่ได้ชื่อว่าลูกเลี้ยง แล้วก็อี ทงเฮที่เป็นหลานชายแท้ๆของฮยอนซู แกคิดจะกำจัดตัวเลือกของฮยอนซูให้หมดทุกทาง...เพื่อตำแหน่งประธานของโรสมาร์ค”

“ตำแหน่งนั่นแท้ที่จริงแล้วมันควรเป็นของฉัน...” แฮซอกเอ่ยอย่างกราดเกรี้ยว

“...เพราะฉันทุ่มเทเพื่อโรสไดมอนต์มาไม่แพ้พี่ชายหรือไอ้คนตระกูลคิม เสียทั้งแรงกายแรงใจและหยาดเหงื่อ แล้วจู่ๆจะมาให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกแกชุบมือเปิบไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง”

“แกไม่ใช่คนก่อตั้งโรสไดมอนต์สักหน่อย เป็นแค่ผู้บริหารที่ทะเยอะทะยานคนนึง อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลยน่า...” ฮยอกแจหัวเราะหยันออกมาเบาๆ

“...คนอื่นเขาก็ทุ่มเทไม่น้อยไปกว่าแก และตอนที่แกส่งคนมาตัดสายเบรกของพ่อทงเฮก็เพราะว่าคุณอาคนนั้นเขาทำงานดีกว่าแก และฮยอนซูก็กำลังจะเลือกเขาด้วยใช่ไหมล่ะ”

“นั่นเป็นแค่ข้อสันนิธานของเด็กอย่างแกสินะ...” แฮซอกหัวเราะออกมาเสียงดัง

“...แต่ก็จริง! ฉันนี่แหละเป็นคนฆ่าพ่อของทงเฮ ในตอนนั้นถ้าเจ้าคิม คิบอมมันไม่ลากทงเฮไปตกปลาเล่นล่ะก็...อี ทงเฮคงไม่โตขึ้นมาเป็นเสี้ยนหนามฉันด้วยอีกคนหรอก!

“...”

“...และนอกจากทงเฮแล้วตาแก่ฮยอนซูนั่นยังอุตส่าห์ไปเอาม่ายลูกติดมาทำเมีย แถมยังจะยกบริษัทให้ลูกนอกคอกของมันดูแลอีก...” ดวงตาคมกริบมองสองแม่ลูกอย่างจงชัง

“...ถ้าจะโทษในสิ่งที่ฉันทำกับพวกแก ก็จงโทษเจ้าฮยอนซูที่ไม่ยกบริษัทให้ฉันตั้งแต่แรก”

“แกจะต้องได้รับผลกรรม อี แฮซอก” ฮยอกแจเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธ ดวงตาสีอำพันครานี้ก้าวร้าวกว่าครั้งไหนๆ

“ผลกรรมเหรอ? ทางไหนล่ะ? หรือแกจะเอาเรื่องที่พูดกันวันนี้ของเราไปฟ้งตำรวจ แล้วแกมีหลักฐานอะไรล่ะ? แค่คำพูดปากเปล่าของคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน คิดเหรอว่าตำรวจเขาจะฟัง และทนายของฉันจะแก้ต่างให้ไม่ได้? และขืน...มันเกิดเป็นเรื่องเป็นราวกันขึ้นมาล่ะก็...ตำแหน่งประธานบริษัทของแกคงหลุดมาเป็นของฉันได้อย่างสบายๆ คนในบริษัททุกคนเขาก็รู้ๆกันอยู่ไม่ใช่เหรอว่าฉันทุ่มเทให้บริษัทนี้มากแค่ไหน? การที่แกจะแตะต้องฉันคนนี้มันไม่ง่ายหรอกนะอี ฮยอกแจ”

“แต่ยังไงฮัน โทซองที่ถูกตำรวจจับกุมไปจะต้องสาวถึงตัวแกแน่ๆ...” ฮยอกแจเหยียดยิ้มออกมาบางเบา

“...แถมฉันก็บอกตำรวจไปแล้วว่าสัญญานั่นมีการระบุชื่อแกเอาไว้ด้วย ถึงแกอาจจะเผาสัญญานั่นไปแล้ว หากยังไงพวกตำรวจก็ต้องสงสัยแกอยู่วันยังค่ำ”

“...”

“โทซองเองก็ยังอยู่ เค้นคอเข้าหน่อยก็ต้องยอมคายความจริงออกมา แกแพ้แน่อี แฮซอก”

“แน่ใจเหรอว่าทุกอย่างจะเป็นแบบที่แกพูดน่ะฮยอกแจ” แฮซอกเอ่ยเสียงนุ่ม

อี ฮยอกแจชะงัก แฮซอกก้มมองนาฬิกา ก่อนจะเปรยออกมาอย่างอารมณ์ดี

“จวนได้เวลาแล้วด้วย”

มือถือของฮยอกแจสั่นอย่างหนัก ร่างบางยกมันขึ้นกดรับ กลอกเสียงลงไปด้วยใจสั่นไหว

“ว่าไงคิบอม?

 

“ฮยอกแจ! ฮัน โทซองตายแล้ว! เขากินยาพิษฆ่าตัวตายเมื่อกี้นี่เอง!!...”

 

มือถือเลื่อนตกลงจากมือขาวเนียนของฮยอกแจโดยทันควัน หันมองคนตรงหน้าพร้อมเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวคนละเมอ

“แกฆ่าเขา...”

แฮซอกเดินเข้ามาตัดสายโทรศัพท์ และปิดเครื่อง ส่งคืนให้หลานชายบุญธรรมของตนเองพร้อมรอยยิ้ม

“หลักฐานล่ะอี ฮยอกแจ?

ฮยอกแจถลาเข้าไปจะเงื้อหมัดใส่อีกคน หากนาบีรีบกอดเอวบางของลูกเอาไว้ พึมพำไม่เป็นประสา

“อย่า! อย่าทำเขานะลูก! แม่ขอร้อง...!!

“แล้วทำไมเธอต้องปกป้องมันด้วยไม่ทราบ!!

ฮยอกแจผลักอกคนเป็นแม่ออกแรงๆ มองดวงตาสีแดงก่ำที่หลุบต่ำนั่นก่อนจะใจหาย เวลาที่อยู่ด้วยกันมันมากพอ...ที่จะทำให้รู้ว่าด้วยนิสัยของอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่จะยอมคนได้ง่ายๆ ฮยอกแจพยายามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เหมือนกันนั่น ถามออกมาแผ่วเบา

“ทำไม...เธอบอกฉันสิว่ามันทำอะไรเธอน่ะ”

“ก็ทำแบบนี้น่ะสิ...”

แฮซอกยิ้มพลางเลื่อนรีโมตมากดปุ่มเปิด โทรทัศน์ที่วางอยู่ข้างห้องกำลังฉายภาพผู้หญิงคนเดียวที่ฮยอกแจรักที่สุดกำลังดิ้นทุรนทุราย เขารู้ดีว่าอาการเช่นนั้นมันคืออะไร ก่อนที่ชายฉกรรจ์หลายต่อหลายคนจะก้าวเข้าไป เสียงของนาบีกรีดร้องดังลั่น

“หยุด!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!

ขาของฮยอกแจทรุดลง มองภาพการข่มขืนอย่างป่าเถื่อนในโทรทัศน์นั่นอย่างเหม่อลอย นาบีดึงเขาเข้าไปกอดแนบแน่น เอ่ยเสียงสั่นระริก พยายามดันหน้าของลูกชายตัวเองให้หันไปทางอื่น

“อย่ามอง...แม่ขอร้อง ฮึก...อย่าดูนะลูก!!

“แกคิดว่าถ้าวิดีโอนี่ถูกเผยแพร่ออกไป จนอี ฮยอนซูได้เห็นเข้า...พ่อบุญธรรมของแกเขาจะว่ายังไงอย่างนั้นเหรอ?...”

แฮวอกเอ่ยพลางกลั้วหัวเราะถามคนที่นั่งตะลึงลานกับหญิงวัยกลางคนที่ได้ชื่อว่าแม่ของลูกเขา

“...ภาพนี้เกิดมาตั้งแต่ตอนที่แกอายุยี่สิบ ใช่! วันที่แกหนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับนาบีอย่างรุนแรงเรื่องที่แกจะไม่ยอมไปตามหาน้องชายที่เกาหลีนั่นแหละ! รู้ตัวหรือยังล่ะว่าวันที่แกผลุนผลันออกจากบ้าน โดยที่ทิ้งแม่ไว้คนเดียว...แม่ของแกต้องเจอกับอะไรบ้างไอ้ลูกอกตัญญู!!

“ทำไม...” น้ำใสๆไหลออกจากดวงตาสีอำพันเข้มนั่น

“...ทำไมแม่ไม่บอกผม...”

ภาพของแม่ฝ้าฟาง เมื่อหยาดน้ำตามันกลบจนมิด

“...ทำไมแม่ไม่เคยบอกผมเลยล่ะฮะ”

อี นาบีร้องไห้ออกมาเสียงดังพร้อมกอดร่างของลูกชายคนโตไว้แน่น ฮยอกแจรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่...โง่และผิดบาปมากที่สุดเลย

“ก็เพราะแกมัวแต่คิดว่าแม่ไม่เคยรัก ไม่เคยปกป้องแกเลยน่ะสิ...”

แฮซอกเอ่ยอีกครั้ง ตอบคำถามแทนผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าภรรยาตามพฤตินัยของตนเอง ไม่ใช่เพื่อสั่งสอนหรือชี้ทางสว่างตามประสาญาติผู้ใหญ่ที่ดีแก่อี ฮยอกแจ แต่เพื่อให้อีกคนเจ็บปวดมากยิ่งกว่าเก่าต่างหาก

“...คิดเหรอว่าตลอดมาแม่แกยอมนอนกับฉันง่ายๆจนมีลูกตั้งคนนึง ทั้งหมดนาบีมันทำเพื่อแกทั้งนั้น! อี ฮยอกแจที่ยังวัยรุ่นมันจะไปมีเขี้ยวเล็บอะไรมาต่อกรกับคนอย่างฉัน! ที่สำคัญอี ฮยอนซูที่หมกหมุ่นอยู่แต่กับงาน...มันจะมีปัญญาอะไรไปปกป้องแกได้?

“...”

“...ถ้าหากไม่ใช่เพราะแม่ของแกยอมที่จะมีลูกกับฉัน แล้วรับปากว่าจะบังคับให้แกส่งมอบตำแหน่งประธานขอโรสมาร์คให้ลูกของฉัน ฉันก็คงฆ่าแกตายไปตั้งแต่ตอนที่แกได้ขึ้นเป็นประธานของโรสมาร์คแล้ว จนถึงตอนนี้...ฉันก็ยังคิดว่าการที่มีอี แทมินเป็นแผนสำรองในการฮุบบริษัทก็ไม่ใช่เรื่องที่เลว แต่ก็นั่นแหละ...คนเรามันก็ต้องมีแผนสำรองเผื่อเอาไว้เสมอ”

“...”

“...หรือถ้าแกอยากจะทำร้ายแม่ของแกอีกก็ตามใจ ฉันยอมไปสู้คดีในศาลก็ได้ แต่หลังจากที่คลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไปให้คนทั่วโลกได้รู้กันแล้วนะว่าผู้หญิงที่นักเดินหมากแห่งวงการธุรกิจรักนักรักหนา แท้ที่จริงแล้วมีแฟ้มประวัติที่น่าสงสารขนาดไหน หึ! ถูกผู้ชายรุมโทรมในห้องนอนของสามีตัวเองมันคงเป็นข่าวดังที่น่าสมเพชพึลึกล่ะ”

“...”

ฮยอกแจช้อนตามองอีกคนอย่างแข็งกร้าว เขาไม่เคยเกลียดใครคนไหนได้มากเท่าผู้ชายตรงหน้า เสียงครานี้...ออกจากเรียวปากขอตนเองได้อย่างยากเย็นเหลือเกิน

“แกต้องการอะไร”

แฮซอกแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างสมใจ

 

“โอนหุ้นทั้งหมดที่แกมีอยู่มาให้กับฉัน ต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงทุกคน”

 

**

 

“นี่นายบ้าไปแล้วเหรอฮยอกแจ!!?

คิม คิบอมตวาดถามออกมาเมื่อฟังคำจากปากของเพื่อนรักจนจบ อย่าว่าแต่เขาเลย...ขนาดทงเฮเองก็ยังแทบจะก้าวเข้าไปเขย่าตัวของอี ฮยอกแจเลยด้วยซ้ำ ถ้าหากไม่ติดว่าบ่าของเขายังไม่หายดีล่ะก็นะ

“นายกำลังจะบอกให้พวกฉันสองคนไปเป็นพยานในการที่นายจะโอนหุ้นให้อี แฮซอกเนี่ยนะ...” คิบอมกล่าวอีกครั้งอย่างหัวเสีย

“...นี่นายกำลังคิดบ้าอะไรอยู่กันแน่ อี ฮยอกแจ!?

“ไม่คิด...”

ฮยอกแจเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสิ้นหวัง ผิดสังเกตเสียจนเพื่อนทั้งสองคนถึงกับชะงัก

“...ฉันคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น”

คำตอบที่ถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแอจนน่าเหลือเชื่อนั่น ทำเอาเพื่อนทั้งสองถึงกับชะงักงัน

“นาย...” ทงเฮไหวตัวเป็นคนแรก เดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย

“...เกิดอะไรขึ้น”

ฮยอกแจส่ายหน้าแรงๆ ก่อนจะรีบลุกพรวดเข้าไปในห้องนอนของตนเอง ปิดประตูจนอีกสองคนที่เหลือมองหน้ากัน ทงเฮขยับเข้าไปใกล้คิม คิบอมแล้วถามเสียงเบาราวกระซิบ

“เกิดอะไรขึ้นกับเขาน่ะ”

“ฉันไม่รู้...” คิบอมเสยผมตัวเองแรงๆ

“...แต่ฉันว่ามันน่าจะร้ายแรงพอสมควร เพียงแค่ฮยอกแจไม่ยอมปริปากเล่าให้เราฟังก็เท่านั้น ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ”

“หมอนั่นรู้ดีกว่าใครว่าหากแฮซอกได้เป็นประธานบริษัทโรสมาร์ค พวกเราทุกคนจะต้องแย่แน่ๆ บริษัทจะต้องร้อนเป็นไฟ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ฮยอกแจจะยกบริษัทให้หมอนั่นได้ง่ายๆ แต่ถ้าหากเกิดเรื่องร้ายขนาดที่แฮซอกเอามาต่อรองกับฮยอกแจได้ ก็ว่าไปอย่าง หรือนายคิดว่ายังไงล่ะคิบอม?

“ฉันก็กำลังคิดแบบที่นายกำลังคิด ฮยอกแจไม่เคยเป็นแบบนี้ ที่สำคัญคือเขาเกลียดแฮซอกมาก แต่สำคัญยิ่งกว่าคือแฮซอกเอามาไรมาทำให้ตัวเองมีอำนาจในการต่อรองขนาดที่ฮยอกแจยังต้องยอมแพ้ มันไม่ใช่เรื่องของอึนฮยอกแน่ๆ เพราะฉันสั่งคนของตระกูลคิมให้เฝ้าเขาเอาไว้ ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะถึงตัวอึนฮยอกได้ง่ายๆ แล้วเป็นเรื่องอะไรกันล่ะ?

อี ทงเฮเงียบเสียงลง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เช่นเดียวกับคิม คิบอม คนตัวสูงเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิวอย่างจนใจ

“เราคงต้องรอให้อึนฮยอกออกจากโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ ถึงจะง้างปากของฮยอกแจได้ แล้วค่อยมาช่วยกันแก้ไขปัญหาอีกที”

“ฉันเองก็คิดแบบนั้น ว่าเราควรต้องหาใครสักคนมาง้างปากเพื่อนของเรา แต่ฉันคิดว่ายังมีอีกคนนึงที่พอจะง้างปากอี ฮยอกแจได้นอกจากอึนฮยอกิ ”

“ใคร?

 

.

.

.

 

“...ว่าไงล่ะฮยอกแจ อี นาบีมีความเป็นแม่มากกว่าที่แกคิดใช่มั้ย?

 

“...รู้หรือยังล่ะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอปกป้องแกมากขนาดไหนน่ะ ไอ้ลูกอกตัญญู?

 

“ฮึก...”

ดวงตาสีอำพันสั่นระริก มองภาพของหญิงวัยกลางคนที่ยังคงงดงามหากตอนนี้ทรุดโทรมลงอย่างน่าประหลาด นาบีเองก็เหมือนลูกชายคนโต หล่อนจะไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นได้ง่ายๆ นอกเสียจากเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจนสุดทน

และตอนนี้อี นาบีเองก็กำลังร้องไห้ ดวงตาคู่งามนั้นไม่ยอมเหลือบแลมายังลูกชายคนโตและคนเล็กสุดที่นั่งมองแม่ของตัวเองอยู่ข้างเตียงเลย

“แม่จ๋า...”

อี แทมินเดินมาเกาะข้างเตียง เอื้อมมือจะคว้าแม่ของตนเอาไว้หากฮยอกแจช้อนร่างของน้องชายต่างบิดาขึ้น แม่คงไม่อยากเห็นแทมินในช่วงเวลาแบบนี้หรอก

แม่ไม่รักลูกคนเล็ก...ฮยอกแจรู้ดีว่าแม่เกลียดแทมินมากขนาดไหน เพราะตั้งแต่น้องลืมตาดูโลกขึ้นมาแม่แทบไม่ยอมให้นมน้องเลย ถ้าหากไม่ได้อยู่ต่อหน้าอี ฮยอนซูล่ะก็...

แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้แม่ชิงชังน้องคนเล็กมากขนาดนั้นมันเป็นเพราะอะไร หลงคิดไปด้วยซ้ำว่าอี นาบีเป็นเพียงผู้หญิงเห็นแก่ตัวที่ไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง ไม่เคยรักเขา ไม่เคยรักแทมิน ไม่เคยรักฮยอนซูหรือว่าพ่อของเขา...แม่คงรักเพียงอึนฮยอกคนเดียวเท่านั้น

แต่ไม่หรอก...อย่างที่ผู้สารเลวคนนั้นบอก...

...แม่มีความเป็นแม่มากกว่าที่เขาคิด...

...และเขา...ก็เป็นลูกอกตัญญูมากกว่าที่ตัวเองจะคาดคิด

“แม่อย่าร้องไห้สิฮะ...”

ฮยอกแจเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ เขาเบือนหน้าหนีขณะที่น้ำตาของตัวเองก็กำลังไหลออกมาเป็นสาย

“...แม่ที่ผมรู้จัก ไม่ได้ร้องไห้ง่ายๆแบบนี้นะ”

“แม่ที่แกรู้จักมันตายไปนานแล้ว...” นาบีเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

“...ออกไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น...”

“แม่...”

“ออกไป!!!

เสียงตวาดกร้าวนั้นดังลั่น นาบีตลบผ้าห่มมาคลุมกาย เสียงสะอื้นดังออกมาจากผ้านวมผืนใหญ่ ฮยอกแจกัดริมฝีปากของตัวเองจนเลือดออก ก่อนจะหยัดกายลุก อุ้มแทมินที่ยังมองแม่ของตัวเองไม่วางตาออกจากห้องนั้นไป ไม่วายหันกลับมามอง

“แม่ครับ...”

“...”

“...ผมขอโทษนะ...”

เสียงสะอื้นนั้นหยุดชะงัก อี ฮยอกแจรู้สึกเหมือนว่าคำพูดที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากครานี้มันช่างแลดูยากเย็นเหลือเกินสำหรับเขา

“...แม่อย่าตายนะ แม่ห้ามฆ่าตัวตายเด็ดขาดเลยนะ...”

ถ้าเป็นเวลาอื่นฮยอกแจคิดว่าแม่คงหัวเราะเยาะ ผู้หญิงที่รักตัวเองขาดนั้นคงไม่ยอมตายง่ายๆหรอก แต่ตอนนี้เขากลัวจริง...เหมือนในวัยเด็กที่เคยพลัดหลงกับแม่จนต้องร้องไห้ออกมา เอ่ยเสียงสั่นเครือเจือสะอื้น

“...ผมน่ะ อยู่โดยไม่มีแม่ไม่ได้นะฮะ”

ชายหนุ่มทรุดตัวลงที่ตรงนั้น หมดกันแล้วความเข้มแข็งของตนเอง หมดแล้ว...หน้ากากหรือหัวโขนที่กำลังสวมใส่ มันไม่เหลืออะไรเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงที่เขารักที่สุดในชีวิต ฮยอกแจซบหน้าลงกับบ่าเล็กๆของน้องชายตัวเอง แทมินมองพี่ชายแล้วได้แต่ลูบหัวปลอบตามประสาเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไร

“ไม่ร้องนะพี่จ๋า...ไม่เอา อย่าร้องไห้นะ”

มือเล็กๆลูบเส้นผมสีอ่อนของพี่ชายตัวเองด้วยความพยายามปลอบเต็มที่ หากนั่นมันก็ยิ่งเหมือนเร่งน้ำตาของพี่ชายคนโตให้ไหลออกมาเร็วขึ้นไปอีก คนกระทั่งสัมผัสเล็กๆนั่นจะกลับกลายมาเป็นสัมผัสที่คุ้นเคยสมัยวัยเด็ก ฮยอกแจถึงกับนิ่งงันเมื่อถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดอุ่นที่เขาเกือบจะหลงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามันอุ่นขนาดไหน

“ไม่ร้องนะฮยอกแจของแม่...อย่าร้องไห้เลยนะลูกจ๋า...”

“แม่...”

ชายหนุ่มร่างบางสะอื้นออกมาเหมือนเด็ก ผวากอดคนตรงหน้าเหมือนกลัวว่าอ้อมกอดที่อบอุ่นนี่มันจะหายไป นาบีกอดลูกชายคนโตเอาไว้แนบแน่น นานแล้วนะ...ที่เธอไม่ได้กอดเขาเอาไว้แนบอกแบบนี้

“...ผมขอโทษครับ ผมขอโทษจริงๆ ผมมันโง่...”

มือบางกำเสื้อของอีกคนเอาไว้แนบแน่น เกลียดตัวเอง...อี ฮยอกแจเกลียดตัวเองเหลือเกิน

“ลูกไม่ผิดหรอก...”

นาบีเอ่ยเสียงสั่นเครือ ช้อนดวงหน้าของอีกคนขึ้นมาปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะประทับจูบที่แก้มขาวนั่น ซบหน้าลงไปพร้อมเอ่ยอย่างอ่อนแรง

“...แม่ผิดเอง ทั้งหมดมันเป็นความผิดของแม่เอง”

“แม่ฮะ”

อี แทมินมองพี่ชายคนโตของตัวเองที เหลือบสายตามองมารดาของตนเองทีอย่างงุนงง ก่อนจะเอนกายกอดอีกสองคนที่กำลังกอดกันกลม คงต้องรออีกยี่สิบปี...กว่าที่เขาจะเข้าใจในสิ่งที่แม่และพี่กำลังเผชิญ

 

**

 

ผ้าห่มผืนหน้าถูกคลี่คลุมถึงบ่าบอบบางของคนเป็นแม่ อี ฮยอกแจหลุบต่ำมองอี นาบีที่หลับสนิท ข้างๆมีลูกชายคนเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใกล้ๆ ภาพของอี แทมินทำเอาเขารู้สึกเหมือนเจ็บจุกอย่างน่าประหลาด

 

“แกคิดจะฆ่า...พ่อของอี แทมินได้ลงคอเชียวเหรอ หือ?

 

คำพูดของอี แฮซอกยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา พอนึกถึงประโยคนี้...อี ฮยอกแจก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“มิน่า...แกถึงได้ดีกับแทมินนัก”

ร่างบางโน้มดวงหน้าลงไป ประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของน้องชายคนรัก ดวงหน้ากลมแป้นนั่นยังมีรอยยิ้มเล็กๆ เด็กน้อยดูบริสุทธิ์และไม่รู้เรื่องรู้ราวจนเขานึกเกลียดไม่ลง

และคนที่จะสามารถเกลียดได้...

...ก็คือผู้ใหญ่ที่รู้เรื่องดีทุกอย่าง แต่ไม่สามารถช่วยครอบครัวของตัวเองได้

ร่างบางก้าวออกจากห้องนั้นอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะตรงเข้าไปที่บาร์เหล้ากลางบ้าน หยิบเหล้าแรงๆมาเทพใส่แก้ว จุดบุหรี่...แล้วมันก็เข้าวิถีชีวิตเดิมๆของอี ฮยอกแจ ถึงแม้ต่อหน้าคนอื่นตัวเขาจะดูเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่พอมีเรื่องของคนที่รักเข้ามาเกี่ยวข้อง...ร่างบางรู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่ต่างอะไรกับไอ้ขี้เหล้าคนนึงเลยด้วยซ้ำ

“แม่...แทมิน...”

มือที่กำแก้วเหล้าของตนองกำแน่นมากขึ้นจนน่ากลัวว่ามันจะแตกร้าว รสเหล้าที่ซึมเข้าลำคอตอนนี้มันบาดคอยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ควันบุหรี่เองก็แสบตาเสียจนฮยอกแจต้องหลับตาลงปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นสาย เพิ่งจะรู้ตัวหลังจากที่เวลามันผ่านไปนานนับปีว่าตัวเองเป็นลูกที่เลว...เลวไม่มีชิ้นดี

ภาพของแม่ที่ถูกข่มขืนอย่างไร้ทางสู้และป่าเถื่อนมันทำให้เขาอยากจะตายลงไปเสียเดี๋ยวนั้น ยิ่งนึกถึงผู้หญิงที่สวยสง่าเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าใครต่อใคร ฮยอกแจก็ยิ่งเจ็บปวด

เขาเพิ่งจะรู้ว่า...

...ว่าแม่ใส่หน้ากากเก่งกว่าเขามากแค่ไหน

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เหมือนเป็นมารยาทก่อนที่อีกคนจะเปิดประตูเข้ามา ฮยอกแจหันมองตั้งท่าจะตวาดไล่ ก่อนจะต้องชะงักเมื่อสบกับดวงตาคมกริบของชเว ซีวอนที่ก้าวเข้ามา

“ซีวอน...”

เสียงเรียกระโหยอ่อน ก่อนจะยอมให้อีกคนรั้งร่างเขาเข้าซุกซบกับแผงอกอุ่น ฮยอกแจกอดอีกคนเอาไว้แนบแน่นคลับคล้ายต้องการให้อีกฝ่ายเป็นที่พึ่งทางใจในเวลาเช่นนี้ ร่างสูงหลุบตามองคนที่หลั่งน้ำตาออกมาโดยที่เขาไม่ทราบสาเหตุ ท่าทางอ่อนแอเช่นนี้แปลว่าอี ฮยอกแจจะต้องเจอเรื่องที่หนักหนามาพอสมควร

“ทงเฮโทรหาคยูฮยอน น้องชายของผมบอกว่าคุณจะยกโรสม์รคให้อี แฮซอกอย่างนั้นเหรอ?...”

ซีวอนเชยคางอีกคนขึ้นสบตา ก่อนจะปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน จ้องลึกลงไปในดวงตาสีอำพันที่พราวระยับนั่น

“...ทำไมล่ะ? มันต้องมีเหตุผลใช่มั้ยครับว่าทำไมจู่ๆคุณถึงจะยกโรสมาร์คให้เป็นของเขา เท่าที่ผมรู้...เขาคือคนที่คอยลอบทำร้ายคุณตลอดเวลา แถมเป็นคนที่น่าจะเป็นคนร้ายในคดีของโทซองด้วยนี่น่า”

“ฉัน...” ฮยอกแจเม้มปากแน่น ก่อนจะซุกหน้าลงกับแผ่นอกของอีกคนอีกครั้ง

“...ฉันบอกไม่ได้หรอก”

“ทำไมถึงบอกไม่ได้ล่ะครับ...” ซีวอนก้มลงหอมเบาๆที่แก้มของอีกฝ่าย

“...คุณก็รู้ว่าผมไม่มีวันทิ้งคุณ ดังคุณสามารถบอกผมได้ทุกเรื่อง และที่สำคัญ...ผมไม่ใช่คนของโรสมาร์ค มีอะไรที่คุณไม่สบายใจคุณสามารถพูดกับผมได้”

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่อี ฮยอกแจเองก็ได้แต่หลุบตาลงต่ำ รู้ว่าคนอื่นๆเองก็จำเป็นต้องรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่จะให้เขาทำยังไง...ขายศักดิ์ศรีของแม่ให้ใครต่อใครฟังเพียงเพราะต้องการความช่วยเหลือ เพื่อบริษัทที่มันไม่สมควรเป็นของเขาตั้งแต่ต้นอย่างนั้นเหรอ ไม่ว่ายังไงเขาก็ทำไม่ได้...ลูกอกตัญญูคนนี้ทำไม่ได้หรอก

“แต่นี่เป็นเรื่องภายในบริษัทนะ”

ข้ออ้างที่ถูกอีกคนยกขึ้นมาบอกกล่าวทำเอาซีวอนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูง ฮยอกแจตอนนี้อ่อนแอมากเสียจนโกหกได้ไม่เนียนเลยสักนิด ร่างสูงจ้องมองอีกฝ่ายอย่างรู้เท่าทัน

“ตอนนี้เราเป็นหุ้นส่วนกันแล้วนะฮะ แล้วผมเดาว่าที่คุณเป็นอย่างนี้เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าเรื่องงานนะ เพราะคุณเป็นคนเก่ง...เป็นประธานบริษัทที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยแหละ...”

ฮยอกแจช้อนตามองอีกคน ซีวอนก้มหน้าลงมาเอ่ยเสียงอ่อนโยนจนเขานึกอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

“...คุณไม่ใช่คนที่จะเครียดเรื่องการงานจนต้องมานั่งดื่มเหล้าสูบบุหรี่อยู่แบบนี้ มันน่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคนที่คุณรัก บอกผมได้ไหมครับว่ามันเป็นเรื่องอะไร”

“...”

ชเว ซีวอนก้มสบดวงตาสีอำพันเข้มที่ซีดลงเพราะหยาดน้ำตานั่น เหมือนรอคำตอบ หากพออีกคนเบือนหน้าหนีพร้อมเม้มปากแน่นเขาก็เปลี่ยนใจ

“ก็ได้...”

ร่างสูงอยากจะถอนหายใจออกมาหากไม่กลัวว่าคนที่ยังอยู่ในอ้อมแขนนี่จะเสียความรู้สึก

“...ตอนนี้คุณคงไม่อยากพูดเรื่องนี้กับผม ถ้าอย่างนั้นทำใจให้สบาย แล้วนึกอยากพูดอะไรก็พูด ผมจะไม่ขัด...จะทำหน้าที่เป็นคนคอยรับฟังปัญหาของคุณเอง ดีมั้ยครับ?

ดวงตาสีอำพันช้อนมองอีกฝ่าย ซีวอนยอมละจากร่างของอีกคน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเคียงข้าง หยิบขวดเหล้ามาเทใส่แก้วให้ตนเอง พร้อมบรรจงเทน้ำเมาให้อีกฝ่าย ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมืออีกคนอย่างแผ่วเบาหากมากด้วยความรู้สึก

สองมือประสานกันแนบแน่น ฮยอกแจเงียบไปนาน...นานจนซีวอนคิดว่าอีกคนคงจะไม่พูดอะไรแล้ว หากในที่สุดเสียงหวานๆก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบนั่น

“ฉัน...เคยนึกว่าแม่ไม่รักฉัน”

“หือ?...” ซีวอนก้มลงสบตา อีกคนเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างคนทำความผิด

“...ฉัน...ไม่เคยนึกว่านาบีจะรักฉันมากขนาดนั้น เพราะตอนที่แม่กำลังจะแต่งงานใหม่ แม่เลือก...อึนฮยอก”

ฮยอกแจยกมวนบุหรี่ของตนขึ้นมาจรดริมฝีปาก อัดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วพ่นออกมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ก่อนจะเหยียดยิ้มสมเพช

“...คิดดูสิว่าขนาดผู้หญิงที่คลอดฉันออกมายังเลือกอึนฮยอกเลย คนอื่นคงไม่ต้องพูดถึง เขาก็คงเลือกอึนฮยอกเหมือนกันทั้งนั้น...”

มือที่ประคองมือบางอยู่กำแนบแน่นมากขึ้น ฮยอกแจเอ่ยออกมาอีกเสียงเบาหวิว

“...ตอนเด็กฉันเกลียดน้องมากเลย เพราะทุกครั้งที่ถูกเปรียบเทียบ แม่มักบอกว่าอึนฮยอกดีกว่าฉันทุกอย่าง ไม่ว่าตัวเองจะพยายามยังไง...แม่ก็ไม่เคยรักฉันเท่าน้อง...”

“...”

“...จนกระทั่งวันนึงแม่เดินเข้ามาบอกพวกฉันว่า...แม่กำลังจะแต่งงานใหม่ และต้องไปอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนโลกใบนึงของตัวเองกำลังจะแตก ฉันคงไม่มีโอกาสทำให้แม่รักฉันได้อีกแล้ว...ฉันคงไม่ได้อยู่กับแม่แน่ๆ และมันก็ยิ่งเป็นจริงเมื่อฉันตื่นขึ้นมาในคืนที่พ่อกับแม่เกี่ยงกันเรื่องให้รับฉันไปเลี้ยง...”

“...”

“...แม่บอกว่าผู้ชายคนใหม่ของแม่น่าจะชอบอึนฮยอกมากกว่า เพราะน้องเป็นเด็กเรียบร้อย แม่เลยอยากได้อึนฮยอก ส่วนพ่อก็บอกว่าพ่อไม่ต้องการฉัน เพราะฉันมันตัวสร้างปัญหา...ไม่มีใครต้องการฉัน...พ่อกับแม่ไม่ต้องการฉันเลยสักคน”

“ฮยอกกแจ...”

ซีวอนบีบมือของอีกคนแน่นขึ้น ร่างบางยังเล่าต่อ

“...แล้วอึนฮยอกก็บอกว่าจะให้ฉันไปอยู่กับแม่ล่ะ ตลกดีไหมล่ะซีวอน ตอนนั้นคนที่ฉันเกลียดที่สุด...กับกลายเป็นคนๆเดียวที่รักฉันมากที่สุด คนๆเดียวที่ทำทุกอย่างเพื่อฉัน ความรักและการยอมรับที่ฉันต้องการ...แท้ที่จริงมันอยู่ที่เด็กคนนั้นเพียงคนเดียว น่าขำเป็นบ้า...” ฮยอกแจยกแขนขึ้นปิดตาตัวเอง ก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย

“...แต่สุดท้าย ฉันมันก็คนเห็นแก่ตัว ทำในสิ่งที่เราถนัดที่สุด ใช่...ฉันแกล้งเป็นอึนฮยอกในวันนั้น แล้วก็ได้กลายมาเป็นลูกเลี้ยงของมหาเศรษฐี ฉันทิ้งน้องชายของตัวเองไว้เบื้องหลัง เพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเองในวันนั้น...”

“...”

มือบางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ดึงฝ่ามือออกจากมืออุ่นของอีกคนเพื่อรินเหล้าแก้วใหม่ให้ตัวเอง ฮยอกแจยังสั่นสะอื้นจนแก้วใบนั้นที่กำอยู่สั่นระริก

“...ฉันไม่แปลกใจเลยที่แม่จะเกลียดฉัน อึนฮยอกเป็นลูกรักของเขา พอเขารู้...เขาเกลียดฉันมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะฮยอนซูเลือกฉันให้เป็นลูกเลี้ยงของเขาแล้ว...”

“...”

“...แม่พยายามทำทุกอย่างให้พ่อใหม่พอใจ แต่ฉันก็ยังขัดใจแม่ทุกอย่าง ทั้งโดดเรียน เที่ยวเตร่ สารพัดที่จะเรียกร้องความสนใจจากพวกเขา ถ้าไม่มีคิบอมล่ะก็...ฉันคงไม่เป็นคนมาจนถึงทุกวันนี้หรอกนะ...”

“...”

“...ยิ่งโตฉันก็รู้ว่าแม่เกลียดฉัน แล้ววันนั้น...วันที่ฉันอายุครบยี่สิบปี เราทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะแม่อยากตามหาอึนฮยอก...”

“...”

ร่างบางดื่มเหล้าที่รินใหม่ แต่คราวนี้ไม่หมด เหมือนเจ้าตัวต้องการที่จะร้องไห้มากกว่า ฮยอกแจฟุบหน้าลงกับท่อนแขนของตนเอง ไม่มองหน้าอีกคนเหมือนต้องการหลบความผิดขณะที่สารภาพความจริงออกมาเสียงแผ่วเบา

“...นายพูดถูก ฉันไม่ต้องการตามหาน้องแต่แรก เพราะฉันกลัวว่ามันจะกลับไปเป็นแบบเดิม...วันวานเดิมๆที่เป็นได้แค่เงาของเขา ฮยอนซูจะต้องเลือกเขาแน่...แล้วฉันก็เสียทั้งพ่อและแม่ไป ฉันกลัวว่าตัวเองจะสูญเสียทุกคนที่อยู่รอบข้าง โดยเฉพาะแม่...”

“พอเถอะ...” ซีวอนเอื้อมแขนกอดอีกคนแน่นขึ้น ดึงบุหรี่ออกมาจากมือที่สั่นระริกนั่น

“...ไม่ต้องเล่าแล้ว”

“ให้ฉันเล่าเถอะ...”

“...”

ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ซุกเข้าหาแผ่นอกอุ่นของอีกฝ่าย เอ่ยออกมาเสียงสั่นเครือขณะที่ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเป็นสาย

“...แล้วฉันก็ออกจากบ้านในวันนั้น ฉันไม่กล้ากลับไปในบ้านหลังนั้นอีก เพราะกลัวว่าแม่จะสั่งให้ฉันตามหาอึนฮยอก จนวันนึง...วันนึงแม่ก็เปลี่ยนไป แม่เริ่มเที่ยวกลางคืน ทำตัวเหลวแหลก ฉันด่าแม่...ประจานแม่ทุกครั้งที่เห็นว่าแม่ทำตัวแบบนั้น แล้วฉันก็จับได้...ว่าแม่มีอะไรกับแฮซอก”

!!

ซีวอนเบิกตากว้าง หันมองหน้าคนพูดกำเสื้อของเขาไว้แน่นเหมือนว่าตัวเองจะทรุดลงไปทุกเมื่อ น้ำเสียงนั้นขมขื่นยิ่งกว่าเก่า ความชื้นแฉะที่แผ่นอกทำให้เขาสัมผัสได้ว่าตอนนี้อี ฮยอกร้องไห้หนักขนาดไหน

“...ไม่ว่าฉันจะทำยังไง แม่ก็ไม่ยอมเลิกกับหมอนั่นสักที ในตอนนั้นฉันถึงคิดว่าถ้าเป็นอึนฮยอกคงจะหยุดแม่ได้ ฉันถึงได้มาที่เกาหลี...”

“...”

“...แต่พอเจอน้อง พอเห็นน้องเป็นแบบนั้น ฉันถึงได้เกลียดตัวเองจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ ถ้าฉันเห็นแก่ตัวน้อยกว่านี้ล่ะก็...ฉัน...”

ชเว ซีวอนกอดอีกคนไว้แน่น จนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะอื้นและมือสั่นระริกที่กำเสื้อเชิ้ตของเขาแนบแน่น อี ฮยอกแจตอนนี้อ่อนแอจนน่าใจหาย

“...ฉันเพิ่งรู้...ว่าตัวเองรักน้องมากแค่ไหนตอนที่เกือบจะเสียเขาไป...ตลอดกาล”

“...”

“...แล้ววันหนึ่ง...วันหนึ่งฉันก็เพิ่งจะมารู้ว่าตัวเองไม่เพียงทำร้ายน้องแค่เพียงคนเดียว แต่ฉันทำร้ายแม่...ทำร้ายผู้หญิงที่รักฉันมากที่สุดคนหนึ่ง รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันมันเลวแค่ไหน แล้วฉันจะทำยังไงดี...”

“...”

“...ฉันสมควรจะทำยังไงดีล่ะซีวอน...ฮึก”

ร่างสูงรอให้อีกคนร้องไห้จนสาแก่ใจ ก่อนที่จะก้มหน้าลงซับน้ำตาให้อีกฝ่ายด้วยริมฝีปากตนเอง หยุดลงอ้อยอิ่งที่เรีวปากนิ่ม ส่งผ่านกำลังใจและคำปลอบประโลมให้จนอีกคนต้องดันร่างเขาออกน้อยๆเมื่อลมหายใจขาดช่วง

“ซีวอน...”

ฮยอกแจเรียกอีกคนเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะหลับตาลงเมื่ออีกคนประทับจูบที่หน้าผากเกลี้ยงเกลานั่นแล้วผละจากไปอย่างอ้อยอิ่ง

“ผมรักคุณ”

“...แต่ฉันเลวมากเลยนะ”

ดวงตาสีอำพันหลับพริ้มเมื่ออีกคนประทับจูบหยุดคำพูดที่เรียวปากนิ่ม บดขยี้จนมันแดงเห่อ

“คนเรา...เป็นทั้งคนดีและคนเลวได้ในตัวเองเสมอครับ” ร่างสูงกระซิบแนบเรียวปากนิ่ม

“...คนทุกคนสามารถทำเรื่องผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ที่สำคัญ อย่าโทษตัวเองให้มากนัก ไม่อย่างนั้นคุณคงจะเป็นคนที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกต่อไป ดูอย่างผมสิ...คุณเองยังบอกเลยไม่ใช่เหรอว่าผมเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะ”

“นี่เป็นคำสอนจากรุ่นพี่เหรอ” ฮยอกแจเหยียดยิ้ม พร้อมตอบรับจูบจากอีกคนอย่างอ่อนหวาน

“ไม่รู้สิ...”

ซีวอนผละจากมา มองสบดวงตาสีแดงก่ำที่ยังวิบวับด้วยหยาดน้ำตา

“...แต่ผมไม่ชอบเห็นเวลาที่คุณอ่อนแอ...”

ริมฝีปากหยักประทับจูบอีกครั้งที่หน้าผากนวล

“...หรือว่าร้องไห้”

เลื่อนมาที่เรียวปากอิ่มที่เผยอรับรสจูบที่อ่อนหวานมากกว่าคำปลอบโยนใดๆ ฮยอกแจตวัดแขนโอบรอบลำคอแกร่ง กระซิบเสียงแผ่วเมื่อเรียวปากนั่นผละจากไป

“ซีวอน...”

“หือ”

จมูกโด่ง สาละวนกับแก้มใสที่แดงเรื่อขึ้นอย่างห้ามใจไม่อยู่

 

“...ปลอบฉันหน่อยสิ”

 

.

.

.

 

ผลจากคำพูดที่เหมือนเป็นคำออดอ้อน คือแผ่นหลังบอบบางที่แนบกับพื้นเตียง ร่างเล็กยังสั่นสะอื้นเมื่ออีกคนกดจูบลงไปที่เรียวปากสีแดงฉ่ำ ฮยอกแจผวากอดอีกคนอย่างเป็นที่พึ่ง ยินยอมให้มืออุ่นนั่นปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ของตน ซีวอนถอดมันไปกองที่ข้างเตียงพร้อมๆกับเสื้อผ้าของตนเอง ร่างบางสะอื้นเมื่ออีกคนประทับจูบที่แก้มใสราวกำลังปลอบประโลม อ้อมกอดอุ่นนี่ยังคงให้ความรู้สึกที่ดีเหมือนเดิม อี ฮยอกแจรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร

อยากจะให้เซ็กส์...ปัดเป่าความทุกข์ของตัวเองไปชั่วคราว

“อย่าร้องไห้...”

ซีวอนเอ่ยเสียงเบาหวิว หากนั่นก็ยิ่งเหมือนทำให้อีกคนสั่นสะอื้นมากขึ้นกว่าเดิม ร่างสูงรั้งร่างของอีกคนมากอดแนบอก ลูบเส้นผมสีอ่อนนั่นพร้อมกดจูบที่ฐานคอขาว

“...ผมอยู่นี่ ไม่ร้องนะ...”

ปลอบเหมือนกำลังปลอบเด็กเล็กๆคนหนึ่ง ขณะที่ฝ่ามือบรรจงเฟ้นฟ้อนผิวกายละเอียดขาวนวลเนียน หลอกล่อจนอีกคนครางออกมาแผ่วเบา ไม่มีส่วนลับเร้นไหนที่ไม่ต้องมือของเขา

ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างลึกซึ้ง เหมือนส่งผ่านความรู้สึกอ่อนโยน อ่อนหวาน และคำปลอบใจโดยไร้เสียง แพขนตาหนาหลับพริ้มปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย ริมฝีปากหยักผละไปก่อนจะกดซับมันให้อย่างอ่อนโยน

ไม่มีคำพูดใดๆต่อจากนั้น...มีเพียงสัมผัสของคนที่ เข้าใจ ที่ปลอบประโลม ทุกอย่างเคลื่อไหวอ่อนโยน...แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อน

อี ฮยอกแจกำลังอ่อนแอ...ชเว ซีวอนรู้

และความเจ็บปวดของเจ้าตัวนั้นมีมากมายแค่ไหน ชายหนุ่มเองก็รู้ดี ร่างนั้นสั่นสะอื้นทุกครั้งที่เขาสัมผัส...แต่สิ่งที่ร่างสูงทำได้ก็มีเพียงการกอดปลอบประโลมโดยไร้เสียงใดๆ ดวงตาสองคู่สบกัน...ชเว ซีวอนรู้สึกเหมือนใจหาย เขาไม่เคยเห็นแววตาที่อ่อนแอเท่านี้มาก่อนจากอี ฮยอกแจเลย

ดวงตาโศกเศร้าสีอำพันปรือปิดลงเมื่ออีกคนประทับจูบแผ่วเบาที่เปลือกตาบาง แขนเรียวโอบกอดร่างของคนตรงหน้าไว้ เสียงสั่นเครือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด

“ซีวอน...”

“...”

“...ขอโทษนะ”

ดวงตาสีดำขลับอ่อนแสง ฮยอกแจดึงมือเขาไปแนบที่แก้มขาวเปียกชื้นของตนเอง ขณะที่ร้องไห้ออกมาอย่างเงียบเฉียบ ภาพเช่นนั้นทำเอาชายหนุ่มอยากรัก...รักคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เรื่องอะไรฮะ”

คำถามเบาๆนั่นทำเอาฮยอกแจร้องไห้ออกมาหนักกว่าเก่า ไม่มีอะไรที่ทำให้คนๆนึงที่ทำผิดรู้สึกผิดได้มากไปกว่าการไม่โกรธ แต่กว่าที่จะรู้ตัว...อี ฮยอกแจก็ถลำลึกลงไปมากเกินกว่าจะถอนตัว

บ้า...บ้าที่สุด

คิดว่านานแล้วว่าชีวิตของตัวเองมันเฮงซวย ฮยอกแจเลยไม่เคยกลัวความตาย...

...แต่กลัวว่าตัวเองจะไม่มีค่าต่างหาก...

...และตอนนี้เขาก็รุ้สึกไร้ค่ายิ่งกว่าครั้งไหนๆที่ถูกซีวอนกอดด้วย...

“อย่าคิดว่าตัวเองเลวร้ายขนาดนั้นสิ...”

ราวกับรู้เท่านั้น คำพูดปลอบประโลมดังขึ้นอีกครั้ง ในคราวที่ตัวเขาต้องการใครสักคน

“...คุณก็รู้ว่าผมไม่เสียใจที่ได้เจอกับคุณ ไม่เลย...ไม่เคยเลย...”

“อะ...”

บางอย่างแทรกเข้ามาภายในกายขาวจนเจ้าของร่างอุทานออกมาแผ่วเบา ดวงตาสีอำพันสบดวงตาสีดำขลับอีกครั้ง ก่อนที่เรียวปากหยักจะแนบชิดลงมาที่เรียวปากนิ่ม ฮยอกแจโอบกอดอีกคนขณะที่ยกสะโพกขึ้นรับความแข็งแกร่งของคนตรงหน้า ชเว ซีวอนอ่อนโยนมากแค่ไหน...มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด

“ฮึก...”

“อา...”

ดวงตาสีดำขลับหลุบมองคนที่สั่นสะอื้นในวงแขน ปลายจมูกโด่งโน้มลงเกลี่ยน้ำใสๆที่แก้มนิ่ม ความเจ็บปวดและความสับสนนั่น...เขารู้สึกได้ และสิ่งที่ทำได้...คือการแบ่งเบาความเจ็บปวดของอีกคนผ่านสัมผัสลึกซึ้งที่มีความหมายที่สุดสำหรับผู้ชายคนนึงเพียงเท่านั้น

.

.

.

ผ้าห่มสีอ่อนถูกดึงขึ้นมาห่มเรือนกายขาวจัด ชเว ซีวอนหลุบตามองคนที่หลับสนิททั้งๆที่ความเจ็บปวดยังฉายชัดที่ดวงหน้าขาวจัดนั่น เขากดจูบเหมือนเป็นคำลา ก่อนจะพึมพำออกมาเสียงแผ่วเบา

"ผมรักคุณ”

ร่างสูงใช้นิ้วเกลี่ยหยาดน้ำใสๆที่แพขนตาหนา ก่อนจะผละจากร่างนั้น หยิบเสื้อผ้าของตนเองไปสวมใส่ ก่อนที่จะออกจากห้องไปชเว ซีวอนยังเหลือบสายตามามองคนที่ยังหลับสนิทอยู่บนเตียงอุ่น คำพูดของอี ฮยอนซูยังดังก้องอยู่ในหัว

 

“ฉันมาพบเธอก็เพื่อจะขอร้องอะไรบางอย่าง ชเว ซีวอน”

 

“...สิ่งนี้มีเพียงเธอเท่านั้นที่จะช่วยได้ ในฐานะลูกชายของชเว ซึงรง และในฐานะประธานบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่...”

 

“...ฉันขอร้อง...ช่วยฮยอกแจด้วยเถอะนะ”

 

ร่างสูงสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง อี ฮยอนซูนี่ดูถูกน้ำใจของเขาชะมัด...

               

                ...ท่าทางเขาคงต้องไปพบอี นาบีเสียแล้ว...

 

**

 

“คุณท่านเรียกหาผม?”

ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยอย่างงุงงหลังจากที่ถูกเรียกตัวมากลางดึก คิม คิบอมมองอี ฮยอนซูอย่างฉงน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างเมื่อถูกผายมือเชื้อเชิญ

“ฉันเพิ่งได้ฟังข่าวลือที่สำคัญ และหากเกิดไปพูดในวันพรุ่งนี้มันก็คงจะไม่ทันเวลา...”

ฮยอนซูเอ่ยอย่างหนักอก มองอีกคนอย่างหนักใจก่อนจะถามเสียงเบาหวิวเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“...เรื่องที่...ฮยอกแจตัดสินใจยกหุ้นของตัวเองทั้งหมดให้อี แฮซอกเป็นความจริงอย่างนั้นเหรอ”

จุดสีดำเป็นประกายวาบหนึ่ง คิบอมหลุบตาลงต่ำก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพตามเดิม เป็นอีกครั้งที่ความเยือกเย็นของผู้อ่อนเยาว์ตรงหน้าประทับใจอี ฮยอนซูยิ่งนัก

“ผมคิดว่า...มันน่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ฮยอกแจต้องทำเช่นนั้น”

“ฉันก็คิดอย่างนั้น...” ฮยอนซูถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

“...ฉันรู้จักลูกชายของฉันดี หมอนั่นอาจจะดูเป็นเด็กที่แข็งกร้าว หากลึกๆแล้วอ่อนแออย่างน่าใจหาย ยิ่งถ้าหากมีเรื่องเกี่ยวกับคนที่ตัวเองรักด้วยก็จะยิ่งอ่อนแอ...”

“...”

“...ฉันไปหานาบีมา แต่เธอกลับไม่ยอมพูดอะไรเลย ภรรยาของฉันเป็นคนดื้อ...จนฉันเองก็จนใจ เลยคิดว่า...มาคุยกับเธอน่าจะรู้เรื่องกว่า”

“คุณท่าน...มีแผนการอะไรเหรอครับ”

คิบอมถามออกมาเสียงเบาหวิว คำถามนั้นทำให้ฮยอนซูรู้สึกพอใจ เพราะเจ้าตัวเองก็ได้ชื่อว่าศิษย์เอกของเขา และถ้าหากคิม คิบอมเป็นผู้ชายธรรมดาๆ เขาคงไม่คิดฝากฝังลูกชายคนโตไว้ให้อีกฝ่ายดูแลหรอก

“ฉันว่าลูกชายของฉันน่าจะคิดแผนการอะไรได้ดีกว่าคนแก่ๆอย่างฉัน ส่วนแผนการของฉัน...ฉันได้คุยกับชเว ซีวอนไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ฮยอกแจกลับมายังโรสมาร์ค”

คิบอมมองอีกฝ่ายด้วยประกายตาประหลาด เขาเผลอหลุดถามออกไปเสียงเบาหวิว

“ทำไมต้องเป็นชเว ซีวอนครับ?

“เรื่องนั้นฉันคงจะยังบอกเธอไม่ได้หรอก...” ฮยอนซูแย้มรอยยิ้มให้คนตรงหน้า เป็นยิ้มที่คาดเดาไม่ออกเหมือนลูกชายตัวเองไม่มีผิด

“...แต่ที่พอจะบอกเธอได้ คือวิธีการที่เธอสามารถช่วยเหลือลูกชายของฉันได้ ในฐานะรองประธานของโรสมาร์คเพียงเท่านั้น”

!!?

 

**
ใกล้จบละ คนที่ยังไม่ได้ฟิคนะคะ เหลืออีก 2 คน เดี๋ยวขอไรเตอร์สั่งฟิคเพิ่มก่อนนะ เพราะว่ายอดโอนล่าสุดเพิ่งได้วันที่ 1 นี่เอง ฟิคไม่พอง่ะ เดี๋ยวจะส่งไปให้ น่าจะได้ส่งวันจันทร์หน้านะคะ *-*/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1749 HyukJewel (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 16:48
    เราเกลียดนาบีไปแล้วอ่ะ T_T
    สงสารฮยอกแจมากฮ่อล
    #1,749
    0
  2. #1670 memie (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2556 / 00:19
    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็น้ำตาไหลทุกครั้ง บีบหัวใจมากเลยค่ะ สงสารฮยอกกับแม่มาก
    #1,670
    0
  3. #1668 Bejeweled (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 21:02
    เข้าใจแม่ผิดไปเยอะเลย น่าสงสารมากเลย

    ฮยอกก็น่าสงสาร

    ปลอบงี้บ่อยๆก็ดีน้าาา รีดเดอรฟินนน
    #1,668
    0
  4. #1666 Ada (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 12:48
    พลิกโผในใจตลอดดดดด

    เราไม่เคยเดาทางไรเตอร์ถูกเล้ย



    #1,666
    0
  5. #1665 ae snoopy (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2556 / 08:41


    ตอนนี้มันเป็นตอนที่ทรมานคนอ่านจริงๆๆ

    จากการที่ฮยอกรู้ความจริงเกี่ยวกับแม่ของตัวเอง

    ที่ต้องเจออะไรมาบ้างมันเจ็บปวดจริงๆๆ
    #1,665
    0
  6. #1664 PumpkinViLLa (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2556 / 17:15
    หน้าตาตอนกำลังอ่านตอนนี้นี่แบบ อุบาดมากอ่ะ อ่านไปปาดน้ำมูกไป T.,T
    สงสารน้องฮยอกแจกับคุณแม่สุดใจเลย ฮืออออออ
    แต่ละคนรอบๆตัวฮยอกแจมีแต่เรื่องร้ายๆที่น่าสงสาร ตัวฮยอกแจเองแม้ไม่ได้เจอโดยตรงแต่ก็ส่งผลให้ฮยอกแจเป็นคนที่น่าสงสารมากๆคนนึงเลยล่ะ
    เรื่องนี้ดำเนินเรื่องดีมากๆๆๆเลย บทจะหยอกล้อก็ยิ้มตามตลอด บทจะหวานก็เขิ้นนนนเขิน บทดราม่าก็บีบหัวใจสุดๆ
    เมนท์เองเขินเอง ฮี่ๆๆๆ ^//////^
    #1,664
    0
  7. #1663 'MIN' (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 22:49
    อินจนร้องไห้ ;( สงสารฮยอกแจที่สุด ฮือๆ อย่างน้อย พทซ ก็รักฮยอกแจแล้วนะ นางไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วๆ
    #1,663
    0
  8. #1662 mhoomin (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 21:47
    เพราะอย่างนี้นี่เองอีนาบีถึงได้ทำตัวอย่างนี้มันมีสาเหตุนี้นี่เอง
    อีฮยอนซูให้ซีวอนไปทำอะไรอ่ะ ตลบหลังแฮซอก(?) แล้วยังมีคิมคิบอมอีก
    ตอนนี้ฮยอกแจอ่อนแอจนไม่สามารถปกป้องได้แม้แต่ตัวเอง
    ขอบคุณที่ฮยอกแจไม่เกลียดน้องแทมิน เพราะว่าเด็กไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆนั่นแหละนะ
    #1,662
    0
  9. #1661 PingPing (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 14:25
    ดูมีปม -*-

    อ่อนหวานประทับใจตราตรึงเหลือเกิน

    โธ่...ฮยอกแจ

    เข้าใจหาคนมาง้างปากนะเออ
    #1,661
    0
  10. #1660 keroro (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2556 / 12:39
    อยากรู้แผนการอ่ะ



    วอนต้องช่วยฮยอกกกกกได้อยู่แล้วว



    รู้สึกรักวอนมากขึ้นไปอีกนะ



    ชอบที่ทำกะฮยอกอ่อนโยนจนเขินนนนนนน



    >[]
    #1,660
    0
  11. #1658 Mui (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 22:42
    แอบว่าแม่ไปตั้งเยอะ ทำไมไม่รักฮยอกเลย ที่แท้แบบนี้นี่เอง น่าสงสารอ่ะ



    หาทางแก้ให้ได้นะ แล้วไม่ต้องบอกแทมินหรอกว่าคนนิสัยไม่ดีคนนั้นเป็นพ่อ

    #1,658
    0
  12. #1657 bastree (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 22:08
    ร้องไห้ตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ
    สงสารฮยอกมาก ฮยอนซู หวังว่าแผนนี้คงเด็ดพอนะ
    #1,657
    0
  13. #1656 แฟนฮยอก (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 22:06
    ซึ้งสุดๆๆ อ่ะ



    สงสารฮยอกแจอ่ะ



    แต่มี พี่วอนมาปลอบนิ



    ก่อนจบของแบบหวาน แหว๋ว ด้วยน่ะไรเตอร์



    ติดตามต่อไป สู้ สู้ ค่ะ
    #1,656
    0
  14. #1655 whylove108 (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 22:00
    นาบีน่าสงสารมาก

    แต่ฮยอกน่าสงสารสุดอ่ะ คงรู้สึกผิดมาก

    วอนช่วยฮยอกให้ได้นะ
    #1,655
    0
  15. #1654 Open Y Story By Kimpor (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 21:54
    มันตื่นเต้น และรลุ้นจนตัวโก่ง 



    นาบีน่าสงสาร แทมินน่าสงสารและฮยอกแจสู้ๆ วอน บอม พวกนายต้องช่วยฮยอกนะ
    #1,654
    0
  16. #1653 boyozaa (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 21:34
    โอ๊ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สุดๆๆยอด นาบี น่าสงสารมากๆๆๆๆๆ
    ที่ทำทุกอย่างเพื่อฮยอกเเจ
    ฮยอกเเจน่าสงสารอะ วอนต้องดูเเลฮยอกนะ
    #1,653
    0
  17. #1652 loveyc (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2556 / 21:08
    ฮยอกแจน่าสงสาร  แม่ก้น่าสงสาร นี่แหละเนอะ ฮยอกกะแม่นิสัยคล้ายๆกัน

    ชอบเก็บไว้ไม่ยอมพูด  ซีวอน ช่วยฮยอกน๊า อย่าให้ตาแก่มันได้ไป



    #1,652
    0