ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 27 : -24-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ต.ค. 54

 

เสียงโทรศัพท์แผดลั่นทำเอาคนที่กำลังฟุบหลับต้องเอื้อมมือมากดรับมันทั้งๆที่ดวงตาคู่สวยยังไม่ลืมขึ้นมาดูเลยสักนิดว่าเป็นใครที่โทรมา อี ทงเฮกรอกเสียงลงไปอย่างงัวเงีย

“ฮัลโหล”

“คยูฮยอน...”เสียงเข้มๆและเครียดขึงดังมาปลายสาย “...ทำไมเมื่อคืนนายไม่กลับบ้าน!!?

“ผมอี ทงเฮฮะ...”ทงเฮตอบเสียงนั้นอย่างง่วงนอนเต็มที ท่าทางจะโทรผิดกระมัง...

“คุณทงเฮ?...”เสียงปลายสายค่อนข้างตกอกตกใจไม่น้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเป็นกังวล “...แต่นี่มันมือถือของคยูฮยอน”

คราวนี้เปลือกตาบางปรือเปิดอย่างรวดเร็ว เขาก้มมองโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช่ของเขา พินิจชื่อคนที่โทรเข้าแล้วเผลอครางออกมาเสียงแผ่ว

“ชเว...ซีวอน...”

เสียงโทรศัพท์มือถือที่คุ้นเคยแผดลั่นจากอีกฝ่ายของเตียงนอน ก่อนจะได้ยินเสียงกดรับ และเสียงงัวเงียของคนที่คุ้นเคย

“ครับ”

“อี ทงเฮ!! ทำไมนายไม่รับโทรศัพท์ฉัน!!?

เสียงถามแสนกราดเกรี้ยวนั้นเป็นของคนที่รู้จักดี ทงเฮผวาลุกขึ้นจากเตียงแล้วหันไปหาคนที่สะลึมสะลืออยู่ข้างเตียง เขารีบคว้าโทรศัพทของตนเอง พร้อมทั้งยัดเยียดมือถือของอีกฝ่ายใส่มือเจ้าของ ร่างบางหันมากลอกเสียงลงโทรศัพท์มือถือของตัวเองอย่างเร่งรีบ

“ฮยอกแจ...เบาๆหน่อย คยูฮยอนเขาอยู่ห้องฉันนะ”

“คยูฮยอน?...”ฮยอกแจพึมพำชื่อผู้บริหารหน่อมของบริษัทคู่แข่งเสียงสูง ก่อนจะถามเพื่อนรักด้วยเสียงที่สูงกว่าเก่า “...ไอ้หมอนั่นไวไฟขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?

“บ้า!...”ทงเฮว่าเสียงเขียว สำรวจเสื้อผ้าหน้าผมของตนเองที่ยังครบเซต “...เราไม่ได้ทำอะไรเสียหายอย่างที่นายคิดหรอกน่า”

“รีบไล่มันกลับไป ฉันจะไปกินข้าวเที่ยงกับนายในอีกหนึ่งชั่วโมง”ฮยอกแจว่าเช่นนั้นก่อนกดตัดสายโทรศัพท์มือถือ

ทงเฮหันมามองอีกคนที่นอนอยู่ข้างเตียงโดยไม่ยอมล่วงล้ำขึ้นมาบนเตียง เห็นอีกฝ่ายทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเอ่ยเสียงอ่อยกับพี่ชายตัวเองที่อยู่ปลายสาย

“ครับ...จะรีบกลับเดี๋ยวนี้แหละ ขอโทษด้วยฮะ”

คยูฮยอนกดตัดสายด้วยสีหน้าหนักใจ เขาหันมาหาอี ทงเฮที่นั่งมองตาปริบๆ ผู้บริหารร่างบางเอ่ยเสียงหวานกับอีกคนอย่างนุ่มนวล

“นายอาบน้ำแต่งตัวก่อนแล้วค่อยกลับไปก็ได้ เดี๋ยวฉันจะหาเสื้อผ้าที่พอดีตัวกับนายมาให้”

คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มอ่อนบางรับคำพูดนั้น ทงเฮลุกจากเตียงมารื้อค้นตู้เสื้อผ้าก่อนส่งผ้าขนหนูให้อีกฝ่าย เจ้าตัวหันกลับไปแหวกเสื้อผ้าที่วางเรียงกันเป็นตับ

“ชุดขนาดตัวนายฉันว่า...น่าจะมีอยู่นะ แต่ชั้นในนายคงต้องมาเลือกเองแล้วล่ะ”

“ครับ”คยูฮยอนพยักหน้ารับ “แล้ววันหลังผมจะซักคืนให้นะฮะ”

“วันหลังมาหาฉันอีกนะคยูฮยอน...”ทงเฮแย้มรอยยิ้ม แก้มขาวๆนั้นขึ้นสีเมื่อเอ่ยประโยคต่อมา “...เมื่อคืน ขอบคุณมากนะที่ไม่รับข้อเสนอของฉัน”

คยูฮยอนแย้มรอยยิ้มบางขณะที่รับเอาเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายมอบให้

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ แต่ว่า...”

ทงเฮหันมาสบตากับร่างสูง ก่อนที่จะเห็นประกายตาเว้าวอนของอีกฝ่าย คยูฮยอนเอ่ยเสียงแข็ง

“...อย่าทำแบบเมื่อคืนนี้อีกนะฮะ...”

“...”

“...อย่าขอให้ใครคนอื่นมาล่วงเกินคุณ เพียงเพราะความรู้สึกชั่ววูบที่เกิดจากคนๆเดียว ถ้าหากคุณอยากระบายล่ะก็...โทรเรียกผมได้ทุกเมื่อเลยนะฮะ”

ร่างบอบบางนิ่งงัน รับฟังคำพูดนั้นแล้วแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างละอายใจ ทงเฮพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง

“ขอบคุณมากนะคยูฮยอน ขอบคุณ...จริงๆ”

ร่างสูงยิ้มรับคำ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเอง อี ทงเฮมองส่งจนลับ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงผะแผ่ว

 

“...แล้วก็ขอโทษนะ คยูฮยอน”

 

**

 

เจ็บจัง...

อึนฮยอกขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนา ความรู้สึกจุกและเจ็บหน่วงที่ช่องทางรัก ความปวดร้าวทั่วสรรพางค์ และอะไรบางอย่างที่ร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาอยู่ที่ลำคอจนต้องสะอื้นออกมาเบาๆ ดวงตาสีอำพันปรือขึ้นมองสภาพห้องของตนเอง ทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิม กลิ่นอายเดิมๆที่เขาชาชินกับมันมานาน และความฝันเดิมๆ...

ฝันนั้นเริ่มตามหลอกหลอนตั้งแต่ตอนที่เขากลับจากปิคนิค และเหมือนมันจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆพอกับอาการปวดศีรษะที่ปะทุขึ้นทุกวัน แต่อึนฮยอกก็ยังไม่กล้าที่จะบอกพี่ชายหรือแม้แต่คิม คิบอม

เพราะตอนนี้พี่คงจะเหนื่อย แน่ล่ะ...ด้วยฐานะประธานบริษัทคงจะทำให้ฮยอกแจต้องทำงานหนัก เพราะฉะนั้นต่อให้โหยหาคนที่ได้ชื่อว่าสายเลือดเดียวกันมากแค่ไหน อึนฮยอกก็แทบจะไม่เคยปริปากบอกใครเลยสักคน แน่นอน...รวมถึงคิบอมด้วย ผู้ชายแสนดีที่ดูแลอึนฮยอกราวกับไข่ในหิน ผู้ชายที่ต่อไปนี้จะก้าวไปบนเส้นทางเดียวกัน...แน่เหรอ

คิบอมคงไม่รู้ตัวหรอก ว่าเจ้าตัวยังปกปิดแววตายามที่มองส่งหรือคุยโทรศัพท์กับพี่ชายฝาแฝดเขาไม่มิด มันอาจจะไม่ได้อ่อนโยนเหมือนที่มอบให้แก่เขา แต่ความลึกล้ำนั้นมันก็ยากสุดจะหยั่ง แต่อึนฮยอกเองก็ไม่อาจปฏิเสธหัวใจที่เต้นรัวเร็วยามอีกคนสัมผัสกายหรือบอกคำหวานได้

ความจริงแล้วเขาเพิ่งจะสังเกตมันเมื่อหลังจากรับคำขอแต่งงานนี้นี่เอง อาจจะเป็นเพราะความหวังดีแบบผิดๆที่ถือวิสาสะเข้าไปจัดโต๊ะทำงานให้อีกฝ่ายโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ ผลที่เห็นคือรูปถ่ายของว่าที่เจ้าบ่าวตัวเองและพี่ชายฝาแฝดวางไว้อยู่หัวเตียง ถูกใส่กรอบอย่างดีเหมือนว่าเป็นของสำคัญที่แสนหวงแหน

แต่ถึงเคลือบแคลงใจจนอยากถามมากแค่ไหน แต่พอสบดวงตาสีดำคู่นั้นเขาก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้ หรือไม่อึนฮยอกก็กลัวคำตอบที่จะได้ยินนั่นแหละ

ร่างบางนอนกระสับกระส่ายไปมาอย่างทุกข์ระทม จนในที่สุดเจ้าตัวก็หยัดตัวลุกขึ้นแล้วหยิบโทรศัพท์บ้านออกมากดเบอร์ที่พี่ชายเคยให้เขาเอาไว้ เวลาแบบนี้หากเขาได้ยินเสียงของพี่ก็คงจะดี เรียวปากคลี่เป็นรอยยิ้มเมื่อคนที่อยู่ปลายสายกดรับ

“ฮัลโหล ฮยอกแจเหรอ นี่ฉัน...”

“นั่นใครน่ะ”

เสียงทุ้มๆที่ไม่ใช่ของพี่ชายฝาแฝดตัวเองดังมา ทำให้อึนฮยอกชะงัก เสียงนั้นถามย้ำ มันดังก้องอยู่ในหัวเขาอย่างน่าประหลาด

“ฮัลโหล? ฮยอกแจเขาไปเข้าห้องน้ำอยู่นะฮะ มีอะไรก็พูดกับผมได้”

เสียงมันชัดเจนขึ้น เหมือนเสียงของใครบางที่ที่เขาลืมมาเนิ่นนาน...

“ฮัลโหล?

อึนฮยอกเม้มปากแน่น อาการปวดศีรษะเริ่มจะจู่โจมเขาอีกครั้ง ครานี้มันหนัก...หนักจนเผลอปล่อยโทรศัพท์ที่ถืออยู่ล่วงลงพื้นอย่างแรง

เสียงของหล่นกระทบพื้นทำให้คิบอมที่นั่งอยู่ในห้องทำงานของตนเองผวา เจ้าตัวรีบก้าวออกจากห้องทันเห็นใครบางคนที่ทรุดลงกับพื้น เขารีบถลาเข้าไปคว้าไว้ก่อนที่ศีรษะของอีกฝ่ายจะฟาดกับขอบโต๊ะ

“อึนฮยอก!? บ้าจริง!!”ร่างสูงรีบช้อนร่างของอีกคนมาวางไว้บนโซฟาที่ใกล้ที่สุด ตะโกนเรียกแม่บ้านประจำสองสามคนก่อนจะหันมาพัดวีคนที่นอนอยู่ ดวงตาสีดำขลับมีความหนักใจแฝงอยู่ลึกๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของนายแพทย์ครั้งล่าสุดที่ได้ฟัง

.

.

.

“ใกล้จะจำได้”คิบอมทวนคำพูดนั้นเสียงแหบพร่า

นายแพทย์ชราพยักหน้ารับ “ครับ ความทรงจำบางส่วนของคนไข้เริ่มจะกลับคืนมา ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และหมอก็คิดว่าอีกไม่นานเขาคงจะจำเรื่องทุกอย่างได้ครบถ้วน”

“มีทาง..”คิบอมไม่รู้ว่าเขาถามคำถามได้แปลกที่สุดสำหรับอีกฝ่าย “...ทำให้เขาลืมมันไปตลอดกาลได้ไหมครับ”

แพทย์คนนั้นทำหน้าประหลาด ก่อนจะส่ายหน้าทำให้อีกคนหัวใจกระตุกวูบ

“ไม่มีทางครับ เพราะอาการเขาเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าความทรงจำมันเริ่มกลับมาบางส่วนแล้ว ที่เหลือก็แค่รอวันเวลาให้ความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมาโดยสมบูรณ์เท่านั้นแหละ”

“มันจะนานแค่ไหนฮะ”

“อาจจะเดือนนึง หรือสองเดือน แล้วแต่อาการนะฮะ และก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมีอะไรมากระทบกระเทือนให้ความทรงจำมันกลับมาเร็วกว่าปกติเพียงเท่านั้นเอง”

.

.

.

ดวงตาคู่คมหลุบมองดวงหน้าหวานสวยของอีกฝ่าย มืออุ่นประคองมือเรียวมาแตะที่ริมฝีปากอุ่น ร่างสูงกระซิบเสียงแผ่วเบา

 

“ผมจะไม่ยอมเสียคุณไป...ไม่มีวัน”

 

**

 

มือเรียวกระชากโทรศัพท์ออกจากมือของอีกฝ่ายอย่างแรง ซีวอนเบิกตากว้างก่อนจะหันมาสบดวงตาสีอำพันที่แสนกราดเกรี้ยวนั้น ฮยอกแจเอ่ยเสียงเครียดกับอีกคน

“ผมไม่เคยบอกคุณเหรอว่าห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันน่ะ?

“ผมแค่รับโทรศัพท์ให้คุณก็เท่านั้น...”ซีวอนเอ่ยเสียงอ่อย

ฮยอกแจกัดริมฝีปากแน่นก่อนเอ่ยคำพูดทีละประโยคด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แค่รับโทรศัพท์ก็ไม่ได้ครับ เพราะมันคือของใช้ส่วนตัวของผม!

ซีวอนชะงัก ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนแผ่วเบา “ขอโทษฮะ”

ฮยอกแจค้อนให้อีกคนเป็นวงกว้าง ก่อนจะกดดูเบอร์ที่โทรเข้า เกือบๆจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเบอร์ที่หาเขา ร่างบางหันมาเอ่ยเสียงเย็นกับชเว ซีวอน

“เขาพูดอะไรกับคุณบ้างครับ”

ซีวอนเงยหน้ามากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะส่ายหน้า “ไม่นี่ฮะ เขาไม่พูดอะไรเลย แถมจู่ๆก็วางสายไปซะงั้น”

ฮยอกแจเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างสงสัย “จู่ๆก็วางสายเหรอฮะ แล้วมันใครกันนะที่โทรหา”

ร่างบางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ร่างสูงเหลือบมองก่อนถามเสียงหงุดหงิด

“คุณกลัวว่าผมจะเผลอรับโทรศัพท์ของใครเหรอฮะ”

ฮยอกแจชะงัก ก่อนจะหันมามองสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจของอีกฝ่าย ร่างบางฉีกยิ้มหวานฉอเลาะ ขณะที่เดินเข้ามาโอบกอดรอบคำแกร่ง ซบหน้าลงกับบ่าอุ่นแล้วเอ่ยเสียงหวาน

“ก็ต้องแม่ของผมสิฮะ นี่ท่านยังไม่รู้นะว่าเราน่ะอยู่ด้วยกัน ถ้าคุณแม่รู้เข้าล่ะก็...เขาเอาผมตายแน่ๆ”

สีหน้าของชเว ซีวอนเริ่มคลายลง เขาหันมาดึงอีกคนขึ้นมาอยู่บนตัก แล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

“จริงสิ ผมเองก็ไม่เคยเจอหน้าคุณแม่ของคุณเลยสักครั้ง คุณอยากจะพาผมไปเจอท่านไหมล่ะ เราจะได้ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆกันแบบนี้”

ฮยอกแจชักสีหน้าทันควันเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยคำพูดเช่นนั้น ร่างบางส่ายหน้าหวืดก่อนจะตีหน้าอ้อนเหมือนว่าตนเองมีปัญหาหนักใจมากนัก

“ไม่ได้หรอกฮะ เพราะนอกจากคุณแม่ของผมแล้วยังมีคุณพ่ออีก ท่านคงต้องแยกเราสองคนออกจากกันแน่ๆ ซีวอน~...”เรียวปากอิ่มประทับจูบที่ปลายคางอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน ดวงตาสีอำพันนั้นเว้าวอนในตัว “...ผมไม่อยากแยกจากคุณนะ”

“พ่อของคุณ...ท่านเสียแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

คราวนี้ฮยอกแจชะงักมือที่กำลังโอบกอดอีกคนทันควัน ช้อนตามองอีกฝ่าย ซีวอนมีสีหน้างุนงง

“คุณยังมีคุณพ่ออีกคนเหรอครับ?

“ครับ...”ฮยอกแจซบหน้าลงบนบ่าอุ่น ซ่อนแววตาของตนเองไว้จนมิดชิด “...เป็นพ่อบุญธรรมน่ะ คุณแม่ของผมท่านแต่งงานใหม่กับคุณพ่อคนปัจจุบัน”

“แล้วคุณได้พาท่านสองคนไปเยี่ยมหลุมศพคุณพ่อแท้ๆของคุณบ้างหรือเปล่าล่ะครับ...”ซีวอนถามเสียงนุ่ม “...เห็นคุณเคยบอกว่าถ้าเจอคุณแม่ จะพาไปหาคุณพ่อนี่”

อี ฮยอกแจนิ่งงัน ก่อนจะซุกหน้าลงกับอกของอีกฝ่าย เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผมลืมไปแล้ว...ว่าหลุมศพของเขาอยู่ที่ไหน”

ความจริงแล้ว...ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาตายแล้ว

ซีวอนมองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงสั่นเครือของอีกคนเอ่ยแผ่วเบาที่ข้างหู

“คุณพาผมไปหา เขา จะได้ไหมครับ”

 

**

 

“แบบแปลนของไลอ้อนจิวเวอร์รี่...”ทงเฮเกริ่นขึ้นเสียงเบาขณะที่อยู่ในวงเหล้า เขาหันมามองคนข้างๆที่มีแววตาเปลี่ยนไปวูบยึง “...มันเป็นแบบไหนเหรอครับ”

“ความลับของบริษัทฮะ...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเครียด กระดกเหล้าเข้าปากก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม “...ถ้าผมยอมบอกลักษณะแบบแปลนของทางเรา แล้วคุณจะยอมบอกแบบแปลนของโรสมาร์คไหมล่ะ”

คราวนี้ผู้บริหารอันดับหนึ่งของโรสมาร์คหัวเราะออกมาเบาๆอย่างถูกใจ ทงเฮเอ่ยเสียงหวานอย่างนุ่มนวล

“แบบแปลนของโรสมาร์คน่ะ แม้แต่ผมก็ยังไม่ได้เห็นมันหรอกนะ...”ทงเฮยกแก้วเหล้าให้อีกฝ่ายนิด ก่อนเอ่ยออกมาอย่างขี้เล่น “...แบบแปลนของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ถือเป็นความลับของทางบริษัท แต่แบบแปลนของโรสมาร์คน่ะถือเป็นความลับของท่านประธาน นอกจากประธานของเราและควอน จียงกับทง ยองเบ คนอื่นๆจะได้เห็นมันเมื่อมันถูกนำมาวางที่งานประกวดเท่านั้นแหละ”

ประธานของโรสมาร์ค...

คยูฮยอนสะดุดกับคำนี้เหลือเกิน ข้อมูลของประธานคนใหม่แห่งโรสมาร์คแทบจะเป็นศูนย์เมื่ออยู่ในมือเขา ไม่มีการเปิดตัว ไม่มีรูปถ่าย ไม่มีแม้แต่ชื่อ ทั้งๆที่เป็นคนสำคัญระดับลูกเลี้ยงคนเดียวของอี ฮยอนซู แต่ทำไมข้อมูลที่สืบค้นมันถึงได้มีน้อยนักนะ

“เขาเป็นคนยังไงเหรอครับ ท่านประธานของคุณน่ะ”คยูฮยอนถามเสียงเบา

ทงเฮจุดบุหรี่สูบ ก่อนจะเหยียดยิ้มหลุบตามองดอกกุหลาบสีแดงที่ประดับแจกันกำลังถูกควันบุหรี่ของเขาโอบล้อมไปทั่ว ร่างบางหันมามองโจ คยูฮยอนด้วยสายตาประหลาด

“จะว่ายังไงดีล่ะ ถึงผมจะโตมาด้วยกันกับเขา แต่ก็ต้องขอบอกเลยนะว่าจวบจนวันนี้ยังไม่เคยรู้สึกว่าได้รู้จัก ตัวตน ที่แท้จริงของเขาเลยสักครั้ง คนๆนั้น...เหมือนใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา ไม่มีใครรู้หรอกว่าทุกครั้งที่เจอหน้ากันเขาจะสวมบทละครเรื่องไหน”

“ท่าทาง...”คยูฮยอนเอ่ยเสียงเครียด “...เขาจะน่ากลัวมาก”

“คนที่เป็นศัตรูกับเขาทุกคนสมควรจะต้องกลัว...คยูฮยอน...”ทงเฮแย้มรอยยิ้มขณะที่ซบลงบนบ่ากว้างของอีกฝ่าย เอ่ยเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล “...งดงาม น่าค้นหา เหมือนกุหลาบที่ซ่อนหนามแหลมเคลือบยาพิษภายใต้กลีบสีแดงที่ยวนใจ นี่คือคำจำกัดความที่บอกความเป็นตัวตนของเขาได้ อย่าว่าแต่คุณเลยนะคยูฮยอน แม้แต่ผมที่เจอหน้ากันบ่อยครั้ง บางครั้งเขาก็เหมือนเป็นคนแปลกหน้าสำหรับผม นี่แหละคือหน้ากากที่พวกคุณต้องระวัง และที่สำคัญ...”

คำพูดสุดท้ายเจ้าตัวหันมากระซิบเสียงแผ่วที่ข้างหูของโจ คยูฮยอน

 

“เขาเป็นผู้ชายที่เลือกใช้คนได้อย่างร้ายกาจ แม้แต่คนฉลาดอย่างคุณเองก็คงจะคาดไม่ถึง”

.

.

.

“ให้ฉันล้วงความลับกับโจ คยูฮยอน?”ทงเฮถามเสียงสูง คนที่นั่งจิบกาแฟอยู่ตรงข้ามเขาพยักหน้ารับพร้อมยิ้มน้อยๆอย่างพอใจในรสขมที่กลมกล่อม ผู้บริหารมือหนึ่งของโรสมาร์คหัวเราะหยันในลำคอก่อนเบือนหน้าไปอีกทาง “...นั่นมันเป็นไปไม่ได้”

“ฉันก็คิดอย่างนั้น...”ฮยอกแจเอ่ยพร้อมยิ้มหวานให้สีหน้างุนงงของอีกฝ่าย “...หมอนั่นเป็นผู้ชายที่มีความจงรักภักดีสูงจนถือได้ว่าเป็นศัตรูที่น่ากลัว และถึงต่อให้เป็นนายเอง...ฉันว่าก็คงจะไม่ได้ข้อมูลลับอะไรจากหมอนี่มากนัก”

ฮยอกแจจุดบุหรี่สูบ ก่อนจะเอ่ยต่อเมื่อเห็นเพื่อนรักที่ยังจ้องเขาตาเขม็ง

“โจ คยูฮยอนเป็นคนฉลาด จะเล่นงานไลอ้อนจวเวอร์รี่จากหมอนั่นคงจะทำไม่ได้ง่ายๆหรอก แต่ก็ยังมีอีกคนที่ถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญและไม่น่าให้อภัยสำหรับไลอ้อนจิวเวอร์รี่”

“ชเว ซีวอน”ทงเฮถอนหายใจออกมาเบาๆ คำพูดของอีกฝ่ายแทบจะไม่ต้องตีความเป็นอื่นเลยด้วยซ้ำ

“ความหวั่นไหวของหมอนั่นจะเป็นประโยชน์กับเรา...”ฮยอกแจก้มลงตักเค้กเข้าปาก แล้วแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “...ที่ฉันอยากจะขอให้นายช่วยจริงๆแล้วก็มีแค่คอยชวนโจ คยูฮยอนออกไปเที่ยวบ่อยขึ้นก็เพียงแค่นั้น”

“แค่นั้นเหรอ? ถ้าคนอย่างนายลองวางหมากประมาณนี้ ความจริงมันคงจะไม่มีแค่ แค่นั้น หรอกสินะ”

“ใช่...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มร้าย ดวงตาสีอำพันที่หรี่ลงชวนให้กังวลเล่น “...เพราะคยูฮยอนจะเป็นคนคอยเก็บแบบแปลนการประกวดของไลอ้อนจิวเวอร์รี่ และครั้งนี้ก็เหมือนกัน และฉันก็ไม่เห็นว่าใครจะเหมาะสมกับหน้าที่นี้เท่ากับนาย”

“แลกกับ?

“หุ้น 0.3 % ของโรสมาร์ค แบบนี้คุ้มค่ากับการที่นายจะต้องหักหลังโจ คยูฮยอนไหมล่ะ”ฮยอกแจถามเสียงนุ่ม พร้อมยิ้มหวานอย่างเอาใจ

ทงเฮมองคนร้ายกาจตรงหน้าอยู่นิ่งๆ ดวงตาสีน้ำตาลที่มีความเคลือบแคลงทำให้ฮยอกแจต้องเลิกคิ้วขึ้นสูง

“อย่าบอกนะว่านายเกิดใจอ่อนขึ้นมากลางคันน่ะ?”ฮยอกแจเอียงคอแล้วถามเสียงเข้ม ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อเรียวปากของอีกคนเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง “ทงเฮ...เราตกลงกันมานานมากแล้วนะ”

“ฉันรู้....ฉันจะทำเพื่อนาย”ทงเฮเอ่ยเสียงเบา

ฮยอกแจหยัดตัวขึ้นขณะที่จี้บุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่ เดินตรงมาหาร่างบอบบางแล้วยกแขนขึ้นโอบกอดอย่างนุ่มนวล

“ถ้านายยังลังเลใจ ฉันอยากให้นายลองพูดกับคยูฮยอน...แล้วถามหมอนั่นว่า...”

.

.

.

“คยูฮยอน...”ทงเฮเอ่ยขึ้น ปลุกสติของชายหนุ่มอีกคนให้ตื่นจากภวังค์ของตนเอง ร่างบางเบือนหน้ามามองเพื่อนเที่ยวของราตรี “...ระหว่างครอบครัวกับความรัก ถ้าเป็นนาย...นายจะเลือกแบบไหนเหรอ?

โจ คยูฮยอนนิ่งงันกับคำถามของอีกฝ่าย ก่อนจะแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วตอบเสียงหนักแน่น

 

“ก็ต้องครอบครัวสิฮะ เพราะนี่คือสิ่งมีค่าที่ผมไม่สามารถหาที่ไหนทดแทนได้”

 

อี ทงเฮนิ่งงัน ก่อนที่จะหันมาหาแก้วเหล้า เรียวปากอิ่มขยับยิ้มอย่างขมขื่นเพียงชั่วครู่ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว

“เหรอ”

 

ถ้าอย่างนั้นนายจะโทษฉันไม่ได้...

...เพราะทางสายนี้มีแต่ตัวนายเท่านั้นที่เลือกเอง

 

**

 

“ผมขอยู่กับเขา...ตามลำพังจะได้ไหมครับ”

ฮยอกแจเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ร่างสูงของคนที่พามาไหว้หลุมศพที่เงียบสงัดพยักหน้ารับ ก่อนจะยอมปลีกตัวเดินออกไปแต่โดยดี คนที่ก้มหน้านิ่งมาโดยตลอดเงยหน้าขึ้นมองหลุมศพที่ประดับแท่นหิน ชื่อของบิดาผู้ให้กำเนิด

ดวงตาสีอำพันไล่ตามตัวอักษรบนแท่นหินพร้อมๆกับมือเรียวนุ่ม เกิดจุดประกายบางอย่างเมื่อมันหยุดลงที่ตัวอักษรสุดท้าย ก่อนที่เรียวปากของเขาจะบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มหยัน

“หึหึ...”ร่างบางยกมือขึ้นกุมท้อง พร้อมตัวโยกสั่น ก่อนที่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นหลุมศพที่เงียบสงัด “...ฮ่าๆๆๆๆ”

มันขำจนไม่ไหว...เขาต้องทรุดตัวลงนั่งข้างแผ่นป้ายหลุมศพด้วยอาการที่เหมือนคนหมดแรง ฮยอกแจพยายามกลืนเสียงหัวเราะลงคอ หากเรียวปากนั้นยังขยับเป็นรอยยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันคนที่นอนอยู่...พ่อของเขา

“ดูสิ...”ฮยอกแจเอ่ยพร้อมน้ำเสียงยียวน แววตาสั่นระริกมองแท่นหลุมศพ “...นี่มันพ่อของฉัน...จริงๆเหรอเนี่ย?

ฮยอกแจล้มตัวลงนอนข้างหลุมศพ ชะเง้อสายตามองแผ่นป้ายเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นยังนั่งอยู่ตรงนั้น...ผู้ชายที่เขาเรียกว่าพ่อมาตลอดสิบปี

“ใช่...”ร่างบางยังยิ้มกริ่ม เอ่ยออกมาท่ามกลางเสียงลมที่หวีดหวิว “...ผมเอง อี ฮยอกแจ ลูกที่พ่อบอกว่าไม่อยากให้เกิดคนนั้นไง แต่สภาพดันกลายมาเป็นแบบนี้...พ่อคงจะไม่มีปัญญาไล่ผมแล้วล่ะสิท่า...”

ดวงตาสีอำพันมองมันอย่างสมเพชเวทนา...สุดท้ายคนเรามันก็ได้เท่านี้สินะ

“...น่าสงสารอึนฮยอก เขาคงจะเลี้ยงดูพ่ออย่างดีจนนาทีสุดท้าย? แต่ลูกอย่างผมกลับกำลังเสวยสุขอยู่ที่แอลเอ พร้อมๆกับผู้หญิงที่พ่อเกลียดคนนั้น จำนาบีได้ไหมล่ะ? ใช่! ผู้หญิงที่ทิ้งพ่อและอึนฮยอกไปคนนั้นนั่นแหละ!

คราวนี้ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างหนักอึ้ง มองหลุมศพด้วยประกายตาประหลาด เอ่ยออกมาด้วยเสียงราบเรียบ

“...ผมไม่รู้นะว่าพ่ออยากจะรู้ความเป็นอยู่ของผมบ้างไหม แต่ว่าผมสบายดี...ก็อย่างที่พ่อเห็น ผมได้ดีกว่าอึนฮยอกของพ่อเป็นไหนๆ ผู้หญิงคนนั้นก็สบายดี แล้วผมก็มีพ่อใหม่แล้วด้วยนะครับพ่อ...”

ฮยอกแจ มองหลุมศพด้วยประกายตายากจะหยั่ง เหมือนกล่าวโทษ หากก็เจ็บปวด

“พ่อใหม่ของผมเป็นคนดี ใช่...ดี และมีความเป็นพ่อมากกว่าคนอย่างคุณตั้งเยอะ เป็นไงล่ะ? ผมพูดแบบนี้แล้วคุณคงจะเจ็บใจพิลึก ร่างที่นอนเล่นอยู่ในหลุมคงอยากจะลุกขึ้นมากระทืบผมใจจะขาดเลยใช่ไหมล่ะ!? คิดเหรอ...ว่าผมจะยกโทษให้คุณอย่างคุณ...”

สุดท้ายร่างบางยกแขนขึ้นปิดดวงตาทั้งสองข้าง เมื่อเขารู้สึกว่าแสงอาทิตย์ยามเย็นนี้มันแสบร้อน จนดวงตาทั้งคู่นั้นร้อนผ่าวไปเสียหมด

“ไม่...ผมไม่มีวันยกโทษให้ทั้งคุณ และผู้หญิงคนนั้นด้วย”

บอกก่อนนะว่าเขาไม่ได้ร้องไห้...แต่แค่แสบตาเท่านั้นเอง

 

**

 

“พอเถอะ...”ซีวอนเอ่ยเสียงเครียด ก่อนจะดึงแก้วเหล้าออกจากมือของอีกฝ่าย “...อย่าดื่มอีกเลยนะครับ”

ฮยอกแจปรือตามองอีกฝ่ายนัยน์ตาหวานเชื่อม ก่อนจะแย้มรอยยิ้มอย่างเชิญชวนเมื่อเห็นสีหน้าหนักใจของอีกฝ่าย

“ไม่ดีเหรอครับ...”ร่างบางย้ายตัวมานั่งบนตักอุ่น ก้มหน้าลงมาต่ำจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆของอีกคน “...จะได้ปล้ำง่ายๆไง”

ชเว ซีวอนเม้มปากแน่นเมื่อเจ้าตัวเบียดสะโพกลงกลางตัวเขาอย่างเชิญชวน แต่เขาไม่รู้สึกว่าอีกคนต้องการแบบนั้นเลยสักนิด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นประกายตาเศร้าสลดของอีกฝ่าย ผ่านม่านจางๆที่บดบังความรู้สึกไว้ไม่มิด ร่างสูงอุ้มอีกฝ่ายกลับไปนั่งที่เดิม

“อะไรกัน?...”ฮยอกแจถามเสียงสูงพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ “...ชเว ซีวอนจอมฉวยโอกาส กลายเป็นไก่อ่อนไปแล้วเหรอ”

ว่าจบเจ้าตัวก็หัวเราะคิกคัก ขณะที่อีกคนมีสีหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“คุณเริ่มเมาแล้ว”

“เมา? อี ฮยอกแจคนนี้น่ะเหรอ...ผมไม่เคยแม้แต่จะร้องไห้ด้วยซ้ำ!”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มอย่างภาคภูมิ ก่อนจะเม้มปากแน่น “...โลกนี้ไม่มีใครที่ผมจะสามารถร้องไห้ให้เห็นได้อย่างสนิทใจ ไม่มีใครหรอกนอกจาก...”

เจ้าตัวหยุดคำพูดไว้แค่ตรงนั้น ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เขารินเหล้าใส่แก้วเพิ่ม ขณะที่อีกคนเอื้อมมือมาหยุดมันเอาไว้

“เวลาเมาแล้วผมไม่ร้องไห้หรอก เพราะต่อหน้าคุณผมจะไม่ยอมร้องไห้อย่างเด็ดขาด”

“ไม่จริงหรอก...”ซีวอนเอ่ยค้าน “...เพราะคุณเป็นคนที่ร้องไห้เก่งมากรู้ตัวไหม อย่าแสร้งทำเป็นเข้มแข็งต่อหน้าผมเลย”

“แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง...”ฮยอกแจทวนคำอีกฝ่าย ก่อนจะยิ้มเยาะ “...ใส่ ใครๆก็ว่าผมจอมมารยา ใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา มันก็คงจะจริง...เพราะจนถึงทุกวันนี้ตอนที่ผมมองเงาตัวเองในกระจก ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมจะได้เห็นตัวตนของผมเอง...ไม่เคยเลย”

“ฮยอกแจ...”

อี ฮยอกแจเบือนหน้ากลับมาหาอีกฝ่าย ก่อนจะแตะริฝีปากของตนเองที่เรียวปากหยักอย่างแผ่วเบา พออีกคนไม่ตอบโต้เขาก็ผละมาเอ่ยเสียงหวาน

“เร็วสิ...ผมต้องการการปลอบใจนะ”

“ผมอยากจะรักคุณ...”ซีวอนทัดเส้นผมีแดงที่ข้างหูของอีกคนอย่างนุ่มนวล “...แต่การที่เราจะรักใครสักคนโดยที่เขาไม่เต็มใจ ต่อให้เป็นคนที่ผมรักมากที่สุดอย่างคุณ...ผมก็ไม่ต้องการ”

“อิจฉาจัง...”ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มออกมา “...ถึงเป็นคุณผมก็อิจฉา เขามีคนที่รักเขามากขนาดนี้ด้วยเหรอ?

“ครับ?”ซีวอนเอียงคออย่างงุนงง ฮยอกแจเลื่อนแขนมาโอบรอบลำคอของอีกฝ่าย แล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม

“คนที่รักอึนฮยอกมากที่สุดอย่างคุณ คนที่นิสัยดีจนแทบไม่มีจุดบกพร่องอย่างคยูฮยอน...ทำไมถึงกลายเป็นคนที่ได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ เวลาที่อึนฮยอกถูกทำร้ายล่ะครับ”ฮยอกแจเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “...ทำไมคุณต้องมีฮเยอินด้วยนะ”

ซีวอนโอบแขนรอบเอวบอบบางของอีกฝ่าย ขณะที่สบตาของอีกคนอย่างสั่นไหว

“ผมสามารถเลือกเกิดได้เหรอ...”

ดวงตาสีอำพันจุดวาบ

“...ผมสามารถเลือกชะตากรรมได้ด้วยตัวเองเหรอครับ?...”

“...”

“...ผมสามารถเลือกรักได้เหรอ?...”

“คำแก้ตัว...น้ำขุ่นๆ”ฮยอกแจซบหน้าลงกับบ่าของอีกฝ่ายพร้อมหัวเราะเยาะออกมาบางเบาขณะที่ติกมือลงบนบ่ากว้างอย่างคับแค้น “...แก้ตัวทั้งนั้น”

“ตั้งแต่เกิดมาผมถูกจับหมั้นกับฮเยดิน ถูกวางไว้ในตำแหน่งประธานบริษัทคนต่อไป ด้วยภาระบนบ่า ด้วยคำสั่งเสียของพ่อแม่...ผมต้องทำเพื่อสิ่งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเลือกได้ผมก็จะไม่รักคุณเลย”

“แล้วทำไมคุณไม่เลิกยุ่งกับอึนฮยอก?

“คุณเคยรักใครสักคนมากๆไหมล่ะครับ? รักจนแทบขาดเขาไม่ได้? แม้รู้ว่าตัวเองไม่สมควรจะรัก...แต่เราก็ขาดเขาไม่ได้”

“เคยสิ...”ฮยอกแจเหยียดยิ้มเยาะออกมา “...เขาเป็นของ...คนอื่น”

“ความรักคือความเจ็บปวดฮยอกแจ มันเหมือนกาแฟที่มีรสขมและบั่นทอนสุขภาพ แต่เราก็เลือกที่จะดื่มมัน...ใช่มั้ย?

“แปลกจังเลยที่คุณสอนผม...”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ กดจูบที่แก้มขาวของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล

“และจะแปลกยิ่งกว่านี้ที่คืนนี้ผมจะปล่อยนางแมวจอมยั่วของผมไป ฝันดีนะครับที่รักของผม”ร่างสูงประทับจูบที่แก้มใสอย่างรักใคร่ ก่อนจะประคองพาอีกฝ่ายไปบนเตียงกว้าง

ฮยอกแจช้อนตามองคนที่เดินออกจากห้องไป ซีวอนปิดไฟ ก่อนจะหันมายิ้มให้เขา ร่างบางล้มตัวลงนอนอย่างหมดเรี่ยวแรง

“ดูสิ...ฮยอกแจ...”

 

“...ใครๆก็รักอึนฮยอก”

 

**

 

“ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่าอย่าเพิ่งไปยุ่งกับอี ทงเฮน่ะ”ซีวอนเอ่ยเสียงเครียด มองร่างสูงของคนเป็นน้องที่เพิ่งจะรับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าระรื่น

“แต่พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดกันสักหน่อยนะครับ”คยูฮยอนชักสีหน้าใส่พี่ชายตัวเอง “...พี่จะกังวลเกี่ยวกับผมมากเกินไปหรือเปล่า?

“คยูฮยอน...”ซีวอนถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ “...เราตกลงกันแล้วนะ”

ร่างสูงของคนเป็นน้องชะงักงัน ก่อนจะหลุบตาลงมองต่ำ...ใช่ เขาตกลงกับพี่ชายไว้แล้ว แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อจะให้เขาละทิ้งทงเฮตอนที่เจ้าตัวอยู่ในสภาพย่ำแย่ก็ทำไม่ได้ แต่จะให้ขัดคำสั่งพี่ชายเขาก็คงจะทำไม่ได้อีกเหมือนกัน

“เลิกยุ่งกับอี ทงเฮสักพักนึงเถอะ ถือว่าพี่ขอร้อง”ซีวอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน และแน่นอนว่าคยูฮยอนเองก็จะต้องใจอ่อนให้พี่ชายของตนอีกตามเคย

“ครับ”

ร่างสูงก้มหน้าเหมือนเด็กโดนห้ามเล่นของรัก ก่อนจะเดินคอตกออกไปนอกชานบ้าน แล้วจ้องมองที่แม่น้ำอย่างเหม่อลอย เขาพิมพ์ข้อความหาคนหน้าหวานว่าวันนี้เขาคงจะไปเที่ยวกับเจ้าตัวไม่ได้ซะแล้ว

“เฮ้อ~”คยูฮยอนถอนหายใจออกมาแรงๆให้สมกับความอัดอั้นตันใจ เหม่อมองโทรศัพท์มือถือด้วยดวงตาสลด “...ทำไมคุณต้องเป็นผู้บริหารโรสมาร์คด้วยนะ”

“คุณคยูฮยอน...”เสียงหวานๆที่ดังจากด้านหลังทำเอาเขาเผลอสะดุ้ง แต่ก็ต้องถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

“คุณฮยอกแจ...”ร่างสูงเบะปาก “...ผมนึกว่าพี่เขาซะอีก”

“ท่าทางคุณเหมือนเพิ่งจะมีปัญหากับซีวอนมาเลยนะครับ”ฮยอกแจถามเสียงเรียบ ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งข้างอีกฝ่าย “...มีอะไรที่อยากจะระบายให้ผมฟังไหม?

คยูฮยอนเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เข้าก้มลงมองโทรศัพท์มือถือของตน พร้อมกับมองไปที่ใครอีกคนอย่างลังเล

“ให้เดานะ...”ฮยอกแจเอามือแตะที่เรียวปากอิ่มของตนเอง ก่อนจะเผยอยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “...เรื่องคุณทงเฮอย่างนั้นสินะครับ”

คราวนี้ชายหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะหลุบตาลงเหมือนยอมรับกลายๆ

“ผมว่าแล้ว...”ฮยอกแจหัวเราะคิก ก่อนส่ายหน้าพร้อมตีสีหน้าเห็นใจ “...ที่จริงแล้ว...ซีวอนเขาก็ไม่น่าจะทำแบบนี้นะฮะ เพราะตัวเองเองก็เคยมีความรักต้องห้ามมาแล้วแท้ๆ”

คยูฮยอนช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่าย ธรรมชาติของคนที่อยากจะระบาย ต่อให้อีกฝ่ายเป็นคนที่เขาเคลือบแคลงมากแค่ไหน แต่ยามนี้ก็ดูเหมือนอี ฮยอกแจนี่แหละที่จะเข้าใจเขามากที่สุด หากกระนั้นร่างสูงที่ชอบระวังตัวแจก็ยังเอ่ยออกมาเสียงอ่อนล้า

“ครับ”

ฮยอกแจมองอีกฝ่าย ก่อนที่ดวงตาเจ้าเล่ห์นั้นจะไหววูบเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เมื่อเอื้อมมือมาแตะแขนของอีกคนอย่างถือวิสาสะและนุ่มนวล

“ให้ผมช่วย...คุณดีไหมล่ะครับ?

คยูฮยอนชะงัก ก่อนจะหันมามองอีกคนอย่างงุนงง ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆอย่างน่ารัก

“ผมเองก็เคยมีความรักต้องห้ามนะครับ รู้ดีว่าถ้าหากว่าเราไม่ได้ไปเจอคนที่เรารักน่ะ มันจะทรมานมากแค่ไหน...”เรียวปากอิ่มวาดยิ้มออกมาอย่างแสนเศร้า พร้อมประกายตาที่แสดงถึงความเห็นใจ “...ให้ผมช่วยคุณจะดีกว่านะฮะ เผื่อว่าเป็นผมแล้ว...ซีวอนเขาอาจจะยอมฟังเหตุผลมากขึ้น”

โจ คยูฮยอนเริ่มคล้อยตาม เขาขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างเผอเรอ แล้วถามเสียงแผ่ว

“คุณจะทำยังไงน่ะเหรอครับ?

ฮยอกแจขยับยิ้ม กระดิกนิ้วให้อีกฝ่ายก้มลงมาฟังเสียง ก่อนจะเป่าลมเข้ารูหูของอีกคนจนคยูฮยอนผงะจากไปแทบจะทันที คราวนี้หนุ่มร่างสูงหน้าแดงก่ำ

“ทำอะไรของคุณนะ!

“โอ๋ๆๆ คุณคยูฮยอน~...”ฮยอกแจหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจนัก ก่อนจะช้อนตามองอีกคนอย่างออดอ้อน “...ผมแค่ล้อเล่นเองนะฮะ อย่างอนสิ”

เสียงเย้าแหย่ของอีกฝ่ายทำเอาคยูฮยอนเม้มปากแน่นขณะที่หน้าแดงถึงใบหู ฮยอกแจขยับเข้ามาใกล้อีกคน ก่อนจะเอนศีรษะพิงซบบ่ากว้างนั้นอย่างสบายอารมณ์

“เอาเป็นว่าผมมีวิธีช่วยคุณแน่ๆก็แล้วกัน แต่แรกกับการที่คุณจะต้องไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมตอนกลางวันนี้ทุกวัน จะตกลงไหมล่ะครับ?

“ทำไมผมต้องไปทานข้าวกับพี่สะใภ้ตัวเองด้วย”คยูฮยอนถามเสียงเครียด

ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ “เพราะผมจะชวนคุณอี ทงเฮมาร่วมทานอาหารกลางวันพร้อมกับพวกเราด้วยน่ะสิ...”

คยูฮยอนชะงักกึก ฮยอกแจไหวไหล่น้อยๆ

“ก็ถ้าเป็นผมอยู่ด้วย ซีวอนเขาก็คงจะไม่ว่าอะไรหรอกนะ ผมจะลองขอให้คุณเทคแคร์ผมตอนที่พี่ของคุณกำลังยุ่งอยู่กับการประกวด เรื่องแบบนี้ถึงเป้นแค่เพื่อนกันก็น่าจะทำได้ ใช่ไหมครับ?

โจ คยูฮยอนยังมีสีหน้าลังเล แต่พอมองดวงตาใสซื่อของอีกคน เขาก็ผงกศีรษะรับพร้อมรอยยิ้ม

“ตกลงฮะ”

รอยยิ้มของฮยอกแจเปลี่ยนไปวูบหนึ่งโดยที่อีกคนไม่ทันได้สังเกต

 

**

 

“ทำไมคุณต้องมาขอให้ผมอนุญาตให้คยูฮยอนออกไปทานข้าวกับผู้บริหารของโรสมาร์คด้วย?

ซีวอนเอ่ยถามตรงประเด็น พร้อมมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ ฮยอกแจแย้มรอยยิ้มออดอ้อน ขณะที่ย้ายตัวมายืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่เขานั่ง พร้อมกับซบหน้าลงกับซอกคอเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆ

“ซีวอน...”ร่างบางเรียกชื่ออีกคนเสียงราบเรียบ อย่างที่รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางปฏิเสธ “...คุณเองก็น่าจะรู้นะฮะว่าในเรื่องของความรักเราจะห้ามพวกเขาไม่ได้ แถมคุณคยูฮยอนเอง...พักนี้ก็ดื้ออย่างกับอะไรดีไม่ใช่เหรอฮะ”

“แต่ว่าโรสมาร์คน่ะ...”

ฮยอกแจยกนิ้วแตะที่เรียวปากของอีกฝ่ายเป็นเชิงห้ามปราม ก่อนจะเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“มีผมอยู่ด้วยแล้วคุณจะกลัวอะไรล่ะ? ผมน่ะไม่มีทางยอมให้บริษัทของคนที่ผมรักต้องเสียประโยชน์หรอกนะฮะ...”

ดวงตาสีอำพันช้อนขึ้นมองดวงตาสีดำขลับที่ฉายแววหนักใจของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเหมือนน้อยเนื้อต่ำใจนัก

“หรือคุณเองก็เริ่มจะไม่ไว้ใจผมอีกคนอย่างนั้นเหรอ?

ซีวอนมองท่าทีหงอยลงของอีกคนแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ฮยอกแจเม้มปากแน่นก่อนจะค้อนขวับเข้าให้คนรัก ซีวอนรีบคว้าอีกคนเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหนีห่างออกไป ร่างสูงดึงอีกคนเข้ามาแนบอกเล่นเอาฮยอกแจเผยอยิ้มออกมาอย่างสมใจ

“ผมไม่ได้ไม่ไว้ใจคุณ...”ซีวอนเอ่ยเสียงอ่อนอย่างยอมจำนน “...ถ้าคุณจะช่วยดูแลคยูฮยอนให้ ผมก็ขอขอบคุณมาก ฝาก...คยูฮยอนด้วยนะฮะ”

“ซีวอนอ่า~”ร่างบางเบือนหน้าหันมาหาอีกคน ก่อนจะประทับจูบที่แก้มขาวอย่างนุ่มนวลพร้อมยิ้มหวาน “...น่ารักที่สุดเลย”

ชเว ซีวอนยิ้มออกมาอย่างอ่อนแรง...ไม่ว่ายังไงเขาก็ทนลูกอ้อนของคนๆนี้ไม่ไหวจริงๆ

.

.

.

“สำเร็จไหมล่ะครับ”คยูฮยอนถามอย่างลุ้นจัด

ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์

“คุณคิดว่าผมจะพลาดเหรอครับ โทรเรียกคุณทงเฮออกมาทานข้าวด้วยกันเถอะ”

ดวงหน้าของชายหนุ่มร่างสูงระบายรอยยิ้มกว้างออกมาแทบจะทันที เขาพยักหน้าพร้อมก้มลงกดโทรศัพท์

“ครับ”

ฮยอกแจมองอีกคนแล้ววาดยิ้มออกมาบางเบา

 

**

 

“นายคิดจะทำอะไร?”ทงเฮเอ่ยถามอย่างงุนงง ขณะที่นั่งอยู่กันตามลำพังสองคนกับเพื่อน...ที่เขาไม่เคยเข้าใจมันเลยสักครั้ง

ฮยอกแจปรายตามองสีหน้าสงสัยของอีกฝ่าย ขณะที่ทานข้าวเที่ยงและโจ คยูฮยอนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

“ทำแบบนี้ชเว ซีวอนเขาจะยิ่งไม่สงสัยหรือยังไง ว่านายเองก็มีส่วนรู้เห็น”

“เขาไม่รู้ความสัมพันธ์ของเรา...อี ทงเฮ”ฮยอกแจยิ้มเหยียดออกมา “...และมันก็โง่พอที่จะเดาเกมส์ของฉันไม่ถูกด้วย”

“อ่าจ้า...”ทงเฮเกลี่ยเม็ดข้าวในจานของตนเองไปมา “...ฉันเองก็คงจะโง่เหมือนกันที่ตามเกมส์ของนายไม่ทันเลยสักนิด ทั้งให้ฉันตีสนิทกับคยูฮยอน ทั้งเรื่องการประกวดครั้งนี้ ถามหน่อยเถอะฮยอกแจว่านายคิดจะทำอะไรกันแน่”

“ถ้าบอกไปมันจะสนุกอะไร”ฮยอกแจทำหน้าตายียวน ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดของคนเป็นเพื่อน “...ฉันเอาแบบประกวดมาให้ควอน จียงทันเวลาแน่ๆ นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า”

“ถ้ามีคนผ่ากะโหลกของนายออกมาแหวะดูนะฮยอกแจ...”ทงเฮเอ่ยพร้อมหรี่ตามองอีกคน “...เขาคงจะเห็นเขาวงกตที่ซับซ้อน และไม่อาจหาทางออกได้”

“ความคิดขอฉันมันไม่ซับซ้อนหรอก เพียงแค่ว่ามันเป็นความลับ...เพราะฉะนั้นนายถึงได้คิดว่ามันซับซ้อนยังไงล่ะ”ฮยอกแจหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะที่ดวงตานั้นเจ้าเล่ห์ราวลูกกวางน้อยแสนซน “...นายเองก็คอยดูละครของฉันให้ดีๆเถอะ เพราะมันใกล้จะถึงฉากสำคัญแล้ว”

“ฮยอกแจ...”ทงเฮเรียกชื่ออีกคนอย่างหนักใจ

“ทงเฮ...”อี ฮยอกแจดึงดอกกุหลาบแดงที่ปักแจกันมาหมุนเล่น ดวงตาสีอำพันครานี้วูบไหว

 

“...ดอกกุหลาบแดงที่สวยที่สุด คือดอกที่อาบด้วยเลือดของนกไนติงเกลนะ”

 

**

 

เสียงโทรศัพท์ที่แผดดัง ทำเอาคนที่กำลังทำงานของตนอย่างารมณ์ดีหันมากดรับ และต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเบอร์โทรของคนที่โทรเข้า คิ้วเรียวขมวดแน่นอย่างสงสัย

“ว่าไงคิบอม”ฮยอกแจกรอกเสียงของตนไปแผ่วเบา ไม่บ่อยนักที่คิม คิบอมจะโทรเขาเบอร์นี้ เจ้าตัวจะไม่ยุ่มย่ามกับเขาโดยใช่เหตุ และจะไม่กวนใจเวลาที่เขากำลังอยู่ในระหว่างงานด้วย

“นายจะแก้แค้นเสร็จหรือยัง?”เสียงถามตรงประเด็น ทำเอาคนที่ต้องตอบถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูง

“ห๊ะ?

“ฉันถามว่าเมื่อไหร่นายจะกลับมา?”น้ำเสียงของอีกคนเข้มขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มจะร้อนรน ฮยอกแจยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น

“ดูเหมือนว่านายจะรีบร้อนนะ...”ฮยอกแจเอนตัวพิงเก้าอี้ทำงานอย่างสบายๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน “...ไม่ต้องรีบร้อนนาดนั้นก็ได้นะคิบอม การแก้แค้นยิ่งชักช้ายิ่งหอมหวาน”

“แต่ฉันรอไม่ไหวแล้ว...”คิบอมเอ่ยเสียงเครียดยิ่งกว่าเดิม “...และฉันเองก็คิดว่าอึนฮยอกเองก็คงจะทนรอต่อไปไม่ไหวเหมือนกัน”

“อะไร...”ชื่อของบุคคลที่สามที่รอดมาจากอีกฝ่ายทำเอาฮยอกแจไหวตัวทันควัน “...เกิดอะไรขึ้นกับน้องชายของฉัน?

“ความทรงจำของเขากำลังจะกลับมา...ฮยอกแจ”คิบอมบอกอีกคนนึงเสียงสั่น “...มันเริ่มกลับมามากขึ้นเรื่อยๆ อึนฮยอกปวดหัวอยู่บ่อยๆ ฉันอยากให้นายช่วยทำเรื่องพวกนี้ให้มันจบๆ ยิ่งเร็วยิ่งดี หรือจะล้มเลิกมันก็ยิ่งดีใหญ่ กลับมาหาฉัน...และน้องของนายจะได้แล้ว”

“นายก็รู้ว่าฉันทำไม่ได้”ฮยอกแจเอ่ยเสียงอ่อน

“ฉันเองก็รอนายต่อไปนานมากกว่านี้ไม่ไหวเหมือนกัน!!”คิบอมตวาดลั่นมาทางโทรศัพท์ อย่างที่ฮยอกแจไม่เคยเจอมาก่อน “...ฉันให้เวลานายได้อีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น! รีบทำเรื่องนี้ให้มันจบๆ! ต่อจากนั้นชเว ซีวอนหรือใครจะเป็นยังไงฉันก็ไม่สน!! เพราะฉัน...ไม่อยากจะเสียเขาไป”

อีกคนพูดจบก็กดตัดสายทันควัน ฮยอกแจไม่ทันได้คิดทบทวนถึงคำพูดของอีกคนได้อย่างถ่องแท้ ตอนนี้ในหัวเขามีแต่เสียงของคิม คิบอมที่ดังสะท้อนไปมาว่าความทรงจำของน้องชายฝาแฝดกำลังจะกลับคืน และผลกระทบของมันอาจจะร้ายแรง...ถ้าหากเขาไม่รีบพาอึนฮยอกออกจากเกาหลีให้เร็วที่สุด

“ฮยอกแจ...”ซองมินเดินมาถามไถ่เพื่อนด้วยความเป็นห่วง “...ทำไมหน้าตานายเครียดจังเลยล่ะ? ใครโทรมาอย่างนั้นเหรอ?

ฮยอกแจเบือนหน้ามามองความหวังดีของเพื่อน ก่อนที่จะหลุบตาต่ำแล้วถามออกมาเสียงเบา

“ซองมิน”

“??”

“นายอยากจะเปลี่ยนงานทำไหม?

 

**

 

“คุณอยากให้ผมเอาแบบแปลนมาเก็บไว้ที่ตัวเองอย่างนั้นเหรอ?” ซีวอนเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นเมื่อนึกขึ้นได้ “...แล้วคุณรู้ไดยังไงล่ะว่าแบบแปลนของไลอ้อนจิวเวอร์รี่เก็บไว้ที่คยูฮยอน?”

ดวงตาสีอำพันนั้นไหววูบ ก่อนที่ฮยอกแจจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน

“ก็คุณคยูฮยอนเขาบอกคุณทงเฮน่ะสิครับ...”คำพูดของคนรักทำเอาซีวอนถึงกับนิ่ง “...แล้วผมก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย ผมก็เลยรู้ว่าแบบแปลนงานประกวดคราวนี้คุณคยูฮยอนเขาเป็นคนเก็บไว้ แต่ว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมเขาต้องบอกคุณทงเฮที่เป็นคู่แข่งของคุณด้วยนะ?

ชเว ซีวอนชักสีหน้าเครียด ฮยอกแจเดินมาโอบลำคอของอีกฝ่ายจากด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนหวาน

“ผมถึงได้คิดว่าคุณเอาแบบแปลนมาเก็บไว้ที่ตัวเองน่าจะดีกว่า เพราะเท่าที่ผมมองในตอนนี้...คุณคยูฮยอนเขาก็ดูจะรัก...จะหลงคุณทงเฮมากเลยแหละ”

“คุณคิดว่า...คนอย่างคยูฮยอนจะทรยศผมอย่างนั้นเหรอ”ซีวอนเอ่ยเสียงเครียด

“คนอย่างคุณคยูฮยอนเขาอาจจะไม่ทรยศคุณหรอกนะฮะ...”ฮยอกแจยิ้มหวานให้อีกคน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง “...แต่คนอย่างคุณทงเฮ ผมก็ไม่รับประกันว่าเขาจะไม่มีวิธีล้วงความลับจากน้องชายของคุณ เพราะความรัก...คือเครื่องมือที่จะทำร้ายศัตรูของเราได้ง่ายที่สุด”

“...”

“...ผมเลยอยากให้คุณขอแบบแปลนมาเก็บไว้เองไง มันดีกว่ามาระแวงไม่ใช่เหรอครับ...ว่าน้องชายของคุณเขาจะพลาดท่าในตอนไหน? เพราะถ้ามันมาอยู่กับคุณ...ยังไงคนในโรสมาร์คก็คงจะเอื้อมไม่ถึงหรอก”

ชเว ซีวอนนั่งนิ่ง เขาช้อนตาขึ้นสบดวงตาสีอำพันที่ยากจะหยั่งคู่นั้น ก่อนจะพยักหน้ารับ

“ก็อาจจะเป็นอย่างที่คุณว่า ถ้าอี ทงเฮเป็นคนอันตรายจริง...ผมก็คงจะปล่อยให้คยูฮยอนถือแบบแปลนไว้ในมืออีกต่อไปไม่ได้แล้ว”

“แต่ก็อย่าบอกคุณคยูฮยอนนะครับว่าผมเป็นคนพูดเรื่องนี้กับคุณ...”ฮยอกแจเอ่ยพร้อมยิ้มหวาน “...เพราะไม่ว่ายังไง ผมก็ไม่อยากจะมีปัญหากับน้องชายของคุณ เพราะถึงเขาจะชอบมองผมด้วยสายตาแปลกๆ แต่ผมก็คิดว่าเขาคือคนในครอบครัวเดียวกันเสมอ”

ชเว ซีวอนเบือนสายตามามองคนพูด อี ฮยอกแจคลี่ยิ้มพร้อมกดจูบนุ่มๆที่เรียวปากหยักของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหยอดคำหวาน

“...เพราะเขาเป็นน้องชายของคนที่ผมรัก”

 

และเป็นผู้ชายที่ผมต้องกำจัด...ไม่ให้มาก้าวก่ายกับแผนการของผม

 

**

 หลังจากที่ไปบ้าเขียน MY BROTHER สักพักนึง กลับมาบ้าโรสมาร์คต่อ(หรือก็คือกลับมาตายรังนั่นเอง อะแหะ = =)

ไหนๆก็ไหนๆ ขอโปรโมต MY BROTHER สักหน่อยแน้ ใครที่เคยอ่านก็คงจะรู้ว่าเรื่องนี้วอนฮยอก คิเฮ (ถึงจะมีหลายคนทักว่าเหมือนวอนเฮ บอมฮยอกก็เถอะ -_-)

http://writer.dek-d.com/chamachu/writer/view.php?id=753830

โปรโมตในฟิคตัวเองนั่นแหละสบายใจที่สุดละ วะฮ่าๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #915 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 10:54
    ฮยอกร้ายมากชักอยากรู้ตอนจบแล้วสิว่าจะเป็นยังไง สนุกมากอ่า >< 
    วอนระวังโดนดอกกุหลาบตำนะ 
    บอมดูรีบร้อนแฮะ อึนความจำจะกลับมาทำไมมม T^T ไม่อยากให้กลับมาเลย 
    #915
    0
  2. #875 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 20:16
    ฮยอกเริ่มร้ายขึ้นเรื่อยๆแล้ว
    #875
    0
  3. #774 Mhoomin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 15:35
    คิมคิบอมร้อนใจสุดๆ

    ไม่อยากให้อึนฮยอกความจำกลับมาเลย สงสาร ㅠ.ㅠ

    ฮยอกแจรีบทำให้เรื่องมันจบๆนะ แล้วเอาอึนฮยอกไปอยู่ไกลๆเลยนะ
    #774
    0
  4. #589 ae snoopy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:48


    ฮยอกเริ่มร้ายขึ้นเรื่อยๆๆแล้ว

    อึนๆๆความจำเริ่มกลับมา แล้วเรื่องมันจะจบแบบไหน
    #589
    0
  5. #588 yepat@dD (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:17
    การแก้แค้นครั้งนี้จะจบอย่างไร
    #588
    0
  6. #587 ze_gusy club (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 10:48
    กี้เป็นพรระเอกอ่ะตอนนี้
    อึนฮยอกจะจำได้แล้วเหรอ
    #587
    0
  7. #586 พริกหยวก (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มกราคม 2555 / 22:53
    ตอนนี้กี้พระเอกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !
    อ่านเเล้วซึ้งและเขินเเทนดงเฮ >////<
    อย่าทำร้ายกี้เลยนะ
    #586
    0
  8. #585 Murasaki_Violet (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2554 / 02:04
    อ่านมาเรื่อยๆ.. แล้วก็ต้องช๊อคกับตอนสุดท้ายที่ทิ้งบอมเอาไว้ !!
    โอ้ว มาย ก๊อดดดดด ตอนต่อไปปปปได้โปรดเถอะไรเตอร์

    เหมือนการแก้แค้นครั้งใหญ่และครั้งสุดท้ายกำลังจะถึงแล้ว เพราะดูท่าว่าเวลาใกล้จะหมดเต็มที
    ฮยอกแจจะมีแผนอะไรเด็ดๆ มาตอกหน้าซีวอนรึเปล่า
    แล้วถ้าเรื่องมันไปถึงจุดแตกหัก.. มันจะคลี่คลายลงยังไง แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!

    คยูยังคงน่าสงสารเพราะเป็นคนดีเสมอต้นเสมอปลาย
    อึนฮยอก เราก็สงสารอึนๆนะ ความทรงจำร้ายๆ แบบนั้นไม่น่ากลับมาเลย
    คิบอมเริ่มทำตัวขัดใจเราขึ้นเรื่อยๆ.. เอิ่ม.. ห้ามขึ้นเสียงใส่ฮยอกแจนะยะ!!
    ทงเฮ ไม่ว่ายังไงเราก็ยังปลื้มด๊องอยู่ดี อยู่เป็นเพื่อนเคียงข้างฮยอกแจไปตลอดนะ
    ซีวอน.. ง่ายๆ ตรงๆ พระเอกคนนี้โดนหลอกตลอดเลยยย

    คนสุดท้าย.. ฮยอกแจสุดที่รัก
    น่าเป็นห่วงที่สุด ยิ่งอ่านตอนนี้ยิ่งรู้สึกได้เลยว่าสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นคนที่ไม่เหลือใคร
    ใครๆ ก็รักอึนฮยอก.. ประโยคนี้มันเจ็บจริงๆ
    #585
    0
  9. #584 habu_habu (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 12:53
    ฮยอกแจ นายเก็บกดเกินไปนร้า >*<
    #584
    0
  10. #583 ฺฺBelieve in SJ_E.L.F (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2554 / 10:53

    แอบสงสารคยูเฮนะ
    แต่สงสารฮยอกแจมาก รู้สึกดูเหงาๆยังไงก็ไม่รู้

    #583
    0
  11. #582 mamey71 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 21:27
    ฮยอกยังไม่มีวี่แววว่าจะรักวอนเลยอ่ะ เรื่องนี้ใครจะได้คู่กับใครเนี่ย

    ลุ้นๆแหมวอนจะอ่อนแอแต่ก็อยากจะให้ฮยอกแจได้คู่กับซีวอน 555
    #582
    0
  12. #581 keroro (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 22:02
    ฮยอกน่ะ

    เตรียมตัวสำหรับผลการแก้แค้นแล้วหรอบ
    #581
    0
  13. #580 bam (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 20:59
    สงสารฮยอกแจอ่ะ



    มองมุมฮยอกแจ ใครๆก็รักอึนฮยอก

    แม้แต่คิบอม
    #580
    0
  14. #579 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 09:06
    ตอนต่อไปๆๆๆ ตอนต่อปายยย อ๊ากกกก ฮยอกเเจ อยากเห็นความพินาศที่นายวางไว้เสียจริงๆเลย
    #579
    0
  15. #578 * [J]o[L]ee[P]op ,, ♥ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 13:57
     อ่า อ่านแล้วมันพีคขึ้นทุกทีๆ...
    เหมือนกับว่ามันกำลังจะระเบิดตูมใหญ่แล้วนะเนี่ย ~
    ฮยอกแจรีบรวบรัดแผนการแล้ว แบบนี้คงมันส์น่าดู ><
    แต่อ่านแล้วรู้สึกอ้างว้างแทนฮยอกแจนะ
    ที่แข็งกร้าวแบบนี้อาจจะเพราะไม่เคยมีความสุขก้อได้...
    เฮ้ออออ สงสารฮยอกแจนะ แต่ก็แอบลุ้นกับแผนการ ! 5555+

    เอาตรงๆนะ คิบอมเปนตัวละครที่เค้าเดาใจยากมากกกก 555+
    บางทีก็เหมือนรู้สึกว่ารักฮยอกแจ แต่บางทีก็เหมือนกับรักอึนฮยอก ~
    อ่า... ไม่อยากให้บอมเปนแบบนี้เลยอะ เค้าเปนห่วงสองฮยอก ><

    ความทรงจำของอึนฮยอกจะกลับมากแล้ว >__<
    แล้วแบบนี้จะเปนไงต่อไปละเนี่ย?? ถ้าเกิดความจำกลับมา
    ในใจอึนฮยอกจะมีใครกันนะ?? (ลุ้นตลอดเวย!)

    ส่วนคยูเฮเนี่ยแหละน่าสงสารตัวจริง -__-
    เปนหมากมาตลอดทั้งเรื่องเลย ~
    เอสเปนว่าไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ
    เราก็ติดตามอยู่ทั้ง 2 เรื่องเลยค่ะ ><
    เชียร์ทั้ง 2 เรื่องเหมือนกัน (แต่ตอนนี้แอบเห่อของใหม่ เพราะไฉไลมากกกก)
    เอาเปนว่าอัพเรื่องไหนก้อจะติดตามเสมอค่ะ

    สู้ๆ 
    #578
    0
  16. #577 danger poppular (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 13:00
     WOW! มันมันส์ขึ้นทุกทีๆ
    #577
    0
  17. #576 moonoy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 12:05
    สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นแล้วอ่ะ



    บอมชอบอึนฮยอกจริงๆ แล้วใช่ม่ะ



    วอนก็ยังชอบแก้ตัวเหมือนเดิม 555+
    #576
    0
  18. #575 sanphet (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 05:49
    ไรเตอร์เป็นคนที่แต่งฟิค
    ได้สนุกเข้มข้นมาก
    ทั้ง rose mask และ my brother
    #575
    0
  19. #574 geejajaa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 00:41
    กรี๊ด ฮยอกแจ แผนของฮยอกแจจะสำเร็จไหม?
    รีบๆแก้แค้น แล้ว กลับ ไปหา น้อง อึนๆ เถอะ

    ว่าแต่ ฮยอกแจ แอบน้อยใจดก้วยเหรอ ที่ใครๆก็รักอึนๆอ่ะ งง

    อยากอ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้วอ่ะ
    #574
    0
  20. #573 คนคุ้นเคย (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 00:15
    เราเข้าไปอ่าน มาย บาเทอมาเเล้ว เราชอบนะ เชียร์ทั้งสองเรื่องเลย^^
    #573
    0