สาวน้อยธรรมดากับการเดินทางตามหาความท้าทาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 47 Views

  • 0 Comments

  • 0 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    24

    Overall
    47

ตอนที่ 5 : วันแห่งการพักผ่อนครั้งที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 เม.ย. 62

วันที่  23   พฤษภาคม   ..2562

    ในวันนี้พวกเราทุกคนจะได้ไปเที่ยวเพื่อหยุดพักผ่อนชดเชยพลังงานที่เราเสียไปกับการเรียนแต่ก็เพราะเป็นวันหยุดเลยทำให้พวกเราในบ้านผู้หญิงทุกคนตื่นสายกันโดยเฉพาะฉันที่ทำงานดึกจนตื่นช้ากว่าใครเพื่อนเลยแต่บ้านผู้หญิงของเราก็มาถึงตรงที่นัดพบก่อนบ้านอื่นอีกวันนี้ทางดร.จอยได้นัดพวกเราทุกคนมาที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้านของพวกเราพอดีบอกให้มาเจอกันตอนแปดโมงครึ่งซึ่งตอนที่พวกเราบ้านผู้หญิงมาถึงบ้านผู้ชายก็ยังไม่มาสักทีจนประมาณห้าถึงสิบนาทีผ่านไปพวกผู้ชายก็เริ่มมารวมตัวกันที่จุดนัดพบพอดีกับที่รถมาถึงแต่ก่อนที่จะขึ้นรถพวกดร.จอยก็แจกน้ำกับขนมให้พวกเราหลังจากนั้นพวกเราก็แบ่งคนจะขึ้นรถกัน    รถที่มามีทั้งหมดสี่รถและแต่ละรถจะมีกลุ่มของพวกพี่จอยคอยดูแลคันละหนึ่งคนแต่จะมีคันหนึ่งที่จะให้หัวหน้าบ้านดูแลให้ซึ่งนั้นก็คือพี่อัตที่มีอายุเท่ากับพี่สาวของฉัน และเมื่อแบ่งคนกันเสร็จแล้วพวกเราก็ออกเดินทางกันทันทีในรถมีดร.จอยมาดูแลให้คนที่อยู่ในรถคันนี้ด้วยก็มีพี่สาวของฉัน   อลิซ   ไฟว์  ออมสิน   และก็ฉันส่วนผู้หญิงคนที่เหลือเขาก็ไปขึ้นรถของพี่โจ้พวกเราทุกคนขึ้นรถกันหมดแล้วก็ออกเดินทางกันระหว่างที่นั่งรถไปเรื่อยๆฉันเห็นดร.จอยกับคนขับรถเขาเปิดกระจกกันฉันเลยถามดร.จอยว่าขอเปิดบ้างได้ไหมเพราะฉันเป็นคนที่ความอึดอัดดังนั้นเวลานั่งรถฉันชอบที่จะนั่งริมหน้าต่างและเปิดกระจกไว้ซึ่งครั้งนี้เองก็เช่นกันลมเย็นจากข้างนอกกับวิวทิวทัศจากข้างนอกแค่นี้ก็ทำให้ฉันรู้สึกดีแล้วแต่ความรู้สึกดีนั้นก็จบลงเพราะพวกเรามาถึงที่หมายกันแล้ว   ฉันเปิดประตูลงจากรถและดูเหมือนพวกเราจะมาถึงเป็นคันแรกแต่คันอื่นๆก็กำลังขับลงมาตามพวกเราคนอื่นๆก็กำลังลงจากรถเช่นกัน    ตอนนี้พวกเรายืนอยู่ตรงหน้าสวนสัตว์แห่งหนึ่งพวกเรายืนคุยกันไประหว่างรอดร.จอยไปคุยกับเจ้าหน้าที่ที่นี้   ฉันพึ่งสังเกตเห็นว่าพี่ป้อกับพี่ต้นกล้าก็มาด้วยในที่สุดดร.จอยก็เดินกับมาพร้อมกับบอกพวกเราด้วยว่าห้ามพูดภาษากันเสียงได้พวกเราทุกคนพยักหน้าเข้าใจกันจากนั้นก็เรียงแถวกันเข้าไปข้างในกัน 

     พวกเราเดินชมสัตว์กันไปเรื่อยส่วนใหญ่ที่นี้จะมีแต่นกไม่ก็มีลิง  กวาง   เสือ   และก็หมี  เท่าที่ฉันเห็นก็มีแต่สัตว์ที่จะอาศัยอยู่ในภูเขาไม่ก็ป่า  ทีแรกก็รู้สึกตื้นเต้นแต่เพราะมันเป็นสัตว์ที่แทบพบเห็นได้ทั่วไปฉันเลยไม่ค่อยจะสนใจอะไรมากแต่บางคนจะสนใจมากและก็จะถ่ายภาพด้วยโดยเฉพาะพี่ป้อแต่ที่นี้ไม่ได้มีแค่สัตว์อย่างเดียว   มันมีพิพิธภัณฑ์นักปีนเขาทั้งประวัติและอุปกรณ์ต่างๆที่นี้มีหมดแถมดร.จอยบอกว่าที่นี้มีให้ดูหนังที่เล่าถึงประวัติการปีนเขาและมีให้ปีนเขาด้วย   พวกเราชมอุปกรณ์การปีนต่างๆเสร็จแล้วก็ออกมาจากพิพิธภัณฑ์กันมาซื้อไอติมกินกันเพราะงานนี้ดร.จอยบอกว่าจะเป็นคนเลี้ยงเองพวกเราต่อแถวกันยาวจนเกือบถึงประตูออกของพิพิธภัณฑ์เมื่อต่อแถวซื้อกันเสร็จแล้วพวกเราก็ไปยืนรอดร.จอยจ่ายตังค์ระหว่างรอพวกเราก็กินไอติมไปด้วยเลย     ไอติมที่ฉันกินอยู่เป็นรสชาติเหมือนชาที่ไทยเลยมันจะเป็นสีน้ำตาลส้มแบบอ่อนๆมีเม็ดเขียวๆเป็นท็อปปิ้งให้ด้วยพอพวกเรากินเสร็จแล้วดร.จอยก็บอกว่าจะพาดูหนังต่อด้วยพวกเรานั่งประจำที่กันเสร็จแล้วนั่งก็ฉายทันที    เรียกได้ว่าเป็นหนังที่น่าเบื่อมากมันเป็นวิดีโอที่เล่าถึงเรื่องราวที่มาที่ไปของการปีนเขาและที่น่าเบื่อมากกว่าเดิมก็เพราะมันเป็นวิดีโอภาษาอังกฤษที่ฉันพอแปลออกได้บางคำเอง  ฉันต้องรอจนหนังจบถึงจะออกจากห้องและหนังอันน่าเบื่อนี้ได้ซักทีและดูเหมือนคนอื่นจะไม่ต่างอะไรกับฉันเลยซักนิด

    ตอนนี้พวกเรากำลังจะออกจากสวนสัตว์ที่น่าเบื่อนี้ซักทีแต่กว่าจะหารถเจอพวกเราก็เหนื่อยแทบตายที่ต่อไปคือให้ไปนั่งกระเฉาลอยฟ้าแต่ว่าคนมันเยอะดร.จอยก็เปลี่ยนแผนให้ไปปีนเขาแทนซึ่งแน่นอนว่าฉันจะต้องไปปีนด้วยแน่ๆเพราะมันคืองานถนัดของอยู่แล้วเรื่องขวานผซากอย่างนี้น่ะแต่ที่น่าแปลกใจก็คือพี่สาวของฉันก็มาปีนด้วยเนี่ยซิพอฉันถามว่าทำไมถึงมาปีนเขาเพราะปกติเจ๊เขาไม่ค่อยทำอะไรแบบนี้แต่สรุปก็คือเจ๊เขาแค่อยากขึ้นไปถ่ายวิวข้างบนแค่นั้นเองที่เหลือที่ปีนเขาด้วยกันนั้นก็เป็นเด็กผู้ชายกันเกือบหมดมีผู้หญิงคนเดียวซึ่งก็คือณัชชุ   พวกเราต่อแถวปีนกันไปทีละคนณัชชุได้ปีนก่อนแล้วจากนั้นก็ตามด้วยฉันแล้วก็พี่สาวของฉันพอปีนขึ้นมาถึงข้างบนสุดแล้วก็ต้องยอมรับว่าวิวข้างบนนี้มันสวยมากจริงๆมันสามารถเห็นได้เกือบทั้งเมืองของดาร์จีลิ่งเลยทีเดียวว่าพี่สาวพอปีนขึ้นมาถึงเธอก็รีบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปต่อทันที    พวกเรานั่งชมวิวกันต่อแปปนึงแล้วก็ลงกันตามลำดับที่ขึ้นมาพอถึงตาที่ฉันจะต้องลงไปก็รู้สึกเสียวหลังนิดนึงเลยแฮะถึงฉันจะเคยปีนเขาแบบจำลองมาก่อนก็เถอะแต่ตอนลงมาเขาให้กระโดดลงไปแต่ครั้งนี้ต้องไต่ๆลงไปเนี่ยซิฉันลองนึกถึงตัวอย่างการปีนเขาที่อยู่ในคลิปดูซึ่งผลมันก็ออกมาดีอยู่หรอกแต่ก็มาคว้าน้ำเหลวตอนที่กำลังจะถึงพื้นแล้วน่ะถึงจะได้แผลถลอกมานิดหน่อยแต่ก็สนุกดีแหละฉันรอให้เขาปลดเชือกที่ผูกกับเอวฉันจนเสร็จแล้ววิ่งไปเอาของที่ฝากกับเพื่อนพอรอให้ทุกคนลงมากันครบหมดแล้วพวกเราก็เดินไปขึ้นรถเพื่อไปสถานที่ต่อไประหว่างทางฉันก็ค่อยมองข้างทางผ่านไปด้วยแต่คงเพราะถนนที่นี่มันวนไปวนมาเลยทำให้เกิดอาการเวียนหัวจนฉันเผลอหลับไปจนไม่สามารถรับรู้สิ่งรอบข้างลืมตาขึ้นอีกทีพวกเราก็มาถึงสถานที่ต่อไปแล้ว   ภาพตรงที่อยู่ตรงหน้าฉันนี้คือ  ภาพน้ำตกที่มีหินล้อมรอบเป็นชั้นเหมือนบันไดหินที่จะขึ้นสูงไปเรื่อยๆไม่รู้จบภาพน้ำตกที่อยู่ตรงหน้านี้มันช่างสวยงามมากสำหรับฉันอาจจะเพราะฉันเป็นคนชอบน้ำตกอยู่แล้วเวลาเจออะไรที่เกี่ยวกับน้ำตกหรือจะเป็นภาพน้ำตกข้างหน้าฉันก็มักจะถ่ายภาพเก็บไว้ครั้งนี้ก็เช่นกัน

       พวกเราเดินขึ้นสูงไปเรื่อยๆและก็แวะถ่ายตรงจุดชมวิวที่เขามีให้ถ่ายจนไปถึงชั้นบนสุดพวกเราก็แวะถ่ายรูปกันเป็นกลุ่มแต่ฉันก็ไม่ได้เข้าไปถ่ายด้วยเพราะฉันไปเนียนกับพี่ที่เขาไปถ่ายรูปหมู่จนโดนเพื่อนกับพี่สาวรุมว่ากันยกใหญ่ทีเดียว

ระหว่างเดินลงไปข้างหลังก็ถ่ายภาพน้ำตกข้างทางที่ยังไม่ได้ถ่ายไปเดียวบางครั้งก็แอบถ่ายภาพหลุดเพื่อนมาได้บางส่วนด้วย    พอพวกเราเดินลงมาถึงพื้นดินแล้วพวกเราก็เดินกลับรถเพื่อไปสถานที่ถัดไปซึ่งก็คือไร่ชาที่เป็นทางที่พวกเราผ่านมาก่อนไปน้ำตกแต่เพราะอาการเหนื่อยจากการเดินขึ้นน้ำตกบวกกับที่นี้ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจทำให้ไม่ค่อยมีคนลงจากรถมาดูไร่ชานี้เลย    ทีแรกฉันก็กะจะไม่ลงมาแต่เพราะอาการอยากถ่ายรูปจากที่น้ำตกยังไม่หายเลยเปิดประตูลงจากรถลงมาหาภาพวิวสวยๆถ่ายเล่นซึ่งก็ได้เยอะพอสมควรอย่างเช่นภาพข้างล่างนี้

คำอธิบาย: C:\Users\NEW\AppData\Local\Microsoft\Windows\INetCache\Content.Word\20190323_164211.jpgคำอธิบาย: C:\Users\NEW\AppData\Local\Microsoft\Windows\INetCache\Content.Word\20190323_164417.jpg

      พอได้วิวถ่ายเล่นจนเสร็จฉันก็เดินไปดูกลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่อยู่อีกคันกับโชว์ภาพที่ตัวเองถ่ายเมื่อกี้ทุกคนก็บอกว่าโอเคจากนั้นฉันก็ถามไปด้วยว่านั่งรถโอเคกันไหมทุกคนก็เริ่มระบายอารมณ์ที่เก็บกลั่นออกมาบอกว่าคนนี้ขับรถเร็วบ้างล่ะ   เบร็กกระทันหันบ้างล่ะ  บ่นกันซะจนฉันสงสารแทนเลยฉันฟังพวกเขาบ่นกันจนเสร็จก็เดินกลับรถตัวเองพอดีกับที่ต้องออกรถกลับบ้านแล้วก่อนฉันจะขึ้นรถฉันก็เหลือบมองไปเห็นพี่สาวกำลังสนุกกับการถ่ายรูปแบบอาร์ตๆของเธอฉันยิ้มให้กับพี่สาวโดนที่เจ้าตัวยังไม่เห็นแล้วก็ขึ้นรถไปประจำตำแหน่งของตัวเอง

    พวกเราขับรถกันมาเรื่อยๆไม่มีแวะที่ไหนกันกว่าจะถึงบ้านพักก็ประมาณหกโมงเย็นซะแล้วพอกลับมาถึงบ้านพวกเราต่างคนต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องไปพักผ่อนตามแบบของตัวเอง  ส่วนใหญ่ทุกคนจะไปเล่นโทรศัพท์กันแต่ฉันกลับมาทำงานและนั่งอ่านหนังสือของตัวเองต่อแบบไม่มีหยุดกว่าจะออกมาอีกทีก็ตอนกินข้าวเย็นแล้วก็กลับมาทำงานต่อเพราะเห็นว่าวันนี้เป็นวันหยุดฉันนั่งทำงานจนถึงตีสองครึ่ง    ฉันปิดเครื่องและก็เห็นพี่สาวฉันหลับทั้งๆที่ยังฟังเพลงอยู่เลยฉันเดินไปนอนริมเตียงประจำที่เดิมของฉันแล้วก็พึ่งจำได้ว่าพรุ่งนี้นัดพวกณัชชุกับไอติมไปกินข้าวด้วยกันแต่เพราะนัดตอนเที่ยงฉันเลยไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้จะตื่นสาย   ฉันปิดเปลือกตาของฉันอย่างช้าๆเพราะว่าพึ่งทำงานหน้าคอมมาเลยทำให้หัวสมองฉันยังคิดงานไม่หยุดแต่ฉันไม่ค่อยได้สนใจปล่อยมันไปจนสมองฉันไม่รับรู้สิ่งรอบข้างอีก

    วันต่อมาฉันตื่นประมาณเก้าโมงตรงทุกคนต่างนั่งกินข้าวเช้ากันอยู่เพราะเสียงพูดคุยมันดังจนทำให้ฉันรับรู้ได้ฉันลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันและกลับมาเปลี่ยนชุดที่ห้องตัวเองพอเปลี่ยนชุดเสร็จฉันก็กดเปิดเครื่องแล้วก็หยิบกล่องนมที่เตรียมมาดื่มจนเครื่องโหลดเปิดเสร็จฉันกดไปที่กูเกิลระหว่างรอโหลดฉันก็เปิดไปที่งานที่ทำค้างไว้เมื่อคืน      ฉันกลับไปที่หน้ากูเกิลอีกครั้งฉันกดเข้าเว็บยูทูปรอมันโหลดเสร็จฉันก็กดเลือกเพลงที่คิดไว้อยู่ในใจแล้วก็กลับไปหน้าที่ทำงานค้างต่อทันที     ฉันทำงานแบบไม่มีหยุดจนไอติมกับต้นหลิวมาตามไปซื้อของด้วยกันที่บิ๊กบราซ่าฉันบอกพวกเขาว่าขอเวลาแป็บนึงฉันรีบเซฟงานที่ค้างไว้และกดปิดเครื่องกับหยิบกระเป๋าเป้และหมวกคู่ใจของตัวเองมาใส่ทันที

    พอเช็คไม่ลืมอะไรแล้วฉันก็ปิดไฟและล็อกประตูจากข้างนอกพวกต้นหลิวไอติมที่พอเห็นฉันเสร็จแล้วธุระก็ออกไปกันทันทีพวกเราใช้ทางลัดเดินตรงไปบิ๊กบราซ่ากันระหว่างทางฉันถามสองคนนั้นไปด้วยว่าจะซื้ออะไรกันเพราะฉันจะไปดูผ้าห่มแบบเล็กๆสักหน่อยเพราะตอนกลางคืนพี่ฉันมักจะใส่เอากันหนาวตัวหนามาใส่ตอนนอนด้วยตลอดแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยฉันลองมาดูก่อนว่าแพงมากมั้ยถ้าไม่แพงจะไม่ซื้อแล้วหาถุงน้ำร้อนมาแทน   ส่วนสองคนนั้นบอกว่าจะไปซื้อกระติกน้ำพอพวกเราเดินมาถึงบิ๊กบราซ่ากันแล้วพวกเราก็เดินไปล็อบบี้ฝากกระเป๋าก่อนที่จะเดินขึ้นชั้นสองไปเดินดูกระติกน้ำกันพวกเราดูกระติกกันหลายแบบจนทั้งสองก็ได้กระติกน้ำแบบที่ตัวเองชอบเมื่อกระติกน้ำแบบที่ตัวเองชอบกันแล้วพวกเราก็เดินไปที่เคาร์เตอร์จ่ายตังค์ทันทีระหว่างรอสองคนนั้นจ่ายตังค์กันฉันก็บอกว่าขอเดินไปดูผ้าห่มหน่อยสองคนนั้นก็พยักหน้าเข้าใจกันฉันเดินดูผ่าห่มไปเรื่อยจนสองคนนั้นจ่ายตังค์กันเสร็จแล้ว

     ฉันลองถามทั้งสองคนว่าเอาแบบไหนดีเพราะมันมีหลายแบบหลายราคามากจนทำให้ฉันเลือกไม่ถูกพวกเราปรึกษากันอยู่นานสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าไว้มาซื้ออีกทีหลังเพราะใกล้ถึงเวลาที่นัดกับพวกณัชชุพวกเราเดินออกมาข้างนอกจากนั้นต้นหลิวก็โทรหาณัชชุกับพายเพื่อจะเดินไปร้านอาหารที่ณัชชุแนะนำมาชื่อว่าkunga   restaurant  ถ้าจำไม่ผิดร้านนี้ก็เป็นร้านที่แม่ของฉันเคยบอกว่าอร่อยพอกินได้อยู่พวกเราเดินไปหาณัชชุกับพายที่ร้านเลยพวกเราเดินมาถึงหน้าร้านกันพวกณัชชุก็เข้ากันไปนั่งรอในร้านกันซะแล้วพวกเราเดินเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับพวกณัชชุแล้วก็สั่งข้าวพร้อมกัน

   พวกเราสั่งอาหารกันคนละอย่างกับน้ำโคล่ากันคนละขวดระหว่างนั่งรอทุกคนไม่มีใครเปิดปากพูดคุยสักคำมีก้มหน้ามองโทรศัพท์ของตัวเองคงมีแต่ฉันที่นั่งอ่านหนังสือนิยายมาหาแรงบันดาลใจอ่านอยู่คนเดียว     ผ่านไปนานแสนนานกว่าอาหารของพวกเราจะมาอาหารที่พวกเราสั่งมาส่วนใหญ่เป็นอาหารแบบเส้นมีของไอติมคนเดียวที่เป็นแบบข้าวกับน้ำซุป    อาหารของพาย   ต้นหลิวและณัชชุที่สั่งอาหารเส้นเป็นน้ำแต่ของฉันเป็นแบบแห้งแต่ที่น่าหนักใจของพวกเรามากที่สุดก็คืออาหารมันเยอะเกินกว่าที่คนธรรมดาจะกินได้!!!

      แต่เพราะต้นหลิวบอกว่าจะเลี้ยงข้าวมื้อนี้ให้พวกเราที่เหลือก็เลยไม่กล้ากินเหลือกันแต่สุดท้ายถึงแม้อาหารจะอร่อยพอถูกปากแต่มันก็เยอะเกินไปจนพวกเรากินกันไม่ไหวเพราะยังไงท้องของพวกเราก็เป็นท้องคนไม่ใช่ท้องช้างจะให้กินเยอะขนาดนี้ก็ไม่ได้สุดท้ายพวกเราก็กินกันจนเหลือครึ่งจานมีแต่ไอติมที่กินจนเกือบหมดจานแล้ว  พอจ่ายตังค์ค่าอาหารจนเสร็จพวกเราก็เดินทางกันกลับบ้านบ้างครั้งพวกเราก็แวะดูของตามข้างทางกันบ้างจนถึงบ้านพวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้องใครห้องมันซึ่งแน่นอนทุกคนก็ยังอยู่กับสังคมก้มหน้ากันเหมือนเคยและอาจจะนับฉันด้วยเพราะฉันเองก็กลับมาทำงานหน้าจอคอมเหมือนเดิมต้องขอบคุณพวกพายทำให้ได้อารมณ์ในการเขียนนิยายมาเพิ่มจนไม่สามารถหยุดได้ทีเดียวแม้แต่ตอนที่พี่สาวฉันกลับมาจากการไปเที่ยวกับเพื่อนฉันก็ยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด

 


ปล.ขอโทษทุกท่านด้วยน่ะ   พอดีมันมีปัญหาทางเทคนิคนิดหน่อยเลยทำให้มองไม่เห็นภาพเลย     และอยากจะบอกทุกคนว่าเพราะเมื่อก่อนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเรียนทำให้อัพตอนช้าไปนานมาก   

ดังนั้นต่อไปนี้เราจะรีบอัพตอนก่อนหน้านี้ที่ค้างไว้เป็นการชดเชยน่ะ   ยังไงก็ฝากติดตามการเดินทางตามท้าทายของสาวน้อยธรรมดาด้วยน่ะ บาย       

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น