FALLEN ANGEL HEAVEN:เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล

ตอนที่ 19 : เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล ตอนที่ 17 ฝึกบิน (1) (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ต.ค. 59

เทวทูตตกสวรรค์ ภาค เทวทูตรัตติกาล
ตอนที่ 17 : ฝึกบิน (1)




 


          "โอ๊ยๆ! เอลซ่าเบาๆหน่อยสิ" ผมร้องขึ้นมาทันทีที่ยัยเอลซ่าเอาน้ำแข็งมาประคบตาที่เป็นสีเขียวช้ำของผมแรงไปหน่อย

          "ร้องเป็นเด็กๆไปได้ เจ็บแค่นี้เองไม่
เห็นจะเป็นไรเลยนี่นา" ยัยเอลซ่าที่กำลังเอาน้ำแข็งประคบตาผมอยู่ทำแก้มป่องแล้วพูดขึ้น ผมเองก็ทำหน้าบูดก่อนจะตอบกลับไป

          "เจ็บแค่นี้ซะที่ไหนล่ะ! หน้าฉันกระแทกพื้นเชียวนะ" ผมพูดเสียงดัง ทำให้เพื่อนที่นั่งล้อมวงอยู่ข้างๆพากันหัวเราะยกใหญ่ ยัยเอลซ่ายิ้มแห้งๆแล้วค่อยๆเอาน้ำแข็งประคบตาผมเบาๆ

          "เอาน่าเพื่อน! ตกลงมาหน้ากระแทกพื้นแล้วเจ็บแค่นี้ก็ถือว่าดีแล้ว" ไอเรือรบเดินมานั่งข้างๆพร้อมกับตบไหล่ผมเบาๆ 

          "สำหรับเอ็งมันแค่นี่ แต่สำหรับตูมันไม่เฟ้ย!" ผมพูดแย้งทันที ทำให้ไอเรือรบหัวเราะร่วนรวมถึงเพื่อนทุกคนอีกด้วย

          ทุกคนคงอยากรู้ใช่ไหมล่ะครับว่าทำไมผมถึงเป็นแบบนี้ มันก็เป็นเพราะเคลเวียสนั่นแหละ! บอกว่าให้ใช้ความรู้สึกและจิตใจควบคุมปีก ไอผมนี่ก็อุตส่าห์เชื่อลองทำดูผลปรากฏว่าหน้าของผมดิ่งพุ่งลงมากระแทกใส่พื้นหญ้าเต็มๆ! อูย... เจ็บใช่เล่นเลยนะครับ

          "สงสัยคงต้องปรับวิธีการฝึกใหม่แล้วล่ะมั้งคะ" ฟาเทียร์พูดขึ้นเสนอความคิด 

          "ผมก็เห็นด้วยนะครับ" เคลเวียสพยักหน้าเห็นด้วย จู่ๆฟอเรียร์ที่เงียบอยู่คนเดียวตั้งนานก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยอีกคน

          "ฉันว่าน่าจะคิดสูตรกะองศาการขยับปีกให้กับนายดีไหม" ฟอเรียร์ที่ไม่ค่อยพูดได้พูดขึ้นมาด้วยประโยคที่ยาวที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินจากปากของไอหมาป่าหนังสือคนนี้!!!

          อ่า... ฟอเรียร์ อะไรดลใจให้นายพูดได้ยาวขนาดนี้! หรือว่าเพราะคาถาโรบิ้น! ใช่ๆต้องเป็นคาถาแห่งโรบิ้นแน่นอน! ต้องใช่แน่ๆ ฉันเคยสวดคาถาให้นายพูดยาวๆซักครั้งในที่สุดมันก็สำเร็จแล้วสินะ!

          ทุกคนต่างก็อึ้งไม่แพ้กัน คงเป็นเพราะฟอเรียร์เป็นคนที่พูดน้อยมาก ในวันนึงนี่แทบจะนับคำได้เลย ปกติจะพูดว่า "อืม" หรือไม่ก็ประโยคสั้นๆทั้งหลายไม่เกิน 10 คำ

          ฟอเรียร์กวาดสายตามองทุกคนด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

          "ฉันก็แค่อยากจะลองหาสูตรคณิตศาสตร์ใหม่ๆเท่านั้นเอง" อีกครั้งแล้วที่ฟอเรียร์พูดประโยคยาวๆ! ทุกคนดูเหมือนจะตั้งสติได้แล้วจึงหันความสนใจมาที่คำพูดของเขาซะที

          "สูตรยังไงเหรอครับคุณฟอเรียร์" เคลเวียสที่ดูเหมือนจะสนใจมากกว่าคนอื่นพูดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฟอเรียร์หันมามองเคลเวียสด้วยสายตาเย็นชา

          "ไม่รู้... คงต้องใช้เวลา" เขาตอบสั้นๆก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่ผ้าสีฟ้าที่ถูกปูเอาไว้บนพื้น แล้วเขาก็หยิบเอากระดาษหนึ่งแผ่นขึ้นมาเขียนอย่างเคร่งเครียด      

          อ่า... กลับมาพูดประโยคสั้นๆอีกแล้ว นี่ผมคงหวังมากเกินไปสินะ แต่ก็เอาเถอะเนอะ...

          "อ่า... เข้าใจแล้วครับ" เคลเวียสยิ้มเจื้อนๆหลังจากได้ยินประโยคอันแสนจะไร้เยื่อใยของฟอเรียร์ เห้ยๆ ไม่แน่นะฟอเรียร์อาจจะอยากคุยกับพวกเราก็ได้ แค่พูดไม่เก่งเท่านั้นเองมั้ง

          "งั้นมาฝึกกันต่อละกัน" นายสเลนเดียร์ยิ้มกว้างก่อนจะฉุดร่างผมที่กำลังถูกน้ำแข็งประคบตาซ้ายให้ลุกขึ้นมา ด้วยแขนเพียงข้างเดียวก็สามารถดึงร่างของผมให้ลุกขึ้นมาได้แล้ว

          "ดะ... เดี๋ยวๆ ฉันพึ่งจะพักได้แปปเดียวเองนะ!" ผมรีบร้องท้วงขึ้นมาทันที ตูพึ่งพักได้แค่ไม่กี่นาทีเองนะเฟ้ย!

          "ลูกผู้ชายน่ะ! จะมาสำออยเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้นะซินางิ" สเลนเดียร์ตอบผมยิ้มๆพร้อมกับพยายามกระชากร่างของผมไปให้ได้ เบาๆหน่อยสิฟะ!
 
          "ให้คุณนางิพักก่อนน่าจะดีกว่านะคะ" มีร่าหันมาพูดกับสเลนเดียร์ด้วยน้ำเสียงอันแสนนุ่มนวล ไอเจ้าบ้ากล้ามก็ยิ้มแห้งๆก่อนจะยอมปล่อยผมให้เป็นอิสระ

          อ่า... เสียงสวรรค์ชัดๆ

          "เอาเป็นว่าคุณซินางิลองทำสมาธิก่อนจะดีกว่าไหมครับ" เคลเวียสเดินเข้ามาหาพร้อมกับเสนอความคิดให้ผมฟัง

          "หืม? ให้ทำสมาธิงั้นเหรอ..."

          "ใช่แล้วครับ เหมือนกับที่เราต้องใช้สมาธิในการรวบรวมพลังเวทและร่ายเวทหรือใช้สมาธิเพื่อควบคุมการโคจรลมปราณไปตามจุดต่างๆของร่างกายน่ะครับ" เคลเวียสอธิบายขยายความให้ฟัง

          "อืม... แล้วมันยังไงเหรอ" ผมถามด้วยความสงสัย

          "คุณซินางิก็จะได้ใช้สมาธิควบคุมปีกของตัวเองยังไงล่ะครับ"เคลเวียสอธิบายขยายความให้ฟัง ผมเองก็ลองคิดตามดู มันก็เข้าท่าดีนะ       

          ผมตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าก่อนจะค่อยๆทำจิตใจให้สงบแล้วหลับตาลงหายใจเข้าและออกช้าๆ อืม... เอาปีกออกมาด้วยก็น่าจะดีนะ เผื่อจะได้ใช้สมาธิแล้วกระพือปีกตามจังหวะการหายใจไปด้วย

     ฟุบ

          ปีกสีดำสนิทออกมาจากแผ่นหลังของผมตามความคิดที่อยากจะเป็นกำลังให้กับทุกคน

          ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอ่อนแอสุดๆก็ตามทีเถอะนะ...

          



         หลังจากที่ซินางิได้เข้าสู่ห้วงสมาธิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคาน่านอนหลับปุ๋ยอยู่บนศรีษะ เหล่าเพื่อนทุกคนก็มาร่วมวงปรึกษาเรื่องการฝึกให้กับซินางิ จนกระทั่งได้ข้อสรุปดังนี้...

          สัปดาห์แรกจะเป็นการฝึกบินให้กับซินางิ โดยจะมีคนคอยคุมฝึกอยู่ไปแต่ละเวลาที่ว่างนั่นก็คือ เคลเวียสที่เป็นเผ่าพันธุ์แวมไพร์ คาร่าที่เป็นเผ่าพันธุ์ซัคคิวบัส คาน่าที่เป็นเผ่าพันธุ์แฟรี่ ซิลิก้าที่เป็นเผ่าพันธุ์ฮาร์ปี้และสุดท้ายก็คือสเลนเดียร์ที่เป็นเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง

          สัปดาห์ที่สองก็จะเป็นการฝึกต่อสู้และฝึกการโคจรลมปราณ โดยจะมีคนคอยคุมฝึกก็คือ เคลเวียสถึงแม้จะไม่มีลมปราณแต่ก็มีทักษะการต่อสู้ที่สูง สเลนเดียร์ที่ถนัดการใช้ลมปราณและทักษะการต่อสู้สูงเช่นกัน คนสุดท้ายก็คือเรือรบที่ถนัดการใช้ลมปราณและมีความอึดเป็นเลิศ

          สัปดาห์ที่สามก็จะเป็นการฝึกเวทมนต์ โดยจะมีคนคอยคุมฝึกก็คือ ฟาเทียร์เอลฟ์สาวที่ใช้เวทมนต์ได้หลายธาตุและหลากหลายบท มีร่านิมป์สาวที่ใช้เวทมนต์สายพฤกษา เคลเวียสแวมไพร์หนุ่มที่ใช้เวทมนต์ธาตุมืดได้อย่างชำนาญ คาน่าแฟรี่ตัวน้อยที่ใช้เวทมนต์ธาตุแสงเก่งมากที่สุดในกลุ่มและสเลนเดียร์ที่ใช้เวทมนต์ธาตุไฟได้อย่างคล่องแคล่ว

          เนื่องจากว่าทุกคนเห็นถึงจุดอ่อนที่สำคัญของซินางินั่นก็คือ ยังไม่มีพลังที่มากพอที่จะต่อกรกับนักเรียนคนอื่นๆได้มากนัก โดยเฉพาะกับเผ่าพันธุ์ชั้นที่สูงเล็กน้อยที่มีความเก่งกาจพอสมควร จึงได้เพิ่มการฝึกลงไปอีกสองอย่างนั่นก็คือการฝึกต่อสู้และฝึกเวทมนต์โดยที่จะวนฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆ

          ส่วนคนที่ไม่ได้มีเอี่ยวกับการฝึกก็มีอยู่ 4 คน นั่นก็คือ ฟอเรียร์ที่ชอบใช้สมองมากกว่ากำลังทั้งๆที่ตนเกิดมามีลมปราณที่สูงแท้ๆ กาตี้ที่ขี้เกียจและเป็นสายจิตล้วนๆจึงไร้ประโยชน์ไปโดยปริยาย ลอล่าที่ปฏิเสธแทบจะในทันทีโดยไม่ให้เหตุผลทั้งๆที่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ถนัดจิตและเวทมนต์ และเอลซ่ารายนี้ไม่ต้องพูดถึงเก่งแต่เวทแสงสายรักษาเท่านั้นส่วนทักษะการต่อสู้นั้นแทบติดลบจึงต้องตกไปทั้งที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

          เมื่อวางแผนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วที่เหลือก็ตั้งวงพูดคุยกันบนเสื่อสีฟ้าอ่อนที่ถูกปูไว้บนพื้นหญ้าเพื่อฆ่าเวลา จนกระทั่งเวลาผ่านไปเริ่มเข้าสู่ช่วงเย็นท้องฟ้าเริ่มถูกฉาบไปด้วยสีส้มอ่อนๆ

          "เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วสินะครับ" เคลเวียสพูดขึ้นมาลอยๆ เมื่อเขาเหล่ไปมองซินางิก็พบว่าอดีตเทวทูตหนุ่มนั้นยังคงนั่งสงบนิ่งทำสมาธิอยู่ที่เดิมไปยอมไปไหนโดยที่ปีกที่อยู่กลางแผ่นหลังก็เริ่มกระพือได้อย่างมั่นคงแล้ว ต่างจากตอนแรกที่กระพือบิดๆเบี้ยวๆเหมือนกับนกปีกหัก

          "วันนี้ได้แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วล่ะนะ" สเลนเดียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆพยักหน้าเห็นด้วย เรือรบที่นั่งอยู่อีกฟากก็เหล่มองพระอาทิตย์สีส้มที่ใกล้จะลับขอบฟ้าก่อนจะหันมาพูดกับทุกคน

          "ฉันว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่านะ จวนจะมืดอยู่แล้ว" 

          เคลเวียสพยักหน้ารับรู้ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นมายืนแล้วเดินตรงไปหาซินางิเพื่อปลุก แต่ทว่า...

          "นางิ!!! ตื่นได้แล้วน้า~" สาวน้อยจอมซนซิลิก้าตะโกนเสียงดังด้วยน้ำเสียงอันแหลมเล็กของเธอ ก่อนที่ร่างเล็กของเด็กสาวจะพุ่งเข้าหาซินางิอย่างรวดเร็วจนยากจะห้ามได้ทัน

     พลั่ก!!!

          "อ่อก!!!..." ซิลิก้าพุ่งเข้ามาโดยใช้หัวชนเข้าใส่ลิ้นปี่ของซินางิเต็มๆ ถึงกับทำให้ชายหนุ่มถึงกับตาเหลือกโพรงพร้อมกับกระอักเอาน้ำลายและลมในปอดออกมา ก่อนที่แรงกระแทกจะส่งร่างของเขากระเด็นกลิ้งไปกับพื้นอีกหลายตลบแล้วไปหยุดอยู่ห่างจาก ณ จุดเดิมหลายเมตร พอรู้สึกตัวเขาก็ทำได้แต่ดิ้นไปกับพื้นด้วยความจุก

          ส่วนคาน่าก็บินหนีออกมาได้ทัน ก่อนที่แฟรี่ตัวน้อยจะบินไปนอนบนร่องอกของฟาเทียร์อย่างไม่ทุกข์ร้อน ทั้งที่ที่นอนมีชีวิตของตนในตอนนี้กำลังกระเสือกกระสนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนพื้นด้วยความจุกสุดๆจากการพุ่งกระแทกของสาวน้อยจอมซน

          "อุ้ย... แหะๆสงสัยจะแรงไปหน่อยแฮะ" สาวน้อยฮาร์ปี้ร่างเล็กผู้ก่อเหตุได้แต่หัวเราะแห้งๆ พร้อมกับกำหมัดเคาะหัวตัวเองเบาๆอย่างน่ารักราวกับไม่รู้สึกผิดต่อเหตุการนี้เลยแม้แต่น้อย ส่งให้คนที่เห็นเหตุการณ์พากันส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจไปตามๆกัน แม้แต่ฟอเรียร์และลอล่าก็ยังอดถอนหายใจไม่ได้

     โป๊ก! 

          "แรงไปหน่อยซะที่ไหนเล่า! เล่นเอาเกือบตายเลยนะ!" ซินางิที่หายจากอาการจุกแล้วก็เดินตรงเข้ามาหาซิลิก้าด้วยท่าทางโซซัดโซเซ ก่อนจะมะเหงกใส่กลางศรีษะของฮาร์ปี้ตัวน้อยอย่างแรง ทำให้เธอต้องยกมือขึ้นมาลูบหัวปอยๆ 

          "นางิใจร้าย! เค้าเจ็บนะ!" ซิลิก้าเริ่มมีน้ำตาซึมพร้อมกับหันมาพูดกับซินางิด้วยน้ำเสียงสะอื้นอย่างน่าเห็นใจ โดยที่มือนั้นยังคงลูบศรีษะที่ดูจะบวมขึ้นมาหน่อยๆอย่างเจ็บปวด

          "เจ็บแล้วจำด้วยล่ะ" ซินางิพูดกับซิลิก้าแค่นั้นก่อนจะหันไปสนใจสิ่งรอบด้าน พอรู้ว่าถูกเมินเด็กสาวตัวน้อยก็ลุกขึ้นยืนเอาสองมือเล็กๆทุบอกชายหนุ่มรัวๆแถมยังแรงอีกจนแทบกระอักดีนะที่เขาโคจรลมปราณมาป้องกันหน้าอกได้ทันพอดีไม่อย่างนั้นมีหวังได้กระอักเลือดเป็นแน่

          "คุณซินางิครับ" จู่ๆเสียงของเคลเวียสก็ดังขึ้นเรียกความสนใจให้ซินางิต้องหันไปมองหน้าของแวมไพร์หนุ่มที่ส่งยิ้มมาให้พร้อมกับยื่นกระดาษขนาด A4 แผ่นหนึ่งมาให้ อดีตเทวทูตหนุ่มจึงรับมาเพื่ออ่านเนื้อความในกระดาษ

          "นี่คือตารางที่พวกเราคิดขึ้นมานะครับ ผมเห็นว่าคุณซินางิยังไม่เก่งมากพอก็เลยเพิ่มการฝึกอีกสองอย่างลงไปด้วยน่ะครับ" เคลเวียสอธิบายให้ฟัง ซินางิก็พยักหน้ารับรู้ก่อนจะพับกระดาษแล้วเก็บใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง

          "อื้ม เข้าท่าดีนี่ ฉันเองก็คิดว่าพลังแค่นี้มันยังไม่พอ นายช่วยฉันได้มากเลยนะเคลเวียส" ซินางิยิ้มกว้างพร้อมกับขยิบตาให้ แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นมันทำให้แวมไพร์หนุ่มสติแทบหลุดจากร่างเลยทีเดียว

          "มะ... ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะครับ ทุกคนช่วยกันคิดต่างหากล่ะครับ!!!" เคลเวียสรีบพูดออกมาอย่างร้อนรนเมื่อรู้สึกได้ถึงจิตสังหารจากกลุ่มเพื่อนๆแทบทุกคนโดยเฉพาะเหล่าสาวๆที่ดูจะรุนแรงเป็นพิเศษ ภายใต้รอยยิ้มอันแสนหวานของพวกเธอนั้นได้ซ่อนความน่ากลัวจนยากจะหยั่งถึงเอาไว้อยู่ที่แม้แต่องค์ชายแวมไพร์ยังต้องกลัว

          "งั้นเหรอ ทุกคนขอบใจมากเลยนะ" ซินางิหันไปขอบคุณทุกคนด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใสของชายหนุ่ม ทำให้จิตสังหารจากเหล่าหญิงสาวที่ส่งตรงมาถึงเคลเวียสเป็นอันต้องมลายหายไป เคลเวียสจึงกลับมาหายใจทั่วท้องอีกครั้ง

          "แง~ นางิแกล้งเค้าอ่า!!!" ซิลิก้าที่เห็นว่าซินางินั้นไม่ได้สนใจตนเลยจึงวิ่งไปซบอกลอล่าพลางร้องไห้ฟูมฟาย แมงมุมสาวจึงได้แต่ยิ้มหวานแล้วลูบหัวฮาร์ปี้สาวเป็นการปลอบให้เท่านั้น พลันจิตสังหารจากหญิงสาวแทบทุกคนก็ส่งตรงมาที่ซินางิแทนจนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งโหยง

          "เห้ยๆ ฉันไม่ผิดซักหน่อยนะ!" ซินางิส่ายหน้ารัวๆพลางทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ ปากเองก็พยายามปฏิเสธสุดฤทธิ์

          "ผู้ชายที่ทำให้เด็กผู้หญิงตัวน้อยต้องร้องไห้นี่ นิสัยแย่มากเลยนะคะ" ฟาเทียร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานใสพร้อมกับส่งยิ้มบางๆมาให้ด้วยท่าทางขบขัน ก่อนจะจะหันไปลูบหัวให้ซิลิก้าอีกคน

          "นิสัยไม่ดีเลยนะคะ คุณนางิ" มีร่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆเหมือนคนพยายามกลั้นหัวเราะก่อนจะหันไปลูบหัวให้กับซิลิก้าอีกคน

          "แกมันปีศาจ" สเลนเดียร์พูดจบก่อนจะหยิบเอาแอปเปิ้ลลูกหนึ่งขึ้นมากัดหนึ่งคำ พร้อมกับพยายามกลั้นขำสุดชีวิต

          "โหดร้าย" ลอล่าเองก็หันขึ้นมาพูดกับซินางิด้วยอีกคน 

          "หน้าตัวเมียจังเลยน้า~" คาร่าพูดขึ้นอีกคนพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดเสียงหัวเราะที่ดังลอดออกมาเบาๆ

          "เรื่องนี้รบจะไม่ยุ่ง" เรือรบพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแหยๆก่อนจะตั้งใจกินมะม่วงต่อไป

          "เรื่องนี้ตี้จะไม่ยุ่งเช่นกัน" กาตี้เองก็เข้าผสมโรงอีกคนแล้วเริ่มแย่งมะม่วงของเรือรบกินด้วย

          ดูยังไงก็รู้ว่าทุกคนกำลังแกล้งเขาอยู่...

          ซินางิที่โดนกล่าวหาก็ถึงกับทำหน้าเหวอ พอชายหนุ่มหันไปมองเอลซ่าก็เห็นว่ากระต่ายสาวตัวแสบก็หัวเราะอย่างสะใจไม่หยุดที่ได้เห็นซินางิในสีหน้าแบบนี้

          "หะ... เห้ย! ไหงงั้นล่ะฟะ!"





          "เฮ้อ..."

          ผมถอนหายใจออกมายาวเหยียด ในขณะที่กำลังเดินไปตามทางเดินที่ถูกปูด้วยอิฐสีแดงอ่อนโดยมีเคลเวียสเดินอยู่ข้างๆ

          หลังจากนั้นผมก็ต้องไปง้อซิลิก้าให้หายงอน ถึงแม้ดูเหมือนว่าเธอจะแกล้งทำก็เถอะ แถมคุณเธอยังเล่นตัวอีกนะ ผมก็ต้องง้อไปเรื่อยๆจนเธอยอมยกโทษให้แต่มีข้อแม้ว่าวันพรุ่งนี้ซิลิก้าจะเป็นคุมการสอนทั้งวัน

          "เหนื่อยหน่อยนะครับ" เคลเวียสที่เดินอยู่ข้างๆผมพูดขึ้นพลางส่งยิ้มมาให้เหมือนเห็นใจ

          "ไม่หน่อยหรอก แต่มันเหนื่อยสุดๆเลยต่างหาก" ผมตอบกลับไปเหมือนคนหมดแรง เคลเวียสเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากส่งยิ้มอย่างเห็นใจมาให้ผมเท่านั้น

          ผมกับเคลเวียสพูดคุยเรื่องทั่วไปซักพักก่อนจะเงียบลงเมื่อมาหยุดยืนอยู่หน้าตึกสูงอันเป็นที่พัก เราทั้งสองคนเดินไปกดลิฟท์รอไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออกพร้อมกับมีนักเรียนชาย 3 คน หล่อเล็กน้อย 1 คน และหน้าตาธรรมดา 2 คน เดินออกมา

          เห็นได้ชัดเลยว่าตัวประกอบ!

          ผมเดินเข้าไปในลิฟท์ก่อนแล้วเคลเวียสก็ตามมาทีหลัง ผมกดไปที่ชั้น 15 ประตูลิฟท์ก็ปิดลงก่อนที่มันจะส่งผมกับเคลเวียสขึ้นไปถึงชั้น 15 อย่างไม่มีปัญหา

          เคลเวียสหยิบกุญแจขึ้นมาไขก่อนจะเปิดประตูเข้าไป โดยมีผมเดินตามหลังเขามาด้วย ลมเย็นๆจากแอร์ที่มีอุณหภูมิประมาณ 22-24 องศา พัดเข้ามาปะทะหน้าจนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ยิ่งผมมีเหงื่อเต็มตัวด้วยแล้วทำให้รู้สึกดีมากกว่าเดิมหลายเท่า

          ผมเอากระเป๋าเรียนไปวางไว้ข้างเตียงก่อนจะยกคาน่าที่นอนอยู่บนหัวของผมมาวางไว้บนหมอนอย่างเบามือที่สุด เคลเวียสเองก็เอากระเป๋าไปวางไว้ข้างเตียงแล้วหยิบโน็ตบุ๊คขึ้นมาเปิด

          "คุณซินางิอาบน้ำก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมขอทำงานแปปนึง" เคลเวียสเงยหน้าขึ้นมาพูดก่อนจะก้มหน้าลงไปกดแป้นพิมพ์รัวๆจนได้ยินเสียงแต็กๆไม่หยุด

          ผมก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินไปคว้าเอาผ้าขนหนูที่วางไว้บนโต๊ะข้างๆห้องน้ำขึ้นมาพาดไว้บนบ่าก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำแล้วผิวปากไปด้วย

          "อูย... ยังไม่หายเจ็บแผลเลยแฮะ"

          หลังจากที่ซินางิเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เคลเวียสก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากดแป้นพิมพ์ต่อไปไม่หยุด เวลาผ่านไปไม่นานนักซินางิก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำทำให้แวมไพร์หนุ่มที่กำลังมีสมาธิกับการพิมพ์อยู่นั้นพอได้กลิ่นหอมๆจากแชมพูที่ลอยมาแตะจมูกก็อดจะเงยหน้าขึ้นมามองไม่ได้

          "..." เคลเวียสถึงกับหน้าแดงทันที ถึงแม้ว่าจะอยู่ด้วยกันมาเดือนกว่าๆแล้วแต่ก็ยังไม่ชินเสียที ไม่ว่าจะเป็นผิวที่ขาวสวยราวกับไข่มุกของคนตรงหน้าคู่กับใบหน้าที่เรียวสวยได้รูป เรือนผมสีดำที่ยาวระต้นคอเปียกน้ำอยู่หน่อยๆเมื่อได้ต้องกับแสงไฟจะก่อให้เกิดแสงประกายระยิบระยับ ริมฝีปากบางชวนน่าดึงดูดอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาสีน้ำเงินอ่อนที่หรี่ตาลงเพราะมีน้ำเข้าตาชวนน่าหลงไหลแปลกๆ ท่อนบนนั้นเปลือยเปล่าเผยให้เห็นร่างกายอันแสนบอบบาง ผิวขาวเนียนใสและกล้ามเนื้อที่มีให้เห็นพองาม เอวคอดเล็กน้อยเหมือนสาวน้อยคนหนึ่ง แล้วนั่นอะไร? หัวนมสีชมพูงั้นเรอะ? ส่วนท่อนล่างนั้นถูกปิดด้วยผ้าขนหนูสีขาวแต่ก็ยังเผยให้เห็นท่อนขาที่มีขนขึ้นอยู่เล็กน้อย

          โดยรวมแล้วช่างเหมือนสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง แต่จะเหมือนกว่านี้ถ้าไม่มีลูกกระเดือกเล็กๆและขนขาที่มากกว่าสาวน้อยทั่วไปล่ะก็นะ

          "เคลเวียสฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว ตานายแล้วนะ"

          และก็น้ำเสียงก็ทุ้มเล็กน้อยอีกด้วย...

          "เฮ้! นี่! เคลเวียสได้ยินที่ฉันพูดไหม!" ซินางิที่เห็นว่าเคลเวียสนั้นเอาแต่นิ่งเงียบจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับพูดกรอกหูจนแวมไพร์หนุ่มสะดุ้งตัวโหยง

          "อ่ะ! อ่าครับ! อะไรเหรอครับ" เคลเวียสรีบหันมามองคนข้างกายทันที แต่ก็ไม่วายหน้าแดงอีกรอบเมื่อได้เห็นว่าคนที่ตนกำลังคิดอกุศลอยู่นั้นได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแทบจะชนกับหน้าของเขาอยู่แล้ว!

          "ชั้นจะบอกว่าตอนนี้ห้องน้ำว่างแล้วจะเข้าไหม? ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวชั้นจะไปอึให้เหม็นทั่วห้องเลยนะเฟ้ย" ซินางิยิ้มบางๆพร้อมกับพูดติดตลก เคลเวียสยิ้มแห้งๆก่อนจะรีบคว้าเอาผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว จะให้มาดมกลิ่นอึของคนอื่นขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่มันก็ไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่นะ

          "อิอิ"ซินางิหัวเราะออกมาเบาๆ ชายหนุ่มเดินไปหยิบเอาชุดนอนสีฟ้าขึ้นมาเปลี่ยนแล้วเอาผ้าขนหนูไปตากที่แขวนเสื้อข้างเตียง ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวนอนบนเตียงเสียงดัง

          ในขณะที่ซินางิกำลังนอนเหม่อมองเพดานห้องอยู่นั้นก็นึกอะไรได้อย่างหนึ่ง "อืม... ทำสมาธิดีกว่าแฮะ" ชายหนุ่มตัดสินใจคลานขึ้นไปนั่งกลางเตียงด้วยท่านั่งขัดสมาธิแล้วค่อยๆหลับตาลงช้าๆเข้าสู่ห้วงสมาธิในที่สุด

          เคลเวียสใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนักก็ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นซินางิกำลังทำสมาธิอยู่บนเตียง เขาก็ไม่คิดจะไปทำลายสมาธิของอดีตเทวทูตหนุ่มจึงย่องตรงเข้าไปที่เตียงของซินางิช้าๆและวางเท้าลงบนพื้นให้เบาที่สุด 

          "คุณคาน่าครับ ตื่นได้แล้วนะครับ" เคลเวียสเรียกแฟรี่ตัวน้อยเบาๆ เธอตอบรับในลำคอแต่ก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาแต่อย่างใด เขาจึงจัดการเอานิ้วไปจิ้มแก้มของคาน่าเบาๆ

          เมื่อโดนรบกวนนานๆเข้าก็ทนไม่ไหวจึงตื่นขึ้นมามองหน้าคนที่มากวนด้วยสายตาเรียบเฉย เคลเวียสยิ้มบางๆก่อนจะพูดว่า

          "ไปอาบน้ำได้แล้วนะครับคุณคาน่า"
    
          "งืมๆ เข้าใจแล้ว..." คาน่าทำแก้มป่องก่อนจะกระพือปีกเล็กๆยกร่างของตนลอยเข้าห้องน้ำไป

          เคลเวียสระบายยิ้มออกมาบางๆ พอได้เห็นท่าทางของคาน่าที่ตัวเล็กน่าเอ็นดูแถมยังขี้เซาแบบนี้แล้ว ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังดูแลน้องสาวคนหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นเลย

          แวมไพร์หนุ่มเดินกลับไปที่เตียงของตนก่อนจะหยิบโน็ตบุ๊คของตัวเองขึ้นมาเปิดแล้วทำงานที่ค้างเอาไว้ต่อ

          คาน่าที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็บินออกมาด้วยความงัวเงีย เสื้อผ้าที่ใส่ไว้นั้นไม่ค่อยเรียบร้อยเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามราวกับนางแบบ เธอไม่พูดอะไรนอกจากบินมานอนแหมะอยู่บนหัวของซินางิแล้วหลับต่อ

          ภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบจนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไปจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง เคลเวียสที่เปลี่ยนท่ามานอนบนเตียงแล้วทำงานไปด้วยรอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันแสนหล่อเหลาก่อนจะปิดโน็ตบุ๊คแล้วเอาไปชาร์จให้เรียบร้อย

          "เสร็จซะที" เคลเวียสดัดคอไปมาพลางพูดกับตัวเอง เขาหันไปมองซินางิที่ยังคงทำสมาธิอยู่เช่นเดิมไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แวมไพร์หนุ่มยิ้มบางๆก่อนจะเดินตรงไปหาอดีตเทวทูตหนุ่มที่นั่งทำสมาธิอยู่บนเตียง

          "คุณซินางิครับ ดึกแล้วนะครับ" เคลเวียสเขย่าตัวซินางิเบาๆ ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นมาด้วยนัยตาเรียบเฉยแล้วค่อยๆกลับมาเปล่งประกายเช่นเดิม

          "ดึกแล้วเหรอเนี่ย ไม่ทันรู้ตัวเลยแฮะ" ซินางิยิ้มแห้งพลางดูนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังข้างเตียง ก่อนที่เขาจะยกร่างของคาน่าให้ออกไปจากหัวมาวางไว้บนหมอนอันเล็กๆของเธอที่อยู่ข้างกับหมอนของเขา

          "คนที่มีสมาธิสูงก็มักจะเป็นอย่างนี้ล่ะครับ ผมว่าคุณซินางิต้องเป็นคนที่เรียนรู้ได้เร็วแน่นอนเลยครับ" เคลเวียสพูดชมเพื่อให้กำลังใจ ซินางิก็ยิ้มรับคำชมโดยไม่พูดอะไร

          "ผมว่าเรานอนดีกว่านะครับ" 

          "อ่า" ซินางิหาวปากกว้างแล้วตอบรับสั้นๆ แวมไพร์หนุ่มส่งยิ้มหล่อๆมาให้แล้วเดินไปปิดไฟก่อนจะเดินกลับมานอนบนเตียง

          "ราตรีสวัสดิ์นะครับ" 

          "อืม... ราตรีสวัสดิ์"




___________________________________________

กำลังรีไรท์!
     


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

383 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 เมษายน 2559 / 22:57
    พระเอก! ขอพระเอกเถอะค่ะ!! ไม่ต้องมีหรอกนางองนางเอก ฮารงฮาเร็มน่ะ!!! พระเอกดีกว่า!!!! ให้นางิเป็นนายเป็นนายเอกส่วนเคลเวียสเป็นพระเอก!!!!! อ่าฟินนนนน
    #335
    8
  2. #318 Jasha_eiei (@jaruchajinny) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:54
    โอ้ยยยยย จิ้นอีตาแวมไพร์กับนางิมากกกกก>< วายเถอะๆๆๆๆๆๆ
    #318
    0
  3. #261 นิรกาฬ (@milmilksz) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 19:10
    เกลียดผู้หญิงจริง(ตัวเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันแท้ๆ)ผู้หญิงทำผู้ชายไม่เห็นมีใครด่าว่าพอผู้ชายทำกลับบ้างมาด่าผู้ชายหน้าตัวเมียเสียอย่างงั้น เรื่องนี้รีดคนนี้ขอประกาศไม่เอานางเด็ดขาดค่ะ-^-เกลียดมากแบบนี้ 
    #261
    1
    • #261-1 FUS RO DAH (@chainpotha) (จากตอนที่ 19)
      14 เมษายน 2558 / 22:41
      โธ่... มันเป็นการหยอกล้อแบบเพื่อนน่ะครับ ปกติเพื่อนเขาก็หยอกล้อกันแบบนี้น่ะแหละ
      #261-1
  4. #206 FayZern (@-farez-) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2557 / 02:19
    สนุกนะ ชอบนางิ >< สู้ๆ
    #206
    0
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #197 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 00:08
    เอิ่มมมมม คือเอาจริงๆบินไม่เป็นมันดูแปลกไปนะสำหรับคนที่บินมาทั้งชีวิตแค่ไม่ได้บิน2ปีเองมั้ง เหมือนขี่รถหรือขับจักรยานนั้นละ
    ถ้าเป็นแล้วต่อให้ไม่ขับนานก็ยังขับได้แต่อาจไม่คล่อง
    #197
    0
  7. #195 =>black projecter (@aceofheart) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2557 / 10:26
    เรื่องนี้รบจะไม่ยุ่ง 55555
    #195
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #193 cocolovemaco (@sineenart12345) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 10:36
    สู้ๆแล้วรีบๆมาอัพนะ
    #193
    0