Betrayer [ Doten ]

ตอนที่ 1 : หน้าที่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 ก.ค. 61

                   ความวุ่นวายก่อตัวขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆเหมือนกลุ่มเมฆฝนที่จับตัวกันอย่างรวดเร็ว ม้าสีดำขลับวิ่งและหยุดลงตรงทางเดินหินกรวดเพราะคนขี่ม้าสั่งมัน ชายหนุ่มร่างโตในชุดคลุมดำทมิฬเผยตัวออกมาจากรถม้าพร้อมค้อน ตะปู และม้วนกระดาษเก่าๆทำให้ผู้คนแถวนั้นรับรู้อะไรบางอย่างและรีบกลับเข้าบ้านหลังเล็กหลังน้อยโดยไว ที่กระจกบานเล็กของรถม้ามีชายหนุ่มผิวขาวสะอาด สายตาที่เต็มไปด้วยความนิ่งงันไร้ความรู้สึกใดๆมองออกมาด้านนอก ถึงแม้กระจกบานเล็กจะเป็นคราบเป็นฝ้าเนื่องจากไม่ได้ทำความสะอาดมานานและมันก็ยังพอทำให้เห็นว่าเจ้าของใบหน้าในรถม้านั้นทั้งหล่อเหลาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน

                เมื่อไหร่จะลงมาซักทีล่ะโดยองชายร่างโตที่ลงมาก่อนหน้าหันไปพูดกับรถม้าด้านหลัง แน่นอนว่าเจ้าของใบหน้าหล่อที่มองลอดกระจกบานเล็กออกมานั้นได้ยินและทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนขยับตัวลงจากรถม้ามาพร้อมชุดคลุมสีดำไม่ต่างจากชายร่างโต

                “ฉันเบื่อจะแย่ บ่นไปพลางใช้สองมือหยาบปัดฝุ่นผงเล็กๆน้อยออกจากชุดคลุมสีดำที่ตนเองสวมใส่ โดยองไม่ชอบให้ชุดคลุมสีดำนี้เปื้อนฝุ่นเพราะมันดูไม่สะอาดวันนี้เรามาแค่ประกาศให้พวกชาวบ้านรู้ว่าพรุ่งนี้เราจะเริ่มตรวจใบล้างบาป ทำไมนายต้องลากฉันมาทิมมี่

                คุณพ่อบอกให้ฉันกับนายออกมา ชายร่างโตที่ชื่อทิมมี่พูดสั้นๆก่อนก้าวเท้าเดินออกไป โดยองมองตามแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแล้วจึงเดินตามไปอย่างเงียบๆ ประโยคสั้นๆนั่นทำให้โดยองรู้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องออกมาด้วยซ้ำ แค่มาปิดประกาศจากศาสนจักรทิมมี่ทำมันเองคนเดียวก็ได้แต่เพราะอำนาจของคุณพ่อที่ว่า หากเขาบอกว่าให้ทิมมี่กับโดยองออกมา ทิมมี่กับโดยองก็ต้องออกมา

 


เสียงบูทหนังสีน้ำตาลเข้มเหยียบก้อนกรวดเล็กบนพื้นอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งทิมมี่หยุดที่หน้าบอร์ดไม้เก่าๆซึ่งเป็นเหมือนบอร์ดประชาสัมพันธ์ของหมู่บ้านซอมซ่อนี่ ทิมมี่ไล่อ่านใบประกาศเก่าๆที่ชื้นน้ำฝนบนบอร์ดอย่างลวกๆก่อนมือใหญ่จะดึงมันออกรวดเดียวแล้วขยำมันทิ้งลงพื้นไปอย่างไม่ใยดีว่ามันจะสำคัญซักเพียงไหน เพราะตอนนี้ประกาศจากศาสนจักรเป็นอะไรที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

สองมือของร่างสูงที่ยืนว่างล้วงลงกระเป๋าชุดคลุมสีดำเพราะต้องการไออุ่น อากาศข้างนอกเริ่มแห้งและเริ่มหนาวลงเรื่อยๆ โดยองยืนมองไปรอบๆหมู่บ้านเล็กๆที่ไร้ผู้คน ดูเหมือนชาวบ้านจะรีบปิดประตูล็อคกลอนกันอย่างเร็วไวตั้งแต่เห็นรถม้าของพวกเขาเคลื่อนตัวเข้ามาแล้ว บรรยากาศหมู่บ้านเงียบสงัดไปหมดยิ่งเลื่อนสายตามองไปยังต้นไม้ดอกไม้ต่างๆที่เริ่มเฉาเพราะอากาศที่เย็นลงก็ยิ่งทำให้ดูหดหู่และเงียบเหงาขึ้นไปอีก

 

ปึก! ตะปูเก่าถูกตอกลงไปที่บอร์ดเพื่อยึดใบประกาศจากศาสนจักรที่พวกเขาเอามา เพราะบรรยากาศที่เงียบงันทำให้เสียงตอกตะปูลงบอร์ดไม้เก่านั้นเหมือนจะดังไปทั่วอาณาบริเวณ ทิมมี่ตอกอยู่สามสี่ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าใบประกาศมันจะไม่หลุดไปตามแรงลม

                เทศกาลตรวจใบล้างบาป..เร็วชะมัดโดยองพูดขึ้น ทำให้ชายร่างโตที่ถือค้อนอยู่ยกยิ้มมุมปากขึ้นมา

                ฉันชอบเทศกาลตรวจใบล้างบาปที่สุดเลยล่ะ ทิมมี่มองดูใบประกาศตรงหน้า เวลาเห็นไอ้พวกหน้าโง่ที่ไม่มีใบล้างบาปแล้วมันสนุกจริงๆ ยิ่งตอนที่หาเหตุผลสารพัดมาอ้างมันยิ่งทำฉันสนุกเวลาลากพวกเขาออกจากบ้าน ว่าจบก็หัวเราะตามประสาคนรู้สึกสนุกกับเรื่องนั้นจริงๆ โดยองไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ถอนหายใจเฉยๆ

                ฉันก็ชอบนะ แต่สงสารพวกทาสที่ศาสนจักรมากกว่า

                ทำไมสงสารพวกมัน? ทิมมี่เลิกคิ้วขึ้น โดยองยิ้มเล็กๆก่อนจะถามกลับ

                ปีที่แล้วนายจำได้ไหมว่ามีคนโดนเผาตายทั้งเป็นไปกี่คน

ทิมมี่นิ่งงันทำท่าครุ่นคริดครู่หนึ่ง เมื่อนึกขึ้นได้แล้วจึงตอบออกไปอย่างมั่นใจ 16คน

โดยองพยักหน้า บูทหนังสีน้ำตาลก้าวเดินนำหน้าไปทำให้ทิมมี่ต้องรีบสาวเท้าตามอย่างไวด้วยความงุนงงว่าโดยองถามอะไรของเขา

                พวกทาสพวกนั้นเป็นคนเก็บศพ นั่นแหละฉันถึงสงสาร น่าขยะแขยงจะตายไป โดยองพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทิมมี่หัวเราะในลำคอเบาๆในขณะที่เดินตามหลังเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา

                ลำพังเป็นศพก็ขยะแขยงพอแล้ว ยังเป็นอริต่อพระเจ้าอีกยิ่งน่าขยะแขยงไปกันใหญ่ พูดแล้วก็ทำหน้ารังเกียจปนขนลุก โดยองมองท่าทางของชายร่างโตแล้วก็นึกขำแต่ไม่ได้แสดงออกมาทางสีหน้า

 

 

 

 

 

 

.

.

                ประกาศสำคัญจากศาสนจักร

                เทศกาลตรวจใบล้างบาปเริ่มตรวจและค้นบ้านตั้งแต่วันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงวันด้วยระยะเวลา 7 วัน

                เริ่มตรวจจากบ้านหมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ถึงหมู่ 7 ตามลำดับ ยกเว้นผู้ที่มีอายุไม่ถึง 16 ปีบริบูรณ์

                จะไม่ได้รับโทษใดๆหากไม่มีใบล้างบาป

                เพื่อไม่ให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้หักหลังพระเจ้า ทางศาสนจักรจึงมีความจำเป็นจะต้องตรวจตราอย่างละเอียด

                                                                                                                                                               คุณพ่อริค

 

 


                “ตายจริง ฉันลืมเทศกาลนี้ไปเลย

                “แย่สิเธอ ดีนะฉันพึ่งไปต่ออายุใบล้างบาปมา เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นไม่นานหลังรถม้าคันนั้นวิ่งออกไปจากหมู่บ้าน ผู้คนเริ่มเปิดประตูบ้านออกมาพูดคุยและมุงดูประกาศที่บอร์ด บ้างก็เห็นแล้วมีสีหน้าโล่งใจ บ้างก็เห็นแล้วร้องไห้เสียสติไปเลยก็มี อาจเป็นเพราะเขาไม่มีใบล้างบาปตามที่ประกาศบอก ผู้คนเบียดเสียดกันที่บอร์ดประการวุ่นวายเสียจนคนตัวเล็กอย่าง เตนล์ กับน้องชายอย่าง เหรินจวิ้น ไม่สามารถแทรกตัวเข้าไปอ่านบอร์ดได้เลย

                ไม่ต้องเข้าไปหรอกพี่เตนล์คนตัวเล็กกว่าเอ่ย เตนล์ที่พยายามแทรกตัวเข้าไปอ่านข้อความก็หันมาก่อน         เหรินจวิ้นจะดึงข้อมือคนเป็นพี่ให้หลุดออกจากกลุ่มคนมากมายที่แย่งกันเข้าไป

                “ไม่อ่านแล้วเราจะรู้เรื่องหรอ เกิดเป็นอะไรที่สำคัญล่ะ

                ประกาศตรวจใบล้างบาปวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงน่ะเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากด้านหลังสองพี่น้อง เตนล์เงยหน้าไปมองใบหน้าเกลี้ยงเนียน ชายหนุ่มตัวสูงในเสื้อคลุมสีน้ำตาลอ่อนที่รู้จักกันดีว่าเป็นพ่อค้าขายกระดาษหนังสือสมุดก็ยกยิ้มให้เป็นการทักทายคนตัวเล็ก

                สวัสดีเตนล์ สวัสดีเหรินจวิ้น เขากล่าว เตนล์และเหรินจวิ้นยิ้มกลับ

                นายเข้าไปดูประกาศแล้วหรอแจฮยอนเตนล์เอ่ยถาม แจฮยอนไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าให้

                เร็วซะจริง แปปแปปก็ครบปีแล้วหรอเนี่ยร่างเล็กบ่นพึมพำกับตัวเอง เตนล์ไม่ได้กังวลอะไรมากนักเพราะเขาเองมีใบล้างบาปอยู่แล้วและมันยังไม่หมดอายุ

                แล้วน้องคุณมีใบล้างบาปรึยังแจฮยอนมองไปที่คนตัวเล็กกว่าที่ยืนอยู่เงียบๆ อายุเท่าไหร่แล้วเรา

                15ครับ

                โอ๊ะ งั้นต้องหาให้ได้ก่อนถึงปีหน้าสินะ ยังพอมีเวลาแหละน่า

                “ไม่หรอกแจฮยอน ฉันต้องรีบทำงานหาเงินซื้อใบล้างบาปให้เหรินจวิ้นก่อนกลางปี เพราะศาสนจักรจะส่งคนมาตรวจอายุเด็กในเมืองทุกๆ 1 เดือนไงนายลืมหรอ เหรินจวิ้นจะครบ 16 กลางปีนี้แล้ว เตนล์ดูมีสีหน้ากังวล เพราะไอ้ใบล้างบาปที่ว่าราคาน้อยซะที่ไหน แพงจนอาจต้องทำงานหนักหลายเดือนติดกันถึงจะหาเงินมาได้เลย

                จริงด้วยสิ เอ้อ..งั้นผมขอตัวก่อนนะเพราะนัดลูกค้าไว้ แล้วเจอกัน แจฮยอนขอปลีกตัวออกไป สองพี่น้องเลยตัดใจที่จะเข้าไปดูใบประกาศด้วยตัวเองแล้วมุ่งหน้าเดินกลับบ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน ใช่แล้ว หมู่บ้านของเราแบ่งออกเป็นหมู่ที่หนึ่งถึงหมู่ที่เจ็ด และบ้านของเตนล์กับเหรินจวิ้นก็อยู่หมู่ที่เจ็ดซึ่งเป็นหมู่สุดท้าย

บรรยากาศบ้านหมู่ 7 ก็จะเงียบกว่าใครเพื่อนเพราะมันไม่ค่อยมีใครอยู่ ผู้คนที่อยู่หมู่ 7 มักจะยากจนและต้องเอาเวลาส่วนใหญ่ออกไปทำงานหาเงิน ไม่มีใครว่างอยู่บ้านกันหรอก เตนล์ก็เช่นกัน เขาทำงานรับจ้างล้างจานอยู่ที่ร้านอาหารเล็กๆใจกลางหมู่บ้าน ส่วนเหรินจวิ้นอยู่บ้านคอยดูแลทำความสะอาดและทำอาหารให้คนพี่

 

 

                หมู่บ้านของเราเดิมทีมีขุนนางที่ประสบความสำเร็จจนร่ำรวยเงินทองมหาศาล ด้วยความรวยนั้นทำให้เขาสามารถทำทุกอย่างตามใจนึก ขุนนางนามว่าริค เป็นพวกนับถือพระเจ้าและบ้าคลั่งศาสนามากถึงมากที่สุด ริคเชื่อว่าที่ตัวเองประสบความสำเร็จจนมีเงินมากมายก็เพราะตัวเองคือลูกรักที่พระเจ้าโปรดปรานเลยประทานพรให้ตัวเองเช่นนี้

ริคอยากตอบแทนพระเจ้าด้วยความกำจัดทุกคนที่เป็นอริต่อพระเจ้าออกไปด้วยอำนาจเงินทองที่มี หมู่บ้านของเราเลยมีศาสนจักรเล็กๆเกิดขึ้นมาและมีคุณพ่อเป็นริค และสาวกคนอื่นๆที่เขาไปเกลี้ยกล่อมด้วยวาจาและเงิน

                ใบล้างบาป คือสิ่งที่ริคสร้างมันขึ้นมา เป็นกระดาษลงนามว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของมันผ่านการล้างบาปและเป็นผู้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า ริคหัวหมอในการหาเงินเข้าศาสนจักรล้มล้างประเพณีรับศีลล้างบาปแบบเดิมเป็นการซื้อขายใบล้างบาปซึ่งมีราคาแพงมากแทน

เมื่ออายุครบ 16 ปีก็ต้องมีใบล้างบาปเป็นของตัวเอง ใบล้างบาปไม่เพียงแต่แพงเท่านั้น มันยังมีเวลาหมดอายุอีกด้วยนั่นคือก็เมื่อครบ 3 ปีใบล้างบาปก็จะหมดอายุ ต้องจ่ายเงินเพื่อต่อสัญญาแสดงความบริสุทธิ์

 

..หากใครไม่ทำ ก็ล้วนแล้วแต่จะต้องได้รับบทลงโทษที่น่ากลัว เริ่มจากการทรมาน 29 วันที่เพิ่มระดับความโหดขึ้นเรื่อยๆและเมื่อถึงวันที่ 30 คนๆนั้นก็จะโดนเผาทั้งเป็น

                พวกเราต้องเคารพนับถือคุณพ่อริค ไม่ว่าในใจจะโกรธเกลียดแค้นหรือขยะแขยงการกระทำนั้นมากแค่ไหนแต่เราก็จำเป็นต้องทำมัน และจำเป็นต้องทำงานอย่างหนักและจ่ายเงินเพื่อที่จะเป็นผู้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า แต่ถึงจะอย่างนั้นคนที่เป็นสาวก นับถือและรักคุณพ่อริคกับศาสนจักรบ้าๆนี่ก็มีจริง เยอะซะด้วย

 

                พี่เตนล์ ผมกังวลจัง คนน้องที่เดินก้มหน้าอยู่พูดขึ้น

                เป็นอะไรหืม ไหนบอกพี่สิเตนล์คว้ามือเล็กของเหรินจวิ้นมาจับและเดินไปพร้อมกัน เหรินจวิ้นดูอึกอักไม่กล้าพูดแต่สุดท้ายก็ยอมพูดมันออกมา

                “ถ้าเราหาเงินซื้อใบล้างบาปของผมไม่ทันกลางปีนี้ผมจะโดน--”

                “ไม่เอาน่า พี่สัญญาว่าพี่จะหาเงินมาให้ทัน ไม่ต้องกังวลนะจะไม่มีใครทำอะไรเหรินจวิ้นเตนล์พูดแทรกก่อนที่เหรินจวิ้นจะพูดสิ่งที่ตัวเองกลัว เราเติบโตมาท่ามกลางภาพที่น่าสยดสยองของชาวบ้านที่เป็นอริต่อพระเจ้า เห็นทุกๆปีว่ามีคนโดนตรงบนไม้กางเขนแล้วเผาทั้งเป็น ต่อให้หลบอยู่ในบ้านก็ยังได้ยินเสียงคนพวกนั้นกรีดร้องอยู่ดี

 

                ไม่..มันไม่ทันแน่.. เหรินจวิ้นพูดกับตัวเองเบาๆในจังหวะที่เตนล์เดินนำหน้าไปเปิดประตูบ้านหลังเล็ก มือน้อยๆกำเข้าหากันแน่นและนึกถึงความเจ็บปวดที่แสนน่ากลัวที่ตัวเองต้องเผชิญ เพราะอายุที่ยังไม่ถึง 16 ปีของเหรินจวิ้นทำให้เขาออกไปทำงานหาเงินเองไม่ได้ และลำพังรายได้เของเตนล์ไม่ทันกลางปีนี้แน่ๆ

 

 

 

 

                ในห้องทำงานเล็กๆที่ตกแต่งด้วยเทียนไข ให้ทั้งแสงสว่างและความสวยงาม ผนังไม้ตกแต่งประดับประดาด้วยรูปภาพแบบที่ติดตามผนังโบสถ์ ไม้กางเขนอันเล็กอันน้อยถูกติดอยู่บนผนังห้อง 4 ด้าน เจ้าของใบหน้าหล่อที่เรียบเฉยกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้เก่าๆ แสงสีส้มจากเทียนสลัวๆเผยให้เขาสามารถอ่านรายชื่อชาวบ้านทั้งหมดในสมุดหนังเล่มหนาได้ โดยองไล่นิ้วไปตามรายชื่อและวันเดือนปีเกิดของคนนั้นก่อนจะใช้ปากกาขนนกจุ่มหมึกสีแดงและติ๊กเครื่องหมายเล็กๆไว้

                เสร็จซักทีร่างสูงเลื่อนเก้าอี้ออกห่างจากโต๊ะ แขนยื่นขึ้นด้านบนเพื่อบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อย โดยองได้หน้าที่เป็นคนจัดการรายชื่อคนในหมู่บ้านทั้งหมด เพราะงั้นก่อนวันรุ่งขึ้นที่จะต้องออกตรวจใบล้างบาปโดยองจะต้องคัดรายชื่อเด็กที่มีอายุยังไม่ถึง16ออกก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ทำงานพลาด

                ก๊อก ก๊อก

                เข้ามา โดยองพูดขณะที่สายตายังไม่ละจากการตรวจทานความเรียบร้อยของรายชื่อ ประตูไม้เปิดออกพร้อมเด็กผู้ชายวัย 13 ที่เข้ามาพร้อมกับของว่างยามดึกในมือ โดยองหันไปมองเด็กชายที่กำลังใช้แผ่นหลังดันประตูเพื่อปิดมันเพราะมือไม่ว่าง

กึก ถาดเล็กถูกวางลงบนโต๊ะวางของใกล้ประตูห้อง กลิ่นชาหอมฉุยลอยฟุ้งจนทำให้โดยองต้องเอี้ยวตัวมองตามว่ามีอะไรอยู่ในถาดที่เด็กชายถือเข้ามาให้

                อะไรล่ะ

                “ชาอังกฤษแบบที่อาชอบแล้วก็ขนมปังครับจบประโยคเด็กชายโดยองก็เลิกคิ้วมองของในถาดอย่างนึกสงสัย เด็กชายก้มหน้างุดทันทีราวกับว่าไปสร้างวีรกรรมอะไรเอาไว้แล้วกำลังจะโดนจับได้

                “ไปแอบเอาขนมปังมาจากห้องครัวจอห์นนี่ล่ะสิ โดยองพูดพร้อมหัวเราะในลำคอก่อนจะลุกขึ้นไปหาเด็กชายวัย13ที่ยืนอยู่ข้างๆถาด มือกร้านจากการทำงานขยี้ลงบนกลุ่มผมของเด็กชาย ขอบใจ แต่วันหลังห้ามทำอีกไม่งั้นอาจอห์นนี่อาจจะทำโทษเรารู้ไหมจีซอง

                ผมเห็นอาโดยองทำงานหนักนี่ครับ

                รู้แล้ว แต่วันหลังเอาแค่ชามาก็พอ ไม่ต้องไปแอบหยิบขนมอะไรจากครัวจอห์นนี่นะ โดยองส่งยิ้มให้ เลื่อนมือไปหยิบถ้วยชาและจานรองถ้วยแล้วจึงกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

                “อาโดยองดูรายชื่ออะไรอยู่หรอครับ จีซองเดินตามเข้าไปเกาะที่โต๊ะทำงาน โดยองมองเด็กขี้สงสัยแล้วก็ยิ้มน้อยๆ ปกติโดยองเป็นพวกไม่ค่อยพูดแถมไร้มนุษย์สัมพันธ์ใดๆกับทุกคน แต่กับจีซองเป็นเหมือนข้อยกเว้นข้อนึงของเขา จีซองเป็นเด็กที่โดยองแสดงมุมอ่อนโยนออกมาด้วยมากที่สุดและพูดด้วยมากที่สุด

 

 

หากจะย้อนกลับไปว่าจีซองเป็นใคร มาจากไหนคงเป็นเรื่องที่โดยองสามารถจำมันได้ดีและเล่ามันได้เป็นร้อยๆครั้ง แต่คิดที่ว่าเขาเป็นคนไม่ค่อยพูด เพราะงั้นจะให้เล่าถึงร้อยครั้งคงเป็นไปไม่ได้

 

                รายชื่อเด็กที่ยังอายุไม่ถึง 16โดยองตอบ ไม่มีชื่อเราในนี้หรอกโดยองชิงพูดในขณะที่จีซองกำลังจะอ้าปากถาม

                ทำไมไม่มีชื่อผมล่ะ ผมเพิ่งจะ 13 เองนะ

                จีซองไม่จำเป็นต้องมีใบล้างบาปเหมือนเด็กคนอื่น คนของศาสนจักรทุกคนถือเป็นผู้บริสุทธิ์ต่อพระเจ้าทั้งนั้นโดยองอธิบาย เจ้าเด็กตัวกระเปี๊ยกก็พยักหน้ารับรู้และแสดงออกว่าเข้าใจ

                “อาก็ไม่มีน่ะสิครับ

                “อืม อาก็ไม่มี

                ลุงทิมมี่ล่ะครับ ที่ตัวใหญ่ๆทำงานกับอา

                ไม่มีครับ ไม่มีใครมีใบล้างบาป คำตอบของโดยองทำให้จีซองอ้าปากเหมือนจะพูดว่า อ๋อแต่ไม่ได้ออกเสียงออกมา พรุ่งนี้อาโดยองก็ไปทำงานใช่ไหมครับ

                “ครับ พรุ่งนี้คงไม่ได้อยู่เล่นกับจีซองนะโดยองขยี้ผมเด็กชายอีกครั้ง พรุ่งนี้อยู่กับป้าเฮลี่ย์ไปก่อนเนอะ

เด็กชายมุ่ยหน้าเมื่อโดยองพูดถึงป้าเฮลี่ย์ ป้าที่เป็นแม่บ้านที่โดยองมักจะชอบพาจีซองไปฝากไว้เวลาตัวเองไม่ว่าง เพราะป้าเฮลี่ย์ชอบชวนจีซองอ่านหนังสือ จีซองเลยเบื่อทุกทีที่ต้องไปอยู่กับป้าเฮลี่ย์

                “เฮ้อ เบื่อเลยป้าเฮลี่ย์อีกแล้ว..งั้นผมไปนอนก่อนนะอาโดยอง จีซองถอนหายใจ โดยองหัวเราะกับอาการไม่พอใจของเด็กน้อยปนอาการงอนนิดๆ

                ครับ ฝันดี เดี๋ยวพรุ่งนี้อาซื้อขนมกลับมาฝากหลังจากทำงานเสร็จ จีซองยิ้มทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องเพื่อไปนอนตามที่ตัวเองว่า

 

                เวรกรรม จะเอาเวลาไหนแวบไปซื้อขนมให้ล่ะเนี่ย ไม่น่าพูดเลย โดยองส่ายหน้าพูดกับตัวเองเพราะรู้ดีว่าพรุ่งนี้งานยุ่งมากแค่ไหน แต่ถ้าหากพูดกับทิมมี่ได้เขาก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับการแค่เจียดเวลาไปซื้อขนมให้เจ้าเด็กนี่

 

                แทยง ลูกแกโคตรงอแงติดฉันแจเลย แต่ก็นะ...เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ขมุกขมัวก็นึกถึงเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันดี ท้องฟ้ายามราตรีคืนนี้ดูหม่นหมอง ไม่รู้เป็นเพราะอารมณ์ของโดยองที่มองออกไปรึเปล่าเขาเลยรู้สึกแบบนั้น แต่แน่นอนว่าโดยองรู้ดีว่าคืนนี้เป็นคืนที่เครียดและเศร้าสำหรับชาวบ้านอีกหลายคนที่ต้องรับชะตากรรมวันพรุ่งนี้

 

 

 

 


                “พ่อฮะ!” เสียงใสจากเด็กชายตัวเล็กเรียกพร้อมวิ่งเข้าไปเกาะขาชายหนุ่มร่างสูงหน้าคม เขาก้มมองผู้เป็นลูกก่อนส่งยิ้มให้แล้วเอ่ยถาม

                หืม ว่าไงครับ

                จีซองจับผีเสื้อได้แหละ เด็กชายวัย 6 ขวบยิ้มร่าพร้อมยื่นขวดโหลใสที่มีผีเสื้อปีกสวยอยู่ด้านใน อาโดยองช่วยจีซองจับ

                “ว้า อาโดยองนี่ไม่ได้เรื่องเลยชายหนุ่มรับขวดโหลจากมือเล็กไป ตาคมจ้องมองผีเสื้อปีกสวยสดใสในขวดโหลอย่างนึกตำหนิคุณอาที่ลูกชายพูดถึง แล้วก็เลื่อนสายตาไปมองร่างเจ้าของชื่อที่เดินตีหน้านิ่งตามหลังมา

                อะไร ก็ช่วยเด็กมันจับผีเสื้อนิดหน่อยโดยองย่อตัวลงไปข้างๆเด็กชายที่เกาะขาพ่อ พ่อแทยงนี่ไม่รู้เรื่องเลยเนอะ สู้อาโดยองไม่เห็นได้

                ระหว่างพ่อกับอาโดยองเลือกใคร หืม

                เอ่อ..เด็กชายทำท่าคิดหนัก จีซองเป็นลูกชายคนเดียวของแทยง แทยงก็มีแค่จีซองคนเดียวเพราะภรรยาป่วยแล้วก็เสียชีวิตไปตั้งแต่จีซองยังแบเบาะ ก็ได้โดยองที่เป็นเพื่อนสนิทนี่แหละที่ช่วยดูแลจีซองในเวลาที่แทยงไม่ว่าง จีซองเลยสนิทกับคุณอาโดยองเป็นพิเศษ

                ฮ่าๆ แค่นี้คิดหนักหรอเราแทยงหัวเราะ แขนแกร่งอุ้มเด็กชายตัวเล็กขึ้นมา คุณผีเสื้อต้องกลับบ้านไปหาคุณพ่อคุณแม่ของมันนะครับ รู้รึเปล่า

                “ทำไมคุณผีเสื้อต้องกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ด้วยฮะ แล้วจีซองทำอะไรผิด

                “ถ้าสมมติวันนึงมีคนใจร้ายมาจับจีซองไปจากพ่อ จีซองจะเสียใจไหมครับ

                “เสียใจ

                “คนใจร้ายคนนั้น คืออาโดยองแน่ๆเลย!” พูดแล้วก็ชี้ไปที่อาที่ยืนหน้ามึนอยู่ข้างๆ จบประโยคเด็กน้อยทั้งคุณพ่อและคุณอาหลุดหัวเราะกันออกมาทั้งคู่ แทยงเองก็รู้ดีว่าถ้าโดยองทำแบบนั้นได้ก็คงทำไปนานแล้วเพราะเอ็นดูจีซองยิ่งกว่าอะไรดี

 

แทยง ผู้ตรวจใบล้างบาปคู่หูทำงานของโดยอง

ซึ่งภายหลัง..แทยงถูกตราหน้าว่าเป็นอริต่อพระเจ้าด้วยแค่เพราะความสงสารที่เขามีให้เด็กอายุ16คนนึงที่ไม่มีใบล้างบาป โดยองเคยถามในตอนที่มีโอกาสถามว่าทำไม ทำไมถึงตัดสินใจทำอะไรโง่ๆแบบนั้น แทยงก็ตอบเพียงแค่ว่า

                ถ้าเด็กคนนั้นคือจีซอง คนเป็นพ่อแบบฉันทนให้ใครมาจับลูกไปเผาทั้งเป็นไม่ได้หรอก

 

โดยองไม่เคยเข้าใจ การทำงานแบบนี้มันสงสารคนได้ที่ไหนกัน..ไม่มีใบล้างบาปก็คืออริต่อพระเจ้า เขาเติบโตมาด้วยคำสอนแบบนั้น และจีซองเองก็ไม่มีทางตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นแน่ๆเพราะคนของศาสนจักรคือผู้บริสุทธิ์

 

                และในคืนวันที่ 30 ของการลงโทษ แทยงถูกจับตรึงบนไม้กางเขน เปลวไฟร้อนระอุค่อยๆแผดเผาจากโคนไม้กางเขนและลุกลามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว สะเก็ดไฟปลิวลิ่วเต็มอากาศพร้อมทั้งเสียงของคนอื่นๆที่โดนเผาพร้อมกันกับแทยง เพื่อนรักของโดยองโดนตราหน้าว่าเป็นอริต่อพระเจ้าเพียงเพราะพยายามช่วยเหลือคนที่ไม่มีใบล้างบาป และต้องจบชีวิตด้วยการถูกลงโทษ

ไม่ใช่แค่นั้น แต่เพราะขึ้นชื่อเป็นคนของศาสนจักร ขั้นตอนการโดนทำโทษ 29 วันของแทยงเลยยิ่งเหมือนตกนรกทั้งเป็น คุณพ่อริคสั่งลงโทษแทยงหนักกว่าคนอื่น 2 เท่า ไม่เว้นช่วงให้สลบ หากสลบก็จะถูกปลุกให้ตื่น และพยายามไม่ให้ลงโทษจนแทยงตายก่อนวันที่ 30

 

                ในตอนนั้นโดยองตัดสินใจทันทีว่าจะเลี้ยงจีซองให้เหมือนลูกของตัวเอง จะดูแลจีซองให้ดีที่สุดเพื่อให้แทยงไม่ผิดหวัง และหลับได้อย่างสบายใจไม่ต้องมีอะไรติดค้าง ภาพของแทยงบนไม้กางเขนคืนนั้นยังคงติดตาเขา ในเช้าวันถัดมาและถัดมาตลอดเกือบหนึ่งปีที่โดยองตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อที่ผุดเต็มตัวเนื่องจากฝันร้ายถึงเรื่องแทยงตลอด

 

 

                ทำงานแบบนี้ ความสงสารจะมีแต่นำความหายนะมาให้ตัวเองแท้ๆ

 

 


 

                เช้าตรู่ในวันถัดมา โดยองโดนคนรับใช้ส่วนตัวของคุณพ่อริคมาเคาะห้องปลุกแต่เช้า เขาลืมตามาก็พบกับความเมื่อยไปทั้งตัวเพราะเมื่อคืนเผลอฟุบหลับไปที่โต๊ะทำงาน มือกร้านเสยผมและจัดให้มันเป็นทรงอย่างลวกๆก่อนรีบออกไปพบคุณพ่อริคตามที่คนรับใช้ส่วนตัวของท่านมาตามแต่เช้า

ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักให้เปิดออกโดยหนุ่มที่มีใบหน้าเรียบเฉยที่ดูเหมือนไร้ความรู้สึกอะไรตลอดเวลา โดยองค่อยๆปิดบานประตูลงไม่ให้เกิดเสียง ห้องทำงานที่ดูเป็นเหมือนท้องโถงใหญ่ มีโคมระย้ายุโรปขนาดกลางคอยให้แสงสว่าง ตกแต่งตามสไตล์โบสถ์คริสต์ เมื่อมองดูห้องที่คุ้นเคยก็สาวเท้าเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของคุณพ่อ ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ไม้บุนวมเก่าๆตรงข้ามโต๊ะคุณพ่อริคข้างๆทิมมี่

                สวัสดีตอนเช้านะ ทิมมี่ โดยองชายวัยชราพูดขึ้น

                ครับคุณพ่อทั้งทิมมี่และโดยองขานรับพร้อมกัน

                “รู้ใช่ไหมว่าปีนี้ฉันก็มอบหมายนายทั้งสองคนออกไปตรวจใบล้างบาปและลากไอ้พวกสกปรกนั่นมาลงโทษ คุณพ่อพูดในขณะที่สายตายังคงไล่อ่านหนังสือเล่มโปรดบนโต๊ะ

                ครับทิมมี่ขานรับ คุณพ่อเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มทั้งคู่สลับไปมาก่อนถอนหายใจ

                ฉันก็จะกำชับพวกแกทุกปี ว่าให้ตั้งใจทำงานที่ฉันสั่ง ความสงสารไม่คู่ควรกับคนพวกนั้นซักนิดมือเหี่ยวของชายชราตรงหน้าจัดการปิดหนังสือ และความสงสาร จะนำความชิบหายมาให้พวกแกทั้งสองคน

                รู้ครับ พวกเรารู้ข้อนั้นดีโดยองเป็นคนตอบ ก็เพราะว่าแทยงจากไป เขาถึงได้ทิมมี่มาเป็นคู่ขาทำงานแทน บ่อยครั้งที่มักจะโดนทิมมี่ถากถางบ่อยๆเรื่องคู่ขาทำงานคนเก่า แต่โดยองก็พูดอะไรมากไม่ได้เพราะเรื่องนั้นแทยงเป็นคนทำตัวเองจริงๆ

                โดยเฉพาะแกโดยอง ตัวอย่างใกล้ตัวมีให้เห็นแล้ว

                ค..ครับความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นเข้ามาที่อกข้างซ้ายของโดยองทุกครั้งที่เขาโดนขู่ด้วยคำพูดแบบนี้ ทั้งกลัว ทั้งเสียใจและคิดถึงเพื่อน อีกทั้งยังนึกถึงความเจ็บปวดของเด็กตัวกระเปี๊ยกวัย 6 ขวบในวันนั้นที่ร้องไห้แทบขาดใจ

 

                ครั้งนี้ถ้ามันเกิดขึ้นกับแก..ฉันจะทำลายลูกของไอ้ปิศาจนั่น  ไอ้เด็กจีซอง 

 

 








 

                ซวย ซวยจริงๆ

                ร่างบางของเตนล์สั่นเทาทันทีที่ออกมาหน้าบ้านในยามเช้า ประตูไม้เก่าๆบานเดิมที่เห็นมาตลอดตั้งแต่โตมาเปิดอ้าออกพร้อมร่องรอยการงัดแงะจากด้านนอก มิหนำซ้ำตู้กระจกบานเลื่อนที่เก็บของก็โดนค้นเละ

ใจดวงน้อยๆที่กระตุกวูบทันทีที่คิดได้ว่าตัวเองเอาใบล้างบาปเก็บไว้ในนั้น สองขาที่สั่นเทาจนแทบหมดแรงเดินไปที่ตู้กระจกบานเลื่อนอย่างช้าๆ มือเล็กที่สั่นไม่ต่างจากขาค่อยๆหยิบกองเอกสารมุมตู้มาดู

                ...มันหายไปแล้ว

 

                เหมือนมีก้อนหินก้อนโตมาหล่นทับตัว ความรู้สึกหนักอึ้งนี้ทำให้เตนล์ล้มทรุดลงไปนั่งที่พื้นทันที สมองของร่างบางเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ได้ว่าเขาโดนหัวขโมยงัดประตูบ้าน ขโมยใบล้างบาปเขาไปซึ่งตรงนี้เป็นที่รู้ดีว่าใบล้างบาปสามารถเอาไปขายต่อที่ตลาดมืดได้ซึ่งทำเงินได้มาก พ่อค้าตลาดมืดก็ต้องการใบล้างบาปตัวจริงเพื่อไปปลอมแล้วขายต่ออีกทอดหนึ่ง

 

                พี่เตนล์วันนี้ไปท..อ้าว ทำไมประตูบ้านเปิดล่ะน้องชายวัย 15 ย่าง 16 ที่เดินขยี้ตาออกมาก็เห็นว่าประตูไม้เปิดอ้าไว้ เหรินจวิ้นมองไปรอบๆบ้านสายตาก็ไปหยุดที่พี่ตัวเองซึ่งนั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ที่พื้นจึงรีบถลาเข้าไปหาทันที

                อะไรพี่ เกิดอะไรขึ้น?!”

                มัน..มันโดนขโมย..บ..ใบล้างบาปของพี่มันหายไปแล้ว

 

 

                แน่นอน เตนล์น่ะรู้ดีว่าฝันร้ายของเขากำลังจะเริ่มขึ้นในเร็ววัน

 

 

_____

#betrayerdt

Tbc

 

มาเจิมตอนแรกสั้นๆเนอะ;-;

คือว่าอย่างที่เคยบอกไปว่าฟิคเรื่องนี้เล่นประเด็นศาสนา

เลยอยากให้ทุกคนอ่านอย่างมีวิจารณญาณและเพื่อความบันเทิง

เท่านั้นนะคะ ถ้าส่วนไหนไม่เหมาะสมต้องขออภัยมากๆนะคะ_/\_

ติดตามลุ้นเอาใจช่วยน้องเตนล์ในตอนหน้ากันค่ะ ใครมันช่าง

ใจร้ายมางัดบ้านแล้วขโมยใบล้างบาปน้องกัน!!

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #15 jammiexm (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:38
    เดี๋ยวหม่ามี๊ไปตีเจ้าหัวขโมยให้นะคะน้องเตนล์ บังอาจนัก!
    #15
    0
  2. #9 งิงิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 00:56
    เอ้า ขโมยเฉยยยย
    #9
    0
  3. #2 littlechitta (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 19:22
    โอยยยยยย สงสารยัยน้องงง อย่าทำไรน้องนะ แงๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2
    0