ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 28 : -25-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,062
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ธ.ค. 54

 

สิ่งที่ได้ยินทำเอาโจ คยูฮยอนถึงกับนิ่งงัน เหมือนโดนเอาน้ำเย็นสาดใส่และชาไปถึงหัวใจ...

“พี่อยาก...”คยูฮยอนเอ่ยขึ้นแผ่วเบาเมื่อรู้สึกตัว มองอีกคนที่หลบสายตาอย่างตัดพ้อ

“...เก็บแบบแปลนงานประกวดไว้เองอย่างนั้นเหรอครับ”

ซีวอนสบตาน้องชายของตนเองอย่างจริงจัง พยายามไม่รู้สึกกับสายตาแห่งความผิดหวังนั่น

“ใช่”

“พี่...ไม่ไว้ใจผมถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ”คยูฮยอนถามอีกครั้ง ครานี้ทำเอาซีวอนถึงกับเงียบงัน คยูฮยอนเม้มปากแน่น ก่อนจะเดินไปที่รูปภาพข้างฝา เลื่อนมันออกให้เห็นตู้เซฟลับ เขาไขรหัส แล้วหยิบเอาแบบแปลนของงานประกวดออกมายื่นให้อีกฝ่ายอย่างเย็นชา

“ถ้าพี่ไม่ไว้ใจผมถึงขนาดนั้นล่ะก็...”มือขาวยัดมันใส่มือพี่ชายอย่างสุภาพ ผิดกับดวงตาที่สั่นไหว “...พี่ก็เก็บมันไว้เองเถอะครับ เพราะตอนนี้ผมก็คงจะไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเก็บมันไว้อีกต่อไปแล้ว”

“คยูฮยอน...”ซีวอนเรียกชื่อน้องชายของตนเองอย่างขัดใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“...พี่แค่อยากให้นายได้พบกับคนที่นายรักโดยไม่มีข้อกังขาต่างหากล่ะ ถ้าหากนายยังถือแบบแปลนนี้อยู่...การพบกันของนายสองคนก็อาจจะมีข้อกังขา”

“พี่ครับ...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเข้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“...ถ้าคนที่พี่กำลังพูดถึงหมายถึงคุณทงเฮล่ะก็ ผมขอยืนยันคำเดิมนะครับว่าเราสองคนไม่เคยพูดคุยกันถึงเรื่องงานเลยสักครั้ง เราคบกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

“แล้วนายคิดว่าเขาบริสุทธิ์ใจกับนายด้วยหรือเปล่าล่ะ...”ซีวอนถามอย่างอดไม่อยู่

“...นายคิดว่าผู้บริหารโรสมาร์คคนนั้นเขารู้สึกอย่างเดียวกับที่นายกำลังรู้สึกรึเปล่า?

คนถูกถามนิ่งงัน ก่อนจะเม้มปากแน่น ร่างสูงหลบสายตาคนเป็นพี่ แล้วเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา

“เขาอาจจะไม่รู้สึกอย่างเดียวกับผม แต่เราก็มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน...เรามีความจริงใจให้กัน ไม่ว่าพี่จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม”

ซีวอนชะงักงันกับคำพูดนั้น คยูฮยอนเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่นแสนดื้อดึง

“...ไม่ว่าพี่กำลังคิดว่าคุณทงเฮเป็นคนยังไง ผมรับประกันได้เลยว่าเขาไม่ใช่คนอย่างที่พี่คิด เพราะฉะนั้น...พี่อย่าว่าร้ายเขาต่อหน้าผมอีกนะครับ”

ดวงตาของชเว ซีวอนเบิกกว้าง แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร โจ คยูฮยอนก็เดินออกจากห้องของตนเองไป ทิ้งความรู้สึกหนักอึ้งไว้ให้แก่ผู้เป็นพี่ ที่ได้แต่มองน้องชายของตนเองด้วยแววตาหนักใจ

 

**

 

“เป็นไงล่ะคนจ้าวแผนการ...”ทงเฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงหมันไส้นัก เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากปลายสาย

“...นายนี่เอาฉันมาเป็นแพะรับบาปให้จนได้สินะ”

“นายไม่เสียอะไรนี่ทงเฮ...”ฮยอกแจลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี ขณะที่ดึงเอาแบบแปลนออกจากซองสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาวาววับเมื่อเห็นความงดงามสไตล์เกาหลีของแบบแปลนที่จะถูกสร้างสรรค์และส่งเข้างานประกวด

“...ดีเสียอีก อยู่สบายๆ จู่ๆก็ได้หุ้นตั้ง 0.3 เปอร์เซ็นด์มาไว้ในกำมือ”

“แต่ชื่อเสียงฉันคงหมองมัว...”ทงเฮเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์นัก

“...ถ้าหากชเว ซีวอนเอาไปตีความแบบผิดๆแล้วกระจายข่าวออกไป คงจะไม่มีใครยอมมาทำธุรกิจกับฉันพอดี”

“อย่าห่วงเรื่องนั้นเลย...”ฮยอกแจปลอบเพื่อนตัวเองเสียงนุ่ม

“...โรสมาร์คเป็นบริษัทที่หอมหวาน นักลงทุนไม่มีทางพลาดมันแน่ๆ หรือถ้าซีวอนเขากล่าวหานายจริงมันก็ย่อมเป็นการดี นายจะได้ฟ้องเขากลับเลยไง...หลักฐานอะไรเขาก็ไม่มีไม่ใช่เหรอ คราวนี้แหละ ชื่อเสียงของไลอ้อนจิวเวอร์รี่คงล้มไม่เป็นท่า ว้าว! ทางเลือกนี้มันก็ดีเหมือนกันนะ”

“ฉันไม่น่าจุดไฟให้นายเลย ให้ตายสิ!”ทงเฮเอ่ยอย่างหัวเสีย

“...เครดิตฉัน ภาพพจน์ฉัน”

“แล้วจะเอาหุ้นไหม?

“เอา!!

คราวนี้ฮยอกแจหัวเราะจนงอหาย มีบางสิ่งที่ทงเฮไม่เหมือนอึนฮยอก...บางสิ่งที่เรียกว่าความเห็นแก่ตัวนี่แหละ

“งั้นฉันจะส่งรูปแบบแปลนให้ นายเอาไปให้ควอน จียงดู...เผื่อหมอนั่นจะมีไอเดียดีๆ”

“นายได้แบบแปลนแล้ว”

“ฉันฉลาดที่จะใช้คนเสมอ”ดวงตาสีอำพันตวัดมองร่างบอบบางที่เม้มปากแน่นของเลขาสาว ก่อนจะหันมาแย้มรอยยิ้มกับโทรศัพท์มือถือของตน

“นายบอกจียงว่า...ฉันสั่งให้มันออกแบบให้ดีๆ และคราวนี้...โรสมาร์คต้องชนะเท่านั้น”

“ครับท่านประธาน!”ทงเฮกระแทกเสียงอย่างประชดประชัน ก่อนจะกดดตัดสาย

ฮยอกแจมองโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วเมื่อจีฮยอนเอ่ยถามเสียงเบา

“นายเป็นอะไรกับโรสมาร์ค”

ร่างบางไม่ตอบ เขามองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นเยียบเหมือนอยากให้หุบปาก ร่างบางหยอบเชคเงินออกจากกระเป๋า แล้วส่งให้อีกฝ่าย ตัวเลขมากพอที่จะทำให้จีฮยอนถึงกับตาโต

“ฉันหวังว่าเงินก้อนนี้มันจะปิดปากเธอ...และช่วยให้เธอลืมว่าเราเคยร่วมงานกันได้นะ แล้วก็...”ฮยอกแจยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“...พอฉันออกจากไลอ้อนจิวเวอร์รี่และกลับมาอีก เธอจะได้รู้เองว่าฉันเป็นอะไรกับโรสมาร์ค”

 

**

 

เสียงแฟลชและเสียงพูดคุยของแขกที่มาร่วมงานแทบจะดังข่มเสียงชื่นชมอัญมณีที่ถูกบริษัทค้าอัญมณีระดับต้นๆนำมาจัดโชว์ เพราะไม่ว่าอัญมณีใดๆก็ไม่สามารถเทียบได้กับอัญมณีที่ถูกส่งเข้าประกวดในค่ำคืนนี้ รถลีมูซีนที่แล่นมาจอด ทำเอานักข่าวกรูกันเข้าไปถ่ายรูป ทุกคนรู้ว่าโรสมาร์ค...บริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังจะเข้ามาเปิดตลาดที่เกาหลี คือราชินีแห่งค่ำคืนนี้

ร่างบางของผู้บริหารอันดับหนึ่งของโรสมาร์คก้าวออกจากรถเป็นคนแรก อี ทงเฮแย้มรอยยิ้มให้สื่อมวลชนที่กำลังเก็บภาพ ก่อนจะหันมารับมือเรียวของรองประธานใหญ่แห่งโรสมาร์ค คิม ฮีชอลที่อยู่ในชุดสูทดีไซด์สีขาวยิ้มหวาน ก่อนยิ้มนั้นจะเหี่ยวลงเมื่อดีไซด์เนอร์แห่งโรสมาร์คลงจากรถ

ชุดสีสันแสบตาเขียวเหลือบน้ำเงินสลับส้มเหลือง แถมยังมีฟ้าแซมที่สะท้อนแสงแวบวับพราวไปทั้งตัวดึงความสนใจของนักข่าวไปจนสิ้น ควอน จียงเชิดหน้าแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิกับชุดที่อุตส่าห์อดหลับอดนอนทำมาตลอดทั้งสัปดาห์

“ฉันมากับตัวอะไรเนี่ย”ฮีชอลเอ่ยเสียงเขียว จียงเหมือนจะได้ยินจึงหยิบแว่นดำมาสวม แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

“งานนี้...ต่อให้เป็นแค่เสื้อผ้า ผมก็ไม่มีทางยอมแพ้ไอ้หมอนั่นหรอก!!

ไอ้หมอนั่น ที่ถูกดีไซด์เนอร์เบอร์หนึ่งแห่งโรสมาร์อ้างอิงถึง คือคนที่เดินตามหลังญาติผู้พี่ทั้งสองในชุดทองเหลือบเงิน อลังการไม้แพ้กันจนจียงต้องกัดฟันกรอดๆ

ฮีชอลหันไปกระซิบกับทงเฮพร้อมส่ายหัว

“งานนี้คงได้เห็นปลาหางนกยูงตีกับปลาคาร์ปแน่เลย พวกดีไซด์เนอร์นี่มันจะคัลเลอร์ฟูลเพื่อโลกกันไปถึงไหนเนี่ย”

“ไม่รู้สิ แต่งานหน้าผมจะขังควอน จียงไว้ในห้องแน่ๆ”ทงเฮกระซิบตอบเบาๆ ก่อนจะหันมาแย้มรอยยิ้มให้คยูฮยอนที่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ไม่ได้เจอกันนานนะครับคุณฮีชอล” ซีวอนเอ่ยทักตามมารยาท ก่อนจะกวาดตามองคนของโรสมาร์คทุกคน

“...แล้ว...ประธานของคุณ?

“ประธานของเราเขาเป็นคนเก็บตัวครับ...”ฮีชอลหัวเราะเบาๆอย่างเจ้าเล่ห์

“...เขายังไม่อยากจะเปิดตัว แต่คุณจะได้เจอเขาแน่ๆ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

ซีวอนหรี่ตาลงก่อนเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“ผมชักอยากรู้จักประธานบริษัทโรสมาร์คแล้วล่ะสิครับ อยากรู้จริงๆว่าเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่”

“งั้นเหรอครับ...”ฮีชอลแย้มรอยยิ้มมีเลศนัย

“...แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันนะครับว่าเมื่อคุณเจอเขาแล้ว คุณอาจจะไม่อยากรู้จักเขาเลยอีกตลอดชีวิตก็ย่อมได้”

ดวงตาของชเว ซีวอนไหลวูบ ฮีชอลแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล

“ยินดีด้วยสำหรับลูกคนแรกของคุณนะครับ ผมหวังว่าเขาคงเป็นเด็กผู้ชายที่ดูดีเหมือนพ่อ”

“ผมขอแค่เขาแข็งแรงดีก็พอใจแล้วล่ะครับ แล้ว...น้องชายของคุณ?

“ตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการดูแลว่าที่เจ้าสาวของตัวเอง...”ฮีชอลหัวเราะเบาๆอย่างเอ็นดู

“...เขาทั้งหวงและห่วงว่าที่น้องสะใภ้ของผมน่าดูเลยล่ะ ทงเฮก็เลยต้องมาแทนเขา”

“น้องชายคุณกำลังจะแต่งงานเหรอครับ”ซีวอนถามอย่างแปลกใจ ก่อนยิ้มออกมาบางเบา

“...เขาคงมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับคนที่รัก”

“ครับ แต่น่าเสียดายที่ไลอ้อนจิวเวอร์รี่ไม่มีชื่อในรายชื่อแขกรับเชิญของเรา”ฮีชอลเอ่ยพร้อมยิ้มใส่ดวงตาของอีกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนจะหันมาหาอี ทงเฮที่กำลังคุยกับโจ คยูฮยอน

“ไปกันได้แล้วล่ะทงเฮ เราต้องเอางานไปส่งให้กรรมการ”

“ครับ”ทงเฮหันมาขานรับ ก่อนจะหันมาแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานให้โจ คยูฮยอนที่ยิ้มรับ และไม่ทันที่ร่างสูงจะตั้งตัว หนุ่มร่างบางเขย่งเท้าขึ้นแตะจมูกกับริมฝีปากที่แก้มขาวของเขาอย่างนุ่มนวล แล้วเอ่ยออกมาเสียงดังเหมือนจงใจให้ใครบางคนได้รับฟังด้วย

“ขอบคุณนะครับ...คยูฮยอน”

โจ คยูฮยอนนิ่งงันเหมือนโดนมนต์สะกด ขณะที่ชเว ซีวอนยืนสงสัยกับคำขอบคุณนั้น ควอน จียงเขย่งเท้าแหกปากใส่หน้าชเว ซึงฮยอนที่กำลังยืนหน้าโหดอย่างไม่ยอมแพ้

“นี่!!! คอยดูนะว่าครั้งนี้...ฉันจะไม่มีวันแพ้นาย..อาย...ย..ยย!!

“ไปได้แล้ว!!”ฮีชอลเอ่ยเสียงเขียวขณะที่จึกหนังหัวแล้วลากตัวจียงจากไป

 

**

 

“วันนี้พี่ๆเขาต้องไปงานเลี้ยง เราต้องอยู่บ้านกันสองคน”คิบอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดันร่างของว่าที่เจ้าสาวตนเองลงนอนเตียง กดจมูกที่จมูกโด่งรั้นของอีกฝ่ายแล้วขยี้น้อยๆ

“...นอนได้แล้วครับ...อึนฮยอก”

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ”อึนฮยอกค้อนขวับ คิ้วขมวดแทบชนกัน

“...คุณชอบทำกับผมเหมือนเป็นเด็กอยู่เรื่อยเลย”

“ใครว่าผมมองคุณเป็นเด็กล่ะ...”คิบอมขยี้หัวอีกฝ่ายน้อยๆ ก่อนยิ้มเมื่ออีกฝ่ายทำหน้ายู่ ดวงตาครานี้อบอุ่นและอ่อนโยนนัก

“...ถ้าผมคิดว่าคุณเป็นเด็กอยู่ล่ะก็ คงไม่คิดขอคุณแต่งงานหรอก”

แก้มใสของคนที่นอนอยู่แดงเรื่อจนเจ้าตัวต้องยกผ้าห่มขึ้นมาปิด อึนฮยอกแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานให้อีกคน คิบอมก้มลงประทับจูบที่หน้าผากขาวของอีกฝ่ายก่อนจะแนบแก้มตัวเองลงไปแทนที่อย่างอ่อนโยน

“คุณจะบอกเรื่องของเรากับพี่เขาวันไหนครับ”อึนฮยอกถามขึ้นมาเสียแผ่วเบา

คิบอมชะงัก ดวงตาไหววูบก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“มันยังไม่ถึงเวลา”

ดวงตาของอึนฮยอกไหววูบ ก่อนที่ซุกตัวลงกับผ้าห่มด้วยท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจ เสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดลั่นทำให้คิบอมไม่ได้ใส่ใจท่าทีของอีกฝ่ายมากนัก

“ฮยอกแจเหรอ?

“ฉันอยากคุยกับอึนฮยอก...”เสียงปลายสายตอบกลับมา

“...เขาอยู่แถวนั้นใช่ไหม”

“อยู่ๆ”คิบอมเอ่ย ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือให้อึนฮยอกที่ยิ้มรับ

“นึกว่าพี่ไม่อยากคุยกับฉันแล้ว”อึนฮยอกเอ่ยเสียงอ่อนหวาน

“...นึกว่าพี่ลืมฉันไปแล้วนะเนี่ย”

“ใครมันจะลืมน้องชายตัวเองได้ลงคอกัน...”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ

“...ส่องกระจกฉันก็เห็นหน้านายอยู่ทุกวัน”

“พี่คงยังไม่เบื่อหน้าฉันใช่ไหม”

“ไม่มีทาง”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยน

“นี่กำลังเข้านอนใช่ไหม”

“ใช่ครับ พี่อย่าทำงานดึกมากนะครับ ผมเป็นห่วง”อึนฮยอกเอ่ยด้วยเสียงห่วงหา

“ฉันทำเพื่อเรา”ฮยอกแจเอ่ยเสียงเรียบ

“...บอกข่าวดีเอาไหมอึนฮยอก”

“ครับ?

“เดือนหน้าพี่จะกลับไปอยู่กับนาย...และจะไม่ไปไหนแล้ว พี่อยู่กับนายตลอดไป”

“จริงนะ...”อึนฮยอกยิ้มออกมาอย่างสดใส ลืมความน้อยเนื้อต่ำใจไปจนสิ้น คิบอมเห็นเช่นนั้นก็พอจะยิ้มออก

“...พี่อย่ามาแกล้งหลอกให้ฉันดีใจเล่นเชียว”

“นายเป็นคนเดียวที่ฉันจะไม่โกหก อึนฮยอก...”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ

“...เราจะได้อยู่ด้วยกันภายในเดือนหน้าแน่ๆ ฉันสัญญา...ระหว่างนี้นายจัดบ้านต้อนรับฉันให้ดีๆก็แล้วกัน”

“ฮยอกแจ...”อึนฮยอกเรียกชื่อพี่ชายตัวเองเสียงอ่อนหวาน

“...รักษาตัวนะครับพี่”

ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอ่อนบาง อย่างที่น้อยคนนักจะได้รับ

“นายก็เหมือนกัน”

“ผมรักพี่”

คนเป็นพี่นิ่งไปนิด ก่อนจะระบายยิ้มออกมามากกว่าเดิม

“พี่ก็รักนาย อึนฮยอก”

ฮยอกแจกดตัดสาย ก่อนจะหันมาเพ่งสมาธิที่หน้าจอของตนเอง ร่างบางหลุบตามองแผ่นซีดีที่เขาแทบจะขว้างทิ้งไปอยู่หลายครั้งขึ้นมามอง ก่อนจะกดเล่นกับเครื่องเล่นวีซีดี

“นายพูดถูกคิบอม...”เรียวปากของฮยอกแจเม้มแน่นเป็นเส้นตรง

 

“...ฉันต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้มันเสร็จๆ”

 

**

 

อัญมณีที่ถูกเปิดเผยให้ได้ยลโฉมเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแขกผู้มีเกียรติได้เป็นอย่างดี และผลงานของโรสมาร์คก็เหมือนตบหน้าชเว ซีวอนและทุกคนในไลอ้อนจิวเวอร์รี่อย่างรุนแรง

เครื่องประดับที่ประจักษ์สายตามันไม่เหมือนกันทุกชิ้นส่วน อัญมณีของโรสมาร์คนั้นแฝงความงามแบบตะวันตกกลมกลืนกับวัฒนธรรมของเกาหลีอย่างลงตัว แต่มันแทบจะมีคอนเซปเดียวกับไลอ้อนจิวเวอร์รี่เลยด้วยซ้ำ ไม่สิ...มันแทบจะลอกแบบกันมาเลยด้วยซ้ำ

“คุณฮีชอล...นี่มันอะไรกัน!?”ชเว ซีวอนตวัดสายตามองรองประธานบริษัทโรสมาร์คในทันควัน

คิม ฮีชอลเลิกคิ้วใช่ดวงตาตระหนกตื่นและแข็งกร้าวของไลอ้อนจิวเวอร์รี่

“ก็อัญมณีของโรสมาร์คไงล่ะครับ เออเนอะ...มันเหมือนกันดี ท่าทางนักออกแบบของคุณและของฉันเขาจะใจตรงกันน่าดู”

“นายลอกแบบฉัน”ซึงฮยอนเอ่ยเสียงแข็งกร้าว ตวัดตามองควอน จียงที่กรีดเสียงร้องใส่ทันควัน

“เปล่านะ!! ฉันแค่คนตกแต่ง! แล้วแบบนี้ก็เป็นแบบนี่คุณทงเฮส่งมาให้เองด้วย!!

ชเว ซีวอนตวัดตามองผู้บริหารเบอร์หนึ่งของโรสมาร์คแทบจะทันที อี ทงเฮเลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงนุ่ม

“แบบนี้คือแบบที่ผมได้รับมาจากท่านประธานอีกทีนึง”

“ประธานของคุณ...”คยูฮยอนเอ่ยถามเสียงสั่น

“...ใครครับ?

“ผมก็บอกแล้วไงแล้วล่ะครับ ว่าเขาคือคนที่คุณคงไม่อยากเจอ...”ทงเฮเอ่ยด้วยเสียงอ่อนลง

 

“...และเป็นคนสุดท้ายที่ผมจะแนะนำให้พวกคุณเป็นศัตรูด้วย”

 

**

 

“นายเห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”ชเว ซีวอนเอ่ยอย่างหัวเสีย ขณะที่โจ คยูฮยอนหน้าถอดสีท่ามกลางสายตาของพี่ชายและญาติคนสนิท

“ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับคนพวกนั้น!!

“พี่...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆอย่างสับสน

“...ไม่มีทางที่แบบของผมจะ...! ผมไม่เคยคุยเรื่องงานกับคุณทงเฮเลยสักครั้งนะครับ!!

“นายยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกอย่างนั้นเหรอ!!?”ซีวอนตวาดน้องชายตัวเองเสียงดังลั่น

“...ถ้าหากไม่ใช่เพราะนาย อี ทงเฮจะมีแบบแปลนของเราไปอยู่ในมือได้ยังไง!? ไม่ใช่นายเหรอที่เป็นคนเอาไปให้เขา!!?

“พี่!!”คยูฮยอนร้องลั่น

“...อย่ามากล่าวหาผมแบบนี้นะครับ!!

“งานนี้เราเสียลูกค้าไปหลายราย...”ซึงฮยอนเอ่ยหน้าเซียว

“...โรสมาร์คชนะงานประกวดด้วย เสียเครดิตแน่ๆ”

“เราก็กู้มันกลับมาได้ไม่ใช่เหรอ...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงสั่น

“...ลูกค้าประจำเราก็มีอยู่ ผมว่าเรา...”

“หยุดเถอะคยูฮยอน...”ซีวอนเอ่ยเสียงราบเรียบ

“...นายอย่าเสนอความเห็นอะไรเลยจะดีกว่า”

“พี่!! ผมไม่ได้...!!

“นายไม่ได้ทำ!! แต่อี ทงเฮเป็นคนทำ! หมอนั่นมันหลอกใช้นายใช่ไหมเล่า!!”ซีวอนตวาดถามน้องชายอย่างหัวเสีย และดูจะฟิวขาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“พี่!!”คยูฮยอนร้องเสียงหลง ก่อนเอ่ยอย่างต้องการอธิบาย

“...ผมบอกแล้วไงว่าผมกับเขาน่ะ...!!

“นายเลิกแก้ตัวให้หมอนั่นซะทีจะได้ไหม!!? ฉันบอกนายตั้งแต่แรกแล้วไงว่าหมอนั่นไม่ใช่คนดีน่ะ!!!

“พี่ซีวอน!! หยุดนะ!

“พี่...ใจเย็น”ซึงฮยอนหน้าเสียพยายามเอ่ยปรามเสียงสั่น

“นายไม่เคยฟังคำเตือนของฉันเลย!! แล้วเป็นไงเล่า!? ตอนนี้โรสมาร์คกำลังจะครองตลาดแทนเรา...หมอนั่นมันให้อะไรนายตอบแทนบ้างไหมล่ะ!? นายถึงได้ยอมทรยศพวกฉันน่ะ!! หา!!?

“ผมบอกให้พี่หยุดพูดว่าร้ายเขาไงเล่า!!?”คยูฮยอนลุกพรวดมากระชากคอเสื้อของคนเป็นพี่อย่างเอาเรื่อง

ซีวอนเงื้อหมัดขึ้นมาจะตันหน้าหล่อๆของน้องชายที่แสนดื้อดึง ซึงฮยอนรีบก้าวเข้ามาขวาง

“ใจเย็นดิพวกพี่!! ทั้งสองคนเลยยย!!

“นายจะเข้าข้างมันไปถึงไหน!!?

“เขาเป็นคนที่ผมรัก!! พี่ได้ยินไหมว่าเขาไม่มีทางเป็นอย่างนั้น!!”คยูฮยอนตวาดลั่นอย่างที่ซีวอนต้องนิ่งอึ้ง ร่างสูงเอ่ยเสียงแข็งกับพี่ชายตนเอง

“...อย่ากล่าวหาเขาต่อหน้าผมอีก”

“คยูฮยอน...”ซีวอนกิดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเงื้อฝ่ามือขึ้นมาพร้อมสะบัดร่างของซึงฮยอนจนหลุด

“...นายมันโง่!!

“อย่าค่ะ! พี่ซีวอน!!”ซึงอารีบปราดเข้ามาเอาตัวเข้าขวางชายหนุ่มสองคน

ซีวอนหลุบตาสบมองร่างบางที่เข้ามาห้าม ก่อนจะเหวี่ยงหมัดลงข้างตัว เอ่ยเสียงกราดเกรี้ยวใส่ดวงหน้าคมของน้องชายตนเอง

“ไปให้พ้นหน้าฉัน...คยูฮยอน”

คยูฮยอนรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนน้ำเงินสาดใส่ ร่างสูงสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างไม่หันกลับ ซึงอาเอื้อมมือมาแตะบ่ากว้างของชเว ซีวอนที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์

 

**

 

“แบบของไลอ้อนจิวเวอร์รี่...สวยนะ”ทงเฮเอ่ยเสียงเบา ขณะที่ทรุดตัวลงนั่งข้างคนที่กำลังจะจมกับแก้วเหล้า

คยูฮยอนเผยอรอยยิ้มขมขื่น เบือนหน้ามามองดวงหน้าหวานหยดของคนที่เดินมานั่งเคียงข้าง ทงเฮรินเหล้าให้อย่างเอาใจ

“ทำไมแบบแปลนของสองบริษัทถึงได้คล้ายกันมากขนาดนั้นครับ...ถ้าคุณยังเห็นผมเป็นเพื่อน ช่วยบอกผมสักคนจะได้ไหม”

“ฉันไม่ได้อยู่ในทีมออกแบบ และถึงจะเป็นคนส่งแบบแปลนให้ควอน จียงจริง แต่ว่าคนที่ส่งมันให้ฉันก็คือท่านประธาน...”ทงเฮเบือนหน้ามามองอีกฝ่ายเหมือนขอความเห็นใจ

“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาได้แบบแปลนมาจากไหน ถ้าฉันพูดแบบนี้...คยูฮยอนจะเชื่อฉันไหม?

โจ คยูฮยอนนิ่งไปนิด ก่อนจะหลุบตามองฝ่ามือของตนเอง ทงเฮเลื่อนมือไปแตะเบาที่หลังมือของอีกฝ่าย

“คุณกำลังสงสัยผมอยู่อย่างนั้นเหรอครับ”

ดวงตาสีน้ำตาลช้อนขึ้นมาสบมองเหมือนตัดพ้อน้อยๆ คยูฮยอนหลุบมองฝ่ามือเล็กที่กุมมือเขา ก่อนจะเผยอรอยยิ้มออกมาบางเบา แล้วกุมมือเล็กไว้แนบแน่น

“ไม่หรอกครับ...เพราะคุณไม่ใช่คนที่ได้แบบแปลนไปจากผมนี่น่า แล้วผมจะสงสัยคุณไปทำไม”

“คยูฮยอน...”ทงเฮเรียกชื่อของอีกคนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ก่อนที่เขาจะซบหน้าลงบนบ่าอุ่นของเขาอย่างนุ่มนวล

“...แต่พี่ชายของคุณ...คงเข้าใจผิดผมแน่ เขาคงไม่ยอมให้คุณออกมาพบกับผมบ่อยๆ”

“เขาแค่เข้าใจผิดคุณเท่านั้นเอง...”คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มอย่างให้กำลังใจ

“...แต่ผมเข้าใจคุณ...เราเข้าใจกันไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นการเสียหายที่เราจะพบกัน ในเมื่อเราต่างก็บริสุทธิ์ใจด้วยกันทั้งคู่”

“คุณเองก็ดื้อเงียบเหมือนกันสินะ”ทงเฮยิ้มออกมาเบาๆ เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกอยู่เหมือนกัน

“ผมดีใจ...ที่คุณเข้าใจผมนะ”

คยูฮยอนชะงัก ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แก้มใสของทงเฮขึ้นสีเรื่ออย่างไม่รู้ตัวเมื่อสบกับรอยยิ้มนั้น ร่างบางซบหน้ากับหัวไหล่อุ่นแล้วหลับตาลง

เสียงโทรศัพท์มือถือที่แผดลั่นทำลายบรรยากาศระหว่างคนสองคนทันควัน ทงเฮหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับอย่างหัวเสีย และยิ่งเห็นเบอร์ที่หน้าจอก็ยิ่งทำให้เขาหัวเสียมากยิ่งขึ้น

“ท่านประธาน...”ทงเฮเอ่ยเสียงกดต่ำ ก่อนจะชักสีหน้างุนงงเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยไวๆและตัดสายไปเสียอย่างงั้น

“มาหาฉันที่บ้านเดี๋ยวนี้!

ทงเฮอ้าปากค้าง คยูฮยอนมองอย่างสงสัย ร่างบางเก็บโทรศัพท์ก่อนจะแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานให้อีกคนที่นั่งอยู่

“อย่าดื่มมากนะคยูฮยอน”

“เดี๋ยว...”ร่างสูงคว้ามือเรียวเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาอี ทงเฮถึงกับเบิกตาโพลง

 

“...ผมไปส่งครับ”

 

**

 

“นี่ค่ะพี่ชาย”ชเว ซึงอาวางน้ำเย็นจัดลงตรงหน้าของคนที่กำลังหัวเสีย

ชเว ซีวอนมองน้ำเย็นจัดตรงหน้าแล้วกระดกดื่มจนหมด ร่างสูงถอนหายใจออกมาอย่างแรง ซึงอาเอื้อมมือมาบีบนวดที่ต้นคอของอีกฝ่ายอย่างเอาใจ

“พี่ซีวอนใจเย็นๆนะคะ รอพี่คยูฮยอนกลับมาแล้วเราค่อยพูดค่อยจากันนะ ซึงอาไม่อยากเห็นพี่สองคนทะเลาะกัน”

ร่างสูงเบือนสายตากลับมามองหญิงสาวที่มีฐานะเป็นน้องกำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานให้เขา ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาบางเบาแล้วงพยักหน้ารับ ซึงอาก้มลงมาโอบกอดรอบลำคอของพี่ชายคนโต หอมเบาๆที่แก้มขาวอย่างเอาใจ

“พี่ซีวอน...”หญิงสาวอีกคนเดินเข้ามา ทรวดทรงที่เปลี่ยนไปเพราะระยะครรภ์ที่เพิ่มขึ้น ซึงอาหันไปมองเพื่อนสาวของตนเองอย่างไม่พอใจ หากก็ต้องยอมหลีกทางให้ฮเยอินเข้ามาหาสามีของเธอ

“...ฉันได้ข่าวจากคุณพ่อ บริษัทของพี่กำลังมีเรื่องอย่างนั้นเหรอ...”

“มันไม่ใช่เรื่องของเธอ”ซีวอนเอ่ยเสียงแข็ง อารมณ์เสียขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเรื่องบริษัท

“...เธอควรดูแลตัวเองให้ดีๆ เรื่องนี้พี่จะจัดการเอง”

“พี่คะ...”ฮเยอินเลื่อนมือมาเกาะแขนอีกฝ่ายอย่างห่วงใย

“...ฉันให้พ่อช่วยพี่ได้นะคะ พ่อฉัน...ช่วยพี่ได้นะคะ”

“ฮเยอิน...”เสียงของคนเป็นสามีแข็งขึ้นทันควัน ดวงตาที่สบมองมาคราวนี้ทำเอาหญิงสาวถึงกับผงะ

“...พี่บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่ บริษัทของพี่...พี่จัดการเองได้ และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพ่อของเธอหรอก!

ดวงตาคู่งามของหญิงสาวสั่นไหวเมื่อมองสามีที่ลุกจากไป อาการวิงเวียนจู่โจมพร้อมความร้อนผ่าวที่ตีบตันขึ้นมาบนลำคอทำเอา หญิงสาวโก่งคออาเจียนออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ตายแล้ว!! ฮเยอินนนน!!!”ซึงอาร้องลั่น ปาดเอาของเหลวกลิ่นคาวนั้นออกจากแขนพร้อมผลักเพื่อนสาวของเธออย่างแรง

“...เลอะหมดเลย!! น่าเกลียดที่สุด!!

ซีวอนชะงัก หันมามองภรรยาของตนที่ทรุดตัวลงโซฟาพร้อมสะอื้นออกมาเสียงดัง ขาที่กำลังจะก้าวออกจากห้องเหมือนแข็งเป็นหิน ฮเยอินช้อนตาขึ้นสบสามีของตนเองแล้วหลุบต่ำ ร่างสูงถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะส่ายหัวแล้วเดินมาหาภรรยาที่นั่งอยู่

“ไม่ต้องห่วงพี่หรอกนะฮเยอิน...”มืออุ่นเลื่อนมาแตะที่แก้มขาวซีดของหญิงสาว ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางเบา

“...บริษัทพี่...พี่จัดการเองได้ พี่อยากให้เธอพักผ่อน ลูกของเราจะได้แข็งแรง”

เรียวปากเซียวของหญิงสาวขยับเป็นรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะหลับตาพริ้มเมื่ออีกคนแนบเรียวปากที่ขมับบอบบางของเธอ ดวงตาคู่สวยเหลือบไปเห็นสายตากราดเกรี้ยวของหญิงสาวอีกคน ความงุนงงแกมตกใจฉายชัดที่ดวงหน้าสะสวย หากแต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยอะไร ชเว ซึงอาก็เดินออกจากห้องนั้นไปเสียแล้ว

 

**

 

“นี่บ้าน...ของใครครับ”

คยูฮยอนเอ่ยถามเมื่อเห็นตัวบ้านที่ขาวสะอาดบริสุทธิ์ที่ตั้งอยู่ข้างริมแม่น้ำสายเล็กๆ ทงเฮรีบก้าวลงจากรถแล้วเอ่ยเสียงรัวเร็ว

“บ้านของคิบอมน่ะครับ คุณรีบไปเถอะ...เดี๋ยวใครมาเห็นมันจะดูไม่ดี”

คยูฮยอนรู้สึกหน้าเสียที่เหมือนโดนไล่ แววตาของร่างสูงตัดพ้ออีกคนอย่างน้อยๆ อีกฝ่ายคงจะกลัวว่าคิบอมจะเห็นพวกเขาสองคนใกล้ชิดกันสินะ

ร่างสูงหันกลับมาบึ่งรถสีดำของตนออกไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ โดยที่ไม่ทันได้เห็นใครบางคนที่เดินออกมาต้อนรับอี ทงเฮเลยสักนิด

ทงเฮสะดุ้งเมื่อเห็นดวงหน้าหวานๆของอึนฮยอกที่เดินออกมาต้อนรับ ร่างบางตรงหน้าเขายิ้มใสซื่อให้อย่างบริสุทธิ์

“คุณทงเฮ ผมนึกว่าพี่ซะอีก...”อึนฮยอกทำหน้าเสียดายน้อยๆ ก่อนจะชะเง้อมองรถที่แล่นจากไป

“...นั่นใครเหรอครับ ผมรู้สึกว่าเขาหน้าคุ้นๆนะ”

“นายคงจำคนผิดแล้วล่ะ”ทงเฮรีบบอก ก่อนจะนึกโทษใครบางที่ที่ปล่อยปะละเลยอีกฝ่าย

“...แล้วคิบอมล่ะ”

“เขากำลังปลอบใจพี่ฮีชอลอยู่ครับ...”อึนฮยอกเอ่ย เอื้อมมือมาช่วยถือของ

“...พี่ฮีชอลเขาโดนแฟนเขาไล่มา ตอนนี้เกาะคุณคิบอมไม่ยอมปล่อยเลย”

ทงเฮพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่ก็รีบดันหลังอีกคนเข้าไปในบ้าน เขาภาวนาว่าโจ คยูฮยอนคงจะยังไม่ทันเห็นร่างของอึนฮยอกหรอกนะ

 

**

 

“หมอนั่นมันใจร้าย!! ใจร้ายที่สุด!!”ฮีชอลกรีดเสียงลั่นพร้อมปล่อยโฮซบบ่าน้องชาย คิบอมหยิบกระดาษทิชชู่ให้อย่างเอือมๆ

“...ฉันแค่จะวางยาปลุกเซ็กส์ให้เขาเท่านั้นเอง ไม่ใช่ยาพิษสักหน่อย!! ทำไมอีทึกต้องโกรธฉันขนาดนั้นด้วยนะ!!

“เขาคงไม่ชอบให้คนอื่นทำเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อล่อล่ะมั้งครับ”คิบอมเสนอความเห็น ยื่นทิชชู่ให้อีกสามแผ่น

“...ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบการถูกคุกคามหรอกครับ”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ!!”ฮีชอลสั่งขี้มูกปืดใหญ่

“...เขาก็ไม่หน้าจะหักหน้าไล่ตะเพิดฉันออกจากบริษัทเขาแบบนี้นี่น่า!! คนสวยอย่างฉัน...ฮึก...เพิ่งจะโดนครั้งแรก...”

คิบอมพยายามทำหน้าเห็นใจ ดันศีรษะของพี่ชายให้ซบบ่าเขาแล้วลูบหัวปลอบอย่างนุ่มนวล

“พี่มาแล้ว!”อึนฮยอกยิ้มกว้าง เมื่อหันมาเห็นคู่แฝดของตนกำลังเปิดประตูเข้ามา หากร่างบางก็ต้องชะงักเมื่อเห็นดวงตาแข็งกร้าวของอีกฝ่ายที่แม้แต่คิม ฮีชอลยังต้องหยุดชะงักการร้องไห้

“เขาห้องไป...อึนฮยอก”ฮยอกแจเอ่ยเสียงราบเรียบ ก่อนจะเดินมานั่งกางวงคนที่เหลือ อึนฮยอกมองพี่ชายตัวเองก่อนเบือนสายตามามองคิบอมเหมือนขอความเห็น คิบอมฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายช้าๆ ร่างเล็กก้มหน้าเดินเข้าห้องของตนเองไปอย่างเงียบเชียบ

“นายมีอะไรฮยอกแจ”ทงเฮเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา นึกหวาดกลัวอารมณ์ของอีกฝ่ายลึกๆ

ประธานบริษัทโรสมาร์คหยิบรูปๆหนึ่งขึ้นมาวางกลางโต๊ะ ภาพมือของใครบางคนที่จับเรียวขาอ่อนแน่นที่พร่าเลือนเพราะซูมและแคปมาจากวีดิโอ แหวนที่นิ้วนางถูกฮยอกแจลากปากกาแดงวงไว้ แค่นี้ทุกคนก็เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไร

“แหวนนี่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ...”

ฮยอกแจเอ่ยเสียงเรียบด้วยดวงตาที่แดงก่ำ พอจะเดาได้ไม่ยากเลยว่าสาเหตุมาจากอะไร ฮยอกแจจิกเล็บที่เนื้อไม้จนมันหลุดออกมาคามือ ก่อนเอ่ยคำสั่งเสียงราบเรียบ

 

“พวกนายจะใช้วิธีไหนก็ได้...แต่ต้องหาเจ้าของแหวนวงนี้ให้เจอ”

 

**

 

เสียงทะเลาะกันโหวกเหวกน่ารำคาญหูนั้นกลับทำให้อี ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอย่างสมใจ เขาก้าวเข้ามาในห้องทำงานของประธานบริษัทช้าๆ ก่อนจะยืนมองภาพตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์

“ทำไมนายถึงดื้อแบบนี้คยูฮยอน!!?

“พี่ก็บอกเหตุผลมาสิครับว่าสิ่งที่ผมทำมันผิดอะไร!!?

ซีวอนเงื้อหมัดขึ้นมาหมายจะตันหน้าหล่อๆของน้องชายให้นายปากดี ฮยอกแจเอื้อมมือขึ้นมาแตะท่อนแขนของอีกคนเป็นเชิงห้ามปราม

“อย่าทำอะไรรุนแรงกับน้องสิครับ”ฮยอกแจเอ่ยเสียงอ่อน ก่อนถามเสียงอ่อนโยนวางตัวเป็นคนไกล่เกลี่ยที่แสนดี

“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ”

โจ คยูฮยอนเม้มปากแน่นมองพี่ชายตัวเองที่เบือนหน้าไปอีกทางเหมือนไม่อยากจะเสวนา ชเว ซีวอนกำมือแน่นอย่างสะกดอารมณ์ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมอย่างอ่อนแรง

“ผมรู้ว่าพี่เครียดที่ต้องเสียลูกค้าให้บริษัทอื่น...”

“มันคือโรสมาร์ค! มันไม่ใช่บริษัทอื่น...แต่มันคือโรสมาร์ค!!”ชเว ซีวอนเอ่ยชื่อคู่แข่งตัวฉกาจออกมาอย่างอารมณ์เสีย ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมแย้มยิ้มเยาะบางเบาเมื่อเห็นท่าที่เคร่งเครียดเช่นนั้น

“...และคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าฉันสงสัยใครมากที่สุดว่ามันจะเป็นเอางานของเราไปเสนอศัตรูน่ะ!!

“พี่ซีวอน!!!”คยูฮยอนร้องลั่น ก่อนจะขว้างแฟ้มในมืออย่างสุดทน

“งั้นก็ได้!! ถ้าพี่สงสัยผมมากนักผมจะลาออก!! จะไม่ยุ่งกับงานบริหารไลอ้อนจิวเวอร์รี่! จะไม่ยุ่งกับเรื่องงานของพี่! จะไม่ยุ่งแล้ว!!

“คุณคยูฮยอน!”ฮยอกแจปราดเข้ามาดึงแขนของชายหนุ่มร่างสูงเอาไว้ คยูฮยอนตวัดตามองพี่ชายของตนอย่างผิดหวัง ร่างบางหันมาทางผู้ชายที่ได้ชื่อว่าคนรัก

“...ทำคุณต้องพูดจารุนแรงกับน้องชายของคุณอย่างนั้นล่ะครับ คยูฮยอนเขาเป็นน้องชายของคุณนะครับ”

“เขาคิดว่าผมเป็นพี่ชายอยู่หรือเปล่าล่ะ”ซีวอนเอ่ยเสียงเข้ม คยูฮยอนถึงกับนิ่ง

“...อีเว้นท์ของโรสมาร์คจัดก่อนเราแทบทุกงาน และทุกงานแทบจะลอกแบบมาจากเรา และทุกๆงาน...อี ทงเฮคือคนจัด”

ฮยอกแจเลิกคิ้วข้นสูงขณะที่คยูฮยอนเอ่ยเสียงสั่น

“ผมบอกแล้วไงว่าเขาเอาความคิดว่าจากประธานบริษัท”

“ประธานบริษัท?”ซีวอนคลี่ยิ้มเยาะ

“...นายจะโง่ไปถึงไหนคยูฮยอน? ทุกวันนี้เรายังไม่เจอประธานบริษัทของโรสมาร์คเลยสักครั้ง ทงเฮมันกำลังหลอกใช้นาย...หลอกใช้ความรักของนาย!!

“ไม่จริง!!!”คยูฮยอนตะคอกลั่นก่อนจะสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม ร่างสูงก้าวออกจากบริษัทแทบจะทันที

ฮยอกแจยืนมองคนที่เหลือ ก่อนจะเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ แตะที่ท่อนแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายแล้วซบหน้าลงไป

“คุณคยูฮยอนคงรักคุณทงเฮมาก...”

“เขาไม่เคยกล้าขึ้นเสียงกับผม เขาไม่เคยเถียงผมเลยสักคำ แต่เขาก็เปลี่ยนไปมาก...พอมารู้จักกับคนของโรสมาร์ค”

“ความรักเปลี่ยนคนได้เสมอ...”ฮยอกแจยิ้มบาง ลูบที่อกอุ่นเหมือนจะคลายความโกรธให้อีกฝ่าย

“...เป็นเรื่องดีที่คุณไม่ไว้ใจเขา แต่ว่าผมไม่อยากให้คุณใส่อารมณ์กับเขามากนัก เพราะเขาอาจจะเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ น่าจะให้ผมคอยจับตาดูเขาน่าจะดีกว่า ซีวอน...คุณไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะฮะ”

“มันดูไม่ดีเลยใช่ไหมครับ”ซีวอนเอ่ยพร้อมยิ้มแห้งๆ

ฮยอกแจจูบเบาๆที่แก้มขาวของอีกฝ่าย พร้อมหัวเราะเบาๆ

“เล่นเอาหมดหล่อไปโขเลยแหละ”

.

.

.

คนที่กำลังเดินออกมาจากห้องทำงานของท่านประธานอย่างอารมณ์ดีถึงกับชะงักเมื่อเห็นว่าใครบางคนยืนมองเขาอยู่ที่ข้างประตู ฮยอกแจชะงักน้อยๆเมื่อสบดวงตาคมกร้าวของคยูฮยอน เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินสิ่งที่เขาพูดกับพี่ชายของตนบ้างหรือไม่ เจ้าตัวฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ

“คุณคยูฮยอน...”

มืออุ่นเลื่อนมาจับข้อมือของเขาแน่น ก่อนจะลากเขาไปที่ตัวลิฟท์ ฮยอกแจอุทานลั่นเมื่ออีกคนผลักร่างของเขาเข้าไปอย่างรุนแรง

“โอ๊ยยยย!! ผมเจ็บนะ!

เสียงร้องที่คุ้นเคยทำเอาชเว ซีวอนเยี่ยมหน้าออกมามองที่ห้องทำงาน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นน้องชายของตนเองก้าวเข้าลิฟท์ที่มีคนรักของเขายืนอยู่ในนั้นด้วยท่าทางคุกคาม ร่างสูงรีบวิ่งตามเข้าไป หากทว่าลิฟท์กลับเคลื่อนตัวลงไปเสีย

 

**

 

“ปล่อยผมเถอะครับคุณคยูฮยอน...”ฮยอกแจเอ่ยพร้อมยิ้มหวานใส่ดวงหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย

“...เดี๋ยวใครเห็นเข้ามันจะดูไม่ดีนะ”

“ทำไมต้องทำแบบนั้น”ร่างสูงถามเขาเสียงสั่น กัดริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง

“ครับ”ฮยอกแจเอียงคออย่างใสซื่อ

“คุณเป่าหูไม่ให้พี่ชายไว้ใจผม!!”คยูฮยอนตะคอกอีกฝ่ายเสียงดังลั่นด้วยแรงอารมณ์ เขาน่าจะเอะใจ...ทำไมฮยอกแจถึงได้สนับสนุนเขากับทงเฮนัก

ไม่ใช่เพราะความเข้าใจ เห็นใจ หรือความหวังดีหรอก สิ่งที่อีกฝ่ายหวังมันล้ำลึกกว่านั้นเยอะ...เยอะจนเขาไม่นึกฝัน

รอยยิ้มของฮยอกแจจางลง พอจะเดาได้ลางๆว่าอีกฝ่ายรู้อะไรบ้าง เขามันพลาดไป...ไม่ได้ดูว่าคยูฮยอนเดินจากไปไกลหรือยัง และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายลอบยืนฟังอยู่ที่ปากประตูลิฟท์

“ผมไม่อยากจะเชื่อ...”ดวงตาของอีกคนฉายแววผิดหวังระคนเจ็บปวด

“...เมื่อก่อนคุณน่าสงสารมาก...มากจนผมไม่คาดคิดว่าคนอย่างคุณจะทำร้ายคนอื่นได้ แต่ตัวคุณคนก่อนมันได้ตายไปแล้ว...ตายไปแล้วจริงๆ”

“ผมก็บอกแล้วไงล่ะว่าผมคือฮยอกแจ...ไม่ใช่อึนฮยอกคนเก่า”

“ผมไม่แปลกใจเลย...”คยูฮยอนแค่นหัวเราะ

“...เพราะบางทีคุณก็เหมือนไม่ใช่อึนฮยอกที่ผมเคยรู้จัก แต่เป็นใครอีกคนที่ชั่วร้าย...และร้ายกาจมากกว่านั้น”

“ก็เพราะมันเป็นอย่างที่คุณยังไงล่ะครับ อึนฮยอกที่คุณรู้จัก...พวกคุณจะไม่มีวันได้แตะต้องตัวเขาอีก เพราะเขาได้ตายจากพวกคุณไปนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อหนึ่งปีก่อน”

“งั้นฮยอกแจคนนี้ก็คงจะมีนายใหม่ที่ไม่ใช่ไลอ้อนจิวเวอร์รี่ใช่ไหมล่ะ”

คำพูดของคยูฮยอนทำเอาฮยอกแจถึงกับชะงัก เขาหันมามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

“ที่ทำให้ฐานะของคุณร่ำรวยขึ้นผิดปกติ และการที่คุณกลับมาหาเราทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่นิสัยของคุณ อย่าบอกผมนะว่าคุณคือคนของโรสมาร์ค”

โจ คยูฮยอน...

ฮยอกแจกวาดตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง อาการเช่นนั้นทำให้คยูฮยอนถึงกับนิ่ง

“โรสมาร์คคือนายใหม่ของคุณอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่มีใครเป็นนายผมได้ทั้งนั้น...คุณคยูฮยอน”ฮยอกแจเอ่ยก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปาก

“...เพราะคนอย่างผมชอบที่จะทำตามใจมากกว่าอยู่ใต้อาณัติของใคร”

“ถ้าอย่างนั้น...”คยูฮยอนเอื้อมมือมาคร่อมร่างของอีกฝ่าย พร้อมถามด้วยแววตาจริงจัง

“...สิ่งที่คุณต้องการจากพวกเรามันคืออะไร”

“...”

“สิ่งที่คุณต้องการ...จากไลอ้อนจิวเวอร์รี่ จากผม และจากพี่ซีวอน?

ฮยอกแจเลื่อนมือขึ้นมาโอบรอบลำคอของอีกฝ่าย ขณะที่ลิฟท์กำลังจะถึงชั้นสุดท้าย เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างที่คยูฮยอนต้องหวาดระแวง

 

“การแก้แค้น”

 

ประตูลิฟท์ถูกเปิดออก พวกพนักงานต่างอ้าปากค้างเมื่อน้องชายของเจ้าของบริบัทกำลังกอดจูบอยู่กับบุคคลที่ได้ชื่อว่าคนรักของท่านประธาน ก่อนที่ฮยอกแจจะผลักร่างของคยูฮยอนออกห่างด้วยท่าทีหวาดระแวง คยูฮยอนนิ่งอึ้งเมื่อเดาได้ถึงบทละครที่อีกคนกำลังแสดง

ฮยอกแจแกล้งปิดหน้าแล้ววิ่งออกไปจากที่ตรงนั้น ขณะที่พนักงานเริ่มหันไปซุบซิบกระจายข่าว...เรื่องของการลวนลามลูกจ้างของน้องชายท่านประธานบริษัท คยูฮยอนก้าวตามร่างนั้นไปอย่างเอาเรื่อง เขากระชากร่างของอี ฮยอกแจ ซึ่งเจ้าตัวก็ครางเสียงอ่อนอย่างน่าสงสาร

“คุณคยูฮยอน...”เจ้าตัวกวาดตามองที่คนอื่นๆที่กำลังให้ความสนใจ

“...ปล่อยผมไปเถอะครับ”

คยูฮยอนนิ่งอึ้ง คนที่อยู่ในลิฟท์และคนที่อยู่ตรงหน้าเขาเหมือนเป็นคนละคน เหมือนถูกเปิดตาให้เห็นถึงโลกมายาที่เร้นลับเป็นครั้งแรก เขามองสายตารอบข้าง ก่อนจะกระชากอีกฝ่ายเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงแข็งกร้าว

 

“ผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณทำตามใจได้ง่ายๆ...อี ฮยอกแจ”

 

ฮยอกแจชักสีหน้าหวาดหวั่น สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายอย่างหวาดกลัว คยูฮยอนก้าวขาออกจากบริษัทไปอย่างหงุดหงิด ฮยอกแจเดินลูบแขนปอยๆไปในที่ลับตาคน ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นเรียบเย็น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากด พร้อมแย้มรอยยิ้มร้ายกาจ

 

“ฉันเองก็จะไม่ใจดีกับนายต่อไปอีกแล้ว...โจ คยูฮยอน”

 

**

 

อี ซองมินมองใบสมัครงานที่อี ฮยอกแจกรอกให้เขา และวันนี้เขาต้องนำมายื่นให้กับบริษัทเปิดใหม่ที่ดูมีอนาคตรุ่งก้าวไกล ร่างอวบที่แต่งตัวเหมือนพนักงานเงินเดือนทั่วไปก้าวเข้าไปในตึกใหม่ที่หรูหรา ซองมินรู้สึกขนลุกน้อยๆเมื่อเดินไปที่หน้าเคาท์เตอร์

“ผมมา...”ชายหนุ่มไม่รู้จะเก็บมือไว้ที่ไหนดี

“...สมัครงานตามจดดหมายนี่ครับ”

เขายื่นซองสีขาวที่ฮยอกแจมอบให้เขาให้พนักงานสาว หล่อนเปิดดูอย่างสนใจก่อนที่แววตาของเจ้าหล่อนจะเปลี่ยนไปแทบจะทันที รีบกุลีกุจอเชิญเขาเข้าไปในห้องรับแขกสุดหรูที่ดูจะทำให้ตัวเขาเล็กลีบลงกว่าที่เคย คนที่ก้าวเข้ามาในห้องสองคนทำเอาซองมินอ้าปากค้าง

“สวัสดีครับ”ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าทักทายเขาพร้อมรอยยิ้ม ในมือมีซองขาวที่ฮยอกแจมอบให้เขาอยู่ด้วย

“...คุณอี ซองมิน”

ซองมินรีบลุกขึ้นเมื่อได้สติ ก่อนจะโค้งจนหัวแทบชนเข่า อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ พร้อมยื่นมือมาให้เขา เป็นการทักทายแบบชาติตะวันตก

“ผมคิม ยองอุน...ประธานบริษัทคิมกรุ๊ป”

ซองมินแทบเข่าอ่อน ตาย...มาวันแรกก็เจอท่านประธานเลย

“คุณฮยอกแจเขาโทรมาหาผมตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้วล่ะครับ น่าเสียดายที่โทรมาช้าไปหน่อย ตำแหน่งสำคัญๆเลยถูกยึดไปหมดแล้ว เอางี้...คุณพอจะเป็นผู้ช่วยเลขาของผมจะได้ไหมครับ”

“ผะ...ผู้ช่วยเลขา”ซองมินอ้าปากพงาบๆ ผู้ช่วยเลขาท่านประธาน...งานเอ้วเลยนะนั่น

“...ตะ...ตำแหน่งมันใหญ่เกินไปหรือเปล่าครับ ผมขอเป็นแค่พนักงานบัญชีก็พอแล้ว”

“ขืนตำแหน่งต่ำกว่านี้ คุณฮยอกแจจะได้ฆ่าผมล่ะสิ...”คังอินทำหน้าขนลุกขนพอง

“...รายนั้นเขาสั่งนักสั่งหนา ว่าให้ผมวางตำแหน่งของคุณไว้ให้ดีๆ ถ้าเขารู้ว่าผมให้คุณเป็นแค่พนักงานเงินเดือนมีหวังกระชากหัวผมแน่”

“อ่า...”เพื่อนเขามันใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

“หรือคุณซองมินไม่อยากทำงานกับผมครับ”เสียงหวานๆดังขึ้นทำให้ซองมินหันไปมองคนที่นั่งข้างประธานบริษัทเป็นครั้งแรก และดวงหน้าหวานๆนั่นก็ทำเอาชายหนุ่มร่างอวบถึงกับชะงัก

“มะ...ไม่ใช่ครับ!!”ซองมินปฏิเสธเสียงรัวเร็ว

“...ผมไม่มีความคิดอย่างนั้นเลยคุณ...”

“คิม เรียวอุคครับ...”ร่างเล็กราวตุ๊กตานั่นเลื่อนมือมาสัมผัสเขา แล้วยิ้มอย่างอ่อนหวาน

“ผมเป็นเลขาของพี่ชาย”

“พี่...”ซองมืออ้าปากค้างเป็นรอบสอง

“เรียวอุคเป็นญาติผู้น้องของผมครับ”คังอินยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ซองมินพยักหน้าช้าๆทั้งๆที่ยังอ้าปากค้าง ได้ใกล้ชิดคนสำคัญขนาดนี้เลยเหรอวะตู

“มาทำงานกับพวกเรานะครับคุณซองมิน”เรียวอุคเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน

“...คุณฮยอกแจเขาการันตีฝีมือคุณมาแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไรทั้งนั้นเลยนะฮะ”

“ครับ”

ไม่รู้ทำไมหน้าของซองมินตอนนี้มันถึงได้ร้อนนักนะ...

 

**

 

“ผมได้ข่าวว่าวันนี้คุณถูกคยูฮยอน...”ซีวอนเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรือเสียใจกันแน่นะ

“...ทำไมหมอนั่นถึงได้”

“อย่าพูดเรื่องนี้เลยครับซีวอน...”ฮยอกแจเอ่ยด้วยเสียงเศร้าสร้อย

“...คุณคยูฮยอนเขาไม่ตั้งใจหรอก แล้วตอนนี้เขายังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”

ซีวอนพ่นลมหายใจออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะสบถออกมาเสียงดัง

“ให้มันได้อย่างนี้สิ!!

เสียงรถที่แล่นเข้ามาทำเอาคนสองคนไหวตัว ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะว่ามันไม่ใช่รถของคนที่เขาต้องการทั้งสองคน หากกลับเป็นชายหนุ่มแปลกหน้า ซีวอนหยัดตัวขึ้นลุกแล้วเดินไปทักทายด้วยอย่างสนิทสนม

“มาหาซึงอาหรือโบซอก”

ฮัน โบซอกหันหน้ามายิ้มให้ว่าที่พี่เขย ก่อนจะตอบกลับอย่างอารมณ์ดี

“ครับ แล้วก็มาตรวจอาการว่าที่คุณแม่ลูกออ่อนด้วย ฮเยอินดูเหมือนร่างกายจะไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ...เอ่อ”

ฮยอกแจที่เดินตามหลังซีวอนมาชะงักกับสายตาของแขกคนใหม่ของบ้าน ร่างบางยืนนิ่งเมื่อมองดวงตาสีดำที่ทอดมองมานั่น อาจจะเพราะความมืดที่ทำให้เขาเดาแววตาเช่นนั้นไม่ถูก แต่สังหรณ์ใจของคนที่เจนโลกในด้านมืดมันก็พอจะบอกได้ว่า...มันไม่ธรรมดาเลยสักนิด

“คุณอึนฮยอกกลับมาตั้งแต่ตอนไหนครับ”คำถามสุภาพของหมอนุ่ม เจ้าตัวเดินมาทักทายเขาพร้อมรอยยิ้ม

ฮยอกแจยืนนิ่ง ก่อนจะแย้มรอยยิ้มให้อีกฝ่ายที่มีสีหน้าเปลี่ยนไป คิ้วเรียวขมวดแน่นกับท่าทีเช่นนั้น ชายหนุ่มตรงหน้ามองเขาแล้วยิ้มให้อีกครั้ง

“ได้ข่าวว่าคุณเปลี่ยนชื่อ”

“ถ้าอย่างนั้นเราน่าจะทำความรู้จักกันใหม่นะครับ”ฮยอกแจเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางเบา ก่อนจะยื่นมือออกมา

“...ผมอี ฮยอกแจ”

อีกคนมองมันเหมือนเป็นเรื่องตลก ก่อนจะยื่นมือมาสัมผัสตอนเบาๆ

“ผมฮัน โบซอกครับ”

สัมผัสเย็นบางอย่างที่นิ้วนางทำให้ฮยอกแจเหลือบตาลงมอง ก่อนที่ดวงตาสีอำพันจะวาวโรจน์...

...แหวนนั่น...

“แหวนสวย...นะครับ”ฮยอกแจเอ่ยเสียงราบเรียบ

“แหวนหมั้นผมยังไงล่ะครับ อะ...โอ๊ยยย!!”ร่างสูงเผลอร้องออกมาเสียงหลงเมื่อเล็บแหลมนั้นจิกลงฝ่ามือของเขาจนเป็นรอยแดง ฮยอกแจรู้สึกตัวจึงปล่อยมันออก ก่อนจะช้อนตาขึ้นสบสายตาอีกฝ่าย คราวนี้...เขายิ้มออกมาอย่างยั่วยวน

 

“แล้วเจอกันใหม่นะครับ คุณโบซอก”

 

**

 

อี ทงเฮพยุงร่างปวกเปียกของโจ คยูฮยอนมาขึ้นรถของตนเอง เขาก้าวขึ้นนั่งที่คนขับมองอีกคนที่มีดวงตาพร่าเลือน คยูฮยอนยังพอมีสติ แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมหัวมันถึงได้หนักอึ้งจนแทบไร้เรี่ยวแรงอย่างนี้นะ

“ทงเฮ...”

เจ้าของชื่อหันมามองเขา ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมืออุ่นพร้อมเอ่ยเสียงอ่อนพร้อมรอยยิ้มบางเบา

“นายเมามากแล้วนะ ฉันจะพานายกลับไปส่งที่บ้านเอง หลับให้สบายเถอะ”

“ผมดื่มไปแค่สองแก้ว”คยูฮยอนเอ่ยเหมือนฟ้อง ก่อนยกมือขึ้นประคองศีรษะตนเอง

“...แต่ทำไมมัน...ถึงได้”

“อย่าไปคิดถึงมันเลย”ทงเฮตัดบท ปิดประตูรถและสตาร์ทเครื่องยนต์

“...พักผ่อนให้สบายเถอะนะ”

คยูฮยอนพยักหน้าอย่างจำยอม ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงนุ่ม

“ขอบคุณครับทงเฮ”

คนถูกขอบคุณยิ้มเฝื่อน ก่อนจะออกรถไปโดยโยนซองยาเปล่าออกนอกรถ ร่างบางเบือนหน้ามองคนที่กำลังหลับตาพริ้ม ก่อนจะประคองมือบางของอีกคนขึ้นมากดจูบเบาๆ

“ขอโทษ...คยูฮยอน”

เจ้าของชื่อตอนนี้ถึงยังมีสติ แต่ความเวียนหัวอันเกิดจากฤทธิ์ก็มากพอจะทำให้ตนเองไม่ได้ยินเสียงอันแผ่วเบานั่น รถเปิดประทุนสีแดงแล่นออกไปเรื่อยๆจนถึงคฤหาสน์แสนสวยของตระกูลชเว

ทงเฮลงจากรถมาพยุงร่างของคยูฮยอน ซีวอนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพอ่อนเปลี้ยของน้องชายตัวเอง ทงเฮยิ้มน้อยๆให้เจ้าของบ้านที่ทำหน้าเหมือนจะเข้ามาซัดน้องชายตนเองได้ทุกเมื่อ

“คยูฮยอน...”ซีวอนเรียกชื่อน้องของตนเองเสียงเขียว แต่ก่อนที่จะทันได้ทำอะไรฮยอกแจก็ก้าวเข้ามาขวางพร้อมคำพูดนุ่มนวล

“คุณซีวอนอย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ ให้ผมจัดการคุณคยูฮยอนเองก็แล้วกันนะฮะ”

รอยยิ้มหวานพร้อมคำพูดนั้นทำให้ร่างสูงเม้มปากแน่นอย่างหัวเสีย ฮยอกแจเดินเข้ามารับร่างของคยูฮยอนต่อจากทงเฮ ดวงตาสองคู่สบกัน ทงเฮเม้มปากแน่น...ยัดซองยาถุงเล็กใส่มือเพื่อนที่รอรับ ก่อนจะก้าวขึ้นตัวรถ

“อะ...”คยูฮยอนปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนพยุงเขาไว้

“คุณคยูฮยอน...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอ่อนหวาน ลูบแก้มขาวของอีกฝ่ายเบาๆ

“...ท่าทางคุณจะเมามากแล้วนะครับ ให้ผมพาคุณไปห้องนอนจะดีกว่านะฮะ”

คยูฮยอนพยายามหยัดตัวออกห่าง หากอีกคนก็ใช้เรี่ยวแรงของตนกระชากเขากลับอย่างง่ายดาย ฮยอกแจยกมือขึ้นปิดปากอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปยิ้มเจื่อนๆให้ชเว ซีวอนที่มองอยู่ห่างๆ เหมือนไม่อยากจะยุ่งอะไรกับน้องชายคนนี้มากนักอีกต่อไป

“ซีวอน...ผมจะพาคุณคยูฮยอนไปส่งที่ห้องนะครับ”

“ผมไปด้วย”ซีวอนเอ่ยเสียงแข็ง

ฮยอกแจส่ายหน้า

“เขาคงโกรธคุณอยู่ อย่าห่วงเลยครับ เขาเมาขนาดนี้คงจะทำอะไรผมไม่ได้หรอก”

คนที่ถูกวางยาจนอ่อนเปลี้ยพยายามเบือนหน้าหนีมือที่ปิดเรียวปากของตน ฮยอกแจเหลือบตามองเหยื่อของเขาแล้วยิ้มหวานให้ดวงตากราดเกรี้ยวนั่น ก่อนจะลากร่างสูงโปร่งขึ้นบ้านใหญ่ไปที่ห้องนอนของเจ้าตัว ซีวอนเดินเข้ามาพยุงร่างน้องชายของตนเองเพื่อช่วยเบาแรงคนรัก

“พะ...พี่...”คยูฮยอนเรียกอีกคนเสียงสั่น

ชเว ซีวอนถลึงตาใส่อีกฝ่าย

“เงียบไปเลย!! รอให้นายหายดีก่อน...นายต้องเจอฉันแน่! โจ คยูฮยอน!!

คยูฮยอนเม้มปากแน่น ก่อนจะสะบัดหน้าหนีอีกฝ่าย

“พี่ซีวอน!!”ทันทีที่ฮยอกแจก้าวเข้าตัวบ้าน ชองฮเยอินที่นั่งอยู่บนโซฟาก็แผลงฤทธิ์

“...ทำไมยอมให้ไอ้หมอนี่เข้ามาในบ้านคะ!!? ไหนเราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ!!?

ฮยอกแจมองหญิงสาวอย่างรำคาญ ก่อนจะหันมาทางชเว ซีวอนแล้วเอ่ยเสียงหงุดหงิด

“คุณไปปรับความเข้าใจกับภรรยาของคุณเถอะครับ ผมจะพาคุณคยูฮยอนเข้าไปพักผ่อนในห้อง เดี๋ยวก็ออกมา”

ซีวอนพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปหาภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของตนเอง ฮยอกแจเปิดประตูห้องของคยูฮยอนก่อนจะวางร่างสูงไว้บนเตียงกว้างของเจ้าตัว คยูฮยอนพยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งเมื่อรู้สึกดีขึ้น

“อาการดีขึ้นแล้วเหรอ...”ฮยอกแจเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มพราย ร่างบางกอดอกมองอีกฝ่ายด้วยสายตาพราวระยับ

“...แปลว่าฤทธิ์ยากำลังหมดฤทธิ์สินะ”

คยูฮยอนขมวดคิ้วแน่น พยุงหัวที่โคลงเคลงของตนเอง ก่อนถามเสียงห้วน

“พูดอะไร? แล้วทำไมคุณไม่ออกไปอีก?”

ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเชยดวงหน้าหล่อคมนั้นขึ้นสบตา ลูบเส้นผมสีดำขลับที่คลอเคลียดวงหน้าช้าๆอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบซองยาออกมา คยูฮยอนเบิกตากว้าง ฮยอกแจบีบกรามของอีกฝ่ายแล้วกรอกมันใส่ปากของร่างสูงเมื่ออีกคนไม่ทันตั้งตัว คยูฮยอนพยายามคายสิ่งที่อยู่ในปากออกโดยเร็ว ฮยอกแจหัวเราะคิกคัก ก้มหน้าลงมาจูบแก้มของอีกคนเหมือนรักใคร่

 

“ฉันไม่ปล่อยนายไปง่ายๆหรอกคยูฮยอน”

 

**

 

“อย่าครับ!! คุณคยูฮยอน! อย่าทำผม!!...”

เสียงร้องที่ดังลั่นมาจากห้องของน้องชายทำเอาชเว ซีวอนลุกพรวดพร้อมคนอื่นๆ ก่อนจะวิ่งเป็นกระชากประตูเปิดออกสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือสิ่งที่เขาไม่คาดฝัน

ร่างบางของคนที่รักกำลังดิ้นรนขัดขืนน้องชายของเขาที่กำลังฝังดวงหน้ากับซอกคอขาวพร้อมลูบไล้เรือนกายแบบบางอย่างหื่นกระหาย คยูฮยอนกดจูบฮยอกแจที่ดิ้นหนัก อีกฝ่ายเบือนหน้าหนีแล้วดิ้นแรงมากขึ้นพร้อมร้องคนรักช่วยเสียงสั่น

“ซีวอน! ช่วยผมด้วย!!

ชเว ซีวอนเพิ่งจะสติ ความกราดเกรี้ยวประเดประดังเข้ามาจนเขาถลาเข้าไปกระชากร่างของคนรักออกแล้วตันหน้าน้องชายตนเองอย่างแรง คยูฮยอนทรุดฮวบลงกองกับพื้น ร่างสูงถลาเข้าไปวาดหมัดใส่หลายครั้ง ชเว ซึงอาเบิกตากว้างรีบวิ่งเข้าไปคว้าแขนของพี่ชายคนโต

“พี่ซีวอน...อย่าค่ะ!!

ร่างบางถูกสะบัดจนหลุด ซึงอาเซล้ม ฮเยอินหน้าเซียวมองเหตุการณ์รุนแรงเบื้องหน้า เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้มาก่อนเลย

“คุณซีวอน...”

เสียงเรียกสั่นเครือพร้อมอ้อมกอดลั่นระริกที่สวมกอดมาจากด้านหลังทำเอาชเว ซีวอนชะงักกำปั้นครั้งต่อไป มองสภาพยับเยินของโจ คยูฮยอนที่หอบสะท้าน เขาหันมาโอบกอดเรือนกายที่สั่นระริกของอี ฮยอกแจอย่างหวงแหน

“พอ...พอแล้วครับ”ฮยอกแจเอ่ยเสียงสั่น กอดคนรักของตนไว้แน่น

“พี่...”คยูฮยอนยกมือขึ้นกุมจมูกที่มีเลือดกำเดาไหลอาบ ดวงหน้าหล่อพกช้ำและความเจ็บชานั่นทำให้เขาไม่อาจพูดได้ทันอย่างใจคิด

“...ผม...”

“ไปให้พ้น...”ซีวอนเอ่ยเสียงสั่น ดวงตาแดงก่ำขณะที่โอบกอดฮยอกแจเอาไว้แน่น

คยูฮยอนเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ซีวอนตวาดลั่นอีกครั้ง

“...ฉันบอกให้นายออกจากบ้านหลังนี้ไปซะ!!

ดวงตาสีดำขลับของคนเป็นน้องเบิกกว้างยิ่งกว่าเก่า เสียงนั่นเหมือนค้อนที่ทุบศีรษะของคยูฮยอนจนชางง ก่อนที่ความเจ็บปวดจะตามมาเหลือคณานับ

“พี่...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“...ไม่ฟังผมบ้างเลยเหรอ”

“ไม่มีอะไรที่ต้องฟังกันอีกต่อไปแล้ว...คยูฮยอน”

คยูฮยอนนิ่งงัน หลุบมองคนที่อยู่ในวงแขนของพี่ชาย สลับกับพี่ชายที่เขารัก ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มให้เขาอย่างสมใจ เขาสบดวงตาจริงจังของพี่ชายตนเอง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเจ็บปวด

“ก็ได้...”เสียงของชายหนุ่มสั่นเครือ ก่อนตวาดลั่น

“...ผมไปก็ได้!! แต่จำไว้นะพี่ซีวอน!! แล้วพี่จะต้องเสียใจที่ไล่ผมไปในวันนี้!

คยูฮยอนหยัดตัวขึ้น ก่อนจะก้าวขาออกจากห้องของตนเองไป โดยที่ใครก็รั้งไว้ไม่อยู่ ร่างสูงก้าวขึ้นรถของตนเอง ก่อนจะขับมันออกไป ไม่วายหันมามองบ้านที่ตนเองเติบโตมา

เรียวปากสั่นระริกแตกยับนั้นเม้มแน่น มือที่วางอยู่บนพวงมาลัยเองก็กำแน่น ก่อนที่ดวงตาสั่นไหวนั้นหลั่งน้ำตาแห่งความผิดหวัง โศกเศร้าและเจ็บปวด คยูฮยอนเบือนหน้าไปที่ถนน ก่อนจะขับรถพุ่งออกไปในความมืด

 

**

 
คำผิดยังมีอยู่ = = เดี๋ยวมาแก้ให้นะฮับ -0-//

ตอนนี้ขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ก่อน(หลบมุมมาอัพฟิค 55+ )

ขอให้มีความสุข(อวยพรย้อนหลังวันคริสมาส)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #916 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 11:24
    สุดยอกอ่าฮยอกแจนายแน่มาก
    โบซอก ?? แหวนนั่น ใช่แหวนที่ฮยอกแจกำลังตามหาใช่มั้ย โบซอกเป็นคนรายแน่เลย
    สงสารคยูหรือสงสารซีวอนดีที่ต้องมาเจอกับฮยอกแจ 555
    คยูกี้ถูกไล่ออกมาแล้ว การแก้แค้นคงจิง่ายขึ้น อ่าตามต่อๆ~
    #916
    0
  2. #876 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 20:34
    สงสารคยูอ่ะ T^T
    #876
    0
  3. #827 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 เมษายน 2555 / 03:40
     สงสารคยูจับใจเลย TT
    #827
    0
  4. #776 Mhoomin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 17:03
    นอกจากอี อึนฮยอกที่น่าสงสารแล้วยังมีโจ คยูฮยอนอยู่อีกคน

    ฮัน โบซอกคือเจ้าของแหวนที่ฮยอกแจตามหาใช่มั๊ย??
    #776
    0
  5. #603 ae snoopy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:13


    คยูเ็ป็นเหยื่อในการแก้แค้นครั้งนี้น่าสงสารจัง
    #603
    0
  6. #602 yepat@dD (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:40
    ฮือออ...สงสารคยูอ่าาาา
    #602
    0
  7. #601 ze_gusy club (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 21:10
    สนุกอย่างแรง!!!!
    วอนไล่คยูกี้ไปแล้วอ่ะ
    ฮยอกแจร้ายยอ่ะ แต่ชอบบบบบบ
    #601
    0
  8. #600 พริกหยวก (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 22:55
    วอนไล่กี้ไปแล้ว!!!!
    เข้าทางฮยกเลยคราวนี้ -  -
    เเล้วฮยอกก็เจอเเหวนเเล้วด้วย ! 
    แกเสร็จแน่โบซอกเอ๋ยยยย

    ฮยอกแจก็ยั่วไปทั่วจริงๆ
    ถ้าเธอจะนางร้ายขนาดนี้
    #600
    0
  9. #599 mamey71 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 19:37
    อ๊ากกกกกกกสงสารคยูฮยอกแจใจร้ายจัง ตื่นเต้นกับการแก้แค้นของฮยอก

    ใกล้รู้ตัวคนที่ทำร้ายอึนฮยอกแล้วสินะ
    #599
    0
  10. #598 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 14:28

    ฮยอกเเจ นายเเน่มากอ่ะ ชอบที่ฮยอกเเจเป็นเเบบนี้ชะมัด ร้ายกาจได้โล่เลย

    คยูเเอบสงสารนิดหนึ่ง กลายเป็นเเพะรับบาปโดยไม่ได้ตั้งใจ

    ด๊อง ถึงชื่อเสียงจะเสื่อมเสียเเต่ก็งก จะเอาใช่ไหมหุ้น 3 เปอร์เนี่ย ฮ่าๆ

    ชอบจียงกับปู่ได้อีกอ่ะ น่ารักๆๆ สองคนนี่ออกมาสร้างสีสันโดยเเท้

    บอมกับอึนออกมานิดเดียวเอง อยากรู้ว่าถ้าอึนจำได้อึนจะทำยังไงนะ

    จะรักวอน หรือจะเลือกบอม เเต่ที่เเน่ๆ วอนคงโดนฮยอกเเจเเก้เเค้นซะไม่เหลืออะไรเเล้ว

    เเอบกลัวๆตอนจบไรเตอร์เขียนพลิคล็อคให้คนที่ไม่เหลืออะไรเลยคือฮยอกเเจ

    อย่าทำเเบบนั้นนะ ตามไปเผาบ้านเลย (ฮ่าๆ เค้าล้อเล่นนะไรเตอร์) 

    ซองมิน ไม่คิดสงสัยเพื่อนเลยหรอว่าเเปลกๆไป เเต่ก็นะนู๋มินมันซื่อ

    สงสารที่สุดเห็นจะเป็นฮีชอล ฮ่า พี่ทึกโดนฮีวางยาหรอเนี่ย เเถมยังเป็นคนเเรก ตลกก็ตรงนี้ล่ะ

    วอน ไว้อาลัยให้ความโง่งม 2 วิ ไลออนจิวเวอร์รี่จะพังก็พอนายเเหละวอน

    ว่าเเต่น้องวอนน่าสงสัย คนที่สวมเเหวนวงนั้นก็ด้วย

    ดูเหมือนตอนนี้อะไรๆ จะทิ้งปมไว้หมด อ่า รอไรเตอร์มาเฉลย มาไวๆนะ เห็นฟิคเรื่องนี้อัฟที่ไรกรีดร้องทุกที

    อ่านเเล้วสะใจดีอ่ะ อิอิ

    #598
    0
  11. #597 ฺฺBelieve in SJ_E.L.F (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 20:20

    สงสารคยูอะ ทงเฮมาช่วยคยูเร็ววว
    ฮยอกแจแกล้งคยูทำไมTOT

    #597
    0
  12. #596 * [J]o[L]ee[P]op ,, ♥ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 18:15
    จะบอกว่าอ่านเรื่องนี้แล้วเครยีดจริงๆแหละ
    สุดยอดมาก U___U แต่คนที่สุดยอดสุดๆคงไม่พ้นฮยอกแจ!
    ไม่มีใครเกินนาง(?)แล้ว ณ จุดนี้!!
    สงสารคยูนะ... สงสารมากๆๆ เหมือนเป็นคนดีที่ไม่มีที่อยู่
    แล้วแบบนี้ออกจากบ้านไปจะไปอยู่ที่ไหน? ทงเฮหรือ?
    โอ้ยยยย อึดอัดจริงๆ วอนก็นะ... ความรักช่างปังตาไว้มิดแท้ๆ = =

    จะว่าก็ว่าเริ่มสงสัยซึงอา = =
    หรือว่าทั้งหมดจะเกิดจากซึงอา ?? แต่ซึงอาเปนน้องหนิ?
    แล้วแหวน? โบซอก? โอ้ยยยยย ไม่ไหวแล้วอะ !!
    อยากรู้มากกกกกกกกกกก 5555

    เนื้อเรื่องเข้มข้นสุดๆจริงๆ
    อยากอ่านต่อแบบไม่ไหวแล้วอะคะ ><
    ไรเตอร์มาต่อไวๆนะคะ สู้ๆ
    #596
    0
  13. #595 josephine. (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 12:02
    มันน่าจะแบบนี้ตั้งแต่ต้นล้วนะ แอบสะใจ เล็กน้อย ก็เขาแรงได้จริงดีนี่ =_=;
    #595
    0
  14. #594 sanphet (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 11:50
     ตอนนี้สงสารคยูอ่ะ
    ฮยอกแจเจอคนที่ทำอึนตัวจริงแล้ว
    ก็จัดการเอาให้เจ็บแสบเลย
    #594
    0
  15. #593 geejajaa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 23:26
    ในที่สุดฮยอกก็ได้แก้แค้น สะใจ!!! อ้าว?!

    คยูจ๋า เค้าเข้าใจตัวเธอนะ
    แต่ว่า ยังไงซะถ้าวอนโดนฮยอกชำแหละแล้ว
    ช่วยกัลบไปช่วยพี่ชายด้วยนะ
    #593
    0
  16. #592 kamoo (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 23:16
    สงสารคยูอะ ฮยอกแก้แค้นโดยไม่เลือกวิธีการเลยจริงๆ แหะ
    #592
    0
  17. #591 moonoy68 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 21:10
    ตอนนี้เครียดได้อีก เหมือนเหตุการกำลังจะมาถึงจุดหักแล้วใช่ไหมเนี้ย
    #591
    0
  18. #590 bam (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:24
    เย้ ขอบคุณไรเตอร์ที่มาอพฟิคให้ได้อ่าน



    สถานการณ์ยังตึงเครียด เศร้าอ่ะ



    แต่ในความตึงเครียด เราว่าเราชอบเทมป์จีแหละ(มีนิดๆ)
    #590
    0