ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 17 : -15-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 เม.ย. 54

 

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทำเอาร่างสูงต้องพลิกตัวหนีแสงสว่างที่แยงตา คิม คิบอมมุดหน้าเข้ากับหมอนใบโต ก่อนจะค่อยๆลืมตาคู่คมขึ้น เขาเบือนสายตางัวเงียไปที่นาฬิกาที่วางอยู่บนหัวเตียง ชายหนุ่มพึมพำออกมาด้วยท้าทางเหมือนไม่ชอบใจตัวเองนัก

“เช้าแล้วเหรอเนี่ย”

ไม่สิ...ว่ากันตามเวลาปกติคือเขาตื่นสายแล้วต่างหาก เมื่อคืนเขากลับดึก...

ปัญหาในใจมันรุมเร้ามากมาก แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้เขานอนดึกได้เท่าการที่ต้องมานอนชั่งน้ำหนักในใจเอาระหว่างแฝดคนพี่ กับแฝดคนน้อง...

เพราะอย่างนั้นอย่าแปลกใจเลย ที่คิม คิบอมจะตื่นสายในวันนี้...

ร่างสูงเดินไปที่ระเบียง ทุกเช้าเขาจะตื่นมารับแสงแดดอ่อนๆของพระอาทิตย์เพื่อความสดชื่นของวันใหม่ แต่ดูเอาเถอะ วันนี้สงสัยคงจะได้แค่แดดตอนเที่ยง ที่ไม่มีวิตามินดีแถมยังช่วยก่อมะเร็งผิวหนังอีกต่างหาก หากพอเดินมาเห็นร่างเล็กที่กำลังก้มงุดๆอยุ่กับต้นกุหลาบทั้งสองต้น รอยยิ้มอ่อนโยนระคนเอ็นดูก็จุดขึ้นทันควัน

อึนฮยอกอยู่ในชุดอยู่บ้านที่สวมหมวกปีกกว้างของชาวสวน เพื่อกันความร้อนจากแสงแดด แต่กระนั้นอุณหภูมิรอบตัวก็ยังทำให้แก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ดูเปล่งปลั่งทั้งสองข้างจนคนมองนึกอยากสัมผัสมันเล็กๆ ร่างเล็กก้มๆเงยๆอยู่ระหว่างเจ้าต้นกุหลาบต่างสีทั้งสองต้น ดูไม่รู้เลยล่ะมั้งว่าใครบางคนกำลังมองอยู่

คิบอมเบ้ปาก เมื่อความคิดโลดแล่นสะดุดกับสติในมโนสำนึก นี่เขาเผลอคิดอกุศลอีกแล้วเหรอเนี่ย

ตัวเขาน่ะรู้ตัวดีอยู่หรอก ว่าเป็นคนที่ชอบคิดอกุศลกับคนที่ตัวเองชอบ แต่เขาไม่มั่นใจเนี่ยสิว่าเขาชอบอี อึนฮยอกจริง หรือว่าเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นแค่เงาของใครบางคนก็เท่านั้น สองคนคู่แฝดนี่ชอบทำให้เขาหวั่นใจ...

แฝดคนพี่อย่างฮยอกแจก็ดื้อรั้นจนเขาต้องเป็นห่วงอยู่เรื่อยๆ แฝดคนน้องอย่างอึนฮยอกหรือก็ชอบทำให้เขาว้าวุ่นใจอยู่บ่อยๆ

ดูเหมือนว่าจะรู้ตัวสักทีว่าถูกจับจ้อง ร่างที่นั่งคุดคู้อยู่นั่นเหลือบมามองเขา ก่อนจะยิ้มหวานและโบกมือให้ คิบอมคลายยิ้มกว้างก่อนจะโบกมือกลับ ร่างสูงเอนตัวพิงราวระเบียงมองอีกคนอย่างสุขใจเล็กๆโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้มาก่อน หากว่าเมื่อเสียงรถยนต์คันหนึ่งดังขึ้น มันก็ทำเอาเขาชะงักโดยทันควัน

รถเปิดประทุนสีแดงที่มีอี ทงเฮเป็นเจ้าของเรียกความสนใจจากทุกคนในบ้าน ร่างบอบบางของเจ้าของรถก้าวลงจากรถและเดินมาหาร่างเล็กของอี อึนฮยอกที่นั่งมองมาอย่างงุนงงแกมประหลาดใจอยู่น้อยๆ ทงเฮช้อนสายตาขึ้นมองร่างสูงที่ยืนพิงราวระเบียง พอเห็นร่างนั้นยังใส่ชุดนอนอยู่ก็เอ่ยเย้า

“วันนี้สงสัยฝนจะตกหนัก...”ทงเฮเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ “...อะไรกันที่ทำให้คุณชายคิบอมตื่นสายได้”

คนถูกแซวหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะตะโกนบอก

“เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิทงเฮ เดี๋ยวฉันจะรีบอาบน้ำแล้วลงไปต้อนรับ”

ทงเฮยิ้มอ่อนโยน เมื่อมองอีกคนผลุบหายเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเผื่อแผ่รอยยิ้มนั้นมาให้คนตัวเล็กที่นั่งมองคนสองคนอย่างงุนงง ทงเฮยื่นมือมาให้

“เธอเองก็เขาไปนั่งคุยเป็นเพื่อนฉันสิ”

อึนฮยอกมองดวงหน้าสวยหวานของอีกคนอย่างตะขิดตะขวงใจเล็กๆ มันจะไม่ทำให้เขารู้สึกแย่เลยถ้าหากพี่ชายไม่บอกว่าอีกคนเป็นถึงคนรักของเจ้าของบ้าน หากกระนั้นอึนฮยอกก็ยังเป็นอึนฮยอก...ที่พร้อมจะเป็นมิตรกับทุกคนที่ยื่นไมตรีให้

“ครับ”ร่างเล็กยกมือขึ้นยิ่นไปจับมือนิ่มของอีกฝ่าย ก่อนจะชวนกันเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขก ดูสาวใช้ทุกคนจะคุ้นชินกับอี ทงเฮมากนัก ต่างต้อนรับอย่างสนิทสนมเสียยิ่งว่าอึนฮยอกที่เพิ่งจะเข้ามาอาศัยอยู่ใต้ชายคาบ้านใหม่ๆ ทงเฮเองก็ดูจะคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมในตัวบ้านเป็นอย่างดี นั่นทำเอาอึนฮยอกรู้สึกเหมือนหน่วงในอกข้างซ้าย...

ก็ใช่สิ...

ร่างเล็กห่อไหล่เมื่อลอบมองดวงหน้าสวยหวานที่ก้มต่ำของอี ทงเฮ มือบางของอีกฝ่ายพลิกหน้านิตยสารด้วยท่าทางน่ามองยิ่งนัก

อี ทเฮเป็นถึงคนรักของคิม คิบอมนี่น่า...

อึนฮยอกลอบมองอีกฝ่ายที่นั่งจิบชาอย่างเงียบๆ อี ทงเฮเป็นคนที่อึนฮยอกต้องยอมรับว่าดูดีทุกท่วงท่า ดวงหน้าของอีกคนอ่อนหวานน่ารัก ที่พอยิ้มก็คงจะเจิดจรัศและน่าพิศวาส รูปร่างแม้บอบบางหากก็ดูมีภูมิฐานยิ่งนัก และยังดูเป็นคนใจเย็นมีการศึกษา ไม่ได้เหลวเป๋วเป็นเด็กไม่รู้จักโตอย่างเขา

ยิ่งมอง...ก็ยิ่งรู้สึกว่าเหมาะกับคิม คิอมราวจับวาง

ร่างสูงที่ถูกพาดพิงในความคิดสวมชุดสบายๆเดินลงมาจากชั้นสอง ก่อนที่ทงเฮจะเดินเข้าไปประกอบ ก่อนจะทักทายด้วยรอยจูบไวๆที่เรียวปากหยัก คิบอมดูจะเก้อกระดากไม่น้อย แต่ก็ยังยิ้มให้อดีตคนรักอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง หากอีกคนเนี่ยสิที่แทบจะละสายตาไม่ได้

“วันนี้ไม่ทำงานเหรอทงเฮ”

“พูดเหมือนไล่ฉันเลยนะ...”คนตัวบางค้อนควับอย่างน่ามอง ก่อนจะยิ้มออกมาบางเบา “...วันนี้เราทำงานกันแค่ครึ่งวัน เพราะแจจุง จุนซูและจียงเข้าบริษัท ฉันเลยได้มีโอกาสพักหายใจจนถึงเย็นแน่ะ ก็เลยว่าจะชวนเธอไปทานข้าวกลางวันกันสักมื้อ...”

พอเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนของอีกฝ่าย ทงเฮจึงเอ่ยอ้อนเสียงหวานอย่างที่รู้ดีว่าอีกคนต้องไม่ปฏิเสธ “...เราไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้วนะคิบอม”

คิบอมมองอีกคนอย่างลังเล เขาไม่ได้รังเกียจทงเฮเลยสักนิด และก็ไม่อยากทำให้อดีตแฟนของตนต้องเสียน้ำใจ แต่อีกใจนึงก็คือเขาไม่อยากจะทิ้งอึนฮยอกให้อยู่เฝ้าบ้านคนเดียว และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่สนิทใจที่จะต้องอยู่กับอีกฝ่ายเพียงลำพัง พันธะเดิมที่เคยผูกพันทางใจ และกาย...เขาอยากจะตัดมันให้ขาด เพื่อให้ได้รับอิสระด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่กระนั้นหากอีกคนยังดื้อดึง คิม คิบอมเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไร

“ให้...”ดวงตาคู่คมมองเลยผ่านแฟนเก่าไปยังร่างเล็กที่นั่งมองพวกเขาตาแป๋วบนโซฟา “...อึนฮยอกไปด้วยได้ไหม?

ทงเฮเบือนสายตามามองคู่แฝดของเพื่อนสนิทที่นั่งนิ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มบาง “ได้สิ จะได้ให้เขาได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย แล้วอย่าลืมโทรรายงานพี่ชายของเจ้าตัวล่ะ เพราะถ้าฮยอกแจเผลอไปเจอน้องชายของตัวเองเข้า คงจะได้อาละวาดใส่พวกเราเป็นการใหญ่”

คิบอมพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มแช่มชื่น หากอีกคนที่ได้ฟังบทสนทนากลับส่ายหน้าวืด

“ไม่ดีกว่าครับ พวกคุณไปกันแค่สองคนเถอะ”มันคงไม่ดีหรอก ถ้าหากเขาจะไปเป็นก.ข.ค.ของคู่รัก

“ไม่หรอกครับ...”ร่างสูงผละจากทงเฮมาก้มหน้ามองอีกคน รอยยิ้มครานี้ค่อนข้างจะเว้าวอนไปในตัว “...เพราะผมเองก็อยากจะพาคุณไปเลือกซื้อเสื้อผ้าด้วย ชุดเก่าคุณมีแค่ไม่กี่ชุดเองนะ”

“เอ่อ ผมใส่ชุดเก่าของพี่ก็ดะ...”

“อย่าปฏิเสธเลยอึนฮยอก...”ทงเฮเริ่มใช้ความเย็นเยียบของตัวเองเข้าข่ม หากสุดท้ายก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เมื่อมองสีหน้ากระอักกระอ่วนของอีกฝ่าย

 

“...ไปกับพวกเราซะดีๆเถอะนะ”

 

**

 

เอาสิฮยอกแจ...

...คราวนี้นายจำเป็นต้องใส่หน้ากากแบบไหนดีล่ะ

“ผมคิดว่าพี่เขาอยากจะคุยกับคุณสองต่อสอง...”คยูฮยอนให้เหตุผลก่อนสาเหตุ “...เพราะอย่างนั้นผมจะไม่เข้าไปนะฮะ”

ฮยอกแจเหลือบสายตามองชายหนุ่มที่เดินจากไปหลังจากที่เขายืนก้มหน้านิ่งมาโดยตลอด โต๊ะของเลขาหน้าห้องนั้นว่างเปล่า เขาพอจะเดาได้เลยว่าอีกคนคงยังไม่ออกจากโรงพยาบาล และที่สำคัญถึงออกจากโรงพยาบาล จีฮยอนก็คงจะไม่กล้ามาถากถางหรืองวางแผนเล่นงานเขาอีกนาน

ฮยอกแจสูดลมหายใจลึกอย่างที่ไม่เคยเป็นเมื่อก่อนเมื่อกำลังจะเข้าพบชายหนุ่ม เขากลัวอารมณ์ของซีวอน...ยอมรับเลยว่ากลัว การแก้แค้นมันอาจจะสิ้นสุดอยู่ที่ตรงนี้ วันนี้ เวลานี้...หรือาจจะไม่ใช่ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากจะเสี่ยงเข้าไปเผชิญหน้า...กับเหยื่อที่อาจจะระแวงเขาอยู่ตอนนี้

เอาสิ! เป็นไงเป็นกัน! ถ้าหากเรื่องนี้มันต้องผิดแผน เขาก็ค่อยหาทางเล่นงานชเว ซีวอนใหม่ก็ได้ ก็บอกแล้วว่าความอาฆาตของฮยอกแจน่ะมันไร้ขีดจำกัด

บานประตูเปิดออก พร้อมสมองที่ประเมิณผลอย่างรวดเร็ว อย่างแรกคือเขาต้องนิ่งเอาไว้ นิ่งเอาไว้เพื่อดูอาการของอีกฝ่าย เขายังต้องสวมบทของอึนฮยอก คนรักของชเว ซีวอนต่อไป เพราะฉะนั้นเขาต้องทำให้ซีวอนเห็นว่าเขารักอีกฝ่ายมาก...มากจนเจ้าตัวตายใจนั่นแหละ

ร่างสูงที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานไหวตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นอีกคนทันควัน...

“ฮยอกแจ...”เสียงของอีกคนแหบแห้ง เดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขาที่ก้มหน้านิ่ง เสียงของอีกคนอ่อนโยน มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสารและสำนึกผิด

“...ผมรู้เรื่องหมดแล้วนะ...”ร่างสูงเอ่ยอย่างไร้แรง และยิ่งแทบจะลืมหายใจเมื่อเอ่ยถามประโยคต่อไปจากคนที่ก้มหน้านิ่ง “...ที่คุณหายไปเมื่อเดือนก่อนนั่นน่ะ เพราะว่าคุณ...โดนข่มขืนใช่ไหม”

มันเหมือนมีค้อนหนักๆมากระทบใจเข้าอย่างจัง มือที่ตกข้างตัวกำแน่น ก้อนแข็งๆมาจุกที่ลำคอจนเขาแทบรั้งตัวเองไม่ให้ยกหมัดขึ้นตันหน้าอีกฝ่ายไม่อยู่ ร่างบางเบือนหน้าไปยังบานประตู ก่อนทำท่าจะเดินออกจากห้องไปเสียอย่างนั้น

“ฮยอกแจ!...”ร่างสูงฉวยข้อมือบางแล้วยื้อเอาไว้ เขาไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายแต่ก็พอจะเดาได้ว่าอีกคนต้องเจ็บปวดมากแน่ๆ แค่นั้นมันก็ทำให้ความรู้สึกเจ็บจนจุกกระแทกเข้ามาที่กลางอกอย่างจัง

รู้...ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด

รู้...ว่าความอ่อนแอของตนเองได้ทำร้ายอีกฝ่ายไว้จนเจ็บแสบ

แต่ก็รู้...ว่าตอนนี้เขาทำได้เพียงพูดคำนี้...

“ผมขอโทษ...”

คนฟังนิ่งงัน ร่างสูงยังเอ่ยต่อด้วยเสียงสั่นเครือ

“...ผมรู้ดีว่าผมเป็นคนผิด ผมมันอ่อนแอ ผมมันปกป้องอะไรคุณไม่ได้เลยสักอย่าง!...”

“...”

“...แต่ผมก็รักคุณมากนะ ฮยอกแจ...”

ฮยอกแจชะงักงัน อารมณ์ชิงชังข้างในมันแทบจะระเบิดออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไร้อารมณ์และราบเรียบ...

“รัก?...”ดวงตาสีอำพันแดงก่ำหันมามองเขา แววตาที่สบมองกลับมานั้นทำเอาชเว ซีวอนใจหาย มันทั้งโกรธ ชิงชัง และเจ็บปวด

“...เผื่อคุณจะได้รู้ไว้ คำว่ารักไม่ใช่เหตุผลที่มากพอจนทำให้ผมต้องยอมให้อภัยคุณได้ ชีวิตของอึนฮยอกถูกคำๆนั้นทำร้ายมามากพอแล้ว...”

ร่างบางหันหน้ามาเผชิญหน้าอีกฝ่าย กระชากข้อมือออกจากการเกาะกุม ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงราบเรียบ เหมือนไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

“...และการที่ผมได้กลับมาหาคุณในวันนี้ ผมไม่ได้มาเพื่อฟังคำว่ารักหรือว่าคำขอโทษใดๆ เพราะมันสายไปแล้ว...สายไปตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนแล้ว แต่ผมมาเพื่อที่จะบอกกับคุณว่า...ผมขอลาออก”

“ฮยอกแจ...”

“...ลาออกทั้งชีวิตของคุณ และชีวิตของทุกคนในบริษัทนี้ อี อึนฮยอกไม่มีหน้าไปสู้กับใครได้อีกแล้ว แค่คลิปที่พวกคุณเห็นเมื่อคืนวานมันก็เกินพอ...”ร่างบางหลุบตาลงต่ำ ก้มหน้าพร้อมเอ่ยเสียงสั่นเครือ “...มันเป็นฝันร้าย ที่ทำร้ายชีวิตของผมจนไม่เหลือแม้เพียงเศษซาก”

“อย่าพูดแบบนั้นนะฮยอกแจ!...”ร่างสูงคว้าแขนเรียวทั้งสองข้าง พร้อมเขย่าเบาๆ “...คุณยังมีผมนะ! มีผมที่พร้อมจะยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเป็น!...”

ดวงตาสีอำพันช้อนขึ้นมองดวงหน้าจริงจังของอีกฝ่าย ความแปลกใจระคนยินดีจุดขึ้นวูบหนึ่งก็จางหายไป ฮยอกแจทำหน้าตายทั้งที่พยายามกลั้นยิ้มอย่างยากลำบาก

“...เอางี้ดีไหม?...”ชเว ซีวอนเสนอหนทางออก “...ผมขอรับผิดชอบชีวิตคุณต่อจากนี้ ย้ายมาอยู่กับผมนะ ให้ผมได้ดูแล...และทดแทนความเจ็บปวดของคุณ ผมสัญญาว่าต่อไปนี้ไปคุณจะต้องมีความสุข!

“ความสุขเหรอครับ?...”อี ฮยอกแจพึมพำอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะถามเสียงสั่นเครือ “...คุณแต่งงานกับคุณฮเยอินแล้ว แล้วผมจะมีความสุขได้ยังไงล่ะ ถ้าหากผมย้ายเข้าไปอยู่กับคุณ...เธอต้องทำร้ายผมอีกแน่”

“ไม่! ไม่หรอก...”ร่างสูงดึงอีกคนเข้ามาโอบกอดเสียจมอก ลูบไล้เส้นผมสีแดงสลวย “...ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้อง และทำร้ายคุณได้อีกเด็ดขาด เชื่อใจผมนะ”

ร่างสูงหลุบตามองอีกฝ่าย แววตามั่นคงนั้นทำให้ร่างเล็กต้องขยับรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะโน้มดวงหน้าของอีกคนเข้ามาแนบริมฝีปาก แลกสัมผัสอ่อนหวานนุ่มนวลจนกระทั่งฮยอกแจต้องผลักอีกฝ่ายเบาๆให้ออกห่าง ดวงตาสีอำพันอ่อนหวานเมื่อสบดวงตาสีดำขลับของอีกคน

“ขอบคุณนะครับ...ซีวอน”ร่างบางซุกตัวลงกับช่วงบ่าของอีกฝ่าย

ชเว ซีวอนแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน ลูบเส้นผมสีแดงของอีกฝ่ายก่อนจะกดจมูกลงกลุ่มแพรผมนุ่มสลวย ฮยอกแจกระซิบเสียงเบากับอีกฝ่าย

“ผมขอตัวก่อนนะครับ ยังมีงานค้างไว้ที่โต๊ะอยู่เลย”ร่างบางเอ่ยเสียงเบา เอียงแก้มให้อีกคนสูดกลิ่นหอมละมุนราวกลิ่นกุหลาบ

ชเว ซีวอนละมือจากร่างบางของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

“งั้นเดี๋ยวอาทิตย์หน้า ผมจะไปรับคุณที่คอนโดนะครับ”

“แล้วแต่คุณเถอะครับ”

ฮยอกแจเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะเผยอยิ้มบางอย่างเศร้าสร้อย ร่างบางเดินออกจากห้องของประธานหนุ่มไป ดวงหน้าหวานเปลี่ยนเป็นเฉยชา กดลิฟท์เพื่อลงไปชั้นล่างที่ตนต้องอยู่ทำงานเป็นประจำ เมื่อบานประตูปิดลง ร่างบางฟุบหน้ากับปุ่มกด พร้อมหัวเราะออกมาเบาๆอย่างสุดกลั้น

“หึหึ...”เรียวปากแดงเรื่อเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเยาะหยัน ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “...ฮะฮะฮ่าๆ...”

ร่างบางเอามือมากุมท้อง พยายามไม่ให้ร่างของตนเองฟุบลงกับพื้นเพราะหัวเราะจนอ่อนแรง ในที่สุดฮยอกแจก็เสยเส้นผมของตนเองพร้อมปรือตาเยาะหยันมองบานประตูลิฟท์ เหมือนว่ากำลังมองใครบางคน

เหตุการณ์พลิกผัน...

ดำเนินตามแผนได้อย่างรวดเร็ว...โดยที่เขาแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

ร่างบางยังหัวเราะเบาๆ เมื่อลิฟท์เลื่อนลงมาจนหยุดที่ชั้นของตนเอง...ตอนนี้เขารื่นเริงเกินกว่าจะสนใจสายตาสงสัยของคนรอบข้าง

 

ช่างเป็นคนโง่ที่น่ารักจริงๆเลยนะ...ชเว ซีวอน

 

**

 

“ยะ...อย่าแกล้งผมสิครับ!!

อึนฮยอกอายจนหน้าแดงก่ำ เมื่ออีกคนทาบทับชุดผู้หญิงมาบนตัวเขา คิบอมยังเล่นต่ออย่างอารมณ์ดีและหลงลืมใครบางคนไปจนสิ้น

“จริงๆนะครับ ฮยอกแจโทรมาบอกผมเมื่อกี้นี้นี่เองว่าอยากเห็นน้องชายของเขาแต่งตัวเป็นผู้หญิงร่วมทานมื้อค่ำกับเขาในคืนนี้ รีบๆแต่งเข้าเถอะครับ...”ร่างสูงกำลังทำการแหลสด จุดประสงค์ของคิบอมนั่นไม่มีอะไรหรอก นอกจากอยากให้คนที่นั่งเงียบบนรถมาโดยตลอดอารมณ์ดีขึ้นก็เท่านั้น ก็แหม...เล่นเงียบมาตลอดทางที่เขาเดินควงแขนกับทงเฮ มันก็อยากให้อีกคนมีความสุขบ้างล่ะ นอกเหนือจากเหตุผลนั้นน่ะเหรอ ก็คือความนึกสนุกล้วนๆน่ะสิ

“ตะ...แต่ผมเป็นผู้ชายนะครับ! แต่งออกมามันไม่เป็นกระเทยควายเลยเหรอ?”อึนฮยอกยังครางเสียงอ่อย ทำหน้าลำบากใจอย่างสุดกำลังโดยไม่เฉลียวใจเลยสักนิด นี่ถ้าหากว่าเป็นฮยอกแจนะ เจ้าตัวคงกระโดดถีบขาคู่ใส่เขาไปแล้วแน่ๆ แล้วก็คงจะงอนไม่ยอมพูดด้วยถึงสามวัน แต่นี่เพราะเป็นอึนฮยอก เจ้าตัวเลยมีท่าทีลังเลประสาคนซื่อ และคิบอมที่นานทีจะมีเหยื่อมาให้แกล้งก็ถูกใจนักล่ะ

“ไม่หรอกครับ ผมว่าอึนฮยอกต้องแต่งออกมาได้สวยแน่ๆ”

ทงเฮที่นั่งรออยู่ไม่ไกลเอามือกุมขมับ เขาเองก็รู้หรอกว่าคิบอมคนสุภาพน่ะขี้เล่นพอๆกับคิม ฮีชอลผู้เป็นพี่ชายของเจ้าตัว และไม่แน่นะ...บางทีอาจจะเหนือชั้นกว่าอยู่หน่อยนึงก็ว่าได้ เพราะภายใต้หน้ากากของหนุ่มอบอุ่น ยังมีความร้ายกาจแฝงอยู่ ซึ่งถ้าหากไม่ใช่คนที่รู้จักกันดีจะไม่มีทางรู้เลยว่าคิม คิบอมเองก็มีบางมุมที่แสนจะเป็นอันตรายแก่คนใกล้ตัวอยู่ด้วย

“ตะ...แต่...”อึนฮยอกพยายามอ้างเหตุผล หากก็โดนคิบอมดันหลังเข้าห้องแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อย ก็เขาน่ะอยากเห็นฮยอกแจแต่งแบบนี้มานานแล้ว ถ้ามีโอกาสกับอึนฮยอกที่อ่อนต่อโลกกว่า มีเหรอจะยอมพลาด

“เถอะน่าคร้าบบบบ”

ร่างสูงจัดการดันหลังคนตัวเล็กเข้าห้องแต่งตัวเรียบร้อย ก่อนเดินมานั่งข้างอดีตแฟนเก่า ทงเฮกระซิบถามยิ้มๆ

“ไม่กลัวฮยอกแจวิ่งโร่มาแหกอกเหรอ เล่นสัปดนกับน้องชายเขาอย่างนั้นน่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า...”คิอมหัวเราะพร้อมยิ้มกว้าง “...ฉันว่านะ อึนฮยอกต้องแต่งออกมาสวยมากแน่ๆเลย”

รอยยิ้มน้อยๆของทงเฮชะงักงันทันควัน เจ้าตัวมองรอยยิ้มของอีกฝ่ายอย่างนิ่งงัน ก่อนจะถามขึ้นมาลอยๆประสาคนที่รู้ใจกันเป็นอย่างดี

“นี่เธอชอบอึนฮยอกอย่างนั้นเหรอ”

แค่คำถามนั้นก็ทำเอาคิม คิบอมถึงขั้นผวา ร่างสูงนิ่งไปนานกว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอ หันกลับมาหาคนข้างตัวแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติมากที่สุด

“ทำไมถามแบบนั้นล่ะทงเฮ”

ทงเฮยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย “เผื่อนายจะไม่รู้ตัวนะคิบอม เวลาที่นายชอบใครมากๆน่ะ เวลานายพูดถึงเขานายจะมีแววตาอ่อนโยนตลอดเวลา ฉันสังเกตมานานแล้วล่ะ”

ร่างบางหยัดตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้มหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นคลอเคลีย ดวงตาสีอ่อนมองอีกคนที่นิ่งตะลึงงัน อี ทงเฮยิ้มบางให้อดีตคนรักอย่างเศร้าสร้อย

“...และฉันเองก็อยากจะได้รับสายตาเช่นนั้นจากนายบ้าง”

ร่างสูงถูกเชยคางให้เงยหน้าสบตาคนที่ยืนอยู่ ก่อนที่เรียวปากอิ่มสวยจะเลื่อนมาปิดทับเรียวปากหยัก เรียวลิ้นแทรกเข้ามาลิ้มรสความหวานโดยที่ฝ่ายคนตัวบางเป็นคนเริ่ม และคิบอมก็แทบจะผลักร่างของอีกคนออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อใครบางคนเดินออกมาจากห้องแต่งตัว

อึนฮยอกกระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นอี ทงเฮลงไปนั่งตกตะลึงอยู่ที่พื้น ขณะที่คิบอมผวา

“ขะ...ขอโทษนะทงเฮ! ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ! เจ็บตรงไหนหรือเปล่า!!”ร่างสูงรีบฉุดคนตัวบางขึ้น ก่อนจะเบือนสายตามามองอีกคนแล้วทำตาวิบวับ

“อึนฮยอก~ น่ารักจังเลย”

คนที่กำลังก้มหน้างุดๆแก้มแดงเรื่อ เสจะวิ่งกลับไปเปลี่ยนสื้อผ้าที่ห้องเดิมหากโดนคนตัวสูงเข้ามาฉุดข้อมือเอาไว้ อึนฮยอกหันมาจะท้วง หากก็โดนอีกคนกลับยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพเขาจนหนุ่มร่างบางนิ่งค้าง

“ต้องส่งรูปนี้ให้ฮยอกแจดู...”คิบอมดูจะร่าเริงอย่างยิ่งยวด อึนฮยอกฟาดผลัวะเข้าที่แขนของอีกฝ่าย

“คุณคิบอมแกล้งผม!!!

คิบอมลูบแขนปอยๆ “ทำไมมือหนักอย่างนี้นะอึนฮยอก อ้าว! นั่นๆ ค้อนเหมือนฮยอกแจไม่มีผิดเลย”

อึนฮยอกยิ่งค้อนเป็นวงกว้าง ทำแก้มป่องจนอีกคนเอานิ้วมาจิ้มๆที่แก้มใส ร่างบางเลยเบะปากอย่างยอมแพ้และอยากร้องไห้ออกมาเสียเต็มแก่ คิบอมเลยได้โอกาส...ถ่ายรูปอย่างเมามันส์ ตอนนี้ในหัวของคนตัวสูงมีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมด

หมันเขี้ยวจนอยากจะหอมสักฟอดจริงๆน้า~

ทงเฮมองคนสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“ฉันกลับล่ะนะ”

คิบอมหันควับ มามองอีกคนแล้วใจหล่นวูบ เมื่อเห็นแววตาของแฟนเก่า อึนฮยอกเองก็ใจหาย หรือว่าเขาทำตัวไม่ดีอย่างนั้นเหรอ

“จะกลับแล้วเหรอทงเฮ...”ร่างสูงถามเสียงเบา

อี ทงเฮพยักหน้า ก่อนจะหยิบกระเป๋าของตนเองแล้วเอ่ยเสียงเบา “พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีงานค้างอยู่หน่อย จะต้องรีบกลับไปเคลียร์งานที่บริษัทน่ะ”

คิบอมหลุบตาต่ำ ทงเฮกำลังโกหก...เขารู้ดี แต่ถึงกระนั้นการที่จะให้ความหวังก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรกระทำ

“งั้นก็...บาย”ร่างสูงยกมือขึ้นโบกลาอย่าไม่เหลือเยื่อใย รอยยิ้มของเขาทำร้ายอีกคนได้ไม่มากก็น้อย

รอยยิ้มบางของทงเฮเจื่อนลงทันควัน ไม่มีไยดี ไม่มีแยแส ต่อให้พยายามมากแค่ไหนคนอย่างเขาก็คงไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปอยู่ในจิตใจของอีกฝ่ายได้เลยสินะ ร่างบางเดินหันหลัง ก่อนจะก้าวเดินจากไป

อึนฮยอกหันมาถามคนตัวสูงกว่าอย่างเป็นกังวล แลเห็นดวงหน้าคมเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อยหลังจากที่ใครบางคนจากไป

“ผมทำอะไรไม่ดีออกไปหรือเปล่าครับ?

“เปล่าหรอกครับ...”คิบอมหันมายิ้มบาง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรงและหนักใจ “...ทั้งหมดมันก็เพราะผมเองนั่นแหละ เราไปทานข้าวกลางวันกันเถอะครับ ที่ห้างนี้มีร้านอร่อยอยู่น้า~

 

**

 

“ประธานบริษัทโรสมาร์ค...”ร่างสูงพลิกกองเอกสารเป็ยพะเนิน แต่ในที่สุดก็ต้องเบ้ปากเมื่อกวาดสายตาไล่ทุกตัวอักษรแล้ว “...ทำไมมันไม่มีข้อมูลเลยล่ะ”

นิ้วเรียวลากไล้ก่อนมาหยุดที่ชื่อๆนึงที่ไม่มีนักธุรกิจคนไหนไม่รู้จัก...

“อี ฮยอนซู...นั่นก็ชื่อของประธานโรสมาร์คคนเก่า แล้วชื่อขอประธานคนใหม่ล่ะ”คยูฮยอนขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงเอนสายตามามองฟ้าสีครามยามบ่ายอย่างครุ่นคิด

อี ฮยอนซู...เจ้าของฉายานักเดินหมากแห่งวงการธุรกิจ เป็นเจ้าของธุรกิจขนากใหญ่และเป็นผู้ที่ได้รับตำแหน่งนักธุรกิจตัวอย่างมามากกว่าสามสมัย แม้ยามนี้เจ้าตัวจะวางมือจากวงการธุรกิจแล้วหากชื่อนี้ก็ยังเป็นตำนาน กล่าวขานทั้งการวางแผนการตลาด การทำงานที่ไร้ที่ติ และเหนือสิ่งอื่นใดคือการเลือกสรรบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งต่างๆ สังเกตได้จากคิม ฮวาซอง...มือขวาที่ได้ฉายาว่านักรบแห่งวงการธุรกิจที่ยอมมาทำงานประดุจแขนขาแก่ฮยอนซู แล้วคนที่ฮยอนซูจะเลือกมาเป็นประธานบริษัทโรสมาร์คคนต่อไป มีเหรอจะไม่น่ากลัว มีเหรอจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวของไลอ้อนจิวเวอร์รี่

เสียงโทรศัพท์ที่เรียกเข้าทำเอาคยูฮยอนผวาตื่นจากภวังค์แห่งความคิด ร่างสูงชะโงกหน้ามามองโทรศัพท์ที่โชว์ชื่อของผู้บริหารรายใหญ่แห่งบริษัทโรสมาร์ค เจ้าตัวรีบกดรับอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับทงเฮ”

ช่ายหนุ่มกลอกเสียงร่าเริงลงไป ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ปลายสายจะมีสีหน้าเช่นไร แต่อี ทงเฮก็เอ่ยตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวฉันจะไปรับนะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ”

“ห๊า??

ตู๊ดดดดดดด ตู๊ดดดดดดดด

คยูฮยอนกระพริบตาปริบๆ มองเจ้าเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กสลับกับเอกสารกองโตที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ เจ้าตัวหยิกแก้มตัวเองแรงๆเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำงานหนักจนเพ้อฝันกลางวันไป ร่างสูงเริ่มชั่งน้ำหนักในหัวว่าคำพูดของอีกฝ่ายจะเป็นจริงหรือไม่ ก่อนจะคว้าเสื้อสูทมาสวม แล้วหยัดตัวขึ้น จัดการเอกสารเข้าตู้ให้เป็นระเบียบ พอทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วจึงได้เดินลงไปที่คอปฟี่ช็อปด้านล่าง

รถเปิดประทุนสีแดงเข้มเลื่อนมาจอดหน้าบริษัท คยูฮยอนเพ่งสายตาพินิจอย่างสนใจก่อนจะถลึงตาใส่เจ้าของรถที่เดินลงมาด้วยท่วงท่าสำรวม ทงเฮเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“แปลกใจเหรอครับ?”ร่างบางเอ่ยถาม เมื่ออึกคนเดินเข้ามาหาอย่างเหม่อลอย

“มากมายเลยล่ะครับ...”คยูฮยอนยังมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มสดใสทักทายอีกฝ่าย “...ผมไม่นึกว่าทงเฮจะมาหาผมถึงที่นี่”

“วันนี้ไม่มีงานบริษัท แล้วผมเองก็เบื่อๆ เลยว่าจะมาชวนคุณไป...เอ้อ เรียกว่าอะไรดีนะ...”

อี ทงเฮให้เหตุผลก่อนทำท่าคิดหนัก ร่างบางถามออกมาเสียงหวานพร้อมรอยยิ้มบางเบา “...หาอะไรทำสนุกๆกันสองคน คุณพอจะมีเวลาว่างไปเที่ยวกับผมสักครึ่งวันไหมล่ะครับ”

“ถ้าผมปฏิเสธคงจะโง่เต็มทีล่ะ”คยูฮยอนยิ้มกว้าง ก่อนจะแตะแขนของอีกคนอย่างสุภาพ “...ว่าแต่คุณคิดหรือยังล่ะว่าอยากจะพาผมไปที่ไหน”

“ผมเพิ่งจะย้ายมาอยู่โซลใหม่ๆ...”คราวนี้ทงเฮยิ้มแห้งๆ “...ไม่รู้หรอกครับว่าเราควรจะไปที่ไหนกันดี”

“ถ้าอย่างนั้น...”ดวงตาของคยูฮยอนคราวนี้วิบวับ ไม่ต่างอะไรกับดวงตาบริสุทธิ์ของเด็กน้อยที่มองโลกทั้งใบสดใสไปเสียหมด

 

“...เราไปเที่ยวสวนสนุกกันนะครับ”

 

**

 

ไอ้โรคจิต!

เป็นคำเดียวที่ฮยอกแจสามารถบริภาษคิม คิบอมได้ในขณะนี้ เมื่อเห็นสภาพน้องชายสุดที่รักกำลังเดินนวยนาดเข้ามาหาในชุดของสาวสวย ท่าทีเขินอายปานจะมุดพรมหนีของอึนฮยอกยิ่งทำให้เจ้าตัวเหมือนสาวน้อยแรกบริสุทธิ์ที่เพิ่งจะเคยแต่งตัวมาทานข้าวกับชายหนุ่ม นั่นยิ่งทำเอาฮยอกแจถึงขั้นอ้าปากค้าง

“เป็นไงล่ะ สวยใช่ม้า~”คนโดนหมายหัวยังไม่รู้สึกตัว เอ่ยอย่างร่าเริง นัยน์ตาวิบวับที่กำลังมองน้องของเขานี่คงจะไม่เห็นชะตากรรมของตัวเองแน่ๆ

“แก...”ฮยอกแจทำท่าจะองค์ลงเมื่ออึนฮยอกที่ถูกรังแกกำลังเบะปากทำท่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ ร่างบางคว้าขวดซอสมะเขือเทศก่อนจะปาไปเต็มแรง “...บังอาจเล่นสัปดนอะไรกับน้องชายของฉัน!!!

โป็กกก!

เจ้าเพื่อนตัวดีก็ดันไวและหลบทัน กรรมของเลยตกที่อึนฮยอกแบบเต็มศีรษะ ฮยอกแจผวาวิ่งเข้าไปลูบหัวน้องชายที่ตอนนี้น้ำตาตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดึงเข้ามาซบกับอกแล้วถามเสียงสั่น

“จะ...เจ็บไหม? พี่ขอโทษ ขอโทษนะอึนฮยอก! แกอย่าหนีนะ!! คิม คิบอมมม!! กลับมารับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ยยย!!!”ลูบคลำสำรวจบาดแผลเสร็จก็รีบหันไปเอาเรื่องคนที่เผ่นฟ้าว แต่ก่อนที่ฮยอกแจจะทันคว้าตัวอีกฝ่ายไว้ได้ คิบอมก็ปิดประตูกระแทกหน้าเขาทันควัน

“ไอ้แก้มป่อง...”ฮยอกแจเข่นเขี้ยวพลางลูบจมูกของตัวเองที่ถูกบานประตูจูบซะเต็มรัก “...อย่าให้ฉันจับแกได้ก็แล้วกัน”

อึนฮยอกมองพี่ชายก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาแล้วหัวเราะเหมือนเด็ก เล่นเอาฮยอกแจหันมามองตาขวาง ร่างเล็กเลยเปลี่ยนมาอมยิ้มน้อยๆ ผู้เป็นพี่ถอนหายใจออกมาแรงๆ

“ให้ตายสิ!...”ร่างบางเดินมากระแทกก้นบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับน้องชายของตัวเอง “...พี่เริ่มสงสัยแล้วสิ ว่าตัวเองคิดถูกคิดผิดหรือเปล่าเนี่ย ที่ดันยกนายให้มันดูแล!

อึนฮยอกหัวเราะคิก เอาส้อมมาม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เล่น “แต่ฉันว่าพี่ไม่ได้โกรธอะไรเขาเลยนะ”

ฮยอกแจเลิกคิ้ว ก่อนจะหลบสายตากับความรู้เท่าทันของอีกฝ่าย...

รู้ดี...เจตนาที่แท้จริงของคิบอมน่ะ เจ้าตัวก็แค่ไม่อยากให้เขาต้องเจ็บปวดเวลาเจออึนฮยอกเท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ดูคลิปนั้นเข้าไป คิบอมทราบดีว่าตัวเขาเองนั้นช็อกมากแค่ไหน และที่หลบหน้าไม่ยอมมาหาอึนฮยอกทันทีหลังจากเกิดเหตุเพราะเขายังทำใจรับไม่ได้ รับในสิ่งที่เกิด..และสิ่งที่น้องชายเป็นไม่ได้

รับไม่ได้กับความจริงที่ว่าน้องชายของเขาโดนข่มขืน...โดยที่เขาไม่อาจปกป้อง

การจับอึนฮยอกแต่งหญิงเบนความสนใจของเขา ให้มัแต่โกรธกับการเล่นแผลงๆของเพื่อนจนลืมความเศร้าหมองในจิตใจไปชั่วขณะ และมันทำให้เขาปลอดโปร่งพอจะพูดคุยกับน้องชายตัวเองได้อีกครั้ง ไม่อย่างนั้นฮยอกแจคงจะต้องเผยพิรุธให้อึนฮยอกสงสัยแน่ เพราะฉะนั้นแล้วเขาไม่สมควรจะโกรธ...

...แต่ควรจะขอบคุณต่างหาก

 

ขอบคุณนะ...คิบอม

 

“คิดอะไรอยู่เหรอ...”อึนฮยอกเอ่ยเสียงอ่อนโยน เลื่อนมือมากุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้เหมือนต้องการช่วยถ่ายทอดความรู้สึก “...พี่ดูเครียดๆนะ ไม่สบายใจหรือเปล่า? พี่บอกฉันได้นะ พี่ก็รู้ว่าพี่สามารถบอกฉันได้ทุกเรื่อง”

ฮยอกแจนิ่งงัน แต่มือที่กุมอยู่แปรเปลี่ยนมากระชับมือของแฝดคนน้องกลับ แล้วคลี่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวานระคนอ่อนโยน

“ไม่หรอก พี่แค่เหนื่อยๆกับงานเท่านั้นเองแหละ นายต่างหากล่ะคิดอะไรอยู่? ทำไมยอมให้คิบอมมันจับแต่งแต๋วซะได้ล่ะ”

อึนฮยอกยิ้มเขิน ก่อนจะตอบเสียงอ้อมแอ้ม “ก็เขาบอกว่าพี่อยากเห็นฉันแต่งตัวแบบนี้นี่น่า แล้วเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันเลย ฉันก็เลยว่าจะเอาใจพี่บ้าง”

“เด็กโง่เอ๋ย...”ฮยอกแจหัวเราะหยัน ก่อนจะเอานิ้วไปจิ้มที่หน้าผากเนียนของคนเป็นน้องแล้วเอ่ยอย่างเอ็นดู ดันมันเบาๆแล้วเอ่ยอย่างระอาแกมห่วงหา “...ใครบอกอะไรนายก็ต้องเชื่อเขาหมดเลยเหรอ เพราะเชื่อคนง่ายแบบนี้หรือเปล่านะ ถึงได้โดนคนอื่นเขา...รังแกเป็นประจำน่ะ”

“มันก็ไม่เสียหายนี่น่า...”อึนฮยอกหัวเราะ จับมือพี่ชายตัวเองมากุมเอาไว้ ทอดมองอีกคนด้วยความอ่อนโยนและเชื่อมั่นอยู่เต็มเปี่ยม “...เพราะฉันมีพี่คอยปกป้อง แล้วฉันจะต้องกลัวอะไรอีกล่ะ ฮยอกแจของฉันน่ะเก่งที่สุดเลยนะ ไม่ว่าฉันจะโดนรังแกที่ไหน ฮยอกแจก็ต้องมาช่วยอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ”

รอยยิ้มของฮยอกแจจางลงแทบจะทันที โชคดีที่อีกคนไม่ทันสังเกตเห็นเพราะกำลังหลุบตามองอาหารหน้าตาน่าทานบนโต๊ะ แฝดคนพี่กระชับมือน้องชายตัวเองกลับอย่างแนบแน่นเหมือนอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดโดยไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูด

“อึนฮยอก...”

“หือ?”คนน้องที่สาละวนกับการพินิจแหวนสีเงินที่ประดับบนนิ้วของพี่ชาย เงยหน้ามาเอียงคอแล้วยิ้มหวาน

“ถ้าหากว่า...”ดงตาสีอำพันมีแววลังเล ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาหวิว “...ถ้าหากว่านายถูกรังแก แล้วบางที...พี่มาช้าไป อึนฮยอกจะโกรธพี่ไหม?

ร่างบางนิ่งงันกับคำพูดของอีกฝ่าย สับสนกับแววตารวดร้าวที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยของอีกคน หากกระนั้นอึนฮยอกก็ไม่ใช่คนที่ขี้ติดใจสงสัยอะไร ร่างเล็กยิ้มอ่อนหวานกับคำถามของผู้เป็นพี่

“แต่ฮยอกแจก็จะมาใช่ไหมล่ะ...”กลีบปากนิ่มขยับเป็นรอยยิ้มงดงามเหมือนนางฟ้าตัวน้อยๆ วาดความหวังไว้เต็มเปี่ยมราวกับจะไม่มีคำว่าผิดหวังในคำตอบที่ผู้เป็นพี่จะเอ่ย “...มาช่วยฉันจนได้ใช่ไหมล่ะ”

มา...

...แต่ถ้าหากว่าช่วยไม่ทัน...

...แล้วมันจะมีความหมายอะไร...

ฮยอกแจหยัดตัวลุกขึ้นท่ามกลางความงุนงงของอีกฝ่าย ก่อนจะทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าของน้องชายที่นั่งนิ่งอย่างตกตะลึง ร่างบางก้มหน้าลงซบบนตักของแฝดคนน้อง หลับตาลงให้ไออุ่นของอีกฝ่ายแทรกซึมเข้าไปในห้วใจที่รวดร้าว

“อึนฮยอก...”

อึนฮยอกวางมือขาวนวลบนเส้นผมสีแดงของอีกฝ่าย ก่อนลูบไล้มันอย่างเบามือ ฮยอกแจรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งใจฟัง เขาจึงได้เอ่ยต่อ

“พี่ไม่ใช่คนเข้มแข็ง...นายเองก็รู้ดีแก่ใจใช่ไหม?

“...”

“...พี่สัญญาว่าจะปกป้องนาย แต่บางทีพี่ก็ทำไม่ได้...”มือที่วางอยู่บนผ้านิ่มกำแน่น เหมือนสะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านราวน้ำเดือดจนกระชอก ล้นทะลักออกมาจากดวงตาคู่งามที่แดงก่ำ น้ำเสียงครานี้คับแค้น...ไม่รู้ว่าต่อโชคชะตาของอีกคน หรือว่าความอ่อนแอของตัวเขาเอง

“...คำสัญญาที่สวยหรู...บางทีพี่ก็ไม่สามารถทำมันได้ทุกครั้งไป แต่อึนฮยอก...พี่สัญญา...”

ดวงตาสีอำพันแดงก่ำ ช้อนขึ้นมามองดวงตาที่เหมือนกันครานี้อึนฮยอกถึงขั้นใจหาย มันเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความอาฆาตแค้นอันแสนน่ากลัว และแสนเศร้าไปพร้อมๆกันจนเขาพูดไม่ออก

“...ถ้าหากใครมันทำให้นายต้องเจ็บปวด ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม...พี่สัญญา...”

 

“...พี่จะแก้แค้นให้นายเอง”

 

**

หลังจากปล่อยคติประจำใจ ไม่เม้นท์ไม่ว่า แต่ถ้าเม้นท์น้อยกว่าตอนที่แล้วตูไม่อัพ

ไรเตอร์ก็ดีใจ๋ดีใจที่เม้นท์มันเพิ่มขึ้น *0* จากตอนที่แล้วตั้ง 3 เม้นท์แน่ะ >w<(คิคิ)

เพราะงั้นจะยึดถือคตินี้ต่อไป เหอๆ -_,-

แล้วก็เลยว่าจะมาอัพฟิคให้คนอ่านอ่าน เพราะคนอ่านอุตส่าห์เม้นท์ให้มากกว่าเดิมแล้ว ไม่อัพไม่ได้ ><~

แต่พอเห็นนิยายที่อัพปั๊บ - -...(อัพดีไหมเนี่ย เรื่องเด่นๆเขาอัพกันเยอะเลย จะมีใครอ่านเรื่องของเราไหมเนี่ย = =;)

หลังจากเข้าโหมดโรคจิต นั่งสับสนกับตัวเองอยู่นาน เอ้กก็ออกโรง อัพเถอะพี่ มีคนอ่านแหละ - -

(ไรเตอร์ ; กลัวไม่มีคนอ่าน + เม้นท์ง่ะ)

สุดท้ายก็มานั่งอัพ เอาน่า...คงมีคนมาอ่าน + เม้นท์แหละ - -*

ตอนนี้เอ้กเริ่มจะทำแบบคติของไรเตอร์แล้ว =w=/ ถ้าไม่มีคนมาเม้นท์โอพีวี เอ้กจะไม่ทำโอวีตอนต่อไป

ขอบใจ - -* (ทำไมเอาตัวอย่างที่ดีจังว้า - -;;)

ตอนนี้เนื้อเรื่องดำเนินไปได้เยอะแล้ว เย้ๆ *-*/ ฮยอกแจจะเข้าบ้านชเวไปตบกับเมียเขาแล้ว (ม่ายช่ายๆ - -(แต่มีส่วนจริงนิดหน่อย = =)) ไปแก้แค้นแทนอึนฮยอกแล้ว

ความร้ายกาจของฮยอกแจมันจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก อุวะฮ่าๆๆ(คุณนายชเวสู้ๆ - -+)

พวกชเววอนเตรียมตัวได้เลย ฮ่าๆๆ(หัวเราะสาแก่ใจ)

(บางทีก็สงสัยตัวเองว่าคิดแค้นอะไรชเววอนหรือเปล่า -_- ไม่น่า คุณปลัดก็ไม่ได้ทำไรให้เรานะ = =)

เม้นท์เยอะๆนะฮับ ถ้าเม้นท์มันเพิ่มมากกว่าตอนที่แล้ว ไรเตอร์จะรีบมาอัพทันทีเลยนะ  สัญญา บู้ๆ >w</

ปล. ใครที่มาทวงฟิค เดี๋ยวถ้าไรเตอร์เชคสตอกเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวแจ้งไปเองค่ะ รอหน่อยนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1710 HyukJewel (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 20:50
    เหมือนเม้นล่าง
    ตกใจตัวเอง อินฟิคได้มากขนาดนี้เลยหรอ..
    #1,710
    0
  2. #1085 ChovySilver (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2555 / 16:15
    พี่บอมแกล้งอึนของเค้าทำไมห๊า!!!

    สงสารพี่ทงอ่ะแล้วคุณโจล่ะ

    พี่บอมชอบฮยอกสินะเวลาเห็นน้องอึนเลยนึกถึงฮยอกอ่ะ

    นึกว่าฮยอกจะซึ้งนะที่วอนรักอึนไม่ว่าอึนจะเป็นยังไง

    แต่ก็เอาเถอะฮยอกไปอยู่บ้านวอน

    เอาให้หนักเลยนะยัยฮเยอินนั่นนะ

    เขาไม่รักแล้วยังจะรั้งอีกนะ
    #1,085
    0
  3. #905 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กันยายน 2555 / 16:51
    ฮยอกแจ๊ นายทำเราเศร้า TT^TT พี่น้องที่รักกันมากๆ
    บอมนายเล่นอะไรน่ะฮะ -*- 5555555 
    เฮแกอกหักจากบอมแล้วจะไปให้ความหวังกี้ใช่มั้ย

    #905
    0
  4. #865 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 21:54
    อึนฮยอกแบ๊วอ่ะ ^^
    #865
    0
  5. #818 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 16:33
     สงสารเฮอ่ะ TT
    #818
    0
  6. #747 Mhoomin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 18:45
    ฮยอกแจแก้แค้นต่อได้แล้วสินะ

    อยากรู้ว่าจะแก้แค้นยังไง เอาให้ปางตายกันไปเลยได้ยิ่งดี โดยเฉพาะฮเยอินกับจีฮยอน
    #747
    0
  7. #396 ae snoopy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:56


    สงสารแฝดทั้งสองจังเลย

    เฮจะทำไรกะกี้อะ
    #396
    0
  8. #395 yepat@dD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 03:44
    แอบสงสารทงเฮเบาๆ
    #395
    0
  9. #394 ze_gusy club (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2555 / 11:35
    อาหมวยหลอกตากี้รึป่าวเนี่ยยยยยยยย
    อึนฮยอกแจ เป็นพี่น้องที่รักกันจิงๆๆ

    #394
    0
  10. #393 พริกหยวก (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 18:54
    ทงเฮจะหลอกใช้กี้หรอเนี่ยยยยยย T___T
    แค่คิดก็เศร้าเเล้ว
    #393
    0
  11. #392 habu_habu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 12:56
    หนูอึนแบ๊วเนอะ  น่าร้ากกกกที่ซู้ดดดดดด^^
    #392
    0
  12. #391 chokie~~minum^^ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 18:44
    ฮยอกแจรักน้องมากเลย TT^TT

    ส่วนแก ยัยหมวย แกคิดว่าโจวฉันเป็นของเล่นแก้เหงารึไงยะ

    ชริ ถ้าเสียโจวไปแล้วแกจะรู้สึกนะ เฮอะ !!
    #391
    0
  13. #390 mamey71 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2554 / 23:45
    ฮยอกจ๋าสู้ๆๆเข้าไปบ้านวอนแล้ว
    จัดการแก้แค้นให้ได้
    #390
    0
  14. #389 'MIN' (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 / 17:33
    ฮยอกแจเวลาอยู่กับน้อง ไม่มีคำว่า แสแสร้ง เลย น่ารักมากๆๆ ชอบสุดๆๆ
    #389
    0
  15. #388 phahae (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 20:22
    เวลาอยู่กับอึนฮยอกไม่เหมือนเวลาที่อยู่กับคนอื่นเลย
    น่ารักจังพี่น้องฝาแฝดคู่นี้
    ทงเฮอ่ะ  ถ้าทำร้ายคยูเลยนะ
    รักคยูเถอะ อย่าหลอกใช้เลยนะ
    #388
    0
  16. #387 kmkmkm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 11:33
    ชอบเวลาฮยอกแจอยู่กับอึนฮยอก

    ฮยอกแจ ละมุน มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ชอบคนแบบนี้ โอยยยยยยยยยยยยยยยย

    อยู่ข้างนอกนี่ตบฉาดๆ แต่พออยู่กะอึนฮยอกนี่ละมุนจิตสุดๆ



    สยองแทนพวกชเว 5555555555555

    ฮยอกคงบึ้มบ้าน กีซซซซซซซ
    #387
    0
  17. #386 danger poppular (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 18:14
    ไรท์เตอร์สู้ๆนะ เรื่องนี้สนุกมากอะไรมาก แทบไม่อยากลุกไปไหน
    #386
    0
  18. #385 zumo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 12:37
    นึกว่าฮยอกแจจะจัดหนักซะตั้งแต่ในงานซะอีก

    แต่แบบนั้นก็เกมโอเวอร์เร็วไปสินะ

    ย้ายเข้าบ้านซะด้วย

    หลังจากนี้ทั้งซีวอนและยัยฮเยจะได้มีความทรงจำที่ไม่มีวันลืม หึหึ

    แต่ว่าฮยอกแจก็ต้องถลำลึกเข้าไปเรื่อยๆ

    กลัวว่าสุดท้ายก็กลายเป็นทำร้ายตัวเอง เฮ้อ
    #385
    0
  19. #384 nut (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 11:56
    ต้องเอาให้หนักเลยน่ะฮยอกเเจ

    สงสารอึนฮยอกมากๆ Y_________Y



    ดูบริสุทธิ์เกินไปที่จะโดนทำร้ายน่ะ ฮึฮึ...

    ถ้าฮยอกเเจย้ายเข้าบ้านไปเเล้ว วอนโดนจัดหนักเเน่ๆเลย 555



    คิมคิบอมก็น่ะ เลือกเอาสักคนเถอะ

    เหมือนว่าบอมจะคิดไม่ซื่อกับฮยอกเเจ ทงเฮก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องด้วย



    เค้าว่าเรื่องนี้ทงเฮอาจร้ายสุดก็ได้น่ะ 555555++++



    #384
    0
  20. #383 กูไม่รู้...กูเมา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 09:01
    หลังจากไม่ได้อยู่บ้านเกือบเดือน มาอ่านต่อมันส์มากจน

    ต้องขอเมนท์ตอนเดียวเลยแล้วกันนะคะ แบบว่า มันเศร้าและสนุกสุดๆไปเลยอะ

    เป็นฮยอกก็เศร้า ยิ่งพอได้รู้ความจริงก็แบบ อ่าา อ่านแล้วน้ำตาแอบซึมเบาๆ

    เป็นหนูอึนก็เศร้าหนัก ขนาดจะมีรักครั้งใหม่ ยังมีเรื่องต้องให้เศร้าอีก

    คุณคนแต่งแต่งดีมากกกกกกจนเดาไม่ถูก และเชียร์ไม่ถูกเลยจะให้ใครคู่ใคร

    บอมฮยอก ก็เหมือนว่าเขาจะเคยรักกันมา (เปฺนเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ) แล้วที่บอมเลิกกับเฮ เพราะบอมรักฮยอกปะเนี้ยยย

    แล้วชเวกับหนูอึน ก็รักกันแน่ๆ แล้วถ้ารู่ความจริง จะยังไงอะ มันช่างสับสนซับซ้อนจริงอะไรจริง

    แต่หลังจากนี้เชวจะมีบทบาทมากขึ้นใช่ไหม หลังจากที่ดูเหมือนหายไปนาน ไม่ทำอะไรเลยยย

    รีบๆ ทำตามใจซักทีคนอ่านรอแบบแฮปปี้อยู่นะ แล้วคนที่สั่งทำร้ายหนูอึนไม่ใช่ฮเยอินจริงอะ

    แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ขอให้ฮยอกจัดหนักให้เลยนะ จะรออ่านตอนนั้นอย่างใจจดจ่อนะคะ ติดตามๆ
    #383
    0
  21. #382 shika22 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 14:35
    มาแอบอ่านรวดเดียวยาว
    เลยขอเม้นท์รวดเดียวยาวเลยแล้วกัน

    สนุกมากเลยค่ะ
    เหมือนอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง
    ดูทุกตัวละครมีมิติของตัวเองกันหมด
    อย่างซีวอนก็ไม่ใช่พระเอกที่โง่ซะจนไม่ฟังอะไรเลย
    รักอึนฮยอก แต่ก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของครอบครัวด้วย
    ที่จริงแอบเห็นใจวอนนะ
    เพราะวอนกลับกลายเป็นแค่หุ่นตัวหนึ่งสำหรับคนอื่นเท่านั้น

    คิบอม พ่อสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว
    แต่ก็ไม่ใช่ว่าใจอ่อนกับทุกคนและทุกอย่างจนเกินไป
    ออกจะชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองด้วยซ้ำ
    แต่ก็ยังแอบมีมุมให้ข้องใจว่าทำไมไม่คบกับฮยอก
    ทั้งที่ก็รู้ใจตัวเองและฮยอก
    เป็นตัวละครที่เรายกป้ายเชียร์ให้มากที่สุด (ณ ตอนนี้)

    ทงเฮเป็นตัวละครที่ให้ความรู้สึกว่าใกล้เคียงชีวิตคนทั่วไปที่สุด
    การที่จะลืมคนที่เรารักเป็นเรื่องยาก
    และการที่ยังรักอยู่แค่ข้างเดียวก็เหนื่อยเหมือนกัน
    ยังอยากรั้งไว้ แต่ก็ได้แค่บอกในใจ

    ส่วนฮยอกแจกับอึนฮยอก
    ตัวละครที่มีความแตกต่างกันมาก
    อย่างที่เปรียบไว้ว่าเป็นกุหลาบขาวกับแดง
    แต่ถ้าเทียบกับความเป็นจริง
    อึนฮยอกไม่น่าจะอ่อนแอได้ขนาดนี้
    ควรเป็นฮยอกแจมากกว่า
    เพราะถ้าอึนฮยอกเป็นเด็กกำพร้า
    ก็ต้องต่อสู้กับอะไรหลายๆอย่างมามากกว่า
    ไม่น่าจะเปราะบางขนาดนี้
    ที่จริงก็แอบติดใจว่าฮยอกแจรักอึนฮยอกขนาดนี้
    ผิดแปลกไปไหม
    รีดเดอร์คนนี้แอบจิ้น ฮยอกอึนด้วยล่ะ 555
    #382
    0
  22. #381 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 12:27
    เหอๆ รู้สึกรักฮยอกเเจตอนนี้จัง เเล้วก็สงสารอึนฮยอกมากๆเลยอ่ะ
    บอมเลือกดีๆน๊าว่าจะชอบคนไหนอึนฮยอกรึฮยอกเเจ
    ฮ่าๆ พี่ไรเตอร์เเอบเเค้นไรท่านปลัดเปนการส่วนตัวหรือเปล่า เริ่มสงสาร -*-
    โยว่ตอนหน้าฮยอกเเจจะไปตบกับภรเมยวอนเเล้วววววว วู้ ชูเเท่งไฟ ฮยอกเเจสู้ๆ
    โบกธงขาวร่ำไรให้เมียวอน ฮ่าๆ

    พี่ไรเตอร์อัฟอีกน๊า ^^
    #381
    0
  23. #380 geejajaa (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 04:00
    บอมเอ๋ย ยังไงกับ สองพี่น้องกันแน่
    สงสารด๊องอ่ะ เฮ้อ อยากรู้ว่าทำไมถึงเลิกกันอ่ะ
    ปมหลัง คิเฮ คืออะไรอ่า
    แต่อึนๆโดนบอมแกล้ง ซะ แต๋ว เลย กร๊ากๆ เค้าอยากเห็นอ่า

    วอนขา เตรียมตัวได้เลยค่ะ
    ฮยอกแจจัดพลังแค้นเต็ม Stream แน่ๆ
    แล้วนี่จะเอาฮยอกเข้าไปอยู่บ้านด้วยจริงอ่ะ
    #380
    0
  24. #379 คนคุ้นเคย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 03:17
    อ่านเเล้วยิ้มเลยตอนนี้ หลังจากที่ดรึงมานาน

    คู่บอมฮยอกน่ารักจัง แต่แอบสงสารทงเฮหน่อยๆ

    เเต่มากกว่านั้นเราสงสัยมากเลยว่าใครกันที่ข่มขืนฮยอกกันเเน่ ฮยอกต้องรู้จักแน่ แต่คนรอบตัวอึนก้ไม่เยอะ

    หรือตัวละครยังโผ่มาไม่หมดหรอไรเตอร์

    ยังไงเราก็เป็นกำลังใจให้สมอนะค่ะ รอตอนต่อไปค่ะ สู้ๆ
    #379
    0
  25. #378 euneun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 23:51
    อ่านตอนนี้แล้วเหมือนโลกทั้งใบมีแต่ความน่ารักวิ่งวนอยู่รอบตัวเลยค่ะไรเตอร์
    #378
    0