FALLEN ANGEL HEAVEN:เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล

ตอนที่ 22 : เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล ตอนที่ 20 ผู้ปองร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ต.ค. 58

เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล
ตอนที่ 20 : ผู้ปองร้าย
 
 
 
 
 
 
           "คุณซินางิครับ ตื่นได้แล้วครับ เดี๋ยวก็ไปสายหรอกครับ"
 
           เสียงเรียกอันแสนคุ้นหูดังขึ้นข้างเตียง ส่งให้ชายหนุ่มเรือนผมสีดำต้องปรือตาขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย ความรู้สึกยามตื่นเช้าอันเป็นศัตรูตัวฉกาจจู่โจมเข้าใส่ไม่ยั้ง จนเขารู้สึกอย่างจะหลับตาแล้วจมลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้งเสียเหลือเกิน
 
          แต่ดูเหมือนเจ้าของเมื่อครู่นี้จะไม่ยอมให้คนที่นอนอยู่ทำตามใจได้โดยง่าย ฉับพลันหน้าต่างที่มีผ้าม่านปิดอยู่ก็ถูกเปิดออกมาพร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ที่กำลังหลับอยู่ต้องยู่หน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยความไม่พิสมัยกับพระอาทิตย์ยามเช้า เขาจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวทันที
 
          ทว่าผ้าห่มของเขาก็ถูกดึงออกไปด้วยฝีมือใครบางคน ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักจึงต้องค่อยๆลืมตาขึ้นมามองใบหน้าของผู้กระทำอย่างไม่พอใจ ในสายตาของเขาก็พบกับเจ้าของฝีมือ ซึ่งเป็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาชนิดที่ว่าพระเอกหนังยังต้องชิดซ้าย มือสีขาวซีดถูกยกขึ้นมาเกาศรีษะพลางส่งยิ้มแห้งๆชวนน่าหลงไหลให้กับซินางิที่กำลังยันตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างช้าๆ
 
          มือข้างขวาถูกยกขึ้นมาขยี้ตาเพื่อไล่ความง่วง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลซักเท่าไหร่ "เคลเวียส... นี่นายคิดจะฆ่าชั้นรึไงกัน เล่นเปิดผ้าม่านแบบไม่ถงไม่ถามสุขภาพจิตซักคำเลยเนี่ย" คำบ่นของซินางิดังขึ้นมาเบาๆ แต่มันก็ดังมากพอที่จะทำให้ผู้เป็นต้นเหตุของความไม่พอใจต้องยิ้มขำกับท่าทางของชายหนุ่มที่กำลังยันตัวขึ้นมานั่งบนเตียง
 
          "ก็มันช่วยไม่ได้นี่ครับ ปกติคุณซินางิมักจะตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีห้ามาปลุกผมเสมอนี่นา แต่เมื่อคืนนี้เล่นหลับดึกซะขนาดนั้นมันก็..."
 
          แต่ทว่าเมื่อเคลเวียสมองท่านั่งของซินางิแล้วก็ถึงกับต้องแทบลืมหายใจ เนื่องจากชายหนุ่มที่ยังคงพ่นคำบ่นออกมาอย่างงัวเงียไม่หยุดนั้น กำลังนั่งอยู่ในท่าแบะขาออกไปรูปตัว W และด้วยความที่เขาสวมกางเกงขาสั้น จึงทำให้เรียวขาอันขาวนวลเผยขึ้นมาให้เจ้าชายแวมไพร์ได้เห็นเต็มสองตา 
 
          แถมไม่พอเสื้อสีฟ้าที่เป็นแบบติดกระดุมนั้น กระดุมเม็ดสุดท้ายบนสุดยังไม่ถูกติดอีกด้วย จึงทำให้คอเสื้อที่ค่อนข้างกว้างอยู่แล้ว ต้องไหลลงมาเผยให้เห็นไหล่สีขาวนวลทั้งสองข้างชวนน่าหลงไหล 
 
          ใบหน้าสีขาวนวลแสนน่ารักยามใดที่ได้ต้องกับแสงอาทิตย์จะส่องประกายออกมาอย่างบอกไม่ถูก เสมือนมีเสน่ห์บางอย่างจนองค์ชายหนึ่งเดียวภายในห้องพักรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่บุรุษเพศเหมือนกับเขา แต่หากเป็นสาวน้อยร่างเล็กอันแสนบอบบางดูน่าถนุถนอมอย่างไรอย่างนั้น
 
          เคลเวียสรีบส่ายหน้าเบาๆไล่ความคิดอันแปลกประหลาดของตนเองออกไป ก่อนจะพูดกับซินางิที่ยังนั่งอยู่บนเตียงด้วยท่านั่งแปลกๆว่า "คะ... คุณซินางิครับ... ผะ... ผมว่าคุณซินางิควรรีบ ปะ... ไปแต่งตัวก่อนนะครับ ตอนนี้มันเจ็ดโมงแล้วด้วย" ชายหนุ่มเจ้าของผมสีเงินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แต่ดูเหมือนด้วยอาการสะลืมสะลือของซินางิ ทำให้เขาไม่สังเกตตรงส่วนนี้ซักเท่าไหร่
 
          "เข้าใจแล้ว..." อดีตเทวทูตหนุ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนที่เขาจะหย่อนเท้าลงบนพื้นแล้วเดินเข้าห้องน้ำ โดยไม่ลืมหันไปคว้าเอาชุดนักเรียนสีเขียวติดตัวไปด้วย
 
          หลังจากจัดการกับคนขี้เซาคนหนึ่งไปแล้ว เคลเวียสก็ต้องจัดการกับอีกหนึ่งคน แวมไพร์หนุ่มหย่อนก้นลงบนเตียงของซินางิแล้วปลุกคาน่าที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆหมอนที่ซินางิใช้หนุนหัว 
 
          แฟรี่ตัวน้อยขี้เซาตอนนี้อยู่ในชุดนอนที่เป็นเสื้อกระโปรงสีขาวสะอาด เธอใช้หมอนใบเล็กสำหรับหนุนนอนและผ้าห่มขนาดเท่าผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ห่มร่างกายคอยให้ความอบอุ่น และด้วยความที่แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านหน้าต่างยังคงเปิดอยู่ จึงทำให้คาน่าต้องเอาผ้าห่มคลุมทั้งตัวเพื่อหนีจากแสงแดดยามเช้าอันเป็นศัตรูตัวฉกาจของเธอ
 
          พอถูกองค์ชายกวนเวลาตอนนอนมากเข้า เจ้าตัวจึงยอมตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะบินไปแต่งตัวใต้เตียงของซินางิที่ตอนนี้กลายเป็นฐานทัพของแฟรี่สาวคนนี้ไปเสียแล้ว
 
          เคลเวียสส่ายหน้าน้อยๆด้วยความเหนื่อยใจกับคนขี้เซาทั้งสองคนนี้ ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปที่เตียงตนเองเพื่อจัดอุปกรณ์การเรียนให้เรียบร้อย ระหว่างจัดการธุระส่วนตัวอยู่เขาก็หวนนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนนี้ ตอนนั้นซินางิเดินเข้ามาในห้องพักด้วยท่าทางอิดโรย จนเขาที่กำลังทำการบ้านอยู่ยังต้องตกใจเมื่อหันไปมอง
 
          เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าถึงเรื่องทั้งหมดที่ออกมาจากปากของอดีตเทวทูตหนุ่มแล้ว เขาก็ต้องตกใจจนแทบตกเก้าอี้ คาน่ารีบบินมากอดมือของซินางิเอาไว้แน่นราวกับกำลังปลอบใจชายหนุ่มเรือนผมสีดำอยู่ เคลเวียสมองไปที่ซินางิด้วยสีหน้าหนักใจ ก่อนจะพูดปลอบคนตรงหน้าเสียนาน กว่าจะทำใจได้เวลาก็ล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนเสียแล้ว
 
          "เฮ้อ..." เคลเวียสถอนหายใจออกมาเบาๆ มือข้างขวาหยิบหนังสือวิชาฟิสิกส์ยัดลงกระเป๋า ตามมาด้วยวิชาเคมี แต่เขาก็ต้องรีบดึงเอาหนังสือวิชาฟิสิกส์ออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าหนังสือเล่มนี้มันเป็นของซินางิ
 
          แวมไพร์หนุ่มมองตารางสอนของอดีตเทวทูตหนุ่ม ก่อนจะหยิบหนังสือและสมุดวิชาคณิตศาสตร์ยัดลงไปในกระเป๋าของซินางิ แล้วหันไปคว้าปากกาและปากกาลบคำผิดขึ้นมายัดลงไปอีกช่องหนึ่งของกระเป๋า
 
          ทุกๆเช้าเขามักจะทำอย่างนี้เสมอ หน้าที่ของเคลเวียสก็คือจัดตารางสอนของวันนั้นๆให้กับทั้งสองคนและตัวเขาด้วย  ส่วนซินางิจะคอยดูแลงานบ้านภายในห้อง ไม่ว่าจะทั้งทำอาหาร ทำความสะอาดห้องน้ำ ล้างจาน ถูพื้น ซักผ้า และอีกสารพัดอย่าง ซึ่งหน้าที่ของแวมไพร์หนุ่มอีกอย่างหนึ่งก็คือสอนการบ้านให้ซินางิอีกด้วย
 
          "เคลเวียส! คาน่า! เช้านี้เอาเป็นอาหารง่ายๆละกันนะ" เจ้าของเสียงวิ่งแจ้นออกมาจากห้องน้ำในชุดนักเรียนสีเขียวอ่อนของโรงเรียน โอซีลูเอล ซินางิวิ่งเข้าไปในห้องครัวทันที ก่อนจะรีบทำอาหารโดยไม่ฟังคำตอบของใครทั้งสิ้น
 
          เคลเวียสพ่นลมหายใจออกมา พลางยิ้มบางๆ ถึงแม้จะเป็นอาหารง่ายๆก็เถอะ แต่ถ้าคนทำเป็นซินางิล่ะก็ รสชาติมันต้องเยี่ยมอยู่แล้ว
 
          อร่อยยิ่งกว่าอาหารของเชฟในราชวังของเขาเสียอีก...
 
          และความคิดของเคลเวียสก็ไม่ผิดหวัง ถึงแม้อาหารที่ซินางิจะทำให้มันจะเป็นอาหารง่ายๆอย่าง ไข่ดาว เบคอนและขนมปังปิ้งทาเนย แถมด้วยสลัดผักก็ตาม แต่มันก็อร่อยอย่างน่าเหลือเชื่อ 
 
          แม้แต่คาน่าที่ทำท่าจะหลับอยู่รอมร่อถึงกับตาสว่างวาบ ช้อนและส้อมเล็กๆในมือของแฟรี่ตัวน้อยตวัดไปมาบนจานอย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียงครู่เดียวจานของเธอก็ว่างเปล่าเสียแล้ว โดยที่อาหารทั้งหมดถูกยัดอยู่ในกระเพาะเล็กๆของเธอ จนท้องของแฟรี่ตัวน้อยดูป่องขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะค่อยๆยุบลงไปกลับมาเป็นร่างอันแสนเพรียวบางไร้ซึ่งไขมันอีกครั้ง
 
          ...เป็นปรากฏการแปลกประหลาดที่มักจะเห็นในตอนเช้าอยู่บ่อยครั้ง
 
          หลังจากทานอาหารเช้าอย่างเร่งรีบเสร็จ ซินางิก็รีบเก็บจานและช้อนส้อมทั้งหมดไปแช่น้ำทิ้งเอาไว้ ชายหนุ่มบอกว่าเดี๋ยวตอนเย็นค่อยกลับมาล้าง ก่อนจะรีบลากทั้งสองออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมล๊อคประตูห้องกันขโมยไว้ด้วย 
 
          ส่วนคาน่าก็บินขึ้นมานอนบนหัวของซินางิเช่นเดิม
 
          ทั้งสองรีบก้าวเดินมาที่หน้าลิฟท์ทันที เคลเวียสรีบกดปุ่มลงของลิฟท์แล้วยืนรอ "ให้ตายสิ... สายขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย" ซินางิบ่นพึมพำขึ้นมาเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์ พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูด้วย ตัวเลขในนาฬิกาปัจจุบันบอกว่าตอนนี้เป็นเวลา 7 โมงครึ่งแล้วด้วย ซึ่งคาบเรียนแรกของเขาก็คือตอน 8 โมง เป๊ะๆซะด้วยเนี่ยสิ!
 
          ถ้าไปสายมีหวังอดเช็คชื่อเป็นแน่...
 
          ...คะแนนทุกคะแนนย่อมมีค่าสำหรับเขาที่ผลการเรียนไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่อยู่แล้ว
 
          รอไม่นานนักประตูลิฟท์ก็เปิดออก ไม่รอช้าทั้งสองรีบเดินเข้าไปข้างในทันที ภายในลิฟท์มีนักเรียนอยู่ประมาณ 4 คน และหนึ่งในนั้นเป็นคนที่เขารู้จักซะด้วยสิ
 
          "อ้าว! อรุณสวัสดิ์ครับ คุณลอล่า" เคลเวียสเป็นคนแรกที่ทักทายแมงมุมสาว เธอพยักหน้ารับคำทักทายก่อนจะก้มหน้าลงไปเล่นใยในมือของเธอ โดยไม่สนใจใครอีกครั้ง
 
          การกระทำของหล่อนส่งให้ซินางิที่กำลังทักทายเป็นคนต่อไปต้องยกมือค้างเก้อ ชายหนุ่มเกาหัวอย่างเซ็งๆแล้วมองใยในมือของแมงมุมสาวที่กำลังถูกยืดเป็นรูปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปดาว หรือรูปสะพาน
 
          เหมือนเล่นด้าย...
 
          อดีตเทวทูตหนุ่มสังเกตคนอื่นๆที่อยู่ในลิฟท์ทันที สายตาวาววับของพวกเขาจ้องมองมาที่ลอล่าเป็นตาเดียว มันก็ไม่แปลกนักด้วยใบหน้าสวยนิ่งดูมีเสน่ห์ และหน้าอกหน้าใจที่ค่อนข้างจะล้ำหน้าอยู่พอสมควร บวกกับเรือนร่างที่เพรียวบางราวกับนางแบบ ทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาได้ง่ายมาก
 
          'เจ้าพวกนี้...' ซินางิคิดอย่างเหนื่อยใจ สายตาสังเกตจุดที่แมงมุมสาวยืนอยู่ก็เห็นว่าเธอยืนอยู่ตรงมุมของลิฟท์ เขาก็เลยจัดการยืนหันหลังให้ลอล่าแล้วใช้ร่างของเขาบังร่างของเธอซะเลย
 
          ถึงแม้ว่าเธอจะสูงมากกว่าเขาก็เถอะ แต่ก็แค่ส่วนศรีษะเท่านั้นแหละที่เลยขึ้นมา ด้วยการกระทำของซินางิจึงทำให้นักเรียนชายทั้งสามในลิฟท์ต้องอดดูอาหารตายามเช้าไปโดยปริยาย
 
          สายตาทั้งสามคู่จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่พอใจ แต่ซินางิก็ทำเป็นเมิน เอามือจกกระเป๋าแล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอย่างไม่สนใจ ซึ่งเป็นการกระทำที่หน้าด้านพอสมควร
 
          ลอล่าเหลือบตาขึ้นมามองแผ่นหลังของอดีตเทวทูตหนุ่มตรงหน้าที่ยืนหันหลังให้เธอ หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะก้มลงไปเล่นใยในมือของตนเองต่อ
 
          ราวกับว่าไม่มีอะไรสนุกไปมากกว่านี้อีกแล้ว...
 
     ติ๊ง!
 
          เสียงเล็กดังขึ้นก่อนที่ประตูลิฟท์จะเปิดออก นักเรียนทุกคนภายในไม่รอช้ารีบเดินออกมาจากลิฟท์ทันที "ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีว่าช่วงเช้าผมต้องไปเรียนพละน่ะครับ" เคลเวียสพูดขึ้นมา ก่อนที่เขาจะกระชับกระเป๋าเรียนในมือ โดยไม่ฟังคำตอบของซินางิเขาก็วิ่งหายลับไปเสียแล้ว
 
          อดีตเทวทูตหนุ่มยืนนิ่งอยู่หน้าหอพัก หรือจะเรียกว่าโรงแรมดีก็ไม่ทราบ เขาพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะส่ายหน้าไปมาเรียกเสียงครางของแฟรี่ตัวน้อยที่นอนอยู่บนหัวของเขาได้เป็นอย่างดี "คาน่าตื่นได้แล้ว คาบเช้าเธอต้องไปเรียนวิชาเวทมนตร์ที่อาคารเรียนอีกหลังนึงไม่ใช่เหรอ" ซินางิพูดออกมาทันที คาน่าครางออกมาเบาๆเหมือนตอบรับ ก่อนที่เด็กสาวตัวน้อยจะกระพือปีกบินออกไปอย่างช้าๆ แต่ก็ไม่ลืมกล่าวลาเขาก่อนจากไปด้วย
 
          ซินางิคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เมื่อเห็นท่าทางการบินที่แสนจะเอื่อยเฉือยของคาน่ามันดูเหมือนจะตกอยู่รอมร่อ แต่เขาเชื่อว่าเธอมีสติมากพอที่จะบินไปได้แน่นอน "เอาล่ะนะ..." เมื่อเห็นว่าเพื่อนจากไปหมดแล้ว ส่วนลอล่าก็หายไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบ เขาจึงรีบวิ่งตรงเข้าไปในโรงเรียนที่มีลักษณะภายนอกเหมือนกับปราสาททันที
 
          เมื่อซินางิขึ้นไปถึงห้อง 1-B เขาก็ต้องเป่าปากอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็มาทันก่อนที่ครูจะเข้ามาสอนน่ะนะ ซึ่งทันทีที่เขาหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ หญิงสาววัยกลางคนก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับใบเช็คชื่อพอดี
 
          'รอดไปหวุดหวิดเลยวุ้ย...'
 
 
 
 
 
     กริ๊ง~
 
          เสียงออดพักเที่ยงดังขึ้น ก่อนที่ผมจะฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะทันที อา... การเรียนการสอนที่นี่... ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ทำตัวชินไม่ได้ซักทีแฮะ ตอนนี้สมองของผมคงโอเวอร์ฮีทไปแล้วมั้ง
 
          เหนื่อยชิบเป๋ง...
 
          "เฮ้! ซินางิ ป๊ะ! ไปกินข้าวกัน" ผมเหลือบตามองเจ้าของเสียง อ่อ... เป็นเจ้ากาตี้นี่เองที่มาเรียก ผมยันตัวลุกขึ้นมาแล้วมองไปที่เจ้ากัปปะหน้าตากวนส้นพอสมควร ข้างๆเองก็มีเรือรบที่ยืนเอามือจกกระเป๋ารออยู่
 
          "อ่า... แล้วจะกินอะไรกันล่ะ" ผมตอบรับด้วยท่าทางเหนื่อยๆ ทั้งสองคน เอ... ควรจะเรียกว่าตนเนอะ ช่างมันเหอะ เรียกยังไงก็เหมือนกันน่ะแหละ ทั้งสองคนเองก็ดูจะไม่สนใจกับท่าทางของผมมากนัก เหมือนจะชินแล้วด้วยซ้ำ
 
          ทุกๆวันผมก็เป็นแบบนี้แหละ เรียนเสร็จก็จะทำตัวเหมือนคนหมดแรง อย่างกับว่าเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างไรอย่างงั้น "เดี๋ยวพวกเราจะออกไปหาข้าวกินกับทุกคนกัน ตอนนี้ก็คงรออยู่ตรงไม้หินอ่อนใต้ต้นไม้น่ะแหละ" เรือรบบอกกับผม ก่อนที่พวกเราจะเดินออกจากห้องเรียน เหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆที่รีบวิ่งออกมาจากห้องเรียน เพื่อไปเติมพลังงานหลังจากเรียนมาอย่างหนักในช่วงเช้า
 
          เมื่อพวกเราเดินออกมาจนถึงหน้าโรงเรียนแล้ว ก็เห็นเพื่อนของผมนั่งรออยู่ตรงโต๊ะไม้หินอ่อนใต้ต้นไม้กันทั้งก๊ก ขาดก็แต่เคลเวียส ฟอเรียร์ และลอล่าเท่านั้น
 
          ผมหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นเคลเวียสซักที ก็เลยลองถามฟาเทียร์ดู "ฟาเทียร์ รู้มั้ยว่าเคลเวียสหายไปไหน" ฟาเทียร์ทำท่าคิดซักพักก่อนจะส่ายหน้าให้ผม
 
          "ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ วันนี้ทั้งวันไม่เห็นเขาเลย" ฟาเทียร์พูดออกมาอย่างจนใจ เธอคงจะไม่รู้จริงๆแฮะ
 
          ทันใดนั้นคาร่าก็ดันพูดขึ้นมาซะก่อน "อ๋อ... เคลเวียสเหรอ ตอนนี้เขากำลังช่วยงานอาจารย์อยู่น่ะ เขาฝากมาบอกว่าให้ไปกินข้าวก่อนได้เลย" คำพูดของเธอคลายความสงสัยของผมไปได้ไม่น้อย แต่ความสงสัยของผมก็ยังไม่หมดไปหรอกนะ
 
          "แล้วเธอรู้ได้ยังไงน่ะคาร่า" คำถามของผมทำให้เธอมองผมด้วยสายตางุนงง เอ... นี่ตูถามอะไรแปลกๆไปป่าวฟะ
 
          "ชั้นอยู่ห้องเรียนเดียวกับเขานะ นี่นายไม่รู้เหรอ"
 
          คำตอบของเธอทำให้ผมเข้าใจทันที แต่ว่านะ... ตูไม่เคยไปเยี่ยมห้องเรียนของหล่อนเลยนะเฟ้ย! แล้วตูจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ
 
          ยังไม่ทันที่ผมจะได้เถียงกับยัยซัคคิวบัสต่อ เอลซ่าก็ดันพูดขึ้นมาซะก่อน "เมื่อไหร่จะไปกันซะที ชั้นหิวจะแย่อยู่แล้วนะ" คำพูดของเธอทำให้พวกเราทุกคนจำจุดประสงค์ที่มารวมตัวกันได้ในทันที เพื่อนของผมถึงกับยืนขึ้นกันทุกคนเลยทีเดียว
 
          "นางิคุง~" เสียงร้องเบาๆของคาน่าดังขึ้น พร้อมกับร่างของแฟรี่ตัวน้อยขี้เซาบินขึ้นมานอนแหมะอยู่บนหัวของผมอันเป็นที่นอนประจำของเธอ
 
          อดสงสัยไม่ได้เลยว่าเธอซื้อหัวผมไปเป็นที่นอนตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...
 
          ผมรู้สึกได้ถึงแรงดึกที่ชายเสื้อจึงหันไปมอง ก็เห็นซิลิก้าที่มองผมด้วยสายตาดูเหมือนเศร้าหมอง "นางิ... ไม่เป็นไรแน่เหรอ" เธอพูดกับผมขึ้นมาลอยๆ ผมคลี่ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเอ็นดู ก่อนจะยื่นมือไปกุมมือเล็กๆของซิลิก้า
 
          "ชั้นไม่เป็นไรหรอก สบายใจได้" ผมกระซิบให้เธอได้ยิน ซิลิก้ายังคงมีสีหน้าเป็นกังวลอยู่บ้าง แต่พอเห็นรอยยิ้มของผมเธอถึงยอมยิ้มออกมาบ้าง
 
          "จริงนะ"
 
          "อื้ม"
 
          เท่านั้นแหละซิลิก้าก็มีสีหน้าร่าเริงขึ้นมาทันที ผมอดแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของฮาร์ปี้สาวไม่ได้ แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะท่าทางซึมๆแบบนั้นมันไม่เหมาะกับสาวน้อยร่าเริงอย่างเธอหรอก
 
          ดูเหมือนการกระทำของผมกับซิลิก้าทำให้เพื่อนคนอื่นๆสงสัยซะแล้วสิ "นายคุยเรื่องอะไรกันน่ะ" สเลนเดียร์เดินเข้ามาถามผมด้วยสีหน้าสงสัย แถมไม่พอยังมีสายตาคาดคั้นของคนอื่นๆจ้องมาอีก ทำให้ผมเผลอหลุดปากบอกเรื่องที่ตัวเองบินไม่ได้ไปซะแล้ว
 
          ซินางิเอ้ย... ไอเจ้าคนขาดความอบอุ่น!
 
          ปฏิกิริยาของทุกคนเป็นไปตามที่ผมคาดเอาไว้ ความวิตกกังวลปรากฏบนสีหน้าของทุกคน สายตาหนักใจมองตรงมาที่ผมจนรู้สึกอึดอัด อันที่จริงผมไม่ควรบอกพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว
 
          "เอาน่า... ทุกคนอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ชั้นไม่เป็นอะไรหรอก ป่ะๆ ไปกินข้าวกันดีกว่า" ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามเป็นปกติมากที่สุด ก่อนที่ผมจะเอื้อมแขนไปโอบคอกาตี้และสเลนเดียร์ที่ทำหน้าเหมือนกินนมบูด แล้วผมก็ลากทั้งสองคนผ่านประตูโรงเรียนออกมา ทำให้คนอื่นๆต้องตามผมมาอย่างช่วยไม่ได้
 
          "ไม่เป็นอะไรแน่เหรอซินางิ" สเลนเดียร์ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ตอนนี้ผมเลิกกอดคอกาตี้และสเลนเดียร์แล้ว ส่วนคนอื่นๆตอนนี้ก็ตามมาทันแล้วด้วย ผมรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ อย่างกับผมอยู่ตรงกลางของกลุ่มเลยล่ะ
 
          "ชั้นไม่เป็นไรจริงๆ อีแค่เรื่องบินไม่ได้ก็ไม่ทำให้ชั้นตายหรอกน่า ขาก็มีอยู่ ตอนนี้ชั้นชินกับการเดินมากกว่าบินแบบเมื่อก่อนแล้วล่ะ" ผมตอบไปด้วยน้ำเสียงสบายๆ เพื่อให้คนอื่นๆรู้สึกสบายใจบ้าง ไม่รู้ทำไมถึงได้เป็นห่วงผมนักหนา แค่ปีกใช้การไม่ได้แค่นั้นเอง ไม่ใช่ขาหักซะหน่อย...
 
          "แต่ว่า... ถ้าเผ่าที่สามารถบินได้ ขาดปีก หรือไม่สามารถบินได้ไป มันก็เหมือนเสียอิสระภาพไปเลยนะ... ทางความรู้สึกน่ะ ชั้นก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน" สเลนเดียร์พูดกับผมด้วยประโยคที่ดูเหมือนเจ้าตัวพยายามคิดออกมาพูดให้ดูดีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
 
          ผมลองคิดตามที่เขาพูด สูญเสียอิสระภาพงั้นเหรอ... จะว่าไปก็ใช่แฮะ สำหรับเทวทูตที่เกิดมาก็บินได้เลยตั้งแต่ยังเป็นทารก หากปีกเสียหายจนใช้การไม่ได้ตลอดชีวิตไปก็เหมือนกับว่าตัวเองด้อยพลัง ภาพยามที่ได้มองเมืองและผืนป่าจากบนท้องฟ้าก็จะไม่ได้เห็นอีกตลอดกาล มันก็คงเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีตามที่สเลนเดียร์พูดน่ะแหละ

          เหมือนกับนกที่ขาดปีกของตนเองไป...
 
          แต่สำหรับผมที่ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ธรรมดานานถึง 2 ปี มันก็ไม่ลำบากอะไรมากนักหรอก จะให้พูดยังไงดีล่ะ ผมชินกับการที่เป็นเทวทูตติดดินไปตั้งนานแล้วล่ะ กับอีแค่บินไม่ได้ไปอีกหลายร้อยปีมันจะเป็นอะไรไป
 
          ผมส่ายหน้าให้สเลนเดียร์ แล้วยิ้มออกมาบางๆ "สำหรับคนอื่นๆก็คงจะรู้สึกอย่างนั้นแหละ แต่มันใช้กับชั้นไม่ได้หรอกนะ ฉันใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์มาตั้ง 2 ปีเชียวนะ กับเรื่องแค่บินไม่ได้น่ะ ไม่ทำให้ชั้นเป็นบ้าตายหรอก แถมต่อให้เศร้าไปก็ไม่ทำให้บินได้หรอกนะ" ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ด้วยคำพูดของผมทำให้คนอื่นๆเริ่มผ่อนคลาย แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงอยู่บ้างเล็กน้อย
 
          "ว่าแต่เราจะเข้าร้านไหนดีล่ะ เดินไปเรื่อยๆมันไม่ทำให้อิ่มหรอกนะ" เรือรบพูดขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปนาน ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาร้านอะไรดี ร้านที่พวกเราไปกินก็เป็นร้านเดิมๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ซักเท่าไหร่
 
          "ร้านหมูกระทะกันมั้ย" เอลซ่าเป็นคนแรกที่เสนอขึ้นมา ก่อนที่เธอจะชี้นิ้วไปที่ร้านหมูกระทะที่มีขนาดเท่าบ้านชั้นเดียว นักเรียนที่อยู่ในร้านก็ค่อนข้างเยอะพอสมควร
 
          "อ้วน" ผมกัดไปคำหนึ่ง ส่งให้ยัยเอลซ่าต้องตวัดสายตาจ้องมาที่ผมด้วยสายตาอาฆาต 
 
          "พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงยะ! ชั้นไม่ได้อ้วนซักหน่อย หุ่นของชั้นออกจะเพอร์เฟคเหมือนกับนางแบบจะตาย" ว่าแล้วเจ้าตัวก็เท้าสะเอวให้ดู ส่งให้ลูกแตงโมใหญ่ๆสองลูกเด้งไปมาตามการขยับตัว สายตาของผู้ชายโดยรอบต่างจ้องมาจนตาแทบถลน
 
          เออ... ที่ยัยนี่พูดมันก็จริงแฮะ หุ่นดีสุดๆ แม้แต่นางแบบยังต้องชิดซ้ายเลยมั้งเนี่ย "แหวะ! หลงตัวเอง" ถึงจะคิดอย่างนั้นก็เถอะ แต่การได้แกล้งยัยนี่มันสนุกจะตายไป
 
          "นายอยากตายมากนักใช่มั้ย!"
 
          "เอาสิ คิดว่ากลัวเหรอ"
 
          ผมยิ้มกวนๆให้เอลซ่าเห็นจนเจ้าตัวแทบปี๊ดแตก แต่ก็ถูกห้ามทัพด้วยมีร่าเสียก่อน ยัยกระต่ายขี้วีนก็ทำแก้มป่องพร้อมกับหันหน้าหนีผมไปซะแล้ว โถ่... อดแกล้งคนต่อเลยเรา
 
          แต่ที่ผมยั่วเอลซ่าไม่ใช่เพื่อแกล้งสนุกๆหรอกนะ ผมทำเพื่อให้คนอื่นรู้สึกผ่อนคลายต่างหาก ผมยังแอบได้ยินเสียงบ่นของเอลซ่ามาประมาณว่า 'ไม่น่าเป็นห่วงเลย' ประมาณนี้แหละ
 
          "คุณนางิอย่าไปยั่วโมโหเอลซ่าสิคะ เกิดเธอโกรธขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง" ฟาเทียร์พูดกับผมด้วยรอยยิ้มบางๆ ดูเหมือนการทะเลาะของผมกับเอลซ่าจะได้ผลจริงๆด้วยแฮะ
 
          ผมหัวเราะออกมาเบาๆ "ยัยนั่นโกรธแปปเดียวเอง เดี๋ยวก็หาย แถมสนุกดีด้วย" ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ เอลซ่าหันมาแยกเขี้ยวใส่ผมทีนึง แล้วหันหน้าหนีทันทีที่ผมหันไปมอง
 
          เป็นปฏิกิริยาที่น่ารักใช้ได้เลยนะเนี่ย...
 
          สุดท้ายพวกเราก็ต้องมาลงเอยที่ร้านอาหารญี่ปุ่น มันช่วยไม่ได้นี่นา เวลาพักเที่ยงมันก็มีให้น้อยซะด้วยสิ เดี๋ยวตอนบ่ายโมงครึ่งพวกเราก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วด้วย
 
          ระหว่างกินข้าวพวกเราก็คุยในเรื่องเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่มันก็ค่อนข้างจะไร้สาระน่ะนะ คุยเรื่องนึงจู่ๆก็ถูกลอยทะเลไปโผล่อีกเรื่องนึงซะงั้น
 
          "แล้วคุณซินางิจะทำยังไงต่อไปดีเหรอคะ เรื่องฝึกบินนี่ก็ต้องตัดทิ้งไปแล้วด้วย" มีร่าคุยกับผมด้วยน้ำเสียงไพเราะเสนาะหู เธอใช้ตะเกียบคีบซูชิไส้สาหร่ายขึ้นมากินทีละนิดทีละน้อยอย่างผู้ดี ต่างจากเรือรบและกาตี้อย่างสิ้นเชิง เจ้าสองตัวนั้นมันเล่นยัดอาหารเข้าปากแบบไม่สนใจสายตาคนรอบข้างเลยซักนิด
 
          "หืม... ก็คงต้องฝึกการใช้เวทมนต์ให้คล่องอย่างเดียวแล้วล่ะมั้ง ถึงแม้ฉันจะบินไม่ได้ แต่อย่างน้อยถ้าเป็นเวทมนต์ลมก็ยังพอพยุงตัวให้ชั้นลอยขึ้นได้อยู่นะ" ผมตอบคำถามมีร่าไปด้วยกินไปด้วย ตะเกียบในมือของผมจกไข่ม้วนไว้ทันก่อนที่จะถูกเรือรบขโมยไป เจ้าพวกนี้มันเหมือนกับเครื่องดูดฝุ่นสุดๆเลยแฮะ
 
          "ถ้าเป็นเรื่องเวทมนต์ เดี๋ยวดิฉันสอนให้ดีมั้ยคะ เผ่าเอลฟ์เชี่ยวชาญเรื่องเวทมนต์มากที่สุดในสองภพเลยนะคะ" ฟาเทียร์เสนอตัวเป็นคนสอนเวทมนต์ให้กับผม แล้วมีหรือที่ผมจะปฏิเสธน่ะ! การได้เรียนกับสาวสวยมันเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งเลยนะ
 
          "ให้ชั้นช่วยอีกแรงมั้ยคะคุณฟาเทียร์ เผ่านิมป์อย่างพวกเราเองก็เชี่ยวชาญเรื่องเวทมนต์ไม่น้อยเหมือนกัน"
 
          "ก็ดีเลยค่ะ ดิฉันกำลังจะเสนอให้คุณมาช่วยอยู่พอดีเลยค่ะ"
 
          ภาพที่สาวงามทั้งสองสนทนาพลางหัวเราะกันอย่างอารมณ์ดี มันทำให้ผมรู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูกเลยแฮะ 'ยูริสุดยอด!!!'
 
          เออ... ผมแค่คิดเล่นๆนะครับ
 
          "นางิ! หยิบทาโกะๆ ให้เค้าหน่อยสิ! เค้าเอื้อมไม่ถึงง่า..." ซิลิก้าที่นั่งอยู่บนตักของผมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเล็กแหลมของเธอ เรือนผมสีฟ้าส่ายไปมาคะยั้นคะยอให้ผมทำตามที่เจ้าตัวพูดให้ได้
 
          "มันเรียกว่าทาโกะยากิต่างหากเล่า หัดจำชื่ออาหารมั่งสิ" ผมเอ็ดไปหนึ่งที ก่อนจะยอมคีบทาโกะยากิมาป้อนให้ยัยจอมแก่นที่อ้าปากรอเอาไว้อยู่แล้ว
 
          "ก็มันจำยากนี่นา..."
 
          เฮ้อ... ให้ตายสิ
 
          หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้ว เนื่องจากไม่มีคนกระเป๋าหนักอย่างเคลเวียสคอยเลี้ยงอาหาร พวกเราก็ต้องหารค่าอาหารกันเอง จนเงินที่ผมมีน้อยอยู่แล้วยิ่งลดลงไปอีก 
 
          อนาคตคงต้องหางานพิเศษทำซะแล้วล่ะ ไม่งั้นมีหวังถังแตกแน่ๆ...
 
          ระหว่างทางกลับก็แวะร้านอยู่สองสามแห่ง ได้ของติดมือมาบ้างเล็กน้อย ส่วนผมไม่ต้องถามหรอก ไม่ซื้ออะไรเลย เงินไม่มี! ถึงจะมีแต่ก็จน!
 
          เข้าใจตรงกันนะ...
 
          พอกลับมาถึงโรงเรียนพวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้องเรียนของตัวเองทันที เนื่องจากตอนนี้ก็จวนจะบ่ายโมงจะครึ่งอยู่แล้วด้วย ผมเดินกลับห้องเรียนพร้อมกับเรือรบและกาตี้ที่ตอนนี้ท้องป่องเป็นลูกโป่งไปแล้ว
 
          มันช่วยไม่ได้นี่นา เล่นซัดอาหารไปเยอะซะขนาดนั้นน่ะ เงินตูแฟบลงก็เพราะไอเจ้าสองตัวนี้นี่แหละ กินได้กินดีเหลือเกิน!
 
          แล้วผมก็ต้องอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าวิชาในช่วงบ่ายคาบแรกเป็นวิชาภาษาต่างประเทศ
 
          เหนื่อยใจโว้ย!!!





          "บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ!"

          เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งดังออกมาจากเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่ดูกระเซอะกระเซิงพอสมควร เขารัวกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทมนต์ใส่กำแพงในห้องพักของตนเองไม่ยั้ง จนกำแพงปรากฏรอยร้าวปริแตกลามไปทั่ว 

          "แฮก... แฮก... แฮก..." เขาหอบหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย หลังจากที่ระบายอารมณ์ใส่กำแพงห้องของตนเองเสร็จแล้ว เขาก็ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นมองไปยังร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าหยาบกร้าน และรอยแผลเป็นตามใบหน้า เขายืนมองการกระทำของคนตรงหน้านิ่งไม่พูดอะไรตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว

          ชายหนุ่มคนนั้นขมวดคิ้วกอดอกมองความบ้าคลั่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเปิดปากพูดเป็นครั้งแรกหลังจากเข้ามาในห้องว่า "นี่คุณชายไปติดพิษสุนัขบ้าที่ไหนมาวะครับ ทำไมวันนี้ถึงได้ดูคึกได้คึกดีจริงๆ" คำพูดของเขาช่วยไปกระตุ้นอารมณ์ของเด็กหนุ่มให้เดือดพล่านมากขึ้นไปอีก

          "หุบปากไปซะฟุนิน! แกไม่เข้าใจถึงความรู้สึกของชั้นรึยังไง!!!" เด็กหนุ่มตะคอกใส่ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในห้องจนน้ำลายกระเซ็น ชนิดไม่ไว้หน้าคนที่แก่กว่าเลยแม้แต่น้อย แทนที่จะปรากฏริ้วรอยความไม่พอใจบนใบหน้าของเขา แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มทะเล้นแทน

          ชายหนุ่มกระตุกยิ้ม "ก็ผมไม่เข้าใจนี่ครับ ผมไม่ใช่คุณซะหน่อย" คำย้อนของเขาทำให้ เด็กหนุ่มอารมณ์เสียมากไปกว่าเดิม

          "แกไม่ต้องมาย้อนชั้นเลยนะ ชั้นจ้างแกมาให้มารับใช้ชั้น ไม่ใช่มาทำตัวอวดดีอย่างนี้!" เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มชี้นิ้วพูดตะคอกใส่อย่างออกรสออกชาติ ส่งให้ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหยาบกร้านออกยี่ห้อนักเลงต้องพ่นลมออกมาอย่างเหนื่อยใจ ราวกับปลงนิสัยของคนตรงหน้าไปแล้ว

          ฟุนินยกแขนขึ้นมากอดอก "ถึงแม้คุณจะเอาเงินมาฟาดหัวผมให้ผมยอมรับใช้ แต่คุณก็ไม่สามารถซื้อศักศรีดิ์ของผมได้หรอกนะ" ชายหนุ่มพูดกับเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตานิ่งงัน เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลถึงกับต้องผงะ เมื่อได้สบตากับคนตรงหน้าที่แฝงความกดดันผ่านทางสายตามาด้วยในตัว

          หลังจากจ้องตากันซักพัก ฟุนินก็เป็นฝ่ายต้องถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มกล่าว "แล้ววันนี้คุณมีงานอะไรให้ผมทำอีกเหรอครับ มีพวกสวะแก๊งไหนที่กล้าแข็งข้อขึ้นมาอีกล่ะ" ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นการเป็นงาน ฝ่ายเด็กหนุ่มเองก็เริ่มสงบสติอารมณ์ของตนเองได้มากแล้ว สมองจึงเริ่มคิดวิเคราะห์ประมวลผลได้ดีขึ้น

          "ไม่ใช่หรอก แก๊งที่กล้าแข็งข้อตอนนี้มันก็เจียมเนื้อเจียมตัวไม่กล้ามายุ่งกับพวกเราอีกแล้วล่ะ งานนี้ชั้นต้องการให้แกไปสั่งสอนสวะตัวนึงที่ทำให้ชั้นต้องอับอายขายหน้า" เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเหี้ยมก่อนที่เขาจะส่งกระดาษหนึ่งแผ่นให้คนตรงหน้า ฟุนินรับกระดาษมาดูก็พบว่ามันเป็นรูปของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งคนในรูปภาพต้องเป็นเป้าหมายที่เขาต้องไปจัดการอย่างไม่ต้องสงสัย

          'หน้าตาน่ารักใช้ได้นี่นา... เห็นตอนแรกนึกว่าผู้หญิงซะอีก' ฟุนินหรี่ตาลงจ้องหน้าคนในรูปภาพนิ่ง คนในรูปภาพเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีหน้าตาน่ารักราวกับสาวน้อย ใส่ชุดนักเรียนชายสีเขียวอ่อนของโรงเรียน โอซีลูเอล นี่ท่าคนในรูปไม่ใส่ชุดนักเรียนชายล่ะก็ เขาก็คงคิดว่าเป็นผู้หญิงไปแล้ว

          ชายหนุ่มพิจารณาคนในรูปภาพซักครู่ก่อนจะพับเก็บลงในกระเป๋ากางเกง "ต้องเอาถึงตายมั้ย" เขาเอ่ยถามออกมาเบาๆ แต่ก็ดังมากพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มที่มีสีหน้าหยิ่งยโสต้องแสยะยิ้มกว้าง

          "เอาให้มันอับอายให้มากที่สุด ที่เหลือแกจะทำอะไรก็ได้ตามใจ" เด็กหนุ่มตอบเสียงเหี้ยม ส่งให้ฟุนินต้องยิ้มออกมาบางๆ พลางหัวเราะด้วยเสียงดูชอบใจไม่น้อย

          "รับทราบแล้วครับ คุณชายอิโต..." ฟุนินพยักหน้ารับพลางแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย "อย่าลืมจ่ายค่าแรงด้วยนะครับ" เขากล่าวต่อเมื่อนึกขึ้นได้

          เด็กหนุ่มผู้สั่งงานต้องทำหน้าไม่สบอารมณ์ แต่ก็ยอมตอบรับไปอยู่ดี "เออๆ รู้แล้วน่า เสร็จงานเมื่อไหร่ รับรองค่าตอบแทนอื้อแน่นอน" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ทำให้ฟุนินต้องยิ้มกว้างอย่างชอบใจ

          ชายหนุ่มใบหน้าหยาบกร้านกวาดสายตามองไปรอบห้อง ด้วยความสงสัยเขาจึงถามคนตรงหน้าดู "ว่าแต่ว่า... ทำไมห้องนี้ถึงมีเตียงอยู่แค่เตียงเดียวล่ะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดนี่มันห้องสำหรับนอนสองคนไม่ใช่เหรอ" 

          คำถามของฟุนินทำให้อิโตมีสีหน้าเซ็งๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ "ชั้นไล่มันออกไปแล้วล่ะ" คำตอบของเด็กหนุ่มยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

          "ทำไมล่ะครับ?"

          "มันเป็นเกย์น่ะ"

          "ห๊ะ!?"






          "ฮะ... ฮัดชิ้ว!!!"

          ใครคิดถึงตูฟะ!!!

          ผมจามออกมาอย่างแรงจนออกซิเจนแทบหมดปอด ด้วยเสียงจามของผมทำให้ฟาเทียร์ มีร่า และเคลเวียส ที่กำลังเดินพร้อมกับผมบนทางเดินกลับหอพักต้องสะดุ้งตัวโหยงพร้อมกัน

          "อะไรกันคะคุณซินางิ จู่ๆก็จามออกมาแบบนี้ ทำเอาตกใจหมดเลย" มีร่าพูดกับผมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย ผมไม่รู้จะตอบเธอไปยังไงดี ก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆให้เท่านั้น

          "คุณนางิอย่าฝืนตัวเองมากเกินไปนะคะ ถ้าเกิดเป็นหวัดขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่งเอา" ฟาเทียร์พูดกับผมด้วยน้ำเสียงดูเป็นห่วง อ่า... การที่สาวสวยมาเป็นห่วงเป็นใยผมแบบนี้มันก็เป็นกำไรของชีวิตที่ไม่เลวเหมือนกันแฮะ

          "ไม่เป็นไรหรอกน่าฟาเทียร์ ชั้นน่ะนะ แข็งแรงฟิตปั๋งขนาดนี้ ไข้หวัดไม่มีทางมาทำอะไรได้หรอก" โม้เสร็จเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆด้วยท่าทางน่ารัก มีร่าเองก็ยิ้มขำกับท่าทางของผมด้วย เดี๋ยวก่อนสิพวกหล่อน... อย่าทำตัวเหมือนกับว่าตูเป็นเด็กสิ!

          "แต่ก็ต้องระวังไว้เหมือนกันนะครับ เพราะตอนนี้ก็ใกล้จะฤดูร้อนแล้วด้วย" เคลเวียสส่งยิ้มหล่อมาให้ผม ก่อนจะพูดเตือนให้ผมฟัง เอ... จะว่าไปก็ใช่แฮะ เพราะต้นเดือนแรกของฤดูร้อนฝนจะตกทั้งเดือน ซึ่งก็คือเดือนมิถุนายน ซึ่งตอนนี้มันก็ใกล้จะปลายเดือนพฤษภาคมแล้วซะด้วยสิ

          "นั่นสินะ... อา... อยากให้ถึงเดือนสิงหาเร็วๆจังเลย จะได้กลับไปนอนเล่นที่บ้านให้หนำใจไปเลย" ผมพูดออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย อ้อ... ที่ผมพูดแบบนี้ก็เพราะว่า ในเดือนสิงหาคมโรงเรียนจะหยุดแล้วปล่อยให้นักเรียนกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดเป็นเวลา 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นก็ต้องกลับมาเข้าเรียนใหม่อีกครั้ง

          "คุณซินางิอย่าทำตัวขี้เกียจมากสิคะ อย่าลืมว่าก่อนที่โรงเรียนจะปิดมันก็ต้องมีการสอบต้นเทอมก่อนนะคะ" มีร่าย้ำเตือนให้ผมรู้ถึงความจริงในข้อนี้ คิดแล้วก็ปวดหัวชะมัด ทำไมก่อนปิดมันต้องมีมารผจญอย่างการสอบมาขัดขวางด้วยฟะ

          "เฮ้อ... มีร่าอย่าพูดถึงเรื่องนั้นจะได้มั้ย แค่คิดชั้นก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว" ผมถอนหายใจออกมาเสียงดัง คำพูดของผมทำให้เธอยิ้มแห้งๆกับปฏิกิริยาตอบรับของผม อีกสองคนก็ดูจะยิ้มขำกับท่าทางของผมไม่น้อย

          "เดี๋ยวผมช่วยติวบทเรียนให้นะครับ คุณซินางิไว้ใจได้เลย" เคลเวียสพูดพร้อมกับยกนิ้วโป้งส่งมาให้ ผมเองก็ยกนิ้วโป้งให้เขาเป็นการตอบรับ

          "อา... ขอรบกวนหน่อยละกันนะเพื่อน แต่ก่อนอื่นมาช่วยสอนการบ้านของชั้นให้เสร็จก่อนละกัน"

          "ง่ะ! แต่ผมก็มีงานของผมเหมือนกันนะครับ"

          "ช่างมัน! ทำไปพร้อมกันน่ะแหละ"

          ผมพูดปัดอย่างไม่สนใจ เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งสองสาวได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันก็พลอยทำให้ผมอารมณ์ดีไปด้วยไม่ได้ "เรื่องเวทมนต์ เดี๋ยวดิฉันกับมีร่าจะช่วยอีกแรงนะคะ" ฟาเทียร์ส่งยิ้มหวานมาให้ผม พร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงใสดุจระฆังแก้ว ทำให้ผมรู้สึกใจชื่นขึ้นเป็นกองเลยล่ะ

          ไปๆมาๆ ไหงรู้สึกเกรงใจจังเลยเนี่ย...

          พวกเราคุยกันไปได้ซักพักก็ต้องแยกทางกัน เพราะมาถึงเขตที่พักอาศัยแล้ว พอกลับถึงห้องพักปุ๊ป คาน่าที่นอนอยู่บนหัวผมก็พุ่งตัวไปนอนบนเตียงทันที

          ผมยิ้มขำกับนิสัยรักการนอนของเธอ ก่อนจะวางกระเป๋าเรียนไว้ข้างเตียง แล้วเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น และล้างจานที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าไปด้วย

          "เย็นนี้ทานอะไรกันดี" ผมตะโกนถามเคลเวียสและคาน่าเพื่อขอความเห็น ทั้งสองคนก็ตอบมาพร้อมกันว่าอะไรก็ได้ ผมก็เลยทำข้าวผัดอเมริกันให้ซะเลย

          หลังจากทานเสร็จแล้วผมก็เก็บจานที่ไม่เหลือแม้แต่ข้าวซักเม็ดไปล้าง ก่อนที่เราจะเริ่มทำการบ้านด้วยกัน ตอนที่พวกเราทำการบ้านอยู่ คาน่ามักจะแอบหลับตลอด เสียเวลาผมต้องปลุกอยู่หลายครั้ง

          กว่าจะทำการบ้านและงานที่เหล่าคณะครูบาอาจารย์ที่แสนน่ารักสั่งมาให้เสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่มซะแล้ว พวกเราก็เลยรีบอาบน้ำแล้วเข้านอนให้เร็วที่สุด เพื่อที่วันพรุ่งนี้จะได้ไม่ตื่นสายอีก

          "ราตรีสวัสดิ์นะครับคุณซินางิ คุณคาน่า"

          "อืม... ราตรีสวัสดิ์"

          พอผมพูดจบเคลเวียสก็ปิดไฟ แล้วเข้านอนทันที ส่วนคาน่าไม่ต้องถามหรอก ขานั้นหลับไปตั้งแต่อาบน้ำเสร็จแล้วล่ะ

          ส่วนผมเองก็ต้องหลับบ้างแล้วสินะ วันนี้ทั้งวันเหนื่อยชะมัดเลย ไหนจะการบ้านที่ครูสั่งมาอีก เฮ้อ... คิดไปก็ป่วยการ เอาเป็นว่ารีบหลับดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ไม่ตื่นสายอีก

          "..."

          ทำไมถึงรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเลยแฮะ...

            
          

          
 
 
   
______________________________________________
 
      ขอโทษที่อัพช้าครับ อันที่จริงผมเขียนตั้งแต่วันจันทร์แล้ว แต่ไฟตกบ่อยจนเขียนไม่เสร็จ ทำให้มันรู้สึกกร่อยเหมือนกัน การเขียนในตอนนี้ก็เลยน่าเบื่อตามอามรมณ์ขอไรท์น่ะแหละ เพราะฉะนั้น! จงเสพความน่าเบื่อของชีวิตในวัยเรียนไปซะ!!!

     ปล.คอมเม้นกันด้วยนะครับ ไรเตอร์จะได้รู้ว่ามีอะไรผิดพลาดบ้างมั้ย และเป็นการเสริมสร้างกำลังใจไปด้วยในตัว ไรท์คนนี้กินคอมเม้นเป็นอาหารนะรู้มั้ย~
 
 

 
          



 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

383 ความคิดเห็น

  1. #298 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 16:26
    ไรต์คะๆ! (ไรต์ : มันมาอีกแล้ววววว~) ...คือว่ามีเรื่องสงสัยค่ะไรต์ขา-- [ไปอ่านย้อนแล้วอยากรู้นั่นเอง] เข้าเรื่องเลยนะจ้ะ...? แค่กๆ คุ่กๆๆๆๆ(?) อะแฮ่มม--!! ซึนางิตันเนี่ยมีพ่อและแม่เป็นคน(ดัง)ในประวัติศาสตร์ใช่รึเปล่าคะ? ถ้างั้น ทำไมไม่มีใครจำนามสกุลซึนางิตันได้เลยหรือคะว่ามันคุ้นๆเหมือนอะไรสักอย่าง อันนี้สงงงงงสัยจริงๆค่ะ ถ้าเห็นช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่าาา
    PS. มาต่อนิยายให้ด้วยจะดีมากเลยล่ะจ้ะ (ยิ้มหวานสยดสยอง)
    #298
    2
    • #298-1 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 22)
      24 ธันวาคม 2558 / 18:11
      ... เรื่องนี้ผมขออุบไว้ก่อน เพราะมันอาจจะเป็นการสปอยได้ แต่ผมบอกได้ว่า เพื่อนทุกคนของซินางิมีปมที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่คนที่มีปมหลังที่ซับซ้อนมากที่สุดก็คือตัวของซินางิเองครับ (ไม่แน่อาจจะเฉลยตอนภาค 2 หรือ 3 ก็เป็นได้...)
      #298-1
  2. #296 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2558 / 19:08
    เอ้า! ออกมาอัพ อัพสิอัพสิคะไรต์เตอร์ ของที่รีดเดอร์ชอบที่สุดก็คือ นิยายสา-หนุก?ไง! เอ้าออกมาอัพ มาอัพๆได้แล้วไรต์เตอร์
    #296
    0
  3. #295 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2558 / 21:24
    //ดึงขาไรต์ พูดเสียงหวานน..

    Writer---- What are you doing? ยังคิดพล็อตไม่ได้ หรือขี้เกียจเจ้าค้า!
    #295
    0
  4. #294 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 19:17
    มองนิยายตาใสแป๋ว หนูอ่านมา 10 รอบแล้วนะ? (*^*)
    #294
    1
    • #294-1 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 22)
      18 ธันวาคม 2558 / 16:49
      ... (บินหนีแปป)
      #294-1
  5. #293 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 19:08
    ไรต์ค้าาา!! ไรต์หายไปไหนนนน รู้มั้ยว่ารีดคิดถึง(นิยาย)ไรต์มากขนาดหนายยย~ แงๆๆ ค้างอ่าาาาาา
    #293
    0
  6. #292 เทพเจ้าสีดำ (@jan_exo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 00:02
    รอ ฉันรอเธออยู่ แต่ไม่รู้เธออยู่หนใด เธอจะมา เธอจะมาเมื่อไร
    #292
    0
  7. #289 dudader (@rinsezac) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 00:31
    รออออ~
    #289
    0
  8. #287 puunzaa (@samimo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 18:17
    รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #287
    0
  9. #286 puunzaa (@samimo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 18:17
    รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ
    #286
    0
  10. #283 Mhew_happy (@mhew1209) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 01:30
    แล้วพระเอกเราจะมีตอนที่บินได้ป่ะคะแบบเมพขึ้นไรงี้อ่
    #283
    2
    • #283-1 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 22)
      9 ตุลาคม 2558 / 07:19
      อันนี้ก็แล้วแต่อนาคตครับ พระเอกต้องพัฒนาตนเองไปเรื่อยจนกว่าจะถึงจุดอิ่มตัวจุดหนึ่งซะก่อน ไม่ขอสปอยนะ แต่บอกใบ้~
      #283-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #282 OozTia (@OozTia) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 22:20
    ตอนไหพระเอาจะเมพสักทีอะ รอต่อไป

    #282
    1
    • #282-1 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 22)
      8 ตุลาคม 2558 / 22:29
      เรื่องนี้พระเอกต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปครับ จะปุ๊ปปั๊ปเก่งขึ้นมาทันทีเลยมันไม่ใช่ ตอนนี้ซินางิก็อยู่ในช่วงพัฒนาตัวเองอยู่
      #282-1
  12. #281 Secr3t-Key (@Secr3t-Key) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 13:37
    เอ? มาโกโตะนี่ใครหว่า? จำไม่ได้555 ช่างมัน
    สนุกมากกกก ( กอ ไก่ ล้านตัว. ) ค่ะ รอตอนต่อไป อัพเร็วๆนะคะ หัวใจกำลังชุ่มชื่น~~~
    #281
    2
    • #281-1 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 22)
      8 ตุลาคม 2558 / 13:44
      ถ้าจำไม่ได้ลองไปอ่านตอนที่ 13 ดูนะครับ เดี๋ยวก็รู้เองว่าใคร
      #281-1
  13. #280 Silver (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 22:34
    สนุกมากครับ รอตอนต่อไป
    #280
    0