ยุง วัว กระต่าย คน จนกว่าเจ้าจะรักข้า... อีกครั้ง

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 - แปลงนา -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    11 ส.ค. 63


บทที่ 7

แปลงนา

 

เวลาล่วงเข้าเดือนที่สี่แล้วนับจากวันที่ข้าลืมตาดูโลก

มารดาวัวเล่าเรื่องราวมากมายให้ข้าฟัง ตั้งแต่ครั้นที่นางถูกกดขี่ให้เป็นแม่พันธุ์วัว ถูกบังคับให้ตั้งท้องและออกลูกสุขภาพดีมากถึงหกตัว หากแต่ในสองปีให้หลังมารดานั้นแท้งลูกติดต่อกันถึงสองครา รวมกับอาการป่วยที่มารดาเป็น มารดาวัวผู้ชราของข้าจึงถูกทอดทิ้ง และย่อมกลายเป็นวัวป่วยที่ถูกปล่อยให้อดตายอยู่ท้ายคอกแล้วเป็นแน่หากอ้ายลี่มิได้เอ่ยขอชีวิต

มารดาข้ารู้ซาบซึ้งในเมตตาของสองแม่ลูกมากล้น ด้วยเหตุนี้นางจึงพร่ำอบรมสั่งสอนให้ข้าเชื่อฟังอ้ายลี่และอู๋ซีให้มาก อีกทั้งยังกำชับมิให้ข้าซุกซนจนเกินงามหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้มีพระคุณ

ข้าเริ่มเรียนรู้การดำรงอยู่ในวิถีของวัว วัวสี่เดือนเช่นข้านับว่าเป็นวัวเด็ก ถึงในยามนี้จะเริ่มกินหญ้าได้แต่ยังต้องพึ่งพาอาศัยนมมารดาให้อิ่มท้องจนกว่าจะอายุครบหกเดือน

กิจวัตรของข้าและอู๋ซีนั้นยังคงคล้ายเดิมนับจากวันแรกที่ข้าลืมตา อู๋ซีตื่นแต่เช้ามืดเพื่อหาหญ้าสดและน้ำสะอาดมาเติมใส่รางอาหาร เขาจะแวะลูบหัวทักทายข้าในวันที่ข้าตื่นมาทันเจอเขา อู๋ซีมักหัวเราะหลังข้าส่งเสียงร้องและสะบัดหางทักทาย หากข้ามิเกียจคร้าน ข้าจะเดินออกจากคอกไปดูเขาผ่าฟืน เมื่อแสงตะวันเริ่มสว่างทั่วฟ้า อู๋ซีจะเดินเท้าไปรับจ้างเป็นลูกจ้างร้านขายไม้แกะสลักที่อยู่ห่างออกไปราวห้าลี้ (5 ลี้ – 2.5 กิโลเมตร) ในยามระกา (17.00 – 19.00 น) อู๋ซีจะกลับมาพร้อมอาหารสดอาหารแห้งติดไม้ติดมือเพื่อมอบให้อ้ายลี่ผู้ดูแลงานบ้านนำไปทำมื้ออาหาร หลังมื้อเย็น อู๋ซีจึงพาข้าไปเดินเตร็ดเตร่ เขาชอบพาข้าไปนั่งริมลำธารหลังบ้านมากที่สุด ครั้นได้อยู่ใกล้ต้นหลิว ฟังเขาเป่าปากขณะแกะสลักงานไม้ ข้าจะหวนระลึกถึงยามที่ข้าคือลั่วเลี่ยงเฟิง คุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีลั่วที่ได้นั่งชมนกชมไม้อยู่ข้างเขาเสียทึกครั้ง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้านั้นวางตัวเหมาะสม เป็นลูกวัวนิสัยดีที่มารดาวัวรักและอ้ายลี่ชื่นชม จะมีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ข้าจะงอแง...

“มอ!

“เจ้าลูกวัว” มือของอู๋ซีผ่อนแรงจากสายจูง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนใจ “เหตุใดเจ้าจึงมิชอบอาบน้ำกัน?”

ข้าพลันถลึงตาใส่

ยังจะกล้าถามอีกหรือเจ้าบุรุษไร้ยางอาย! เจ้าลูบไล้ตัวข้า ลากมือผ่านหน้าท้องของข้า ถูส่วนนั้นของข้า ขยี้ส่วนนี้ของข้า จับเนื้อตัวของข้าอย่างเพลิดเพลินรื่นเริงสนุกสนานเยี่ยงนั้น ผู้ใดเล่าจะทนความอับอายนี้ได้!!

น่าเศร้าที่เสียงโวยวายของข้ากลับมีเพียงเสียง มอๆที่ดังต่อเนื่องไม่หยุดเพียงเท่านั้น ส่วนอู๋ซีน่ะหรือ หึ! เจ้าสหายงี่เง่ากลับหัวเราะใส่ข้า อีกทั้งยังเอามือมาขยี้หัวข้าอีก น่าหงุดหงิดใจเสียจริง!

“โกรธใหญ่เชียวเจ้าลูกวัว เช่นนั้น...”

เขาเคลื่อนมือออกจากหน้าผากไปหลังหูพลางกดนวดให้ข้ารู้สึกผ่อนคลาย

“ถ้าอาบน้ำเสร็จแล้วข้าจะนวดหูให้เจ้าดีหรือไม่?”

และก็เป็นอีกคราที่ข้าถูกล่อลวงด้วยข้อเสนอเช่นนี้... มิต่างกับยามที่ข้าอยู่ในร่างของคุณหนูเลี่ยงเฟิง...

“เป็นอะไรไปเลี่ยงเฟิง เหตุใดจึงทำหน้าบูดบึ้งอีกแล้ว?”

ข้าในวัยสิบสามผู้เป็นถึงคุณหนูใหญ่จวนเสนาบดีลั่วเหลือบมองไปยังต้นเสียงก่อนจะเมินหนี “ข้ามิได้เป็นอะไร”

“เจ้ามิใช่สตรีที่จะเอ่ยอ้อมค้อมเช่นนี้” อู๋ซีกล่าวดักคอพลางทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง “ว่าอย่างไร เล่าได้หรือไม่ว่าสิ่งใดทำให้เจ้าอารมณ์เสีย?”

ความห่วงใยของเขาพาให้ข้าผู้เก็บกลั้นความรู้สึกมานานเป็นต้องผ่อนลมหายใจออกมายืดยาวอย่างมิคิดสงวนท่าทีอีกต่อไป ข้าเริ่มระบายความในใจ

“ท่านอาจารย์ของข้าน่ะสิ กล่าวว่าข้าเอ่ยวาจามิงาม เลยให้ข้าคัดหนังสือจนข้าเมื่อยมือไปหมด”

อู๋ซีสงสัย “เจ้าพูดว่าอะไร?”

“ข้าเผลอทำหมึกหยดใส่กระโปรง” สารภาพเสียงเบา “ข้าสบถคำว่า เพ้ย

“มิแปลกที่ท่านอาจารย์โหวจะลงโทษเจ้า”

ข้าตวัดดวงตาใส่ด้วยใจที่กลับมาขุ่นมัวมากขึ้นถึงแปดส่วน “เจ้าก็เป็นเช่นท่านอาจารย์โหว! เจ้ามันสหายใจร้าย! นิสัยไม่ดี! หลอกถามข้าเพื่อหวังตำหนิข้า!

หากแต่ความขุ่นเคืองกลับคลายลงเมื่ออู๋ซีเสนอ “เช่นนั้น ให้ข้านวดคลายเส้นเพื่อให้เจ้าหายปวดมือและหายหงุดหงิดดีหรือไม่?”

“ดี!

มิเพียงตอบรับอย่างว่องไว หากแต่ยังยื่นมือไปเบื้องหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว แล้วจึงถลึงตาอีกหนครั้นอู๋ซีกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ยังดีที่เขารู้ว่าตนเสียมารยาท เขาจึงเร่งคว้ามือข้าพลิกสำรวจ

“ปวดเมื่อยตรงจุดใดบ้าง?”

“ปลายนิ้วกับข้อมือ” ข้าตอบพลางเลิกคิ้ว “อู๋ซี มือเจ้าหยาบขึ้นอีกแล้ว มิใช่ว่าท่านจั้วเซียนกระบี่ให้เจ้าหยุดฝึกกระบี่ห้าวันหรอกหรือ?”

“เรียนรู้สิ่งใดก็ควรฝึกฝนมิให้ขาด” เขาเอ่ยวาจาโตเกินวัย แต่แล้วมือที่กำลังกดจุดให้ข้ากลับชะงักก่อนทำทีจะผละออก “มือเจ้าเล็กบางและเนียนนุ่มเช่นนี้คงมิอยากถูกสัมผัสด้วยมือหยาบกระด้างของข้าแล้วกระมัง”

“ข้าเอ่ยแล้วหรืออย่างไรว่าไม่อยาก?!” แย้งเสียงหนัก “กับเพียงมือหยาบกระด้างหรือจะสำคัญเท่าฝีมือการนวดมือของเจ้า! นวดต่อสิ และเอามือซ้ายของข้าไปนวดด้วย!

“เจ้านี่นะ

อู๋ซีส่งยิ้มระอาพร้อมส่ายหน้าเบาๆให้กับความเจ้ากี้เจ้าการของข้าแล้วจึงลงมือนวดข้าต่อโดยปราศจากเสียงโต้แย้งใดๆอีก

ครั้นหวนนึกถึงอดีตชาติ ความคับข้องใจของข้าก็จางหาย ข้าข่มความอับอายยอมเดินตามเขาไปอาบน้ำในลำธาร ปล่อยให้เขาใช้ฝ่ามือลูบไล้ทำความสะอาดเนื้อตัวข้าจนพอใจ จากนั้นจึงให้เขาเช็ดตัวให้ ครั้นตัวใกล้แห้ง อู๋ซีจึงจูงข้าไปยังต้นไม้ เขานั่งลงที่พื้นหญ้าก่อนจะตบมือลงบนหน้าขาพาให้ข้าเอนซบลงบนตักขวาของเขาและยอมให้มืออบอุ่นของอู๋ซีนวดลงบนใบหูของข้า

“เด็กดี เจ้าช่างเป็นลูกวัวแสนรู้ยิ่งนัก”

เจ้าบ้า... ข้าคือลั่วเลี่ยงเฟิงนะ ข้าจะไม่แสนรู้ได้อย่างไร...

แต่เห็นแก่ฝีมือการนวดของเขา ข้าจึงไม่ถือสาเอาความได้แต่แกว่งหางอย่างผ่อนคลายและหลับตาพริ้มแนบหน้าอยู่บนตักที่อบอุ่นปลอดภัยของเขาอย่างที่ข้าในร่างมนุษย์มิเคยทำมาก่อน

เช่นนี้สุขสบายดีเหลือเกิน....

 

------------------------------

 

วันเวลาล่วงเข้าสู่เดือนที่แปด ในยามนี้ส่วนสูงของข้าเพิ่มขึ้นมากแล้ว อีกทั้งเขาบนหัวของข้าเองก็เริ่มงอกงามจนได้รับคำชมจากมารดาวัว หลังข้ากินหญ้าสดจนอิ่มหนำ ในวันนี้ นับเป็นวันแรกที่อู๋ซีไหว้วานข้า

“เจ้าลูกวัว ข้าคงต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว”

ข้าตื่นเต้น ร้อยวันพันปี อู๋ซีมิเคยเอ่ยไหว้วานข้ามาก่อน เมื่อคิดว่าตัวข้าในร่างวัวจะสามารถสร้างประโยชน์และทำให้เขาเห็นคุณงามความดีของข้าได้ ข้าจึงกระตือรือร้นติดตามเขาออกจากคอกอย่างเชื่อฟัง แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่าอู๋ซีจะบังอาจพาข้ามาใช้แรงงาน! เขาพาข้ามาแปลงนาเพื่อหวังให้ข้าช่วยเพื่อนบ้านไถนา!

อู๋ซี! เหตุใดเจ้าจึงเก่งกาจในการทำให้ข้าคับแค้นใจเยี่ยงนี้! เจ้ากล้าส่งวัวสาวเช่นข้ามาลุยโคลนได้อย่างไร? เจ้ามันบุรุษน่าตาย!

ข้านั้นยืนสะบัดหน้าประท้วงอยู่ที่ขอบเนินดิน มิยอมก้าวลงไปไถนาตามแรงดึงของอู๋ซี ข้าจะมิยอมเอากายของข้าลงไปเปื้อนโคลนเด็ดขาด! อย่างไรก็มิยินยอม! จากนั้น ข้าผู้ขัดขืนจึงเบี่ยงตัว สะบัดหัวให้หลุดออกจากการจับกุม แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่าแรงสะบัดของข้าจะทำให้อู๋ซีหงายหลังและกลิ้งตกน้ำ เรียกให้เสียงหัวเราะหลายเสียงดังขึ้นทั่วท้องนา

“ฮะฮ่า! อู๋ซี! แม้แต่วัวตัวเดียวเจ้ายังเลี้ยงไม่เชื่อง มิแปลกเลยว่าเหตุใดเจ้าถึงเป็นได้แค่ลูกจ้างร้านแกะไม้ เจ้ามันช่าง...!

ตูม!

มิทันที่มันผู้นั้นจะได้เอ่ยจบความ ข้าก็ชิง ขวิดใส่มันให้กระเด็นเอาหน้าจุ่มแปลงนา จากนั้นจึงไล่คิดบัญชีเอาเขาที่งดงามของข้าขวิดใส่บุรุษทุกผู้ที่กล้าหัวเราะเยาะใส่อู๋ซีอย่างเกรี้ยวกราด และส่งพวกมันทุกคนให้กลิ้งตกแปลงนา เอาหน้าจุ่มน้ำ บั้นท้ายชี้ฟ้า!

ครั้นข้ายืนมองผลงานของตนด้วยความสะใจ ข้าจึงถลาไปหาอู๋ซีที่ยังนั่งอ้ำอึ้งแช่ตัวอยู่ในท้องนาด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมท้น ข้าใช้จมูกดันใบหน้าของเขาอย่างรู้สำนึกที่ตนทำให้เขาต้องได้รับคำปรามาสที่น่าอับอายเยี่ยงนี้ ใช้เวลาชั่วอึดใจ ใบหน้าที่ตะลึงงันของอู๋ซีจึงค่อยๆแปรเปลี่ยน มือทั้งสองของเขารั้งให้หน้าผากของข้าแนบชิดกับหน้าผากของเขาพร้อมเสียงหัวเราะรวน

“เจ้าลูกวัวตัวแสบ!

แม้จะเป็นคำต่อว่า แต่ด้วยสีหน้า แววตาและสัมผัสของเขาที่แนบอยู่บนใบหน้าข้า ใจที่หวาดหวั่นเกรงกลัวว่าเขาจะโกรธเคืองจึงได้เบาบางลงก่อนข้าจะเริ่มเรียนรู้วิถีของการไถนา

คันไถที่ครั้งหนึ่งข้าเคยเห็นในหนังสือภาพนิทานถูกนำมาสวมบนตัวข้าพาให้ข้าอึดอัดบนคอมากนัก อู๋ซีผู้ใจดีรับอาสาอยู่ข้างหลังเพื่อประคองคันไถที่ข้าลากจูง ในขณะที่เพื่อนบ้านและสหายอีกสามคนกำลังถกเถียงว่าใครจะเป็นผู้นั่งบนหลังข้าเพื่อบังคับให้ข้าเดิน ครั้นเมื่อพวกเขาหยิบเศษหญ้ามาจับไม้สั้นไม้ยาว เจ้าบุรุษคนที่ข้าขวิดตกท้องนาเป็นคนที่สองจึงกระโดดโลดเต้นที่ต้องจับได้หญ้าที่สั้นกว่าผู้อื่น

“บอกแล้วอย่างไรว่าข้าเป็นคนมีบุญ!” เอ่ยแล้วจึงตวัดกายขึ้นหลังข้า “ไปได้แล้วเจ้า...”

ผลัวะ!

มิต้องรอให้มันส่งเสียงน่ารำคาญ ข้าผู้นี้ก็พลันยกขาหน้าทั้งสองข้างขึ้นและส่งให้มันเอาหล่นไปหน้าจุ่มดินอีกครั้งพลางผ่อนลมหายใจเสียงดังอย่างเวทนา

เจ้าพวกโง่ มิรู้หนังสือแต่กลับอวดดี! แม้แต่ข้าที่เป็นวัวยังรู้เลยว่าจะไถนาต้องจูงจมูกวัวเพื่อบังคับทิศทาง วัวไถนาบ้านเก่ามันสิถึงจะยอมให้ขี่หลังเยี่ยงม้าระหว่างลากคันไถ!  

ครั้นข้าเบนหน้าไปสบตากับอู๋ซีผู้รู้อยู่แก่ใจว่ามิควรส่งคนนั่งบนหลังวัวระหว่างไถนา ดวงตาข้าก็เปล่งประกายยามเขากลั้นหัวเราะจนไหล่สั่นกระเพื่อม ผิดกับบุรุษอื่นที่ชี้นิ้วหัวเราะเสียงดังใส่เจ้าคนโง่ที่ตัวเปียกปอน

แต่อย่างไรคนโง่ก็ย่อมเป็นคนโง่ เมื่อมิอาจกักเก็บอารมณ์ได้เขาจึงแสร้งเป็นคนพาล มันพุ่งตัวขึ้นจากน้ำมากระชากเสื้อของอู๋ซี

“เจ้าคนบัดซบ! วัวเจ้าบังอาจสร้างความอับอายแก่ข้าเยี่ยงนี้แล้วเจ้ายังจะกล้าดีมาหัวเราะเยาะใส่ข้าอีกหรือ! เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าบิดาข้าคือใคร?!

“ข้าย่อมตระหนักดีว่าบิดาของเจ้าคือท่านรองหัวหน้าหมู่บ้านหย่าปี้” อู๋ซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ “แต่อย่างไรวัวก็คือวัว มันย่อมมิเข้าใจว่าการสร้างความอับอายนั้นเป็นเช่นไร ขอเจ้าโปรดอย่าได้หาเรื่องกับวัวตัวนี้เลย”

เจ้าโง่นั่นหน้าดำสลับแดงไปหมด “เช่นนั้นข้าจะหาเรื่องกับเจ้า! เจ้า...”

ผลัวะ!

มันเงียบเสียงอีกครั้งหลังถูกข้าขวิดจนล้มคะมำ ข้าลอบยิ้ม

อืม... เกิดเป็นวัวก็ดีเช่นนี้ สร้างความอับอายให้แก่ผู้อื่นได้โดยมิจำเป็นต้องสนใจสิ่งใด!

แล้วหลังมันทำท่าจะถกแขนเสื้อมาชกวัวเช่นข้า สหายลิ่วล้ออีกสองคนของมันก็พลันกระชากตัวคนพาลไว้จนให้มันเดือดดาลยิ่งกว่าเก่า

“ข้าจะจัดการมัน! จงปล่อยข้า!

“แต่ว่า...!

“หย่าจื่อ”

เสียงสุดท้ายคือเสียงเข้มของบุรุษผู้มีอายุ ครั้นข้าเหลือบมอง ข้าพลันนึกอยากมีปากเช่นมนุษย์จะได้หัวเราะเยาะใส่มันเสียหนึ่งเค่อหลังเจ้าเด็กหย่าจื่อครางเสียงเบา “ท่านพ่อ”

ชายผู้ขี่ม้าอยู่บนถนนเลียบเนินดินเลิกคิ้ว “เจ้ากำลังจะต่อยตีกับวัว?”

หย่าจื่อเอ่ยเสียงแผ่ว “หามิได้ขอรับ”

“เช่นนั้นหรือ...?”

“เช่นนั้นขอรับ”

“แล้วเหตุใดยามมะแม (13.00 – 15.00 น) เช่นนี้ จึงไม่ไปเรียนหนังสือกับท่านซู่?”

“....”

“ตามพ่อมา”

จากนั้น เจ้าเด็กพาลจึงถูกพาตัวกลับบ้าน ทิ้งให้ข้าสะบัดหางอย่างชอบใจ นับว่าสวรรค์มีตา เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าจะยอมหยุดก่นด่าถึงโอรสสวรรค์บัดซบผู้นั้นสองวัน!

ท่ามกลางความบื้อใบ้ของบุรุษสองคน อู๋ซีที่กลั้นเสียงขบขันได้สำเร็จจึงเอ่ยความ 

“ข้าเห็นสมควรต้องเริ่มงาน มิเช่นนั้นอาจมิเสร็จทันยามระกา (17.00-19.00 น)”

เพราะอู๋ซีรับปากและรับเงินค่าไถนามาจากเพื่อนบ้านแล้ว บุรุษผู้เมตตาเจ้าของรอยยิ้มซื่อตรงจึงเริ่มออกคำสั่งให้ข้าไถนา และแน่นอน อดีตคุณหนูลั่วเลี่ยงเฟิงเช่นข้าย่อมมิพลาดที่จะโอ้อวดความสามารถของตนบนท้องนา

ข้าจะทำให้พวกเขารู้ซึ้งว่าการไถนาอย่างงามสง่านั้นเป็นเช่นใด!

 

-------------------to be continued-------------------------

 

100%

-          หลงรักน้องเลี่ยงเฟิงอ่ะ นางเป็นวัว เอ้ย! เป็นนางเอกที่น่ารักกกกกกกกกก

-          อู๋ซีก็ดีงาม น่าจับมาเป็นสามี เอ้ย! ดีงามเหมาะสมกับบทพระเอก

-          ไปค่ะลูก ไปไถนาอย่างสง่าเลยค่ะ!

-          ทูบีคอนทินิว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #42 เงา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 12:13

    ไถนาอย่าง"สง่างาม" อยากเห็นว่าจะเป็นไง.

    #42
    1
    • #42-1 นิรนาม ^ ^* (@ch_patt) (จากตอนที่ 8)
      12 พฤศจิกายน 2563 / 10:34
      ไรท์ก็อยากเห็นค่ะะะะ
      #42-1
  2. #33 NatthayaSrichan (@NatthayaSrichan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 06:51
    น่ารัก ฉลาด แสนรู้
    #33
    1
    • #33-1 นิรนาม ^ ^* (@ch_patt) (จากตอนที่ 8)
      10 สิงหาคม 2563 / 13:25
      ไรท์ชอบน้องวัวมากเลยยยยย
      #33-1
  3. #32 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 06:14

    อ่านไปก็คิดไปว่าวัวก็มีหัวใจ มัความรูนึกคิด และกตัญญูรู้คุณคน และก็สามารถพาลเกเรใส่คนที่ไม่ชอบขี้หน้าได้ด้วย น้องวัวเฟิงของพวกเราขี้อ้อนแพ้ทางอู๋ซีผู้ทะนุถนอม และเอาใจใส่น้องวัว อะไรท่ีน้องวัวบ่นพี่ซีเราไปถูกเนื้อต้องตัววัวสาวตอนแาบน้ำให้ 555 อ่านแล้วเขินแทนวัวเลย ขอบคุณค่ะ

    #32
    1
    • #32-1 นิรนาม ^ ^* (@ch_patt) (จากตอนที่ 8)
      10 สิงหาคม 2563 / 13:25
      น้องวัวน่ารักค่ะะะะะ เป็นนางเอกที่แบ้วที่สุดเลย 55555+ โดนจับอาบน้ำยังไงก็ต้องมีเขินกันบ้างค่ะะะะ
      #32-1