Betrayer [ Doten ]

ตอนที่ 5 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

 

 

 

หืม คุณพูดว่าไงนะ พ่อค้าหนุ่มผิวขาวหันควับไปหาพ่อค้าตลาดมืดในชุดสีดำสนิทที่พึ่งจะส่งใบล้างบาปปลอมให้เขาเมื่อกี้

            อะไร?

                ใบล้างบาปของจริง..เอามาขายได้ด้วยหรอครับ? แจฮยอนเอ่ยคำถามออกไปทำให้ชายชุดดำสองคนที่นั่งด้วยกันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ที่เขาหันไปถามแบบนั้นเพราะเขาได้ยินพ่อค้าทั้งสองคุยกันถึงเรื่องนี้พอดี

            ก็ต้องได้อยู่แล้วสิ พวกเรารับซื้อใบล้างบาปจริง

                แพงด้วยนะจะบอกให้ สมมติว่าใบล้างบาปใบจริงราคา 100 เหรียญ ถ้านายเอามันมาขายที่ตลาดมืดนายจะได้กลับไป 3 ถึง 5 เท่าของ 100 เหรียญนั่นเลยแหละชายชุดดำอีกคนที่นั่งด้วยกันพูดเสริม

 

...นี่มันมีราคาขนาดนั้นเลยรึไง

 

            แล้วซื้อไปทำอะไรได้ มันเป็นของคนอื่นนี่

            จริงๆส่วนหนึ่งก็ซื้อมาปลอมแปลง ผลิตเป็นใบล้างบาปปลอมขายให้พวกชาวบ้าน แต่อีกส่วน.. เขาเงียบไป ชายชุดดำยิ้มก่อนจะพูดต่อ ก็ส่งไปขายคืนให้ศาสนจักร ให้เขาเอาไปผลิตใหม่ขายพวกแกต่อไง

 

 

 

 

แจฮยอนเดินออกจากซอกมืดพร้อมม้วนใบล้างบาปที่ถูกเก็บใส่ภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำตาล แจฮยอนมีบ้านที่ต่างจังหวัด เป็นบ้านไม่ใหญ่อะไร เขาคิดว่าจะให้เตนล์ไปอาศัยอยู่ที่นั่นหลังยื่นใบล้างบาปปลอม

 

                รู้ว่าที่ทำมันเสี่ยง เสี่ยงทั้งกับตัวเตนล์และตัวแจฮยอน ถ้ามันจะเกิดอะไรที่ผิดพลาดแจฮยอนจะเสนอตัวเข้ายอมรับผิดแทนเตนล์เอง

ส่วนเรื่องที่เขาคิดวนไปวนมา เขารู้สึกโชคดีที่ได้ความรู้ใหม่ แต่ได้ยินแบบนั้นแจฮยอนแทบฟิวส์ขาดแต่ก็ได้แค่สงบอารมณ์ไว้

นี่มันอุบาทว์กว่าที่เขาจะเคยจินตนาการได้ ศาสนจักรผลิตใบล้างบาปแพงๆมาให้ชาวบ้านอย่างเราซื้อ แล้วไอ้พวกตลาดมืดนี่ก็ดันสามารถเอาใบล้างบาปจริงที่มีคนขายให้ส่งขายคืนให้ศาสนจักรอีกที พวกมันเลยรวยเละกันทั้งสองฝ่าย

 

เขาคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสิ่งปฏิกูลยังสะอาดกว่าจิตใจคนพวกนี้

 

 

 

 

 

                อาโดยอง อาโดยองครับเด็กน้อยวัย 13 เดินวนไปมารอบบ้านไม้หลังใหญ่หรือที่เรียกกันติดปากว่าคฤหาสน์ของศาสนจักร จีซองเดินหาโดยองไปทั่วคฤหาสน์ตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่เจอ ไปดูที่ห้องนอนก็แล้วก็ไม่มี

                หรือว่าจะออกไปทำงาน แต่อาโดยองไม่ได้บอกอะไรไว้เลยนี่นา เดินพึมพำอยู่คนเดียวไปตามโถงทางเดินที่สองฝั่งมีประตูห้องเยอะแยะมากมาย จีซองถือโอกาสนี้เดินมองรอบๆคฤหาสน์อย่างละเอียดเพราะเขาเองก็ไม่เคยออกมาเดินแล้วมองรอบๆอย่างละเอียดมากนัก

 

จีซองพบว่าห้องต่างๆมันเยอะกว่าที่เขาคิดไว้เยอะทั้งๆที่เขาเองก็อยู่ที่นี่มานาน ในระหว่างที่เดินหาคุณอา จีซองก็แก้เบื่อด้วยวิธีการเดินนับห้องไปด้วยว่ามันมีทั้งหมดกี่ห้องแล้วที่เขาเดินผ่านมา

 

                สิบสาม...สิบสี่...นี่เป็นห้องที่ 14 แล้วตั้งแต่ที่เขาเริ่มนับ แต่ก็ไม่เจอโดยองเสียที

 

                สิบห้...

                แอ๊ดดด...

 

                ประตูไม้บานที่จีซองกำลังจะนับเป็นห้องที่ 15 ถูกเปิดออกมาพอดี จีซองเงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่เปิดประตูออกมา สายตาคมกริบที่นิ่งงันแต่แฝงด้วยความเยือกเย็นมองลงมายังสายตาคู่ที่ดูตื่นตกใจของเด็กน้อยวัย13

                อ..อาจอห์นนี่

                สวัสดีตอนเช้าจีซอง ชายหนุ่มร่างสูงทักทาย จอห์นนี่ยิ้มให้เด็กตัวเล็กก่อนจะย่อตัวลงมานั่งยองเพื่อให้คุยกับเด็กตัวเล็กได้ถนัด มาทำอะไรถึงแถวนี้ล่ะ

                เอ่อ..มา..มาหาอาโดยองครับจีซองพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ดูตื่นกลัวจนมากเกินไป

 

ไม่รู้เพราะอะไร แต่จีซองกลับรู้สึกว่าจอห์นนี่น่ากลัว รู้สึกไม่ปลอดภัยทุกทีเลยที่ได้อยู่ใกล้อาคนนี้เพียงลำพังสองต่อสอง

 

                อาโดยองไม่อยู่หรอก ออกไปทำงานด่วนตั้งแต่เช้า คุณพ่อสั่งกระทันหันน่ะ

                อ่อ ขอบคุณครับกล่าวจบก็หันตัวจะเดินเลี่ยงออกมาแต่ก็โดนคนตัวสูงเรียกเอาไว้ซะก่อน ทำเอาจีซองสะดุ้งเฮือกหยุดอยู่กับที่ตามคำที่อีกคนบอก

                เดี๋ยวสิ อายังมีเรื่องอยากคุยกับเรา

                ค..ครับ

                เยอะแยะเลยล่ะร่างสูงเน้นเสียงพร้อมยิ้ม จอห์นลุกยืนเต็มความสูงเลื่อนมือไปเปิดประตูบานที่เขาพึ่งออกมาเมื่อซักครู่นี่ เข้ามาคุยกันข้างในสิ ยืนคุยกันตรงโถงทางเดินไม่ใช่มารยาทที่ดีนักหรอกนะ

 

เป็นรอยยิ้มที่จีซองสาบานเลยว่า จะไม่มีทางเชื่อใจรอยยิ้มนั่นของอาจอห์นนี่แน่ๆ

 

               

                จีซอง

                เสียงสวรรค์มีจริงก็วันนี้ โดยองมาได้ทันเวลาพอดี จีซองหันไปตามเสียงที่ได้ยินแล้วความรู้สึกอุ่นใจก็แทรกเข้ามาทันทีและไม่รีรอที่จะรีบวิ่งไปหลบหลังคุณอาร่างสูงไม่แพ้คนน่ากลัวคนที่เรียกเขาเอาไว้ตอนแรก

                มาทำอะไรแถวนี้คนเดียว ทำไมไม่อยู่กับป้าเฮลี่ย์คุณอาร่างสูงก้มถามเด็กตัวน้อยที่ไปหลบอยู่ข้างหลัง จีซองไม่ได้ตอบอะไรได้แต่หลุบตาต่ำมองพื้นไม้สีดำเข้ม  โดยองจึงละสายตาและคำถามจากหลานชายพุ่งประเด็นไปที่จอห์นนี่แทน

                มีเรื่องอะไรจะคุยกับจีซองงั้นหรอ

                ก็ไม่มีอะไรมาก ธุระนิดหน่อยจอห์นนี่ยักไหล่ หน้าตายียวนกวนประสาทนั่นทำเอาโดยองกำมือโดยไม่รู้ตัว

                ธุระอะไรกับเด็ก? มีอะไรก็คุยกับฉันสิ เขาเป็นเด็กในปกครองของฉัน

                ก็แค่ธุระของอากับหลาน

                จีซองไม่ใช่หลานของนาย จอห์นนี่ใบหน้าหล่อขมวดคิ้ว จีซองเห็นหน้าคุณอาที่หงุดหงิดเห็นชัดแบบนั้นแล้วเลยกระตุกชายเสื้อเบาๆเป็นเชิงว่าให้พอ

                งั้นจีซองก็ไม่ใช่หลานนายเหมือนกันจอห์นนี่กระตุกยิ้ม ว่ากันตามตรง เขาก็แค่ลูกของเพื่อนนายที่ตายไปแล้ว ไม่ได้เป็นญาติอะไรกับนายเลย

                “…”

                จริงไหม คิมโดยอง

                ปั่นประสาทฉันรึไง

 

                ใช่ ดูก็รู้ว่าจอห์นนี่พยายามจะเล่นลิ้นปั่นประสาทโดยองด้วยเรื่องนี้ ถึงแม้โดยองจะไม่ค่อยเข้าใจว่าจอห์นนี่ทำไปเพราะอะไรกันแน่...แต่มันยั่วโมโหคนใจเย็นอย่างโดยองได้ดี

                ใจเย็นก่อนสิพ่อหนุ่ม คนหน้าตายแบบนายไม่น่ายัวะกับคำพูดแค่นี้ของฉันนะ

                คำพูดแบบนั้นมันสมควรพูดต่อหน้าเด็กรึไง

                คำไหนกันนะ ใช่ที่ฉันบอกว่าเพื่อนนายตายไปแล้วรึเปล่า

                จอห์นนี่!!”

                สุดท้ายโดยองก็ฟิวส์ขาด เขาเข้าไปประชิด มือหนากระชากคอเสื้อคลุมที่จอห์นนี่สวมใส่ไว้ คนตรงหน้าที่สูงกว่าโดยองซักหน่อยโดนแรงกระชากคอเสื้อให้ดึงลงมา จอห์นนี่ก็ยังทำหน้าตายั่วอารมณ์โดยองอยู่แบบนั้น เขาไม่ได้กลัวที่จะโดนโดยองต่อยเลยซักนิด

                ก็เอาสิ  จอห์นนี่เอ่ยเบาๆ ถ้านายต่อยฉัน ฉันจะบอกคุณพ่อว่านายโมโหเรื่องที่แทยงตาย แปลว่านายเข้าข้างมัน คุณพ่อไม่เอานายไว้แน่

                ถ้าแบบนั้นฉันก็จะบอกคุณพ่อ ว่านายพูดถึงเขาในศาสนจักรของเรา

                “…”

                นายเป็นคนสนิทคุณพ่อไม่ใช่หรอ น่าจะรู้ดีว่าเรามีกฎห้ามพูดถึงเขานะจอห์นนี่โดยองยิ้ม

 

รอยยิ้มจากคนหน้าตายน่ะ น่ากลัวที่สุด

               

                ฉลาดนักนะจอห์นนี่ผลักโดยองออก ไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่เล่นกับนาย

                อย่ายุ่งกับหลานฉันอีก

                ได้ ฉันจะไม่ยุ่งกับจีซองอีกร่างสูงหันไปมองที่เด็กชายวัย 13 ที่ยืนตื่นตระหนกอยู่ห่างๆ เราคงไม่ได้คุยกันแล้วล่ะเนอะ จีซอง

                หลานฉันก็ไม่ได้อยากจะคุยกับนายนักหรอก

                ฉันจะเลิกยุ่งกับจีซอง

                ก็ดี โดยองเดินหันหลังกลับไปพร้อมคว้าข้อมือเล็กของหลานชายไว้ ก่อนจะสะดุดกับคำพูดสุดท้ายที่จอห์นนี่พูดไล่หลังมา

 

 

                แต่กับเตนล์ ฉันไม่รับปากนะว่าฉันจะไม่ยุ่ง

 

 

 

 

 

               

                แจฮยอนเห็นบ่อยๆว่าโดยองเข้ามาในหมู่บ้านและพูดคุยกับเตนล์ ถึงแม้โดยองจะปลอมตัวเพื่อปกปิดตัวตนตัวเองแค่ไหน แต่แจฮยอนรู้ดีว่าเตนล์ไม่มีคนรู้จักคนอื่น ถ้านอกจากเขาและคนอื่นๆในหมู่บ้านที่คุ้นตาแล้วก็เป็นโดยองนั่นแหละที่เพิ่มมาอีกคน

                และวันนี้เขาก็เห็นโดยองเข้ามาในหมู่บ้านอีกแล้ว

 

                ไม่แน่ใจว่าเข้ามาเพื่อคุยกับเตนล์รึเปล่า แต่ตอนนี้โดยองพึ่งเลี้ยวเข้าร้านขายผ้าเล็กๆที่หัวมุมของถนนไป แจฮยอนแอบยืนมองอยู่ห่างๆเลยตั้งใจว่าจะดักรอโดยองที่หน้าร้าน

..เพราะเขามีธุระที่สำคัญยังไงล่ะ

 

 

แอ๊ด..

ร่างสูงในชุดที่เขาใช้ปลอมตัวผลักประตูร้านผ้าออกมาแล้ว แจฮยอนที่ตอนนี้ดักรอข้างๆประตูร้านก็พุ่งตัวออกไปขวางทางเดินทันที

 

               

                โดยอง

                เห้ย

                ชู่ว ผมไม่ได้จะทำอะไร ผมแค่อยากคุยธุระกับคุณแจฮยอนยกมือปรามคนหน้าหล่อเพราะเขาทำท่าจะหนี

                ผมต้องมีธุระกับชาวบ้านแบบคุณด้วยรึไง โดยองหรี่ตามอง แจฮยอนหลุดหัวเราะทันที

                ชาวบ้านอย่างผม? ว้า แปลว่าคุณปลอมตัวมาล่ะสิแจฮยอนหัวเราะเบาๆในลำคอทำให้โดยองคว้าเขาไปข้างๆร้านเพราะกลัวจะมีคนอื่นที่ไม่ได้รับเชิญได้ยินบทสนทนาของเขาทั้งคู่

               

                มีอะไร โดยองกอดอกพิงกำแพงร้าน รีบคุย ผมไม่มีเวลา

                แล้วถ้าเป็นเรื่องเตนล์ คุณพอจะมีเวลาคุยกับผมมากขึ้นมั้ย

 

 

                ว่ามา

 

 

 

 

                ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมานั่งคุยเรื่องเตนล์กับพ่อค้าขายสมุดหนังสืออย่างแจฮยอน

 

                ไอ้ที่ว่าไม่น่าเชื่อน่ะ หมายถึงไม่น่าเชื่อว่าเขาจะลืมว่าตัวเองปลอมตัวมาทำธุระในหมู่บ้านและไม่อยากให้ใครรู้ ลืมจนมานั่งคุยเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ชายหมู่บ้านกับแจฮยอน

 

                มั่นใจแล้วหรอที่ว่ามาโดยองเอ่ยถาม

                อืม ผมมั่นใจมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์อีกนะคุณ

                ที่คุณพูดมันก็น่าคิด แต่เราพิสูจน์อะไรไม่ได้ว่าใบล้างบาปเตนล์ถูกใครบางคนขโมยไปขายที่ตลาดมืดจริงๆ

                ก็มันเป็นเพราะศาสนจักรคุณนั่นแหละที่ทำวงจรบ้าๆนี่อยู่ดีๆแจฮยอนเองก็ลืมตัวอารมณ์ขึ้นใส่โดยองขึ้นมาซะงั้น โดยองไม่ได้แสดงสีหน้าตกใจหรืออะไร เขาแค่มองหน้าแจฮยอนนิ่งๆก่อนจะพูดต่อ

                คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนของศาสนจักร แล้วคุณก็มานั่งด่าศาสนจักรให้ผมฟัง

                อะ..ผม..ลืมตัว

                รู้ใช่ไหมว่าผมฆ่าคุณได้นะ ฆ่าครอบครัวคุณยังได้

 

                บ้าชิบ..

                ตัวของแจฮยอนสั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เพราะความพลั้งเผลอปากนั่นทำให้โดยองดูน่ากลัวกว่าเดิมอีก ยิ่งคำพูดที่โดยองพูดสวนกลับมามันทำให้แจฮยอนกลัวขึ้นไปอีก

 

                ผมล้อเล่นน่ะ ไม่ต้องกลัวจนหน้าซีดขนาดนั้นหรอกโดยองละสายตาจากแจฮยอนไป ผมก็คิดว่ามันอุบาทว์

                ..ฟู่ว

                แต่ผมฆ่าคุณได้จริงๆ นั่นไม่ล้อเล่น

                บ้าเอ้ย คุณหยุดพูดให้ผมกลัวซักทีโดยอง เราจะหาทางช่วยเตนล์นะ

                ก็นั่นไงที่ผมหมายถึง ถ้าแผนที่คุณไปซื้อใบล้างบาปให้เตนล์มันผิดพลาด ผมจะฆ่าคุณแน่แจฮยอนโดยองหันมายักคิ้วพร้อมตบบ่าแจฮยอนสองทีราวกับเป็นเรื่องปกติที่เขาพูดอะไรแบบนี้ออกจากปาก คืนนี้คุณหรือผมล่ะที่จะไปตรวจดูแถวๆบ้านเตนล์

                อ่า..น่ากลัวชะมัด แจฮยอนยิ้มแห้งๆ คุณจะเสี่ยงรึเปล่าล่ะถ้าคุณจะเป็นคนไปตรวจดู

                ก็เสี่ยง คุณไปเถอะแจฮยอนโดยองลุกยืนขึ้นเต็มความสูง สองมือปั่นเศษฝุ่งที่เปื้อนเสื้อคลุมเสร็จก็หันไปพูดกับแจฮยอน ก่อนจะออกเดินจากไปจากที่ตรงนั้น

 

 

                ได้ความว่ายังไงค่อยคุยกันอีกที คืนนี้ผมมีหลานที่ต้องดูแล

 

 

 

 

 

 

 

                อาโดยองดูนี่สิ ผมไปเจอในลิ้นชักห้องป้าเฮลี่ย์มาล่ะเสียงเด็กชายคนเดิมดังมาจากนอกห้อง เรียกได้ว่าเสียงมาก่อนตัวซะอีก โดยองที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมในห้องนอนจึงหันตัวไปมอง จีซองเปิดประตูเข้ามาพร้อมของบางอย่างในมือ เพ่งมองดีๆจึงรู้ว่ามันเป็นรูปใบเล็ก

                ทำไมไปค้นห้องป้าเฮลี่ย์แบบนั้นล่ะครับโดยองพูดปนดุก่อนจะรับรูปใบเล็กในมือเด็กชายมาดู

               

..มันคือรูปของแทยง

 

 

                ทำไมป้าเฮลี่ย์ถึงมีรูปพ่ออ่ะ

                เราต้องบอกอาก่อนว่าทำไมถึงเข้าไปค้นห้องป้าเฮลี่ย์แบบนั้น

                ก็ป้าให้เข้าไปหาของให้ป้านี่นา ผมบังเอิญเจอ

                พูดจบแล้วก็ทำหน้าหงอย โดยองไม่ค่อยกล้าดุจีซองมากนักหรอก จริงๆจีซองก็ไม่ใช่เด็กดื้อที่ต้องมีเรื่องให้ดุ แต่โดยองแค่กลัวว่าถ้าถึงบทต้องสั่งสอนจริงๆแล้วเขาไม่กล้ามันจะทำให้ไอ้ตัวเปี๊ยกนี่เอาแต่ใจจนเสียคน

 

                ถึงตาอาโดยองเล่าแล้ว

                ก็ไม่มีอะไรหรอก แทยงสนิทกับป้าเฮลี่ย์ ป้าแกเป็นคนเลี้ยงแทยงตอนเด็กๆ ป้าคงคิดถึงแทยงน่ะเลยเก็บรูปไว้

                ดีจัง ผมไม่เห็นมีรูปพ่อบ้างเลย

                ลองขอป้าเฮลี่ย์สิ ป้าใจดีอยู่แล้ว โดยองส่งรูปแทยงคืนให้เด็กน้อย จีซองรับมันไว้และยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่พูดอะไรออกมาเลย

                ทำไมล่ะ?

                บางที..ผมคิดว่าป้าเฮลี่ย์อาจอยากเก็บมันไว้มากกว่านะ

                อือหึ แล้ว?โดยองเลิกคิ้วมองจีซองด้วยความสงสัย

                ผมว่าป้าก็ต้องรักพ่อมากแน่ๆเพราะเลี้ยงพ่อมา ถ้าจู่ๆผมจะเอารูปพ่อมาจากป้า ป้าคงเสียใจน่าดู

                “…”

                เพราะว่าถ้าผมมีรูปพ่อแล้วมีคนมาขอมันไป ผมก็คงไม่ให้เหมือนกัน

                อืม

                โดยองตอบแค่นั้นก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของหลานชายที่ยืนดูรูปพ่อตัวเองอยู่แบบนั้น เขาไม่ตอบอะไรหรือพูดอะไรไปมากกว่านี้เพราะว่าที่จีซองพูดมามันก็ถูก

                อาโดยองครับ

                หืม ว่าไง

                อาว่าแม่จะเก็บรูปพ่อไว้มั้ยครับ

 

 

                แล้วอาว่าพ่อ..จะเก็บรูปผมไว้มั้ย

                ไม่รู้สิ

                โลกนู้นที่พ่ออยู่จะมีรูปผมให้พ่อไว้ดูรึเปล่า

                อืม..ต้องมีสิ อารู้ว่าพ่อคิดถึงจีซองแน่นอน

 

 

                แล้วอาว่าแม่คิดถึงผมกับพ่อมั้ย

 

 

 

                เพราะผมคิดถึงพ่อกับแม่จังเลย   

 

 

 

 

                อีกครั้งที่หยดน้ำตาใสๆไหลอาบพวงแก้มเด็กหนุ่มอย่างห้ามไม่ได้ โดยองเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เขาดึงหลานตัวเล็กเข้ามากอดไว้พร้อมใช้อีกมือที่ว่างลูบหลังเบาๆแทนคำปลอบใจทุกคำ เขาปล่อยให้จีซองได้ร้องไห้อยู่แบบนั้นจนกว่าความรู้สึกแย่ๆที่กัดเซาะหัวใจดวงน้อยของเด็กบริสุทธิ์จะหายไปไม่มากก็น้อย

 

                โดยองมั่นใจ ว่าทั้งแทยง และภรรยาของเขาจะต้องคิดถึงลูกชายตัวเองสุดหัวใจแน่ๆ

 

                ทั้งสองกอดปลอบกันอยู่แบบนั้นโดยไม่ทันรู้ตัวว่าประตูห้องไม่ได้ปิด ร่างท้วมของหญิงวัยชราที่ยืนมองอยู่ตั้งแต่แรกอดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เธอต้องยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่คลอเบ้าออกก่อนจะเดินกลับห้องไปแล้วเขียนโน้ตเล็กๆแปะไว้ที่ลิ้นชักที่ถูกเปิดค้างไว้

 



 

  รูปแทยงไม่ต้องเอามาคืนหรอก ป้าให้หนูจ้ะจีซอง  เก็บรูปไว้ดีๆนะ

ป้ามั่นใจว่าแทยงจะต้องดูรูปจีซองอยู่แน่ๆในตอนนี้ เพราะงั้นแล้ว

จีซองก็เก็บรูปนี้ไว้ดูเหมือนกับที่แทยงทำด้วยนะ  

                                                                                     - ป้าเฮลี่ย์

 

 

 

 

 

 

 

                ใบล้างบาปเตนล์ถูกขโมยไปขายที่ตลาดมืดนั่น และผมคิดว่าถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง คนเอาไปขายไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกถ้าไม่ใช่คนใกล้ตัวเตนล์ หรือคนแถวบ้านเตนล์

                ประโยคที่แจฮยอนสันนิษฐานลอยวนเวียนไปมาในหัวโดยอง สองเท้าย่ำบนทางเดินหินกรวด สองข้างทางมีแต่บ้านที่เงียบสงัด ทุกคนต่างหลับใหล มีแต่เขาที่ยังเดินอยู่ข้างนอกในยามวิกาล

 

                เดินมาหยุดหน้าประตูไม้บานเก่าที่เขารู้จัก หน้าบ้านของเตนล์

 

               

            ผมมีข้อพิสูจน์

                ก็ว่ามาสิเขาหันไปมองแจฮยอนที่นั่งเท้าคางใช้ความคิด

            ไปตรวจดูที่ประตูบ้านเตนล์ เท่านั้นเราก็จะได้คำตอบทันทีว่าคนในหรือคนนอกที่ขโมยใบล้างบาปไป

 

 

 

                โดยองนึกถึงคำพูดแจฮยอนก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆและเปิดไฟฉาย กระบอกสีดำขลับหันไฟส่องไปยังประตูไม้บานนั้น เขาเดินเข้าไปใกล้และย่อตัวลงให้ระดับสายตาพอดีกับช่วงกลอนประตู

               

                ไม่มีรอยงัดอะไรเลย

 

                โดยองเห็นแบบนั้นก็ใช้ความคิดต่อ ถ้าหากว่าไม่มีใครขโมยแต่เป็นเตนล์ที่ทำหายเองล่ะ หรือขโมยอาจเข้าจากทางอื่นที่ไม่ใช่ทางประตู? คิดได้แบบนั้นร่างสูงก็เดินตรวจหน้าต่างรอบบ้านแต่ก็พบว่าไม่มีร่องรอยงัดแงะซักแห่ง ไม่มีทางที่โจรจะเข้าไปได้ เว้นซะก็แต่ว่าสามข้อในหัวที่เขาคิด

 

                หนึ่ง มันหายไปโดยที่ไม่มีใครขโมย เตนล์อาจลืมและทำหายเอง

                สอง เป็นไปได้ที่ว่าจะมีช่วงจังหวะที่เผลอเปิดประตูทิ้งค้างไว้แล้วโจรก็วิ่งเข้ามาขโมยมันไป

                และสาม..คนในบ้านนั่นแหละที่เป็นคนเอาไป

 

 

                เขาไม่คิดอยากจะปรักปรำเหรินจวิ้นที่เป็นน้องชายเตนล์หรอก เพราะงั้นพรุ่งนี้เขาจะติดต่อและส่งแจฮยอนไปพูดคุยกับเหรินจวิ้นก่อนอันดับแรก ส่วนตัวเขาเองจะไปหาทางที่พอจะทำอะไรได้บ้างถ้าเจอว่าเป็นคนนอกขโมยมันไป

 

 

 

 

                ทำไมพี่ถึงถามผมแบบนั้นเด็กน้อยหน้าตาใสซื่อเอ่ยถามพ่อค้าขายหนังสือที่คุ้นเคยกลับไป เหรินจวิ้นนั่งอยู่บนโซฟาที่ไม่เก่ามากแต่ก็พอจะมีอายุในบ้านของแจฮยอน บ้านที่ปิดรั้วที่หน้าต่างทุกบานเพราะไม่อยากให้ใครมาแอบสอดส่องจนทำให้แสงภายในบ้านค่อนข้างสลัว

                พี่อยากรู้ ตอบพี่มาตามตรง

                มีหมอนั่นอยู่เนี่ยนะ ผมไม่พูดหรอกเหรินจวิ้นชี้ไปที่โดยองที่ยืนพิงผนังมองอยู่ห่างๆ ใช่..วันนี้โดยองก็มาฟังคำตอบจากปากเหรินจวิ้นด้วย

                สุภาพกับเขาด้วยเหรินจวิ้นแจฮยอนหันไปเตือนเพราะเกรงว่าโดยองจะพูดอะไรน่ากลัวๆออกมาเหมือนตอนที่เขาเผลอพูดไม่ดีใส่อีก

 

                คงไม่อยากทำให้พี่เตนล์ตายหรอกใช่มั้ย เหรินจวิ้น

 

                และแล้วโดยองก็เปิดปากพูดโต้ตอบออกมาจนได้

 

                ตอบสิ

                ม..ไม่เหรินจวิ้นขมวดคิ้ว ใครจะไปอยากให้พี่ตัวเองตายกัน

                แล้วทำไมถึงทำ

                ปรักปรำกันเกินไปแล้วนะ!!”

                ผมถามว่าทำไมถึงทำ

 

..บทขยี้ของโดยองเริ่มขึ้นแล้ว

 

 

 

 

ถ้าเหรินจวิ้นไม่ยอมพูดความจริงล่ะ แบบ สมมติว่าเขาเป็นคนทำแต่เขาโกหก แจฮยอนถามในขณะที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่บ้านเตนล์ โดยองเงียบอยู่ครู่ราวกับกำลังนึกคำตอบ เพราะอันที่จริงเขาก็ไม่ได้เตรียมการอะไรมามากนัก

ผมจะขยี้ถามเอง

ยังไง

ผมจะทำเหมือนว่าเขาเป็นคนทำผิด ถ้าเขาทำผิดจริงๆโดนกดดันแบบนั้นก็โกหกได้ไม่นานหรอก

 

 

 

                ถ้าไม่ได้ทำทำไมต้องสติแตกขนาดนั้น

                มันน่ารำคาญมั้ยล่ะเหรินจวิ้นเริ่มอยู่ไม่นิ่ง ไม่รู้เพราะเขาหงุดหงิดหรือพยายามปกปิดอะไรกัน

                รู้มั้ยว่าเตนล์จะไม่ได้ตายเฉยๆ แต่เขาต้องทนทุกข์กับอะไรบ้าง รู้บ้างรึเปล่า โดยองเดินเข้ามานั่งบนโซฟาตรงกันข้ามร่างเล็กที่ข้างๆแจฮยอน ลองไปเปิดเสื้อพี่ชายนายดูสิ

                ทำไม..

                แทบจะหาส่วนที่ไม่มีรอยแผลหรือรอยช้ำไม่เจอ

                “…”

                รู้มั้ยว่าใบหน้าที่ยิ้มกับนายตลอดเวลาที่คุยกันต้องไปแอบร้องไห้แทบขาดใจเพราะเจ็บปวดแผลบนร่างกาย

               

                ต้องไปแอบร้องไห้แทบขาดใจเพราะไม่รู้ว่าถ้าขาดตัวเองไปใครจะดูแลน้องชาย

 

                ต้องไปแอบคิดจะฆ่าตัวตายเพราะหาทางออกให้เรื่องไหนไม่เจอซักเรื่อง รู้ตัวบ้างมั้ยว่าทำอะไรลงไปบ้างเหรินจวิ้น

                ไม่!!”

                ร่างเล็กลุกขึ้นยืนด้วยน้ำตานองใบหน้าใส ในที่สุดโดยองก็ต้อนเหรินจวิ้นจนมุมจนได้

                ไม่จริง คุณโกหก!”

                ผมจะโกหกไปเพื่ออะไร ผมเป็นคนเอายาแล้วก็เสื้อผ้าไปให้พี่ชายนายตลอด อาการหนักแค่ไหนทำไมผมจะไม่รู้โดยองลุกขึ้นยืนประจันหน้าเหรินจวิ้น และมันเป็นแบบนั้นเพราะนาย

                โดยองกำลังพยายามทำเหมือนว่าเหรินจวิ้นผิด ทั้งที่จริงๆยังไม่รู้ความจริงด้วยซ้ำ เขาทำแบบนี้เพราะเผื่อว่าถ้าเหรินจวิ้นทำจริงๆจะหลุดปากสารภาพออกมาบ้าง

 

...และใช่ โดยองทำมันสำเร็จ

 

 

 

                ก็แค่ขโมยใบล้างบาปพี่เตนล์ไปขาย มันจะอะไรนักหนาล่ะ!!”

 

 

 

 

 

ทั้งบ้านเงียบสงัด ไร้เสียงใดๆนอกจากเสียงหายใจรุนแรงของเหรินจวิ้น โดยองไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือแปลกใจอะไรกับคำสารภาพของเหรินจวิ้นต่างกับแจฮยอนที่ค่อนข้างอึ้งไปพักใหญ่

 

                เงินที่บอกว่าทำงานหามาได้แล้วไปซื้อใบล้างบาป ก็คือเงินที่ขโมยใบล้างบาปเตนล์แล้วไปขายงั้นหรอ แจฮยอนถาม เหรินจวิ้นหลบตาแจฮยอน เขาพยักหน้าแทนคำตอบทุกอย่าง แจฮยอนถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้คนตัวเล็กตรงหน้า

                เห็นแก่ตัวจริงๆโดยองพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆทำให้เหรินจวิ้นเกิดโมโหขึ้นอีกครั้ง

                ก้าวก่ายเกินไปแล้ว มีสิทธิ์อะไรมาว่าผม!”

 

 

                ทำแบบนั้น..จริงๆหรอ

 

 

 

            เหรินจวิ้นชะงักไป เสียงๆนั้นดังขึ้นทำให้ใจทั้งสามคนที่อยู่ด้วยกันนั้นหล่นวูบ

 

 

เตนล์อยู่ที่หน้าประตู

 

 

                ทำไมล่ะ..ใบหน้าขาวที่เคยแต่งแต้มด้วยสีชมพูอมแดงเป็นสัญลักษณ์ของผิวสุขภาพดีตอนนี้อาบไปด้วยน้ำตา ไม่รู้ว่าเตนล์มาตั้งแต่ตอนไหนแล้วมาได้ยังไง

                เตนล์ ม..มาทำอะไรที่นี่ แจฮยอนเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงสั่นเครือไม่ต่าง เพราะเขากับโดยองเองก็ตกลงกันไว้แล้วว่าจะไม่ให้เตนล์รู้เรื่องนี้ถ้าเหรินจวิ้นเป็นคนทำจริงๆ

                ทำไมเหรินจวิ้น ตอบพี่ได้มั้ย คนตัวเล็กที่หน้าประตูยังคงเสียงแข็ง ไม่รู้ว่าเขาเข้มแข็งแบบนั้นจริงๆหรือแค่พยายามจะข่มความอ่อนแอของตัวเองเอาไว้

                พี่เตนล์ผม..ผมขอโทษเหรินจวิ้นลุกขึ้นแทบถลาตัวไปกราบแทบเท้าคนพี่ที่หน้าประตู น้ำตาที่ไหลไม่หยุดไม่ต่างกับเตนล์นั้นหยดแหมะเต็มพื้นไม้ไปหมด คนน้องกอดขาคนพี่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อยและไม่ยอมตอบอะไรนอกจากพูดพร่ำว่าขอโทษ

                ขอโทษ..ขอโทษนะ พี่เตนล์เหรินจวิ้นขอโทษ

                ยกโทษให้ผมนะ

                เจ็บมั้ย มันทำพี่เจ็บมั้ยพี่เตนล์

 

เตนล์ยืนนิ่งงัน ปล่อยให้น้องกอดขาเขย่าตัวเองแล้วพูดขอโทษอยู่แบบนั้นโดยไม่ตอบอะไร โดยองยืนมองร่างเล็กที่ยืนนิ่งเงียบราวกับวิญญาณหลุดลอยออกไปอยู่แบบนั้นก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดเหมือนมีหัวใจดวงเดียวกัน

 

                ไม่เจ็บเตนล์พูดออกมาแผ่วเบาเช่นคนไร้เรี่ยวแรง

                จะไม่เจ็บได้ยังไง ฮึก ม..มันบอกว่ามันทำพี่จนพี่มีแต่รอยแผลเหรินจวิ้นร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด อ้อมกอดที่แน่นขึ้นเรื่อยๆทำเตนล์เจ็บหนึบที่หัวใจ

                ไม่เจ็บเลยถ้าเทียบกับสิ่งที่วันนี้พี่รับรู้

                พี่เตนล์..

                แต่ไม่เป็นไรนะเตนล์ย่อตัวลงมานั่งยองๆ เหรินจวิ้นมองหน้าคนพี่อย่างงุนงง มือบางเลื่อนมาเช็ดน้ำตาคนน้องที่เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า

                พี่ไม่โกรธเราหรอก

                ...

                เราได้มีชีวิตอยู่ต่อ พี่ก็ดีใจแล้ว

 

 

 

 

มีคำพูดบางคำพูดที่เรามักได้ยินเสมอว่า เราจะรู้สึกแย่ที่สุดในชีวิต เมื่อได้ทำเรื่องแย่ๆใส่คนที่ดีกับเรา และจะรู้สึกแย่มากกว่านั้นถ้าคนๆนั้นดีกับเราจนถึงขั้นชีวิตก็มอบให้ได้ เช่นพ่อ หรือแม่

เตนล์คือหนึ่งในคนพวกนั้น คำถัดมาที่เขากล่าวคือ

 

                ถึงต่อให้เหรินจวิ้นจะไม่ได้ขโมย ถ้าพี่มีแต่เราไม่มี พี่ก็ยินดีจะเอาของพี่ไปขายเพื่อซื้อมันมาให้เรา

 

แม้แต้ชีวิต..ก็มอบให้ได้

                ถ้าคนที่โดนทุบตี โดนเผาเป็นเหรินจวิ้นพี่คงกัดลิ้นตัวเองตายตามไปแล้ว

 

 

 

 

 

ถ้าเด็กคนนั้นคือจีซอง คนเป็นพ่อแบบฉันทนให้ใครมาจับลูกไปเผาทั้งเป็นไม่ได้หรอก

 

 

 

 

 

เตนล์อาจไม่ใช่พ่อหรือแม่คน

และเหรินจวิ้นก็ไม่ใช่ลูกของเตนล์

 

แต่ความรักที่เตนล์มีให้น้องตัวเองมันคือความรัก

แบบที่พ่อแม่จะมีให้ลูกของพวกเขาได้

 

ความรักที่เติมเต็มแทนพ่อกับแม่ที่ทิ้งพวกเขาไป

 

 

ความรักที่แสนบริสุทธิ์ที่ไม่ว่าอะไรก็มอบให้ได้

 

 

 

 

โดยองเติบโตมากับคำสอนที่โดนกรอกหูทุกวันตั้งแต่เล็กว่า มีใครเคยตายเพื่อคนอื่นเหมือนพระเจ้ามั้ย

 

การรักใครซักคนไม่ว่าจะในฐานะพ่อ แม่ พี่น้อง หรือฐานะอะไรอื่นๆก็ตาม เราพร้อมจะทำทุกอย่างหรือแม้กระทั่งตายเพื่อคนๆนั้น

 

 

 

 

 

 

ผมจะหาทางช่วยคุณให้ได้ เตนล์

 

 

 

 

 

 

_____

#betraydt

Tbc

 

กลับมาแล้วค่ะหลังจากที่ห่างหายไปนาน

แบบนานมากๆ T__T ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาเลยล่ะค่ะ

แต่ก็ฝ่าความยุ่งและคิดว่าเออ ต้องมาอัพให้ได้นะ!! จนได้

5555555 ไม่แน่ใจว่ามีคนรออยู่มั้ย ขอโทษที่ทำให้รอนานมากๆนะคะ

สู้ไปด้วยกันค่าทุกคน ; - ;

 


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #17 jammiexm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 00:19
    น้ำตาไหลพราก โฮ
    #17
    0
  2. #14 sorafia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 02:42
    สงสารทุกคนที่ต้องเจอเรื่องงี้อ่ะ​ ไรต์เก่งอ่ะ​
    #14
    0
  3. #13 งิงิ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 01:28
    ร้องไห้เลยยยย แง สงสารเตนล์
    #13
    0