ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 69 : -30- +ส่งฟิคแล้ว + นัดรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 พ.ค. 56

 

 

 

“นี่คือแบบแปลนของไลอ้อนโรสอย่างนั้นเหรอ”

อี ฮยอกแจพึมพำพลางกดรีโมตให้ซูมเข้าไปเห็นตัวกำไลข้อมือชิ้นนั้นชัดๆ ควอน จียงเหลือบมองคนออกแบบที่เดินมานั่งข้างเขาอย่างถือวิสาสะก่อนจะแค่นเสียงใส่

“ชิส์! สวยก็ไม่สวย! อย่างกับแค่เอาลูกปัดสีฟ้าๆมาร้อยอย่างนั้นแหละ!

“งั้นก็ช่วยกันทำให้สวยซะซิ”

ชเว ซึงฮยอนว่าพลางคร่อมร่างของอีกคนไว้กับโต๊ะ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เจ้าของดวงหน้าขาวที่เงียบกริบ

“ทำได้ไหมล่ะ ที่รัก?

ดวงหน้าของนักออกแบบแห่งโรสมาร์คร้อนวูบ ขณะที่ฮยอกแจโบกมือให้สองนักออกแบบหยุดรื้อฟื้นความหลังกันสักครู่ หันมาทางชเว ซีวอนที่เป็นเจ้าของผลงานอีกคน

“คิดว่าไง”

“สำหรับผมถือว่าโอเคเลยนะ ประเดิมแรกไม่อยากจะส่งแหวนคู่สักเท่าไหร่ มันเหมือน...จำกัดแวดวงของลูกค้าของเรามากจนเกินไป”

“นั่นสินะ กำไลก็โอเคอยู่” ฮยอกแจพยักหน้ารับ

“คนเป็นคู่รักก็ใส่กำไลได้นะ” ทงเฮเอ่ยบอกพร้อมหันไปยิ้มน้อยๆให้คยูฮยอน พออีกคนมองกลับก็หลุบตาลงต่ำอย่างเขินๆ

“...ฉันก็ว่าสินค้าตัวนี้น่าจะโอเคอยู่หรอก”

“ตลาดจีนชอบใส่พวกลูกประคำด้วย...” คิบอมเอ่ยสนับสนุน

“...ลูกปัดนี่ก็เหมือนหินบำบัด พวกแม่บ้านยันวัยรุ่นก็ใส่ได้”

“ทำได้ดีมากเลยชเว ซึงฮยอน” ฮยอกแจเอ่ยยิ้มๆทำเอาจียงค้อนขวับๆ

“ขออภัยครับ!

คนทั้งห้องชะงักเมื่อบานประตูถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างบางของเลขาอีก้าวเดินมาหาอี ฮยอกแจที่เกือบจะพ่นคำต่อว่าออกมาอยู่แล้วที่อีกคนขัดการประชุมกลางคัน หากพอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดผิดวิสัยของอีกฝ่ายแล้ว ฮยอกแจก็เปลี่ยนใจถามเสียงเข้ม

“มีอะไร”

อี จุนกิไม่ตอบ หากยื่นโทรศัพท์มือถือของอี ฮยอกแจที่ฝากไว้ก่อนเข้าประชุมให้อีกฝ่าย ประธานแห่งโรสมาร์ครับมันมาแนบหู ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสดับฟังเสียงที่ดังจากปลายสาย

“สวัสดีอี ฮยอกแจ”

“โทซอง?

ชเว ซีวอนตวัดตามองอีกคนแทบจะทันที ขณะที่คนอื่นๆยังคงงุนงงไม่หายเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คุ้นเคย ฮยอกแจแทบทรุดเมื่อได้ยินประโยคต่อไปของเจ้าตัว

“น้องชายของนาย...ยังอยู่ดีหรือเปล่า?

“อึนฮยอก!...”

คิม คิบอมลุกพรวดเมื่อได้ยินชื่อของคนรัก และดูจากสีหน้าของฮยอกแจมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ เขารีบต่อสายตาคนรักทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครสั่ง ความว่างเปล่าทำเอาชายหนุ่มหน้าเผือดสี

ปลายสายของฮยอกแจถูกตัดไปแล้ว ประธานแห่งโรสมาร์คนิ่งตะลึงก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงสั่น

“ใครก็ได้...”

เสียงแผ่วเบานั่นเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ผิดแผกกับเมื่อครู่นี้ลิบลับ

 

“...ลากคอฮัน โทซองมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!!

 

**

 

“เรื่องกำลังไปด้วยดี แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย...”

คิม ฮีชอลเอ่ยพร้อมทึ้งหัวของตัวเองเบาๆอย่างเครียดจัด ชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงมืออุ่นของใครบางคนดึงมือเขาออกจากเส้นผมสีดำขลับ ดวงตาคู่สวยอ่อนหวานหันมามองเจ้าของดวงตาสีชาเข้มที่ฉายแววห่วงใยไว้ไม่ปิดบัง

“...อีทึก”

โผกอดสามีของตัวเองพลางซุกหน้าเข้ากับบ่ากว้าง ปาร์ค จองซูลูบเส้นผมของคนรักอย่างทะนุถนอมพลางเอ่ยเสียงนุ่ม

“ใจเย็นๆนะครับ ถ้าคุณจิตตกตอนนี้ล่ะก็...จะคิดหาวิธีช่วยคุณอึนฮยอกกันลำบากนะฮะ...” ดวงตาสีชามองไปที่บานประตูห้องประชุม เหมือนอยากมองทะลุไปถึงเหล่าผู้บริหารที่ยังนั่งหน้าเครียดกันอยู่ในห้อง

“...ผมว่าตอนนี้น้องชายของคุณคงคิดอะไรไม่ออก คุณเป็นกำลังสำคัญของเขา เข้มแข็งไว้นะฮะ”

“ถ้าฉันไม่มีอีทึกล่ะคงแย่เชียว...” ร่างระหงครางงึมงำแนบบ่ากว้าง

“...อึนฮยอกโดนจับตัวไปแบบนี้ คิบอมกับฮยอกแจนั่งไม่ติดแน่ๆ เฮ้อ~ แล้วฉันจะทำยังไงดี”

“ผมว่าเรากลับไปดูที่บ้านคุณดีกว่า ถ้าคนร้ายเขาทิ้งร่องรอยอะไรไว้...อาจจะหาตัวอึนฮยอกเจอก็ได้”

ปาร์ค จองซูเอ่ยให้สติ อีกคนพยักหน้ารับก่อนจะรับเปิดประตูเข้าไปบอกคนด้านใน

ประตูไม้เปิดออก สิ่งที่เห็นคือสีหน้าเคร่งเครียดของคนทั้งห้อง ไม่ว่าจะเป็นอี ฮยอกแจ ชเว ซีวอน คิม คิบอม อี ทงเฮ หรือแม้แต่โจ คยูฮยอน ไม่นับรวมนักออกแบบมือหนึ่งของไลอ้อนจิวเวอร์รี่และโรสมาร์คที่เดินออกจากห้องมาด้วยดวงหน้าซีดเซียวเมื่อครู่

“ฉันจะกลับไปดูที่บ้านนะว่าเจ้าโทซองมันเผลอทิ้งอะไรไว้หรือเปล่า”

คิบอมลุกพรวดเมื่อฟังคำพี่ชายจนจบ

“ผมไปด้วย”

ฮีชอลส่ายหน้า

“อย่าเลย ตอนนี้นายใจไม่เย็นพอที่จะคิดอะไรออกหรอกนะคิม คิบอม”

“คนที่ผมรักหายไปทั้งคนแล้วพี่จะให้ผมใจเย็นได้ยังไง!?” คิบอมตวาดออกมาเสียงดังลั่น ท่ามกลางห้องประชุมที่เงียบสงัด

แต่ละคนมองหน้ากัน...รองประธานแห่งโรสมาร์คกำลังฟิวจ์ขาด และอี ฮยอกแจเองก็เหมือนจะควบคุมตัวเองไม่อยู่รอมร่อแล้วด้วย

“คุณคิบอม...” ชเว ซีวอนเรียกคนที่ผุดลุกขึ้นยืนเสียงเรียบ

“...ผมคิดว่าคุณใจเย็นๆก่อนเถอะนะ ผมรู้จักโทซองดี...เขาจะไม่ทำร้ายอึนฮยอกจนกว่าเขาจะได้สิ่งที่เขาต้องการ และปัญหาของเราในตอนนี้ก็คือเขาต้องการอะไร เป้าหมายของเขาไม่ใช่อึนฮยอกแน่ๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ติดต่มาหาเราหรอก”

“แล้วเป้าหมายของเขา...”

คิบอมพึมพำออกมาเสียงเบาหวิว ก่อนคนทั้งห้องจะเบิกตากว้างเมื่อเสียงเย็นๆดังขึ้น

 

“ฉันไง...”

 

ซีวอนตวัดตามองคนที่นั่งข้างกายตนเองทันควัน ใจล่วงเมื่อฮยอกแจซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง

“เป้าหมายของเขาคือฉันเอง ไม่มีใครในห้องนี่ที่หมอนั่นต้องการตัวนอกจากฉันหรอก”

“ฮยอกแจ...”

ประธานบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่เอื้อมมือมากุมมือของอีกคน ฮยอกแจชะงักหันมาสบตากับร่างสูงอย่างจริงจัง

“หมอนั่นบอกให้ฉันไปเจอเขาที่นอกชานเมือง...คืนนี้”

“อย่าไป...”

คิบอมเอ่ยออกมาเสียงแหบพร่า ก่อนจะเงียบกริบลงเมื่อฮยอกแจถามเสียงเรียบ

“แล้วจะให้ฉันทิ้งน้องชายของตัวเองหรือยังไง...เก็บของเหอะ ฉันคงต้องไปแล้ว” ร่างบางลุกพรวด ชเว ซีวอนลุกตามแทบจะทันที

“ให้ผมไปด้วย”

“นี่มันเรื่องของโรสมาร์ค...”

“แต่ผมไม่ยอมให้คุณไปเสี่ยงคนเดียวหรอกนะ!

ซีวอนยืนยันเจตนารมณ์ชัดเจนเสียจนอีกฝ่ายมองค้าง ฮยอกแจเม้มปากแน่น รู้ดีว่าคนตรงหน้าดื้อไม่แพ้เขาเลยสักนิดเดียว แค่สบตาก็พอเดาออกว่าซีวอนจะไปให้ได้ ห้ามยังไงคงไม่ยอมฟัง

“โทซองรู้จักผม อย่างน้อยๆเขาก็ฟังผมมากกว่าคุณ...” ซีวอนเอ่ยเสียงเบาหวิว เอื้อมมือไปกุมมือของอีกคนแนบแน่น

“...เราอาจจะมีทางเจรจานะ”

อี ฮยอกแจหลุบตาต่ำ เจรจา...หมอนั่นมีหรือจะฟัง คนที่อาฆาตแค้นขนาดนั้นน่ะ

“ผมเองก็รู้จักโทซองเหมือนกันนะฮะ...” คยูฮยอนเอ่ยหลังจากนิ่งมานาน

“...รู้พอจะรู้ว่าหมอนั่นไม่มีทางเดินเกมส์อย่างซื่อตรง ไม่แน่ตอนที่เราไปหาเขา เราอาจจะไม่เจออึนฮยอกเลยก็ได้ หากเราต้องการให้อึนฮยอกปลอดภัย เราจำเป็นต้องตามหาตัวเขาให้เจอเสียก่อน คาดว่าสถานที่ๆอี ฮยอกแจกำลังจะไป ไม่แน่โทซองอาจจะไม่ได้เก็บตัวอึนฮยอกไว้ที่นั้นก็เป็นไปได้”

คนทั้งห้องหันมองคนพูดเป็นตาเดียว โจ คยูฮยอนหันไปหาคิม คิบอมที่หน้าเผือดสีแล้วถามเสียงอ่อนโยน

“คุณมีวิธี...หาตัวอึนฮยอกไหมครับ”

คิบอมนิ่งงัน ก่อนจะหลุบตาต่ำ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างเหมือนนึกอะไรได้บางอย่างก่อนจะรีบก้าวมาหน้าคอมพ์พิวเตอร์

“ทำไมเหรอคิบอม”

ทงเฮถามเสียงเบาหวิว ขณะที่อีกคนรัวนิ้วที่แป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว

“แหวนแต่งงานของเรา ฉันเคยแอบติดเครื่องส่งสัญญาณเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะหนีไปอีก เฮ้ยยยย!!

ร่างสูงหันมองซีวอนที่พับหน้าจอโน้ตบุคส์โดยทันควันตาเขียว ไม่ทันอ้าปากค้าน ประธานหนุ่มแห่งไลอ้อนจิวเวอร์รี่ก็เอ่ยเสียงเครียดและเบาหวิว

“อย่าใช้คอมพ์ที่โรสมาร์คสิ ลืมแล้วเหรอว่าที่นี่มันมีหนอนอาศัยอยู่น่ะ”

คิบอมชะงักงัน สบตากับฮยอกแจ ขณะที่คยูฮยอนเปิดโน้ตบุคของตัวเองแล้วยื่นให้

“ใช้ของผมเถอะครับ รับรองว่าปลอดภัยกว่าคอมพ์ของบริษัทคุณ”

รองประธานแห่งโรสมาร์คพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมาหมกมุ่นกับคอมพิวเตอร์ของโจ คยูฮยอน ทงเฮหันมองคนข้างกายก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ฉันสงสัยว่าหนอนของเราอาจจะเป็นพวกเดียวกับโทซองก็ได้”

“ทำไม?” ฮยอกแจเลิกคิ้วสูง

ทงเฮนิ่งไปนิด ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่ค้างคาใจมานาน

“เพราะหนอนมักจะรู้การเคลื่อนไหวของพวกเราอยู่ตลอดเลยไม่ใช่เหรอ มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่านาย ฉัน และคิบอมจะเข้าบริษัทในวันอาทิตย์ไหนของเดือนบ้าง บ้านตระกูลคิมเป็นบ้านเปิดก็จริง แต่คนภายนอกมองไม่ออกหรอกนะว่าคนที่อยู่ในบ้านนั้นเป็นนายหรือน้องชายของนายน่ะ นอกจากมันจะรู้ว่านายอยู่ที่บริษัท ฉันอยู่ที่บริษัท และคิบอม...ก็กำลังมาที่บริษัท โทซองถึงได้เล่นงานถูกตัวคน เป็นไปได้ไหมว่าหนอนจะอยู่ที่บริษัทนี้ และคอยโทรบอกการเคลื่อนไหวของเราให้พวกมันรู้”

“เป็นไปได้...มากเลยล่ะ” ฮยอกแจทรุดตัวลงนั่งตามเดิม ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนไป

“...แต่ถึงเราจะไปคาดคั้นเอาความกับแฮซอก หมอนั่นก็คงจะยังไม่ยอมรับความผิด และถ้ามันคิดจะฆ่าฉันจริงๆล่ะก็...ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์นั่นมันไม่ทางทิ้งหลักฐานเอาไว้แน่ๆ คงจะมีทางเดียวเท่านั้นที่เราจะรู้ได้ว่าหนอน...มันเป็นใคร”

“ฮยอกแจ...” ทงเฮครางออกมาเสียงแผ่ว ขณะที่ซีวอนส่ายหน้าเอาเป็นเอาตาย

“ไม่เอาน่า”

หากดูความคาดการณ์ของพวกเขาจะตรงกับเจตนารมณ์ของเจ้าตัวอย่างเหลือเชื่อ ฮยอกแจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ครานี้ด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ

 

“ฉันจะไปพบโทซอง”

 

**

 

บ้านไม้แถวชานเมืองดูท่าจะเป็นอริกับอี ฮยอกแจอย่างถึงที่สุด ประธานของโรสมาร์คที่มาตามนัดกวาดตามองโรงงานเก่าๆที่เขาเคยถูกจับตัวมา ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในเห็นใครบางคนกำลังโยนกิ่งไม้แห้งๆเข้ากองไฟ

“ท่าทางประธานแห่งโรสมาร์คจะใจร้อนกว่าที่คิด ถึงได้มาที่นี่เร็วกว่าที่เรานัดกันซะอีก...”

ฮัน โทซองเอ่ยพร้อมหันมายิ้มให้คนที่เดินเข้ามาอย่างที่ฮยอกแจไม่ชอบใจมันเลยสักนิด หันไปถามลูกน้องของตนเองเสียงเข้ม

“...มีใครตามมาหรือเปล่า?

“มีครับ”

คนเป็นลูกน้องเอ่ยพร้อมดันร่างของใครบางคนให้เดินมายืนเคียงร่างบอบบางของอี ฮยอกแจ

“พี่ซีวอน...” โทซองมองคนที่เขาเคยนับถือเหมือนพี่ชายตัวเองแล้วถอนหายใจ

“...ผมรู้ว่าพี่มีสัมพันธ์ที่ดีกับโรสมาร์คแล้ว แต่ไม่นึกรู้ว่าพี่จะถึงกับยอมเสี่ยงชีวิต อยากให้ลูกชายตัวน้อยเป็นกำพร้าพ่อหรือไงครับ”

“พี่แค่ไม่อยากเห็นนายทำผิดซ้ำสอง” ซีวอนเอ่ยอย่างใจเย็น

“...เชื่อฉันเถอะโทซอง โบซอกไม่ต้องการแบบนี้หรอกนะ”

“แน่ล่ะ! หมอนั่นต้องการ!...” คนที่นั่งอยู่หยัดกายลุกก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม ดึงมืออี ฮยอกแจไปทาบที่หน้าอกของตัวเอง

 

“...เพราะหัวใจของมันอยู่ที่ฉัน!!

 

.

.

.

 

คิม คิบอมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่เคยขับรถด้วยความเร็วสูงเท่านี้มาก่อนเลย เขาตวัดตามองแผนที่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของโจ คยูฮยอน ตัวรถของเขาเข้าใกล้แสงที่วิบวับนั่นเต็มแก่แล้ว

สถานที่ข้างทางถึงจะมีหญ้ารกชันอยู่เยอะแยะ แต่มันคุ้นตาน่าดูเหมือนกันแหะ

รถสีดำคันหรูเกือบเหยียบเบรกเมื่อหน้าจกข้างคนขับโดนยิงจนแตกกระจาย ดวงตาคู่คมเบิกกว้าง ตวัดตามองเห็นปลายกระบอกปืนที่ส่องมาทางรถของเขา คิบอมสบถเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่ทราบ ก่อนจะเข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งอย่างรวดเร็ว

 

.

.

.

 

“โบซอกบริจาคหัวใจให้ฉัน...เขาช่วยชีวิตฉัน!

ฮยอกแจชักมือออกอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกดึงไปประชิดร่างของโทซอง ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างเมื่ออีกคนก้มลงกระซิบเสียงแผ่ว

“แบบนี้มันควรค่าแก่การแก้แค้นหรือยังล่ะ?

“โทซอง!!...”

ซีวอนตวาดลั่นก่อนจะทรุดฮวบเมื่อกระสุนนัดนึงแล่นเข้าใส่ขาขวาจนหยาดเลือดไหลนองพื้น

“...อั่ก!!

ปลายกระบอกปืนถูกชี้มาที่ดวงหน้คมระยะประชิด ดวงตาสีดำขลับเบิกกว้างเมื่อสบดวงตาเหี้ยมเกรียมของอีกคน

“ถึงจะเป็นชเว ซีวอนก็เถอะ...หากมาห้าม ฉันก็ไม่คิดไว้ชีวิตหรอกนะ”

ฮยอกแจยืนตัวแข็งทื่อ เขารู้สึกเหมือนเห็นชะตากรรมของตนเองอยู่รำไร ดวงตาสีอำพันหลับแน่นก่อนจะลืมขึ้นมาแล้วเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา

“แกต้องการอะไร”

“ฉันไม่ต้องการอะไรจากแก...นอกจากความตายหรอก”

คำตอบที่เยือกเย็นนั่นทำเอาประธานหนุ่มแห่งโรสมาร์ครู้สึกเหมือนใจหายวาบ หากกระนั้นก็ยังมีเพียงแค่ดวงหน้าที่เปลี่ยนสี ฮยอกแจเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว

“ได้...”

“ฮยอกแจ!

“...แต่นายต้องปล่อยเขา...”

ดวงตาสีอำพันมองสบดวงตาสีดำขลับของชเว ซีวอนก่อนจะเบือนหน้าหลบไปทางอื่น

“...เขาไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้”

“ไม่ได้นะ!...”

ชเว ซีวอนพยายามหยัดกายลุก หากก็โดนด้ามปืนฟาดเข้าที่ดวงหน้าเต็มแรงจนต้องทรุดลงไปอีก

โทซองมองอีกคนที่ยืนอยู่แล้วยิ้มออกมาอย่างชอบใจ

“ก็ได้ แต่ตอนนี้นายต้องทำอะไรบางอย่างให้ หมอนั่น ซะก่อน”

“หมอนั่น?

ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะนิ่งงันเมื่อกระดาษสัญญาแผ่นสีขาวถูกยื่นมาตรงหน้าเขา

 

“นายต้องเซ็นสัญญาโอนหุ้นของโรสมาร์คทั้งหมดให้คนพวกนี้”

 

.

.

.

 

ท้ายรถของเขาถูกกระแทกชนอย่างแรง และถ้าไม่ใช่รถที่มีโครงสร้างแกร่งพอตัวล่ะก็ คิม คิบอมก็คงคิดว่าเบาะด้านหลังของมันต้องเอนมาด้านหน้าที่เขานั่งอยู่แล้ว

ร่างสูงขับรถเบี่ยงไปมา พยายามให้อีกคันนึงแซงได้ทัน อย่างน้อยๆถ้ามันอยู่ด้านหลังเขาวิถีกระสุนคงยากแก่การคาดเดาล่ะ...มั้ง

โหนกแก้มเป็นรอยถูกเฉี่ยวจนเลือดออก คิบอมสบถออกมาเสียงดัง ก่อนจะหักเลี้ยวอย่างรวดเร็ว...ไม่สนแล้วว่าข้างทางมันจะเป็นพงหญ้ารกทึบหรืออะไรก็ตาม เขาขอแค่หนีพ้นจากไอ้พวกบ้านี่ได้ก็พอแล้ว

รถคันนั้นหักเลี้ยวตาม ก่อนที่รถอีกคันจะแล่นเข้ามาด้วยความเร็วและอัดกระแทกรถคันนั้นเสียจนฝั่งคนขับเละ เพราะไม่ทันระวังตัว ปลายกระบอกปืนของนักฆ่าตกลงไม่อาจลั่นกระสุนได้อีกต่อไป คิบอมยังไม่กล้าก้าวลงจากรถ จนกระทั่งร่างสูงใหญ่เดินเข้ามานั่นแหละเขาถึงยิ้มออก

“นึกว่าที่นี่เป็นสนามรบหรือไงแทคยอน?

เอ่ยแซวทั้งที่สีหน้าไม่สู้ดีนัก และมือขวาของคิม ฮีชอลก็ยิ้มให้เสียจนตาปิด

“คิดว่าสนามแข่งรถมากกว่าครับ”

คิบอมถอนหายใจอย่างโล่งอก ขบวนรถของตระกูลคิมแส่นเข้ามาหาเขาเป็นจุดเดียว ทำเอาชายหนุ่มรู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะเลย

“หาผมเจอได้ไง”

“พี่ชายของคุณเขาก็ติดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่มือถือของคุณเหมือนกันนี่ครับ พอคุณคิบอมเคลื่อนไหวปุ๊บ คุณฮีชอลก็โทรหาผมปั๊บ รอบคอบสมกับเป็นตระกูลคิมเลย”

“อ่า~ พี่ชายของผมไม่ได้มีดีแค่สวยอย่างเดียวนี่นะ”

คิบอมก้าวออกจากรถพร้อมโน้ตบุคส์ ชักสีหน้าเมื่อหน้าจอมันดับไปแล้ว เขาหันไปหาคนของพี่ชายตัวเอง

“ในรถของนายมีคอมพ์ให้ใช้ไหม?

“มีครับ คุณฮีชอลเตรียมไว้ให้ตลอด เชิญตามสบายเลย”

 

.

.

.

 

อี แฮซอก อี แทมิน อี ทงเฮ และอี นาบี...

“นายจะให้ฉันโอนกรรมสิทธิ์หุ้นทั้งหมดของตัวเองให้กับสี่คนนี้อย่างนั้นเหรอ?...” ฮยอกแจเอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว

“...นายไม่ได้อะไรเลยสักหน่อย แล้วเพื่ออะไร?

“นายเองก็น่าจะรู้ดีว่าใครกันที่ต้องการขึ้นเป็นประธานของโรสมาร์คมากที่สุด” โทซองเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“...มีแต่คนเกลียดมันก็ลำบากอย่างนี้นี่แหละอี ฮยอกแจ”

“อี แฮซอก...” ฮยอกแจเหยียดยิ้มออกมาอย่างหยันเยาะ

“...ฉันเดาไม่ผิดจริงๆ”

แต่เดี๋ยวก่อนสิ...

ดวงตาสีอำพันเบิกกว้าง ตวัดตามองอีกคนอย่างเป็นคำถาม

“แล้ว...อี ทงเฮ?

รอยยิ้มของโทซองยิ่งกว้างเข้าไปใหญ่

 

.

.

.

 

“ฉันยังนึกถึงหนอนไม่ออกเลยคยูฮยอน”

อี ทงเฮเอ่ยออกมาอย่างจนตรอก โจ คยูฮยอนเอื้อมมือมากุมมือของคนรักเอาไว้หลวมๆก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม

“ค่อยๆนึกเถอะฮะ ผมจะช่วยคุณเองนะ ไม่ต้องห่วง”

“ฉันอยากจะหาตัวหนอนให้เจอก่อนที่อึนฮยอกกับฮยอกแจจะเป็นอะไรไป รวมถึงชเว ซีวอนด้วย...” ทงเฮเสยผมขอตนเองอย่างกลัดกลุ้ม มองอีกคนแล้วเอ่ยเสียงเบาหวิว

“...เขาติดต่อนายมาโดยตลอด พอจะมีเบาะแสอะไรบ้างไหมคยูฮยอน”

“เขามักใช้ตราประทับของโรสมาร์ค มากกว่าจะบอกที่อยู่ของตัวเอง ไม่ใส่ชื่อ ใช้เครื่องคอมพ์พิมพ์ แถมฟอร์นเองก็หาได้ทั่วไป บอกตามตรงนะฮะว่าผมเองก็จนปัญญาเหมือนกัน”

“นั่นสินะ...” ทงเฮยกกาแฟขึ้นดื่มอึกใหญ่อย่างเคร่งเครียด

“...ถ้าหนอนมันโง่ เราก็คงจะหาตัวมันได้ง่ายๆ เดี๋ยวฉันไปซื้อกาแฟมาเพิ่มก่อนนะ นายอยากได้อะไรไหม”

“แล้วถ้าผมบอกว่าอยากให้คุณดื่มกาแฟน้อยลงล่ะฮะ...” คยูฮยอนเอ่ยพร้อมทำสีหน้าดุอย่างไม่จริงจัง

“...นี่แก้วที่สามแล้วนะครับ มันเสียสุขภาพ”

“เวลาฉันเครียดๆ ฉันก็ชอบดื่มแบบนี้นี่แหละ...” ทงเฮเอ่ยเสียงอ่อย

“...ดีกว่าฮยอกแจน่า รายนั้นทั้งเหล้าและบุหรี่เลย”

“ทงเฮอ่า~...” คยูฮยอนทำท่าหมาหงอย ดึงมืออีกคนไปกุมเบาๆ

“...ผมเป็นห่วงคุณนะ”

“อื้ม~ งั้นฉันจะไปซื้อเค้กมากินดีกว่า เฮริมเขาบอกว่ากินเค้กช๊อคโกแลตแล้วอารมณ์ดีนะ” ร่างบางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่คยูฮยอนยิ้มรับแทบจะทันที

ร่างบางหยัดกายลุกจากม้านั่ง ก่อนจะก้าวเดินไปข้ามทางม้าลายถนนใหญ่เพื่อตรงไปยังร้านคอฟฟี่ชอปประจำ คยูฮยอนมองตามก่อนจะหลุบตาต่ำ อย่าว่าแต่ทงเฮเลย...ตอนนี้เขาเองก็นั่งแทบไม่ติดเพราะยังหาตัวหนอนไม่ได้ ก่อนที่จะปล่อยความคิดให้ร่องลอยไปไกลมากกว่านี้ อี จุนกิที่วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากบริษัทก็ตะโกนเสียงดังลั่น

“คุณทงเฮ! ระวังงงง!!

ทงเฮหันมามองตามต้นเสียงแทบจะทันทีก่อนจะทรุดตัวลงฮวบเมื่อไหล่บางถูกกระสุนเจาะทะลุอย่างรวดเร็ว คยูฮยอนเบิกตากว้างก่อนจะรีบวิ่งไปช้อนร่างของคนรักที่นอนจมกองเลือดแนบพื้น เลือดสีแดงฉานไหลรินเปรอะเลอะเนื้อตัวเขาขณะที่บอร์ดี้การ์ดที่ถูกส่งมาจะวิ่งกรูกันเข้ามารายล้อมพวกเขาสองคน รอประธานแห่งไลอ้อนจิวเวอร์รี่ตวาดลั่น

“ทงเฮ! เรียกรถพยาบาล! เดี๋ยวนี้เลย!!

 

.

.

.

 

 

ไอ้จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์!!

อี ฮยอกแจบริภาษศัตรูตัวฉกาจในใจ กัดปากแน่นเมื่อจัดการลงนามเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์หุ้นให้คนทั้งสี่คน เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ปลายกระบอกปืนนั่นยังไม่ละไปจากขมับของเขาเลยสักนิด ดวงตาไล่มองช่องกรอกตัวเลขที่ยังไม่มีตัวเลขใดๆเติมลงไปว่าเขาจะโอนกรรมสิทธิ์หุ้นไปให้คนทั้งสี่นี่เท่าไหร่ ให้มันได้อย่างนี้สิ!

“ทำดีมาก”

โทซองเอ่ยชมอีกคน ก่อนจะหยิบแผ่นกระดาษแล้วเดินไปที่เครื่องแฟ็กซ์ซึ่งอยู่ไม่ไกล กดหมายเลขแล้วเริ่มส่งเอกสารชิ้นสำคัญนี้ไปยังใครบางคนที่บงการเขาอยู่ พอเรียบร้อยก็หันมามองชายหนุ่มร่างบางที่ยังนั่งนิ่ง

“คราวนี้ก็เหลือแต่แกคนเดียวแล้ว มีอะไรอยากจะสั่งเสียใหม่”

“ถ้าฉันขอแค่สองอย่าง นายจะให้ได้ไหมล่ะ?

ดวงตาคู่คมสบตาอีกคน ก่อนจะถามเสียงราบเรียบ

“อะไรบ้างล่ะ?

“น้องชายของฉัน...”

เพียงแค่พูดเท่านั้น อีกคนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ฮยอกแจถามออกไปเสียงเบาหวิว

“ทำไม?

“รองประธานของโรสมาร์คออกไปตามหาแล้วไม่ใช่เหรอ?...” รอยยิ้มของคนตรงหน้า...ฮยอกแจไม่ไว้ใจมันเลยสักนิด

“...แต่น่าเสียดายนะ เพราะถ้าหากหมอนั่นไปไม่ทันล่ะก็...”

“นี่นาย...”

มือที่อยู่ข้างตัวฮยอกแจถึงกับกำแน่น โทซองมองความโกรธเช่นนั้นแล้วแย้มรอยยิ้มชอบใจมากกว่าเก่า

“ฉันจะเตือนเอาไว้อย่างนึงนะอี ฮยอกแจ...”

 

“...ว่าอย่าเล่นกับไฟ”

 

.

.

.

 

ควัน!

ดวงตาคู่คมของคิบอมเบิกกว้าง เปลวเพลิงกำลังลุกโชดช่วงล้อมรอบสถานที่ตั้ง บริษัทกลาง ของพวกเขา แลดูประหนึ่งเพิ่งจะมีคนมาเทน้ำมันราดและจุดไฟเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

และแสงสัญญาณที่กระพริบบอก...เขายังอยู่ในนั้น

“อึนฮยอก!!...”

“คุณคิบอม!...” แทคยอนผวาจะจับตัวเจ้านายหนุ่ม หากดูจะไม่ทันกาลเสียแล้ว

คิบอมรีบวิ่งไปถอดเสื้อสูทของตนชุบน้ำ ก่อนจะคลุมเข้าไปที่ตรงปากประตู ถีบประตูกระจกแรงๆจนมันแตกร้าว แล้วก้าวเข้าไป แทคยอนถึงกับกุมขยับ...นิสัยไม่ค่อยจะฟังใครแบบนี้ เหมือนคุณฮีชอลไม่มีผิดเลย!

“เรียกรถดับเพลิง! พวกที่เหลือไปหาน้ำมาดับไฟ! เร็ว!!

เปลวเพลิงสีแดงฉานที่กำลังโชดช่วงจะก้าวเดินไปทางไหนก็แลเห็นแต่สีแดงและกลุ่มควันเต็มไปหมด คิบอมน้ำตาไหลเพราะความเจ็บแสบจากเขม่าร้อนที่เข้าตา โชคดีอยู่อย่างที่โครงสร้างที่นี่แข็งแรงพอตัว เมื่อโดนไฟลามมันก็เลยยังไม่ล้มลงมาง่ายๆ

“อึนฮยอก!!

ร่างสูงผวาวิ่งเข้ามาประคองคนที่นอนหลับพริ้มอยู่กลางห้องในสุด โอบกอดไว้แนบแน่นหลังจากตามหามาเนิ่นนาน ลมหายใจและจังหวะการเต้นของหัวใจเจ้าตัวยังสม่ำเสมอ คิบอมถึงได้โล่งอก แต่ถ้าหากยังปล่อยให้คนที่หลับไม่รู้เรื่องนี่สูดกลิ่นควันเข้าไปเรื่อยๆคงไม่ดีแน่

“อึนฮยอก...ฟื้นสิ! ตื่นขึ้นมาก่อนอึนฮยอก!...”

ร่างสูงพึมพำพร้อมตบที่ข้างแก้มอีกคนสองสามที หากคนรักของเขายังหลับสนิทราวกับโดนวางยา คิบอมสบถออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบ รีบเอาสูทโชกน้ำคลุมร่างบอบบางและช้อนร่างของอีกคนวิ่งฝ่ากองเพลิงออกไป

“เฮ้ยยยย!!...”

ร่างสูงผงะเมื่อเสาต้นนึงหักโค่นลงมาทับทางด้านหน้าของเขา คิบอมสบถออกมาอีกครั้ง

“...บ้าเอ๋ย!!

เปลวเพลิงลามเข้ามาใกล้พวกเขาจนชายหนุ่มต้องถอยร่นลง เขาหลุบตามองคนในวงแขนแล้วเม้มปากแน่น หันไปทางบานหน้าต่างที่ยังไม่ได้รับการตกแต่งลวดเหล็ก ยกขาถีบมันโดยแรง ก่อนจะดันร่างของคนที่หลับสนิทออกจากบานหน้าต่างที่เปลวเพลิงกำลังลุกไหม้นั่น ผิวเนื้อที่ต้องไฟ...เจ็บแสบไปถึงกระดูกเลย

สายน้ำถูกสาดเข้ามาเหมือนรู้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น จากที่จวนเจียนจะโดนไฟเผาอยู่รอมร่อ ตอนนี้คิบอมและอึนฮยอกที่หลับไม่รู้เรื่องตัวเปียกไปหมด เขายิ้มอีกครั้งเมื่อสบสายตาอ๊ก แทคยอนที่กำลังถือสายยางคอยฉีดไล่ไฟให้พวกเขา

“นี่ไม่ใช่หนังสักหน่อย อย่าคิดว่าตัวเองมาช่วยเขาแค่คนเดียวสิครับ”

“นั่นสินะ”

ร่างสูงพึมพำขณะส่งร่างของคนรักให้คนรับใช้ของตัวเองรับไปปฐมพยาบาล ปีนออกทางหน้าต่างอย่างรวดเร็วก่อนจะทรุดตัวลงหอบหนัก รอยไหม้เป็นจุดๆตามเนื้อตัว สร้างความแสบร้อน แต่พอมองอึนฮยอกที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่บนรถมันก็คุ้มค่าล่ะว้า~

คิม คิบอมหลับตาลง เขาได้ยินเสียงคนสนิทของพี่ชายบ่นเบาๆ

“รถดับเพลิงนี่มาช้าจริงๆ”

 

.

.

.

 

“แล้วอย่างที่สองล่ะ”

“ขอร้อง...อย่าเพิ่งทำร้ายฉัน”

“จะทำอะไรน่ะ!?

ฮัน โทซองร้องถามออกไปอย่างงุนงง อี ฮยอกแจนิ่งงันมองหน้าคนถาม ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้อีกคน ดวงตาสีอำพันที่หลุบลงต่ำเหมือนว่ากำลังทำใจบางอย่างและแสนเศร้าทำให้ดวงหน้านั้นเหมือนมีมนต์สะกดทำให้แม้แต่เจ้าของกระบอกปืนยังต้องนิ่งงัน พอได้สติปลายกระบอกปืนจ่อมาที่ร่างบางอย่างรวดเร็วชายหนุ่มปัดมันออกแสดงว่าเรียนการป้องกันตัวมาพอควร ริมฝีปากอิ่มแนบเข้ามาจนอีกคนตกตะลึง

ดวงหน้าสวยจัดโน้มลงไปประทับจูบที่เรียวปากของคนตรงหน้า ฮัน โทซองถึงกับนิ่งงันกับสัมผัสที่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับจนลืมแม้กระทั่งการเหนี่ยวไกปืน ความอ่อนหวานออดอ้อนที่ได้รับทำเอาถึงกับเคลิ้ม ก่อนที่ความวิงเวียนจะจู่โจมเข้าที่ศีรษะ ร่างสูงรีบผลักร่างของอี ฮยอกแจที่กำลังยิ้มอย่างสมใจออกอย่างรวดเร็ว เล็งปืนไปที่อีกคนอย่างยากลำบาก

“ไอ้แพศยา!!!

ปัง!!

ร่างสูงของชเว ซีวอนทรุดฮวบรวดเร็วพอๆกับร่างของมือปืน ฮยอกแจผวาพยุงอีกคนขึ้น เรียกชื่อเสียงแผ่ว

“ซีวอน...”

“เจ็บ...ขาโคตรเลย”

มือบางแตะโดนชุดเกราะกันกระสุนที่อีกคนสวมใส่ด้านใน หรี่ตามองอีกคนแล้วเหยียดริมฝีปาก

“ไหนว่าเก่งนักเก่งหนายังไงเล่า”

“ก็ผมไม่นึกว่าโทซองจะเล็งที่ขานี่น่า พยุงหน่อยสิ อุตส่าห์ฝืนสังขารวิ่งเข้ามารับกระสุนให้นะเนี่ย”

ซีวอนช้อนตามองอีกคนอย่างออดอ้อนแกมทวงบุญคุณ เล่นเอาอีกคนพ่นลมหายใจยืดยาว

“เหอะ!

ฮยอกแจทำเสียงขึ้นจมูก หากก็ยอมพยุงร่างสูงใหญ่ของอีกคนแต่โดยดี ประตูของโรงงานถูกเปิดออก ชิม ชางมินยิ้มกว้างด้านหลังมีรถตำรวจจอดอยู่เต็ม

“มารับแล้วจ้า~

 

**

 

“นี่มันหมายความว่ายังไงแฮซอก!!?

อี นาบีตวาดลั่นใส่ชายวัยกลางคนค่อนชราตรงหน้าอย่างลืมกลัว ดวงตาคู่งามครานี้ฉายแววกราดเกรี้ยวอย่างที่สุดไม่ได้ ยิ่งเห็นอีกคนยังมีสีหน้าราบเรียบไม่ทุกข์ไม่ร้อน ก็แทบจะตวัดฝ่ามือเรียวสวยของตัวเองฟาดใส่ดวงหน้านั้นแรงๆ

“นี่แกคิดจะฆ่าลูกชายของฉันเหรอ!!?

แฮซอกมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้า ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเสียงดัง นาบีทนไม่ไหว ยกมือเรียวขึ้นตวัดฟาดใส่ดวงหน้าเหี่ยวย่นนั่นโดยแรง ทำท่าจะฟาดลงไปอีก หากอีกคนกลับกำข้อมือเรียวของหล่อนไว้ได้ทัน บีบแน่น...จนหยาดน้ำตาคลอด้วยความคับแค้น

“ทำไมล่ะนาบี เธอเองก็ทิ้งลูกทั้งสองคนมาตั้งนานแล้ว หรือว่าสัญชาตญาณความเป็นแม่มันเพิ่งจะตื่นเอาตอนที่เราสองคนร่วมหอลงโลงกันแล้วไม่ทราบ”

“แฮซอก...” อี นาบีครางชื่ออีกคนอย่างน่าสงสาร ทรุดตัวลงแทบเท้าของอีกฝ่ายอย่างจนปัญญา

“...ขอร้อง เว้นเด็กสองคนนั่นไว้เถอะ ฮยอกแจยังเชื่อฟังฉันอยู่นะ...ฉันจะสั่งให้เขายกตำแหน่งประธานของโรสมาร์คให้แทมินก็ได้”

“น้ำตาของเธอมันใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอกนะนาบี...” แฮซอกมองอีกคนอย่างหยามเหยียด

“...และที่สำคัญ ฉันไม่ได้อยากให้แทมินเป็นประธานของโรสมาร์ค ฉัน-อยาก-เป็น-ประธานของโรสมาร์คเองต่างหาก”

“นายเลยคิดจะฆ่าพวกเขาอย่างนั้นเหรอ!?...”

“คนที่คิดจะฆ่าเจ้าพวกนั้นมีแค่โทซองแค่คนเดียว! เธอมีหลักฐานอะไรมาปรักปรำว่าฉันคิดจะฆ่าลูกของเธอไม่ทราบ!!

“อย่ามาปากแข็งหน่อยเลยแฮซอก...” อี นาบีสูดลมหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองเต็มที่

“...มีคนลอบยิงอี ทงเฮด้วย กะเล่นงานถึงชีวิต และฉันมั่นใจว่าไอ้ผู้ร้ายที่ชื่อว่าฮัน โทซองอะไรนั่นมันคงไม่ได้คิดฆ่าทงเฮด้วยแน่ๆ”

“...”

“...แกกะจะล้าง...ตระกูลอีให้เหลือแกคนเดียวใช่มั้ย!?

แฮซอกหันมองสตรีตรงหน้า ดวงตาคมกริบนั่นทำเอานาบีถึงกับสูดลมหายใจลึก หล่อนรู้ดีว่าคนตรงหน้าทำได้มากขนาดไหน และเป็นอย่างที่คิด...อี แฮซอกกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ

 

“เธอจะรู้มากไปแล้ว อี นาบี”

 

**


มันไม่จบง่ายๆแค่นี้หรอก คิคิ ฟิคโรสยังเหลือนะฮับ ยังจองและโอนเข้าได้ ไรเตอร์จะส่งพร้อมดาร์คโรสกับคยูเฮสิ้นเดือนนี้ ละกัน อ่อ คนที่จองมาทั้งหมดไรเตอร์ส่งทางไปรษณีย์หมดแล้วเน้อ

ส่วนนัดรับ วันนี้อาทิตย์นี้เจอกับไรเตอร์ที่สยามพารากอนนะ จะรออยู่เคเอฟซีเหมือนเดิมละกัน ^3^/ ยังไงเก็บเบอร์มือถือไรเตอร์ไว้นะ 0831871828 ไรเตอร์จะไปถึงสักประมาณตอน เที่ยงๆ ยังไงก็โทรมานะจ๊ะ จุ๊บ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1747 HyukJewel (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 14:51
    เห็นมีชื่อทงเฮเราก็ตกใจนึกว่า..
    นี่มันอะไรกานนนนนนนนนนนนนนน
    #1,747
    0
  2. #1645 Littledolphin (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 / 23:18
    ฮยอกแจแผนสูงนะคร้าาาาาาาาา ว่าแต่ว่าเราเริ่มเป็นห่วงเจ้นาบีง่า (เรียกแม่เค้าเจ้ ฮยอกแจจะตบมั้ยเนี่ย 55555)
    #1,645
    0
  3. #1634 kisshyu (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 / 21:49
    โอยยยลุ้นอีกละ

    ทงเฮ?? หืม????

    อยากรู้หน้าของหนอน
    #1,634
    0
  4. #1632 ae snoopy (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 12:29


    อยากรู้ว่าใครเป็นหนอนอะ
    #1,632
    0
  5. #1630 keroro (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 16:43
    ด๊องกะอึนฮยอก



    ปลอดภัยนะ~





    #1,630
    0
  6. #1629 wonhyukza (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 00:49
    สงสัยเฮตั้งแต่แรกแล้วอ่ะ 
    #1,629
    0
  7. #1628 im jeab (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 23:54
    ทงเฮอออออ .... ไม่นะอย่าเป็นอะไรไป
    กลับมารวมกันให้ได้นะ ลุ้น ลุ้น ลุ้นมาก
    #1,628
    0
  8. #1627 mhoomin (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 23:47
    เจอหนอนแล้ว แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงหลายๆอย่าง
    อีทงเฮอย่าเป็นอะไรนะ ไม่เป็นไรโดนไหล่ ไม่เป็นไร *ปลอบใจตัวเอง
    คิมคิบอมพ่อพระเอกกกกกก!! 555+ ชอบแทคยอนอ่ะ ^^
    แล้วก็ชิมชางมิน เราชอบการเปิดตัวของนายตอนมาช่วยมาก "มารับแล้วจ้า~" 555+
    #1,627
    0
  9. #1626 คยูเฮ139 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 23:26
    อย่าบอกนะว่าทงเฮเป็นหนอนบ่อนไส้อ่าา ม่ายยยน๊าาา รอลุ้นกันต่อไป
    #1,626
    0
  10. #1625 jj_lovesj08 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:29
    อีฮยอกแจ สุดยอด ฉลาดมากกกกแต่ต้องขอบคุณพ่อขร๊าาน่ะที่เข้ามาช่วย



    ยังไงก็ให้วอนอ้อนทวงบุญคุณด้วยถ้าจะน่ารักขนาดนี้^^
    #1,625
    0
  11. #1624 boyozaa (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:27
    อร๊ายๆๆๆลุ้นอะ. ตกลงทงเฮเป็นหนอน เปล่าเนี้ย อะไรกัน งงง อะ. 
    แล้วอึนฮยอกอีก. 
    #1,624
    0
  12. #1623 loveyc (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 21:05
    โหหหหหหหหหหห  เรื่องนี้ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อม มีปม

    แต่งเก่งมากอ่า 5555

    ฮยอกแจสู้ๆ ทงเฮอย่าเปนไรน๊าาาาาาาาาาาา
    #1,623
    0
  13. #1622 bastree (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 19:52
    เหลืออยู่คนเดียวแล้วตอนนี้ ฮยอกจัดการให้หมดเลยนะ
    เอาให้มันสำนึกซะบ้าง ใฝ่สูงขนาดนี้ ไม่ต้องอยุ่มันละโลกนี้
    ว่าแต่ฮยอกจูบโทซองซะเข่าอ่อนแบบนั้น จบเรื่องนี้ วอนลบรอบให้หมดเลยนะ
    ขนาดแค่ส่งสายตานิดหน่อย โทซองยังแทบจะสยบเลย
    ฮยอกก็ระวังวอนหึงโหดนะ
    #1,622
    0