ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 18 : -16-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 เม.ย. 54


 

“อือ...อึก...ง่า~

“นี่...”ทงเฮชะโงกหน้ามามองคนข้างๆที่นั่งตัวสั่นส่งเสียงครวญครางอย่างน่ารำคาญ ก่อนจะเอ่ยกับอีกคนเสียงเขียว มุ่ยหน้านิดๆบ่งบอกให้รู้ว่าเขาไม่ชอบใจเอาซะเลย “...ถ้ากลัวที่จะขึ้นรถไฟเหาะตีลังกามากขนาดนั้นล่ะก็ ทำไมถึงเลือกที่จะมาเล่นล่ะ”

“ก็ผมอยากให้ทงเฮสนุกนี่ฮะ...”คยูฮยอนเอ่ยหน้าซีดปากสั่น พยายามที่จะยิ้มออกมาอย่างสุดกำลัง “...แล้วรถไฟเหาะนี่ก็เป็นหัวใจหลักของสวนสนุกนี่เลย มันน่าจะทำให้ทงเฮอารมณ์ดีขึ้นดะ...หว๋าาาาา!!

คำอธิบายยังไม่ทันจบ รถไฟเหาะตีลังกาก็เคลื่อนขบวนและแล่นฉิว อี ทงเฮได้ยินร้องโหยหวนเหมือนหมาป่าโดนเชือดดังลั่นอยู่ข้างหู มือบางเลื่อนไปกุมมือของอีกคนที่กำราวเหล็กแน่นเหมือนให้กำลังใจกลายๆ ซึ่งอีกคนก็เปลี่ยนมากำมือเขาแน่นขณะที่รถไฟเหาะเริ่มแล่นสูงและตีลังกาสามตลบพอเป็นพิธี ก่อนจะแล่นเหมือนต้องการจะโหม่งโลกแล้วจอดอย่างนุ่มนวลเล็กน้อย ดังนั้นพอลงมาได้โจ คยูฮยอนก็อ้วกโดยสมบูรณ์

“ถ้าหากกลัวขนาดนี้ก็ไม่ต้องฝืนก็ได้นะ”ทงเฮเอ่ยเสียงอ่อน ขณะที่เอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองไปชุบน้ำพอหมาดๆ แล้วนำมาวางแหมะที่หน้าผากขาวของคนป่วย ในหัวของคยูฮยอนยังหมุนติ้วๆอยู่เลย

“ผม..อุ๊บ!...”ร่างสูงสะอึก ลุกขึ้นมาทำท่าจะอาเจียนอีกรอบ ทงเฮหน้าแหย รีบพยุงอีกฝ่ายไปที่ถังขยะ หากไปได้ครึ่งทางคยูฮยอนก็โบกมือ “...ไม่เป็นไรแล้วฮะ”

“แน่ใจนะ”คนมาด้วยยังถามอย่างหวั่นๆ คยูฮยอนพยักหน้าพร้อมหันมายิ้มเซียวๆให้

“เดี๋ยวเราไป...”ร่างสูงเอ่ยพร้อมแววตาวิบวับ “...เข้าบ้านผีสิงกันนะครับ”

“เห~”คราวนี้ท่านผู้บริหารโรสมาร์คถึงกับทำตาเจ้าเล่ห์ “...นายจะไม่กลัวผีจนขี้ขึ้นสมองเลยหรือยังไง”

“อย่าดูถูกผมอย่างนั้นสิครับ...”คยูฮยอนหัวเราะ “...ถ้าหากเรื่องรถไฟเหาะน่ะผมยอมได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องบ้านผีสิงล่ะก็ ผมไม่มีวันยอมหรอกนะฮะ”

ทงเฮกรอกตามองคนหน้าโดยใช้สายตาของผู้ใหญ่เวลามองเด็กเล็ก ก่อนจะขยับยิ้มอย่างชอบใจ “งั้นก็เอาสิ”

ทงเฮไม่กลัวผีเลย...

นี่คือความคิดของคยูฮยอนเมื่อย้ายสังขารของตนเองและอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านผีสิงมืดๆ ที่มีผีเครื่องจักรกลโผล่มาคำรามแฮ่~แฮ่~แล้วก็มุดกลับรูเดิม ที่จริงตัวเขาเองก็แอบหวังว่าอีกคนจะตกใจกอดเขานิดๆ แต่อี ทงเฮนอกจากจะไม่กลัวผีเด็กประถมพวกนี้แล้วยังเอานิ้วจิ้มตาผีเล่นอีกต่างหาก เสียดายเงินค่าเข้าชมจริงๆ

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

...แววตาที่สดใสขึ้นกว่าตอนแรกของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาพึงพอใจอยู่ไม่น้อย

“นายคิดบ้างไหมว่าพวกคนทำผีนี่เขาไม่ลงทุนอะไรเลย...”คนตัวบางทำเหมือนเข้ามาชมนิทรรศการศิลปะเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงโหวกเหวกของคนอื่นๆ “...ที่แอลเอนะเขาจะให้คนแต่งตัวเป็นผี ถือเครื่องมือเครื่องไม้ มาวิ่งไล่คนตามระเบียง แบบนั้นมันน่าลุ้นกว่าเยอะ”

“ทงเฮชอบแบบนั้นเหรอฮะ”คยูฮยอนเอียงคอ

อีกฝ่ายยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบเสียงหวาน “ฉันชอบเข้าไปตอนอารมณ์เสียๆ อัดคนในนั้นไม่ผิดกฎหมายแถมยังคุ้มราคาอีกด้วย”

“โหดร้าย~”คยูฮยอนหัวเราะ “...ผีที่นั่นคงกลัวทงเฮน่าดู”

อี ทงเฮหัวเราะเป็นครั้งแรก ก่อนจะถามต่อพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “แล้วเราจะไปไหนกันต่อดีล่ะ”

“มาถึงสวนสนุกทั้งที ก็ต้องเล่นเครื่องเล่นให้มันครบสิครับ”คยูฮยอนหัวเราะคิกคัก ร่าเริงเหมือนได้กลับไปเป็นวัยเด็กอีกครั้ง

“นายจะไหวเร้อ~”ทงเฮชักสีหน้าไม่เชื่อถือ

“ทงเฮอ่า~...”คยูฮยอนทำหน้าอ้อน “...ถึงผมจะกลัวเครื่องเล่นบางชนิด แต่ก็อยากจะเล่นให้ครบนะครับ”

คราวนี้อี ทงเฮถึงขึ้นยิ้มอย่างอ่อนแรง อยู่กับหมอนี่แล้วเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งเลยแหะ แต่กระนั้น...มือก็ยังเอื้อมไปคล้องแขนเด็กโข่งพร้อมรอยยิ้มบางเบา...

 

...แต่มันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

 

**

 

ไม่เลวเลยจริงๆ...

อี ฮยอกแจคิดในใจขณะที่ก้าวลงจากรถ ดวงตาสีอำพันคู่งามตวัดมองความโอ่อ่าของคฤหาสน์ตระกูลชเว มองเรือนเล็กที่ถูกสร้างขึ้นเคียงข้างสระน้ำขนาดใหญ่ สไตล์การตกแต่งดูเรียบง่ายและล้าสมัยสักเล็กน้อย พอให้รู้ว่าคฤหาสน์หลังนี้คงสร้างไว้นานพอสมควร เรียกได้ว่าโอ่อ่าเท่าเทียมกับคฤหาสน์ที่เขาอาศัยอยู่ที่แอลเอเลยก็ว่าได้

“สวยไหมครับ...”ร่างสูงเดินมาโอบกอดเขาจากด้านหลัง กระซิบถามเสียงนุ่ม “...คฤหาสน์หลังนี้มีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ของผม แต่เรือนเล็กๆที่คุณจะย้ายมาอยู่น่ะเป็นของคุณแม่...”

ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ดวงตาของคนพูดอ่อนโยนเมื่อเอ่ยถึงมารดาของตนเองนัก “...คุณแม่ท่านชอบบรรยากาศร่มรื่น คุณพ่อเลยสร้างที่นี่ไว้ให้เป็นพิเศษ ตอนเด็กๆผมก็ชอบมาวิ่งเล่นอยู่ที่นี่ คุณชอบมันไหมล่ะ”

ดวงตาสีอำพันที่มองสบมานั้นอ่อนหวาน ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มเมื่อซบลงบนวงแขนแข็งแกร่ง “แล้วคุณคิดว่าผมชอบมันหรือเปล่าล่ะครับ”

ชเว ซีวอนยิ้มกับท่าทางออดอ้อนของอีกฝ่าย ฮยอกแจแตะริมฝีปากและจมูกที่แก้มขาวของอีกฝ่าย ก่อนจะซบหน้าลงกับบ่ากว้างดังเดิม ดวงตาสีอำพันวาววับเมื่อเห็นใครบางคนเดินออกมาต้อนรับ

“ซีวอน กลับมาแล้วเหรอคะ กรี๊ดดดดดดดด!!

ฮเยอินกรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าใครบางคนยืนอยู่ในวงแขนของสามี ร่างบางที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลแทบล้มทั้งยืนเสียอย่างนั้น แม้แต่ซึงอาที่ตามพี่สะใภ้ของตัวเองมายังนิ่งงันอย่างตกตะลึง ฮยอกแจปรายตามองผู้หญิงสองคนเหมือนเห็นหมูกาแปลกประหลาดสักตัวสองตัว ขณะที่เจ้าของบ้านชักสีหน้าหนักใจ

“ท่าทางคุณจะยังไม่ได้เคลียร์ปัญหากับคนที่บ้านใช่ไหมครับ”ฮยอกแจถามเสียงนุ่ม แววตาวาววับเมื่อมองสบฮเยอินที่ทำท่าเหมือนอยากจะเข้ามาเอาเรื่อง หากทว่ารสมือของคนตัวบาง...เธอก็ยังเจนใจดีอยู่ว่ามันหนักหนาขนาดไหน นั่นทำให้หญิงสาวยังไม่กล้าเข้ามาเอาเรื่องอย่างเต็มภาคภูมิ

“ไปเถอะครับ ผมรออยู่ที่เรือนเล็กนะ”ร่างบางจูบเบาๆที่แก้มขาวของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ก่อนจะลากกระเป๋าของตัวเองเข้าบ้านเล็กที่อีกฝ่ายตระเตรียมเอาไว้ให้ ทิ้งให้ชเว ซีวอนอยู่เผชิญหน้ากับสองสาวตามลำพัง

ฮยอกแจกวาดตามองการตกแต่งอันเป็นระเบียบ ความคิดที่จะโกยของเก่าแล้วจัดบ้านใหม่เป็นอันหมดสิ้นไปโดยทันควันเมื่อเห็นรูปของหญิงสาวและเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่วางอยู่ระเกะระกะ

มือเรียวเอื้อมไปหยิบหนึ่งในรูปอันหลากหลายมาพินิจ ก่อนจะเบ้ปากเมื่อมองสบรอยยิ้มแสนสดใสของเด็กชายในภาพถ่าย

“ตอนเด็กๆก็น่ารักดีนี่...”คำชมไม่เหมือนกิริยารังเกียจที่วางรูปกลับคืนที่เหมือนไม่อยากจะต้องมือ ทั้งที่ตนเองเป็นคนหยิบมันขึ้นมาดูแต่แรก ฮยอกแจเบ้ปากน้อยๆ “...แต่โตมาทำไมมันถึงได้เห็นแก่ตัวนักนะ”

บุหรี่มวนน้อยถูกจุดสูบอีกครั้ง ครานี้เจ้าตัวเดินสำรวจไปรอบๆแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง นัยน์ตาวิบวับสนุกสนานกับความคิดของตนเองยิ่งนัก

“แล้วไงต่อดีล่ะ...บุกเข้ารังเสือมาได้แล้ว เราก็ต้องรุกบุกเอาลูกเสือสินะ”ฮยอกแจพึมพำกับหมอกควันที่ตนเองเป็นฝ่ายสร้าง ร่างบางหัวเราะคิกคักกับความคิดตนเอง ขณะที่ปรายตามองรูปบริษัทขนาดใหญ่...เจ้าของฉายาสิงโตคำรามแห่งภาคตะวันออก

“ไลอ้อนจิวเวอร์รี่...”ร่างบางพึมพำ ทิ้งตัวลงเกลือกกลิ้งกับเตียงนุ่ม รอยยิ้มหวานครานี้ไม่ได้อ่อนหวานเหมือนความคิดเลยสักนิด

 

“ท่าทางโรสมาร์คของฉันจะได้ที่ทางขยายสาขาใหม่แล้วล่ะ”

 

**

 

“ไม่จริง!! ฉันไม่ยอม!! ฉันไม่ยอมมมมมมมมมมมมมม!!!

เสียงกรีดร้องที่ดังคับบ้านทำเอาแต่ละคนต้องอุดหู ชเว ซีวอนเบ้ปากเอือมระอากับร่างบางที่สั่นระริกเพราะแรงสะอื้น ชอง ฮเยอินมองหน้าคนที่ได้ชื่อว่าสามีของตัวเอง ก่อนจะคว้าหมอนใหญเขื่องมาขว้างใส่อีกฝ่ายอย่างแรง น้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมเอ่ยเสียงสั่นระริกอย่างน่าสงสาร

“พี่...”ร่างบางเรียกอีกคนที่ยืนหน้าเคร่งปานจะขาดใจ ความเจ็บแค้นที่ได้รับทำให้เธอปราดเข้าตบตีอีกคนที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้น “...เราเพิ่งแต่งงานกันนะ! เราแต่งงานกันแล้วนะ!! แล้วพี่ยังคิดจะเอาคนอื่นเข้าบ้านอีกอย่างนั้นเหรอ!!? พี่คิดจะหักหน้าฉันไปถึงไหนกัน!!?

“แล้วนั่นไม่ใช่เพราะเธอหรือไง!!? พี่ถึงต้องพาฮยอกแจเข้ามาอยู่ในบ้านของเราน่ะ!!?

ซีวอนตะคอกถามกลับอย่างเหลืออด ก่อนจะกระชากแขนของอีกฝ่ายอย่างแรง เอ่ยเสียงกราดเกรี้ยว

“เพราะเธอไม่ใช่เหรอที่เอาเทปอุบาตแบบนั้นไปประจานเขากลางงานแต่งของเราน่ะ!? งานนั้นมีทั้งนักข่าว ทั้งคนในบริษัท แล้วเธอคิดบ้างไหมว่าเขาจะต้องอับอายขายขี้หน้ามากแค่ไหน!!? คิดบ้างไหมว่าเขาจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง!!? เพราะอย่างนี้ไงเล่าพี่ถึงต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเนี่ย!!!

ร่างสูงผลักอีกฝ่ายออกห่าง ฮเยอินเซซบลงบนโซฟาตัวยาว น้ำตาของหญิงสาวไหลเป็นสาย หากไม่ได้น่าสงสารเลยสักนิดในสายตาของซีวอน ร่างสูงยังเอ่ยต่อเสียงราบเรียบ

“บ้านนี้เป็นบ้านของพี่ ถึงเธอจะแต่งเข้ามาเป็นภรรยาพี่...หากก็เป็นได้แค่คนอาศัย เพราะฉะนั้นพี่จะพาใครมาอยู่ด้วยมันก็เป็นสิทธิ์ของพี่ เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!!

ชอง ฮเยอินแทบกรีดร้องด้วยความขัดใจ เสียแต่ว่าแรงสะอื้นที่ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอทำให้เปล่งเสียงออกมาได้ยากเย็นเหลือเกิน ชเว ซีวอนถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะเดินจากไปทิ้งสองสาวให้จมอยู่ในความคิดของแต่ละคน ซึงอาปรายตามองเพื่อนของเธอที่แทบจะหมดเรี่ยวแรง นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนโซฟาแล้วเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

 

“ฮยอกแจเข้ามา ฉันว่าเราต้องหายนะกันแน่ๆ...คราวนี้”

.

.

.

ร่างสูงเดินกลับมายังบ้านเล็กที่อยู่ติดริมสระ ก้าวแรกที่เข้ามาก็รู้สึกถึงกลิ่นฉุนหอมประหลาดที่ไม่คุ้นเคย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างเมื่อเห็นมวนมรณะที่อีกคนคีบอยู่ที่ซอกนิ้ว

“ฮยอกแจ...”เจ้าของชื่อเบือนสายตามามองตามเสียงเรียก ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่ออีกคนเอ่ยถาม “...นี่คุณสูบบุหรี่ด้วยเหรอครับ”

ฮยอกแจไหวตัว หลุบตามองบุหรี่มวนเล็กที่คีบอยู่ ก่อนจะหยักยิ้มออกมาบางเบาเมื่อพอเดาสถานการณ์ได้บ้าง ร่างบางปิดหนังสือแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

“บางครั้งน่ะครับ เวลาเครียดๆมันก็ช่วยได้มากเลย...”

“คุณเริ่มสูบตั้งแต่ตอนไหนกัน”ดูท่าคนถามจะเครียดแทนเขาเสียแล้วกระมัง

“คุณเริ่มสูบตั้งแต่ตอนไหนกัน?

“ตั้งแต่ตอนสมัย...เอ่อ...”ร่างบางกรอกตา เกือบจะหลุดคำว่าสมัยม.ไฮสคูลออกไป ดีที่ยังยั้งปากเอาไว้ได้ “...เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ผมเครียดมากเลยแหละ...”

ร่างสูงมองอีกคนที่มองเขากลับมาหน้าตาใสซื่อแล้วเงียบลง กุหลาบขาวของเขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่มีชื่อใหม่ว่าอี ฮยอกแจ เจ้าตัวมักทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดเสมอ อย่างตอนนี้ก็เช่นกัน เขาจำได้ว่าอึนฮยอกเกลียดกลิ่นบุหรี่อย่างจับใจ และแทบไม่แตะแอลกอฮอล์ทุกชนิด แต่ทำไมอีกคนถึงได้สูบมันได้หน้าตาเฉยอย่างไม่รังเกียจรังงอน และไม่ต้องพูดถึงเรื่องของสุราเมรัย มันไม่ระคายคอของฮยอกแจเลยแม้แต่น้อย จนบางครั้งเขายังอดสงสัยไม่ได้

ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงสงสัยในการเปลี่ยนไปในแง่ลบบางเรื่อง แง่บวกบางเรื่อง แต่ตอนนี้เมื่อเขารู้เหตุการณ์ทุกอย่าง ตัวเขากับน้องชายก็ลงความเห็นร่วมกันว่าอี ฮยอกแจนั้นน่าสงสารเกินกว่าจะต้องมาถูกตำหนิจากเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ ดวงตาสีดำขลับสบดวงตาสีอำพันหลากความรู้สึกที่เขาคิดว่ามันสวยกว่าเมื่อยามก่อนๆที่เคยสบตากันมากนัก มันไม่ได้ใสบริสุทธิ์น่าทะนุถนอมแต่กลับชวนให้ลุ่มหลงอย่างน่าประหลาด บางครั้งต้องเผลอจ้องมองมันจนตกอยู่ในมนต์สะกดที่หาได้ยากกว่าอัญมณีใดๆ

“คุณซีวอน...”ฮยอกแจเรียกชื่ออีกคนเสียงอ่อน เขาตระหนักดีว่าสมควรเอาใจอีกฝ่ายมากเพียงไร หากอยากให้การใหญ่สำเร็จลุล่วง ร่างบางหยัดตัวลุกจากเตียงแล้วมาเอนซบที่อกอุ่นอย่างออดอ้อน “...ถ้าคุณไม่พอใจ ผมจะไม่สูบมันอีกนะครับ”

“ไม่หรอกครับ...”ร่างสูงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนบาง “...ผมเข้าใจดี เพราะฉะนั้นอะไรที่เป็นความสุขของคุณ คุณก็ทำมันเถอะครับ”

คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูง ก่อนฮยอกแจจะเผยอยิ้มออกมาอย่างยั่วยวน มือบางเริ่มไต่ดะมาที่แผงอกอุ่นของอีกฝ่ายพร้อมประกายตาที่หยาดเยิ้ม

“พูดอย่างนี้...”

ชเว ซีวอนที่ไม่ทันตั้งตัวเพราะความสงสัยถูกผลักลงบนเตียงอุ่น ร่างสูงเบิกตากว้างเมื่ออีกคนเลื่อนกายมาทาบทับ ริมฝีปากสีกุหลาบนั้นพ่นควันบุหรี่หอมฉุนไม่คุ้นเคยออกมาใส่ดวงหน้าของเขา ทำเอาชายหนุ่มต้องหรี่ตาลงมองภาพความงามเจือจางที่ถูกหมอกบางๆมาบดบัง ฮยอกแจเอื้อมมือไปจี้บุหรี่บนที่เขี่ยบุหรี่ที่ถูกเขาเอามาตั้งไว้บนหัวเตียง ก่อนจะเลื่อนมือมาโอบรอบลำคอของอีกคนอย่างยั่วยวน

“...น่าให้รางวัลจังเลยนะครับ”

เสียงหวานๆดังกระซิบอยู่ข้างหู ก่อนเรียวปากสีกุหลาบที่เจือกลิ่นกรุ่นเย้ายวนจะทาบทับที่เรียวปากหยัก ร่างสูงปรือตาลงรับสัมผัสหอมหวานที่แทรกเข้ามา ลิ้นเล็กของคนใจกล้านั้นแสนจะดื้อรั้นเอาแต่ใจ พร้อมทั้งเชิญชวนให้เข้าไปกอบโกยความหวานล้ำจากโพรงปากนิ่มที่เผยอรับ ร่างสูงเริ่มเปลี่ยนมารุกเร้าเคล้าคลึงกลีบดอกไม้เพื่อดูดดื่มน้ำหวานนั้นอย่างย่ามใจ ก่อนจะเลื่อนกายมาทาบทับเรือนร่างอ้อนแอ้นของคนเก่ง ที่ต้องเปลี่ยนมาหอบหายใจรวยรินอยู่ใต้ร่างเขา

ฮยอกแจหรี่ตาแล้วยิ้มอย่างคาดโทษเอาไว้กับคนที่ตีสีหน้าใสซื่อ มืออุ่นเลื่อนมาปลดกระดุมเม็ดเล็กที่คอเสื้อถ่วงต่ำจนเห็นผิวขาวรำไร ร่างสูงชะงักเมื่อโดนอีกคนปัดมันออกอย่างไม่เบานัก

“คิดจะทำอะไรน่ะครับ”เสียงถามอย่างเอาเรื่อง พร้อมท่าทีค้อนเคืองทำเอาซีวอนรู้สึกงุนงง

“ก็...รักคุณไง”ร่างสูงเอ่ยเสียงเบา ฮยอกแจค้อนควับก่อนจะผลักร่างของอีกคนออกห่าง แกล้งทำเป็นเบือนหน้าหนีไปซบหมอนนุ่ม แววตานั้นยังสั่นไหวได้อย่างสมจริง เหมือนหน้ากากแห่งความเศร้าที่เขาหยิบมาสวมเพื่อหลอกตาอีกฝ่าย

“ผมน่ะ...ยังจำวันที่โหดร้ายนั่นได้นะ”เจ้าตัวไม่เอ่ยถึงวันไหน แต่เสียงสั่นเครือนั่นทำเอาร่างสูงชะงักเพราะพอจะเดาได้ว่าวันใด ดวงตาสีดำหม่นลงเมื่ออีกคนเอ่ยเสียงเจือสะอื้น “...จนถึงทุกวันนี้ ผมยังฝันร้ายอยู่ทุกวัน ไม่ว่าหลับตาลงภาพของไอ้บ้านั่นมันก็จะแทรกเข้ามา แล้วคุณคิดจะตอกย้ำฝันร้ายของผมหรือยังไง”

คำถามที่ถูกส่งมาให้ทำเอาซีวอนปั้นหน้าไม่ถูก ฮยอกแจค้อนให้อย่างเจ้าเล่ห์ เอ่ยเหมือนตัดพ้อต่อโชคชะตาตัวเองน้อยๆ

“ผมก็อยากจะเป็นของคุณนะ แต่ถึงคุณจะไม่รังเกียจร่างกายที่มันโสโครกนี่...แต่ผมก็ยังทำใจมีเซ็กส์กับใครไม่ได้หรอก...”เจ้าตัวแกล้งสะอื้นเรียกคะแนนความสงสารได้อย่างสมจริง แววตาแดงก่ำเมื่อหันมาสบดวงตาของร่างสูง แล้วซบลงบนบ่ากว้าง “...ผมขอโทษที่ให้ความสุขคุณไม่ได้นะครับ แต่ผมยังไม่พร้อมจริงๆ เพราะอย่างนั้นรอผมก่อน...นะ”

ดวงตาที่ช้อนมองอย่างออดอ้อน ทำเอาร่างสูงที่นั่งนิ่งใจสั่นสะท้านตามแววตาคู่นั้น เขาตวัดแขนโอบกอดอีกคน เหมือนเก้งที่ติดบ่วงนายพรานเข้าเต็มเปา

“ผมขอโทษที่ลืมนึกไป...”ซีวอนเอ่ยเสียงแผ่วเบา ลูบแผ่นหลังสั่นระริกของอีกคนอย่างปลอบประโลม “...ผมน่าจะรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันคงไม่มีใครสามารถลืมกันได้ง่ายๆ ผมผิดเองแหละที่ไม่ใส่ใจความรู้สึกของคุณเท่าที่ควร ถ้าหากคุณยังไม่พร้อมก็ขอแค่กอดคุณไว้อย่างนี้ก็ได้นะ...”

“ซีวอน...”เสียงหวานครานี้เอ่ยอย่างตื้นตัน ฮยอกแจไม่รอช้าที่จะประทับจูบที่แก้มขาวอย่างยินดี อย่างน้อยๆมันก็เป็นหลักฐานค้ำประกันว่าเขาสามารถเอาตัวรอดได้ไปอีกนาน “...คุณนี่น่ารักจังเลย”

ซีวอนหลุบตามองดวงตาหวานซึ้งที่กำลังแย้มรอยยิ้มอ่อนหวานให้เขา ทำเอาร่างสูงเผยอยิ้มตามอย่างมีความสุข มืออุ่นเลื่อนมากำมือบางไว้แนบแน่นพร้อมเอ่ยถ้อยคำสัญญาที่อีกคนไม่รอช้าที่จะจารมันลงหัวใจ

“ผมสัญญาว่าจะไม่แตะต้องตัวคุณ จนกว่าคุณจะพร้อมนะครับคนดี...”ริมฝีปากและจมูกกดแนบที่ไรผมอ่อน ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนหวาน “...ถ้าอย่างนั้นคุณทำอาหารให้ผมทานได้ไหมล่ะครับ ผมคิดถึงฝีมือแกงกิมจิของคุณจังเลยน้า”

รอยยิ้มของอี ฮยอกแจชะงักค้างทันควัน แถมหน้ากากยังเกือบหลุดจนเผลอชักสีหน้าแหยให้อีกคนได้เห็น

“กับข้าวเหรอครับ”ถามอีกครั้ง เพื่อความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ก็ดูเหมือนความหวังของอี ฮยอกแจจะพังทลายไม่เป็นท่า

“ใช่ครับ ฮยอกแจของผมน่ะทำแกงกิมจิได้อร่อยที่สุดเลยน้า”ร่างสูงเอ่ยพร้อมประทับจูบที่แก้มใส แต่ในหัวสมองของคนที่โดนชมตอนนี้นี่สิที่ขาวโล่ง...

 

บรรลัยแล้วไง...อี ฮยอกแจ

 

**

 

“ทำไมนายไม่โทรไปถามน้องชายของนายเล่า”

คำถามแรกของอี ทงเฮ นักบริหารที่เข้าครัวบ่อยที่สุดในหมู่เพื่อนรักทั้งสี่หน่อ ฮยอกแจกรอกตาเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังถามคำถามสิ้นคิด ก่อนจะกรอกเสียงลงไปอย่างหงุดหงิด

“นายจะให้ฉันโทรไปถามเพื่อให้อึนฮยอกต้องสงสัยฉันหรือไง!? แล้วไหนจะไอ้ตี๋แก้มบวมนั่นอีกเล่า! คิบอมมันจะได้หัวเราะเยาะตายน่ะสิถ้ารู้ว่าฉันเข้าครัว!!

ทงเฮที่อยู่ปลายสายกระตุกยิ้มขำขันขึ้นมาทันควัน ดีที่ยังหยุดตัวเองไม่ให้เผลอหัวเราะพรืดออกไปให้อีกคนได้ยิน ผู้บริหารหน้ามนเอ่ยเสียงนุ่มกับท่านประธานหนุ่มที่ตอนนี้กำลังยืนคุยโทรศัพท์อย่างลับๆล่อๆในห้องครัวของตระกูลชเว

“อืมมมม แกงกิมจิฉันก็ไม่ทำนานแล้วนะ...”ขนาดคุยโทรศัพท์ อี ทงเฮยังตวัดขาเรียวขึ้นมาไขว่ห้าง เลียนแบบเพื่อนรักเป๊ะๆ และไม่วายเล่นตัวอยู่เล็กน้อย “...ไม่รู้จะบอกสูตรถูกหรือเปล่า”

“บอกมาเถอะ ไอ้บ้าซีวอนมันไม่มีตำราทำอาหารในห้องครัวเลยสักเล่ม นี่ฉันก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วเนี่ย!! ทำไมจู่ๆมันต้องอยากกินข้าวฝีมือฉันฟะ!!?”เสียงสุดท้ายบ่นบุคคลที่สามดังๆอย่างหัวเสีย หลังจากแทบจะรื้อยกครัวชาวบ้านเขาอยู่แล้ว

“อืมมมมม...”ทงเฮเริ่มทำเสียงเดิม นานทีจะได้ยั่วประสาทคนอย่างอี ฮยอกแจก็ขอทำให้มันคุ้มค่าหน่อยเถอะ “...เท่าที่พอจะจำได้นะ...”

“บอกมาเร็วๆ อย่าอมพะนำ...”ฮยอกแจเริ่มหน้าตึง หงุดหงิดจนไม่แน่ว่าถ้าหากทงเฮนั่งตรงหน้าเขา เขาอาจจะเอาหัวไชเท้ายัดปากให้หายแค้น “...ก่อนที่ฉันจะหมดอารมณ์แล้วเปลี่ยนใจไปกระชากหัวนายแทน”

“ว้าว น่ากลัวจัง...”ทงเฮเอ่ยได้อย่างหน้าตาย สำนึกได้แล้วว่าไม่สมควรจะยียวนกวนประสาทอีกฝ่ายมากนัก เพราะดูจากน้ำเสียงแล้วมันเอาจริงแน่นอน “...บอกเลยก็ได้ อย่างแรกกิมจิหนึ่งถ้วย...”

ฮยอกแจคว้ากิมจิออกมาจากตู้เย็นทันควัน ดันให้มันสไตล์ไปหยุดที่กลางโต๊ะ

“หมูสามชั้น...หรือไม่ก็เนื้อตรงสันคอ...”

“ฉันจะแยกออกไหมว่าตรงไหนคือเนื้อส่วนไหน...”ฮยอกแจหนีบโทรศัพท์มือถือไว้ระหว่างซอกคอและใบหู ขณะที่ปรายตามองเนื้อหมูที่มีอยู่เต็มตู้

“เอาที่เป็นชิ้นๆ แล้วนายก็มาหั่นเอาก็ได้ ระวังอย่าใส่หมูสับลงไปเพราะขี้เกียจหั่นหมูล่ะ...”ทงเฮเสนอทางออก ก่อนที่เพื่อนจะหยิบหมูบดมาทำแกงกิมจิให้ความแตก “...แล้วก็...”

“ทงเฮครับ...”คยูฮยอนตะโกนมาจากร้านขายเครป แผ่นบางๆถูกทอดจนออกสีหน้าทาน เหลือแต่ลงละเลงหน้าด้วยของกินเล่นคาวหวาน สุดแต่คนซื้อจะเป็นผู้เลือก “...ให้เขาใส่ไส้กรอกบนหน้าเครปไหมครับ”

“ไส้กรอกเหรอ เอาสิ...”ทงเฮตะโกนกลับ ฮยอกแจที่ได้ยินเลือนลางก็หยิบไส้กรอกออกมาจากตู้เย็นอย่างงงๆเล็กน้อย ร่างบางที่บอกสูตรผิดโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่หันมาคุยกับเพื่อนรักต่อ “...กระเทียมหั่น...”

“ให้เขาหั่นไส้กรอกให้เลยไหมครับ”

ทงเฮหันไปพยักหน้ากับคยูฮยอน พร้อมสั่งกำชับ “...หั่นเป็นเส้นๆนะ อร่อยดี”

ฮยอกแจมองกระเทียมกลีบใหญ่ในมือแล้วหน้าแหย เขาจะมีความสามารถขนาดหั่นมันเป็นเส้นๆได้ไหมเนี่ย แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่เคยทำอาหารจะรู้ได้ยังไงว่าจะต้องจัดเตรียมของแบบไหน มีก็แต่จะต้องยอมเดินตามรอยเท้าที่มีอี ทงเฮเป็นผู้นำทางเท่านั้น

แต่อี ทงเฮกลับไม่สนใจเรื่องการหั่นกระเทียม เพราะคงไม่คนบ้าคนไหนหั่นกระเทียมเป็นรูปอื่นนอกจากหั่นบางๆ เขาจึงไม่คิดจะขยายความแต่อย่างไร ร่างบางหันมาพูดสูตรลับเฉพาะกับเพื่อนรักต่อ

“เต้าหูขาว โคชูจัง แล็วก็หอมซอย กับซีอิ๋ว น้ำตาล พริกป่น...”

“ทงเฮจะใส่มายองเนสหรือซอสมะเขือเทศครับ”

“ใส่ทั้งมายองเนสและซอสมะเขือเทศแหละ”ทงเฮหันไปบอกคยูฮยอน ก่อนจะหันมาพูดกับฮยอกแจที่เอาเครื่องปรุงมาวางบนโต๊ะจนครบ “...เอากระเทียมกับหมูไปผัดกับกิมจิให้สุกก่อนนะ แล้วก็เอามาต้มจนเดือด แล้วก็ใส่เครื่องทุกอย่างลงไป แค่นั้นก็อร่อยแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนนะ ฉันอยู่กับโจ คยูฮยอน”

“เห้ย! ทงเฮเดี๋ยวดิ! เอาอะไรมาผัดมาต้มนะ!!? นายอย่าเพิ่งวะ....”

ตู๊ดดดดดดดดดด ตู๊ดดดดดดดดดด

ฮยอกแจปั้นหน้ายากกับโทรศัพท์มือถือที่โดนกดตัดสายไปอย่างรวดเร็ว ร่างบางที่ไม่เคยเข้าครัวมาตลอดชีวิตเบือนสายตามามองกิมจิ หมู กระเทียม ไส้กรอก เต้าหูขาว โคชูจัง หอมซอย ซีอิ๋ว น้ำตาล พริกป่น มายองเนส และซอสมะเขือเทศที่วางเรียวกันหน้าสลอนอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มหัวหมุน หันไปหยิบมีดมาถืออย่างกล้าๆกลัวๆเพราะไม่เคยจับเครื่องครัวใดๆเลยแม้แต่ผ้าขี้ริ้ว

“หั่นเป็นชิ้นๆ...”คนที่จับมีดอย่างกับฆาตรกรฆ่าหั่นศพเริ่มชำแหละเนื้อหมูแดงๆอย่างไม่ชำนาญบนแท่นเขียง ซึ่งมันก็ออกมาดูไม่น่าพิศมัยมากนัก ร่างบางหันไปหยิบกระเทียมกลีบใหญ่ ทงเฮก็ไม่บอกด้วยว่าต้องใช้กี่กลีบ ฮยอกแจเลยสรุปเอาเอง...ใส่มันไปให้หมดนี่แหละ

แถมหั่นให้เป็นเส้นก็ยากยิ่งกว่าการชำแระหมู สุดท้ายคนมีความอดทนต่ำและเพราะความหัวเสียที่มีอยู่เป็นทุนเดิมเลยทำให้ท่านประธานหนุ่มจัดการทุบมันให้แหลกคาเขียงดังปั่กๆ น่ากลัวว่าจะสะเทือนไปถึงชั้นล่างที่มีคนคอยรอกินอยู่

“ทำไมคนอย่างอี ฮยอกแจต้องมาทำอะไรอย่างนี้ด้วย...”ร่างบางเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว ตั้งกระทะเทน้ำมันเดือดๆใส่เข้าไปพร้อมเอากิมจิทั้งหมดลงไปคลุก ก่อนจะเบ้หน้าเมื่อน้ำมันเริ่มกระเซ็นมาโดนตามเนื้อตัว ฮยอกแจโอดครวญอย่างสุดกลั้น “...อ๊าย!! แสบชะมัดเลย!!

เจ้าตัวว่าพลางลูบหลังมือปอยๆ ก่อนจะโยนเนื้อหมูลงไปพลีชีพในกระทะเดือด ก่อนจะหันไปตั้งน้ำให้เดือดแล้วเทของทุกอย่างลงไป เรื่องการชิมรสอย่าให้พูดถึง ฮยอกแจไม่คิดจะลองดีกับน้ำเดือดๆแดงๆในหม้อนี่สักเท่าไหร่ ร่างบางจัดการปรุงให้มันออกมาดูสวยงามที่สุด ก่อนจะเทใส่ชามแล้วโรยผักตกแต่ง ร่างบางเท้าคางมองอาหารจานแรกในชีวิต ก่อนจะแตะปลายนิ้วไปที่น้ำอุ่นๆแล้วชิมรสมือของตัวเอง

คนที่ไม่เคยทำอาหารเบ้หน้ากับรสชาติสุดจะบรรยายของอาหารตรงหน้า แต่ฮยอกแจก็ยังเป็นฮยอกแจ...ความที่ค่อนข้างหัวสูงเรื่องการกินเลยไม่ค่อยได้แตะอาหารเกาหลีพื้นๆอย่างแกงกิมจิ บวกกับความที่เติบใหญ่ในต่างเมือง แถมยังมีแม่บ้านคอยรองมือรองตีนนับสิบก็เลยไม่เคยได้เข้าครัว เพราะฉะนั้นรสชาติของแกงกิมจิที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไรตัวเขาเองก็สุดรู้

“คนเกาหลีเขากินของแบบนี้เหรอเนี่ย”ร่างบางมองอย่างนึกสยองในของเหลวข้นคลั่กที่มีอยู่เต็มจาน ร่างบางเบ้ปาก ไม่นึกว่าชเว ซีวอนจะมีรสลิ้นตกต่ำสุดกู่ขนาดพิศวาสของแบบนี้นะเนี่ย

ฮยอกแจยกถ้วยแกงอุ่นที่ไม่ค่อยร้อนเท่าเมื่อครู่ขึ้นมา ก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่าง หนุ่มร่างบางมีอันต้องชะงักเมื่อเห็นชองฮเยอินที่เพิ่งเดินออกจากห้องมาเขม่นมอง

“ใครอนุญาตให้นายขึ้นมาบนเรือนนี้ไม่ทราบ!?”ชอง ฮเยอินโกรธจนควันขึ้นหัว เมื่อเห็นร่างบอบบางของคู่อริยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า

ฮยอกแจยิ้มเย้ยให้อีกคนเต้นเร่า เพยิบหน้าไปที่ร่างสูงที่นั่งจิบกาแฟรอแกงกิมจิอยู่ข้างล่าง

“คนนั้นยังไงล่ะครับ...”ฮเยอินมองตามสายตาของอีกฝ่าย ก่อนจะหันมามองอีกคนอย่างจิกกัด รอยยิ้มยียวนขยับตามนิสัย ถึงมันจะดูดีมากแค่ไหนแต่ในสายตาของหญิงสาวก็ไม่ได้ดูงดงามน้อยกว่ารอยยิ้มกวนโอ๊ยของพวกจิ๊กโก๋หน้าปากซอยเลยสักนิด “...ท่าทางภรรยาที่บ้านใหญ่จะทำกับข้าวให้สามีได้ไม่ถูกใจ เขาก็เลยต้องเรียกผมให้ขึ้นมาทำอาหารให้ทาน ไอ้ตัวผมน่ะมันจะปฏิเสธก็ไม่ได้หรอกนะ เพราะยังไงนั่นก็เจ้าของบ้าน แถมยังเป็น สามีของเราอีกด้วย”

“แก...”ฮเยอินยกมือชี้หน้าคาดโทษของอีกฝ่าย หากอีกคนก็ยังลอยหน้าลอยตายิ้มยั่ว “...เป็นแค่คนอาศัยของบ้านนี้ยังกล้าขึ้นเสียงกับฉันอีกเหรอ!?

ฮยอกแจกวาดตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ “ผมว่าเราก็มีสถานะเดียวกันนะครับคุณฮเยอิน ทั้งในสถานะที่เรียกว่า เมีย แล้วก็ คนอาศัย

“แต่ยังไงฉันก็แต่งงานกับพี่เขา! ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ครึ่งนึง! และฉันก็จะไม่ยอมให้แกเหยียบเข้ามาในบ้านนี้!!

“อ่าห๊ะ...”ฮยอกแจพยักหน้า พร้อมรอยยิ้มกริ่ม “...ผมเพิ่งรู้นะว่าคุณเองก็เป็นเจ้าของบ้าน ผมก็นึกแค่ว่าคุณเป็นแค่ ช้างเท้าหลัง ที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรเท่าคุณซีวอน ว่าแต่คุณช่วยเขาออกเงินซื้อบ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ?

“แก!!

ชอง ฮเยอินปราดเข้าไปใกล้ร่างของอีกฝ่าย ฮยอกแจทำท่าจะเบี่ยงหลบหากก็เปลี่ยนใจ ยอมให้อีกคนเข้ามาใกล้ก่อนจะแกล้งหงายหลังล้มลงทางบันไดพร้อมเสียงชามกระเบื้องแตกดังลั่น

“ฮยอกแจ!!

ชเว ซีวอนที่นั่งอยู่ลุกพรวด ก่อนะรีบวิ่งเข้ามาหาร่างบอบบางที่ทรุดตัวเพราะความเจ็บปวดอยู่ที่ตีนบันได ร่างสูงเอ่ยถามเสียงสั่น

“..ไม่เป็นไรนะ!?...”

มืออุ่นประคองร่างบางให้ลุกขึ้น แกงกิมจิหกเรี่ยราดพื้นไปเสียหมด ฮยอกแจนิ่วหน้าก่อนเอ่ยเสียงสั่นเมื่ออีกคนประตองแขนทั้งสองข้างขึ้นอย่างห่วงหา

“ขะ...แขนผม!”ร่างบางเบี่ยงแขนซ้ายหลบอีกฝ่าย ประคองเสียจนทำให้ซีวอนนึกใจเสีย ร่างสูงเอ่ยเสียงอ่อนโยนขณะที่โอบกอดอีกคนไว้หลวมๆ

“งั้นเดี๋ยวเราไปโรงพยาบาลกันนะครับ”

ดวงตาคู่คมมองอีกคนที่พยักหน้ารับอย่างห่วงใย ก่อนที่จะตวัดตาไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่บนหัวบันไดอย่างคาดโทษ ชอง ฮเยอินหน้าซีดเผือด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกราดเกรี้ยวเมื่อใครบางคนหันมายิ้มเยาะ

เสียงประตูกระแทกปึงปังดังตามมาหลังจากนั้น ฮยอกแจเหลือบมองร่างสูงข้างกายที่ชักสีหน้าเครียด หากก็ไม่คิดจะกลับไปดูแลหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าศรีภรรยาของตัวเอง ฮยอกแจเลยเลื่อนสายตามาที่แขนซ้ายของตัวเอง เจ้าตัวลอบยิ้มขำขัน มีคนโง่เท่านั้นแหละที่คิดว่าตกบันไดเพียงไม่กี่ขั้นก็จะทำให้แขนของเขาเกิดปัญหาขึ้นมาได้

เจ็บตัวแค่นี้น่ะไม่เป็นไรหรอก...

...แลกกับการที่ไม่ต้องเข้าครัวเพื่อทำแกงกิมจิที่น่าปวดหัวไปอีกสักพัก...

...แถมยังได้กลั่นแกล้งอีผู้หญิงที่มันชอบรังแกน้องชายของเขาอยู่บ่อยๆ

อี ฮยอกแจลอบยิ้มสมใจ...

 

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยล่ะ...

 

**

 

เครปหน้าตาน่าทานหอมกรุ่นถูกยื่นมาให้คนที่นั่งรออยู่ริมสระ ทงเฮหันมายิ้มรับ ก่อนจะกัดกรวมเข้าไปที่ขอบแผ่นแป้งเนื้อกรอบ ลิ้มรสชาติที่เหล่าเด็กเล็กและวัยรุ่นต่างโปรดปรานพร้อมยิ้มหวาน

“ไม่ได้กินมานานแล้วนะเนี่ย...”ร่างบางมองของทานเล่นในมืออย่างพิศวาส ก่อนจะหันไปมองอีกคนที่นั่งกินในส่วนของตัวเองอย่างเงียบๆ “...ของนายไส้อะไรล่ะ”

“ปูอัดครับ”คยูฮยอนยิ้มหวาน “มีแฮมอยู่นิดหน่อย ผมว่ามันอร่อยกว่าเครปญี่ปุ่นอีกนะ เครปแบบนั้นน่ะมีแต่วิกครีมแล้วก็เลี่ยนมากเลย”

ทงเฮไม่ขอวิจารณ์อะไรนอกจากจะกัดเครปคาวในมือไปอีกคำ เบือนสายตามามองที่ท้องน้ำเวิ้งว้างของสวนสนุกที่มีหงส์คู่ผู้กำลังว่ายเคียงกัน อากาศตอนเย็นมันสบายยิ่งกว่าเวลาใด ยิ่งอยู่ใต้ร่มไม้และแสงแดดไม่แสบจ้าจนเกินไป เขาจำไม่ได้แล้วว่าเคยสัมผัสความอ่อนละมุนของธรรมชาติเช่นนี้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ กี่เวลากันเล่าที่ต้องก้มหน้าก้มตาจดจ่อทั้งลมหายใจและหัวสมองกับตัวอักษรและตัวเลขอันน่าปวดหัวตามสายที่เรียนมา

ตอนนี้เขานึกปลอดโปร่งจนอยากจะหลับตาพักลงบนผืนหญ้าที่กำลังเหยียบย่ำอยู่เลย...

“มาที่นี่แล้วหายเหนื่อยนะครับ...”คยูฮยอนเอ่ยขึ้นลอยๆ พร้อมยิ้มน้อยๆกับหงส์สีขาวสะอาดคู่นั้น “...ผมน่ะ ชอบที่นี่มากกว่าสระน้ำในสวนสาธารณะอีก เพราะคนไม่พลุกพล่าน แล้วก็จะได้เห็นหงส์คู่นั้น”

ทงเฮมองมือของอีกฝ่ายที่โยนเนื้อเครปบางส่วนให้เจ้าหงส์คู่งาม พวกมันก้มลงตอดรับและคงจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวไม่มากก็น้อย

“ผมอยากเป็นอย่างหงส์คู่นั้น มีคู่รัก แล้วก็ได้อยู่ในที่ของตัวเองอย่างสงบ...”คยูฮยอนกำลังเล่าความเพ้อฝันในวัยเยาว์ พร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขกับจินตนาการของตนเอง “...พวกที่อยู่ในเมืองน่ะวุ่นวาย ผมว่าตอนที่ผมยังอยู่บ้านที่ชนบทยังมีความสุขกว่าเป็นไหนๆ”

“ไม่น่าเชื่อ...”ทงเฮเหยียดยิ้มออกมาในที่สุด ปรายตามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสนใจ “...นายดูมีความสุขตลอดเวลา ไม่เห็นมีอะไรที่ต้องเศร้า”

“เยอะไปสิครับ...”คยูฮยอนหันมาหัวเราะ “...ผมน่ะทั้งเคยไม่สมหวังในความรัก แล้วก็ยังเป็นผู้บริหารที่ไม่ถึงขั้น แต่สักวันนะทงเฮ...ผมจะเป็นผู้บริหารที่เก่งเหมือนคุณ แล้วก็จะพยายามจนได้รับตำแหน่งรองประธานบริษัทไลอ้อนจิวเวอร์รี่อย่างสมภาคภูมิให้ดู”

ชายหนุ่มหันมายิ้มทะเล้น ผิดกับแววตามุ่งมาดและมีความสุขที่ได้วาดหวัง

“ผมรักไลอ้อนจิวเวอร์รี่ รักพี่ซีวอน แล้วก็รักในสิ่งที่พ่อแม่บุญธรรมของผมสร้าง...ผมอยากให้ไลอ้อนจิวเวอร์รี่เป็นสิงโตที่ผงาดในตลาดโลกอย่างสมภาคภูมิจริงๆนะ”

ทงเฮมองความคาดหวังของคนตรงหน้า มันเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์และมุ่งหมาย งดงามอย่างน่านับถือ แต่ขณะเดียวกัน...มันก็ช่างน่าเศร้าหากเจ้าสิ่งนั้นจะไม่มีวันสมหวัง

“โรสมาร์คก็คือสิ่งที่ฉันรัก...”ทงเฮเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบของเวิ้งน้ำ “...และต่อให้มีนายเป็นคู่แข่ง ฉันก็จะไม่ยอมออมมือให้หรอกนะโจ คยูฮยอน”

คยูฮยอนชะงัก หันมามองดวงหน้าจริงจังและรอยยิ้มที่เหมือนว่ากำลังท้าทายต่อความสามารถของเขาอยู่

“...ฉันเองก็จะทำทุกทางให้โรสมาร์คได้เป็นที่หนึ่ง เหนือกว่าไลอ้อนจิเวอร์รี่ และเหนือกว่าบริษัทอัญมณีทั่วโลก”อี ทงเฮหยัดตัวขึ้นยืน ก่อนจะคว้าก้อนหินแบนๆคว้างให้มันโลดแล่นเหนือผืนน้ำแล้วจมหายไป “...กุหลาบดอกนี้จะต้องเป็นที่ยอมรับ และจะต้องเป็นดอกไม้ที่งดงามและน่าเกรงขามที่สุด เหนือกว่าคู่แข่งทุกคน!

ร่างบางหันมามองปฏิกิริยาของคนตัวสูงกว่า ดวงตาของคยูฮยอนมันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย รอยยิ้มก็ยังฉายอยู่ เหมือนว่าเขาสองคนไม่ได้เป็นศัตรูกันทางธุรกิจ คยูฮยอนเอ่ยเสียงนุ่มเมื่อถือวิสาสะเอื้อมมือมาแตะหลังมือของอีกคนอย่างสุภาพ

“ถึงเราจะเป็นคู่แข่งกันทางธุรกิจ แต่นอกเหนือจากเวลางาน ผมอยากให้เราเป็นแค่ผู้ชายสองคนที่สามารถเป็นเพื่อนกันได้ ไม่มีเรื่องปวดหัวในการชิงความเป็นหนึ่งมาให้รกสมองนะครับ และผมก็ไม่อยากให้คำว่าธุรกิจมาทำให้มิตรภาพของเราต้องสั่นคลอนด้วย”

ทงเฮหลุบตามองมือของอีกคน ก่อนจะแย้มรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เอ่ยคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องยิ้มกว้าง...

“ได้สิ...”

 

...แต่เวลางานของฉันน่ะ มันมีตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะโจ คยูฮยอน

 

**

ที่จริงเม้นท์มันก็ไม่ได้มากกว่าตอนที่แล้วหรอกนะ =_= แต่อยากอัพให้ >w</

ที่จริงแค่เม้นท์มีถึง 14 เม้นท์ไรเตอร์ก็ดีใจแล้วล่ะ >w</ เพราะยังไงเรื่องนี้มันก็ยังมีอีกยาววววววว(มากกกกกกก)

ตอนนี้ไรเตอร์ยังมองหาตอนจบของมันไม่ได้เลย -A- (แต่งสดก็เงี้ยแหละ)

ตอนนี้ฮยอกแจน่ารักขึ้นมั้ง - -* ทงเฮก็แอบร้ายมั้ง - -*

เคะเรื่องนี้ร้ายๆกันทุกคนเลยนา ถ้าเมะร้ายบ้างมันจะเป็นยังไงเนี่ย -3-

ถูกใจอยู่เม้นท์นึง แฟนพันธุ์แท้คนใหม่ กิ้วๆดีใจ(มาอัพเพราะมีแฟนพันธุ์แท้เพิ่มเนี่ยแหละ)

ตอนนี้ไม่มีบอมอึนเลย =_= (บทเด่นนัก หลบไปซะ -*-/)

เอาใจแม่ยกคยูเฮ มีแต่วอนฮยอก + คยูเฮล้วนๆ -3- เมื่อกี้ฝอยว่าไงนะ อ่อ เม้นท์ๆ

มีคนสงสัยว่าทำไมอึนฮยอกอ่อนแอกว่าฮยอกแจ =w=

ปมของพี่น้อง มันต้องสาเหตุอยู่แล้วล่ะค่ะ ว่าทำไมอึนฮยอกถึงได้อ่อนแอ ว่าง่าย ขณะที่พี่ชายคนละขั้ว แต่ไรเตอร์ไม่บอกหรอก หุหุ

ทำไมฮยอกแจรักน้องมากขนาดนี้ ไรเตอร์ก็ไม่บอกหรอก หึหึ คิบอมเลิกกับทงเฮเพราะอะไร ไรเตอร์ก็ไม่บอกเหมือนกัน ฮี่ฮี่ๆ (โดนถีบอย่างแรง - -;;)

แต่ตัวละครเรื่องนี้(ตะกายขึ้นมาพูดต่อ) จะมีสาเหตุของการกระทำทุกตัวแหละจ้า ตอนนี้พวกเขายังไม่เติบโตกันเลยสักคน เพราะงั้นเรามาหมั่นรดน้ำ(คอมเม้นท์) ให้ไรเตอร์เลี้ยงให้พวกเขาเติบโตกันดีกว่าเนอะ =..=/

คอมเม้นทืกันเยอะๆนะฮับ >w<// เพราะตอนนี้ไรเตอร์คิดตอนต่อไปไม่ออก ถ้าหากมีคนมาเม้นท์ให้รับรองว่าคิดออกแน่เลยจ้า หึหึ =_,=

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1711 HyukJewel (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2558 / 15:34
    โชคดีแค่ไหนแล้วที่พี่วอนไม่ได้กินซุปกิมจินั่นน่ะ 5555
    #1,711
    0
  2. #1086 ChovySilver (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 18:57
    นึกว่าวอนจะได้กินแกงกิมจิฝีมือฮยอกซะแล้ว
    ใส่ใส้กรอกด้วยมายองเนสซอสมะเขือน่าลองนะวอน
    ความจริงฮเยอินกับวอนก็ไม่ได้มีอะไรกันป่ะ
    คุณโจรักเฮต้องทำใจแล้วหละนะ
    ท่าทางจะยากแล้วหละ
    #1,086
    0
  3. #906 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 16:52
    555555555 นึกว่าจะได้ไว้อาลัยให้วอนเมื่อกินแกงกิมจิของฮยอกซะแล้ว 
    ดีแล้วลูกดีแล้วที่ไม่ให้วอนมันกิน 5555 ของที่แกใส่แต่ล่ะอย่างชวนท้องร่วงมากจ้า >< 

    #906
    0
  4. #866 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 22:53
    ฮาการทำกับข้าวของฮยอกแจ

    นี่ถ้าไม่มีเรื่องซะก่อน แอบเสียวแทนวอนอ่ะ(ตอนชิมแกง)
    #866
    0
  5. #819 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 16:48
     คยูเฮน่าสงสารมากมายลยอ่ะ TT
    #819
    0
  6. #748 Mhoomin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 20:50
    แอบกลัวแทนชเวถ้าจะต้องกินแกงกิมจิจริงๆ ดีแระที่ไม่ได้กิน 555+

    ปฏิบัติการของฮยอกแจช่างแยบยลยิ่งนัก

    อี ทงเฮกำลังคิดอะไรอยู่ หือ??
    #748
    0
  7. #418 ae snoopy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:13


    อ่าไม่รู้เลยว่าเฮคิดอะไรอยู่ดูไม่ออกจริงๆๆเลย
    #418
    0
  8. #417 yepat@dD (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:40
    ทงเฮร้ายไม่เบาเลยนะ

    ไม่มีใครอ่านได้เลยจริงๆว่าคนๆนี้คิดอะไรอยู่

    แอบสงสารคยูลึกๆ
    #417
    0
  9. #416 ze_gusy club (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มกราคม 2555 / 08:12
    ทงเฮร้ายเงียบอ่ะ สงสารคยูกี้จัง
    #416
    0
  10. #415 พริกหยวก (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 18:55
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
    ทงเฮจะทำแบบนี้จริงหรอเนี่ยยยยย !
    โฮ้ย เจ็บแทนคยู T^T


    ฮยอกแรงตลอดดดดด
    #415
    0
  11. #414 Murasaki_Violet (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 / 18:04
    ขอกดไลค์หนักๆให้ฉากทำกิมจิชิเกของฮยอกแจค่าาาา !!!!
    มันน่ารักมากกกกกกกกก

    ชอบสุดๆ เลยอ่ะ เหมือนเป็นฉากคอมเมดี้ คลายเครียด เบาสมองหลังจากที่ดราม่ากันมาทั้งเรื่อง
    เราคิดว่าเป็นมุขที่มันน่ารักจริงๆ ทงเฮนี่ก็นะ.. ไส้กรอก มายองเนส ซอสมะเขือเทศ
    ส่วนฮยอกแจก็ดันซื่ออออ! มาซื่ออะไรตอนนี้ วอนเกือบตายถ้าไม่มีฮเยอินมาช่วยชีวิตไว้

    5555555555555555555

    #414
    0
  12. #413 'MIN' (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 / 17:58
    ฮ่าๆๆๆ ฮยอก น่ารัก กับ การทำอาหาร นายมากเลย
    #413
    0
  13. #412 kmkmkm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2554 / 14:53
    55555555555 ฮยอกแจตลกไปละ เอาทุกอย่างมาใส่รวมกันหมด

    ดีใจแทนชีวอนที่ไม่ต้องกิน



    คยูเฮน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกก

    ตอนนี้ น่าสงสารอะ ดูริบหรี่มากเลยคู่นี้
    #412
    0
  14. #411 phahae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 20:43
    ฮยอกแจมีมุมแบบนี้ด้วย
    แอบฮานิดนึงอ่ะ

    อ่านแล้วสงสารคยู
    อ่านคยูเฮมาหลายเรื่อง (เพราะชอบคู่นี้)
    แต่เรื่องนี้เจ็บปวดแตกต่างจากเรื่องอื่นแฮะ
    #411
    0
  15. #410 danger poppular (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 18:47
    ฮาอ่ะ ดีนะวอนไม่ได้กินเข้าไป ถ้ากินล่ะก็สงสัย ต้องนอนในส้วมเลยล่ะมั้ง
    #410
    0
  16. #409 คนคุ้นเคย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 เมษายน 2554 / 13:07
    ตอนนี้คยูเฮแอบหวานนนนนอะ น่ารักดี

    ฮยอกเเรงได้อีกกก เราชอบ แกงกิมจิอีกกก วอนเกื่อบตายเลยนะนั้นถ้าได้ชิม จะเรียกว่าโชคดีหรือร้ายดีละเนี้ย

    มาอัพตอนต่อไปไวๆนะ จะรอจ้า
    #409
    0
  17. #408 cupcake (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 18:51
    ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้าฮเยจิน ยายคนนิสัยไม่ดี เอาเลยฮยอกแจน่าเอาแกงนั่นราดหัวซีวอนด้วย

    เราไม่ชอบนิสัยแย่เหมือนฮเยจิน ฮี่ๆๆ



    คยู๊กับด๊องน่ารักมากมาย คราวหน้าถ้าว่างๆล่ะก็ชวนเราไปแทนด๊องก็ได้นะ อิอิ
    #408
    0
  18. #407 shika22 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 10:50
    เท่าที่ดูส่วนผสม
    แอบโล่งใจแทนวอนที่ไม่ต้องกิน
    แต่ฮยอกก็ยังมารยาเหมือนเดิม
    ปรบมือให้เลย
    #407
    0
  19. #406 กูไม่รู้...กูเมา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 10:40
    ตอนแรก ไอแกงกินจิ มันก็เหมือนจะดี แต่เพราะคยูนั้นแหละ มาถามเฮอะไรตอนนี้เนี้ย ถ้าแกงไม่หก ชเวคงต้องเข้าโรงบาลแหง่ๆ มีทั้งมายองเนส อะไรต่ออะไร ฮ่าฮ่าฮ่า ตอนนี้แอบขำเบาๆ ฮยอกร้ายเบาๆแบบนี้ก็น่ารักดี ชอบอะ สงสัยคราวนี้คงไม่ใช่แต่ฮเยอิน กับชเวที่ต้องเสียใจ สงสัยคงจะเป็นทั้งสองตระกูลนั้นเลยสินะ แต่เอาเถอะ แค้นนี้ต้องชำระ ถ้าเกินจะรักชเวขึ้นมา ถึงจะจน ฮยอกก็เลี้ยงได้ใช่ปะ อิอิ ติดตามๆ
    #406
    0
  20. #405 wonhyukza (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 07:32

    เเกงกิมจิ หกหมดเเล้ว ดีใจเเทน วอน นะเนี้ย

    อัพต่อๆ กำลังสนุกเลย ฮยอก เเร๊งส์

    #405
    0
  21. #404 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 07:22
    ^^
    เเอบตกใจที่ฮยอกเเจจะทำกับข้าววว ว่าเเล้วเชียวฮ่าๆ ว่าเเต่ถ้าวอนกินเข้าไปจริงๆ อาจจะตายได้นะ ฮ่าๆ
    หั่นเป็นเส้นๆ ตายเถอะหมวย บอกมาได้ เอิ๊กๆ ตอนนี้ฮยอกน่ารักดีน๊า เเต่ก็ยังคงความร้ายกาจ
    คยูน่าสงสารนะนั่น รถไฟเหาะใช่ม๊า
    เเต่คยูเฮน่ารักชะมัดอ่ะตอนนี้
    เเล้วก็ๆๆๆ วอนโง่จิงอ่ะ ตกบันไดเเค่นี้เเขนหัก -*- เเต่ว่าพี่ไรเตอร์มอบบทมาก็ต้องเล่นๆไปใช่ไหม (จะโดนพี่ไรเตอร์ขว้างไรใส่หัวไหมหว่า) ได้โปรดอย่าถือสาหนูน๊า!!!
    ยิ่งฮยอกยิ่งร้ายเท่าไหร่ ยิ่งกลัวว่าถ้าวอนรู้เรื่องมันจะกลับตลาปัด(เขียนงี้ป่าวหว่า) ห่วงฮยอกเเจจัง
    อ่า สุดท้ายเเต่ไม่ท้ายสุด ถึงพี่ไรเตอร์ สู้ๆน๊า เป็นกำลังใจให้เขียนตอนต่อไป วู้ๆๆๆๆ
    #404
    0
  22. #403 mui (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 02:19
    เหมือนวอนจะโชคดีนะที่ไม่ต้องกินแกงกิมจิผีมือฮยอกอะนะ
    #403
    0
  23. #402 แฟนฮยอก (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 เมษายน 2554 / 00:14
    ดีค่ะ แรงชอบมากก เลย เวอร์ชั่น ฮยอกแจ แรงดี ถูกใจที่สุด



    ทงเฮแรงบ้างก็ดี แต่น่าสงสาร กับบอมน่ะ ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อไป



    ติดตามตลอดค่ะ เป็นกำลังใจค่ะ
    #402
    0
  24. #401 patchkyuhae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 23:57
    ขอบคุนที่มาอัพให้อ่านนะค่ะ

    แถมยังมีคู่คยูเฮให้อ่านเยอะ

    อีกด้วยขอบคุนนะค่ะ

    จะติดตามต่อไปสู้ๆนะคะ
    #401
    0
  25. #400 littledolphin (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 23:32
    ฮยอกแรง!!!!!!!!! นรกมาเยือนคุณเมียแล้วค่า



    งานนี้จะได้รู้ว่า ถึงจะผูกมัดเค้าไว้ ถ้าเค้าไม่เคยเต็มใจ วิธีการนี้ก็คือ โง่ชัดๆ 5555555555
    #400
    0