ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 31 : -28- [The End Of Rose Mask.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ม.ค. 55

 

คยูฮยอนเก็บงำความสงสัยไว้ในใจจนแทบทนไม่ไหว เขานั่งรถโดยสารมาที่บ้านของคิม คิบอมที่เขาเคยขับรถพาอี ทงเฮมาส่ง ก่อนจะนิ่งงันเมื่อเห็นร่างเล็กๆที่คุ้นตาก้มๆเงยๆพรวนดินอยู่ รอยยิ้มเล็กๆนั่น...รอยยิ้มแบบที่เขาเคยหลงรักมาแล้วครั้งหนึ่ง คยูฮยอนเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ก่อนเรียกเสียงเบา

“ฮยอกแจ!

คนตัวเล็กชะงักตามเสียงเรียก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา ร่างนั้นกระพริบตาปริบๆก่อนคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานแล้วเอ่ยถามออกมาอย่างที่เขาไม่คาดฝัน

“คุณมาหาพี่เหรอครับ”

คยูฮยอนชะงัก ยืนมองอีกคนที่เดินมาเปิดประตูรั้วให้เขาแล้วยิ้มหวาน

“พี่...เหรอครับ”

“อ่า...”อึนฮยอกยิ้มออกมา ก่อนเอ่ยกับคนแปลกหน้าตรงหน้าอย่างนุ่มนวล

“...คงตกใจใช่ไหมล่ะครับที่ผมหน้าเหมือนเขาน่ะ...”

ดวงตาของคยูฮยอนเบิกกว้างแทบจะเซล้มกับประโยคต่อมาของอีกฝ่าย

 

“...เราเป็นฝาแฝดกันน่ะครับ อี ฮยอกแจเขาเป็นพี่ชายของผม ส่วนผมชื่ออี อึนฮยอกฮะ”

 

“ไม่จริง...”คยูฮยอนครางเสียงเบาเมื่อเสียงของตนเองเจอ เขาถอดแว่นตาดำของตนเองออก มองอีกคนที่มองเขานิ่งค้าง ก่อนเรียกอีกฝ่ายเบาๆ

“...อึนฮยอก”

 

“อึนฮยอก”

 

“ผมชื่อโจ คยูฮยอนฮะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

“คุณเป็นคนที่น่ารักมากๆเลยนะฮะอึนฮยอก”

 

คนถูกเรียกนิ่งงันเหมือนต้องมนต์สะกด ก่อนจะถามออกมาเสียงเบาเหมือนละเมอ

“นี่เรา...”อึนฮยอกเอียงคอมองดวงหน้าหล่อเหลาของอีกคน แต่ไม่ว่าจะนึกยังไงเขาก็นึกไม่ออก

“...เคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ?

คยูฮยอนเบิกตากว้าง เขามองคนตรงหน้าเหมือนเพิ่งปะติดปะต่อเรื่องราวได้บ้าง อึนฮยอกยังขมวดคิ้วมองคนตรงหน้า ร่างทั้งสองสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเบาๆ

“อึนฮยอกฮะ”

คิบอมโผล่หน้าออกมาจากหลังบ้าน ก่อนจะคลี่ยิ้มให้กับว่าที่เจ้าสาวของตนที่ยิ้มรับ อึนฮยอกเดินเข้ามารับอ้อมกอดของอีกฝ่าย คิบอมเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“ทำอะไรอยู่ครับ”

“กำลังคุยกับ...อ่าว”อึนฮยอกกระพริบตาปริบๆมองปากประตูที่ว่างเปล่าไร้ร่างของชายแปลกหน้าที่สมควรยืนอยู่

“ช่างเถอะครับ...”คิบอมยิ้มแก้มป่อง ก่อนจะเชยคางเล็กขึ้นสบตา

“...พี่ชายของคุณ อนุญาตให้คุณแต่งงานกับผมแล้วนะฮะ”

อึนฮยอกเบิกตากว้าง เบือนหน้าหันกลับไปมองคนที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ฮยอกแจยิ้มขำสีหน้าของน้องชายตัวเอง ขณะที่แสร้งเอามือกอดอกแล้วเอ่ยเหมือนไม่สบอารมณ์

“ร้ายนักนะน้องชาย...ฉันไปทำงานหน่อยเดียวนายคาบเอากิ๊กฉันไปกินซะแล้วเหรอ”

“ไม่ใช่ซะหน่อยน่ะ!”อึนฮยอกแก้มแดงก่ำพร้อมร้องลั่น

ฮยอกแจหัวเราะ ยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลเข้มอย่างเอ็นดู แล้วดึงมากอดแนบอก

“พี่รักนายอึนฮยอก”

อึนฮยอกแก้มแดงก่ำ หากก็เอ่ยเสียงอู้อี้แนบบ่าบอบบาง

“ผมก็เหมือนกันฮะ”

.

.

.

คนสองคนที่เหมือนกันราวกับภาพวาดทำเอาคยูฮยอนที่แอบยืนมองอยู่ถึงกับนิ่งตะลึง ประตูความทรงจำบางอย่างของเขาที่ปิดตายค่อยๆเปิดออกในที่สุด บทสนทนาบางสิ่งที่ดังขึ้นมาในโสตประสาท เมื่อนานมาแล้ว...นานมาแล้วจริงๆ

 

“คุณคยูฮยอนมีคุณซีวอนเป็นพี่ชายใช่ไหมครับ ผมก็มีพี่ชายเหมือนกันนะ...”

 

“...เขาน่ะทั้งเหมือน และต่างกับผมมาก ถ้าคุณเจอเขาล่ะก็คุณต้องแปลกใจมากแน่ๆเลยล่ะ”

 

“...อึนฮยอกที่คุณรู้จัก พวกคุณจะไม่มีวันได้แตะต้องเขาอีก”

 

เรียวปากของคยูฮยอนกระตุกเป็นรอยยิ้มโดยไม่รู้ตัว

“อย่างนี้นี่เอง...ฝาแฝด ทำไมฉันถึงไม่เอะใจ...ไม่เอะใจอะไรเลยนะ”

 

อี ฮยอกแจไม่ใช่อี อึนฮยอกตั้งแต่แรกแล้ว...

 

**

 

เสียงเคาะประตูทำให้ทงเฮที่เพิ่งกลับจากทำงานแย้มรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดมันแล้วยิ้มออกมาอย่างสดใส

“ทำไมวันนี้กลับบ้านช้าจะ...”

เรียวปากที่วาดยิ้มนั้นจางหายไปแทบจะทันที เมื่อเห็นร่างบอบบางของเพื่อนรักในชุดสีขาวตัดกับเส้นผมสีไวน์แดง ฮยอกแจขยับยิ้มออกมาเป็นการทักทายก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ

“มาทำไม”เจ้าของห้องถามเสียงเบาหวิว

“ก็คิดถึงน่ะสิ...”ฮยอกแจหัวเราะคิกคัก เอามือเท้าขอบประตูพร้อมทั้งเอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“...พักนี้ท่านผู้บริหารอันดับหนึ่งของโรสมาร์ค ทำไมถึงได้ไม่ยอมออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงด้วยกันบ้างเลยนะ”

ทงเฮชักสีหน้าเอือมระอา ปิดบานประตูห้องของตนเอง

“ขอให้คิดถึงฉันจริงๆเถอะ”

“เอาของมาฝากด้วย...”ฮยอกแจคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะดึงซองสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าแบรนด์เนมและยื่นให้อีกฝ่าย

“...ฉันคิดว่าตัวนายน่าจะชอบมันนะ”

“อะไร”ทงเฮขมวดคิ้วแน่น ก่อนแกะซองออกแล้วหยิบเอาเอกสารสีขาวขึ้นมาดู ก่อนจะเบิกตากว้าง

“สัญญาโอนหุ้น...”ฮยอกแจยิ้มหวาน

“...ฉันโอนหุ้นของโรสมาร์คให้นาย O.3 เปอร์เซ็นด์ตามที่เราตกลงกันไว้ สองศรีพี่น้องตระกูลคิมเองก็เซ็นต์รับรองแล้ว เหลือแต่นายจะเซ็นต์รับก็ท่านั้นแหละ”

ทงเฮมองมันด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ก่อนจะสอดเอกสารเข้าซองแล้วดันมันออกห่าง

“ไม่เอาหรอก งานนี้ฉันไม่เคยได้ช่วยอะไรนายเลยนี่น่า”

“ช่วยสิ...”ฮยอกแจทำหน้าดุใส่ ก่อนยิ้มหวาน

“...ถ้าไม่ได้นายล่ะก็...ปัญญาฉันคนเดียวมีเหรอจะทำให้โจ คยูฮยอนต้องระเห็จออกจากไลอ้อนจิวเวอร์รี่ได้ ถ้านายว่าไม่หมั่นโปรยเสน่ห์ใส่ไอ้หมอนั่น และช่วยฉันวางยาเขา ตลอดจนทำตัวให้ชเว ซีวอนเกิดความเคลือบแคลงในตัวไอ้สุนัขผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้ มีเหรอที่ไลอ้อนจิวเวอร์รี่จะตกมาอยู่ในกำมือของฉันโดยง่าย และตามข้อตกลงของเรา นายสมควรได้รับหุ้นส่วนตรงนี้เป็นค่าตอบแทน”

“ฮยอกแจ...ฉัน...”ทงเฮเอ่ยพร้อมชักสีหน้าหนักใจ

“ทงเฮ...”ฮยอกแจเรียกชื่ออีกคนเสียงอ่อนหวาน

“...นายเป็นเพื่อนรักฉัน เราโตมาด้วยกัน อย่าบอกเชียวนะว่านายคิดจะทำงานฉันฟรีๆน่ะ มันดูไม่สมกับเป็นอี ทงเฮผู้ทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย เอ๋..หรือนายอยากได้หุ้นมากกว่านี้ล่ะ แหม...เพื่อนเรานี่ก็งกเหมือนกันนะเนี่ย”

“ฮยอกแจ...”ทงเฮแยกเขี้ยวใส่อีกฝ่าย

“...ฉันไม่....!!

ร่างบางนิ่งงันเมื่อหันไปเห็นที่ยืนอยู่ตรงปากประตู ฮยอกแจเลิกคิ้วเมื่อเห็นดวงหน้าเผือดสีของเพื่อน ก่อนจะหันมองตาม ร่างสูงของโจ คยูฮยอนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น ขณะที่ดวงตาสีดำขลับที่มองมายังร่างบางทั้งสองที่กำลังสนทนากันอยู่เบิกกว้าง อดีตผู้บริหารไลอ้อนจิวเวอร์รี่เดินเข้ามาหาอี ฮยอกแจช้าๆท่ามกลางดวงตาสั่นไหวของผู้บริหารคนสำคัญของโรสมาร์ค

“นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”ฮยอกแจถามเสียงราบเรียบ

“ที่พูดเมื่อกี้เป็นความจริงหรือเปล่า...”คยูฮยอนถามเสียงสั่น

“...บอกมาสิว่าเรื่องทั้งหมดที่นายพูดมาเมื่อกี้เป็นความจริงหรือเปล่า!!?

อี ทงเฮหน้าเผือดสี หันมองอี ฮยอกแจอย่างเว้าวอน เจ้าของดวงตาสีอำพันฉายแววมึนงง คยูฮยอนตวัดสายตามามองร่างบางอีกคนหนึ่งที่นั่งนิ่ง

“ที่เขาพูดมาเมี้อกี้มันไม่เป็นความจริงใช่ไหม...”คยูฮยอนพึมพำเสียงเบาเหมือนไร้เรี่ยวแรง

“...คุณไม่ได้คิดร่วมมือกับเขาเพื่อมาหลอกผมใช่ไหม!!? คุณตอบผมมาเซ่!!

คำพูดสุดท้ายเจ้าตัวกระชากแขนเรียวของอี ทงเฮมาเขย่าโดยแรง เพียงแค่เห็นดวงหน้าที่เผือดสีและแววตาที่แสดงความสำนึกนั้นเขาก็ถึงกับนิ่งอึ้ง

“คุณหลอกผม...”คยูฮยอนเม้มปากแน่นขณะที่ดวงตาแดงก่ำ

“...เป็นคุณนี่เองที่แทงข้างหลังผมมาโดยตลอด!

“คยูฮยอน...ฉัน...”ร่างบางสั่นสะท้าน ก่อนสะอื้นออกมาเสียงแผ่ว

“คุณหลอกใช้ความรักของผมทำไม...”คยูฮยอนถามเสียงสั่นเครือ ทั้งผิดหวัง...เจ็บปวดและชอกช้ำ

“...คุณก็รู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน ต่อให้คุณไม่รักผมแต่อย่างน้อย...อย่างน้อยก็ขอให้เห็นผมเป็นแค่เพื่อนก็ยังดี แล้วทำไม...ทำไมกัน แม้แต่ความเป็นเพื่อนคุณก็ให้ผมไม่ได้เหรอ”

น้ำตาของร่างสูงรินไหลออกมาในที่สุด ทงเฮปราดเข้าโอบกอดอีกคนพร้อมสะอื้นออกมาเสียงสั่น

“ฉันขอโทษ”

ร่างสูงรู้สึกเหมือนไร้เรี่ยวแรง คำขอโทษอีกฝ่ายเหมือนคำสารภาพที่ประดุจดั่งฟ้าฝ่าที่ฟาดมาที่กลางศีรษะของเขาอย่างรุนแรง คยูฮยอนนิ่งงัน ทงเฮกอดอีกคนเอาไว้แน่นยิ่งขึ้น

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายนายเลยสักนิด ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

ร่างสูงรู้สึกเหมือนลมหายใจของตนเองติดขัด เขาดันร่างอีกคนออกห่าง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่อาบน้ำและแดงก่ำ ดวงตาสีดำขลับมีแววชอกช้ำ...ผิดหวังจนอี ทงเฮแทบหมดเรี่ยวแรงไปเสียตรงนั้น

“อี ทงเฮ...”คยูฮยอนก้าวถอยหลังออกจากอ้อมกอดของอีกคนช้าๆ ดวงตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไป

“...หัวใจคุณทำด้วยอะไรกัน”

“คยูฮยอน...”ร่างบางเรียกชื่ออีกคนอย่างใจหาย

โจ คยูฮยอนกัดริมฝีปากของตนเองแน่น

“ผมมันโง่เอง...ควรที่เชื่อพี่ชายตั้งแต่แรก!

“คยูฮยอน!

“...มันคงตลกมากเลยเนอะ! ตลอดเวลาที่ผมวิ่งไล่ตามคุณ! ดีใจกับรอยยิ้มของคุณ! คอยปกป้องคุณทั้งๆที่พี่ชายกล่าวหาคุณมันถูก...ถูกมาโดยตลอด!!...”

ทงเฮเอื้อมมือมาแตะที่แขนของอีกคน หากร่างสูงสะบัดมันออกอย่างไม่ไยดี ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง

“อย่ามาจับ!!...”คยูฮยอนตวาดลั่น ก่อนเหยียดยิ้มเยาะ

“...คุณทำอะไรอยู่ในเวลานั้น!? คุณคงแอบหัวเราะเยาะใช่ไหมที่ได้สวมเขาให้ผม! คุณคงแอบยิ้มใช่ไหมล่ะ! ที่มีคนโง่คนนี้มาให้คุณหลอกใช้ได้ตลอดเวลา!? ใช่มั้ยอี ทงเฮ!!?

“ไม่!!”ทงเฮตวาดออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างบางกอดตัวเองพร้อมร้องไห้ออกมาอย่างสุดทน

“...ฉันไม่ต้องการทำร้ายนาย!! ฉันไม่อยากทำร้ายนายเลยสักครั้งเดียว!! ฉันน่ะ...!!

“ถ้างั้นเราก็อย่ามาเจอกัน! อย่ามาพบหน้ากันอีก!!...”คยูฮยอนตัดบท ทำให้อี ทงเฮกลืนคำพูดของตนเองลงคอทันควัน คยูฮยอนเอ่ยเสียงสั่นเครือ ประโยคสุดท้ายเหมือนเว้าวอนอีกคนไปในตัว

“...ได้โปรด...อย่าทำร้ายหัวใจของผมอีกเลยนะครับ...”

“คยูฮยอน...”อี ทงเฮนิ่งงัน

คยูฮยอนมองอีกคนอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เขาหันหลังกลับและเดินไปกระชากประตูเปิดออกอย่างแรง...

เสียงประตูที่ปิดลงทำเอาอี ทงเฮถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น เสียงที่ดังลั่นของมันเหมือนกระแทกลงกลางใจเขาโดยตรง ผู้บริหารอันดับหนึ่งของโรสมาร์คเม้มปากแน่นขณะที่น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย อี ฮยอกแจเดินมายืนหยุดตรงหน้าเขา เขาช้อนตามองดวงตาสีอำพันที่มองมาอย่างสมเพช

“ฮยอกแจ...”

“ฉันบอกนายแล้วว่าอย่าได้หลงรักหมอนั่น...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงราบเรียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด “...ว่ากันว่าหมาที่ได้รับบาดเจ็บและได้กลับไปหานายของมันจะกลายเป็นหมาป่า เรื่องนี้ทำให้ฉันไม่ชอบใจเลยนะทงเฮ”

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง...”ทงเฮถามเสียงเครียด ก่อนจะตวาดลั่นอย่างสุดทน

“...ต้องการจะให้ฉันทำอะไรอีก!?

ฮยอกแจมองอีกคนแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะพยุงร่างของเพื่อนรักขึ้นมานั่งที่เก้าอี้ให้เรียบร้อย

“วันนี้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อน”

“ฉันอยากอยู่คนเดียว”ทงเฮเอ่ยเสียงราบเรียว ปาดน้ำตาออกจากดวงหน้าของตน

“ถ้าอย่างนั้นฉันจะสั่งเหล้าให้”ฮยอกแจเอ่ย เอื้อมมือมาเกลี่ยเส้นผมของอีกฝ่ายไปทัดหูอย่างอ่อนโยน

“...ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันได้นะ”

ทงเฮพยักหน้ารับเงียบๆ ก่อนจะยื่นซองสีน้ำตาลให้อีกฝ่าย

“เอาของๆนายกลับคืนไปเถอะ”

“ไม่...”ฮยอกแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“...ไม่ว่านายจะพูดอะไรก็ตาม ทงเฮ...หุ้นตรงนั้นมันคือของๆนาย”

ทงเฮเม้มปากแน่น ก่อนจะหยิบเอากระดาษโอนหุ้นขึ้นมาฉีกต่อหน้าต่อตาอีกฝ่าย ฮยอกแจมองมันอย่างนิ่งงัน เพื่อนของเขาเสยผม ก่อนเอ่ยเสียงเบา

“ของที่ฉันบอกว่าไม่ต้องการ...ก็คือของที่ฉันไม่ต้องการ อี ฮยอกแจ”

อี ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างเวทนา

 

**

 

“คยูฮยอน...”

ซีวอนเรียกคนที่นั่งพิงประตูรั้วตระกูลชเวเสียงแผ่วเบา ร่างสูงของน้องชายที่คุ้นตาค่อยๆหยัดกายขึ้นลุก ดวงตาสีดำขลับนั้นแดงก่ำ และก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร โจ คยูฮยอนก็เดินเข้ามาโอบกอดเขาพร้อมสะอื้นออกมาเสียงดัง

“พี่...”ร่างของน้องชายบุญธรรมนั้นสั่นสะท้าน เหมือนกับน้ำเสียงของเจ้าตัว

“...ผมขอโทษ”

ซีวอนนิ่งงันราวต้องมนต์สะกด ก่อนจะยกมือขึ้นโอบกอดน้องชายตัวเองแนบแน่น

“ไม่...นายไม่ผิดหรอก”น้ำเสียงของชเว ซีวอนสั่นเครือ

“...พี่ต่างหากที่ผิด พี่ผิดเอง...พี่ขอโทษนะคยูฮยอน”

“เขาหลอกผม...”คยูฮยอนกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่น

“...ทงเฮหลอกผมจริงๆ เขากับอี ฮยอกแจเป็นพวกเดียวกัน สองคนนั่นรวมหัวกันหลอกผม พี่...ผมมันโง่สิ้นดี!

ซีวอนเม้มปากแน่นเมื่ออีกคนเอ่ยพาดพิงถึงชื่อของใครบางคน เขาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด เข้าใจความรู้สึกของโจ คยูฮยอนเป็นอย่างดี

 

“เขาก็หลอกพี่เหมือนกัน”

 

**

 

“พี่จะ...ทำตามข้อเสนอของโรสมาร์คจริงๆอย่างนั้นเหรอครับ”คยูฮยอนถามเสียงเบาหวิว ขณะซึงฮยอนเองก็น่าเครียด

“ผมไม่ยอมนะ...”ซึงฮยอนเอ่ยเสียงราบเรียบ

“...สัญญานั่นมีแต่เอารัดเอาเปรียบ ถ้าพี่เกิดเซ็นต์มันลงไปรับรองว่าไลอ้อนจิวเวอร์รี่จะต้องถูกโรสมาร์คกดขี่ข่มเหงอยู่ตลอดไปแน่!!

“แต่ถ้าพี่ไม่เซ็นต์...เราจะไม่เหลือไลอ้อนจิวเวอร์รี่ไว้เลย”ซีวอนเอ่ยเสียงสั่น

คยูฮยอนกับซึงฮยอนมองหน้ากัน ก่อนจะต้องลุกขึ้นยืนเมื่อบานประตูถูกเปิดออก พนักงานสาวคนหนึ่งเดินหน้าเซียวมาบอกชายหนุ่มทั้งสามเสียงแผ่ว

“คนของโรสมาร์คมาแล้วค่ะ”

“ใคร...”คยูฮยอนถามเสียงเบาหวิว

หญิงสาวคนนั้นกลืนน้ำลายก่อนตอบเสียงเบา

“ประธานบริษัทโรสมาร์คค่ะ”

ดวงตาของคนสามคนเบิกกว้าง ซีวอนหยัดตัวขึ้นยืนก่อนถามย้ำอีกครั้ง

“ประธานบริษัทโรสมาร์คมาด้วยตัวเองเลยเหรอ?

“ถ้าฉันมาเองแล้วมันจะแปลกอะไรไม่ทราบ...ชเว ซีวอน”เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นทำเอาชายหนุ่มสามคนหันไปมองคนที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาที่ห้องทำงานของประธานบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่ และแล้วดวงตาของคนสามคนก็ต้องเบิกกว้าง คยูฮยอนปราดเข้าไปอย่างเอาเรื่อง

“แก...!!

“คยูฮยอน!”ซึงฮยอนรีบลุกขึ้นมาคว้าตัวญาติของตนเองเอาไว้แน่น คยูฮยอนตวาดลั่น

“...แกยังกล้ามาที่นี่อยู่อีกเหรอี ฮยอกแจ!!?

“คุณคยูฮยอน...”เสียงราบเรียบของอี ทงเฮที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มร่างสูงชะงักงัน ร่างบางก้าวมาตรงหน้าชายหนุ่มที่ได้กลับคืนสู่ไลอ้อนจิวเวอร์รี่ ดวงหน้าของผู้บริหารแห่งโรสมาร์คราบเรียบผิดกับดวงตาที่สั่นไหว

“...กรุณา...ให้เกียรติประธานของเราด้วยครับ”

“ประธานเหรอ?”คยูฮยอนทวนคำอีกฝ่ายอย่างงุนงง ก่อนเบิกตากว้าง

“ใช่...”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ เอื้อมมือมาแตะแก้มของชายหนุ่มร่างสูงอย่างนุ่มนวล ประคองให้สบตา

“...ฉันนี่แหละ ประธานบริษัทของโรสมาร์คที่พวกนายอยากเจอกันนักหนายังไงล่ะ”

ดวงตาของชเว ซีวอนเบิกกว้าง มองรอยยิ้มพรายของหนุ่มร่างบางผมแดงอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเหมือนๆกับคนอื่นๆ คิม ฮีชอลก้าวเข้ามาก่อนประคองมือเรียวที่ประดับแหวนที่สักลายกุหลาบของอี ฮยอกแจ

“ใช่...อี ฮยอกแจเป็นประธานบริษัทของโรสมาร์ค ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกพวกคุณตั้งแต่แรกน่ะ คุณซีวอน คุณคยูฮยอน คุณซึงฮยอน...”

“การเซ็นสัญญาระหว่างบริษัทของโรสมาร์คจำเป็นต้องให้ผู้บริหารระดับสูงของทั้งฝ่ายนายและฝ่ายฉันเซ็นต์กำกับเพื่อเป็นพยาน...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มพราย มองร่างสูงของชเว ซีวอนอย่างเป็นต่อ แววตานั้นจงชังอย่างปิดไม่มิด

“...หวังว่านายคงตัดสินใจแล้วสินะ ว่าจะให้คำตอบฉันว่าอะไร”

ชเว ซีวอนมองร่างบอบบางของประธานหนุ่มอีกคน เขาหยัดตัวขึ้นยืนก่อนเอ่ยเสียงเข้ม

“ถ้าอย่างนั้น...ผมขอคุยกับคุณเป็นการส่วนตัวก่อนจะได้ไหมครับ”

อี ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะพยักหน้าให้สายตาห่วงหาของผู้บริหารรอบข้าง

“ได้สิ”

ซีวอนผายมือเชิญอีกคนเดินเข้าไปยังห้องทำงานด้านในที่อยู่ด้านข้าง คยูฮยอนมองตามคนสองคน ก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วหันมามองอี ทงเฮด้วยสายตาแข็งกร้าว

“ผมหวังว่าโรสมาร์คคงจะไม่มีอะไรให้พวกเราต้องแปลกใจกันอีกนะครับ”

“โรสมาร์คก็มีอยู่เท่านี้แหละครับ...”ทงเฮเอ่ยเสียงแผ่วเบา มองอีกคนอย่างเจ็บปวด

“...ทั้งหมดที่คุณเห็น”

คยูฮยอนเม้มปากแน่น...

 

**

 

“ห้องด้านในนี่อากาศถ่ายเทดีนะ...”ฮยอกแจเอ่ยอย่างอารมณ์ดี ลากปลายนิ้วกับโต๊ะทำงานแล้วเบ้ปาก

“...แต่ฝุ่นเยอะไปหน่อย แม่บ้านของนายลาออกไปแล้วเหรอ”

“นี่คุณกำลังเล่นอะไรอยู่”ซีวอนถามอีกฝ่ายเสียงเครียด

ฮยอกแจเอียงคออย่างสงสัย

“หือ?

“ผมถามว่า คุณกำลังเล่นอะไรอยู่

คราวนี้ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ท่าทางของฉันเหมือนกำลังเล่นกับนายอยู่หรือไง...ชเว ซีวอน?”

“ทำไมคุณถึงกลายมาเป็นผู้บริหารของโรสมาร์คได้...”ซีวอนถามเสียงเครียด

“...ผมรู้จักฐานะของครอบครัวคุณดี คุณไม่น่าจะสามารถมาได้ไกลขนาดนี้ คุณกำลังเล่นตลกอะไร”

ฮยอกแจมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนหัวเราะออกมาเสียงดัง ซีวอนมองคนที่หัวเราะจนต้องเอามือกุมท้อง เอามือเท้ากับโต๊ะทำงานเพื่อช่วยพยุงตัวอย่างเย็นชา ฮยอกแจสงบอารมณ์เงยหน้าขึ้นมายิ้มยั่วให้อีกคน ก่อนจะปากระดาษที่อยู่บนโต๊ะทำงานใส่หน้าหล่อคมนั้นอย่างแรง

“การเป็นประธานของบริษัทใหญ่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น...และฉันก็ไม่ได้กำลังเล่นตลกด้วย!

มือเรียวยกขึ้นมาลูบไล้แหวนเงินที่ประดับนิ้วก้อยของตน ก่อนเอ่ยเสียงเย็นกับศัตรูที่ได้แต่ยืนนิ่งมองกระดาษที่กระจัดกระจายตามพื้นพรม

“แล้วก็กรุณาอย่าคิดว่าคนทุกคนที่นายรู้จักจะเล่าประวัติครอบครัวของตนเองให้นายรู้ไปเสียหมด ความจริงแล้วนายมันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย ไม่สิ...เราแทบไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำไป”

“นั่นสินะ...”ซีวอนกำมือแน่น

“...เราเหมือนไม่รู้จักกันเลย ทั้งๆที่เคยนอนร่วมเตียงเดียวกัน”

“ช่วยกรุณาให้เกียรติฉันด้วยคุณซีวอน...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเย็นเยียบ

“...ตระหนักไว้บ้างว่าเวลานี้ฉันเป็นต่อนายอยู่หลายขุม และชีวิตของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ก็ขึ้นอยู่กับฉันแทบจะทั้งหมด...”

มือเรียวเลื่อนมาจับเนคไทของอีกคน ฮยอกแจยิ้มชอบใจเมื่ออีกคนมองมาที่เขาอย่างเจ็บปวด

“...แต่ถ้าอยากจะรู้ว่าเพราะอะไร และทำไมฉันถึงได้ยืนอยู่เหนือแกได้ ฉันก็จะบอกให้เอาบุญ...”

“...”

“...เพราะคนที่แม่ของฉันแต่งงานใหม่ด้วยมีชื่อว่าอี ฮยอนซู...หรือก็คืออดีตประธานบริษัทโรสไดมอนต์ ที่กลายมาเป็นโรสมาร์คในปัจจุบันนี่ยังไง”

ดวงตาสีดำขลับของซีวอนเบิกกว้าง อี ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มบางเบา

“ใช่...ฉันคือลูกเลี้ยงคนเดียวและทายาทอันดับหนึ่งของตาแก่นั่น เซอร์ไพส์ดีไหมล่ะชเว ซีวอน”

“งั้นคุณก็คิดจะฮุบบริษัทผมมาตั้งแต่แรก”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ไม่น่ารักเลยนะครับที่รัก...”ฮยอกแจชักสีหน้าดุใส่อย่างไม่จริงจัง

“...ไม่น่ารักเลยนะซีวอน การฮุบบริษัทน่ะมันหมายความว่าฉันต้องการไลอ้อนจิวเวอร์รี่ แต่ที่ฉันต้องการน่ะมันก็แค่ขยายบริษัทโรสมาร์คของฉันก็เท่านั้นเอง ฉันไม่คิดจะเอาชื่อเน่าๆอย่างไล้อ้อนจิวเวอร์รี่มาเก็บไว้หรอก”

“อี ฮยอกแจ!!”ซีวอนตวาดลั่น หากเมื่ออีกคนเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาก็ต้องสูดลมหายใจลึกอย่างสะกดอารมณ์

“...กรุณาให้เกียรติบริษัทของผมด้วยครับ”

ฮยอกแจเอียงคอแล้วแย้มรอยยิ้มขำขัน ก่อนที่ดวงตาจะเปล่งประกายเจ้าเล่ห์

“งั้นเรามาพูด...เรื่องสัญญาระหว่างเราจะดีไหม”

ฮยอกแจวางเอกสารใบใหม่ให้อีกคน ซีวอนรับมันมามองก่อนจะเบิกตากว้าง

“นี่อะไร!?

“ข้อตกลงระหว่างสัญญาไง ฉันกับคิบอมช่วยกันเขียนออกมาเลยนะ”

“แต่ข้อตกลงนี่มันเอาเปรียบเราเกินไป!! ไลอ้อนจิวเวอร์รี่จะไม่มีวันยอมทำงานให้โรสมาร์คฟรีๆแบบนี้หรอก!!

“แน่ล่ะ...นายต้องทำ”ฮยอกแจจุดบุหรี่ขึ้นสูบ ยิ้มบางเบา

“...เทียบกับเงินที่ฉันต้องใช้หนี้ให้นาย แต่มีเงินเดือนกินให้พวกนายสามคนมันก็ดีถมเถแล้ว ถ้านายไม่เซ็นก็เท่ากับนายจะไม่เหลือไลอ้อนจิวเวอร์รี่ เลือกเอาก็แล้วกัน”

“ฮยอกแจ...”

“นักธุรกิจต้องกอบโกยกำไรที่ได้จากทุนมาให้มากที่สุด ฉันไม่เห็นว่าคุณจะเสียหายตรงไหนเลยสักนิด ถ้าขยันทำงานสร้างรายได้ให้โรสมาร์คและพอฉันถอนทุนและได้กำไรคืนจนอิ่มนายก็จะเป็นอิสระ”

“หึ! อี ฮยอกแจ...ทำไมผมจะไม่รู้ทันคุณ กำไรที่คุณกำหนดทั้งชาติพวกผมก็คงจะใช้ไม่หมด และพวกผมก็จะเป็นลูกไล่ของพวกคุณไปตลอดชีวิต”

“แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น...”ฮยอกแจหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมรอยยิ้มชอบใจ

“...แล้วนายจะทำอะไรได้กันล่ะ”

“ฮยอกแจ!!”ซีวอนเรียกชื่ออีกคนด้วยความโกรธ ฮยอกแจจุปาก

“อย่าโมโหไปสิซีวอน...เรื่องนี้ฉันแค่เป็นคนเสนอ แต่ก็ไม่ใช่คนสนอง แค่ต้องบอกนายด้วยความหวังดีเพียงเท่านั้นว่าถ้านายไม่รับข้อเสนอของฉันล่ะก็...บริษัทที่พ่อกับปู่ของนายสร้างมาก็จะไม่เหลือ พื้นที่ตรงนี้เป็นทำเลดีด้วย คนที่ซื้อไปเขาก็อาจจะไม่เอาไว้ทำบริษัทค้าอัญมณีก็ได้ อาจจะเป็นคาสิโน หรืออะไรก็ตามแต่...ที่จะไม่เหลือชื่อไลอ้อนจิวเวอร์รี่”

ซีวอนกำหมัดแน่น มองอีกคนอย่างเจ็บปวด

“คุณเปลี่ยนไปมาก ผมไม่นึกว่าคุณจะเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้”

“ไม่...”ฮยอกแจยิ้มหวาน กำเนคไทของอีกคนแน่นแล้วกระชากอีกฝ่ายมาประชิด

“...นี่แหละคือตัวตนที่แท้จริงของฉันชเว ซีวอน ฉันถึงได้บอกไงล่ะว่า...นายน่ะไม่เคยรู้จักฉันเลย”

 “จริง ผมไม่เคยคิดว่าได้รู้จักคุณเลยสักครั้งตั้งแต่คุณกลับมา แต่ที่รู้แน่ๆก็คืออี ฮยอกแจคนนี้ไม่ได้มีค่าคู่ควรกับความรักเท่าอี อึนฮยอกคนเก่าเลยสักนิด”

มีจุดที่วาววาบในดวงตาสีอำพันที่เขาสบอยู่ รอยยิ้มของอี ฮยอกแจหายไปกลับกลายเป็นน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา

“ฉันมันเป็นยังไง”

“ส่องกระจกดูสิอี ฮยอกแจ...”ซีวอนแย้มรอยยิ้มเหยียดเยาะ

“...ไม่มีใครคนไหนเขาชอบคุณเลยตั้งแต่คุณกลับมา ต่อให้แต่งตัวโก้หรู ทำตัวดูดีด้วยข้าวของราคาแพง และแม้แต่ผมที่แตะต้องคุณในคืนนั้นยังรู้สึกสะอิดสะเอียนกับตัวคุณในตอนนี้เลย”

เพี๊ยะ!!

“แกกล้าดียังไง...”ฮยอกแจกระชากคอเสื้ออีกคนอย่างเอาเรื่อง

“...กล้าดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้ เหอะ!

ร่างบางผลักอีกคนลงโซฟาตัวยาว ก่อนจะเดินมายิ้มเย้ย

“คนที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะปกป้องของสำคัญอย่างนายน่ะ มันไม่น่ารังเกียจกว่าฉันหรือยังไง...”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะที่ดวงตาของอีกคนลุกวาวเมื่อโดนจี้ใจดำ

“...นี่ซีวอน...”

ร่างบางเดินมานั่งตักของอีกคนพร้อมยิ้มเย้ย

“...อะไรที่ทำให้อึนฮยอกต้องเปลี่ยนใจจากนายไปหาคิม คิบอมรู้บ้างหรือเปล่า ก็เพราะความไม่เอาไหนของนายยังไงล่ะ นายที่มันมีแต่รูปโฉม...แต่กลับไม่มีปัญญาจะรักษาคำพูดของตัวเองแม้แต่ประโยคเดียว แม้คำว่ารักของนายมันก็ยังมีค่าน้อยกว่าก้อนกรวด นอกจากคนโง่ฮย่างฮเยอินเท่านั้นแหละที่ยังโง่...รักคนอย่างนายอยู่ได้”

“หุบปาก...”

“คิบอมเขาบอกว่าอยากได้บ้านของนายเป็นเรือนหอของเขากับอึนฮยอกแหละ...”ฮยอกแจหัวเราะคิกคัก

“...แต่ฉันก็คงต้องส่งคนไปสังคยนาบ้านหลังนั้นเสียก่อน โดยเฉพาะเตียง...ฉันไม่อยากให้ผู้ชายดีๆอย่างคิบอมต้องนอนทับที่คนอย่างนาย กลัวจะติดเชื้อบ้า...แต่ไม่ต้องห่วงนะซีวอนว่ารูปพ่อ แม่ หรือซึงอาจะอยู่ให้เกะกะบ้านหลังใหม่ของฉัน อะไรที่นายรักฉันจะทำลายมันให้หมด...ฉันสัญญา”

“ผมบอกให้คุณหุบปากไง!!

ร่างสูงกดคนตัวเล็กกว่าลงบนโซฟานุ่ม ฮยอกแจตวัดตามองสายตากราดเกรี้ยวของอีกคนด้วยแววตาท้าทาย

“คิบอมเขาดีกว่านายทุกอย่าง! ไม่ว่าด้วยสมองหรือว่านิสัย! ไอ้คนไม่ได้เรื่องอย่างนายต่อให้ไม่ยอมรับความจริงยังไงนายก็ต้องเจอกับมันอยู่วันยังค่ำ! เพราะฉะนั้นเลิกแก้ตัวให้ตัวเองแล้วก้มหน้ารับกรรมไปซะ!! ว่าทั้งหมดทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็เพราะนาย...เพราะนายคนเดียว!!

ริมฝีปากบางก้มลงบดขยี้เรียวปากอิ่มที่พ่นถ้อยคำบริภาษ ฮยอกแจรวบรวมแรงผลักร่างของอีกฝ่ายออกหากมือที่แข็งราวคีมเหล็กนั่นกลับรวบมือของเขาไว้มั่นเหมือนๆกับขาเรียวที่ถูกทับไว้แนบกับโซฟา ร่างบางได้โกยอากาศหายใจเมื่ออีกฝ่ายถอนเรียวปากออก ซีวอนยิ้มใส่ดวงตาที่ตื่นตระหนกคู่นั้น

“ทำไมล่ะ...รังเกียจผมมากเลยอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นคิม คิบอมคุณคงจะนอนอ้าขาให้เขาเลยล่ะสิ แต่กับผัวตัวเองทำไมถึงได้รังเกียจนักล่ะฮยอกแจ”

“การที่เรามีอะไรกันแค่คืนเดียวไม่ได้หมายความว่านายเป็นผัวฉัน...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงกราดเกรี้ยว ก่อนจะยิ้มเยาะอีกฝ่าย

“...หรือถ้าเป็นตามนั้นจริง คิบอมเขาก็ควรจะนับเป็นผัวฉันด้วยอีกคน และคงไม่ต้องถามฉันหรอกใช่ไหมว่าตัวฉันเองยินดีกับผัวคนไหนมากกว่ากันน่ะ”

มือที่กำข้อมือเล็กอยู่บีบมันแน่นจนร่างเล็กนิ่วหน้า ชเว ซีวอนก้มลงแนบริมฝีปากกับอีกฝ่ายอีกครั้งและอีกครั้ง ทุกครั้งยาวนานเหมือนอยากให้อีกคนขาดอากาศหายใจตายไปเสียอย่างนั้น ฮยอกแจจิกเล็บที่บ่ากว้างแน่นเหมือนอยากให้มันฝังลึกลงไปที่เนื้อขาวใต้สูท เสียงบานประตูถูกกระแทกเปิดออกดังลั่น ก่อนที่ร่างสูงที่กำลังทาบทับร่างของเขาอยู่จะถูกกระชาก คิม คิบอมวาดหมัดลงบนดวงหน้าของชเว ซีวอนอย่างแรง

“คิบอม!”ฮยอกแจเรียกชื่อชายหนุ่มที่บุกเข้ามาใหม่เสียงดังลั่น

คิบอมกระชากคอเสื้อของซีวอนอีกครั้งก่อนจะซัดหมัดที่สองและสามตามไปติดๆ ฮยอกแจรีบผวาลุกวิ่งไปกระชากร่างของคิม คิบอมออกห่างประธานบลริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่

“อย่าคิบอม!!

“นายมาห้ามทำไม! ไอ้หมอนี่มันข่มขืนนายไม่ใช่เหรอ!!? มันทำร้ายนายในวันนั้นไม่ใช่เหรอไง!? อุก!!

คิบอมสะบัดหน้าตามแรงเหวี่ยงหมัดของอีกคนจนกระแทกกับโต๊ะทำงาน ฮยอกแจเบิกตากว้างเมื่อซีวอนก้าวเข้าไปซัดหมัดซ้ำใส่ร่างสูงที่พลาดท่า ก่อนที่คิบอมจะถูกเหวี่ยงมากระแทกประตูห้องเสียงดังสนั่น ฮยอกแจรีบก้าวเข้าขวางหมัดครั้งต่อไปของซีวอน

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!! พอได้แล้วทั้งสองคน!!”ฮยอกแจกรีดเสียงใส่คิบอมที่ลุกพรวดเหมือนจะเอาเรื่อง

“ไอ้ผู้ชายไร้ความสามารถ!”คิบอมตวาดลั่น ซีวอนถลาเข้ามาก่อนโดนคนที่ยืนกั้นกลางตวัดฝ่ามือใส่ดวงหน้าจนหันไปข้าง

“ฉันบอกให้พอ!!

ฮยอกแจหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน คนที่รออยู่ข้างนอกรีบเดินเข้ามาในห้องก่อนจะเบิกตากว้างกับสภาพห้องที่เห็นไปตามๆกัน คิบอมยกแขนเสื้อขึ้นปาดหยาดเลือดของตนเอง ซีวอนแลบลิ้นออกมาเลียรอยแตกที่มุมปาก พลางจับจ้องคู่ชกไม่วางตา ฮยอกแจเอ่ยเสียงเย็น

“ตกลงนายจะเซ็นสัญญานี้ไหม...ซีวอน”

ชเว ซีวอนแบมือออกมารับกระดาษประทับตรา ก่อนจะจรดปลายปากกาลง คยูฮยอนกับซึงฮยอนร้องลั่น

“พี่!

ซีวอนมองน้องชายของเขาทั้งสองคน ก่อนเอ่ยเสียงราบเรียบ

“ฉันต้องรักษาไลอ้อนจิวเวอร์รี่ให้ได้นานที่สุด”

เจ้าตัวยื่นมันให้โจ คยูฮยอนที่เม้มปากแน่น แต่พอสบตาพี่ชายเขาก็จรดปลายปากกาลงลงนามให้แก่สนธิสัญญาระหว่างสองบริษัท ฮยอกแจรับมันมามองอย่างพอใจก่อนจะเซ็นลายเซ็นของตนเองก่อนจะยื่นให้คิม คิบอมและอี ทงเฮ

“หมดธุระของพวกเราแล้ว...กลับกันเถอะ”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเรียบ หรี่ตามองชเว ซีวอนอย่างคาดโทษ

“...อยู่แล้วได้กลิ่นโสโครก"

“เดี๋ยว ฮยอกแจ...”คิบอมเรียกประธานของตนเองเสียงแข็ง เขาตวัดตามองชเว ซีวอนอย่างเจ็บแค้น

“อะระ...!?

ร่างบางถูกรวบเข้าไปในวงแขนแกร่ง คิบอมเอ่ยเสียงดังราวกับจะให้ทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยินมันโดยทั่ว

“ฉันจะช่วยล้างปากให้นายเอง”

เอ่ยจบเรียวปากหยักก็ประทับเรียวปากอิ่มอย่างนุ่มนวล เร่งเร้าดึงดันให้อีกคนตอบรับสัมผัสที่รุกเร้า ลิ้นอุ่นเลื่อนไล้ชิมน้ำหวานอันนุ่มนวลทุกพื้นที่ในโพรงปากนิ่มราวเป็นเจ้าของ สัมผัสนั้นทำเอาดวงตาสีอำพันใสหลับพริ้มลงอย่างเชื่องช้า ขณะที่ดวงตาสีดำขลับของคิบอมยังจับจ้องที่ชายหนุ่มร่างสูงคู่อริอย่างท้าทาย คิบอมกระชับอ้อมแขนให้ร่างเล็กนั้นแนบชิดกับเรือนกายของเขามากขึ้น ขณะที่สัมผัสเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆจนคนทั้งห้องได้ยินเสียงการแลกสัมผัสทางปลายลิ้น

ปั่ก!!

ฮยอกแจผวา หากคิบอมยังรั้งดวงหน้านั้นให้แนบชิดกับเขาอยู่อย่างนั้น ขณะที่ซีวอนที่เพิ่งจะทุบโต๊ะไปหมาดๆก้าวยาวๆออกจากห้องไปอย่างฉุนเฉียว ทงเฮกับฮีชอลมองตามพวกของบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่ที่ก้าวออกจากห้อง คิบอมคลายอ้อมกอดของตนก่อนมองฮยอกแจอย่างดุๆ

“อย่าทำแบบนี้อีก เข้าใจไหม?

ฮยอกแจค้อนให้อีกฝ่าย หากก็ยอมพยักหน้ารับช้าๆ พร้อมเอื้อมมือมาหยิบสัญญาระหว่างพวกเขาและพวกชเว ซีวอน เรียวปากแดงเรื่อคลี่ยิ้มออกมาอย่างสมใจไม่น้อย

 

**

 

“พี่ยังรักหมอนั่นอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ”คยูฮยอนเอ่ยอย่างจับผิด เมื่อเห็นท่าทีกราดเกรี้ยวของคนเป็นพี่

ซีวอนหันมองน้องชาย ร่างสูงค้อนให้อีกฝ่ายเป็นวงกว้าง ซึงฮยอนมองญาติของตนเองทั้งสองคน ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“พี่ขอโทษคยูฮยอน”ซีวอนเอ่ยเสียงเบาอย่างสำนึกผิด

คยูฮยอนถอนลมหายใจออกมา มองพี่ชายของตนเองด้วยความรู้สึกที่เห็นใจไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มนวล

“พี่รัก...อึนฮยอกมากใช่ไหมครับ”

“ใช่...พี่รักฮยอกแจมาก”ชเว ซีวอนสารภาพ

คยูฮยอนส่ายหน้า

“ไม่ใช่ ผมถามถึงอึนฮยอก...ไม่ใช่ฮยอกแจ เมื่อก่อนตอนที่เขาเป็นอึนฮยอก พี่รักเขามากใช่ไหมครับ”

ซีวอนนิ่งงัน ก่อนจะหันมาศพดวงตาของคนเป็นน้องอย่างรู้ทัน ซีวอนหรี่ตาลงอย่างจับผิด ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด

“นายมีอะไรจะบอกพี่หรือเปล่า...คยูฮยอน?

คยูฮยอนหลุบตาลงต่ำ ท่ามกลางสายตาของพี่น้องทั้งสองคน

 

**

 

คิบอมแย้มรอยยิ้มเมื่อเห็นใครบางคนที่กำลังนั่งสาละวนกับการปอกผลไม้อยู่ที่ม้าหินอ่อนของบ้าน เขาเอ่ยทักอีกคนเสียงเบา

“ว่าที่เจ้าสาวนี่ขยันจังเลยนะครับ”

อึนฮยอกสะดุ้ง ก่อนหันมาทำตาดุใส่ว่าที่เจ้าบ่าวของตน

“คุณคิบอมนี่...เดี๋ยวมีดก็บาดมือผมหรอกครับ!

คิบอมก้มมาหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ

“ขอโทษครับ ยังไม่ทันได้แต่งกันคุณก็หัดดุผมแล้วเหรอเนี่ย”

“ผมดุ...เฉพาะในเรื่องที่ควรดุนี่ครับ ไม่ได้ดุพร่ำเพรื่อสักหน่อย”

“ครับ...ที่รัก”คิบอมกอดอีกคนพร้อมไล้จมูกที่แก้มนวลอย่างง้อๆ

“วันพรุ่งนี้คุณเตรียมตัวให้ดีเถอะครับ เพราะพี่ชายของคุณและพี่ชายของผมจะต้องมาลากคุณไปเข้าครอสเจ้าสาวแน่ๆ รับรองคุณต้องอ่วมไปทั้งตัว แล้วก็...”

คิบอมทำตาเจ้าเล่ห์

“...น่ากิน”

“คุณคิบอม!!”อึนฮยอกตวาดทั้งดวงหน้าแดงก่ำ

คิบอมหัวเราะ ก่อนจะประทับจูบที่ที่แก้มนวลอีกครั้งเหมือนเอาใจ

“ขอโทษครับ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะเอาของชำล่วยงานแต่งงานมาให้คุณเลือกนะ อีกเดี๋ยวฮยอกแจก็คงจะมารับคุณไปทานข้าวกลางวันแล้วล่ะ เตรียมตัวนะครับที่รักของผม”

“ครับ”

คิบอมชี้แก้มของตนเอง อึนฮยอกยิ้มหวานก่อนหอมแก้มอีกคนอย่างนุ่มนวล คิบอมยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปขึ้นรถแล้วหันมาโบกมือลา

“ถ้าปวดหัวก็นอนพักนะครับเด็กดี”

“ครับ อย่าไปได้แลกหมัดกับลูกค้ามาอีกล่ะ คราวนี้ผมไม่ทำแผลให้หรอกนะ”

อึนฮยอกทำตาดุนิดๆ ก่อนยิ้มหวานให้อีกฝ่าย คิบอมหัวเราะน้อยๆก่อนจะขึ้นรถและขับรถออกจากบ้าน อึนฮยอกยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุข ก่อนจะหันกลับมานั่งปอกผลไม้ต่อ

“อึนฮยอก”

เสียงทุ้มๆที่เรียกหาทำเอาอึนฮยอกที่ก้มหน้าก้มตาปอกผลไม้อยู่เงยหน้าขึ้นมาพร้อมยิ้มหวาน

“ลืมของเหรอครับคิ...!!

ดวงตาสีอำพันเบิกกว้าง เมื่อเห็นร่างสูงที่มีดวงหน้าหล่อคมเหมือนเทวดา มันเหมือนมีค้อนเหล็กมาทุบลิ้นชักที่เก็บความทรงจำที่หลงลืมไปนานแสนนาน ภาพความทรงจำหลายๆอย่างไหลย้อนเข้ามาจนศีรษะเล็กๆร้าวระบมปานจะระเบิด

 

“ผมชื่อชเว ซีวอน”

 

“ผมขอดูแลคุณได้ไหม...”

 

“ชอบดอกไม้ไหมครับ?...”

 

“อึนฮยอก...ผมรักคุณ”

 

“ไม่! ให้ผมตายเสียดีกว่าที่จะต้องเสียคุณไป!! ไม่มีทาง!!

 

 “อึนฮยอก...”ชเว ซีวอนปราดเข้ามาจับบ่าคนที่นั่งนิ่ง ดวงตาสีดำเว้าวอนแทบขาดใจ

“...จำผมได้ไหม!...”

“อึก!!”ร่างบางยกมือขึ้นกำเส้นผมสีอ่อน หลุบตาลงต่ำขณะที่อีกคนยังตะโกนใส่หน้า

“...ผมซีวอนไง!? คุณจำผมได้ใช่ไหม!?

 

“...ที่แกต้องเป็นแบบนี้เพราะแกมายุ่งกับซีวอนยังไงล่ะ!? แก...เลิกยุ่งกับเขาสักทีจะได้ไหม!!?

 

“อึนฮยอก!!

“อย่า...”ร่างบางกัดริมฝีปากของตนแน่น ก่อนผลักอีกคนออกโดยแรง

“...อย่ามายุ่งกับผม! ขอร้อง!! อย่ามายุ่งกับผม!!

“อึนฮยอก! โอ๊ยยย!!”ซีวอนยกมือขึ้นกุมบาดแผลสดใหม่ที่เกิดจากคมมีดของอีกฝ่าย

อึนฮยอกผุดลุกก่อนจะหันหลังและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว คยูฮยอนรีบปราดเข้ามาประคองแขนพี่ชายตัวเอง

“เป็นอะไรมากไหมครับพี่?”

ซีวอนส่ายหน้า ก่อนจะรีบวิ่งตามร่างบางไปอย่างรวดเร็ว...

 

**

 

คิบอมขับรถไปอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะชะงักเมื่อเอามือแตะที่กระเป๋ากางเกงของตนเอง ร่างสูงส่ายหน้ากับความไม่ได้เรื่องของตนเอง

“บ้าจริงเรา ลืมมือถือของตัวเองจนได้สิน่า!

มืออุ่นหันพวงมาลัยกลับ ก่อนจะชะงักเมื่อได้ยินเสียงบีบแตรจากรถที่กำลังแล่นมาทางเดียวกัน เขาจอดรถของตัวเองข้างทาง ยิ้มพรายเมื่อเดินลงไปทักคนที่อยู่ในรถสีบอร์น

“ทำงานวันแรกสนุกไหมครับท่านประธาน ทำไมถึงได้มาทานข้าวกลางวันเสียเร็วเชียว โดดงานมาอีกล่ะสิ!

“พูดมากน่าท่านผู้บริหาร...”ฮยอกแจถอดแว่นดำของตนเองออก ก่อนยิ้มหวาน

“...ไม่ดีเหรอ จะได้ทานกลางวันพร้อมพวกนายเลยไง”

“แปลว่าฉันต้องอยู่ทานกลางวันกับพวกนายด้วยสินะ”คิบอมส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวขึ้นรถของตนเอง หรี่ตาลงเมื่อมองลอดผ่านกระจกเห็นช่อกุหลาบสีขาวสด

“ของฝากน้องชายเหรอ”

“ไม่ได้มีแค่อย่างเดียวหรอก”ฮยอกแจยิ้มหวาน หันไปลูบไล้กุหลาบขาวด้วยแววตาอ่อนโยน

“...ไปสิ เดี๋ยวฉันแวะข้างทางแปปนึง ขอเติมน้ำมันก่อน”

“ได้จ้า”

“แล้วนายต้องอยู่กินข้าวพร้อมพวกฉันนะ ไม่งั้นตาย!

“ขอรับท่านประธาน”

คิบอมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะขับรถของตนเองออกไปอย่างมีความสุข

 

**

 

อึนฮยอกวิ่งไปยืนหยุดที่กลางสะพาน ก่อนจะเอามีดจ่อข้อมือของตนเองพร้อมตวาดใส่คนที่ยืนอยู่ตีนสะพานลั่น

“อย่าเข้ามานะ!!

ชเว ซีวอนชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวหาอีกฝ่าย ร่างสูงเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังจะทำอะไร

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะอึนฮยอก!!

“เราเลิกกันแล้ว...”อึนฮยอกสะอื้นพร้อมเอ่ยเสียงสั่น

“...เราสองคนเลิกกันแล้ว!! คุณเลิกยุ่งกับชีวิตผมสีกทีจะได้ไหม!!?

“ไม่...”ร่างสูงมองอีกคนด้วยดวงตาแดงก่ำ

“...ผมทำไม่ได้...ผมรักคุณเกินไป ผมทำไม่ได้!!

อึนฮยอกเหยียดยิ้มออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนตวาดอีกคนลั่น

“ผมโดนข่มขืน!...”ร่างบางสะอื้น ตวาดเสียงสั่น

“...ผมไม่บริสุทธ์แล้วสำหรับคุณ!

“ผมรู้...”ซีวอนเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“...ผมรับคุณได้ทุกอย่างนะอึนฮยอก”

“แต่ผมรับไม่ได้! คุณเข้าใจมั้ยว่าผมรับมันไม่ได้!!

ร่างบางตวาดเสียงลั่น ก่อนจะชะงักงันเมื่อเห็นใครบางคนเดินแกมวิ่งเข้ามาหยุดข้างชเว ซีวอน

“อึนฮยอก!!”คิบอมตะโกนลั่น ก่อนจะนิ่งงันเมื่อเห็นอีกคนกำลังอยู่ในสภาพเช่นไร ร่างสูงตวาดลั่น

“...อย่าทำอะไรบ้าๆนะ!! ผมรักคุณ!!

ชเว ซีวอนชะงัก มองผู้ชายข้างตัวเขาอย่างไม่เชื่อสายตา

“ผมก็รักคุณ...”อึนฮยอกเอ่ยเสียงสั่น มองอีกคนทั้งน้ำตานองหน้า

“...แต่มันเป็นไปไม่ได้!! เป็นไปไม่ได้แล้วคิบอม!!

“เป็นไปได้สิ! ก็เรากำลังจะแต่งงานกันนี่ยังไงล่ะ!? ทำไมคุณถึงพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้!!?

ซีวอนเบิกตากว้าง ขณะที่อึนฮยอกร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“คุณรับคนที่โดนข่มขืนได้ไหมล่ะ!!?...”

คิบอมชะงักกับคำถามของอีกฝ่าย

“...คุณรับคนที่เคยโดนทำให้แปดเปื้อนได้ไหมล่ะ!? คนดีๆอย่างคุณมีทางเลือกอีกเยอะ! อย่ามาจมปรักกับคนที่เคยมัวหมอง...เหมือนดอกไม้ที่โดนย่ำยีอย่างผมเลย!!

ร่างบางเอ่ยจบก็ก้มลงกรีดข้อมือของตนเองอย่างแรง เรียกเลือดสีแดงสดให้ไหลริน คิบอมเบิกตากว้าง

“อย่านะอึนฮยอก!!

“อึนฮยอก!!

ช่อดอกกุหลาบขาวตกลงกับพื้นอย่างแรง อึนฮยอกช้อนตาขึ้นสบดวงตาที่เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ฮยอกแจแทบจะเข่าอ่อนเมื่อเห็นว่าอะไรที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้า

“พี่...”ร่างบางที่อยู่ตรงกลางสะพานสะอื้นจนตัวสั่น

“...ผมขอโทษ...”

ฮยอกแจนิ่งงัน ขณะที่น้องชายของเขาปีนขึ้นไปบนราวสะพาน

“...ผมเข้มแข็งอย่างที่พี่ต้องการไม่ได้...”อึนฮยอกสะอื้น ทิ้งมีดลงสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ขณะที่เบือนดวงหน้าอาบน้ำตามามองสบพี่ชายที่ส่ายหน้าช้าๆ

“...ผมไม่ได้เก่งเหมือนพี่ ผม...เป็นอย่างที่พี่เป็นไม่ได้ ผม...มันอ่อนแอเกินกว่าที่จะอยู่บนโลกใบนี้...”

ฮยอกแจเบิกตากว้าง อีกคนหันมาแย้มรอยยิ้มอย่างงดงามและอ่อนโยนให้แก่เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทิ้งร่างลงสู่แม่น้ำที่กราดเกรี้ยว

 

“...ผมรักพี่นะครับ”

 

ตู้มมมมม!!

“อึนฮยอก!!

ฮยอกแจกรีดเสียงลั่น คิบอมผวาวิ่งไปกระโดดตามร่างที่ล่วงลงสู่แม่น้ำ ฮยอกแจวิ่งมาปีนราวสะพานอีกคนหากโดนซีวอนคว้าตัวมากอดไว้แน่น

“อย่า!! ฮยอกแจ!

“ปล่อยฉัน!! อึนฮยอก! อึนฮยอก!!”ร่างบางพยายามสะบัดตัวจากการเกาะกุมที่หนาแน่น ก่อนจะทรุดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง มองสายน้ำที่ไหลเชี่ยวเพราะยามเย็นอย่างเหม่อลอย

“ไม่จริง...”

“อยู่ไหน...”คิบอมพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น ก่อนจะดำผุดดำว่ายอยู่กลางแม่น้ำ

“...อยู่ที่ไหนกันน่ะ!!

 

...ไม่มีคำตอบ จากสายน้ำที่โหมกระหน่ำ

 

**

 

เสียงรถตำรวจและรถพยาบาลดังคับบ้าน คิม ฮีชอลที่มีหน้าที่ออกหน้าเพราะคนอื่นๆไม่สามารถอยุ่ในสถานะที่ให้ปากคำได้ เขาเอ่ยกับตำรวจที่ซักนู่นซักนี่ไปมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะยิ่งหัวเสียเข้าไปกันใหญ่เมื่อหันมาเห็นควอน จียงที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของคิม แจจุง

“ผมอุตส่าห์...”จียงกอดชุดสีขาวไว้แน่น

“...เย็บชุดแต่งงานไว้ให้เขา”

“ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นหรอก”แจจุงเอ่ยปลอบคนตัวเล็ก ไม่กล้าที่จะกอดมากมายนักเพราะมาสคาร่าสีดำที่เปื้อนเป็นทางแลดูน่าหวาดหวั่นมากกว่าน่าสงสาร

“พวกนายอย่าเพิ่งมาเล่นบทโศกตอนนี้จะได้ไหม!? มาช่วยฉันไล่ตำรวจกลับไปก่อนซี่!!

“แล้วพี่ไม่เสียใจเหรอไง! คนตายทั้งคนนะ!!”แจจุงตวาดลั่น

ฮีชอลหันมามองอีกคนด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนตวาดกลับ

“เสียใจสิ!...”ร่างระหงเอ่ยต่อด้วยเสียงสั่นเครือ

“...แต่มันช่วยอะไรได้ ฉันต้องพยายามไม่ให้พวกที่เหลือมันฆ่าตัวตายตามไปด้วย!

พูดจบเจ้าตัวก็พยักเพยินไปที่ร่างของคิม คิบอมที่ยังอยู่กลางสายน้ำ เจ้าตัวดำผุดดำว่ายอยู่อย่างนั้นตั้งแต่เย็นจนค่ำ ด้วยหวังว่าจะเจอคนที่ตัวเองตามหา โดยไม่ห่วงเลยว่าสังขารของตนจะเป็นเช่นไรเมื่อต้องอยู่กลางสายน้ำเย็นจัดเป็นเวลานาน

“คิบอมขึ้นมาเถอะ!!”ทงเฮตะโกนเรียกอีกคนเสียงสั่นเครือ

“...นายอย่าทำแบบนี้เลยนะ!!

“ไม่!”ร่างสูงตวาดกลับอย่างดื้อดึง ดวงตาคู่คมแดงก่ำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

“...ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องหาเขาให้เจอ!!

“แต่นี่มันมืดแล้วนะ!!...”ทงเฮตะโกนบอกอีกฝ่ายทั้งน้ำตา

“...พักบ้างเถอะ! ไม่งั้นนายเองก็จะแย่!

“อย่ามายุ่งกับฉัน!!”คิบอมตะคอกลั่น ก่อนจะดำน้ำต่อไป

อี ทงเฮเม้มปากแน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมาและทรุดตัวลงข้างริมน้ำ ภาพๆนั้นทำเอาใครบางคนถึงขั้นทนไม่ไหว เดินลุยลงน้ำและว่ายน้ำไปหาคนที่อยู่กลางสายน้ำ คยูฮยอนชกหน้าของคิบอมท่ามกลางสายตาเบิกกว้างของคนสองคน

“ถ้านายไม่ห่วงตัวเอง...”ร่างสูงเอ่ยกับผู้บริหารโรสมาร์คอย่างโกรธจัด

“...ก็ห่วงคนอื่นซะบ้าง!! เห็นไหมว่าคนเห็นแก่ตัวบางคนเขากำลังร้องไห้เพราะการกระทำของนายอยู่น่ะ!!?

คิบอมชะงักงันหันไปสบดวงตาแดงก่ำของตนเอง ก่อนจะว่ายน้ำกลับฝั่งพร้อมอีกคน ร่างสูงกระชากร่างเล็กเข้ามากอดแล้วร้องไห้พร้อมเอ่ยออกมาเสียงสั่น

“ขอโทษ...ทงเฮ...”คิบอมกำเสื้อของร่างบางจนอีกคนเปียกปอน

“...ฉันขอโทษ”

ดวงตาของอี ทงเฮกลับมองร่างสูงของอีกคนที่มองกลับมาอย่างปวดใจ ก่อนที่คยูฮยอนจะเดินตรงไปยังผู้ชายอีกคนที่นั่งร้องไห้อยู่เพียงลำพัง

เสียงโทรศัพท์ของชเว ซีวอนแผดลั่น ร่างสูงรับมันก่อนจะรีบหันมาลากคยูฮยอนและผุนผันออกไป

“มีใครไปเฝ้าฮยอกแจหรือยัง!?”ฮีชอลตวาดเสียงดัง ตอนนี้เขาห่วงกลัวว่าแฝดคนพี่จะเป็นอะไรไป

“จุนซูไปเคาะประตูเรียกอยู่หน้าห้อง”แจจุงตอบ พลางตบบ่าจียงเบาๆ

“...หมอนั่นล็อกประตูห้องไม่ยอมให้ใครเข้า พี่จะให้เราพังเข้าไปไหม”

“อย่างอี ฮยอกแจไม่ฆ่าตัวตายง่ายๆหรอกน่า”ฮีชอลตอบอย่างคนรู้จักนิสัยดี

“...ที่ห่วงน่ะต่อจากนี้ต่างหาก...”

 

“...น่ากลัวว่าหมอนั่นจะอาฆาตแค้นมากกว่าเดิม”

 

**

 

ห้องที่เคยตกแต่งอย่างงดงามถูกทำลายจนข้าวของกระจัดกระจายไปเสียหมด ขณะที่เสียงแหลมๆของคิม จุนซูยังดังอยู่นอกห้อง คนที่อยู่ข้างในก็ทรุดตัวพิงกระจกบานใหญ่อย่างไร้เรี่ยวแรง

“หน้ากากของฉันอยู่ไหน...”อี ฮยอกแจพึมพำแต่ประโยคนั้นพร้อมน้ำตาที่ไหนเป็นสาย

“...ใครก็ได้หาหน้ากากให้ฉันที”

เพราะฉันไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะลุก...

เพราะฉันหาหน้ากากแห่งความเข้มแข็งของตัวเองไม่เจอ...

เพราะตอนนี้อี ฮยอกแจคือร่างที่ไร้ตัวตน...เป็นดั่งเงาที่หายใจ ไม่มีแม้แต่จุดมุ่งหมายในชีวิต...

“...ทำไม...”

ทั้งร่างขดตัวสั่นเครือ ซบหน้ากับหัวเข่าของตนเอง

“...ทำไมไม่มีใครหาหน้ากากให้กับฉันล่ะ”

ไม่มีหน้ากาก...ฉันทำอะไรไม่ได้

ไม่มีอึนฮยอก...ฉันหายใจไม่ได้

สิ่งมีค่าของฉันมันหายไปหมดแล้ว...หมดแล้วจริงๆ

ดวงตาสีอำพันเลื่อนลอย หันมองไปยังกระจกที่สะท้อนเงาของตน ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางเบา ยกมือขึ้นลูบไล้มันอย่างเหม่อลอย

“อึนฮยอก...”

บางสิ่งบางอย่าง...บางอย่างที่ทำให้ดวงตาสีอำพันนั้นสะดุดกึก ร่างบางชกลงกระจกบานใหญ่จนมันแตกหัก

“ไม่ใช่...”เลือดเริ่มไหลรินออกจากบาดแผล แข่งกับน้ำตาที่กำลังอาบแก้ม ไม่รู้ว่าบาดแผลใดจะเจ็บปวดได้มากเท่านี้ ฮยอกแจสะอื้นเอ่ยเสียงสั่นเทา

“...นายมันไม่ใช่อึนฮยอก! นายมันใครกัน!!

อึนฮยอก...

...นายคือแสง...พี่คือเงา...

...แล้วถ้าไม่มีแสง แล้วมันจะมีเงาอยู่อีกได้ยังไง...

“อึนฮยอกรู้ไหม...”ฮยอกแจยิ้มออกมาอย่างเหม่อลอย

“...นายคือสิ่งมีค่าและสวยงามที่สุดในชีวิตของพี่”

 

...ถ้านายตายไป แล้วชีวิตของฉันมันไปจะมีค่าอะไร

 

**

 

“ฮเยอิน!!”ชเว ซีวอนรีบวิ่งมาที่ประตูห้องฉุกเฉิน ก่อนจะตวัดมองดวงหน้าของพ่อตาของตนเอง

“...นี่มันอะไรกันครับ!!? ทำไมเธอถึงคลอดก่อนกำหนดได้ล่ะ!?

ดวงตาของคุณชองแดงก่ำ เหมือนว่ารู้สถานะของลูกสาวตนเองดี เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชอง ฮเยอินดังออกมาจากด้านใน ดูมันช่างแสนทรมานมากกว่ามารดาของเด็กคนอื่นๆ หมอหนุ่มเดินออกมาด้วยสีหน้าร้อนรน ซีวอนรีบถลาเข้าหา

“คุณเยซอง!

“พยาบาล! ผมขอยาชาด้วยนะครับ!!”เยซองตะโกนบอกพยาบาลหน้าห้องเสียงดังลั่น ก่อนจะหันมาชักสีหน้าหนักใจให้ชายต่างวัยสองคน

“สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ”ซีวอนถามเสียงสั่น

เยซองสูดลมหายใจลึก ก่อนจะทำหน้าเศร้า มองทั้งสองคนอย่างจริงใจ

“เลวร้ายที่สุดคือเราต้องเสียทั้งแม่...และเด็กครับ”

ร่างสูงของชเว ซีวอนทรุดฮวบ ขณะที่ชายชราน้ำตาไหลพราก เยซองขอตัวเมื่อพยาบาลเข็นรถเข็นพยาบาลเข้ามา ซีวอนหันไปทางพ่อตาตัวเอง

“ทำไม...กันครับ”

“เพราะเขารักเธอมากยังไงล่ะ”ดวงตาฝ้าฟางของอีกฝ่ายมองลูกเขยของตนเองอย่างเจ็บแค้น

ซีวอนนิ่งงัน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างของอีกฝ่าย เสียงกรีดร้องของหญิงสาวยังดังออกมาอยู่ต่อเนื่อง ก่อนมันจะเงียบลงและมีเสียงเด็กแรกเกิดเข้ามาแทนที่ ประตูห้องเปิดออก เยซองแย้มรอยยิ้มระโหยให้คนที่เหลือ

“ยินดีด้วยครับ เป็นเด็กผู้ชายแข็งแรงผิดกับที่ผมคาดไว้เลย”

ชเว ซีวอนยิ้มกว้าง ก่อนยิ้มนั้นจะหายไปเมื่อหมอหนุ่มเอ่ยเสียงเศร้า

“...แต่ว่าแม่เด็กน่ะ”

ดวงตาของซีวอนเปลี่ยนไป ก่อนจะถลาเข้าไปหาร่างเล็กของหมอหนุ่ม

“ภรรยาผม! เขา...!!

“เวลามีไม่มาก...รีบเข้าหาไปหาเธอเถอะครับ”เยซองเอ่ยเสียงเบา

ซีวอนชะงัก ก่อนจะหันมามองชายชราด้วยสายตาเว้าวอน

“ไปเถอะ...”คุณชองบอกเสียงสั่น

“...เวลานี้เขาคงอยากเห็นหน้าเธอมากกว่าฉัน”

ร่างสูงแย้มรอยยิ้ม ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ทั้งตัวของภรรยาเขาขาวซีด ขณะที่ดวงตาคู่งามนั้นเลื่อนลอยเต็มทน หากพอเบือนดวงตามาเห็นเขา เรียวปากแตกแห้งนั้นก็แย้มรอยยิ้มอย่างฝืนเต็มทน

“พี่คะ...”

ซีวอนน้ำตารื้น เดินมาจับมือผอมเกร็งของภรรยาตนแนบแน่น ก่อนจะเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงนุ่ม

“ฮเยอิน”

“ลูกเราแข็งแรงไหมคะ...”หญิงสาวถามเสียงสั่น

“...อวัยวะเขาครบถ้วนใช่ไหมคะ ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นอะไร”

ซีวอนย่อตัวลงคุกเข่า ให้ดวงหน้าของเขาอยู่ระดับเดียวกับหญิงสาว เขายกมือขึ้นลูบเส้นผมของเธออย่างนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่แทบจะไม่เคยมอบให้

“เขาปลอดภัย...เป็นเด็กผู้ชายที่ครบถ้วนแข็งแรงดีเลยล่ะ”

“เหรอคะ...ดีจัง”หญิงสาวน้ำตารื้น พยายามกำมือของคนรักด้วยเรี่ยวแรงที่น้อยนิด

“...พี่ต้องดูแลเขาให้ดีนะคะ ดูแล...ส่วนของฉันด้วยนะคะ”

“พูดอะไรอย่างนั้น...”ซีวอนเอ่ยเสียงดุ ทั้งๆที่น้ำตาของเขากำลังไหลริน

“...พี่บอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าเราต้องอยู่ทะเลาะกันอีกนานน่ะ”

ชอง ฮเยอินเม้มปากแน่น ก่อนจะสะอื้นออกมาแล้วเอ่ยเสียงสั่น

“ฉันอยู่ไม่ไหวค่ะพี่...วันเดียวก็ไม่ไหวแล้ว ฉันรู้ตัวดีว่าตัวเองยังไงก็ไม่พ้นคืนนี้”

“ฮเยอิน!!

“พี่คะ...”ฮเยอินเรียกอีกคนเสียงสั่น ก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาให้อีกฝ่าย หล่อนร้องไห้ออกมาเสียงเบาและอ่อนแอยิ่งนัก

“...ถ้าฉันตาย...ฉันก็อยากจะถามพี่สักคำ ตลอดเวลาที่ผ่านมา...พี่เคยรักฉันบ้างไหมคะ”

“ฮเยอิน...”ร่างสูงเรียกชื่ออีกคนเสียงสั่นเครือ

“...ฉันขอโทษ...”ร่างบางร้องไห้ออกมาหนักกว่าเก่า น้ำตาไหลมากกว่าเดิม

“...ฉันขอโทษที่เคยดื้อ เคยทำตัวน่าเกลียด ทำให้พี่ต้องอับอายอยู่บ่อยๆ แต่ฉันรักพี่มาก...ฉันมีความสุขที่ได้แต่งงานกับพี่ ฉันดีใจที่ได้เป็นแม่ของลูกพี่ ฉัน...รักพี่มากจริงๆนะคะ”

“ฮเยอิน...”ซีวอนเรียกชื่ออีกคนเสียงสั่นเครือ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างยากเย็น

“...รักสิ ถ้าไม่รัก...พี่จะแต่งงานกับเธอทำไม ถ้าไม่รัก...พี่จะมีลูกกับเธอทำไม เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่พี่รัก พี่อาจจะเป็นสามีที่แย่...แต่เธอก็คือภรรยาที่ดีของพี่เสมอ พี่ขอโทษนะที่พี่มันไม่เอาไหน ขอโทษที่พี่ทำให้เธอต้องร้องไห้อยู่บ่อยๆ...แต่พี่ไม่เคยหมดรักเธอเลยรู้ไหม พี่รักเธอ...มาก”

คนที่นอนอยู่บนเตียงยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เอ่ยถามเสียงสั่น

“จริงนะคะ พี่อย่าโกหกฉันนะ...พี่รักฉัน...จริงๆนะคะ”

 “จริงสิ”ซีวอนยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนและอ่อนหวาน ขณะที่ปาดน้ำตาให้ภรรยาของตนแผ่วเบา

พยาบาลอุ้มร่างเด็กแรกเกิดคนนึงเดินเข้ามา ซีวอนแย้มรอยยิ้มเมื่อหันมาอุ้มลูกน้อยให้ภรรยาของเขาดู

“ดูสิลูกชายของเราสิฮเยอิน...”ซีวอนเอ่ยเสียงอ่อนหวาน

“...เขาหน้าคล้ายเธอมากเลยนะ นี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่เธอเคยมอบให้พี่เลยรู้ไหม เพราะงั้นเธอต้องอยู่...อยู่เลี้ยงลูกของเรานะ”

“ลูก...”ฮเยอินสะอื้นออกมาเบาๆพร้อมรอยยิ้ม เมื่อดวงตาดำจัดนั้นมองมาที่เธอ นิ้วเรียวแตะเบาที่แก้มเล็กๆนั่น

“...น่ารักจัง”

“เอาชื่อว่ามินโฮดีไหม พี่จำได้ดีนะว่าเธอชอบพระเอกที่ชื่ออี มินโฮคนนั้นมากแค่ไหน...ชเว มินโฮยังไงล่ะ”

“ชเว...มินโฮ?”หญิงสาวแย้มรอยยิ้มออกมากว้างกว่าเดิน ก่อนเอ่ยอย่างอ่อนแรง

“...แม่...รักลูกมากนะ”

หนังตาของหญิงสาวค่อยๆปิดลงช้าๆ ซีวอนมองภาพนั้นอย่างเหม่อลอยทั้งน้ำตา ก่อนจะเรียกชื่ออีกคนเบาๆอย่างอ่อนหวาน

“ฮเยอิน....”มืออุ่นแตะลงตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่าย มันเงียบสงบ...ตลอดกาล ชเว ซีวอนร้องไห้ออกมาเสียงดัง

“...กลับมาเถอะ...”ร่างสูงทรุดตัวลงโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณ พร้อมเอ่ยเสียงสั่น

“...พี่ขอโทษ ฮเยอิน...อย่าทิ้งพี่ไปเลย”

คยูฮยอนมองร่างของพี่ชายที่ทรุดตัวลงโอบกอดร่างของภรรยาตนเองแนบแน่น เขาหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย คุณชองเดินแกมวิ่งเข้ามาก่อนจะปล่อยโฮกับศพของลูกสาวเพียงคนเดียว ทั้งห้องกว้างของโรงพยาบาลมีเพียงเสียงสะอื้นของผู้ชายสองคนเดียงเท่านั้น

.

.

.

คยูฮยอนทรุดตัวลงนั่งข้างพี่ชายของตนเอง ก่อนจะวางมือลงบนบ่าของอีกฝ่ายแล้วบีบเบาๆเหมือนปลอบใจ ชเว ซีวอนเอ่ยออกมาเสียงสั่นเครือ

“พี่มันแย่ใช่ไหมคยูฮยอน”

“...”

ชเว ซีวอนขยับยิ้มหยันเยาะให้ตนเองทั้งน้ำตา

“...เพราะความเห็นแก่ตัวของพี่ ทำให้คนที่พี่รัก...และคนที่รักพี่ต้องตายจากไปถึงสองคน ตอนนี้พี่เหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่มืด พี่มองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของพี่เอง พี่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เลยด้วยซ้ำ...”

คยูฮยอนรับฟังคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงเย็นชา

“ใช่ครับ...พี่มันแย่”

“...”

“...และจะแย่มากกว่านี้ถ้าหากพี่ไม่รู้จักทำอะไรบางอย่าง ตอนนี้พี่ไม่ได้ตัวคนเดียว...พี่เป็นพ่อคนแล้วนะ ภาระของพี่ในตอนนี้มันใหญ่กว่าที่พี่ต้องบริหารไลอ้อนจิวเวอร์รี่หลายสิบเท่า...”

“พี่จะเป็นพ่อคนได้เหรอคยูฮยอน”ซีวอนเอ่ยถามน้องชายตนเองเสียงสั่น

“...คนไม่เอาไหนอย่างพี่มันจะเป็นพ่อคนได้อย่างนั้นเหรอ”

“พี่เคยสอนผมว่า คนเราถ้าไม่รู้จัก เรียนรู้ แก้ไข และเริ่มต้นใหม่...คนๆนั้นก็ไม่มีค่าอะไรไม่ใช่เหรอครับ”คยูฮยอนบอกอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“...ไม่ว่าพี่จะก้าวเดินไปทางไหน จำไว้นะครับว่าผมจะอยู่กับพี่เอง”

ชเว ซีวอนนิ่งงัน ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

 

“ขอบใจนายมากนะคยูฮยอน”

 

**

 

หงุดหงิด...

นั่นคือความรู้สึกแรกเมื่อเปิดเข้ามาในห้องทำงานของตนเองแล้วไม่เจอคนตัวบางที่เคยมาออดอ้อน ปาร์ค จองซูหรืออีทึกของคิม ฮีชอลหงุดหงิดที่สุด นี่มันผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ!

ร่างสูงวางแฟ้มงานลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปขึ้นรถของตนเอง แล้วบึ่งตรงไปหาใครบางคนที่เขารำคาญมาโดยตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา

ใช่...รำคาญแต่อยากเจอ มีปัญหาไหมล่ะ!?

ความจริงแล้วปาร์ค จองซูน่ะไม่ได้รังเกียจอะไรคิม ฮีชอลมากนักหรอกนะ เพียงแค่หวงตัว...อยากจะเก็บตัวไปกกคนอื่นก็เท่านั้นเอง และความจริงแล้วคิม ฮีชอลก็เป็นคนสวยที่ถูกใจเขาไม่น้อยนักหรอก แค่ท่าทางคุกคามของเจ้าตัวมักชอบทำให้เขาผวา และนิสัยและตัวตนก็ไม่ค่อยจะเลวร้ายอะไรมากนักเหมือนที่เขาเคยร่ำลือกันเอาไว้

ที่สำคัญ...เรื่องที่ถูกเจ้าตัวมอมยาเขาก็ไม่ได้โกรธเกลียดอะไรมากมายเลยสักนิด

แล้วเจ้าตัวหายไปไหนกันเล่า!? ทำไมไม่มาเสนอหน้าที่ที่ทำงานของเขาอีก!? รู้ไหมทำแบบนี้น่ะมัน....!!

 

...คิดถึงนะเฟ้ย!!

 

“คิม ฮีชอล...คุณมันตัวร้าย”ปาร์ค จองซูเอ่ยพร้อมเลี้ยวรถเข้าบ้านของอีกฝ่าย

ร่างสูงเพรียวลงจากรถมองตัวบ้านติดริมแม่น้ำที่เงียบสงบ เขากวาดตามองมันพร้อมก้มมองที่อยู่ที่จดมาจากญาติผู้น้องปากห้อย ก่อนจะสูดลมหายใจลึกก่อนเคาะประตู

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ใครมันมาแต่เช้าว่ะ!!”เสียงบ่นที่คุ้นเคยดังขึ้น ก่อนที่เจ้าของบ้านจะกระชากประตูเปิด แล้วอ้าปากค้าง เจ้าของดวงตาสีชาก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าสวยจัดไร้การตกแต่งของคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานถึงสัปดาห์

คิม ฮีชอลกระชากประตูกลับ หากโดนอีกคนรั้งเอาไว้ ปาร์ค จองซูยังมองอีกฝ่ายพร้อมดวงตาเบิกกว้างอย่างนิ่งตะลึงลาน

“อีทึก...”ฮีชอลครางเสียงสั่น

“...ฉันยังไม่ได้แต่งหน้านะ!

ปาร์ค จองซูเหมือนไม่ได้ฟังเสียงนั้นเลยสักนิด เขาประคองดวงหน้าของอีกคนที่เบ้ปากไปมามาพินิจราวต้องมนต์ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงฉงน

“ฮีนิม??

คิม ฮีชอลกระพริบตาปริบๆเมื่อได้ยินชื่อเล่นของตนเองที่แอลเอ ก่อนจะเรียกอีกคนย้ำ

“อีทึก?

“ฮีนิม?

“ทึกกี้?

...

(O[]O)!!?

(=[]=)!!?

 

**

 

อี ทงเฮยังมาทำงานอยู่ ร่างบางถือแฟ้มหนาเป็นตั้งเข้าห้องทำงานของตนเอง แม้ว่าเรื่องร้ายจะเกิดขึ้น และประธานบริษัท รองประธาน หรือแม้แต่ผู้บริหารบางคนจะหยุดงาน แต่เขาก็คงจะหยุดไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทั้งคิม แจจุงและคิม จุนซูจะรับหน้าที่หนักเกินไป

ร่างบางเปิดเอกสารอย่างละโหยโรยแรง เขาถอนหายใจออกมาแรงๆ ทั้งคิม คิบอมที่เอาแต่นั่งอยู่หน้าแก้วเหล้าและอี ฮยอกแจที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่สามารถมาทำงานได้ทั้งคู่ พลอยทำให้คิม ฮีชอลต้องหยุดงานของตนเพื่อคอยกันไม่ให้สองคนนั้นฆ่าตัวตาย แล้วแบบนี้มันพอมีอะไรที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นบ้างไหมนะ

เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาแผดลั่น พอก้มลงมองหน้าจอมือถือของตนเองก็ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนถึงกับเบิกตากว้าง ร่างบางกดรับอย่างรวดเร็ว

“ครับคุณอี”

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฮยอกแจกับคิบอม รวมทั้งฮีชอลถึงได้ไม่ยอมรับสายฉัน?”น้ำเสียงบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังหงุดหงิด และอาจจะจวนเจียนระเบิดออกมาเลยด้วยซ้ำ

ทงเฮเสยผม เหงื่อตกทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าอีกคน เขาเอ่ยเสียงสุภาพและนอบน้อม

“บังเอิญเกิดเรื่องนิดหน่อยครับ”

“เรื่องอะไร?

“เอ่อ...”

“ช่างเถอะ! มารับฉันที่สนามบินเดี๋ยวนี้”

!!

 

**

 

“...และเพราะอึนฮยอกฆ่าตัวตาย น้องชายของฉันเลยเป็นอย่างนี้นี่แหละ”ฮีชอลเอ่ยจบท้าย พยักเพยินอีกฝ่ายให้มองคนที่นั่งจมปรักอยู่หน้าแก้วเหล้า

อีทึกมองอีกฝ่ายด้วยแววตาอ่อนแสงลง

“คุณเลยไม่ได้ไปหาผมทั้งอาทิตย์เลยสินะฮะ”

“ไม่หรอก...”ฮีชอลคอหด

“...ฉันคิดว่าจะไม่ไปหาอีทึกอีกตลอดไปแล้วล่ะ ที่จริงน่ะ”

ดวงตาสีชาเบิกกว้าง ก่อนจะถามอีกฝ่ายอย่างละเมอ

“ทำไม”

“ก็นายไม่ชอบฉันนี่...”ฮีชอลคอหดยิ่งกว่าเดิม เอานิ้วชี้จิ้มกันไปมา

“...ตื้อตั้งนานนายยังจำฉันไม่ได้เลย แถมยังทำท่ารังเกียจฉันอีกต่างหาก”

คราวนี้ปาร์ค จองซูเอามือกอดอก มองอีกคนอย่างถือโทษ

“ก็คุณเล่นไว้ผมยาว แต่งหน้าหนาเตอะ แถมใส่ชุดโชว์นู่นโชว์นี่เป็นว่าเล่น ใครมันจะจำได้ล่ะว่าคุณคือฮีนิมของผมน่ะ? แถมนิสัยก็เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะ...เจอกันที่แอลเอคุณไม่ประสาจะตาย”

คราวนี้คิม ฮีชอลถึงกับหน้าชา ใช่...ครั้งแรกที่เขาเจอปาร์ค จองซูก็คือตอนที่เขาหัดเที่ยวกลางคืนครั้งแรก แถมครั้งแรกยังเจอดี โดนเก้งเหลี่ยมจัดมอมยาปลุกเซ็กส์แล้วไปขังไว้ที่ห้อง เดชะบุญที่ไอ้ชั่วนั่นดันโดนเมียโทรเรียกออกไปเอาเรื่อง และปาร์ค จองซูที่หัดดื่มเหล้าครั้งแรกก็เดินมึนเข้ามา

ใช่...คิม ฮีชอลที่โดนยาครั้งแรกไม่รู้จะช่วยตัวเองยังไงเลยขอให้รูปหล่อแปลกหน้าคนนั้นช่วย ซึ่งอีกคนก็ช่วยใช้ริมฝีปากกับเขาอย่างเงอะงะ นอกนั้นก็ไม่ยอมแตะต้องเขาแม้ปลายนิ้ว เฝ้าคุ้มครองเขาตลอดทั้งคืน จวบจนคิม ฮีชอลตื่นยามเช้า มาเห็นอาหารวางเรียงรายตรงหน้า เทพบุตรคนนั้นจากไปโดยไม่...แม้แต่จะรู้ชื่อ

ฮีชอลเลยเรียกเขาว่าอีทึก อีทึก...ที่แปลว่าคนพิเศษของฮีชอลเพียงคนเดียว

“ก็ตอนเจอคุณอีกที...ฉันอยากจะสวยขึ้นนี่”ฮีชอลคอตก บ่นอุบอิบ

“...แต่ไม่เห็นจะได้ผลเลย”

จองซูเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์

“ได้ผลสิ ไม่งั้นผมจะตามคุณมาถึงบ้านทำไมล่ะ”

ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายทันควัน ก่อนจะยิ้มกว้าง เกาะแขนอีกฝ่ายหนึบราวกลัวว่าอีกคนจะหายไปไหน

“งั้นเราแต่งงานกันเลยนะ! เข้าห้องกันเลยเถอะ! ไปกัน!!

ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวกึ่งจูงกึ่งลากหนุ่มตาสวยเข้าห้องส่วนตัวของตนเอง ปาร์ค จองซูร้องลั่นเมื่ออีกฝ่ายผลักเขาขึ้นเตียงนอน

“อย่า!! ผมทำไม่เป็น!!

“ไม่เป็นไร ฉันดูหนังโป๊บ่อย...”ฮีชอลเอ่ยตาใส คลานขึ้นคร่อมอีกฝ่ายแล้วหรี่ตาอย่างยั่วยวน

“...เดี๋ยวเจ๊สอนให้”

อีทึกหน้าแดงก่ำ ก่อนจะครางเสียงอู้อี้เมื่ออีกคนกดจูบมาอย่างรวดเร็ว ตะเกียกตะกายเหมือนอยากตั้งตัวหากอีกคนกลับกดมือเขากับเตียงแน่น เสียงโทรศัพท์มือถือของฮีชอลแผดลั่น เล่นเอาหนุ่มหน้าสวยต้องผละจากร่างสูงอย่างหงุดหงิด

“ทงเฮ...”ปาร์ค จองซูที่ลิปติกเปื้อนเต็มหน้าต้องนึกขอบคุณหนุ่มหน้าหวานคนนั้นอย่างแรง ฮีชอลกดรับอย่างหัวเสีย

“...ไรยะ!!?

ทงเฮกรอกเสียงรัวเร็ว หากฮีชอลถึงกับร้องลั่น

“หา!! งานงอกล่ะแกทีเนี้ย!!!

ร่างบางหยัดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินออกจากห้องพร้อมตรงเข้าไปเขย่าร่างของคิม คิบอมอย่างแรง ตวาดใส่ตาดุๆของน้องชายตนเอง

“ไปอาบน้ำเร็ว!! นายต้องไปเข้าบริษัทกับฉัน!!

“อะไร...”คิบอมขมวดคิ้วแน่น ฮีชอลผลักศีรษะอีกฝ่ายแรงๆ

“คุณอีมาที่เกาหลีแล้ว”

คราวนี้ดวงตาของคิบอมเบิกกว้าง ฮีชอลรีบวิ่งไปหน้าห้องส่วนตัวที่ฮยอกแจเอาแต่หมกตัวอยู่ในนั้น เจ้าตัวเคาะประตูเสียงดังพร้อมตะโกนลั่น

 

“ฮยอกแจ! พ่อนายกับพ่อฉันมารอที่บริษัทแล้วโว้ย!!!

 

**

 

ชเว ซีวอน โจ คยูฮยอน และชเว ซึงฮยอนถูกตามตัวมาที่บริษัทโรสมาร์คอย่างเร่งด่วน ชายหนุ่มสามคนไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หากแต่พอได้ยินชื่อของคนเรียก...เขาก็รู้ทันทีว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย

ซีวอนเคาะประตูห้องรับรอง และรอจนได้ยินเสียงขานรับ เขาก้าวเข้าไปในห้องที่ปูพรมแดง ดวงตาสีดำขลับมองชายชราร่างผอมที่แทบจะปลิวลม และแม้ว่าอีกคนต้องถึงกับใช้ไม้เท้าค้ำพยุงร่าง หากดวงตาที่คมกริบราวพญาเหยี่ยวนั้นก็ทำเอาทั้งร่างของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ต้องถึงกับสั่นสะท้าน  ข้างกายมีชายชราท่าทางภูมิฐานยืนอยู่ไม่ห่าง

“คุณซีวอน...”เสียงของทงเฮดึงความสนใจจากเขาไปที่คนตัวผอมบาง ผู้บริหารแห่งโรสมาร์คผายมือไปที่ชายชราทั้งสองคนนั่น

“...นี่คือคุณอี ฮยอนซูและคุณคิม ฮวาซองครับ”

ชื่อของผู้บริหารในตำนานถึงกับทำให้คนสามคนเบิกตากว้าง ฮยอนซูหันมาพยักหน้ากับหลานชายตัวเอง เขาพินิจชเว ซีวอนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้มลึกทรงพลัง

“ฉัน...เคยได้ยินชื่อเธอมาก่อน ชเว ซีวอนใช่มั้ย”

“ครับ”ซีวอนตอบทันทีที่หาเสียงของตนเองจนเจอ

ฮยอนซูพยักหน้า

“เธอเป็นผู้บริหารที่อายุยังน้อย แต่ก็ถือว่าต่อสู้ได้ดีคนนึง ที่สำคัญ...ฉันรู้จักพ่อของเธอ”

ฮยอนซูมองร่างสูงที่เบิกตากว้าง แล้วยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“...เป็นผู้บริหารที่น่ากลัวคนนึงเลยล่ะ”

ซีวอนก้มหน้าลงพร้อมยิ้มรับ

“ขอบคุณครับ”

“ที่ฉันมาวันนี้น่ะ...”ฮยอนซูพยุงตัวลุกขึ้นด้วยไม้เท้าของตนเอง ก่อนเอ่ยเสียงเข้มกังวาน

“...เพื่อทำในสิ่งที่ฉันสมควรจะทำ และเพื่อมอบ...ในสิ่งที่ฉันสมควรจะให้”

ซีวอนเอียงคออย่างฉงน “ครับ?

บานประตูเปิดออก ร่างของคนสามคนก้าวเข้ามา ร่างบางของคนที่เดินนำทำให้ชเว ซีวอนถึงกับเม้มปากแน่น อี ฮยอกแจมองบิดาบุญธรรมของตนเองด้วยสายตาเย็นชา ไม่เหลือบแลชเว ซีวอนเลยด้วยซ้ำ

“อี ฮยอกแจ...”ฮยอนซูเอ่ยชื่อบุตรบุญธรรมของตนเองเสียงเข้ม ก่อนเอ่ยคำสั่งเสียงราบเรียบ

“...เดินเข้าใกล้ฉันสิ”

ฮยอกแจเม้มปากแน่น ก่อนจะทำตามคำสั่ง ฮยอนซูหันไปหาซีวอนแล้วถามเสียงนุ่ม

“คุณรู้จักลูกชายของฉันแล้วใช่ไหม?

“ครับ”

รอยยิ้มของฮยอนซูเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง

“ดี”

เพี๊ยะ!!

ฝ่ามือผอมเกร็งตวัดฟาดที่ดวงหน้าขาวของลูกชายตนเองเต็มแรงจนอีกคนเซล้ม คนทั้งห้องถึงขั้นตกตะลึงเมื่ออี ฮยอนซูเงื้อไม้เท้าฟาดลงที่ร่างบอบบางของลูกชายตนเองอย่างแรงและไม่ยั้ง

“ไอ้เด็กบ้า!!...”

ปั่ก!

“...แกรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป!!...”

ปั่ก! ปั่ก!

“...รู้ตัวไหมว่าทำให้ฉันอับอายขายหน้ามากแค่ไหน!!?...”

ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!

“พอเถอะครับคุณอี!”คิบอมรีบเข้ามาขวาง แต่หากโดนอี ฮวาซองปราดเข้ามาตบจนร่างสูงหน้าหัน คิบอมแตะเบาที่มุมปากของตนเอง ช้อนดวงตาสั่นระริกขึ้นมองบิดา

“พ่อ...”

“แกไม่ต้องมาเรียกฉัน...”ฮวาซองเอ่ยเสียงกราดเกรี้ยว

“...แกกับฮีชอลก็เหมือนกัน! มันน่าจะลงโทษด้วยกันทั้งคู่!! คุณอีเขาบอกให้แกดูแลลูกชายของเขาให้ดีๆยังไงล่ะ!?

ปั่ก!! ปั่ก!!!

“อึก...!!”ฮยอกแจขดตัวพร้อมกัดริมฝีปากแน่นข่มความเจ็บปวด เขากระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มหากคนเป็นพ่อยังไม่ยอมหยุด

“...แกทำให้ฉันผิดหวัง!! ฮยอกแจ...แกทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ!!...”

ไม้เท้าที่กำลังจะฟาดลงครั้งต่อไปถูกหยุดไว้กลางอากาศ ฮยอนซูตวัดตามองซีวอนที่กำส่วนปลายมันไว้แน่น ร่างสูงเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาสั่นไหวเมื่อมองเห็นสภาพของคนที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้นพรม

“พอเถอะครับ คุณอี ฮยอนซู...”

อี ฮยอนซูกระแทกปลายไม้เท้าลงข้างร่างลูกชายอย่างรุนแรง ก่อนจะตวาดใส่คนที่นอนอยู่เสียงกึกก้อง

“อี ฮยอกแจ! แกกล้าโกงเอาบริษัทเขามาได้ยังไง!!?...”

ดวงตาของคนทั้งห้องเบิกตากว้าง ไม่คาดฝันว่าอี ฮยอนซูจะด่ากล่าวลูกชายตนเองเช่นนี้

“...ฉันอุตส่าห์เดินทางบนธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์มาตลอดสี่สิบกว่าปี! แต่แกกลับทำให้ชื่อเสียงของฉันหมองมัวหมดเพราะความคิดเน่าๆของแก!! แกกล้าดียังไงทำกับชเว ซีวอนเขาแบบนี้!!? การเติบโตของโรสมาร์ค...แกคิดว่าฉันจะพอใจในฝีมือของแกหรือยังไง!!? หา!!!?

ฮยอนซูตวัดสายตาหันมาหาผู้บริหารโรสมาร์คคนอื่นๆ เขาว่ากล่าวพลางเอาหัวไม้เท้าชี้หน้าแต่ละคนที่ซีดเผือด

“...พวกแกก็เหมือนกัน!! ฉันอุตส่าห์ไว้ใจให้ช่วยงานฮยอกแจมันดีๆ แต่พวกแกกลับสนับสนุนให้มันทำชั่ว!! แกอยากถูกลงโทษกันทั้งหมดนี่เลยใช่ไหมหา!!? อยากถูกฉันตีตายกันทุกคนเลยใช่มั้ย!? หา!!?

“อึก...”ร่างบางที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้นเริ่มไหวตัวเรียกให้ทั้งห้องเงียบงัน ฮยอกแจตวัดมือจับด้ามไม้เท้าของคนเป็นพ่อก่อนจะใช้มันเป็นหลักยึดในการพยุงตัวลุกขึ้นมา ร่างบางมองอี ฮยอนซูด้วยดวงตาแข็งกร้าว เกินกว่าจะได้ชื่อว่าสายตาที่คนเป็นลูกมีต่อพ่อของตัวเอง

“หึ...”ฮยอกแจเหยียดยิ้มเยาะใส่ดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง

“...ความคิดเน่าๆ... การกระทำชั่วๆอย่างนั้นเหรอี ฮยอนซู? ฮะๆๆๆ ถุย!!

หยาดเลือดสีแดงสดถูกบ้วนลงสู่พื้นพรมสีแดงจนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีอำพันแข็งกร้าวและหยันเยาะ

“...แกยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันทำอะไรไว้กับฉันบ้าง...”ดวงตาคู่งามตวัดมองชเว ซีวอนอย่างกราดเกรี้ยว ก่อนจะหันมายิ้มเย้ยให้อี ฮยอนซูที่ยืนนิ่ง

“...และถึงรู้ก็เถอะ ตาแก่อย่างแกที่มีเลือดนักธุรกิจเต็มตัวมีเหรอจะไม่ยินดีกับบริษัทใหม่ของโรสมาร์คแห่งนี้! ในเมื่อมองดูก็รู้ว่ามันคือทำเลทองน่ะ!? หรือว่าแกจะยึดมั่นในศักดิ์ศรีจนยกบริษัทนี้คืนชเว ซีวอนพร้อมเงินชดเชยตลอดปีให้อย่างนั้นเหรอ!!? มันดูจะผิดนิสัยของแกไปหน่อยล่ะมั้ง!! หึหึ...”

ฮยอกแจสบดวงตาที่สั่นระริกด้วยความโกรธนั่นอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

“...แกคงไม่โง่ขนาดนั้นหรอกใช่มั้ย...ฮยอนซู?

เพี๊ยะ!!

หน้าขาวเปื้อนเลือดสะบัดโดยแรงอีกครั้ง หากฮยอกแจกลับหัวเราะออกมาเสียงดัง เขารู้ดีว่าคนอย่างอี ฮยอนซูไม่มีทางคืนเนื้อชิ้นงามนี้กลับคืนตามวิสัยพ่อค้าทั้งๆที่อุตส่าห์แย่งมันมาได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นฮยอกแจจึงมีความกล้าพอจะเดินหมากตานี้อย่างไรเล่า

“คิบอม ฮีชอล ทงเฮ...เอาฮยอกแจไปรอฉันที่ห้องทำงาน”ฮยอนซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มอารมณ์

ชายสามคนไหวตัว ก่อนจะเดินมาพยุ่งร่างของประธานบริษัทโรสมาร์คออกจากห้องรับรอง ก่อนที่นักเดินหมากแห่งวงการธุรกิจจะหันมาที่ชเว ซีวอน

“ผมว่าเรามีเรื่องที่จะต้องเจรจากัน”

 

**

 

บานประตูถูกเปิดออก ทำให้ฮยอกแจที่กำลังนั่งนิ่งรอบิดาอยู่บนเก้าอี้ไม้เหลือบตามองร่างสูงผอมของอดีตประธานใหญ่แห่งโรสมาร์ค ดวงตาสีอำพันแข็งกร้าวจับจ้องอีกฝ่ายที่ทรุดตัวลงนั่งตรงข้าเขา

ฮยอนซูหยิบกระปุกยาขึ้นมาตั้งที่ตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนสั่งเสียงราบเรียบ

“ทามันซะสิ มันจะช่วยให้แกรู้สึกดีขึ้น”

ฮยอกแจผลักมันออกห่าง พร้อมองอีกคนด้วยแววตาท้าทาย ฮยอนซูหยิบกระปุกยาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินมานั่งข้างบุตรชายของตนเอง เขาเปิดกระปุกและทายาให้อีกคนอย่างอ่อนโยน

“ชเว ซีวอนรับเงินของเขาไปแล้ว...”ฮยอนซูเอ่ยเสียงราบเรียบ

“...ฉันให้เงินเขามากว่าราคาของบริษัทและบ้านที่แกโกงมาถึงห้าเท่า มากพอจะตั้งบริษัทใหญ่ๆได้เลยทีเดียว”

“เหอะ”ฮยอกแจเหยียดยิ้มเยาะ

“...คนไม่เอาไหน..แถมยังไร้ศักดิ์ศรี”

“แต่ฉันว่าคนแบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวสำหรับแก”

ดวงตาสีอำพันตวัดมองบิดาของตนทันควัน ฮยอนซูสบตาลูกชายด้วยดวงตาที่คมกริบและจริงจัง เขาให้โอวาทด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“เพราะแกคือไม้แข็ง...ที่พร้อมจะหักตัวเองหากถูกศัตรูคว้ามาถือไว้...”ตัวยาสีขาวปากที่มุมปากลูกชาย กดมันจนอีกคนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“...แต่กับเด็กคนนั้น เขายอมก้มหัวให้ศัตรูเพื่อโอกาสในวันข้างหน้า จำคำของฉันเอาไว้...หากในอนาคตแกจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากเขาคนนั้น หรือเขาหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้จงละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองและคว้ามันเอาไว้”

ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์เหมือนปฏิเสธคำพูดนั้น และคราวนี้ต่อให้อีกคนกดปลายนิ้วที่บาดแผลจนเลือดไหลเขาก็ไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

“ปรัชญาสูงสุดของพ่อค้าคือเพื่อให้ได้เงินมา...แม้ต้องก้มหัวให้แก่ศัตรูที่ฆ่าพ่อก็ต้องทำ ผู้บริหารก็ถือได้ว่าเป็นพ่อค้าคนนึง...ฮยอกแจ ความจริงแล้วคนที่แข็งกร้าวต่อโลกผู้เปรียบเสมือนสายลมที่โหมกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถจะยืนหยัดได้นานเท่าคนที่รู้จักผ่อนผันตามแรงลม คนที่น่ากลัวจริงๆคือคนที่ยืดหยุ่น...ฮยอกแจ จำคำของฉันเอาไว้และทำตาม...ถ้าหากแกอยากเป็นประธานบริษัทของโรสมาร์คเต็มตัว”

ฮยอกแจกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะหลับตาลงจำยอมให้อีกฝ่ายทำแผลให้อย่างเงียบๆ เรียวปากอิ่มแย้มรอยยิ้มร้ายที่ทำให้ผู้เป็นบิดายิ้มออกมาอย่างชอบใจ

นี่แหละ...

...แววตาที่เขาต้องการ...

 

เรื่องทุกอย่าง...มันยังไม่จบลงง่ายๆอย่างนี้หรอก

 

**

 

“พี่ไปรับเงินจากคนพวกนั้นมาทำไม”คยูฮยอนถามเสียงแข็งกร้าว ขณะที่มองพี่ชายของตัวเองอย่างไม่พอใจ

ซีวอนหันมองน้องชายของตนด้วยแววตาราบเรียบแตกต่างจากที่เคย

“เพราะการที่จะต่อสู้กับโรสมาร์คเพื่อเรียกศักดิ์ศรีของไลอ้อนจิวเวอร์รี่กลับคืนมา จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลน่ะสิ”

“แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี!”คยูฮยอนเม้มปากแน่น ซึงฮยอนต้องมาตบบ่าให้ญาติของตนสงบสติอารมณ์ลง

“กลับไปเรียนซะคยูฮยอน...”ซีวอนเอ่ยเสียงเรียบ เล่นเอาน้องชายทั้งสองคนของตนเบิกตากว้าง

“...ทั้งนายและซึงฮยอน ฉันจะส่งไปเรียนต่างประเทศทั้งคู่ ส่วนตัวฉันจะตั้งบริษัทรออยู่ที่นี่”

“พี่...”คยูฮยอนทำท่าจะค้าน

“ไปเรียน...แล้วกลับมา”ซีวอนเอ่ยเสียงราบเรียบ ทว่าจริงจังกว่าครั้งไหน

“...นายจะต้องเป็นรองประธานในบริษัทใหม่ของฉัน”

ดวงตาของคยูฮยอนและซึงฮยอนเบิกกว้าง ซีวอนเงยหน้าขึ้นมองตึกสูงใหญ่ที่เคยเป็นของเขามาก่อน...ดวงตาสีดำหรี่ลงอย่างมาดหมาย

“อี ฮยอกแจ...”

 

“...ฉันจะทวงทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนมาจากนายให้ได้”

 

**

 

“อึนฮยอก...”

คิบอมเอ่ยเสียงละเมอ ก่อนที่จะส่ายหน้าเมื่อได้สติ คนที่เดินเช็ดเส้นผมสีอ่อนที่เปียกชุ่มออกมาจากห้องน้ำมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ ฮยอกแจเผยอยิ้มออกมาอย่างอ่อนล้า ถามคำถามเสียงเบา

“ฉันจะไม่ย้อมผมแดงอีกต่อไปแล้ว...เหมือนอึนฮยอกใช่ไหมล่ะ”

“เหมือน...”คิบอมเบือนหน้าหนีไปอีกทางเหมือนไม่อาจรับความจริงนั้นได้

“...มาก”

ฮยอกแจเดินมาเชยคางของอีกคนขึ้นสบตา ร่างบางแย้มรอยยิ้มร้ายกาจออกมาอีกครั้ง

“แต่ฉันในตอนนี้ไม่ใช่อึนฮยอกของนายหรอกนะ...”

“ฉันรู้”คิบอมเม้มปาก มองอีกคนอย่างขมขืน

ฮยอกแจบีบแก้มของอีกคนแรงๆ ดวงตาสีอำพันครานี้วาวโรจน์ คิบอมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อรู้สึกเหมือนมีเลือดซึม

“เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้วคิบอม...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเย็น

“...ตอนนี้ฉันถอดหน้ากากของตัวเองออกจนหมดแล้ว เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า”

“ฮยอกแจ”

“สิงโตที่ถูกผลักลงเหว หากมันกลับขึ้นมาได้ก็จะกลายมาเป็นพญาราชสีห์ และถ้านายมัวแต่นั่งเศร้า...ฉันก็ไม่มีใครที่จะมีฝีมือพอจะไปต่อกรกับมัน”ฮยอกแจก้มหน้าลงมา มองอีกคนอย่างแข็งกร้าว

“...ฉันไม่คิดจะแพ้คนอย่างชเว ซีวอน ไม่สิ! ไม่ว่าตาแก่พวกนั้นหรือว่าใครๆฉันก็ต้องชนะ เพื่อกาลนั้นนายเคยสัญญาว่าจะดันฉันขึ้นสู่บัลลังก์ของโรสมาร์คใช่มั้ย?”

ดวงตาของคิบอมเปลี่ยนไป ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนก่อนถามเสียงเบา

“นายต้องการให้ฉันทำอะไร?”

“ฉันจะไม่ปล่อยให้อึนฮยอกต้องตายเปล่า...ไม่มีทาง!”ฮยอกแจเอ่ยเสียงแข็งกร้าว

“...น้องชายของฉันจะต้องเห็นความสำเร็จของพี่ชายคนนี้ เพราะฉะนั้นนายต้องตามฉันกลับแอลเอ นายต้องมาเป็นรองประธานของโรสมาร์คแทนคิม ฮีชอล”

ดวงตาของคิบอมเปลี่ยนไป ไม่อยากจะเชื่อว่าตำแหน่งที่เขาเพียรปฏิเสธจะถูกอี ฮยอกแจขอร้องให้รับมันไว้ ฮยอกแจกระซิบเสียงเบากับชายหนุ่มผู้เป็นคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดในเวลาเช่นนี้...

“นายเองก็รู้ใช่ไหมคิม คิบอม...”

 

“...ว่าการต่อสู้ที่แท้จริง...มันเพิ่งจะเริ่มต้น”

 

**

 

 

THE END ROSE MASK.

 

Welcome To ‘ROSE SIN’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1716 HyukJewel (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 15:38
    ร้องไห้เลยอ่ะ น้องฮยอกของเค้า T_T
    สุดท้าย พี่วอนก็ไม่เหลืออะไรเลย
    #1,716
    0
  2. #919 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 13:29
    ตอนนี้ทำเค้าร้องไห้! T^T ฮยอกแจ.... อึนฮยอก ฮือออออ T^T ทำไม .....
    ฮยอกแจมันรักน้องมากเลยนะ เจ็บแทนฮยอกเลย อึนฮยอกกลับมา....
    เค้าจะร้องไห้อีกแล้วาน rose sin น้าาาา
    การแก้แค้นมีต่อจากนี้สินะ
    แล้วถ้าวอนตั้งตัวได้ล่ะอ๊ากกกก
    สงสารบอม TT^TT
    ไรเตอร์สรุกมากๆเลยค่ะขอให้แต่งเื่องนี้ต่อไปน้าา เค้ารออยู่ love u.
    #919
    0
  3. #879 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 21:50
    อึนฮยอก T_T
    #879
    0
  4. #780 Mhoomin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 22:23
    สุดท้ายแล้ว อึนฮยอกก็ ก็ ก็... เฮ้อ!!! มันเศร้านะ ㅠ.ㅠ

    จบแบบนี้ อยากรู้แล้วสิว่า อีฮยอกแจ กับ ชเวซีวอนจะสู้กันเข้มข้นขนาดไหน
    #780
    0
  5. #655 ae snoopy (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:37


    อยากอ่านภาคต่อไปแล้วอะถ้าจะสนุก
    #655
    0
  6. #654 yepat@dD (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:17
    งานนี้คงจะไม่มีใครชนะสินะ
    #654
    0
  7. #653 ze_gusy club (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 09:50
    ฮยอกแจกับซีวอนใครมันจะแน่กว่ากันนะ
    แต่ถึงยังไงก็เจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่
    ทึกกี้คิดถึงฮีนิมด้วยอ่ะ
    เข้าข้างฮยอกแจเต็มที่เลยอ่ะ
    #653
    0
  8. #652 tei_shi (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 15:47
    เข้มข้น มันโครต เชื่อว่าภาคต่อไปจะมันสะเด็ด

    อยากรู้ว่าฮยอกแจกับซีวอน ใครจะแน่กว่ากันง

    แต่สรุปสองคนนี้น่าสงสารด้วยกันทั้งคู่
    #652
    0
  9. #651 8555 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 14:06
    ถ้าจะทำ opv ภาคต่อ เอาเพลงนี้นะ



    http://www.youtube.com/watch?v=05pZ6GEhPII



    #651
    0
  10. #650 39*3 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 14:04
    ภาคต่อไปเอา บอมฮยอก น้าาาาาาาาาาาาาาา

    rose sin เอาให้ซีวอนตาย หึหึหึ

    (โหดไปมั้ง)

    #650
    0
  11. #649 พริกหยวก (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 23:00
    ลงท้ายแบบนี้มันต้องมีภาคต่อ! ^O^
    รอรอรอรอรอรอรอรอรอรอรอรอ ^__________^
    55555555555555555555

    คาดว่าพอวอนตั้งตัวได้ใหม่
    กี้รู้ความจริงแล้ว 
    สองเคะของเราคงต้องเดือดร้อนครั้งใหญ่ 
    เหมือนกลับกันเเล้วว่าคราวนี้ใครเป็นนักล่า X'D

    แล้วน้องอึนยังไม่ตายใช่มั้ย??


    #649
    0
  12. #648 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 00:38

    เป็นตอนจบที่ไม่คาดว่าจะจบ เเต่เเบบนี้ก็ดีเเล้ว รอลุ้นภาคต่อ

    ฮยอกคงช็อคมากเลยอ่ะ ก็รักอึนซะขนาดนั้น เฮ้อออ บอกตรงๆสงสารฮยอกมากกกก

    ซื้อขนมกินได้เลยว่าฮยอกคงเเค้ฝังหุ่น ชเวเอ๊ยคราวนี้เเกไม่รอกเเน่ๆ ทั้งฮยอกทั้งบอม

    บอมก็ด้วย เป็นอะไรที่บีบหัวใจสุดที่บอมลงไปในน้ำ เเล้วก็เเบบสงสารอ่ะ

    อึนหวังอย่างยิ่งว่าหนูคงมีชีวิตรอดอยู่ที่ไหนซักเเห่งนะ รู้ไหมว่าคนอื่นเค้าเป็นห่วงมากกก

    วอนขอพูดหน่อยเหอะ มันเหมือนกับว่าเรื่องเกิดจากวอน เเต่วอนยังไม่ได้รับบทเรียนที่สาสมเลยอ่ะ

    ปากบอกว่ารัก เเต่ไม่เคยทำอะไรเพื่อคนที่ตัวเองรักเลย เเบบหมั้นไส้วอน ตอนนี้มาก

    เเล้วที่อึนตายเนี่ยไม่ใช่เพราะวอนหรอ ก็รู้นะว่ารัก เเต่เเบบทำให้อึนเจ็บขนาดนี้ยังกล้าบอกว่ารัก

    เเต่ก็เเบบสงสารนิดหนึ่งก็ได้ ตอนที่ฮเยอินตาย นิดเดียวจริงๆ บวกกับไว้อาลัยให้ฮเยอินนิดหนึ่ง

    หวังว่าภาค 2 อยากให้เป้นบอมฮยอกเเล้ววว วอนมันฮึ้ยยยยย น่าโมโห

    คยูเฮ อ๊ากกก สงสารคู่นี้ได้โล่เลยอ่ะ ภาค 2 มันต้องดราม่ามากเเน่ๆ คยูคงจะผิดหวังกับเฮ

    เฮก็คงน่าสงสารเพราะรักคยูไปเเล้วไง

    ตอนนี้ที่สมหวังก็คงไม่พ้นคู่ทึกซิน ที่กว่าพี่ทึกจะรู้ใจตัวเองได้นะ เฮ้อออ

    ดีใจกับอาเจ๊คนสวยด้วยนะ อิอิ

    ภาคหน้าหวังว่าคู่จีกับชเวซึงจะมีบทมากกว่านี้ ข้าพเจ้าอยากเห้นนักออกเเบบสองคนนี้ฉะกันจริงๆจังๆซะที

    เเหมๆก็ดูจีมันเเบบ ฮ่าๆ นะ

    ไม่มีอะไรจะเม้นเเล้วไรเตอร์ นอกจากขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ ขอบคุณที่ทำให้เราได้รู้สึกสนุกไปกับตัวละคร

    ร่วมลุ้นเเละเดินทางไปกับฮยอกเเจ อิอิ

    สุดท้ายเเล้วจริงๆ รอภาค 2 อย่างใจจดใจจ่อนะ ^^

    #648
    0
  13. #647 mamey71 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 22:09
    ปวดตับสุดๆตอนฮยอกโดนพ่อตี วอนเอ๋ยยยยทุกอย่างเป็นเพราะ

    แกนี่แหละ ทำเรื่องทุกอย่างพังหมด

    รอดูภาคต่อไปค่า การแก้แค้นของวอนและฮยอก

    เมือนวอนเริ่มฉลาดและ 5555 โง่มาต้ังนาน
    #647
    0
  14. #646 moonoy68 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 20:52
    จบแล้วเหรอ เรายังเครียดอยู่เลย 555+

    สงสารอึนเป็นผลพ่วงจากคนอื่นจริงๆ

    รอภาคต่อว่าจะเป็นไง
    #646
    0
  15. #645 littledolphin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 16:36
    ครบทุกอารมณ์ไปเลยจ้า ฮึฮึฮึ



    ฮยอกแจแรงสะใจ แต่ก็สงสารอึนฮยอกจะ



    ซีวอนจะกลับมาทำไม กลับมาแล้วทำให้อึนฮยอกต้องฆ่าตัวตายแบบนี้อะนะ



    เฮ้อออออออออออออ ถ้าการโลเล และไร้สติของซีวอน



    แล้วก็ความอาฆาต และทะเยอะทะยานของฮยอกแจจะทำให้ทุกอย่างมันวอดวายขนาดนี้ละก็นะ



    เอาสองคนนี้มาจับหัวโหม่งสัก 4-5ทีเหอะ เผื่อจะมีสติแล้วก็คิดได้มากขึ้น!



    (ได้ข่าวว่าฟิกเมนวอนฮยอก ่าวอนฮยอกซะ 5555+)



    ปล. จะติดตามต่อใน rose sin นะคะ หวังว่าตอนนั้น วอนฮยอก จะมีสติกันซะที
    #645
    0
  16. #644 wonhyukza (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 15:07
    จบเเล้วหรอ รออ่านต่อๆ เเอบลุ้น วอนฮยอก จะเปิดใจให้กัน อิอิ

    อึนฮยอก ต้องกลับมาหา บอม นะ
    #644
    0
  17. #643 sanphet (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 11:27
     อ๊ากก อยากอ่านภาคต่อแล้วอ่ะ
    สนุกมากเลย
    คาดว่าจะเห็นอึนฮยอกปรากฎตัวในภาคต่อนะ

    #643
    0
  18. #642 ฺฺBelieve in SJ_E.L.F (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 01:05

    แอบอยากอ่านคยูเฮ กระซิกๆ

    #642
    0
  19. #641 mui (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 00:48
    เหมือนวอนจะยังไม่รู้ตัวนะเนี่ยว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะแกนั่นแหละ.......



    จบแบบนี้ทั้งเศร้าแล้วก็ชวนติดตามมากเลยค่ะ



    แบบว่าจะต้องมีคนตายทั้งสองฝ่าย ทำให้แค้นกันมากขึ้นไปอีก



    แต่น่าสงสารอึนฮยอกอ่ะ ไม่น่าจำได้เลย เพราะวอนนั่นแหละ...อึ๊ย...ยิ่งพูดยิ่งโกรธ



    ปล.แต่ดูเหมือนว่าภาคนี้ฮีนิมของเราจะแฮปปี้อยู่คนเดียวนะเนี่ย
    #641
    0
  20. #640 คนคุ้นเคย (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 23:41
    จบเเบนนี้แทบกรี๊ด พี่ค่ะ หนูรอภาคต่อไปอยู่นะ บอกตรงๆเชียร์ฮยอกสุดใจค่ะ

    ภาคนี้ฮยอกน่าสงสาร ตอนนี้เกลียดวอนเต็มลีมิตเลย เรื่องทุกเรื่องเกิดเราะวอนจริงๆเลย Y^Y

    เป็นกำลังใจให้เสมอนะค่ะ
    #640
    0
  21. #639 keroro (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 21:31
    555

    อยากอ่านการเริ่มต้นแล้วอ่ะ
    #639
    0
  22. #638 geejajaa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 21:31
    กรี๊ดดดดดดดดดดด Writer
    จบแบบนี้ ดุเดือดเผ็ดมันส์มาก

    คุณฮยอนซูสอนลูกได้ดีนะแต่แอบน่ากลัวอ่ะ
    วอนกับฮยอกคงต้องฟาดฟันกันไปอีกนาน

    รออ่านRose Sin อย่างใจจดใจจ่อนะคะ
    #638
    0
  23. #637 แกะน้อยหัวบ๊อบ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 19:32
    T___T!!

    จบแบบนี้ก็ฆ่าหนูเถอะค่ะ

    ไรเตอร์อ่าาาา.....ค้างๆฟู

    รอโรสซินอยู่นะค่ะ

    //วอนจะเริ่มเลว

    เกียมเริ่มอารมณ์น่ากลัว

    555.... สะใจ(จิต)

    #637
    0
  24. #636 * [J]o[L]ee[P]op ,, ♥ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 18:44
     โอ้ยยยยย มันส์ๆๆๆๆๆ มันส์สะเด็ดมากกกก
    ตอนนี้หลายอารมณ์จริงๆ!!! ทั้งสุข(?) เศร้า(?) ทุกข์(?) เครียด(?)
    ครบรสมากเลยค่ะ!!!!!!!!!1 **กระทืบไลค์แปดล้านรอบ**

    ไม่รู้จะเริ่มจากไหนก่อนเลยอะ ><
    เริ่มจากวอนฮยอกคู่โปรดก่อนละกัน !
    สุดท้ายความจริงก็คลี่คลายมาหมดแล้ว
    ทุกคนตั้งตัวเปนศัตรูที่แท้จริงกันหมดแล้วสินะ ต่อจากนี้ไป...
    คงมันแต่เสียกับเสีย ชนกับชน! คงไม่มีแล้วภาพสวยงาม...
    คงไม่มีแล้ว...

    แต่ฮยอกร้ายมากจริงๆอะ เริ่มกลัวฮยอก U___U
    นาง(?)อารมร้ายมากเกินไปแล้วนะ!!!
    แอบบอกว่าเห็นใจวอนมากกกกก
    ตอนเฮยอินก็แอบน้ำตาคลอนะ... สงสารนาง...
    แม้วาจะเคยเกลียดนางมาก่อนก้อเถอะ... แต่อ่านแล้วก็เหนใจ
    เกิดเป็นหญิงแท้จริงช่างลำบากนัก...
    (แต่คิดในแง่ดีนางก็ไปดีแ้ล้วแหละ... ขื่นอยู่ต่ออาจจะลำบากกว่านี้ - -)
    ตอนแรกก็นึกว่าจะเดี้ยงทั้งแม่ละลูก... มีลูกพ่วงมาแบบนี้..
    เดาอนาคตไม่ถูกเลยแหะ = =

    แล้วนี้ส่งน้องไปเรียนอีก... วอนกะเอาคืนเต็มที่อย่างนี้...
    จะมีเค้าของความรักให้เค้าได้ลุ้นอีกมั้ย U____U
    จะรักกันยังไง... ต่างคนต่างแค้น...
    แต่เค้าก็ยังอยากให้ทั้งคู่รักกันนะ... (ถึงมันจะดูยากสุดๆ -___-)

    แต่ที่ตกใจสุดคืออึนอึน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    ม่ายจริงงงงงงงงงงงงง แล้วคิบอมมมมมมมมมม
    อึนอึนจะทิ้งคิบอมจริงหรอออออออออ U_________U
    สะเทือนใจมากๆๆๆๆ และที่สงสารไม่ตางกันก็คือคยูเฮ...
    สงสารเฮมากกกกกกกกก มากถึงมากที่สุด!!!!

    เฮ้ออออ เมื่อไหร่ทุกคนจะเจอความสุขกันเสียที

    แอบกรี๊ดเบาๆที่จะมีภาคต่อไป >_________< 
    เค้าจะตั้งใจรอใจจดจ่อเลยแหละ!!!!! **หอมแก้มไรเตอร์**
    คราวนี้ต่างคนต่างเอาคืนกันแล้วสินะ!
    ภาคหน้าคงมันส์สุดๆแน่ >< (อยากอ่านแล้วอ่าาาา 555)
    ยังไงเรอตร์ก็สู้ๆนะค่ะ เค้าจะรอภาคต่อไปแน่ๆ
    มาต่อไวๆนะคะ รู้มั้ยค้างไว้แบบนี้ไม่ดีเลย 5555+
    รอคะ สู้ๆ
    #636
    0
  25. #635 phahae (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2555 / 17:32
    ใจร้ายจัง  ไรเตอร์อ่ะ
    จบเป็นสมจริงๆมากๆเลย
    สงสารคยูฮยอนกะคิบอมจริงๆ 
    ฮยอกแจจะต้องร้ายกาจกว่าเดิมในเรื่องหน้าแน่ๆ
    ซีวอนก็อีก
    แต่อย่าให้คยูกลายเป็นคนอมหิตไปอีกคนนะ
    เหลือคนดีๆไว้ให้หน่อยน๊าาาาา

    เศร้าอ่ะ  จริงๆ
    #635
    0