ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 35 : -2-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ม.ค. 55

 

“คิบอมมมมม!

ร่างสูงเพรียวเดินแกมวิ่งเข้ามาโอบกอดน้องชายตัวเองอย่างร่าเริง ก่อนจะก้มหน้าลงจูบแก้มทั้งสองข้างเป็นการทักทายจนคนถูกกระทำต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ไม่จูบปากผมเหรอครับ”

“บ้า!”คิม ฮีชอลตีผลัวะที่แขนของอีกฝ่ายแรงๆจนอีกคนหัวเราะออกมาเบาๆ เจ้าตัวชักสีหน้าเอียงอายเมื่อเดินไปเกาะแขนของชายหนุ่มร่างสูงอีกคน “...คนเขามีสามีแล้วจะมาจูบปากผู้ชายคนอื่นได้ยังไง”

สามี หรือปาร์ค จองซูยิ้มแหะๆให้น้องชายของคนรัก คิบอมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ พี่ชายของเขายิ้มแป้นอย่างมีความสุขทำให้คนเป็นน้องพลอยยิ้มออกด้วย เขาหันมาหาพี่เขยของตนเองแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

“ดูแลพี่ฮีชอลยากไหมครับ”

“ก็เอาการนะ”อีทึกตอบเสียงนุ่ม ยังคงความสุภาพไว้ไม่เคยเปลี่ยน จนฮีชอลต้องหันมาค้อนกว้างๆให้สามีของตนเองทีนึง

“ฮยอกแจ~ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”ฮีชอลหันไปโอบกอดอีกคนที่เดินเข้ามาใกล้

“ทิ้งบริษัทไปแต่งงานแล้วยังมีหน้าระรื่นมาทักฉันอีกนะ”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเรียบแต่ก็ยกแขนขึ้นกอดตอบคนที่ตนเองเคารพว่าเป็นพี่เบาๆ ประธานแห่งโรสมาร์คยิ้มหวาน ก่อนเย้าเสียงยียวน “ท่าทางมีความสุขจนน่าอิจฉาเลยนะ พวกเราล่ะทำงานกันหัวโตแทบทุกวัน เนอะ...ทงเฮ”

หันไปเออออกับชายหนุ่มร่างเล็กที่เดินทางมาด้วยกัน ทงเฮทำเพียงยิ้มอ่อนๆ ฮีชอลหัวเราะคิกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยเสียงเจ้าเล่ห์และเป็นการเป็นงานมากขึ้น

“ใครว่าฉันลอยชายอยู่เฉยๆกันเล่า ฉันกับตระกูลคิมทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็ช่วยกันจับตามองคนของโรสมาร์คกันทั้งนั้น พอท่านประธานใหญ่ต้องไปพำนักที่บริษัทแม่ ใครบางคนที่นี่ก็ทำเหมือนว่าจะยึดครองโรสมาร์คมาไว้ในกำมือเสียอย่างนั้น”

“ใครบางคน”ฮยอกแจหรี่ตาลง จับจ้องดวงตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย และคำตอบมันก็ผุดขึ้นมาในใจของเขาอย่างช่วยไม่ได้

“อี แฮซอก...”คิม ฮีชอลทำสีหน้าจริงจัง “...ตอนนี้มันครองใจคนของบริษัทนายไปกว่าครึ่งแล้ว”

 

**

 

ชายวัยกลางคนก้าวเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง เพียงแค่เห็นชายหนุ่มร่างบางที่นั่งหน้าห้องแทนที่คนของตนเอง คิ้วเข้มก็ถึงกับกระตุกวูบ เขาถามอีกคนเสียงราบเรียบ

“นายมาทำอะไรที่นี่อี จุนกิ”

เจ้าของชื่อที่กำลังเปิดแฟ้มในมือของตนอย่างเฉยเมยช้อนตาขึ้นสบ ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบไม่แพ้กัน

“ท่านประธานให้ผมมาทำงานครับ”

คำว่า ท่านประธาน ทำเอาคนที่กำลังจะเดินเข้าห้องทำงานของตนเองนัยน์ตาแข็งกร้าวขึ้นทันควัน หากแต่เลขาคนเก่งของอี ฮยอกแจก็ยังคงสวมหน้ากากหน้าตายได้อย่างดีเยี่ยม ฐานะที่แตกต่างหรือแม้แต่อารมณ์ที่กราดเกรี้ยวของเจ้าตัวไม่สามารถทำลายม่านน้ำแข็งของคนหน้าสวยได้เลยแม้แต่น้อย ผลสุดท้าย...ชายวัยกลางคนก็เลือกที่จะใส่อารมณ์กับประตูบานใหญ่เมื่อเขาก้าวเข้าห้อง

ปัง!

เสียงปิดประตูที่ดังลั่นทำเอาคนที่กำลังยืนพินิจเอกสารอยู่ในห้องช้อนดวงตาสีอำพันเย็นเยียบขึ้นมองผู้มาใหม่ ฮยอกแจเหยียดยิ้มในแบบที่คนเป็นอาคงไม่ชอบใจนัก ร่างบางถามเสียงนุ่ม สาบานเลยว่าเขาไม่ตั้งใจจะยั่วโทสะอีกฝ่ายเลยสักนิด

“ทำไมไม่เคาะประตูก่อนเข้าห้องล่ะครับคุณอา”

อี แฮซอกมองหลานนอกไส้ของตนเอง ก่อนจะเอ่ยเสียงเข่นเขี้ยว

“ห้องนี้คือห้องทำงานของฉัน”

“ห้องนี้คือห้องทำงานของประธานบริษัทต่างหากล่ะครับ...”ดวงตาของฮยอกแจเรียบเฉย ขณะที่ดวงตาสีอำพันนั้นเต้นเร่า “...ป้ายหน้าห้องมันก็เขียนไว้อยู่ แล้วผู้บริหารอย่างคุณอาทำไมถึงเอ่ยปากว่าห้องนี้คือห้องทำงานของตัวเองได้ล่ะ”

มือที่เริ่มยับย่นตามวัยกำแน่น ก่อนที่ผู้บริหารรายใหญ่แห่งโรสมาร์คจะพยายามคลี่ยิ้มออกมาให้ดูเป็นมิตรมากที่สุด ซึ่งมันก็น่าขันสิ้นดีสำหรับชายหนุ่มร่างบางที่รู้ลึกตื้นหนาบางอีกฝ่ายดีเสียแล้ว

ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่...แม้จะอยู่บริษัทเดียวกันแต่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีถึงสถานะของแต่ละคน บรรทัดฐานเดียวที่พวกเขายืนอยู่ไม่ใช่คำว่าญาติต่างสายเลือด...แต่เป็นศัตรู โดยที่ถ้วยทองคือคำว่า ประธานบริษัทโรสมาร์คคนต่อไป

“ห้องนี้คือห้องทำงานของผม เพราะผมคือประธานที่แท้จริงของโรสมาร์ค...”ฮยอกแจตอกย้ำฐานะของตนเองให้อีกฝ่ายได้ฟัง ก่อนจะเอ่ยอย่างใจดี “...ของๆคุณอาผมจัดการให้จุนกิเก็บและนำไปไว้ในห้อง ที่สมควร เรียบร้อยแล้วล่ะครับ”

อี แฮซอกกัดริมฝีปากจนเลือดออกด้วยความคับแค้น แต่ที่แน่ๆคืออี ฮยอกแจกำลังทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้กับกิริยาตัวสั่นเทาด้วยความโกรธของอีกฝ่าย เขายิ้มหวานส่งให้คนเป็นอาอย่างน่ารัก

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ เพราะผมแค่จัดการทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอยเท่านั้นเอง และตอนนี้ผมคงต้องจัดการกับเอกสารประธานบริษัทสักที...เชิญคุณอากลับไปที่ห้องเถอะครับ หรือถ้าหากกลับห้องของตัวเองไม่ถูก ผมจะให้จุนกิพาไปส่งก็ได้”

“ไม่จำเป็น”

คนเป็นอาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะเดินปั้นบึ้งออกจากห้องไปอย่างไม่คิดจะรักษามารยาทใดๆ ฮยอกแจหรี่ตามองอาของตนเองพร้อมชักสีหน้าเหนื่อยหน่าย เขาหันมากดโทรศัพท์ที่วางอยู่ในห้อง

“ครับ?”เสียงของเลขาหนุ่มที่ดังมาปลายสาย ฮยอกแจกรอกคำสั่งของตนเองลงไปเสียงราบเรียบ

“เรียกอี ทงเฮมาหาฉันด้วย”

 

**

 

รถสีแดงเปิดประทุนกำลังแล่นไปตามทาง ทงเฮจัดการเปิดหลังคาให้ลมเย็นๆพัดผ่านขณะที่หูเขาได้ยินคำพูดของอี ฮยอกแจดังซ้ำไปซ้ำมาจนจำขึ้นใจ

.

.

.

“พันธมิตรของโรสมาร์คในตอนนี้คือบริษัทในเครือตระกูลปาร์ค แต่พันธมิตรของไลอ้อนจิวเวอร์รี่คือบริษัทในเครือตระกูลชอง ฉันอยากให้นายไปหาทางทำให้บริษัทในเครือตระกูลชองกลายมาเป็นพันธมิตรของโรสมาร์คด้วย”

ประธานของบริษัทโรสมาร์คเอ่ยจบก็วางแฟ้มงานในมือนั้นให้เขา ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ถ้าเราได้ซื้อขายเพชรพลอยกับสองบริษัทนี้ ฐานความมั่นใจของลูกค้าก็จะมากขึ้นกว่าไลอ้อนจิวเวอร์รี่”

“แปลว่าขณะที่คนของตระกูลปาร์คขายเพชรพลอยดิบให้เราเพียงเจ้าเดียว ไลอ้อนจิวเวอร์รี่ก็ได้เพชรพลอยดิบจากคนของตระกูลชองเพียงเจ้าเดียวอย่างนั้นเหรอ แต่ว่า...ถ้าหากได้ชื่อว่าตระกูลชองแล้วทำไมนายไม่ให้คิม แจจุงไปเจรจาแทนฉันล่ะ”

“เพราะชอง ยุนโฮที่แจจุงแต่งงานด้วยไม่ใช่คนที่ทำธุรกิจสายเพชรพลอยเหมือนญาติเขาน่ะสิ แถมบ้านนี้ไม่เหมือนตระกูลคิม...ธุรกิจใครธุรกิจมัน ไม่มีการก้าวก่ายในหมู่พี่น้อง ถ้าให้แจจุงไปเจรจาด้วยมันจะเสียเครดิตของโรสมาร์คเสียเปล่าๆ”

ทงเฮพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบแฟ้มที่อีกคนให้มาเปิดดู ฮยอกแจยิ้มน้อยๆให้เพื่อนของตัวเอง

“นี่คือข้อมูลที่นายอาจจะต้องใช้ในการเจรจา ฉันจะติดต่อพวกเขาให้...และนายไปหาเขาได้พรุ่งนี้เลย”

.

.

.

“มีร้านกาแฟเปิดใหม่ด้วยอย่างนั้นเหรอ?”ผู้บริหารอันดับหนึ่งของโรสมาร์คพึมพำเบาๆ ก่อนจะหักรถเลี้ยวเข้าร้านกาแฟเล็กๆที่ตกแต่งอย่างน่ารัก

“เชิญค่ะ”เสียงพนักงานสาวหน้าแฉล้มดังขึ้น

ทงเฮยิ้มน้อยๆเมื่อสั่งกาแฟรสโปรดของตนเองก่อนจะเดินกลับไปนั่งเปิดแฟ้มดูงานสำหรับวันพรุ่งนี้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนไล่ตามตัวอักษรเรื่อยก่อนจะสะดุดเมื่อได้ยินเสียงเหล่าผู้ชายในร้านทำเสียประหลาด เขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่จะอดหน้าร้อนไม่ได้เมื่อเห็นหญิงสาวคนนึงถูกเหล่าชายหนุ่มมองด้วยสายตาโลมเลียเพราะชุดสีขาวที่เปียกชุ่มของตัวเอง ทงเฮมองท่าทีเหมือนไม่ค่อยกล้าออกมาจากห้องน้ำหญิงแล้วถอนหายใจเบาๆ

ชายหนุ่มร่างบางถอดชุดสูทเสื้อนอกของตัวเอง ก่อนจะเดินไปยื่นให้หญิงสาวหน้าหวานที่ช้อนตามองเขาอย่างงุนงง ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างซาบซึ้ง หล่อนคว้าเสื้อสูทสีดำมาสวมทับเสื้อสีขาวที่เปียกชุ่มจนคนอื่นๆสามารถเห็นรูปร่างได้ไปถึงไหนต่อไหน

“ขอบคุณค่ะ”

ทงเฮทำเพียงยิ้มบาง ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง เขาเปิดแฟ้มงานก่อนจะชะงักกึกเมื่อดวงหน้าสวยหวานของหญิงสาวคนเมื่อครู่ปรากฏอยู่ในแฟ้มงานของเขาด้วย

“ชอง...เฮริม?”ทงเฮพึมพำเบาๆ ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะช้อนตาขึ้นมองหญิงสาวเจ้าของชื่อ และเหมือนรู้ตัวว่าจับจ้อง ฝ่ายหญิงหันหน้ามาทางเขาแล้วแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานให้ก่อนจะเดินมายืนใกล้ๆ

“ขอนั่งด้วยได้ไหมคะ บังเอิญโต๊ะในร้านเต็มหมดแล้ว”หญิงสาวเอ่ยอย่างมีมารยาท

ทงเฮรีบเก็บแฟ้มของตนเองให้รอดพ้นสายตาของอีกฝ่าย ก่อนจะแย้มรอยยิ้มให้อย่างสุภาพ หยัดตัวขึ้นและเลื่อนเก้าอี้ให้เธอคนนั้นอย่างใจดี

ชอง เฮริมพึมพำขอบคุณคนตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับเขา และแล้วทงเฮก็เริ่มจะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคุยเก่งไม่น้อย เจ้าตัวเอ่ยปากชวนเขาคุยอย่างไม่น่ารำคาญไปเรื่อยๆ จนเขาทราบว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆที่เขากำลังนั่งอยู่ เฮริมคุยตั้งแต่เรื่องธุรกิจของตัวเองไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระปลีกย่อย ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดีและตอบคำถามของเธอบ้างในบางครั้ง

“คุณเฮริมเป็นคุณหนูของตระกูลชองไม่ใช่เหรอครับ”เป็นครั้งแรกที่ทงเฮเอ่ยปากพูด หลังจากเพลิดเพลินในเสน่ห์ของคนตรงหน้ามานานพอควร

หญิงสาวชะงัก ก่อนจะยิ้มแห้งๆกลับมา “ทราบได้ไงคะเนี่ย”

“ผมเคยเห็นภาพคุณในหน้าหนังสือพิมพ์น่ะ...”ทงเฮปดคำโต ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเอาใจ “...ยังแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมคุณถึงมาเปิดร้านกาแฟเล็กๆแบบนี้ ทั้งๆที่คุณพ่อเป็นถึงเจ้าของบริษัท”

“ฉันก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองบ้างสิคะ”เฮริมแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน “...ฉันชอบร้านกาแฟ เพราะมันให้ความรู้สึกสงบ และก็ไม่ต้องไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใครเหมือนบริษัทใหญ่ๆด้วย”

ทงเฮมองอีกคนด้วยแววตาอ่อนแสง ท่าทีของหญิงสาวทำให้เขานึกถึงคำพูดของใครบางคน ใครคนนั้นที่บอกเขาว่าตนเองแสวงหาความสงบมากกว่าอำนาจและเงินตราใดๆทั้งสิ้น

“คุณทงเฮเป็นอะไรไปคะ ทำไมดูหน้าเศร้าๆล่ะ หรือฉันพูดอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ”หญิงสาวรัวคำถามเป็นชุดเมื่ออีกคนเปลี่ยนท่าทีไป

ทงเฮชะงัก ยกมือขึ้นแตะหน้าตัวเองอย่างลืมตัว เศร้าเหรอ...

“ทานเค้กช็อคโกแลตนี่สิคะ จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้นะ”

เฮริมเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เลื่อนจานเค้กให้อย่างเอาใจ เล่นเอาทงเฮอดยิ้มให้กับอัธยาศัยของหญิงสาวไม่ได้ เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กของฝ่ายหญิงดังขึ้น เจ้าตัวหันไปกดรับก่อนจะกลอกเสียงลงไปอย่างอ่อนหวาน

“ค่ะพี่ ฉันกำลังจะออกไปค่ะ พี่รอฉันอยู่ที่ลานจอดรถใช่ไหมคะ”

“แฟนเหรอครับ”ทงเฮถามทันทีเมื่อหญิงสาวกดตัดสายและจ้องโทรศัพท์ของตนด้วยแววตาอ่อนหวาน

สีหน้าของอีกคนกระดากและเขินอาย หล่อนพยักหน้าช้าๆ

“เราเป็นคู่หมั้นกันค่ะ วันนี้เขาจะมารับฉันไปทานข้าวด้วย”

“แหม หวานกันจังเลยนะฮะ...”ทงเฮเอ่ยเย้าพร้อมทำตาล้อเลียน “...น่าอิจฉา”

“ค่ะ เขาเป็นเหมือน...เจ้าชายของฉันเลย”

หญิงสาวแก้มแดงเรื่ออย่างเขินอาย หล่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและโค้งน้อยๆให้อีกฝ่าย

“ขอตัวก่อนนะคะ วันหลังฉันจะซักสูทมาคืนให้”

“ครับ”ทงเฮยิ้มรับ ก่อนจะมองส่งอีกคนจนลับตา เขาหันไปหยิบนิตยาสารที่วางอยู่บนชั้นวางมาเปิดอ่านฆ่าเวลา แต่แล้วดวงตาสีน้ำตาลก็ต้องมีอันชะงักเมื่อเปิดไปยังหน้าข่าวซุบซิบแวดวงไฮโซ

นักธุรกิจหนุ่มที่ถูกโหวตจากเหล่าหญิงสาวว่าเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงทั่วประเทศอยากแต่งงานด้วยมากที่สุด...โจ คยูฮยอน

ทงเฮปิดหนังสือเล่มนั้นทันทีโดยยังไม่ทันได้อ่านข้อความด้านใน เพียงแค่ไล้สายตามองรูปภาพของใครคนนั้น ข้างในอกมันก็รู้สึกปวดหนึบอย่างน่าประหลาด และพาลให้หมดอารมณ์จิบกาแฟหรือทานเค้กไปเสียดื้อๆ ทงเฮเก็บหนังสือคืนที่ ก่อนจะคว้าแฟ้มงานแล้วก้าวเดินออกจากร้านเพื่อไปยังรถของตนเอง

“...ฉันขอยืมสูทมาจากลูกค้าในร้านค่ะ”

เสียงของชอง เฮริมแว่วๆมา ทงเฮชะงักเมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังคุยกับร่างสูงของใครคนนึงอยู่ ภาพด้านหลังของชายหนุ่มมันคุ้นมาก....คุ้น...จนเขารู้สึกว่าแค่หลับตาก็สามารถเห็นภาพนั้นได้โดยง่าย

“อ๊ะ! คุณทงเฮจะกลับแล้วเหรอคะ?”เฮริมหันมาเอ่ยทักเขาพร้อมรอยยิ้มสดใส พร้อมๆกับใครบางคนที่หันมามองเขาทันทีที่ได้ยินชื่อ

หัวใจของอี ทงเฮเหมือนกลองรบที่ถูกกระหน่ำตีจนเต้นแรงผิดจังหวะ โจ คยูฮยอนยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงเองก็เบิกตากว้างมองกลับมาที่เขาอย่างไม่คาดคิด ความรู้สึกบางอย่างมันเอ่อขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว แทบอยากจะวิ่งเข้าไปหาอีกคนเหมือนเด็กเลยเสียด้วยซ้ำ หากไม่ติดว่า...ชอง เฮริมคว้าแขนของโจ คยูฮยอนเอาไว้ และเอ่ยออกมาอย่างสดใส

 

“นี่ไงคะเจ้าชายของฉัน...เขาชื่อโจ คยูฮยอนค่ะ”

 

ทงเฮรู้สึกเหมือนปฐพีใต้ร่างของเขากำลังสั่นสะเทือนและแยกออกจากกันเลย...

 

**

 

“ได้ข่าวว่านายให้ทงเฮไปติดต่อกับคนของตระกูลชองเหรอ”

คิม แจจุงเอ่ยถามออกมาเมื่อออกมาพบประธานบริษัทใหญ่แห่งโรสมาร์ค อี ฮยอกแจพยักหน้า

“อืม พรุ่งนี้เนี่ยแหละ แต่ว่านายเรียกฉันออกมาจากบริษัทเพราะเรื่องอะไรล่ะ”

แจจุงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย เขาเอ่ยเสียงอ่อน

“ก็เรื่องนี้เนี่ยแหละ นายรู้ไหมว่าทำไมตระกูลชองถึงทำธุรกิจกับไลอ้อนจิวเวอร์รี่เพียงเจ้าเดียวน่ะ”

“หือ?”

 

“นั่นเพราะชอง เฮริม ลูกสาวคนเดียวของประธานบริษัทชองกรุ๊ปกำลังจะแต่งงานกับโจ คยูฮยอน รองประธานของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ต่างหาก”

 

**

 

“ฉันขอไม่ทำงาน...ที่นายมอบหมายให้...”อี ทงเฮเอ่ยเสียงสั่น

อี ฮยอกแจช้อนดวงหน้าขึ้นมองแววตาสั่นไหวของเพื่อน ก่อนเอ่ยเสียงเบา

“นายรู้แล้วเหรอ”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหลุบลงจนคนมองใจหาย ฮยอกแจหยัดตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินไปเชยคางคนที่ก้มหน้าจนแทบชิดอกขึ้นสบตา ประธานแห่งโรสมาร์คเอ่ยเสียงอ่อน

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”ฮยอกแจหลุบตาต่ำขณะที่ดวงตาของเพื่อนรักเย็นเยียบยิ่งกว่าครั้งไหน “...ฉันไม่รู้จริงๆว่าลูกสาวประธานบริษัทชองกรุ๊ปจะเป็น...”

“นายจะแกล้งฉันไปถึงเมื่อไหร่...”

เสียงถามสั่นๆทำเอาฮยอกแจต้องช้อนสายตาขึ้นสบดวงตาที่แดงก่ำของอีกฝ่าย ทงเฮผลักอีกคนออกแรงๆ

“...ฉันถามว่านายจะแกล้งฉันไปอีกถึงเมื่อไหร่ อี ฮยอกแจ!!?

“ทงเฮ...”ฮยอกแจผละออกมา มองอี ทงเฮที่ตอนนี้เหมือนระเบิดที่จวนเจียนปะทุได้ทุกเมื่อ

“นายก็รู้ว่าฉันรักเขา...”ทงเฮเอ่ยเสียงสั่น “...คนฉลาดอย่างนายมองออกอยู่แล้วในตอนนั้นว่าฉันรักเขา! แล้วทำไมนายถึงใช้คำว่าเพื่อนของเรามาต่อรองให้ฉันต้องเป็นคนทรยศ!? ทำไมนายถึงใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการที่จะทำให้นายได้ในสิ่งที่ต้องการ!? นายเห็นฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าอี ฮยอกแจ!!?

“นายเป็นเพื่อนคนเดียวของฉันเสมอ...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเบา

ทงเฮเหยียดยิ้มเยาะ “เพื่อนเหรอ?...”

ร่างบางก้าวถอยห่างอีกฝ่าย ก่อนจะปิดประตูกระแทกใส่หน้าขาวๆของประธานบริษัทโรสมาร์คพร้อมคำพูดทิ้งท้ายที่ทำให้อีกคนถึงกับเม้มปากแน่น

“...ฉันเพิ่งจะรู้ว่านายเรียกฉันว่า เพื่อน ไม่ใช่ เครื่องมือ’!

ปัง!!

อี ฮยอกแจมองบานประตูที่ถูกกระแทกปิดลง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง ใครบางคนเปิดประตูเข้ามาก่อนจะเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆร่างของเขา คิม คิบอมถามเสียงนุ่ม

“ฉันเพิ่งเดินสวนกับทงเฮ...”ร่างสูงมองอีกคนอย่างลังเล ก่อนจะถามเสียงอ่อน “...พวกนายทะเลาะกันอย่างนั้นเหรอ”

“ฉัน...”ฮยอกแจกลอกตาไปมา ก่อนเอ่ยเสียงเบาหวิว “...แค่ไปโดนจุดที่ไม่สมควรโดนของเขาเข้า”

คิบอมโน้มดวงหน้าของอีกฝ่ายมาซบลงบนบ่ากว้างของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงทุ้มนุ่ม

“นายไม่ต้องกังวลไปหรอก ทงเฮเองก็รู้แก่ใจดีว่ามันไม่ใช่ความผิดของนายเสียทั้งหมด มันเป็นความผิดของเรา...เรื่องของโจ คยูฮยอนจะโทษใครเพียงคนเดียวก็ไม่ได้ ตอนนี้เขาคงแค่กำลังขวัญเสียเพียงเท่านั้น”

“นายรู้?”ฮยอกแจช้อนตาขึ้นสบอีกฝ่าย

คิบอมขยับยิ้มบาง “ถ้าตระกูลคิมคนนึงรู้ คนต่อมาก็ต้องรู้ แจจุงเขารีบโทรมาบอกฉันเพราะกลัวว่าพวกนายสองคนจะทะเลาะกัน”

“อ่า...”ฮยอกแจซุกหน้าเข้าหาไออุ่นของอีกฝ่ายมากขึ้น “...นั่นสินะ นายเป็นคนกลางระหว่างพวกฉันเสมอ”

“รออีกสักพัก หมอนั่นก็จะคุยกับนายเหมือนเดิมนั่นแหละ”คิบอมบอกอย่างรู้นิสัยของคนที่ออกจากห้องไปดี

“คิบอม...”ฮยอกแจเรียกชื่ออีกคนเสียงอ่อน ก่อนจะผละมาสบตาตรงๆ

“...ฉันจะไปเยี่ยมอึนฮยอก นายจะไปด้วยกันไหม”

รอยยิ้มของคนถูกถามเปลี่ยนไปทันควัน จุดประกายตาบางอย่างในดวงตาคู่คมนั้นทำให้ฮยอกแจรู้สึกร้าวในอก ร่างบางก้มหน้าลงก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงแหบแห้ง

“นั่นสินะ...”ร่างบางหยัดตัวลุกเหมือนเรื่องที่กำลังคุยอยู่ไม่ใช่เรื่องที่สามารถสะเทือนอารมณ์ได้ “...นายคงไม่อยากจะไปที่นั่นหรอก”

“ที่ๆเขาไม่ได้นอนอยู่ตรงนั้น...”คิบอมเบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนไม่อยากสบตาใคร “...ฉันคิดว่าคงไม่เหตุจำเป็นที่จะต้องไปเหยียบ”

“นาย...”ฮยอกแจมองอีกคนนิ่งๆ ก่อนถามเสียงเบา “...คิดว่าเขายังไม่ตายเหรอ?

“ฉันมั่นใจ...”คิบอมเบือนหน้ากลับมา และครานี้แย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนโยนระคนเศร้าสร้อย

 

“...เพราะฉะนั้น ฉันจะรอเขาอยู่ตรงนี้”

 

ฮยอกแจนิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างหาได้ยาก เขาหยิบเสื้อสูทของตัวเองก่อนบอกอีกคนเบาๆ

“งั้นฉันจะไปรับซองมินให้ไปเป็นเพื่อน ระหว่างนี้มีงานอะไรฉันก็คงจะต้องไหว้วานนายไว้ก่อน ฝากบริษัทสักสองชั่วโมงนะคิบอม”

“ได้สิ”

ฮยอกแจหันมายิ้มให้อีกคนอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู

 

“ฉันเองก็จะรอนายเหมือนกัน คิบอม”

 

**

 

“อาคยู~”เสียงอ้อแอ้เหมือนยังพูดได้ไม่เต็มปากของเด็กเล็กทำเอาวงหน้าเข้มที่ฉายแววเคร่งเครียดเมื่อครู่ปรากฏเป็นรอยยิ้มขึ้นมาทันควัน

คยูฮยอนทรุดตัวลงช้อนร่างเล็กของหลานชายตัวน้อยที่วิ่งเข้ามาเกาะแกะที่ขากางเกงเขาขึ้นมาไว้ในวงแขน เขาก้มลงเอาจมูกถูไถไปมากับเด็กน้อยที่หัวเราะคิกคัก

“เป็นเด็กดีหรือเปล่ามินโฮ นี่อาซื้อเค้กจากร้านน้าฮาริมมาฝากด้วยนะ จำได้เปล่า? น้าฮาริมคนสวยของมินโฮไง?

ชเว มินโฮได้แต่หัวเราะคิกคักพร้อมพยักหน้ารับหงึกหงัก คยูฮยอนเลยอดไม่ได้ที่จะก้มลงฟัดสองแก้มแดงๆนั่นไปข้างละสองสามที

“รักกันจริงนะ อาหลานคู่นี้”เสียงเย้าดังขึ้นจากคนที่ยืนมองอยู่หน้าประตูบานใหญ่ ชเว ซีวอนแย้มรอยยิ้มน้อยๆขณะที่มองน้องชายของตนเองเดินเข้ามาพร้อมลูกชายคนเดียวในอ้อมแขน

“ต้องรักสิครับ ผมก็เลี้ยงของผมมาเหมือนกันนะ”คยูฮยอนเอ่ยอย่างภาคภูมิใจเล็กๆที่มีส่วน เลี้ยงดู เด็กผู้ชายแสนบริสุทธิ์ในวงแขน

“นายจะเป็นพ่อคนที่สองของเขาแล้วล่ะมั้ง...”ซีวอนเย้าอีกครั้ง ก่อนจะอ้าแขนรับร่างบุตรชายมาอุ้มไว้เสียเอง “...แล้ววันนี้เฮริมสบายดีไหมล่ะ พี่เองก็ไม่ได้เจอเธอตั้งนาน”

“สบายดีครับ...”คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มบางๆเมื่อเอ่ยถึงคู่หมั้นของตัวเอง “...เพราะเธอมีกิจการเป็นของตัวเองแล้ว เราเลยอาจจะไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมคงต้องขอพี่ไปหาเธอบ่อยๆ...เดี๋ยวคุณชองเขาจะหาว่าไม่ใส่ใจลูกสาวคนเล็ก”

“หน้าอย่างนายน่ะเหรอที่จะยอมทิ้งงานบริษัทเพื่อไปหาผู้หญิง...”ซีวอนทำเสียงขึ้นจมูก ขณะที่หยอกเย้าร่างเล็กในวงแขนอย่างรักใคร่ เขาหันมามองหน้าน้องชายตัวเองอย่างรู้เท่าทัน “...อย่างมากที่สุดก็คงจะแค่ปลีกตัวไปทานข้าวด้วยกันอาทิตย์ละครั้งล่ะมั้ง”

“พี่นี่ชอบรู้ทันผมอยู่เรื่อย...”คยูฮยอนพ่นลมหายใจออกมาอย่างเอือมๆ เขาถอดสูทของตัวเองออกพร้อมส่งมันให้แม่บ้านที่รอรับ “...ตอนนี้ผมเองก็ไม่อยากทิ้งงานบริษัทจริงๆนั่นแหละ คนของโรสมาร์คตัวเอ้วกลับมาจากแอลเอกันหมดแล้ว ไลอ้อนจิวเวอร์รี่เลยต้องรับศึกหนักหน่อย”

“คราวนี้อี ฮยอกแจกับคิม คิบอมก็คงไม่ปล่อยเราไปง่ายๆแน่...”ซีวอนเอ่ย ดวงตาสีดำขลับเปลี่ยนไปเมื่อเอ่ยชื่อใครบางคน “...โดยเฉพาะประธานบริษัทโรสมาร์ค เขาคงต้องหาวิธีขยี้ไลอ้อนจิวเวอร์รี่โดยที่พี่ต้องเจ็บที่สุด”

“พวกนั้นไม่เลือกวิธีการ ผมเลยชักห่วงมินโฮ...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเครียด ก้มมองดวงหน้าเล็กๆที่มองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างฉงน “...ผมไม่รู้ว่าเขาจะใช้ใครเป็นเครื่องมืออีกหรือเปล่า”

“นาย...”ซีวอนหรี่ตามองดวงหน้าของน้องชายเป็นครั้งแรก เมื่อเห็นว่าอีกคนเริ่มเผยสิ่งผิดปกติ “...เจอใครในโรสมาร์คมาอย่างนั้นเหรอ”

ร่างสูงที่กำลังก้มปลดเชือกรองเท้าชะงัก ก่อนจะเคลื่อนไหวร่างกายต่อเหมือนไม่มีอะไรผิดแปลก

“อี ทงเฮ...วันนี้เขามาที่ร้านของเฮริมด้วย”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเบา หากคนเป็นพี่ถึงกับเบิกตากว้าง ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมายิ้มเยาะอย่างหาได้ยาก “...เขาอาจจะวางแผนแยกพันธมิตรเรา พวกนั้นคงรู้ดีว่าถ้าหากไม่มีตระกูลชองที่เป็นพันธมิตรสำคัญเราจะอยู่กันอย่างลำบาก เขาเลยคิดจะเข้าทางเฮริม”

ชเว ซีวอนนิ่งงันกับคำพูดและแววตาของน้องชายตัวเอง เขาถามออกมาเสียงเบาอย่างละเมอ

“นาย...ยังรักอี ทงเฮอยู่หรือเปล่า”

โจ คยูฮยอนชะงัก หันมามองพี่ชายตัวเองเหมือนไม่คาดฝันว่าอีกคนจะถามคำถามเช่นนี้ ก่อนที่ชายหนุ่มผู้มีแผลเป็นจะเบือนหน้าไปทางอื่น ก่อนถามออกมาเสียงเบา

 

“แล้วพี่ล่ะครับ? ยังรู้สึกผูกพันกับอี ฮยอกแจอยู่อีกหรือเปล่า?

 

**

 

“เมะแน่นอน”

คิม ฮีชอลขมวดคิ้ว ก่อนจะค้านออกมาเสียงเบา

“พี่ว่าเคะว่ะ”

คิม เรียวอุคหันมาค้อนควับให้พี่ชายคนสนิท ก่อนจะค้านเสียงแหลมสูง

“ผมบอกว่าเมะก็ต้องเมะสิครับ!

“นายบอกว่าซองมินเป็นเมะ เพราะนายอยากให้เขาเป็นเมะใช่มั้ยล่ะ”ฮีชอลหันมามองญาติผู้น้องอย่างรู้เท่าทัน ส่งผลให้แก้มใสของเรียวอุคถึงกับแดงเรื่ออย่างอดไม่อยู่

“เฮ้อ~”ฮีชอลถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะรับดวงหน้าสวยของเรียวอุคให้แหง็กไปมองคนที่นั่งคุยกับฮยอกแจอยู่ไกลออกไปพอจะไม่ได้ยินการสนทนาของพวกเขา “...นายดูนะเรียวอุค หน้าก็หวาน ปากก็แดง ตาก็สวย หุ่นหรือก็ไม่ใช่ออกแนวล่ำสัน ออกจะแนวอวบๆหน่อยเสียด้วยซ้ำ แถมเจ้าตัวยังเคยมีข่าวแอบชอบรองประธานของไลอ้อนจิวเวอร์รี่อีกต่างหาก แล้วแบบนี้มันจะเป็นเมะไปได้ยังไง”

“แต่ตอนนี้ซองมินเขาเลิกชอบคุณคยูฮยอนแล้วนี่ครับ...”เรียวอุคเอ่ยเสียงอ่อย ก่อนยิ้มเขินๆ “...แถมดูแมนขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากเลย เขามีโอกาสจะเปลี่ยนรสนิยมนะ”

“แต่รูปร่างหน้าตาเขาแทบจะสวยหวานไม่ต่างอะไรกับนายเลยนะ”

“เขาสูงกว่าผมก็พอแล้ว แถมพี่อีทึกเองก็แทบจะสวยเท่าเทียมกับพี่เลยไม่ใช่เหรอครับ?

อั่ก!!

คิม ฮีชอลรู้สึกเหมือนถูกตอกกลับจนหน้าหัน เออ...ใช่ อีทึกถึงจะหล่อมากแค่ไหนในสายตาเขา แต่คนภายนอกก็ชอบจะมองสามีของเขาว่าหน้าหวาน ปากแดง ตาคมสวย แถมรูปร่างยังผมเพรียว เดินกับเขานี่แทบแยกไม่ออกว่าเป็นเพื่อนสาวหรือสามี ประเด็นนี้แหละที่ฮีชอลอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะตาย แล้วรีบๆไล่ให้แฟนตัวเองไปเพาะกล้ามเหมือนเก้งแมนๆคนอื่นเขาบ้าง

เรียวอุคทำปากยู่อย่างเด็กที่ถูกตามใจมาจนเคยชิน “ถ้าหากพี่อีทึกเมะให้พี่ฮีชอลได้ ซองมินเขาก็น่าจะเมะให้ผมได้เหมือนกันนะครับ จริงป่ะล่ะ”

“จริง”กัดฟันตอบกันเลยทีเดียว

“ไม่รู้แหละ พี่ต้องช่วยผมจีบเขาด้วยนะ...”เจ้าตัวเอาแก้มใสๆมาถูไถที่แขนเรียวของพี่ชายคนสนิท ซึ่งฮีชอลก็ได้แต่พยักหน้ารับส่งๆไปอย่างนั้น

“ช่วยน่ะช่วยแน่ แต่ถ้ามันไปมีผัวก่อน พี่ไม่รู้ด้วยนะ”

“พี่อ่า!!!

เสียงแหลมๆของคนคุ้นเคยทำเอาซองมินอดไม่ได้ที่จะหันไปเหลียวมอง ก่อนจะคลี่ยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นคิม เรียวอุคทำปากเบ้ใส่พี่ชายคนสนิท ก่อนที่เขาจะหันมายิ้มบางให้ประธานบริษัทโรสมาร์ค

“ตกลงว่านายจะไม่ไปเยี่ยมอึนฮยอกกับฉันจริงๆใช่มั้ย”ฮยอกแจถามย้ำอีกครั้ง

ซองมินได้แต่ยิ้มสุภาพ “ผมต้องตามคุณเรียวอุคเข้าที่ประชุม คงจะไม่ได้ไปเยี่ยมเวลาเดียวกับคุณหรอกครับ อีกอย่าง...ผมคิดว่าคุณฮยอกแจเองก็คงอยากจะอยู่กับเขาสองต่อสองใช่มั้ยล่ะ”

ดวงตาอันอ่อนโยนของคนตรงหน้าทำเอาฮยอกแจต้องหลบตาวูบ ก่อนจะยิ้มออกมาบางเบา

“นั่นสินะ นายมันทำใจได้ง่ายกว่าฉันและคิบอมเยอะ”

ซองมินหลบดวงตาสีอำพันคู่นั้นโดยพลัน “ไม่หรอกครับ คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย”

ฮยอกแจมองอีกคน ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงอ่อน

“ขอโทษที่ฉันไม่ได้บอกนายก่อน ฉันคิดว่าจะพานายมาเจอเขาหลังจากที่เขาแต่งงานกับคิบอม แต่....ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่อง”

มือที่วางอยู่บนหน้าตักของซองมินถึงกับสั่นระริก กับการจากลาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว และการสูญเสียที่จู่โจมเข้ามาในวันนั้น...วันที่เขาแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้ตัวว่าได้เสียเพื่อนรักคนสำคัญที่สุดในชีวิตไปโดยไม่ได้มีแม้แต่คำบอกลา

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกฮะ...”ถึงเจ็บแค่ไหน ชายหนุ่มร่างอวบก็เลือกที่จะเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันอ่อนโยนที่สุด เพราะเขารู้ว่าคนตรงหน้าคงเจ็บมากกว่าเขานัก “...ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถึงจะเศร้าแค่ไหนผมก็ต้องทำใจให้ได้...ทำให้ได้”

“นาย...”ฮยอกแจยกน้ำขึ้นจิบ ดวงตาที่หลุบต่ำครานี้มีความเจ็บปวด “...เข้มแข็งกว่าฉันจริงๆนั่นแหละ”

ซองมินมองมือของอีกคนที่สั่นระริกอย่างเห็นใจ ฮยอกแจเอ่ยถามออกมาอย่างอ่อนโยน

“ฉันไปโดยไม่ได้ลานายเลยในตอนนั้น แล้วมันก็มีแต่เรื่องยุ่งๆจนไม่รู้ว่าคังอินกับเรียวอุคดูแลนายได้ดีหรือเปล่า”

ซองมินยิ้มบาง “เพราะความกรุณาของท่านประธาน พวกเขาเลยดูแลผมได้ดีเหมือนเพื่อนคนนึง ถ้าไม่ได้คุณผมคงไม่ได้งานที่ดีแบบนี้หรอก”

“ไม่เป็นไรหรอก เพราะนายเป็น...เพื่อนเขา”

ฮยอกแจเม้มปากแน่นเหมือนข่มอารมณ์บางอย่าง ก่อนเอ่ยเสียงเบา

“ห้าปีที่ผ่านมา....ต้องลำบากนายจริงๆที่ขอให้นายช่วยดูแล เขา

“ผมไม่ได้ทำอะไรมาก คนงานที่สุสานก็คอยทำความสะอาดที่นั่นดีอยู่แล้ว...”อีกอย่าง มีใครบางคนที่ช่วยดูแลเขาอยู่ด้วย

ฮยอกแจพยักหน้ารับเงียบๆ

“งั้นเหรอ”

ซองมินมองคนตรงหน้า เขาอยากจะบอกว่านับจากวันที่อีกคนก้าวออกนอกประเทศแห่งนี้ ใครคนนั้น ได้ทำหน้าที่ดูแลสุสานของอึนฮยอกแทบทุกอย่าง ดอกกุหลาบสีขาวถูกนำมาวางไม่เคยขาด แต่ถ้าหากเขาพูดออกไปล่ะก็ รับรองว่าคนตรงหน้าต้องแล่นไปไลอ้อนจิวเวอร์รี่เพื่อเอาเรื่องชเว ซีวอนแน่ๆ

ซองมินเองก็ยอมรับว่าโกรธ...ว่าแค้นชเว ซีวอนไม่น้อยไปกว่าใคร แต่พอเห็นคนๆนั้นคุกเข่าและหลั่งน้ำตาออกมาต่อหน้าหลุมศพ เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก แม้ว่าลึกๆในใจก็อยากจะซ้ำเติมผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน แต่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าชเว ซีวอนรักอี อึนฮยอกได้มากไม่น้อยไปกว่าใคร

เลยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่...

...แต่พออี ฮยอกแจกลับมา เขาคิดว่าชเว ซีวอนคงจะไม่กล้ากลับมาเหยียบ หลุมฝังศพของคนรัก อีกต่อไปแล้วล่ะ

“คุณฮยอกแจครับ...”

“หือ?

“...ฝากบอกเขาด้วยนะครับว่าผมคิดถึง”

ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนเป็นคำตอบ...

 

**

 

“เฮ้ออออ!

เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังลั่นห้องนั่งเล่นขนาดเล็กของคฤหาสน์หลังใหญ่ คนที่อยู่ในชุดกราวด์ของโรงพยาบาลวางช่อดอกไม้สีสวยบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโทรทัศน์ ก่อนที่คิม จองอุนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง

น้ำหวานเย็นๆถูกใครบางคนน้ำมาเสิร์ฟถึงที่ นายแพทย์หนุ่มหันไปมองใครบางคนที่มองมาอย่างเข้าใจ

“วันนี้ทำงานหนักเหรอครับ”

“ทำคลอดคุณแม่สองสามรายน่ะ...”เยซองยิ้นจนตาเรียวเล็กนั้นแทบปิด “...น่ารักดีนะเด็กทารกในวันนี้ มีรายนึงได้ลูกแฝดด้วย แถมเป็นแฝดชาย...คนพ่อล่ะดีใจใหญ่”

“เหรอครับ...น่ายินดีจริงๆ...”คนรับฟังทำเพียงยิ้มบางเบา ก่อนถามเสียงหวาน “...แต่วันนี้คุณดูเหนื่อยกว่าทุกวันนะครับ”

“เหนื่อยตัวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจนี่สิ...”เยซองทำยู่ปาก พยักเพยินให้อีกคนมองช่อดอกไม้สีหวานที่เขาวางเอาไว้ “...มันมาอีกแล้ว”

คนมองเบิกตากว้างก่อนจะหัวเราะคิกอย่างหาได้ยาก

“คุณหมอเรานี่เส่นห์แรงจริงนะครับ”

“พวกผู้ชายแบบนี้ญาติฉันเขาจะเรียกว่าเก้ง...”เยซองหยิบรีโมตขึ้นมากดเปิดโทรทัศน์ดู “...แถมพวกเก้งยังช่างตื้อ นายว่าอย่างนั้นไหมล่ะ...?

 

“...อึนฮยอก?

 

เจ้าของดวงตาสีอำพันใสที่มีแววเศร้าเป็นนิจยิ้มออกมาบางเบา เขาเอ่ยเสียงเบาอย่างอ่อนแรง

 

“ครับ ช่างตื้อจริงๆแหละ”

 

**

ติดสอบ ติดเรียนเสริม ติดการบ้าน (ติดมันทุกอย่าง ขนาดรถยังติดเลย)

กว่าจะได้อัพเลยทำเวลานานไปหน่อย = =;; อยากอัพเป็นของขวัญวันตรุษจีนแต่ต้องเลื่อนมาหนึ่งอาทิตย์แหน่ะ - -*


ขอโทษนะฮับ -/\-

มายบราเธอร์รอกันปะเดี๋ยวนะ

ส่วนคนที่ส่งเมลล์มาจองโรสมาร์ค พอโดนเงินแล้วส่งเมลล์บอกภายในวันพฤหัสนะฮับ = =/

ไรเตอร์จะไปขายฟิคที่งานสัมดาห์หน้าด้วยนะจ๊ะ ว่างๆไปเจอกันได้ =w=//

คืนนี้ขอตัวนอนก่อน T^T

บาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1718 HyukJewel (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 18:58
    สงสารเฮอ่ะ
    เหมือนเรื่องมันจะซ้ำรอย
    จากวอนฮยอกมาสู่คยูเฮ
    แล้วฮยอกมาอยู่กับพี่เย่นี่คือเหมือนใกล้ตัวอ่ะ
    #1,718
    0
  2. #1560 ink!!♥hyuk (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 09:05
    โถเฮน่าสงสารจังเลน่ะ เอ๊ะๆ บุคคบปริศนา ออกมาแว้วววว พอฮยอกแสดงความอ่อนแอออกมา น่าสงสารมากอ่ะ สนุกอ่ะ
    #1,560
    0
  3. #922 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 14:19
    เฮ้ย O.O!!!!!! อึนยังไม่ตาย !! ใช่มั้ย อึนยังไม่ตาย T^T #ปริ่ม ดีใจที่สุดในโลก
    กลับมาหาแก้มแตกเร็วๆๆ 
    #922
    0
  4. #831 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 05:52
     เฮอ่าาาา 
    #831
    0
  5. #785 Mhoomin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 เมษายน 2555 / 12:51
    อึนฮยอกยังไม่ตายจริงๆด้วย

    ชเวซีวอน กัน อีฮยอกแจ ห้ำหั่นกันสุดๆ



    เข้ามาเม้น หลังจากที่เมื่อวานเม้นไม่ได้ -"-!!
    #785
    0
  6. #702 ae snoppy (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:10


    อึนๆยังไม่ตายดีใจจัง
    #702
    0
  7. #701 yepat@dD (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:12
    ดีใจที่อึนฮยอกยังไม่ตาย แต่ต้องการที่จะหลบใครหลายๆคนสินะ กลับไปเถอะอึนฮยอก
    #701
    0
  8. #700 dreamkim (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:32
     ถ้าบอมรู้ว่าอึนยังไม่ตายจะทำไง
    อยากให้อึนมาเจอบอมเร็วๆ
    #700
    0
  9. #699 por (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:42
    ไม่อยากให้เฮกับฮยอกโกรธกันเลยง่า

    แล้วก็สงสารเฮด้วยง่าที่คยูจะต้องแต่งงานง่า

    แล้วฮยอกกับบอมอีก
    #699
    0
  10. #698 ze_gusy club (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มกราคม 2555 / 21:46
    เฮกับฮยอกแจอย่าทะเลาะกันสิ
    อึนฮยอกกกกกกกกกกกก
    #698
    0
  11. #697 geejajaa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 23:46
    กรี๊ดดดดดดีใจที่สุดที่ได้อ่าน





    ด๊องอ่าอย่าทะเสาะกับฮยอกแจเลยนะ

    ฮยอกไม่ได้ตั้งใจจริงๆ



    ว่าแต่คยูหมั้นจริงอ่ะ



    วอนฮยอกน่าจะดุเด็ด เผ็ดร้อนนะ

    ฮยอกเองก็รอบอม บอมเองก็รออึน แล้วเมื่อไหร่อึนจะเผยตัวอ่ะ



    ลุ้นมากๆ
    #697
    0
  12. #696 keroro (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 23:41
    สงสารด๊อง TT
    #696
    0
  13. #695 {++WH-OnLinE++} (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 22:47
    ฮยอกเวลาโมโหนี่น่ากลัวจริงๆ 

    กี้จะหมั้นแล้วอ่าา  สงสารเฮ  T T
    #695
    0
  14. #694 phahae (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 09:41
    ในใจทงเฮอ่ะมีแต่ภาพดีๆของคยู
    ก็เลยต้องยังรักมากและก็อ่อนไหว
    แต่คยูก็จำแต่ความเจ็บปวดจาดทงเฮคงอยากหนีสินะ
    แต่ทงเฮรักแกมากนะเฟ้ยยย
    แต่ก็รักเพื่อนเหมือนกัน
    เฮ้ออออ คยูหมั้นแล้วอ่ะ งอแงๆ
    #694
    0
  15. #693 mamey71 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 00:49
    อ๊ากกกกเรื่องเข้มข้น อึนฮยอกเริ่มปรากฏตัวแล้ว

    แต่ไปอยู่กับพี่เย่ได้ไงเนี่ย ลุ้นวอนกับฮยอกแจ

    จะได้ฉะกันอีกเมื่อไหร่เนี่ย

    สงสารเฮ ต้องดูคนที่รักไปหมั้นกับผู้หญิงอื่น

    คงจะเจ็บปวดมาก
    #693
    0
  16. #692 ฺฺBelieve in SJ_E.L.F (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 00:21

    สงสารเฮงา

    #692
    0
  17. #691 แกะน้อยหัวบ๊อบ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 14:03
    สงสารฮยอกกกกก **ชเวไม่ผิด แต่เราก็งอนชเว
    คยูกับเฮ... ยังคงรักกัน
    เช่นเดียวกันกับวอนฮยอกที่ยังคงผูกพันธ์ แต่แม่นางเคะของเรากลับซึนเดเระ
    เฮ้อ... เมื่อไรกันนะความผูกพันธ์จะเปลี่ยนเป็นความรัก
    #691
    0
  18. #690 kamoo (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 04:06
    สงสารดงเฮกับคยูที่สุดอะ  ไม่แปลกหากจะรู้สึกโกรธอึนฮยอกไปบ้าง

    ความรู้สึกที่เหมือนกับตัวเองเป็นเพียงแค่เครื่องมือแก้แค้นฝั่งนู้น

    โดยใช้คำว่าเพื่อนมาเป็นตัวกำหนด...มันก็ทำใจยอมรักยาก

    แต่ก็นะ  ความรักที่เกิดขึ้นของตัวเองกับคยูมันเป็นรักที่แท้จริงนี่

    แบบนี้แล้วผลสุดท้ายคู่นี้จะจบลงยังไงล่ะ

    #690
    0
  19. #689 mui (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 03:03
    น่าสงสารหมวยอ่ะ ดูเหมือนจะอ่อนไหวมากที่สุด



    ถึงทุกคนจะเจ็บปวด บางคนก็รับมือกับมันได้ แต่กับบางคนกันทนไม่ได้เลย
    #689
    0