ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 4 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ก.ค. 58



บทที่ 3


 ตรีศูลหันกลับไปมองห้องผู้ป่วยอีกครั้งก่อนจะรับคว้าข้อมือของพรรณพรายแล้วก้าวเข้าลิฟท์พร้อมเอ่ยเสียงเข้ม  “พาย พี่เห็นในช่อดอกไม้มีดอกไม้จันทร์เสียบอยู่ นี่มันหมายความว่ายังไง”


“อะไรกันคะ พี่ริว พายไม่รู้เรื่อง” ดาราจอแก้วถึงกับมือไม้สั่นเมื่อถูกจับได้ แต่พรรณพรายก็ยังคงแสร้งทำตาโต จนตรีศูลต้องกระชากร่างเล็กเข้ามากระซิบเสียงเครียด “พูดความจริงกับพี่เดี๋ยวนี้ พาย”


ดวงตาโตหวานฉายแววหวาดกลัวจับใจ ร่างของเธอเริ่มสั่นอย่างคุมไม่อยู่พร้อมน้ำตาที่เริ่มไหลเอ่อ “พายไม่รู้เรื่องจริงๆค่ะ!! พายแค่เป็นคนสั่งจัดช่อ พายไม่รู้จริงๆ พี่ริว... พายไม่รู้”


“พี่ไม่ชอบคนโกหก พายตอบพี่มาเดี๋ยวนี้!


ติ๊ง!


“ไปทำกันที่บ้านไม่ดีกว่าหรือครับ?” ประตูลิฟท์เปิดออกพร้อมเสียงทุ้มที่ทำให้ร่างที่แนบชิดเป็นอันผละออกจากกัน ตรีศูลยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นทวีเมื่อเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร


“ภูบดินทร์...”


“ใช่ผมเอง” ดวงตาคมของพลอากาศโทมองชายหญิงที่กำลังเดินออกจากลิฟท์อย่างเหยียดหยาม “แล้วคราวหน้า รู้จักมีมารยาทด้วยว่าลิฟท์มีไว้โดยสารไม่ใช่ที่รโหฐานสำหรับทำอย่างอื่น”


“หึ คุณเองก็ควรมีมารยาทเหมือนกันนะครับ ทำตัวโสดแล้วเที่ยวมาเยี่ยมภรรยาคนอื่นแบบนี้ ถ้านักข่าวมาเห็นเข้าแล้วผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะครับ” ตรีศูลยังคงปากกร้าว


“หึ กล้าพูดนะครับ…  ภรรยาของคุณ... คงมีสามีไม่กี่คนที่สามารถทำภรรยาเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาลได้แบบนี้ หน้าของคุณก็วางไว้ที่เดิมนั่นแหละครับ เพราะมันไม่เหลืออะไรให้อายแล้ว ส่วนเรื่องเป็นข่าว ผมว่าแค่เรื่องที่คุณกับคุณแพรวพรายทำกันในลิฟท์ก็น่าจะช่วยให้คุณโด่งดังได้มากกว่าประเด็นของผมอีกนะครับ” ภูบดินทร์สวนกลับอย่างไม่ยอม ก่อนหญิงสาวคนเดียวจะรีบเอ่ยแทรกเสียงอ่อย “ฉันชื่อพรรณพราย....”


“คุณจะชื่ออะไรผมไม่สน” ภูบดินทร์ตอกกลับ “ชื่อดี แต่เจ้าของชื่อมันไม่ดี จะเรียกว่าอย่างไรมันก็มีความหมายเหมือนกันอยู่ดีนั่นแหละครับ”


“คุณภูบดินทร์!


“ครับ ผมชื่อภูบดินทร์ และจำไว้ผมคนนี้นี่แหละที่จะปกป้องดาจากคุณเอง ขอตัวก่อนนะครับ” สิ้นคำชายหนุ่มก็รีบเดินไปกดปุ่มและก้าวเข้าไปในลิฟท์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งดวงตาดุเข้มไปยังชายหญิงทั้งสองเป็นการบอกลา


“พี่ริว! ดูเขาสิคะ” พรรณพรายเขย่าแขนของตรีศูลทันทีที่บานประตูลิฟท์ปิดลง “เขาเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาว่าพาย เอ่อ... มาว่าพวกเราแบบนี้!!


ทว่าตรีศูลยังคงเงียบขรึม เขาเพียงส่งสายตาเคียดแค้นไปที่บานประตูเพียงเท่านั้น พรรณพรายจึงดึงแขนชายหนุ่มเพื่อเรียกสติ แต่เธอกลับต้องรีบสลัดแขนของเขาราวกับต้องของร้อน ดวงใจหล่นวูบอีกครั้งเมื่อคนรักตวัดสายตามองยังเธอ


“วันนี้พายกลับไปก่อน พี่จะไปทำงานต่อ” ร่างสูงเดินลิ่วไปยังอาคารจอดรถโดยมีหญิงสาวบนส้นสูงวิ่งตามไปติดๆ พรรณพรายส่งเสียงถามลั่น “แต่ไหนว่าเราจะไปกินข้าวด้วยกัน!


“เรื่องที่พายทำ พี่จะถือว่าพายทำไปด้วยความไม่รู้” ตรีศูลหันกลับไปมองใบหน้าหวานหยดของอีกฝ่าย “แต่พี่ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่พายจะไปแช่งเขาแบบนั้น”


“แต่พายไม่...”


“เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว” ร่างสูงเอื้อมไปกุมไหล่ทั้งสองของหญิงสาวไว้พลางถอนหายใจ “พายต้องคิดหน้าคิดหลังให้มากกว่านี้ ถ้ามีคนอื่นรู้หรือจับได้แล้วเป็นข่าว พายจะทำงานในวงการต่อได้หรือครับ” น้ำเสียงที่ดูอ่อนลงของตรีศูล ทำให้คนผิดถึงกับจ๋อยลงสนิท “พายจะระวังไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกค่ะ”


“ดีครับ ไว้เราค่อยคุยกัน”


ร่างสูงที่ตีตัวออกห่างทำให้หญิงสาวส่งเสียงร้องหลง “อ๊ะ!! พี่ริว จะไม่ไปกินข้าวกับพายจริงๆหรือคะ?!


“พี่เองก็ไม่ได้นัดเจอพายวันนี้ พี่มีประชุมต่อ ไว้คราวหน้านะครับ” สิ้นคำร่างโปร่งของชายหนุ่มก็ก้าวต่อและหายเข้าไปในรถหรูก่อนมันจะแล่นออกจากลานจอดรถกว้าง ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวที่กระทืบเท้าอย่างหัวเสีย มือเล็กๆของเธอกำแน่นและสั่นไหวแม้แต่ความเจ็บของปลายเล็กที่แทงเข้าฝ่ามือก็ไม่อาจข่มใจของเธอให้สงบลงได้


พรรณพรายรีบเดินไปยังรถของหล่อน ก้าวเข้าไป ปิดประตูก่อนจะส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น มือเล็กๆทุบพวงมาลัยอย่างอดกลั้นพร้อมน้ำตาที่เริ่มไหลริน


เธอเจ็บ! เธอเจ็บมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!! พี่ริวของเธอไม่เคยทำแบบนี้กับเธอมาก่อน มันเป็นเพราะนังดารุณี ใช่เป็นเพราะมันคนเดียวที่ทำให้ชีวิตของนางฟ้าอย่างเธอเป็นอันร่วงตกลงเหว เป็นเพราะมัน ทำให้ชีวิตของเธอต้องตกต่ำแบบนี้


และยิ่งหวนคิดถึงเรื่องเมื่อครู่ หญิงสาวก็กรี๊ดลั่นอย่างเสียสติอีกครั้ง ดวงตาโตมองตนเองผ่านกระจกหลัง ใบหน้างามยามนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเครื่องสำอางค์ที่ไหลเยิ้ม แต่เธอหาสนใจไม่ แววตาชิงชังฉายชัดผ่านภาพสะท้อนก่อนเรียวปากบางสีสดจะกระซิบเสียงพร่า


“นังดา... ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องชนะแกให้ได้ ต่อให้ต้องฆ่าแกฉันก็จะทำ!!

 

 

ตรีศูลอาจเป็นนักครอบครัวชั้นแย่ แต่เขากลับเป็นนักธุรกิจชั้นยอด ตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาบริหารธุรกิจแทนมารดาอย่างเต็มตัว ยอดการสั่งซื้อดอกกล้วยไม้ของบริษัทกลับสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ หลายกระแสกล่าวว่าเป็นเพราะตัวนำโชคที่ชื่อว่า คุณหญิงดารุณี ทำให้ความน่าเชื่อถือของบริษัททยานสูงขึ้นอย่างไม่ควรจะเป็น


“น้าปาน สรุปรายงานการประชุมเมื่อสองวันก่อนส่งให้ผมที่โต๊ะภายใน 2 นาทีนะครับ”


“รับทราบค่ะ คุณริว”


ร่างสูงทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ตัวใหญ่ประจำตัวแหน่ง มือหนาขยับเซ็นเอกสารต่างๆที่กองอยู่บนโต๊ะ เพียงไม่นานกลิ่นกาแฟและร่างท้วมของเลขาฯหน้าห้องก็ปรากฏขึ้นพร้อมรายงานในมือ ตรีศูลยิ้มรับก่อนจะยื่นเอกสารให้ผู้มาใหม่หนึ่งชุด


“ขาดเรื่องมาตราที่ 81 หมวด ก. ไปนะครับ เดี๋ยวทางเอ็กซานโวยวายกันพอดี เรื่องได้รับการลดหย่อนภาษีน่ะครับ ผมฝากเพิ่มเข้าไปด้วยครับ”


“ความจำดีแบบนี้ คงไม่ต้องจ้างเลขาฯแบบดิชั้นแล้วกระมังคะ”


“น้าปานก็พูดเรื่อยเปื่อยไป ถ้าผมขาดน้าไปแค่หนึ่งวันผมคงจมกองเอกสารตายกันพอดี” ชายหนุ่มระบายยิ้มจาง “หรือไม่ก็ถูกคุณหญิงเนตรทิพย์ฆาตกรรมแน่ๆ”


“ทำเป็นพูดดี...” หญิงวัยกลางคนได้แต่ส่ายหัว ดวงตาใต้กรอบแว่นมองชายหนุ่มที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงเป็นเด็กชายในสายตาเธออย่างเอ็นดู ไม่ว่าใครจะกล่าวว่าชายหนุ่มในทางเลวร้ายเพียงใดแต่สำหรับเธอเลขาฯเก่าแก่ผู้เฝ้าหน้าห้องประหนึ่งยามเฝ้าประตูย่อมรู้ดีที่สุดว่าคนตรงหน้าไม่มีทางประสบความสำเร็จเพราะ โชคช่วยอย่างแน่นอน ด้วยดีกรีนักเรียนทุนจากอังกฤษเอกบริหารระหว่างประเทศประกอบกับวิชาโทนิติศาสตร์ ทำให้เขากลายเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บภายใต้ฉากหน้าของหนุ่มเจ้าสำราญที่ชอบเที่ยวเมาหัวราน้ำไม่เว้นแต่ละวัน ในคราแรกปานรตีมองเด็กน้อยในวันวานเป็นแค่เด็กเมื่อวันซืนที่บังเอิญต้องก้าวขึ้นมารับช่วงต่อจากมารดาของเขาด้วยอายุเพียง 25 ความรู้สึกหวั่นๆเกิดขึ้นด้วยเพราะหล่อนกลัวจะต้องหางานใหม่จากข่าวลือหนาหูถึงความเสเพของคนตรงหน้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน เธอกลับอดโทษตัวเองเสียไม่ได้ที่เคยมองเข้าในแง่ลบขนาดนั้น ปานรตีเอ่ยเตือน “อีก 15 นาที ประชุมกับบอร์ดบริหารนะคะคุณริว”


“คร้าบ”


สิ้นคำตอบรับเธอก็เดินออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มบนเก้าอี้สูงกับกองเอกสารอีกมากมาย ตรีศูลเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเมื่อใกล้ถึงเวลาประชุม ชายหนุ่มนวดขมับของตนเล็กๆเพื่อไล่ความอ่อนล้า มือเสยผมขึ้นอย่างติดนิสัยก่อนจะเลื่อนดวงตาไปจับจ้องยังกรอบรูปที่มารดาบังคับให้วางประดับโต๊ะ ในรูปคือภาพหญิงสาวกิริยาเรียบร้อยกำลังยิ้มสดใสแข่งกับหมู่ดอกไม้และแสงรำไรในสวนเคอเคนฮอฟประเทศเนเธอแลนด์ รอยยิ้มอ่อนหวานที่เขาไม่เคยได้เห็นกับตาเลยสักครั้ง... คิดได้เพียงเท่านั้น มือหนาก็เป็นอันคว่ำกรอบรูปลงอย่างหงุดหงิดใจ


ก๊อกๆ


“คุณริวค่ะ ถึงเวลาประชุมแล้วค่ะ”


“ทราบแล้วครับ”


...ไฟในห้องดับลงพร้อมความรู้สึกภายในใจของชายหนุ่ม...

 

 

“เดินระวังๆนะครับ”


“เอ่อ..... พี่ภูคะ ไม่เห็นต้องขนาดนี้” ดารุณีกวาดดวงตามองบอดี้การ์ดนับสิบที่ยืนรายล้อมรอบตัวเธอและภูบดินทร์ราวกับนักโทษข่าวอาชญากรรม หญิงสาวอดส่ายหัวกับความเป็นห่วงเกินตัวของเขาเสียไม่ได้แต่คนโอเว่อร์กลับหันมากระซิบตอบเสียงเครียด “กันไว้ดีกว่าแก้ครับ” ว่าแล้วก็จูงมือเธอเดินไปยังร้านอาหารของโรงพยาบาล


ด้วยเพราะเป็นโรงพยาบาลมีชื่อเสียงทำให้ที่นี่มีทุกอย่างครบวงจรทั้งร้านค้า ร้านอาหารตลอดจนโรงแรมไว้บริการญาติผู้ป่วยซึ่งหลังจากที่ภูบดินทร์บังคับให้หมอหนุ่มหน้าใสผู้เป็นเพื่อนสมัยมัธยมอนุญาต(?)ให้พาหญิงสาวออกไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอกห้องได้ ชายหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบพาเธอออกมาทันที พอหาร้านได้ภูบดินทร์ยังสำทับอย่างเต็มที่อีกว่า “กินเต็มที่เลย มือนี้พี่เลี้ยงเอง”


“ป๋าจังนะคะ เลี้ยงสาวๆแบบนี้บ่อยสิท่า” หญิงสาวในชุดผู้ป่วยยิ้มแซวก่อนก้มหน้ามองเมนูอาหารโดยไม่ทันได้ยินเสียงงึมงำของชายหนุ่มตรงข้าม “ใครว่าล่ะ...”


ภูบดินทร์มองคนที่อยากให้เป็นมากกว่าน้องสาวด้วยสายตาอ่อนโยน เขาหลงรักเธอแต่แรกพบ รักตั้งแต่ครั้งเจอกันสมัยวัยเยาว์ เขายังจำได้เสมอถึงเด็กสาวตัวน้อยขี้อายที่มักใส่กระโปรงฟู่ฟ่องกับรองเท้าสีหวานและชอบเดินมาเกาะขาเขาก่อนส่งยิ้มแป้นแล้นให้ แต่ด้วยความไร้ประสบการณ์ทำให้เขาเข้าใจว่าเขารักเธอในแบบที่พี่ชายคนหนึ่งรักและหวงน้องสาว


เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อความห่างไกลเข้ามาแทนที่ด้วยเพราะหน้าที่ที่ต้องรับใช้ชาติ ทำให้ชายหนุ่มได้มีโอกาสสำรวจความรักรูปแบบใหม่ อย่างว่า... เขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งไม่แปลกที่เขาจะมีความสัมพันธ์กับบุคคลที่เขาคบหา แต่แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่ง เขากลับรู้สึกว่าความรักพวกนั้นช่างหวือหวาและไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเลยซักนิด แล้วความจริงในใจก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาไม่สามารถลืมใบหน้าของคนที่ตนยกให้เป็น น้องสาวได้แม้แต่เสี้ยววินาที ทว่าเขากลับรู้ตัวเมื่อสายเกินไป ดวงตาคมมองมือบางที่กำลังแกะถุงยาบำรุงครรภ์ด้วยความปวดร้าว เรียวปากเผลอขยับเอ่ย


“น้องดา...”


“คะ? ว่าไงคะ พี่ภู” เจ้าของชื่อสะดุ้งและเหมือนเพิ่งรู้ว่าตนเผลอรำพึงชื่อของหญิงสาวออกไป เขารีบส่ายหัวก่อนเผยยิ้ม “พี่จะถามว่าไอหมอให้ดากินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” ว่าพลางเอื้อมมือไปหยิบถุงใกล้ๆขึ้นมาดู “หืม ยาเพิ่มเลือด?” ว่าแล้วก็ขยับไปหยิบอีกถุง “ห๊า สังกะสี!! สังกะสีนี่คืออะไรกัน!?”


ดารุณีมองคนขี้โวยวายแล้วยิ้มขำ “ซิงก์ใช้บำรุงเซลล์ต่างๆของร่างกายได้ค่ะ ช่วงหลังๆดากินอาหารไม่เป็นเวลา หมอเลยจ่ายยาให้ดาบำรุงตาหนูน่ะค่ะ”


“สังกะสีนะครับ จะไม่เป็นอันตรายเหรอครับ? ผมจะไปด่าไอหมอมัน!!


“พี่ภูใจเย็นก่อนค่ะ” หญิงสาวหลุดขำ “ซิงก์เป็นธาตุที่สำคัญค่ะ มันมีอยู่ในพวก... อืม... ถั่วกับอาหารทะเล อะไรพวกนั้นน่ะค่ะ เป็นธาตุที่ช่วยซ่อมแซมร่างกายได้ หมอให้กินคู่กับวิตามินเอ แคลเซียมแล้วก็ฟอสฟอรัส” ว่าพลางหยิบถุงยาพวกนั้นออกมา “แต่พวกนี้กินไม่ต้องเยอะค่ะ แค่อาทิตย์เดียวพอเพราะหมอแค่จะให้ร่างกายปรับสภาพน่ะค่ะ”


ภูบดินทร์ดูใจเย็นลง แต่ดวงตาคมยังคงจดจ่อกับถุงอีกมากที่หญิงสาวถือติดตัวลงมาจนคนป่วยอดอมยิ้มไม่ได้ เธอเชื่อว่าหากภูบดินทร์มีครอบครัว เขาจะต้องกลายเป็นคุณพ่อที่ตื่นตูมที่สุดในโลกแน่ๆ และอดไม่ได้ที่จะคิดถึงคนเป็นพ่ออีกคนหนึ่ง มือบางกุมหน้าท้องอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าน้ำตาจะรื้อขึ้นมาใหม่เธอจึงเอ่ยกับภูบดินทร์อย่างแผ่วเบา “พี่ภู ดาเริ่มง่วงแล้ว”


“อ้อครับ” ภูบดินทร์เก็บถุงยาหลังได้ยินคำบอกก่อนจะลุกขึ้นส่งสัญญาณเรียกบอดี้การ์ดแล้วเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้ดารุณี “งั้นเรากลับห้องกันนะครับ”


มหกรรมดูแลผู้ป่วยแบบ กันไว้ดีกว่าแก้จึงเกิดขึ้นอีกครั้งท่ามกลางเสียงหัวเราะเบาๆของคนป่วยและเสียงปรามเครียดๆของคนขี้โอเว่อร์ โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีสายตาอาฆาตจับจ้องมายังทั้งสองคนอย่างไม่วางตา...


“หึ... มีความสุขเสียให้พอเถอะ ดารุณี... เพราะผมนี่แหละที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณเอง...”

 

 

“กลับมาแล้วหรือคะ คุณหนู” ดารุณีส่งยิ้มให้หญิงชราก่อนจะก้าวขึ้นเตียง เธอกล่าวขอบคุณภูบดินทร์เบาๆแล้วจึงเอ่ยถามแม่บ้านคนสนิท “ป้าพุมยังไม่ทานอะไรเลย หิวรึยังคะ? ลงไปหาอะไรทานก่อนมั้ยคะ?”


“ยังไม่หิวเลยค่ะ คุณหนู” พุมพินส่งยิ้มกลับ ร่างเหี่ยวย่นตามวัยเพียงลุกขึ้นเดินไปคว้าแก้วและกระติกแบบพกพาเตรียมรินน้ำ “คุณหนูมาทานนมบำรุง...”


“หว๊า! อย่าเพิ่งเทค่ะ ป้าพุม!!” พุมพินหยุดมือมองหญิงสาวอย่างเหลอหลา “ทำไมคะ?”


“ดาเพิ่งทานยาไปค่ะป้าพุน ยังทานนมไม่ได้เดี๋ยวยาไม่ออกฤทธิ์ ที่จริง... ป้าพุมไม่ต้องลำบากเตรียมหรอกค่ะ ดาจะทานยาของคุณหมอก่อน ไว้อายุครรภ์เพิ่มขึ้น ดาค่อยกลับมาดื่มนมแล้วกันค่ะ”


“แต่...”


“โธ่ ป้าพุมครับ” คราวนี้เป็นเสียงชายหนุ่มขัดขึ้น “ให้ดากินยาไอหมอเถอะครับ ช่วงนี้ตามใจคนป่วยหน่อย เดี๋ยวดาจะลำบากใจ เก็บไปคิดมากอีก โอ๊ย!” ภูบดินทร์ลูบแขนที่ถูกฟาดทันทีก่อนจะส่งยิ้มล้อเลียนกลับ “ไม่เห็นต้องตีพี่เลย”


“ทำเป็นรู้ดีนะคะ พี่ภู” หญิงสาวบนเตียงกอดอกก่อนจะย้ำให้คนสนิททำตามที่เธอขอแล้วจึงหันไปคุยกับชายหนุ่มหน้าคมอีกครั้ง


พุมพินมองภาพตรงหน้า มือของเธอเลื่อนเก็บกระติกเข้าที นิ่งไปสักพักแล้วจึงเอ่ยขัดจังหวะ “งั้นป้าลงไปหาอะไรกินก่อนนะคะ คุณหนู”


“ได้ค่ะป้าพุม ที่จริงเมื่อกี้น่าจะลงไปพร้อมดาจะได้ทานพร้อมกัน”


“ป้าไม่กล้าจริงๆค่ะ” หญิงสูงวัยหัวเราะเบาๆ “ป้าไม่กล้าเดินแบบที่คุณภูขอน่ะค่ะ อยู่เฝ้าห้องดีกว่าเยอะเลย” สิ้นคำของแม่บ้าน หญิงสาวก็ยิ่งเสริม “เห็นมั้ยคะพี่ภู ขนาดป้าพุมยังพูด นี่! ป้าพุมเลยนะคะ พี่ภูควรพิจารณาด่วนเลยค่ะ คราวหน้าดาจะไม่ยอมอีกแล้ว”


“ได้ไงกันดา” ภูบดินทร์เลื่อนเก้าอี้เข้าใกล้เตียงพลางส่งเสียงตอบโต้ พุมพินจึงเพียงลอบยิ้มบางแล้วเดินออกจากห้องทิ้งให้หนุ่มสาวโต้เถียงกันต่อไป ทว่าแทนที่เธอจะลงไปยังร้ายอาหารข้างล่าง หญิงชรากลับพาตัวเองได้ที่สวนลอยฟ้าของโรงพยาบาลก่อนจะหาที่นั่งเงียบๆ ดวงตามองซ้ายขวาอย่างระแวงก่อนเธอจะหยิบมือถือขึ้นกดโทรออก


“สวัสดีค่ะ.... ดิชั้นจะมารายงานน่ะค่ะ... คุณหญิงไม่ยอมทานนมที่เตรียมไว้น่ะค่ะ เธอบอกจะให้อายุครรภ์มากกว่านี้ก่อน.... ค่ะ... ค่ะ ดิขั้นเข้าใจค่ะ แต่คุณหญิงเธอไม่ยอมจริงๆ ดิชั้นเองก็ไม่อยากฝืนคำสั่ง.... ได้ค่ะ.... ค่ะ ดิชั้นจะดูแลคุณหญิงให้ดีที่สุดค่ะ.... ค่ะ... แล้วดิชั้นจะติดต่อไปใหม่ค่ะ.... ค่ะ.... เรื่องนี้จะไม่มีใครรู้ค่ะ ดิชั้นจะเก็บมันไว้อย่างดี... ทราบแล้วค่ะ... ค่ะ.... สวัสดีค่ะ”


พุมพินกดวางสายทันทีหลังสิ้นคำสนทนา ผมหงอกที่หยิกแบบสมัยนิยมของเมื่อ 30 ปีก่อนถูกสายลมพัดแผ่วให้ลู่ไปข้างหลัง ก่อนเธอจะถอนหายใจระลอกใหญ่ “คุณหนูของบ่าว... เมื่อไหร่คุณหนูจะพบเจอความสุขเสียที....”

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #16 SamanthaArlan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 21:17
    ใช่ว่าตรีศูลจะตามพายไม่ทันแต่ทำไมถึงใจร้ายกับดานัก
    #16
    0