ROSE MASK.+ROSE SIN.[[WonHyuk+BomHyuk+KyuHae]]

ตอนที่ 12 : -10-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 เม.ย. 54

 

“เฮ้อ!

ทงเฮวางปากกาในมือ ก่อนจะบิดขี้เกียจแรงๆเมื่อโปรเจคใหญ่ผ่านพ้นไปในที่สุด ร่างบางเบือนสายตามามองคนในรูปถ่ายที่กำลังแย้มรอยยิ้มกว้างเหมือนๆกับเขาในตอนนั้น แล้วตอนนี้ล่ะ...เขายังสามารถยิ้มได้แบบนี้อยู่อีกหรือเปล่านะ

คิม คิบอมจะรู้หรือเปล่า...

...ว่ารอยยิ้มของเขาน่ะมันหายไป ตั้งแต่วันที่เจ้าตัวเดินจากไปนั่นแหละ

ว่าแต่...จะกลับมาไหมนะ

กลับโซลน่ะ...

ร่างบางที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยสะดุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือข้างตัวดังขึ้น ทงเฮยกมันขึ้นมองก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อคนที่ติดต่อมาเป็นถึงผู้บริหารรายใหญ่ของบริษัทคู่แข่ง แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดกังวลถึงเรื่องนี้เลยสักนิด

“ว่าไงครับ? คุณโจ คยูฮยอน”จงใจเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเต็มยศ รักษาระยะห่างเอาไว้อย่างสุดกำลัง หากอีกคนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ

“ทำไมเรียกห่างเหินจังเลยล่ะครับ นี่ผมจะโทรมาชวนคุณไปทานข้าวกลางวันประสาคนรู้จักนะ”

“ผมรู้จักคุณในฐานะคู่แข่งคนนึงนะ...”ทงเฮเอ่ยด้วยเสียงสูงนิดๆ ไม่พอใจหน่อยๆ ถึงจะไม่ได้รังเกียจรังงอนอีกฝ่าย หากอี ทงเฮก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนที่ชอบให้ใครต่อใครมาพูดจาสนิทสนมด้วยมากนัก ถ้าหากตัวเขาเองไม่ได้ยอมรับว่าคนๆนั้นเขา สนิท ด้วยจริงๆ การกระทำเช่นนี้ของโจ คยูฮยอนทำให้อารมณ์ของเขาเค้าข่ายหงุดหงิดได้เลย “...คุณน่าจะระวังตัวกว่านี้หน่อยนะคุณโจ เพราะยังไงฐานะของเราก็ไม่ใช่ว่าจะสมควรทอดกายสนิทสนมกันให้มากนัก”

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าคิดว่าเราเป็นคู่แข่งกันสิครับ...”เสียงปลายสายพะเน้าพะนอขึ้นทันควัน คงจะพอรู้ตัวหรอกว่าเขาไม่ชอบใจการกระทำของตนเองมากนักเท่าไหร่ เสียงทุ้มชวนฝันนั่นเลยโอนอ่อนเหมือนพยายามขับกล่อมให้เขาคล้อยตาม “...คิดซะว่าเป็นคนที่เผอิญรู้จักกันที่ร้านอาหาร แล้วผมก็อยากจะสานความสัมพันธ์...เลยโทรมาชวนไปทานข้าวด้วยกัน แล้วคุณก็คงจะไม่ปฏิเสธหนุ่มหล่อๆอย่างผมด้วยใช่ไหมล่ะ”

“ผมว่าคุณเริ่มจะเพ้อเจ้อแล้วนะ...”ทงเฮไม่รู้หรอกว่ามุมปากของตัวเองกำลังยกยิ้มขำขันออกมาบางเบา “...เท่าที่ฟังนี่คิดเอาได้อยู่ฝ่ายเดียวเลยนี่ครับ”

“ผมแค่มองโลกในแง่ดี...”

“ผมเป็นคนมองโลกเป็นธุรกิจเสียส่วนใหญ่ คงจะมองแบบเดียวกับคุณไม่ได้หรอกนะฮะ”

“ทงเฮอ่า~”อีกคนเอ่ยเสียงอ้อนทันควัน เรียกอย่างสนิทสนมทำเอาคนตัวบางอยากจะหัวเราะหยันออกมาเบาๆ “...คุณจะปล่อยให้หนุ่มน้อยน่ารักอย่างผมเปลี่ยวกาย ทานอาหารคนเดียวอยู่ที่ภัตคารอาหารเกาหลีชื่อดังเหรอครับ”

“ถ้าเป็นหนุ่มหล่อจริง ไม่ช้านานเดี๋ยวก็มีสาวมาขอนั่งด้วยเองแหละครับ”ทงเฮเอ่ยอย่างอารมณ์ดีขึ้นนิด กดคอมพ์ต่อพร้อมรอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้าสวยหวาน “...หรืออยากจะให้ผมหาให้สักคนนึง ดีไหมล่ะครับ?

“ไม่เอาดีกว่า ผมโทรไปหาคุณฮีชอลแล้วบอกเขาว่า...ช่วยหาหนุ่มหน้าหวานๆ มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บริหารมาให้โจ คยูฮยอนคนนี้หน่อยสิครับ ผมเหงาใจ”

“คนบ้า!”ทงเฮปิดโน้ตบุคส์ทันควัน “...ทำแบบนั้นก็เท่ากับมัดมือชกผมชัดๆ”

“ผมขอคุณคิม ฮีชอล...ไปยุ่งกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ...”ไม่ต้องบอกก็รู้ได้เลยว่าคยูฮยอนตอนนี้ต้องกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมหัวเราะหึหึอยู่แน่ๆ “...ผมว่าเดี๋ยวผมวางสายแล้วโทรไปหารองประธานของคุณเลยดีกว่า รายนั้นเขาใจดีกับผมมากเลยนะ”

“คุณอยากทานอาหารที่ร้านไหนครับ”ทงเฮสวนกลับเสียงเรียบ หน้าตึงเหมือนโดนมือจอมกวนประสาทที่มองไม่เห็นมาจับขึงทั้งหน้า “...บริษัทผมมีเวลาพักไม่มากนักหรอกนะ อยากให้ไปหาที่ไหนก็รีบบอกมาเถอะครับ”

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโจ คยูฮยอนตอนนี้กำลังแย้มรอยยิ้มกว้างขนาดไหนเลยล่ะ...

 

**

 

“นั่งก่อนสิ”

เสียงราบเรียบดังมาจากชายวัยกลางคนที่อยู่หัวโต๊ะ เขาผายมือมาที่ที่ว่างด้านซ้ายให้กับร่างสูงที่เดินเข้ามาอย่างสงบเสงี่ยม ชเว ซีวอนเดินมานั่งลงอย่างนอบน้อมตามคำเชิญของอีกฝ่าย ก้มหน้านิ่ง ไม่คิดสบกับดวงตาคมกริบที่ทอดมองมา

“คุณชองมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”ร่างสูงถามขึ้นเสียงนุ่มนวล

ชอง ฮยอนอินปราดตามองร่างสูงสง่าของนักธุรกิจที่มากความสามารถในสายตาของเขา คนตรงหน้าคือคนที่เขามาดมั่นอยากจะได้มาเป็นกำลังหนึ่งในวงการธุรกิจ และกำลังจะได้สมใจขอเพียงแค่เขาเอ่ยปากเท่านั้น และตอนนี้...มันก็คงจะถึงเวลาอันควรเสียที เวลาที่เขาและลูกสาวรอคอย...

“เรื่องของเธอกับลูกสาวฉัน...”

ประเด็นที่เปิดขึ้น ทำเอาชเว ซีวอนไหวตัวทันควัน พันธะสัญญาที่ผูกมัดเขากับชอง ฮเยอินมาเนิ่นนาน มันเหมือนเป็นกลวิธีทางเชิงธุรกิจอย่างหนึ่ง บริษัทไลอ้อนจิวเวอร์ลี่..หากอยากจะเหนือยิ่งกว่าบริษัทคู่แข่งรายใหญ่อย่างโรสมาร์ค หรือบริษัทคู่แข่งรายอื่นๆก็ไม่สมควรจะโง่เง่าพอที่จะไม่รับเงื่อนไขทางธุรกิจที่ไม่ได้มีผลเสียในข้อนี้

ผูกมัดบริษัทสองบริษัทให้เกื้อหนุนกันอย่างไม่รู้จบสิ้นด้วยการแต่งงานของคนสำคัญของทั้งสองบริษัท เพื่อผลประโยชน์อันมหาศาลนับจากเสียงลั่นระฆังวิวาห์ที่ทั้งสองจะได้กอบโกย พันธมิตรทางธุรกิจนั้นหาได้ยาก และไม่มีใครโง่พอที่จะปล่อยมันให้ละเลยไปโดยไม่ไขว่คว้าเอาไว้

ทุกอย่างบนโลกขึ้นชื่อได้ว่าธุรกิจ...

ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับผลประโยชน์...

ร่างกายก็เป็นเงื่อนไขทางธุรกิจอย่างหนึ่ง เหมือนสินค้าที่จะได้รับโปรโมชั่นระยะยาวเมื่อเกิดการแลกเปลี่ยน จนทั้งคนซื้อและคนขายรู้สึกพึงพอใจไปกับมัน...

 

...แต่หัวใจนี่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับธุรกิจหรือพันธะใดๆ ไหนเลยจะมีอะไรมาผูกมัดได้

 

ทุกครั้งชเว ซีวอนต้องผัดผ่อนมันมาเพื่อใครบางคน แต่ตอนนี้พอมองแววตาราวเหยี่ยวของคนตรงหน้า เขาก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่าเวลานี้ ไม่มีโปรโมชั่นสำหรับการผ่อนผันใดๆเกิดขึ้นได้อีก สิ่งที่ต้องทำมีเพียงยินยอมก้มหน้ารับชะตากรรมของตนเองเพียงเท่านั้น

“ใครๆก็ถามฉันอยู่ แล้วตัวฉันเองก็คิดว่ามันสมควรแก่กาลเวลาสักที ฮเยอินก็พร้อมแล้ว ส่วนเธอ...ปีนี้บริษัทก็ทำยอดขายได้เยอะนี่”

“ครับ...”คำว่า บุญคุณ มันทำให้น้ำท่วมปากจนต้องสูญเสียสิ่งที่ต้องการไปหลายครั้ง และตอนนี้ชเว ซีวอนก็กำลังจะสูญเสียบางอย่างที่สำคัญไปอีกครั้ง...

“...ถ้าอย่างนั้นฉันก็อยากจะให้พวกเธอสองคนจัดงานแต่งงานกันได้เลย ในเมื่อไม่มีฝ่ายใดขัดข้อง...”เอ่ยพลางจับจ้องดวงตามืดมิดของชายหนุ่ม เหมือนข่มเหงไม่ให้อีกคนได้เอ่ยปาก “...พี่ชายของฉันจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานให้พวกเธอเอง เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน”

...และสิ่งที่กำลังจะสูญเสียนั่นก็คือ...

 

“...เดือนหน้าเลยก็แล้วกัน”

 

...อิสรภาพ

 

**

 

คิม ฮีชอลหัวเราะคิก ขณะที่คนถูกหัวเราะกลับนั่งหน้าบูดเหมือนท้องผูกมาหลายวัน อี ฮยอกแจมองเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะหัวเราะหยันออกมาหน่อยๆ หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าซอย คนขับเอ่ยออกมากับเพื่อนรักที่นั่งอยู่เคียงข้าง

“หมอนั่นรุกหนักเลยสินะ ท่าทางเขาจะชอบนายมากเลย”

ทงเฮเอามือปัดปอยผมไปด้านหลัง ให้ลมโกรกทั้งเส้นผมและดวงหน้าสวยหวาน เงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีที่ไม่มีหลังคารถมาบดบัง รถเปิดประทุนสีแดงกำลังจะถึงจุดหมาย แต่ไม่ใช่สำหรับชีวิตเขา...

“ฉันยังไม่พร้อมจะมีรักใหม่ในตอนนี้หรอกนะ”

อี ทงเฮหลับตาลงฟังเสียงลมของค่ำคืน อี ฮยอกแจเบือนสายตามามองเพื่อนรัก ที่ตอนนี้คงกำลังปล่อยความคิดของตัวเองให้ล่องลอยไปกับลมเย็นๆที่อาบผิวแก้มขาว ถ้าหากทุกคนพูดว่าอี ฮยอกแจคือบุรุษที่ไม่มีใครสามารถเดาความคิดได้ ทุกคนก็จะต้องพูดว่าอี ทงเฮคือคนที่เก็บซ่อนความรู้สึกได้เก่งไม่แพ้กัน

“แล้วจะให้หมอนั่นอยู่ในฐานะอะไรล่ะ?...”ฮีชอลที่นั่งเบาะหลังยื่นหน้ามาถาม แววตาสั่นระริกอย่างนึกสนุกสนาน “...เพื่อน คนรู้ใจ หรือว่า...แค่เครื่องมือแก้เหงา”

ใช่...และอย่าลืมว่าคิม ฮีชอลก็คือคนที่ทุกคนจะเข็ดขยาดด้วยกันทั้งสิ้น...

ทงเฮทำเพียงเผยอยิ้มออย่างบางเบา ไม่ตอบ...ไม่ค้าน...เช่นนี้แล้วชีวิตรักของโจ คยูฮยอนมันจะออกมาเป็นรูปแบบไหนกันเล่า คงจะต้องแล้วแต่ความเมตตาของผู้บริหารหน้าหวานคนนี้เสียแล้วกระมัง

“ฉันไม่ยอมให้นายมีความคิดที่ลึกซึ้งกับหมอนั่นหรอกนะ...”ฮยอกแจเอ่ยขึ้นมาเสียงราบเรียบ “...เพราะสำหรับโจ คยูฮยอน...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะออกหัวหรือก้อย ถ้าหากหมอนั่นไม่ได้เป็นตัวยุ่งยากในการแก้แค้นของฉันมันก็แล้วไป แต่ถ้าหากใช่...”

ดวงตาสีอำพันวาววับเบือนมาสบดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหวานของเพื่อนสนิท

“...นายเองก็คงจะรู้ชะตากรรมของโจ คยูฮยอนดีแล้วใช่ไหม? อี ทงเฮ”

ทงเฮเงียบไปนิด ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงหวาน หากคำพูดนั้นมันช่างขัดกับหน้าตาอันงดงามของเจ้าตัวยิ่งนัก

“ไม่ต้องห่วงหรอกฮยอกแจ คยูฮยอนไม่ได้มีค่าอะไรมากมายในสายตาของฉันหรอก และต่อให้เขาพยายามมากกว่านี้...ก็ไม่มีทางจะทำให้ฉันใจอ่อนได้เป็นอันขาด”

“เหอะ!...”ฮยอกแจหัวเราะหยัน “...ถ้าเป็นอย่างที่พูดมันก็ดีสิ ใครๆในกลุ่มก็รู้ดีว่านายมันจอมวายร้ายที่ขี้ใจอ่อนอยู่เรื่อย”

“แล้วใจด้านๆอย่างนาย...”ทงเฮเผยอยิ้มร้ายกาจที่หาได้ยากนัก “...ก็อย่าให้พลาดท่ากลับมาก็แล้วกันนะเพื่อนรัก”

“นายคิดว่านายพูดอยู่กับใครน่ะทงเฮ~”คิม ฮีชอลหัวเราะเบาๆอย่างชอบใจ ดวงตาวาววับเมื่อมองรุ่นน้องที่แสนน่ารักทั้งสองคน ตอนนี้ฮยอกแจกำลังหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนสนิทที่หยอกเย้าได้อย่างน่ารัก

“...ทั้งนาย ทั้งฉัน ทั้งคิบอม...ใครๆก็รู้ดีทั้งนั้นแหละว่าอี ฮยอกแจเป็นคนที่มีแรงอาฆาตเหนือใคร หมอนี่มันกัดไม่ยอมปล่อย และถึงจะเกิดพลาดท่าขึ้นมา ไม่ว่ายังไงมันก็ต้องตามจองเวรและแก้แค้นให้ได้เหมือนทุกครั้ง สำหรับฉัน...หมอนี่ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง”

“ศิษย์เอกเลยนี่เนอะ”ทงเฮพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก เหลือบตามอง คนที่มีแรงอาฆาตเหนือใคร แล้วยิ้มน้อยๆ “ฉันควรดีใจหรือเสียใจดีที่มีนายเป็นเพื่อนรักเพื่อนตาย?

“ภูมิใจซะเถอะอี ทงเฮ...”ฮยอกแจหันมาแย้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับทุกคน “...อี ฮยอกแจคนนี้มันไม่ยอมเป็นเพื่อนกับใครได้อย่างง่ายๆ แต่ถ้าอยากรู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ นายก็ต้องคบฉันไปอีกนาน”

ทงเฮเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมเผยอรอยยิ้ม ก่อนจะเอี้ยวหน้าเข้าไปหาคนขับที่ตอนนี้สบมองกลับด้วยแววตาท้าทาย เรียวปากสีสวยประกบเรียวปากอิ่ม แลกปลายลิ้นดุนดันกันอย่างไม่ยอมแพ้เพื่อนสนิท เป็นของตอบแทนอันแสนหวานสำหรับคำพูดที่แสนน่ารักที่มอบให้แก่กันในยามค่ำคืน ฮีชอลเอื้อมมือมาเขย่าร่างคนนั่งหน้าทั้งสอง

“นี่~”หน้าสวยจัดนั้นง้ำลง ขณะที่พยักเพยินไปทางถนน “...พวกนายจะทำอะไรกัน ฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่ช่วยมองทางสักหน่อยจะได้ไหม ฉันยังไม่อยากเป็นศพอยู่กลางถนนหรอกนะ”

ฮยอกแจเลียริมฝีปากของตัวเองพร้อมหัวเราะในลำคอ ทงเฮมองค้อนทั้งคนเป็นพี่และคนขับ ก่อนจะหันไปมองความสวยงามของทิวทัศน์กลางค่ำคืน

“แล้วยังมีอีกเรื่องนึงที่ฉันยังไม่ได้บอกนาย...”ทงเฮเอ่ยขึ้น ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของสายลม ดวงตาสีอำพันเบือนไปสบดวงตาสีน้ำตาลใสของเพื่อนรัก อี ทงเฮเน้นย้ำทีละคำพูด “...คยูฮยอนบอกฉันมาเมื่อตอนกลางวันนี้นี่เอง...”

 

“...ชเว ซีวอนกำลังจะแต่งงาน”

 

**

 

“ฮยอกแจ...”ซองมินเรียกชื่อเพื่อนเสียงสั่น เอื้อมมือมาแตะเบาที่บ่าบอบบางอย่างห่วงหา “...ไม่เป็นไรนะ”

คนที่นั่งอยู่ท่ามกลางแววตาที่มองมาอย่างหลากหลายอารมณ์ ทั้งสมเพช เย้ยหยัน เห็นอกเห็นใจ...หรืออะไรก็ตามมาล้วนเกิดจากข่าวสำคัญที่บุคคลแทบทั้งบริษัทสมควรจะร่วมยินดี

 

ข่าวการแต่งงานของประธานหนุ่ม...กับคู่หมั้นสาวที่จะมีภายในต้นเดือนหน้า

 

“อืม~ ไม่เป็นไรหรอก”ฮยอกแจก้มหน้าหลุบตามองเอกสาร พยักหน้าอย่างราบเรียบ เขาบอกไม่ได้หรอกว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับข่าวการแต่งงานที่ได้ยิน แต่ความรู้สึกที่ตัวเขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้มันคืออะไร ถ้าจะให้พูด...ฮยอกแจก็อธิบายไม่ได้หรอก

ชเว ซีวอนไม่ใช่คนที่อี ฮยอกแจพิสมัย ใช่...ไม่ใช่เลย เขาไม่เคยนึกพิศวาสคนอ่อนแอที่ไม่สามารถปกป้องคนที่ตัวเองรักได้ เจ้าตัวเป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งของการแก้แค้นเพียงเท่านั้น ถ้าจะมีความหงุดหงิดใจก็คงจะเล็กน้อย แค่เพียงเพราะสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เขาอย่างเย้ยหยันเต็มทน นอกจากนั้นมันไม่ใช่...ไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่คนรักกันพึงมี แต่ฮยอกแจกำลังรู้สึกเจ็บแทนคนที่เคยนั่งอยู่ตำแหน่งนี้เพียงเท่านั้น

“แหม~ วันนี้ไม่มีปากมีเสียงเลยนะ”เสียงเย้ยหยันทำเอาฮยอกแจหลุดจากภวังค์ในห้วงคิด จีฮยอนเดินกรีดกรายเข้ามา มองคนที่นั่งนิ่งอย่างเย้ยหยัน “...อุตส่าห์พยายามมาตั้งหลายปี แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางแย่งมาจากเจ้าของที่แท้จริงได้ ช่างน่าสงสารจริงๆเลยนะอึนฮยอก...อุ๋ย! ไม่สิ...ต้องเรียกว่าฮยอกแจ เพราะอุตส่าห์ไปเปลี่ยนชื่อล้างซวยมานี่นะ”

ร่างบางยื่นดวงหน้าคมสวยเข้ามาใกล้ ซองมินมองคนพูดอย่างไม่ใคร่พอใจนัก หากฮยอกแจก็ยังมองอีกคนด้วยแววตาว่างเปล่า จีฮยอนยังเอ่ยต่ออย่างได้ใจ

“ลองเป็นแบบนี้...นายก็คงจะเลิกเป็นหมาเห่าเครื่องบินสักทีใช่ไหม ฉันเองก็เตือนแล้วแท้ๆว่าเขาเป็นคนมีเจ้าของ เหอะ...สมน้ำหน้า!

มือเรียวยกขึ้นตบแก้มขาวของอีกคนเบาๆ ฮยอกแจเบี่ยงหลบอย่างทันท่วงที เอียงคอมองอีกคนด้วยแววตาใสซื่อ จนกระทั่งดวงหน้าที่ฉายแววเยาะหยันนั่นเปลี่ยนเป็นงุนงง

“นั่นสินะครับ...”ฮยอกแจถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง “...อุตส่าห์พยายามมาตั้งนาน สุดท้ายก็จับท่านประธานไม่ได้เหรอเนี่ย...”

เจ้าตัวชักสีหน้าผิดหวัง ท่ามกลางอาการระแวงของอีกคน ฮยอกแจคลี่ยิ้มอ่อนหวานเสมือนว่ายั่วอารมณ์โมโหของอีกฝ่าย

“...แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะบริษัทนี้ก็ยังมีหนุ่มหล่อๆรวยๆอย่างคุณโจ คยูฮยอนอยู่อีกทั้งคนนี่น่า แถมรายนี้เขาก็ยังไม่มีใครมาจับจองเป็นเจ้าของเหมือนรายแรกซะด้วย พูดแล้ว...สงสัยต้องรีบชวนไปทานข้าวสานความสัมพันธ์กันสักหน่อยจะดีกว่า ต้องแกล้งตีหน้าเศร้าให้เขาสงสารด้วยนี่เนอะ ใครๆก็รู้ว่า...”สุดท้ายดวงตาสีอำพันมองหญิงสาวที่หน้าเผือดสีด้วยความโกรธและสลดลงอย่างเห็นได้ชัด “...คุณคยูฮยอนน่ะ เขาก็โปรดผมไม่แพ้พี่ชายของเขาเลย”

ฮยอกแจคว้ากระเป๋า ก่อนจะหัวเราะน้อยๆแล้วเดินขึ้นลิฟท์ไป ซองมินอุดหูอย่างรู้ทัน ก่อนที่เสียงของจีฮยอนที่กรี๊ดกร๊าดลั่นจะดังไปทั้งแผนก

“แก~!!! อี ฮยอกแจ!!...”

 

“...อย่าให้ฉันเล่นงานแกได้ก็แล้วกัน!!

 

**

 

“นั่งดีๆสิครับ”

คิบอมเอ่ยแกมหัวเราะกับอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกาย อึนฮยอกขยุกขยิกตัวไปมาตลอดทางกลับโซน เล่นเอาคนขับรถอย่างคิม คิบอมรู้สึกเหมือนหัวปั่นน้อยๆกับท่าทางอยู่ไม่สุขของอีกฝ่าย

อึนฮยอกหันมาค้อนน้อยๆ “ก็มันตื่นเต้นนี่ครับ ผมได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แถมยังได้ย้ายไปอยู่โซลอีก แบบนี้ก็เท่ากับว่าผมได้อยู่ใกล้พี่ชายมากขึ้นใช่ไหมล่ะ?

คิบอมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าอย่างยอมรับ

“ครับ ฮยอกแจก็อยู่โซล อึนฮยอกก็ย้ายขึ้นมาอยู่โซลแล้วเหมือนกัน แบบนี้พวกเราก็จะได้พบปะเยี่ยมเยียนกันมากขึ้น แต่คุณน่ะยังห้ามไปอยู่กับฮยอกแจนะครับ”

“อ้าว!”คนที่กำลังมองหน้าต่างเพลินหันหน้ามามองทันควัน คิ้วเรียวขมวดแน่นพอๆกับดวงตาใสแจ๋วที่มองเขาอย่างผิดหวังนัก “ทำไมล่ะครับ?

“ก็ฮยอกแจเขาเป็นประธานบริษัท...”คิบอมพยายามอ้างเหตุผลได้อย่างดีเยี่ยมที่สุด “เขาต้องเดินทางไปไหนมาไหนบ่อย ไม่ค่อยมีเวลามาอยู่กับคุณทุกวันหรอกครับ ระหว่างที่รอพี่ชายของคุณสะสางงานให้เรียบร้อย ก็ทนอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผมไปก่อนก็แล้วกันนะฮะ”

“ตะ...แต่...”

ดวงตาสีอำพันของอีกฝ่ายมีแววลังเล คิบอมเลยปั้นหน้าเศร้าหันมาหาอีกคนแล้วเอ่ยเสียงอ่อย

“ทำไมเหรอครับ? หรือว่าอึนฮยอกเบื่อหน้าผมแล้ว?

“มะ...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกฮะ!! เพียงแต่ว่า...”ร่างบางกลืนคำพูดลงคอ คิบอมเอียงคอมองอีกฝ่าย จับจ้องอย่างงุนงง อึนฮยอกหลบดวงตามีเสน่ห์ของอีกคน แก้มขาวขึ้นสีเรื่อก่อนจะเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม “...ผมแค่เกรงว่าจะเป็นการรบกวนคุณเท่านั้นเอง”

“ไม่รบกวนหรอกครับ...”คนขับหนุ่มแย้มรอยยิ้มตรึงใจ ก่อนจะเบือนสายตาไปมองตามทางถนน “...เพราะผมเป็นเพื่อนของฮยอกแจ...”

 

“...การที่ได้ดูแลคุณซึ่งเป็นน้องชายของเขา ผมไม่ถือว่าเป็นการรบกวนเลยสักนิด”

 

อึนฮยอกชะงักกับคำพูดเช่นนั้นของอีกฝ่าย ก่อนจะหันมองอีกคนอย่างข้องใจ หัวใจไหววูบเมื่อรู้สึกเหมือนตนเองได้สัมผัสกับอารมณ์บางสิ่งของชายหนุ่มตรงหน้าได้อย่างประหลาด มันเป็นอารมณ์ลึกซึ้งอ่อนหวานที่ซ่อนเร้น และงดงามอย่างที่หาที่เปรียบเปรยใดๆได้ยาก และสิ่งที่สะท้อนก็คือดวงตาสีนิลทรงเสน่ห์ที่น้อยครั้งจะพลั้งเผลอ

คิบอมชะงักเมื่อหันมาเห็นดวงตากลมใสสีอำพันสวยจัดที่มองมาตาแป๋ว ทั้งใสซื่อ ทั้งบริสุทธิ์จนยากจะละสายตา ภาพใครบางคนซ้อนทับเข้ามาทำเอาเขาต้องหลุบตาลงต่ำแล้วเอ่ยเสียงนุ่ม

“ไปทานข้าวกลางวันกันก่อนไหมครับ คุณยังไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าเลยนี่น่า ข้างหน้ามีร้านอาหารอร่อยๆอยู่นะ”

อึนฮยอกมองรอยยิ้มของอีกฝ่าย แล้วหลุบตาลงต่ำพร้อมคลี่ยิ้มอ่อนบาง

“นั่นสิฮะ”

 

**

 

ความจริงฮยอกแจก็หัวเสียไม่น้อยหรอก เมื่อต้องมาโดนคนที่สวยแต่รูปหากจูบไม่หอมอย่างจีฮยอนถากถางเอาแต่เช้า น้ำเสียงยียวนนั้นมันเรียกอารมณ์กรุ่นๆจนอยากจะสั่งสอนเหมือนกับที่เขาเคยทำกับแม่ผู้หญิงปากจัดที่แอลเอ แต่ว่าในเมื่ออี ฮยอกแจยังสวมหน้ากากของอี อึนฮยอกอยู่ หากจะทำร้ายอีกฝ่ายให้เกินงามบ่อยๆคงจะดูไม่ดีเป็นอันแน่ และพวกผู้หญิงไม่เคยรู้จักเข็ดหลาบ...

ฮยอกแจเอนตัวพิงผนังลิฟท์พร้อมถอนหายใจออกมายืดยาว หลับตาลงแล้วข่มอารมณ์นับหนึ่งถึงสิบ เขาแค่ทำธุระ...กลับออกไปจะต้องนิ่ง ไม่ใจร้อน ไม่วู่วาม และต้องไม่ทำร้ายใครบางคนให้ถึงกับเลือดตกยางออกด้วย

ประตูลิฟท์เปิดออกทำเอาฮยอกแจไหวตัว โจ คยูฮยอนชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าลิฟท์ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มทักทายแล้วเดินเข้ามา ดวงตาสีอำพันคมกริบมองอีกฝ่ายแล้วต้องนึกยิ้มย่อง คนตรงหน้าแสดงบทบาทได้ไม่เก่งเลยสักนิด แค่มองก็รู้แล้วว่าเจ้าตัวอึดอัดหากต้องอยู่กับเขาเพียงลำพังในลิฟท์

สมองประมวลรวดเร็ว ก่อนที่ในใจจะคลี่ยิ้มย่อง หากหน้ากากที่เขากำลังจะสวมต่อไปนี้กลับเป็นสีหน้าที่เศร้าสร้อย ทำเอาคนที่กำลังจะเอ่ยทักชะงักงัน

“ฮยอกแจ...”

ดวงตาสีอำพันหลุบตาต่ำ ในสายตาของอีกคน ฮยอกแจตอนนี้ช่างดูเป็นคนที่อ่อนแอยิ่งนัก มันทำให้คยูฮยอนรู้สึกคลายความอึดอัดลงจนเหลือแต่เพียงห่วงหาตามประสาผู้ชายที่ใจอ่อน ยิ่งเป็นคนตรงหน้าที่เขาเคยนึกว่าบอบบางเหมือนแก้วเจียระไนที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อหากเผลอแตะต้อง หรือว่าฮยอกแจจะซ่อนความรู้สึกภายใต้หน้ากากเข้มแข็งให้เขาไขว่เขวกันเล่า

คยูฮยอนเดาถูก...หากความเป็นจริงที่น่ากลัวนั้นคือความลับของหน้ากาก อันเป็นอันตรายยิ่งแก่คนที่มองเห็นมัน

เหยื่อไม่มีทางรู้หรอกว่าสิ่งไหนคือภาพลวงตา...สิ่งไหนคือความเป็นจริง

“ฮยอกแจ...”คยูฮยอนเรียกอีกคนเสียงอ่อนอีกครั้ง ลิฟท์มันปิดลงและขึ้นไปเรื่อยๆจนเกือบจะถึงชั้นบนสุด ร่างสูงเดินมาแตะเบาที่ท่อนแขนคนตัวเล็กกว่าอย่างสุภาพ “...ไม่เป็นอะไรนะครับ”

“ผม...”ฮยอกแจแสร้งหลุบตาต่ำ แววตานั้นสั่นไหวได้อย่างสมบทบาท “...แค่มีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ คุณคยูฮยอนอย่าห่วงเลย”

คยูฮยอนไม่ใช่คนโง่ แต่ก็ไม่ใช่คนฉลาดขนาดตามเกมส์ของคนตรงหน้าออก เขาพอจะรู้ว่ายามนี้มีเรื่องอะไรบ้างที่อาจจะทำให้อีกคนต้องเสียความรู้สึก สมองเริ่มพยายามประมวลผลสรรหาคำปลอบใจที่น่าจะดีที่สุดในสถานการณ์นี้

“ผม...”หากสุดท้ายมันก็หาไม่เจอ...ไม่เจอเลย

“...เสียใจด้วยนะฮะ”

ฮยอกแจชะงักงัน ช้อนแววตาแดงก่ำขึ้นมองคนตัวสูงกว่า คยูฮยอนเห็นแล้วจึงเอ่ยเสียงนุ่ม เข้าข้างคนของตนเองเต็มความสามารถ

“เขาเป็นคู่หมั้นกันมานาน ผมอยากให้คุณช่วยเข้าใจพี่ชายของผมด้วย เพราะเขาเองก็ใช่ว่าจะอยากทำร้ายจิตใจของคุณหรอกนะฮะ”

“ไม่อยากทำร้ายเหรอ?...”ฮยอกแจเอ่ยเสียงสั่นเครือ แววตานั้นแดงก่ำได้สมบทบาท ทั้งที่ในใจนั้นเต้นเร่าจนอยากจะอาละวาดเสียตรงนั้น “...ไม่อยากจะทำแต่ตัวเขาก็ได้ทำไปแล้ว! แล้วเขาจะชดใช้อะไรให้ผมล่ะ? กับความรู้สึกดีๆที่เสียไป กับทุกๆอย่างที่ต้องเสียไป!!

เป็นอีกครั้งที่คยูฮยอนนิ่งงัน แววตาของอี ฮยอกแจ...คนที่เขาคิดว่าเจ้าตัวนั้นแตกต่างจากเดิม แต่ตอนนี้เขาแทบพูดได้เต็มปากเลยว่ามันไม่เหมือนเดิม มันเหมือนเป็นคนละคนกันโดยสิ้นเชิง เพราะอึนฮยอกน่ะ...ไม่เคยมีแววตาที่แข็งกร้าวและคับแค้นแบบนี้หรอกนะ

หากขณะที่ความเงียบโรยตัวระหว่างคนสองคน บานประตูลิฟท์ก็เปิดออกที่ชั้นสูงสุด ร่างสูงที่กำลังถือแฟ้มงานและกำลังจะหันมามองทางประตูลิฟท์ที่บานประตูเปิดออกเผยให้เห็นใครสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่ ดวงตาสีอำพันเหลือบเห็นคนๆนั้นเสียก่อน ฮยอกแจผวาเข้ากอดร่างสูงของคยูฮยอนที่ยังยืนนิ่งงันกับความคิดของตนเอง

“คุณคยูฮยอน...”เสียงสะอื้นสะท้อนดังจนซีวอนต้องเบือนสายตาเข้ามาในลิฟท์ ก่อนจะนิ่งค้างเมื่อเห็นน้องชายของตัวเองยืนอิงแอบกับคนรักของตนเอง

คยูฮยอนไหวตัวทัน หันมาเห็นดวงตาเบิกกว้างของพี่ชายแล้วเกือบๆจะสะดุ้ง รีบผลักร่างของอี ฮยอกแจออกห่างจนร่างบางกระแทกกับผนังอีกฝั่งของลิฟท์

“ฮยอกแจ!

ผู้ชายสองคนผวาด้วยความห่วงใย เดินเข้ามาหาร่างเล็กที่นิ่วหน้า แรงตกใจของคยูฮยอนมันไม่น้อยเลยทีเดียว หากเมื่อรู้สึกถึงดวงตาห่วงใยของใครบางคน เขาก็จำเป็นต้องแสร้งตีหน้าเศร้า ช้อนแววตาตัดพ้อขึ้นมองประธานหนุ่มที่ถลาเข้ามาก่อนน้องชายของตัวเอง

“ออกไปนะ!

ฮยอกแจผลักร่างสูงออกจากลิฟท์ ก่อนจะรีบกดลิฟท์หนีอีกคน แค่นั้นชเว ซีวอนก็ตกหลุมพรางได้อย่างง่ายดาย เอื้อมมือมากันไม่ให้ประตูลิฟท์ปิดลง ก่อนจะกระชากร่างของคยูฮยอนออกจากลิฟท์ สั่งกำชับน้องชายที่มองอีกคนด้วยแววตาห่วงใย

“นายออกไปก่อนนะคยูฮยอน!

คยูฮยอนยืนงง จนกระทั่งบานประตูลิฟท์ปิดถึงได้มานั่งไล่ทบทวนเหตุการณ์

 

ฮยอกแจ...กล้าขนาดโผเข้ามากอดเขาเลยเหรอ

 

**

ตอนนี้ไรเตอร์รู้สึกผิดเล็กๆแล้วล่ะ ที่วอนมันมีบทน้อยกว่าคนอื่น - -;;

จำได้ เรื่องนี้มันต้องเป็นพระเอกมะช่ายหร๋าาาา =A=;;

ตอนนี้เจกับน้องเอ้กกำลังเตรียมทำโอพีวีสำหรับเรื่องนี้นะฮับ >w</

ถ้าทำเสร็จแล้วช่วยมาดู + วิจารณ์กันสักนิด -..- ไม่รู้ฝีมือเราสองคนจะมีดีบ้างหรือเปล่า เหอๆ

สัญญาว่าตอนหน้าซีวอนจะมีบทเยอะขึ้นนะฮับ =..=/

สุดท้าย...ฮยอกแจจ๋า สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ ขอให้มีความสุข (รวยไม่ต้องพูดถึงเพราะเขาค่อนข้างงก 555+) และขอให้เหงือกงามยิ่งๆขึ้นไปนะหนู >w</
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,755 ความคิดเห็น

  1. #1705 ChovySilver (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 19:56
    เม้นห่างกันสามปี
    ความรู้สึกที่อ่านตอนนี้กับตอนนั้นมันต่างกัน...
    55555555555555555555555555555555
    #1,705
    0
  2. #1079 ChovySilver (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2555 / 19:35
    คิบอมชอมฮยอกแจหรอ

    ซับซ้อนนะเนี่ย

    สงสารคุณโจเบาๆ

    พี่ทงก็บ่รัก

    แล้วฮยอกแจยังเอาคุณโจเข้ามาเกี่ยว

    แม่คู่หมั้นพี่วอนก็นะคนเค้าไม่รักแล้วยังจะอยากได้

    แต่งกันไปก็ไม่มีความสุขหรอก
    #1,079
    0
  3. #900 ภรรยาฮยอกแจ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กันยายน 2555 / 18:58
    หน้าตบปากเลขาชะมัด -*- หน็อย พอฮยอกเงียบแล้วได้ใจใหญ่เลยนะ 
    ฮยอกเอารางวัลออสก้ามั้ยลูก หนูสุดยอดอ่าค่ะ 555555
    คยูกำลังสงสัยอะดิ >< 
    #900
    0
  4. #860 วารีสวรรค์ ^-^ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 เมษายน 2555 / 19:22
    ร้ายจริงๆฮยอก
    #860
    0
  5. #814 [ChaPloy]SJ13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 15:09
    ซับซ้อนมากเลยไรเตอร์ >< แต่ชอบๆๆ
    #814
    0
  6. #742 Mhoomin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 09:35
    ตีบทแตก!!!

    อยากให้แม่เลขาโดนอีกสักทีสองทีจริงๆ ปากมากนัก!!!
    #742
    0
  7. #280 ae snoopy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:58


    ฮยอกเนียนมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #280
    0
  8. #279 yepat@dD (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:09
    วอนตกหลุมจนได้
    #279
    0
  9. #278 ze_gusy club (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มกราคม 2555 / 11:10
    วอนนี่จะแต่งงานแล้วววววววว
    ฮยองแจจะทำไงต่อหว่า
    ตามต่อๆๆๆๆๆ
    #278
    0
  10. #277 พริกหยวก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2555 / 18:47
    วอนจะเเต่งงานแล้วววววว
    กลัวฮยอกแทนฮเยอิน XD

    คยูแฮหวานซึ้งจริงๆ ><
    #277
    0
  11. #276 chokie~~minum^^ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 15:21
    นุ้งคยูของหนูเกี่ยวไรด้วยอ่า

    ฮยอกจ๋า อย่าใช้คยูเป็นเครื่องมือเลยนะ หนูสงสารอุปป้า TT^TT

    ฮยอกแจ : แล้วแกไม่สงสารน้องชั้นหรอ

    นุ้งพลอย : ก็โจวคยูหนูไม่ได้เป็นคนทำนิ

    ฮยอกแจ : แต่มันเป็นน้องซีวอนนะ

    นุ้งพลอย : แล้วน้องแท้รึป่าวล่ะ : p

    ฮยอกแจ : แกอยากโดนตบใช่มั๊ย

    นุ้งพลอย : TT^TT กลัวแล้วจร้า
    #276
    0
  12. #275 'MIN' (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 21:27
    ฮยอกแจ นายได้แพ้ใจตัวเองแน่ๆ --
    #275
    0
  13. #274 phahae (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 18:55
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารคยู
    ทงเฮก็อ่านยากไม่แพ้ฮยอกแจเลยนะ
    เฮ้อ
    แล้วตกลงคิบอมเนี่ยรู้สึกยังไงนะ
    สับสนเรื่องคิบอมกับฮยอกแจมาก
    ไรเตอร์อ่ะ
    #274
    0
  14. #273 kmkmkm (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2554 / 11:44
    รอดูตอนฮยอกแจแก้แค้น ลุ้นๆๆๆ เร็วๆนะ

    แรงๆนะ 555555555555



    เรบชอบมากเรื่องนี้ เพื่อนจูบกัน

    ฮยอกเฮ เนี่ย ให้อารมณ์เพื่อนสาว ชิคๆ 55555555
    #273
    0
  15. #272 danger poppular (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2554 / 15:44
    ฮยอกเอารางวัลนักแสดงยอดเยี่บมไปเลย เก่งจริงอะไรจริง
    #272
    0
  16. #271 NK_Marine (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 15:53
    น้องสาววววววววววววว พี่นันมารายงานตัวแล้ววววววววววววว



    ขออภัยมาช้ามากมาย T T มัวแต่หลงท่านชเวตัวยจริงไม่ลืมหูลืมตาอยู่



    ห่างหายฟิคไปพักใหญ่ๆ ๕๕๕๕๕๕



    แต่เรื่องนี้เด็ดจิงอะไรจิงอย่างที่ขอไว้เป๊ะ



    ตอนนี้แอบกี้ดคิอึนไม่ไหวแล้วนะ ชอบมากมายอ่ะ ๕๕๕๕



    ชอบบทฮยอกแจและอึนฮยอกมาก แม้จะเป็นแฝดแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกอย่าง



    ชอบความรักที่ทั้งสองพีน้องมีให้กันมากๆ อบอุ่นสุดๆๆ



    แต่ยังไงก็เชียฮยอกแจให้แก้แค้นชเวนะ อย่าเพิ่งใจอ่อนนะค่ะ ๕๕๕๕๕



    ปล.รักเพลงประกอบเรื่องนี้ที่สุด มิลเลอร์คือเพลงของเอสเจที่พี่ชอบที่สุดนะ ความหมายโดนดีจิงๆ คิคิ



    ปล.คิดถึงน้องสาวน้า ไว้นัดป้าแล้วไปกินข้าวกัน หุหุ ^^



    #271
    0
  17. #270 'Anchovy* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 00:32

    หมั่นไส้นังเลขา! (แผดเสียงแบบนางร้าย)
    5555 อินจัด

    ให้ฮยอกแรงอีก แรงอีก!นะไรเตอร์
    แบบ เอาเล็บข่วนหน้านังเลขา -.,- จิกหัวตบ น้ำกรดสาด!
    *0*~

    #270
    0
  18. #269 * [J]o[L]ee[P]op ,, ♥ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 22:49
    ฮยอกแจมีความแรงเป็นเลเวลอัพ! ><
    เลเวลอัพตามขึ้นทุกตอนเลยนะ 555
    ชอบๆๆๆๆ

    แล้วนี่มายุ่งกับคยูอีก  จะวางแผนอะไรอีกเนี่ย 
    แล้วลิฟท์ปิดไปแบบนั้น อ๊ากกก
    มันยิ่งอยากให้อ่านตอนหน้าไวๆอีกนะเนี่ย ><

    อึนฮยอกกับคิบอมจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว~
    แต่ดูเหมือนคิบอม... จะคิดอะไรกับฮยอกแจ..
    แล้วอึนฮยอกละคิบอม? พี่ไม่ดูแลอึนฮยอกแล้วหรอ ??

    อ่า... ตอนนี้คยูเฮน่ารัก
    แต่เค้ายังถือป้านวอนฮยอกน๊า ~ คิคิ
    แต่ชอบคยูแบบนี้อะ ดูอบอุ่นมากเลย ><

    ไรเตอร์สุ้ๆค่ะ เค้าคิดถึงฟิคเรื่องนี้มากมาย
    อยากชมโอพีวีและติดตามตอนหน้าแล้ว
    มาต่อไวๆนะค่ ส้ๆ ♥

    #269
    0
  19. #268 HIPPOPOTAMUS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 17:27
    Happy Birthday ลีฮยอกเเจ ^^ ขอให้พี่มีความสุขในทุกๆวันก็พอเเล้วค่ะ >.<

    ตอนนี้วอนออกน้อย เเต่ว่าคนูเริ่มสงสัยเเล้วอ่ะ ถ้าคยูรู้ว่าฮยอกเเจไม่ใช่อึนฮยอกจะเป้นยังไงนะ ^^

    ฮยอกเเจก็ยังคงความร้ายกาจ เเสดงซะเนียนเลย -*-

    สู้ๆนะคะพี่ไรเตร์
    #268
    0
  20. #267 JJ_loveSj08 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 16:12
    Happy Birthday Lee hyukjae



    #267
    0
  21. #266 patchkyuhae (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 10:04
    อยากอ่านคู่คยูเฮเยอะๆอ่ะ

    แบบว่าชอบน่ารักดี

    แต่วอนฮยอกก้อน่ารักดี

    รีบอัพนะคะรออ่านอยู่

    สู้สู้
    #266
    0
  22. #265 moobra (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 08:40
    มารยาหญิงนี่ร้ายนัก

    สู้สุดใจขาดดิ้นนะ
    #265
    0
  23. #264 geejajaa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 05:19
    กล้าพนันเลยว่าด๊องต้องใจอ่อน
    อาหมวยเราใจแข็งได้ไม่นานหรอก
    เจอหน้าหล่ออย่างคยู อ้อนทุกวัน เดี๋ยวก็ใจอ่อน

    วอนเอ๋ย ทำอะไรไม่ได้เลยจริงอ่ะ
    ดูไม่แมนเลย ไม่สามารถปกป้องฮยอกได้อ่ะ
    #264
    0
  24. #263 kamoo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 02:00
    ชอบอ่านคยูเฮคะ  แบบว่าน่ารักดี

    ไรเตอร์ขอคู่นี้อีกเยอะๆ นะคะ

    เป็นกำลังใจให้คะ
    #263
    0
  25. #262 Bïngchá~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2554 / 01:03
    happy birthday eunhyuk oppa saranghae!

    ขอบคุณอึนฮยอกที่เกิดมา : )
    ขอบคุณที่มาเป็นคนที่ยิ้มแล้วเห็นเหงือก ละลายใจสุดๆ
    ขอบคุณที่มาเป็นคนที่นิสัยดีในวง

    ขอบคุณจริงจริง

    Love Lee Hyukjae,EunHyuk,Anchovy
    #262
    0