FALLEN ANGEL HEAVEN:เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล

ตอนที่ 2 : เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล ตอนที่ 1 เพื่อนใหม่ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,857
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    22 มิ.ย. 59

เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล
ตอนที่ 1 : เพื่อนใหม่


 


          
          ณ ช่วงเวลาเช้าอันแสนสดใสของวันหนึ่ง...

          กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!

          เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในบ้านจัดสรรหลังหนึ่ง มันเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่ไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก ตัวบ้านถูกฉาบด้วยปูนสีขาวทั้งหลังมีเฉพาะเพียงแต่หลังคาบ้านเท่านั้นที่เป็นสีส้ม

          "เช้าแล้วเหรอ" เสียงของชายหนุ่มดังขึ้นเบาๆอย่างงัวเงีย มือเอื้อมไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกแล้วค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียง ก่อนจะทิ้งเท้าลงบนพื้นแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำด้วยอาการงัวเงียของคนที่พึ่งตื่นนอน

          "ฮ้าว..." ชายหนุ่มคนนี้หาวปากกว้างด้วยความง่วงงุน เขาค่อยๆเปิดก๊อกน้ำพร้อมกับล้างหน้าแปรงฟันให้เสร็จสรรพ

          "เอาล่ะ เก็บผ้าห่มดีกว่า" ผมกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินไปที่เตียงของตัวเองแล้วก็พับผ้าห่มให้เข้าที่ อ๊ะ! จริงด้วยสิ สวัสดีครับ ผมเองนะ อาคามูระ ซินางิ ตอนนี้ผมอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ที่เมืองฮอกไกโด แล้วสาเหตุที่ผมมาอยู่ที่นี่ก็คือ เอ่อ...ท่านมิคาเอลได้เตรียมบ้านไว้ให้ผมอยู่พร้อมกับเงินสดอีก ห้าหมื่นเยน และบัตรเครดิตที่ใช้ซื้อขายในโลกปีศาจและเทพ เงินข้างในก็มีประมาณ 5,000 จี น่ะนะ อย่าหาว่าน้อยนะครับ ห้าพันจีเนี่ย น่าจะเท่ากับ ห้าแสนเยนได้เลยนะ

          ผมเดินลงมาชั้นล่างพร้อมกับเข้าไปในห้องครัว ใส่ผ้ากันเปื้อนสีฟ้า พร้อมกับเปิดตู้เย็นหยิบผัก ไข่ ออกมาทำอาหาร เมนูวันนี้ก็คือ ไข่ตุ๋นใส่ผักนั่นเอง! ช่างเหอะมาต่อกันดีกว่า ท่านมิคาเอลเคยบอกไว้ว่าถ้าผมใช้ชีวิตไปเรื่อยๆพลังก็จะค่อยๆกลับมา ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปได้ 2 ปีแล้ว ผมยังเสกได้แค่ลูกไฟดวงเล็กพอๆกับลูกปิงปองได้อยู่เลย โอ้...โรบิ้น ทำไมชีวิตตูมันอนาถอย่างนี้วะ

          หลังจากที่ผมทำไข่ตุ๋นเสร็จแล้ว ผมก็ยกมาวางไว้บนโต๊ะพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆที่อยู่บนจานแบน ผมพนมมือแล้วหลับตาลง "ทานล่ะนะคร้าบ" พอผมพูดจบก็ลืมตาหยิบช้อนส้อมขึ้นมาตักกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยฝีมืออาหารของผมก็ไม่เคยเป็นสองรองใครหรอกนะ!

          กริ๊งงงงงงงงง!  กริ๊งงงงงงงงงง!  กริ๊งงงงงงงง!

          แต่ยังไม่ทันได้เสวยสุขกับอาหารตรงหน้าได้นานมากนักก็ได้มีเสียงคนกดกริ่งที่หน้าบ้านผมซะก่อน

          "อะไรหว่า..." ผมเดินไปที่ประตูบ้านพร้อมกับเปิดประตูก็เห็นซองจดหมายซองหนึ่งบินอยู่โดยมีปีกเล็กๆติดอยู่ที่ข้างหลังซองคอยช่วยในการลอยตัว ผมก็ไม่ตกใจซักเท่าไหร่ เพราะ จดหมายแบบนี้ในโลกปีศาจหรือเทพก็มีใช้อยู่ถมไป แต่ที่น่าสงสัยคือใครส่งมา?

          "ใครส่งมานะ" ผมเอื้อมมือไปจับซองจดหมายก่อนจะแกะมันออกมา เพื่ออ่านว่าใครส่งมาและมีเรื่องอะไรกันแน่...

          'ไงเจ้าอดีตเทวทูตสบายดีไหม พอดีว่าไม่มีอะไรมากนะ เห็นแก่ที่เจ้าเป็นบุตรของสหายร่วมรบของข้า ข้าจะให้เจ้าไปเข้าเรียนที่โรงเรียนเทพและปีศาจอันดับหนึ่ง โอซีลูเอล พอดีว่าข้าเห็นเจ้าใช้ชีวิตไปวันๆอย่างน่าเบื่อก็เลยอยากให้เจ้าเข้าไปเรียนเสียบ้าง ถือว่าข้าลดโทษให้เจ้าบ้างละกัน และก็ไม่แน่นะถ้าเจ้าอยู่ที่นั่นพลังของเจ้าอาจจะกลับมาไวมากขึ้นก็ได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ไปล่ะก็ข้าอาจจะเปลี่ยนจากบ้านจัดสรรเป็นบ้านเช่าแทนก็ได้นะ เจ้าคงจะปฏิเสธไม่ได้น่ะสิก็ค่าน้ำค่าไฟเจ้าก็ต้องจ่ายนี่นา'

                                                                   จาก มิคาเอล


          "..." ชายหนุ่มได้แต่นิ่งเงียบ พอเขาอ่านจบกระดาษแผ่นนั้นก็ได้กลายเป็นใบกรอกสมัครเข้าโรงเรียน โอซีลูเอล พร้อมกับปากกาด้ามหนึ่งปรากฎขึ้นในมือ ชายหนุ่มครุ่นคิดซักครู่ก่อนที่จะทำการกรอกใบสมัครอย่างจำใจ 

          พอกรอกใบสมัครเสร็จเรียบร้อย ใบสมัครก็ได้หายเข้าไปในซองจดหมายก่อนที่มันจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าหายไปกับกลีบเมฆ

          "นี่มัน...มัดมือชกกันชัดๆ" ซินางิได้แต่พึมพำกับตัวเอง ถ้าเขาเป็นเทวทูตล่ะก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาที่พอจะเสกลูกไฟลูกเล็กๆเท่ากับลูกปิงปองได้เท่านั้น

          ตกดึก

          "อ่า... โรบิ้น วันพรุ่งนี้สินะที่ตูจะต้องไปแล้ว" ผมกล่าวกับตัวเองพร้อมกับทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างดวงจันทร์นี่มันสวยจริงๆนะ ข้างๆผมก็มีกระเป๋าที่เก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นอยู่ข้างใน ในวันนี้ผมก็ได้ไปบอกลาเพื่อนบ้านที่อยู่ในชุมชนนี้เรียบร้อย หลายๆคนก็อยากจะไปส่งผม แต่ผมก็ปฏิเสธไป เล่นทำเอาพวกเขาเศร้าไปเลยแฮะ ผมเองก็แอบรู้สึกเหงาเหมือนกันที่ต้องจากเพื่อนบ้านในชุมชนแห่งนี้ที่เคยดีกับผมมาตลอด 2 ปี 

          ส่วนบัตรเครดิตที่ใช้จ่ายในโลกปีศาจผมก็ได้ไปหยิบมันออกมาจากห้องเก็บของแล้วด้วย ถึงแม้ว่าจะฝุ่นจับก็ตาม เพราะไม่ได้ใช้งานมาถึง 2 ปี

          "หวังว่าตูคงจะไม่โดนพวกนั้นจับกินหรอกนะ บรื๋อ..." ผมกล่าวอย่างเป็นกังวล คุณลองคิดดูสิว่าถ้าคุณเป็นมนุษย์ธรรมดาโดยที่รอบกายมีแต่ปีศาจหรือไม่ก็เทพเทวดาอยู่คุณจะรู้สึกยังไง...

          "เฮ้อ..." ผมทอดถอนหายใจออกมายาวๆ ยังไงซะมันก็เป็นคำสั่งน่ะนะ จะไปแค้นท่านมิคาเอลก็ไม่ได้ เพราะท่านต้องทำตามหน้าที่ของผู้นำ เรื่องนั้นผมเข้าใจ ท่านเองก็คงจะหนักใจที่ต้องเนรเทศลูกชายของเพื่อนท่านเช่นนั้น

          "คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ช่วยเป็นกำลังใจให้กับผมด้วยนะครับ" ผมกล่าวขึ้นพร้อมกับทอดสายตามองไปที่ดวงจันทร์กลมโต จู่ๆผมก็รู้สึกว่าหน้าอกของตัวเองรู้สึกอบอุ่นขึ้นมายังไงไม่รู้

          "ขอบคุณครับ" ผมกล่าวขึ้นเบาๆ ถ้าเป็นคนอื่นที่มาได้ยินผมพูดก็คงจะหาว่าผมบ้าที่นั่งคุยกับตัวเองคนเดียว แต่ความรู้สึกเมื่อกี้นี้มันต้องไม่ใช่เรื่องโกหกแน่ๆ เพราะว่า...

          ถึงแม้ว่าพวกท่าน...

          จะไม่อยู่แล้วก็ตาม...

          แต่พวกท่านก็อยู่ในใจผมเสมอ





          วันต่อมา...

          กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!

          เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ผมเอื้อมมือไปปิดมันก่อนที่จะลุกขึ้นมาแล้วเก็บที่นอนให้เรียบร้อยก่อนที่จะเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำให้เสร็จสรรพ

           ผมเดินลงมาชั้นล่างแล้วมาทำอาหาร เมนูอาหารในเช้าของวันนี้ก็คือเสต๊กจ้า! แหมผมทำอาหารได้หลายอย่างนะ อ๊ะ! อ๊ะ! อย่าคิดนะครับ ถึงหน้าตาของผมจะน่ารักนิดหน่อย แต่ผมไม่ใช่แม่ศรีเรือนหรอกนะ

          หลังจากที่ผมทำอาหารเสร็จแล้ว ผมก็ได้ยกมาวางบนโต๊ะก่อนจะพนมมือแล้วพูดคำที่ก่อนจะกินข้าวเสมอ "ทานล่ะนะครับ" ผมพูดจบก็หยิบมีดและส้อมออกมาตัดชิ้นเนื้อแล้วใช้ส้อมจิ้มชิ้นเนื้อเข้าปากความรู้สึกแน่นๆของเนื้อหมูและก็กลิ่นชีสที่มีรสเค็มหน่อยๆ บวกกับเครื่องปรุงรสอาหารที่ผมทำมันน่าพอที่จะเอาไปทำขึ้นเป็นอาหารห้าดาวได้เลยล่ะมั้ง

          "เอาล่ะหมดซักที" ผมลุกขึ้นยกจานที่เหลือเพียงแค่ซอสของเสต๊กไปวางไว้ในอ่างล้างจานก่อนจะทำการล้างจานให้สะอาด เพื่อที่จะได้ใช้ในครั้งต่อไป

          "แต่ว่า... คงไม่ต้องได้ใช้ล่ะมั้งยังไงซะที่นั่นก็คงเตรียมห้องเอาไว้ให้อยู่แล้ว" ผมกล่าวกับตัวเองเบาๆ ถึงอย่างงั้นก็เถอะยังไงซะผมก็ยังคงล้างจานต่อไป พอล้างสะอาดแล้วก็เก็บมันไว้ที่ตู้เก็บจาน 

          กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

          เสียงดังขึ้นที่หน้าบ้านของผม "ถึงเวลาแล้วสินะ" ผมเดินไปหยิบกระเป๋าลาก 1 ใบ และกระเป๋าสะพาย 2 ใบขึ้นมา กระเป๋าลากนั้นเก็บเสื้อผ้าเอาไว้และกระเป๋าสะพายเก็บพวกข้าวของเครื่องใช้เอาไว้ เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาผิว แป้ง หวี กรรไกร ตุ๊กตา ...
  
          เอ่อ... อย่าคิดไปไกลนะผมไม่ใช่คนอย่างนั้น

          "ครับ" ผมเปิดประตูบ้านออกไป ก็เห็นรถตู้ที่น่าจะนั่งได้ซักสิบคนได้ จอดอยู่หน้าบ้านของผม พอผมเดินเข้าไปไกล้ๆประตูรถก็เลื่อนเปิดให้เอง โดยที่ข้างในนั้นไม่มีผู้โดยสารซักคน

          "กระเป๋าสัมภาระน่ะ เอาไปไว้หลังรถนะ" เสียงของคนขับดังขึ้น ผมชะโงกหน้าไปมองก็เห็นคุณลุงคนหนึ่งใส่หมวกปิดบังใบหน้าดูน่ากลัวยังไงชอบกล หวังว่าคงไม่ได้เอาตูไปเรียกค่าไถ่หรอกนะ

          "เจ้าหนู เจ้าอยู่ใกล้มากที่สุดข้าเลยมารับเจ้าก่อนไงไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้" คุณลุงเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่จึงพูดขึ้นพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆ ผมก็ลังเลครู่หนึ่งก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปนั่งหลังสุดพร้อมกับเอากระเป๋าสัมภาระวางไว้ที่ตู้ข้างหลัง รู้สึกว่านี่มันจะเป็นตู้เก็บของมิติที่สามารถบรรจุสิ่งของได้ร้อยกว่าชิ้นเลยนี่นา ราคาน่าจะอยู่ที่ประมาณ เอ่อ... 50,000 จี ได้มั้ง

          ผมทิ้งตัวลงนั่งกับเบาะรถข้างหลังสุดตรงนั้นแหละ อันที่จริงผมไม่อยากอยู่ใกล้ลุงคนขับมากเท่าไหร่ มันรู้สึกวังเวงชอบกลอ่านะ เมื่อลุงเขาเห็นว่าผมนั่งแล้วก็เหยียบคันเร่งออกตัวแล่นไปทันที อ่า...ลาก่อนบ้านอันแสนสุข

          ผมทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง บ้านหลายหลังผ่านตาผมไปอย่างรวดเร็วเพราะความเร็วของรถจนกระทั่ง รถตู้คันนี้ได้แล่นเข้าไปในมิติก่อนที่จะไปปรากฎที่แห่งหนึ่งซึ่งรอบบริเวณนั้นมีแต่ป่ารกทึบ เวลาผ่านไปไม่นานรถคันนี้ก็ได้ขับออกมาจากป่าสู่ที่โล่งกว้างโดยที่จุดมุ่งหมายนั่นก็คือ เมืองแห่งหนึ่งที่มีปราสาทขนาดใหญ่เป็นศูนย์กลาง

          "หืม? นี่ถ้าจำไม่ผิดนี่มันอาณาจักรเอลฟ์นี่นา" ผมมองเมืองหรืออาณาจักรเอลฟ์ด้วยความสนใจ ผมเคยมาลาดตระเวนแถวนี้ครั้งหนึ่งจึงพอจะรู้จักอยู่บ้าง

          รถตู้ขับมาจอดที่หน้าประตูเมือง แถมไม่พอยังมีร่างของเอลฟ์นับร้อยคนแหวกทางให้กับผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาราวกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ยังไงอย่างนั้น

          "ก็เจ้าหญิงจริงๆนั่นแหละ" ผมกล่าวกับตัวเองแล้วมองร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่วางตา ถ้าจะถามว่าเธอเป็นใครล่ะก็ ผมขอบอกเลยแล้วกันว่าเธอคือเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเอลฟ์ผู้เป็นลูกของท่าน องค์จักรพรรดินีฟาราเซียร์และองค์จักรพรรดิทอเรียร์แห่งดินแดนเอลฟ์ ส่วนลูกสาวของพวกท่านนั้นผมไม่รู้จัก

          เธอเดินเข้ามาใกล้รถตู้ ประตูรถก็เลื่อนเปิดให้เองพร้อมกับเธอก้าวเข้ามาด้วยทวงท่าที่งามสง่าดุจเทพธิดา โอเค ผมขอบอกเลยนะว่าเธอเป็นเอลฟ์ที่สวยมาก ผิวสีน้ำผึง ดวงตากลมสีฟ้าดุจทะเลสาปอันแสนบริสุทธิ์ หูแหลมของเธอที่ใส่ตุ้มหูที่มีพลังเวทเอ่อล้นออกมา ใบหน้าเรียวสวย ผมสีทองยาว หน้าอกก็... เอ่อ... อย่าหาว่าผมลามปามท่านนะ ก็ค่อนข้างใหญ่พอสมควร เธออยู่ในชุดอะไรก็ไม่รู้นะพอดีผมไม่ค่อยเก่งเรื่องชุดซักเท่าไหร่น่ะ น่าจะเป็น...เสื้อลายลูกไม้สีเขียวกระโปรงยาวล่ะมั้ง

          ผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับลงไปนั่งคุกเข่าก้มหน้า ถึงแม้ว่าผมจะเป็นเทวทูตก็เถอะยังไงซะเธอก็มีฐานะที่สูงกว่าอดีตเทวทูตอย่างผมอยู่หลายขุม ง่ายๆก็คือเจ้าหญิงเอลฟ์ตนนี้สามารถชี้หน้าสั่งให้ผมไปตายเลยก็ยังได้...

          องค์หญิงเอลฟ์ปรายตามองชายหนุ่มก่อนที่เธอจะยกกระเป๋าลากสีทองด้วยมือข้างเดียวใส่ลงไปในตู้เก็บของมิติ ก่อนที่จะหันกลับมามองชายหนุ่ม "ลุกขึ้นเถอะค่ะ" เอลฟ์สาวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล อดีตเทวทูตหนุ่มจึงลุกขึ้นพร้อมกับโค้งตัวให้กับเธอเพื่อเป็นการเคารพ

           "หึ...หึ..." เมื่อคนขับเห็นว่าขึ้นมาบนรถแล้วก็ใส่เกียร์ขับรถออกไปในทันที

          เจ้าหญิงเอลฟ์ยิ้มหวานก่อนจะนั่งลง ชายหนุ่มที่เห็นเธอนั่งก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึกและสุภาพว่า "ถ้าองค์หญิงทรงประสงค์อยากจะนั่งตรงนี้กระหม่อมขอตัวไปนั่งข้างหน้า เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนนะพะย่ะค่ะ" อดีตเทวทูตหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ก่อนที่เขาจะเดินไปข้างหน้าแต่เอลฟ์สาวก็เอื้อมมือมาจับข้อมือของเขาเอาไว้ก่อน

          'มือนุ่มโคตรๆ!!!'

          "เอ่อ... คือว่าไม่ต้องให้เกียรติดิฉันมากก็ได้ค่ะ จะนั่งข้างๆฉันก็ได้นะคะ" องค์หญิงเอลฟ์ลังเลซักครูก่อนจะกล่าวพร้อมกับยิ้มหวานส่งผลให้ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง

          "คือว่ามันจะไม่เป็นการรบกวนองค์หญิงมากเกินไปหรือพะย่ะค่ะ" ชายหนุ่มกล่าวถามด้วยความสงสัย

          เอลฟ์สาวยิ้มหวานก่อนจะกล่าว "ไม่ค่ะ ถือว่าเป็นเพื่อนคุยกับฉันก็ได้นะคะ" เอลฟ์สาวกล่าวเสียงหวานใส อดีตเทวทูตหนุ่มลังเลซักครู่ก่อนจะตัดสินใจนั่งลงที่เดิม ถึงแม้ว่าภายนอกจะนิ่งเฉยราวกับมาดผู้ดีแต่ในใจกลับกำลังร้อนรนอย่างหนัก

          'อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก! โรบิ้น! เธอมาขอให้เรานั่งคุยเป็นเพื่อนด้วย โอ้โห! หาได้ยากยิ่งที่ได้นั่งไกล้ชิดกับองค์หญิงเอลฟ์แบบนี้ แล้วนั่นอะไร! ไอชุดวาบหวิวนั่นมันจะไม่เปิดมากไปหนอยเหรอครับ ผมก็เป็นบุรุษเพศคนหนึ่งนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ!!!'






          "ที่บ้านฉันเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ไว้ตัวหนึ่งน่ะค่ะ ขนฟูๆสีขาวน่ารักมากเลยนะคะ" 

          องค์หญิงเอลฟ์พูดพลางยิ้มด้วยความเปี่ยมสุขพร้อมกับขยับนิ้วไปมาราวกับเหมือนได้บีบหนูแฮมสเตอร์ขนนุ่มตัวนั้น ผมเองก็เผลอขยับมือบีบด้วยเหมือนกัน...

          "งั้นเหรอครับ ท่าทางมันจะดูน่ารักมากเลยนะครับ" ผมกล่าวพร้อมกับยิ้มตอบรับ อ่า... โรบิ้น ทำไมเวลาเธอยิ้มมันช่างน่ารักขนาดนี้ แถมไม่พอยังทำหน้าฟินอีกอยากลองจับมันดูบ้างแล้วสิว่าจะนุ่มขนาดไหน

          '...'

          หมายถึง หนูแฮมสเตอร์นะครับ ไม่ใช่จับไอนุ่มๆอย่างที่พวกคุณคิด

          "ใช่แล้วค่ะ นี่ฉันมีรูปด้วยนะคะ" เธอหยิบรูปออกมาจากกระเป๋าเป้คล้ายหมาน้อย ในรูปมันเป็นภาพของหนูแฮมสเตอร์สีขาวน่ารักหนึ่งตัว แหม... น่ารักสมที่เธออวดจริงๆอย่างได้มาเลี้ยงซักตัวแฮะ

          ชื่อของเธอคือ ฟาเทียร์ สกาเล็ต จากที่ผมสังเกตุแล้ว เธอเป็นพวกที่สดใสและร่าเริง เป็นกันเองมากนั่นถือว่าเป็นเรื่องดีที่อาจจะให้เราเป็นเพื่อนกันแต่รู้สึกว่าเพื่อนกันนี่มันโคตรจะต่างกันเลยนะระหว่าง เทวดาตกสวรรค์ผู้ต่ำต้อย กับ องค์หญิงเอลฟ์ผู้เลอโฉมน่ะนะ โรบิ้น ทำไมมันช่างเป็นอะไรที่บัดซบถึงเพียงนี้

          "เอ่อ... คือว่าถึงแม้ว่ามันจะเป็นการก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวนิดหน่อยแต่ว่า คุณนางิมาจากเผ่าพันธุ์อะไรเหรอคะ" นั่นไง! ผมว่าแล้วว่าคำถามนี้ต้องมา! เอาไงดีหว่าจะบอกความจริงไปเลยดีไหมเนี่ยถ้าบอกไปอาจจะโดนเธอรังเกียจก็ได้ แต่ถ้าโกหกไปมันก็คงทำให้รู้สึกผิดยังไงพิกล

          "เอิ่ม... คือว่าจะบอกยังไงดีล่ะ แหะๆ ผมน่ะเป็นเทวทูตตกสวรรค์น่ะครับ" ผมยิ้มแห้งส่งไป เธอมองผมตาโตก็นะเทวทูตตกสวรรค์น่ะ เป็นพวกที่เคยทำอะไรแย่ๆบนสวรรค์มาก่อนจึงโดนส่งเตะลงมาจากสวรรค์และยังเป็นที่น่ารักเกียจแทบจะทุกเผ่าพันธุ์แห่งแสงเลยด้วย เผ่าเอลฟ์ก็เช่นกัน

          "คุณนางิไปทำอะไรไว้เหรอคะถึงได้กลายมาเป็นเทวทูตตกสวรรค์อย่างนี้" เธอกล่าวอย่างสงสัย โธ่... องค์หญิงคร้าบบบบบบบบ อย่าขุดคุ้ยเลยเรื่องมันน่าอนาถนะ...

          "เผอิญว่าตอนนั้นผมกำลังเดินเล่นอยู่น่ะครับ ก็เลยไปเจอแมวที่ไหนไม่รู้ข่วนเข้าให้ ผมก็เลยไล่ตามมันไป แต่ว่าก็ดันซวยพุ่งใส่หน้าต่างเข้าไปในห้องของท่านซารีเอล 1 ใน 7 อัครทูตสวรรค์ กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ จนถูกท่านมิคาเอลลงโทษใช้คำสาปผนึกพลังของผมพร้อมกับ เอ่อ... ขอเรียกมันว่าถีบเลยแล้วกันนะ ถีบลงลงมาจากสวรรค์น่ะครับ จบ" ผมสรุปรวบยอด ยังไงเสียผมก็เป็นพวกที่ชอบไม่ปิดบังอะไรอยู่แล้ว เธอมองผมด้วยสายตาสงสารและเวทนา... ฟาเทียร์อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับ มันจะยิ่งให้ผมรู้สึกว่าตัวเองอนาถมากขึ้นไปอีกนะครับ T^T

          "น่าสงสารจังเลยนะคะ" เธอยิ้มให้ผมแต่รอยยิ้มนั้นมันเหมือนกับยิ้มให้กับคนที่น่าเวทนาอย่างผมซะมากกว่า อย่ายิ้มให้ผมแบบนั้นเลยครับมันยิ่งทำให้ผมอยากฆ่าตัวตายมากขึ้นยังไงไม่รู้

          "ช่างเรื่องนั้นไปเถอะครับ ยังไงมันก็ผ่านไป 2 ปี แล้ว" ผมกล่าวตัดประโยคเพื่อที่จะไม่ให้มันอนาถมากไปกว่านี้ แต่พอผมตัดประเด็นนี้ออกไปเธอก็หันกลับมาคุยเรื่องสัตว์น้อยน่ารัก เช่น หนู กระต่าย หมา แมว กระรอก ต่อไป ช่างเป็นองค์หญิงที่เปลี่ยนอารมณ์ได้ไวจริงๆ

          รถตู้แล่นไปได้ไม่นานก็เข้าไปในประตูมิติอีกครั้งก่อนที่จะไปโผล่ในที่สถานที่ดำมืดแห่งหนึ่งข้างทางถนนนั้นมีร่างของมนุษย์เดินไปมาแต่ต่างกันตรงที่ทุกคนใส่ชุดสีดำและผิวสีขาวซีดทุกคน

          "ต่อไปก็อาณาจักรแวมไพร์เหรอเนี่ย" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว จะว่ายังไงดีล่ะถึงแม้ว่าสงครามระหว่างเผ่าเทพและปีศาจจะจบไปหลายสิบปีแล้วและให้สัญญาสงบศึกกันแล้วด้วยแต่ถึงอย่างงั้นผมก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ดี แถมไม่พอฟาเทียร์ก็ยังเขยิบเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นไปอีกท่าทางเธอจะกลัวมากเลยนะ 

          รถตู้สีเงินขับมาจอดหน้าประตูสีดำขนาดใหญ่บานหนึ่งที่สูงราวๆ 8 เมตร เห็นจะได้ มีเหล่าแวมไพร์หลายตนมายืนอออยู่หน้าประตูเหมือนกำลังต้อนรับใครบางคน ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดช้าๆด้วยพลังจิตของแวมไพร์ระดับสูงสองตน พร้อมกับมีร่างของคนๆ หนึ่งก้าวออกมา

          เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ใบหน้าเรียวคางแหลม ผิวสีขาวซีด ผมสีเงิน นัยตาสีเทาหม่นดูลึกลับ อยู่ในชุดสูทสีดำมีผ้าคลุมสีดำสวมทับ เล็บสีดำ กางเกงสีดำยาว รองเท้าสีดำดูมีราคา เขาช่างดูคล้ายกับคนมีชาติตระกูลหรือลูกของกษัตริย์

         "คนนั้น... องค์ชาย เคลเวียส อาร์ค ฟอร์เรน องค์ชายลำดับที่ 21 ของราชวงค์แวมไพร์ค่ะ เขาเป็นลูกชายของจักรพรรดินี ท่านมิคลาน่า อาร์ค ฟอร์เรน และ องค์จักรพรรดิ นาเวียส อาร์ค ฟอร์เรน แห่งอาณาจักรแวมไพร์ค่ะ" องค์หญิงเอลฟ์กล่าวแนะนำเมื่ออดีตเทวทูตมองชายคนนี้ด้วยความสนใจพอตัว ซินางิเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม จนกระทั่งองค์ชายแวมไพร์ได้เดินขึ้นมาบนรถตู้เดินมานั่งเบาะที่ถัดไปข้างหน้าซินางิ

          แวมไพร์หนุ่มหันมาข้างหลังพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร แต่นั่นยิ่งทำให้อดีตเทวทูตต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นไปอีก "สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบองค์หญิง ฟาเทียร์ สกาเล็ต องค์หญิงลำดับที่ 23 แห่งราชวงค์เอลฟ์" แวมไพร์หนุ่มเรียกขานชื่อของเอลฟ์สาวพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร

          เธอยิ้ม "ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" เอลฟ์สาวกล่าวรับ แวมไพร์หนุ่มเลื่อนสายตาไปมองทางซินางิที่นั่งข้างๆเอลฟ์สาว พร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร

          "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ..." แวมไพร์หนุ่มกล่าวค้างไว้ ซินางิที่เห็นว่าตนยังไม่ได้แนะนำตัวเองก็ลุกขึ้นพร้อมกับคุกเข่าลง

          "ข้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน เคลเวียส อาร์ค ฟอร์เรน องค์ชายลำดับที่ 21 แห่งราชวงค์แวมไพร์ กระหม่อมมีนามว่า อาคามูระ ซินางิ เป็นเทวทูตตกสวรรค์ผู้ต่ำต้อยพะย่ะค่ะ" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ทั้งแวมไพร์หนุ่มและเอลฟ์สาวก็ดูตกใจกับการกระทำของเขาเคลเวียสทำตัวลนลานก่อนจะเรียกให้ชายหนุ่มลุกขึ้น ซินางิจึงลุกขึ้นมานั่งที่เดิม

          "ไม่ต้องมีพิธีการอะไรมากหรอกครับ ยังไงพวกเราก็เป็นรุ่นเดียวกันนะครับ" เคลเวียสยิ้มกับการกระทำของชายหนุ่ม ซินางิพยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงแล้วหันไปมองหน้าต่างต่อ

          "แล้วเทวทูตตกสวรรค์ที่ว่าเนี่ย..." เคลเวียสกล้าวค้างเอาไว้ ก่อนที่จะหุบปากไปทันทีการที่จะไปยุ่งเรื่องคนอื่นดูจะไม่มีมารยาทซักเท่าไหร่

          "พอดีคุณนางิถูกท่านมิคาเอลลงโทษเนรเทศออกจากสวรรค์น่ะค่ะ" เอลฟ์สาวกล่าวพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ดูท่าทางว่าแวมไพร์หนุ่มจะสงสัยสาเหตุที่ซินางิถูกเนรเทศออกจากสวรรค์มากแต่เขาก็ต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ เพราะ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเขา

          เมื่อคนขับรถเห็นว่าผู้โดยสารขึ้นรถเรียบร้อยแล้วก็ขับรถแล่นออกไปในทันที

   


      
          "คุณซินางิ นี่น่าสงสารจังเลยนะครับ"

          เสียงพูดของแวมไพร์รูปหล่อดังขึ้นราวกับเวทนาในตัวผม หลังจากที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง ยังไงซะมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะปิดบังอยู่แล้ว

          "ช่างมันเถอะ มันเป็นเพียงแค่อดีต" ผมกล่าวโดยไม่มีคำสุภาพลงท้าย พวกคุณคงสงสัยละสิว่าทำไมผมถึงไม่มีคำว่า 'ครับ' ต่อหลัง ก็เพราะว่า ผมเป็นพวกไม่ค่อยชอบพูดสุภาพซักเท่าไหร่น่ะครับ ส่วนที่แนะนำตัวนั้นถ้าผมแนะนำด้วยน้ำเสียงห้วนๆไปอาจจะโดนประหารทิ้งก็ได้และดูท่าทางนิสัยของแวมไพร์ตนนี้จะเป็นกันเองใช้ได้นะและที่น่าหมั่นไส้ที่สุดก็น่าจะเป็นหน้าตาอันหล่อเหลาของมัน อยากหล่อแบบมันจริงๆ

          "งั้นเหรอครับ" องค์ชายยิ้มออกมาบางๆ ทำไมถึงได้จ้องตาตูนิ่งขนาดนั้นล่ะฟะอยากจะเล่นเกมจ้องตาเหรอ ได้! รู้ไหมว่าตูน่ะจ้องตาเก่งนะเฟ้ย!!!

          ผมจ้องตามันกลับแต่จู่ๆมันก็พูดในสิ่งที่ผมแทบจะช๊อคตายอยู่ตรงนั้นเลย "คุณซินางินี่...น่ารักจังเลยนะครับ" What??? น่ารัก? อะไรฟะ! เห้ยอย่าบอกนะว่าเอ๊งเป็นพวกกินพืช!

          ซินางิตาเบิกโพลง เคลเวียสที่รู้ว่าตนเองพูดอะไรออกไปก็ถึงกับออกอาการลนลาน "อะ...เอ่อ... คือว่า เมือกี้นี้มันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะครับ พอดีมันหลุดปากออกไปเอง..." แวมไพร์หนุ่มกล่าวปฏิเสธแก้ต่าง แต่ดูเหมือนอดีตเทวดาจะไม่ฟังเขาถอยกรูดจนไปนั่งอยู่บนตู้เก็บของหลังสุดแล้ว

          "ยะ...อย่าเข้ามานะ! ไอแวมไพร์โรคจิต!!!"

          "ผมขอโทษครับที่พูดออกไป! ใจเย็นก่อนสิครับ!" 

          "ใจเย็นๆก่อนสิคะ คุณนางิ คุณเคลเวียสแค่พูดลอยๆเองค่ะ ใจเย็นๆก่อนสิคะ" 

          เสียงของทั้งแวมไพร์หนุ่มและเอลฟ์สาวดังขึ้นพร้อมกัน ต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะให้ชายหนุ่มที่สติแตกกลับมาใจเย็นได้ดั่งเดิมแต่ก็ขยับห่างจากองค์ชายแวมไพร์จนชิดกับหน้าต่างกระจกข้างหลังสุด...
          
          "แล้วที่คุณซินางิถูกผนึกพลังหมดแล้วคุณจะทำยังไงเหรอครับ เพราะ ที่โรงเรียนซาราเทียร์ มีแต่เผ่าปีศาจและเทพที่เก่งๆทั้งนั้น" เคลเวียสหันมาทางผมพร้อมกับพูดออกมา อย่าจ้องตูมากนะเฟ้ย! ตูเสียว

          "ไม่รู้สิ แต่รู้อย่างเดียวคือท่านมิคาเอลได้บอกว่าถ้าฉันอยู่ที่นั่นพลังอาจจะกลับมาเร็วมากขึ้นก็เป็นได้" อันที่จริงผมยังไม่ได้วางแผนเลยซักนิดว่าไปถึงที่โน่นจะทำอะไร ผมเป็นพวกที่ต้องเห็นสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ

          "แต่ว่าฉันก็พอจะเสกลูกไฟได้อยู่นะ" ผมกล่าวอย่างภาคภูมิใจ(?) ก่อนจะรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือจนปรากฎลูกไฟดวงเล็กๆเท่าลูกปิงปองขึ้นบนนิ้วของผมมันให้ความร้อนและความอบอุ่นพอดูเลยล่ะ เหมาะที่จะใช้ในตอนหน้าหนาวพอดี

          "นี่ๆ เจ้าหนูห้ามใช้เวทมนตร์ในรถนะ" เสียงของคุณลุงขับรถดังขึ้น ทำให้ผมต้องรีบสลายลูกไฟไปในทันที เพราะ เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งแปะอยู่ข้างหน้ารถว่า 'ห้ามใช้เวทมนตร์ ฝ่าฝืน! ปรับ 500 จี!' ถึงแม้ว่าห้าร้อยจีเนี่ยสำหรับเหล่าองค์หญิงเอลฟ์และองค์ชายแวมไพร์จะดูเป็นเพียงแค่เศษเงินแต่ว่าสำหรับผมแล้วมันกลับเป็นเงินที่มหาศาลยิ่งนัก!

          "ขอโทษครับ" ผมกล่าวคำขอโทษทำยังไงได้ก็ตูไม่เห็นนี่! ตัวหนังสือก็เล็กจะตายดีนะเนี่ยที่สายตาตูดีกว่ามนุษย์ทั่วไปเล็กน้อย(เล็กน้อยจริงๆ)ไม่งั้นคงมองไม่เห็น

          "คุณซินางิสร้างลูกไฟเล็กแค่นี้แล้วจะไหวเหรอครับ" องค์ชายหน้าหล่อถามผม ผมครุ่นคิดซักครู่ก่อนจะตัดสินใจตอบ 

          "ไม่รู้สิ คงต้องพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆล่ะนะ" ผมกล่าวไปก็คนมันไม่รู้จริงๆนี่นา มีอย่างเดียวก็คือผมต้องฝึกซ้อมเพื่อที่จะได้รับมือกับพวกปีศาจที่ชอบหาเรื่องคนอื่นน่ะนะ ซึ่งในสังคมในโลกแฟนตาซีแบบนี้ก็มีประเภทนี้เยอะซะด้วยสิ

          "งั้นผมช่วยฝึกให้ไหมครับ" โอ้... คุณเคลเวียสคุณช่างมีน้ำใจจริงๆนะ แต่ว่า...

          "ผมต้องขอบคุณในน้ำใจจริงๆนะครับ แต่ว่าไม่เป็นไรครับผมช่วยตัวเองได้!" ตูกลัวโดนลากเข้าป่า!!! เข้าใจไหม! มันอาจจะขุดทองผมตอนไหนก็ได้!

          "งั้นเหรอครับ แต่ถ้าอยากขอความช่วยเหลือล่ะก็บอกผมได้เลยนะครับ" เคลเวียสเอ๋ย นายนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆแต่ไม่เป็นไรหรอกข้าน้อยเอาตัวรอดได้...มั้ง?

          รถตู้แล่นไปเรื่อยๆคอยรับนักเรียนขึ้นมาบนรถหลายคนและทุกคนนั้นต่างก็มาจากหลายสถานที่ แถมฟาเทียร์ก็ดันเผลอหลับและใช้ไหล่ของผมเป็นหมอนแทน ผมดูท่าว่าเธอคงจะนอนไม่ค่อยสบายผมจึงจับศรีษะเธออย่างนุ่มนวลที่สุดก่อนจะวางหัวเธอลงบนตักของผม กลิ่นหอมๆโชยออกมาจากหัวของเธอและดวงตาที่หลับพริ้มนั่นทำให้เธอยิ่งน่ารักมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก

          ในตอนนี้บนรถก็ได้มีนักเรียนประมาณสิบกว่าคนนั่งอยู่ จะใช้คำว่าคนก็คงจะไม่ถูก เพราะทุกคนบนรถนี้เป็นปีศาจกันหมด เอ่อ... มีทั้งเผ่าคนแคระที่เป็นผู้ชายร่างเตี้ย คนเผ่าออร์คร่างโตกล้ามบึกบึน กัปปะหน้าตาทะเล้น ฟินิกส์หนุ่มหน้าโหดแต่ดูเป็นมิตร มนุษย์หมาป่าที่ใส่แว่นพร้อมกับอ่านหนังสือเหมือนเด็กเรียน ฮาร์ปี้เด็กสาวร่างเล็ก ซัคคิวบัสที่สุดเซ็กซี่ที่จ้องผมตาเป็นประกาย นิมป์นางไม้แสนสวยที่กำลังมองผมพร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ แมงมุมสาวที่ถักใยบนมือเล่น เด็กสาวที่ตัวเล็กเพียง 10 เซนติเมตร เผ่าแฟรี่หลับอยู่บนหัวผม และทุกคนก็อยู่ในร่างมนุษย์เพื่อความสะดวกในการนั่งบนรถ 

          รวมทั้งผม ฟาเทียร์และไอแวมไพร์หน้าหล่อแล้วก็เป็น 12 ตน ตอนที่ทุกคนขึ้นมานั้นก็ทำความรู้จักกันเรียบร้อย ผมจึงได้เพื่อนใหม่หลายคนเลยล่ะแต่คงยกเว้นคนแคระและมนุษย์หมาป่า ฟอเรียร์ คาเลน ที่ไม่สนใจใครเขาสนใจเพียงแค่หนังสือเรียนเท่านั้น และแน่นอนว่าผมอายุเยอะที่สุดในกลุ่มทั้ง 12 ตนนี้ ผมอายุ 19 ปี ในขณะที่คนอื่นๆอายุ 16-18 ปี ง่ายๆผมอวุโสที่สุดเลยล่ะ

          "ผมของนางิจังนี่นุ่มจริงๆเลยนะ" เสียงบนหัวผมดังขึ้นพร้อมกับรู้สึกว่ามีคนกำลังจับเส้นผมของผมอยู่ อ้อ! เธอคือแฟรี่ตัวน้อยชื่อว่า คาน่า ซราเวีย ตอนแรกเธอบินเข้าพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กในมือ ผมอาสาช่วยเก็บให้แล้วจู่ๆเธอก็ร่อนมานอนแหมะบนหัวผมโดยให้เหตุผลว่า 'ง่วงนอน' เธอเป็นหญิงสาวร่างเล็กมีปีกสีใสเหมือนผีเสืออยู่ข้างหลัง ผมยาวสีทอง ใบหน้าเรียวสวย ดวงตากลมโตสีน้ำเงิน อยู่ในชุดกระโปรงสีขาว ผิวขาวเนียน ตัวสูงแค่ 10 เซนติเมตร 

          "คาน่าจังยังขี้เซาเหมือนเดิมเลยนะ" เสียงบ่นดังขึ้นข้างหน้าของผม รู้สึกว่าเธอจะเป็นเพื่อนของคาน่า นิมป์นางไม้แสนสวยเธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านนิมป์ ชื่อ มีร่า ซาเวีย เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง ใบหน้ารูปไข่ ผมถักเปียสีทอง ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพู ผิวสีขาวเนียน ดวงตาสีดำ ขนตางอน หน้าอกก็น่าจะคัพ D ได้ล่ะมั้ง ส่วนเสื้อนี่ผมไม่รู้รู้อย่างเดียวคือเธอเป็นคนที่สวยมาก ส่วนสูงก็ 168 เซนติเมตร ในขณะที่ผมสูงแค่ 165 เซนติเมตร ผ่านมาสองปีมันเพิ่มแค่ 1 เซนเอง คิดแล้วเศร้า

          "นี่ๆ องค์ชายแวมไพร์น้อยทำไมไม่ขยับเข้ามาใกล้ๆข้าล่ะจะขยับห่างทำไม" เสียงดังขึ้นข้างๆขององค์ชายแวมไพร์เคลเวียส เธอคือซัคคิวบัสลูกสาวขององค์จักรพรรดิ โนวา แห่งอาณาจักรปีศาจซัคคิบัสและอินคิวบัส เธอชื่อว่า คาร่า เซลลิน่า เธอก็ถือว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งเหมือนกัน ผมสีบรอนด์ทอง ดวงตาสีเขียวมรกต หูแหลม มีเขาสองคู่บนหัว ผิวสีขาวเนียน ใบหน้าเรียวสวย หน้าอกที่เรียกได้ว่าโคตรอึ๋ม สวมถุงน่องสีดำที่ขาทั้งสองข้างปกปิดขาเรียวสวย ส่วนเสื้อที่เธอใส่นั้นแทบจะกลายเป็นเศษผ้าหรือชุดว่ายน้ำที่วาบหวิวได้เลยนะ

          "ไม่เป็นไรครับ การที่สุภาพบุรุษอยู่ใกล้สุภาพสตรีมันไม่เหมาะสม... หวา!" แวมไพร์หนุ่มกล่าวอ้างแต่ก็ต้องถูกซัคคิวบัสสาวรวบแขนเอาไว้พร้อมกับกระชากเข้าไปหา โดยที่คาร่านั้นหัวเราะอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งแวมไพร์หนุ่มเป็นอย่างมาก

          "ใครมีแตงกวามั่งง่ะ ฉันหิว" เสียงดังขึ้นอีกครั้งตรงเบาะหน้าสุด หมอนั่นคือกัปปะลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านกัปปะ ชื่อ คิริกายะ กาตี้ หน้าตาทะเล้นหน่อยๆ ตาตี่ๆ มีลักยิ้มที่กวนส้น ร่างกายผอมแห้ง ผมสีดำรกรุงรัง ผิวสีคล้ำ มีกระดองแบกอยู่บนหลัง เสื้อเชิดสีฟ้ากับกางเกงยีนสีดำที่ดูท่าทางจะสุ่มใส่มาเหมือนจะรีบจนไม่ได้ดูการแต่งตัวที่ไม่เข้ากันเลย

          "ฉันไม่มีน่ะ" เสียงทุ้มต่ำปฏิเสธทันทีที่กาตี้หันไปมอง เขาคือชายร่างยักษ์เผ่าออร์คที่อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย  ชื่อ สากกระเบือ ยันเรือรบ ชื่อโคตรแปลกมากเลยครับ ผมขอเรียกมันสั้นๆว่า 'เรือรบ' ละกันนะ  เขาเป็นชายร่างยักษ์ที่สุดท่าทางจะสูงซัก 192 เซนติเมตรได้ ผิวสีคล้ำ ผมสีดำที่ดูรกรุงรัง ดวงตาสีดำ ร่างกายบึกบึนเหมือนนักกล้ามและสิ่งที่ผมไม่อยากจะเชื่อที่สุดนั่นก็คือมันอายุ 16! พระเจ้าตูอยากเกิดเป็นออร์คจะได้ตัวสูงๆบ้าง แต่หน้าตาไม่หล่อก็รับไม่ได้นะ

          "แต่ฉันมีแอปเปิ้ลน่ะจะเอาไหม" เสียงดังขึ้นอีกครั้งของชายหนุ่มหน้าโหดคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ เรือรบ เขาคือลูกชายของจักรพรรดิเพลิงฟินิกส์ อิเล็ก ชื่อว่า อเล็กเมอเซอร์ สเลนเดียร์ เป็นคนที่มีใบหน้าคมสัน ดวงตาสีดำดูขวางโลก มีพลาสเตอร์ติดอยู่แก้มข้างซ้าย จมูกโด่ง ผมสีดำสนิท มีมัดกล้ามถึงแม้ว่าจะน้อยกว่าเรือรบก็เถอะ สวมถุงมือที่มีพลังเวทสายไฟอยู่ สวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตสีแดง ถึงแม้ว่าหน้าตาเขาจะดูโหดๆอันที่จริงแล้วเป็นคนดีมากกว่าที่เห็น ในมือมีแอปเปิ้ลอยู่หนึ่งลูกและสิ่งหนึ่งที่ผมตกใจก็คือเขาชอบกินไอศครีมซึ่งเป็นสิ่งที่ฟินิกส์เกลียดที่สุด...

          ...สมกับที่เป็นองค์ชาย แตกต่างจากคนทั่วไปจริงๆ

          "ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวไปซื้อที่โรงเรียนก็ได้" กาตี้ปฏิเสธทันควัน

          "นี่ๆ นางิๆมาเล่นตบแปะกับเค้าหน่อยสิ" เสียงหวานใสเหมือนเด็กดังขึ้น พร้อมกับมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งกระโจนมานั่งอยู่ข้างหน้าของผม เธอคือฮาร์ปี้เป็นเด็กสาวร่างเล็ก ชื่อ ลาริน่า ซิลิก้า สูงเพียง 152 เซนติเมตร ผมสีฟ้าอ่อน ใบหน้าเรียวสวยน่ารัก ริมฝีปากบาง ดวงตากลมโตสีฟ้าอ่อน ยิ้มอย่างน่ารัก ชุดที่เธอใส่คือชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน ผิวสีขาวเนียนและนุ่ม หน้าอกนั้นก็แบนราบ

          เห็นเหมือนเด็กแบบนี้ แต่เธอก็อายุ 17 ปีแล้วนะครับ

          "ได้สิ 1...2...3...นางเงือกน้อย มีชั้นบนมีชั้นล่างมี..." ผมเล่นตบแปะกับเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะอายุ 17 ปีแล้วแต่นิสัยเหมือนกับเด็กอายุ 12 ขวบเอง 

          "เผ่าเทวทูตนั้นจะแบ่งไปตามระดับชั้นคือ..." เสียงบ่นเบาๆลอยเข้ามาในหูของผมในขณะที่ผมกำลังเล่นตบแปะกับซิลิก้า อ้อ! เกือบลืมไปเลยคนที่กำลังบ่นอยู่ข้างหน้านั่งอยู่ข้างๆมีร่า เขาคือมนุษย์หมาป่า ชื่อ คาเลน ฟอเรียร์ เป็นคนที่ชอบหมกมุ่นอยู่กับหนังสือเรียน เขาเป็นคนที่ใส่แว่น ใบหน้าคมสัน ผิวสีเนื้อ นัยตาสีดำหม่น จมูกโด่ง ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำ ผมสีดำ มีกล้ามอยู่เล็กน้อยให้เห็นพองาม ในมือมีหนังสือ 'สรุป เผ่าปีศาจและเผ่าเทพ' รู้สึกว่าจะเป็นหนังสือขายดีมากในโลกปีศาจ ส่วนสูงก็ 174 เซนติเมตร อายุ 18 ปี เขาก็หน้าตาเหมือนกับผู้ชายธรรมดาเท่านั้นหละนะ

          "..." ผมมองไปที่คนแคระที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆกับแมงมุมสาว เขาเป็นชายร่างเล็กตัวเตี้ย ใบหน้าอ้วนกลม ดวงตาสีดำที่ดูเหมือนจะหวาดระแวงทุกอย่าง ไม่ค่อยมีดั้งจมูกบานเล็กน้อย ผมสีเทา ผิวขาว คิ้วเล็ก หูแหลมเหมือนเอลฟ์ ในมือมีตะเกียงที่มีไฟสีทองลุกโชดช่วง ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงขาสั้นสีขาว ดูเหมือนจะเป็นคนที่รักสะอาด สูง 124 เซนติเมตรตามฉบับคนแคระ อายุ 17 ปี น่าสงสารจัง อายุตั้ง 17 แต่ตัวเล็กนิดเดียว

          "รู้สึกว่าใยนี้จะเหนียวไม่ค่อยพอแหะ" เสียงบ่นเบาๆลอยเข้ามาในหูผม ผมมองไปที่ข้างๆของคนแคระตัวเล็ก เธอมีเชื้อของปีศาจแมงมุมในตำนาน อารัคเน่ เธอเป็นลูกสาวขององค์จักรพรรดิ ลอลีส และ องค์จักรพรรดินี ลิลลี่ แห่งอาณาจักรแมงมุม เธอชื่อว่า ลอล่า แมงกานีส เธอมีดวงตาสีแดงคล้ายกับเลือด รูปร่างบอบบาง ใบหน้าเรียวสวย ริมฝีปากอวบอิ่มทาลิฟสติกสีแดง ผิวขาวเนียน ผมยาวสีขาว ขนตางอนยาว อยู่ในชุดเดรสสีดำเกาะอก หน้าอกคัพ F+ เห็นจะได้ ผมไม่หื่นนะแค่บอกให้พวกคุณรู้เฉยๆ เธอกำลังดึงใยในมือที่หย่อนยานไปมาอยู่ เอ่อ...ที่หล่อนพูดมาเมื่อกี้น่ะใยนั่นมันรัดเหล็กจนยุบได้เลยนะ - -

          "คุณนางิช่วยผมหน่อยสิครับ!" ไอแวมไพร์หน้าหล่อที่ถูกยัยซัคคิวบัสกอดอยู่มันเรียกชื่อผมราวกับว่าเป็นเพื่อนซี้กันและแน่นอนด้วยความเป็นเพื่อนใหม่ผมก็ต้องออกตัวช่วยเหลือมันอยู่แล้ว!

          "โทดทีนะ เคลเวียสเรื่องอื่นฉันยังพอช่วยได้แต่เรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ เอาตัวรอดเองละกัน" 

          "ม่ายยยยยยยยยย!!!" แวมไพร์หนุ่มร้องโหยหวนเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนใหม่พูดมา ก่อนที่จะโดนซัคคิวบัสสาวหยิกแก้มเล่น

          "หึ...หึ...เอาล่ะนะ นักเรียนทุกคนเรากำลังจะเข้าสู่เขตโรงเรียนกันแล้ว" เสียงคุณลุงขับรถดังขึ้นเรียกให้ทุกคนหันไปมองหน้ารถก่อนที่จะปรากฎประตูมิติขึ้นพร้อมกับรถวิ่งเข้าไปข้างในนั้น

          "ถึงเวลาแล้วสินะ..." ผมพูดขึ้นมาเบาๆ มือข้างหนึ่งคอยลูบหัวฮาร์ปี้ตัวน้อยที่นั่งข้างๆ ส่วนอีกมือหนึ่งก็กำลังกำหมัดแน่น

          "หวังว่าตูคงจะไม่ถูกพาเข้าห้องดับจิตตั้งแต่วันแรกหรอกนะ"

          ไอนางิเอ๋ย... ช่วยพูดอะไรที่มันเป็นมงคลหน่อยไม่ได้เหรอวะ?

          

          



          

          

         


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

383 ความคิดเห็น

  1. #358 H.M.F.T.I (@avalanche2512) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 23:45
    ............
    พูดไม่ออก บอกไม่ถูก
    #358
    0
  2. #322 phanit7 (@phanit7) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 21:05
    ไม่อยากให้มีนางเอกเลย. เอาตัวพระเอกอย่างเดียวพอ (แต่ถ้ามีนางเอกลึกๆก้ออยากรู้ชื่อนะฮะ)
    #322
    0
  3. #275 chocolate091244 (@chocolate091244) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 14:35
    อ่า....หวังว่าจะไม่มีนางเอกนะ
    #275
    0
  4. #263 gummy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:07
    Upppppppp น้าาา สู้สู้
    #263
    0
  5. #255 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2558 / 19:34
    มีเพือนใหม่เยอะเลย
    #255
    0
  6. #236 toy6342 (@toy6342) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:56
    สนุกมาก
    #236
    0
  7. #225 จินนี่chang (@jinnylee1-1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 03:24
    แวมไพร์โรคจิตต!! 555 พระเอกหลุดไปเยอะเลย อย่าลืมนะว่าเขาเป็นองค์ชาย
    #225
    0
  8. #200 Angel war (@asdfghjkl12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 13:56
    อ่า... ทำไมผู้หญฺงมันเยอะแปลกๆล่ะครับ เหมือนฮาเร็มเลยอ่ะ 
    #200
    0
  9. #176 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 22:08
    ขอบอกไว้หน่อยนะครัชชช ค่าครองชีพต่อปีโดยประมาณของยุ่นเนี้ยอยู่ที่ปีละ 1ล้าน2แสน นะงับสำหรับต่อคนอยู่แบบคนเดียว แล้วพระเอกได้แค่ ล้านห้าแสน อยู่ได้2ปี แถมมีของดีให้กินด้วย มันเว่อจังนะ ผมสงสัยว่าแม้งไม่อดตายเหรอวะน้อยมากๆอะอย่างน้อยควรให้สัก10ล้านเยนนะ
    #176
    0
  10. #154 Theknight Lordhero Kan (@kansakan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 18:59
    พูดตามตรงครับ พล็อตแอบคล้ายอวาลอนเลย (ฮา) ตั้งแต่จะโดนจับกินละ พระเอกไม่ค่อยมีพลัง ได้ไอเดียจาก อวาลอนใช่ไหมครับ :D
    #154
    0
  11. #114 Autthapol Sapew (@l3ackl3ook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 19:04
    ฮาเร็มโลดดดดดดดด
    #114
    0
  12. #92 Sokenyo Chi-el (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:25
    รุสึกว่า จะมีผุหญิงเยอะมาก แล้วแต่ละคน สวยมาก แต่ผุชายน้อยจังเลยค่ะไรต์ ไม่ค่อยหล่อด้วย ขออีกสักคนสองคนไมาได้เหรอค่ะ (อุ๊ย เขิล)(
    #92
    0
  13. #65 darknessPoP (@popdarkness) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 11:26
    ฟินิกส์เนี่ยชื่อมันเหมือ proto type 1 เลยนะ(ไรต์เล่นป่ะเนี่ย)
    #65
    0
  14. #54 by tam (@tam-wannporn) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 16:03
    เอิมมม
    #54
    0
  15. #37 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 14:30
    แล้วจะไปรอดมั้ยเนี่ย
    #37
    0
  16. #23 Darksugun (@sugun_bua) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 17:44
    สนุกดีครับ ฮาเร็มจงเจริญ5555
    #23
    0