ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 13 : บทที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 508
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 ส.ค. 58



บทที่ 12


ฉากหน้าของเธอสวยหรู... เป็นดาราที่กำลังฮิต มีแฟนเป็นถึงมหาเศรษฐี มีแต่คนชมว่านิสัยดี แต่จะมีกี่คนกันที่รู้ฉากหลังของเธอ...


“ไว้อาทิตย์หน้าเจอกันนะครับ”


สาวสวยนัยน์ตาหวานโตเป็นเอกลักษณ์ขยับแว่นกันแดดอันใหญ่และหมวกแก๊ปให้เข้าที่ก่อนจะลุกออกจากรถเมื่อมันจอดสนิทที่หน้าคอนโดของเธอ ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนแล้วที่เธอต้องทนอยู่ในสภาพนี้


งานถ่ายแบบของเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆหลังจากกลับจากประจวบฯจนพี่นีลผู้จัดการของให้เธอกลับมาอยู่คอนโดของตัวเองที่อยู่ใกล้ต้นสังกัดมากกว่าเรือนหอของตรีศูลที่เธอและพี่ริวของเธอพักอาศัย


หญิงสาวเดินขึ้นห้องพัก ใบหน้าของเธอเริ่มอิดโรยจนแม้แต่เครื่องสำอางค์ก็ไม่อาจกลบถุงใต้ตาที่เริ่มคล้ำขึ้น ชีวิตครึ่งเดือนที่ผ่านมาเหมือนเป็นฝันร้ายที่สุดที่เธอเคยเจอ เธอถูกไอทุเรศนั่นแบล็คเมล เขาเรียกเธอไปแทบทุกวัน ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเขาไม่ยอมป้องกันเขาให้เธอเป็นฝ่ายกินยา แต่เพราะงานที่เริ่มรัดตัวทำให้มีหลายครั้งที่เธอมักลืมเวลา หญิงสาวลูบท้องพร้อมดวงตาที่ประกายกร้าว


อย่าเพิ่งโผล่มาเชียวนะ ไอมารหัวขน


พรรณพรายอาบน้ำชำระคราบโสมมที่ติดมาจากกั้งก่อนจะทิ้งตัวลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอมองรูปหน้าสวยของตนพร้อมน้ำตาที่เริ่มไหลซึม พี่ริวของเธอยังคงแพ้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอไม่ว่าเธอจะขอเงินไปซื้อยี่ห้อแสนแพงหรือยอมใช้น้ำหอมราคาถูกเหมือนได้ฟรี ทว่าเพียงเธอเดินเฉียดเข้าใกล้ระยะร้อยเมตร ตรีศูลก็พร้อมจะพุ่งหนีเข้าห้องน้ำทันที ขนาดตอนนั้นที่เธอหวังจะเซอร์ไพรส์เขาหลังกลับจากงาน เขากลับทำจมูกย่นและเกือบหันมาอาเจียนโดนตัวเธอเสียด้วยซ้ำ พอเธอบอกเรื่องจะย้ายมาคอนโดชั่วคราว ชายหนุ่มร่างสูงกลับรีบอวยพรให้เธอทำงานราบรื่นและปล่อยเธอลากกระเป๋าออกมาอย่างไร้เยื่อไย


ทั้งๆที่เธอพยายามเพื่อเขาทุกอย่าง เปลี่ยนและถีบตัวเองเพื่อเขาสารพัด แต่ทำไมเรื่องมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ พรรณพรายกรี๊ดลั่น มือบางปัดขวดโลชั่นตกพื้น หยิบหมอนที่เตียงมาปาทิ้ง อาละวาดคนเดียวอยู่นานสองนานก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมและเก็บข้าวของที่หล่นกระจายพลางหวนนึกถึงความรักที่เคยหวานชื่น


เธอและเขาเจอกันโดยบังเอิญ


ตอนนั้นเธอเป็นเพียงเด็กฝึกงานในกองนิตยสารแห่งหนึ่ง เช้าวันจันทร์ที่สุดจะน่าเบื่อแต่สาวๆในสตูดิโอกลับกรี๊ดกร๊าดจนพรรณพรายอดถามไม่ได้


“ทำไมวันนี้ทุกคนดูร่าเริงจัง”


“โอ้ย! ยายพรายน้ำ ตกข่าวตลอดเลยนะหล่อนนนนนน” เสียงหัวเราะคิกคักจากคนอื่นๆดังตาม “เฉิ่มเชยอย่างหล่อนไม่ต้องรู้อะไรหรอก”


เหล่าเพื่อนๆหันไปเม้ามอยอีกครั้งโดยทิ้งเธอไว้นอกวงใช่ ยามนั้นเธอคือพรรณพรายที่ได้ฉายาว่า พรายน้ำ น้ำหนักเธอไม่ได้มากมายอะไร แต่ด้วยส่วนสูงที่ต่ำกว่ามาตรฐานเล็กน้อยทำให้เวลาทำงานร่วมกับนางแบบร่างโปร่ง เธอมักกลายเป็นคนแคระหรือไม่ก็ตัวประหลาดในสายตาเพื่อนร่วมงาน ประกอบกับการเป็นเด็กดอยที่ผันตัวเองมาเป็นเด็กกรุง ทำให้ทุกคนยัดเยียด ความหลังเขาให้เธอกลายเป็นตัวตลกในที่ทำงาน


ชีวิตเธอไม่ง่ายเลย เธอเจอบททดสอบมาเกือบจะทุกรูปแบบดังนั้นพรรณพรายหรือพรายน้ำของเพื่อนๆเลยแค่ไหวไหล่แล้วพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เธอเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอจะต้องเป็นที่ยอมรับของทุกคนได้หากพยายามให้มากขึ้นและมากขึ้น ระหว่างที่กำลังคิดนู่นนี่ ขาของเธอดันไปสะดุดสายไฟบนพื้น ร่างกลมจึงถลาไปข้างหน้า แว่นกระเด็นไปก่อนและระหว่างที่หน้าของเธอกำลังจะปะทะกับพื้นปูน มือแข็งแรงของใครบางคนก็ปรี่เข้ามาพยุงเธอเอาไว้


“คุณโอเคมั้ยครับ?”


เหมือนฉากน้ำเน่าในนิยายที่เป็นจริง


พรรณพรายตาพร่ามองใบหน้าที่แม้จะเห็นไม่ชัดด้วยความรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน เธออึ้งเงียบ ชายหนุ่มก้มไปหยิบแว่นตาส่งให้เธอแต่เธอก็ยังเงียบ เขาเลยถือวิสาสะสวมให้และถามซ้ำ “เอ่อ คุณโอเคมั้ยครับ หน้าคุณยังไม่กระแทกพื้นนะครับ ไม่ต้องตกใจ”


“คะ?” เหมือนหญิงสาวร่างอวบจะเพิ่งหาเสียงเจอ ตรีศูลหลุดขำ พรรณพรายจึงได้สติรีบเด้งตัวออกจากร่างสูงก่อนลนลานตอบ “เอ้ย! ไม่สิ ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ช่วยฉันไว้”


“ยินดีครับ”


“อุ้ยตายแล้วยัยพรายน้ำเธอทำอะไรของเธอ!” เพื่อนร่วมฝึกงานส่งเสียงเตรียมเอ่ยดูถูกแต่แล้วพวกหล่อนก็ต้องตาโตและเปลี่ยนเป็นเสียงกรี๊ดกราดที่ดังไปทั้งสตูดิโอ “อั๊ยยยยยยยยยยยย นั่นมัน! คุณตรีศูล!


และก่อนที่ความวุ่นวายจะเพิ่มมากขึ้น ร่างของคุณหทัยหัวหน้างานของแก๊งนักศึกษาฝึกงานก็รีบเข้ามาห้ามทัพเสียก่อน “พวกหล่อนนี่วุ่นวายซะจริง! ไปเลยไปช่วยยกกับเซตแสงเตรียมถ่ายรูปเลยนะยะ เห็นคนดังหน่อยเป็นไม่ได้ ฉันล่ะเบื่อซะจริงๆ”


หทัยมองหนุ่มหน้าคมพร้อมเอ่ยขอโทษ แต่ตรีศูลกลับยกมือขึ้นห้าม รอยยิ้มละลายใจถูกส่งให้ “น้องๆน่ารักดีครับ เห็นแล้วคิดถึงสมัยตอนฝึกงาน”


ร่างสูงลับตาไปแล้ว แต่ความหล่อเหลาและเสียงทุ้มนุ่มยังคงตราตรึงอยู่ในใจของหญิงสาวร่างท้วม พรรณพรายมองการสัมภาษณ์และพี่ๆที่พากันถ่ายภาพชายหนุ่มเพื่อลงเป็นคอลัมน์ทายาทนักธุรกิจ


“สเป็คผู้หญิงหรือครับ? ฮ่าๆ ผมชอบผู้หญิงเรียบร้อยครับ ผมว่าหน้าตาไม่ค่อยสำคัญหรอกครับ เรื่องใจนี่สิสำคัญ ผมชอบผู้หญิงใจดีเป็นกันเองครับ แล้วก็ชอบคนที่มองผมแบบที่ผมเป็น ไม่ใช่มองว่าผมเป็นทายาทของใคร แต่ถ้าหุ่นดี ตาโตแบบหวานๆ ผิวขาวนิดๆก็จะพิจารณาเป็นพิเศษครับ”


ไม่แปลกเลยว่าทำไมเขาถึงได้ฉายาว่าหนุ่มเจ้าสำราญที่เที่ยวเสเพและควงดาราชื่อดังไปทั่ว


ตรีศูลไม่รู้เลยว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของเขาจะทำให้ชีวิตของเด็กหลังเขาคนหนึ่งเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ พรรณพรายตัดสินใจเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่ เธอเริ่มเรียนไปทำงานไปเพื่อเก็บเงินสำหรับทำศัลยกรรม ยังดีที่เธอมีความฉลาดเป็นทุนเดิมทำให้เธอสามารถเรียนจบได้ภายใน 3 ปีครึ่งและก้าวเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มตัว เธอรับงานสารพัดไม่ว่าจะเป็นล่ามให้บริษัทใหญ่ๆ รับทำความสะอาดให้โรงเรียนสอนการแสดง และทำงานวงการนิตยสาร จากนั้นเธอก็เริ่มลดน้ำหนัก หาทุกวิถีทางในการผอม ประหยัดทุกอย่างเพื่อจะได้มีเงินเก็บมากๆ แม้จะดูสิ้นคิด แต่เธอขอเพียงโอกาส โอกาสอีกครั้งหนึ่งที่เธอจะเข้าไปอยู่ในสเป็คของเขา


ซึ่งความพยายามของเธอก็ส่งผล เธอไปกรีดตาให้เป็นสองชั้นและเสริมจมูกให้โด่ง เธอทำตัวเองเรียบร้อยน่ารักต่อหน้าทุกคน ทำให้เธอดูเป็นสาวหวานอ่อนต่อโลกผู้ไร้เดียงสาและก้าวสู่วงการบันเทิงในเวลาถัดมา


หญิงสาวโยนคราบยัยพรายน้ำเด็กหลังเขาทิ้งไว้เบื้องหลัง และจะไม่มีวันกลับไปเป็นอย่างเดิมอีก


พรรณพรายเฝ้าดักรอชายหนุ่มแถวบริษัทของเขาบ่อยครั้ง เมื่อถึงวันที่เหมาะสมหญิงสาวก็แสร้งเดินไปชนเขาจนกาแฟเย็นของชายหนุ่มหกใส่เสื้อสีขาวของเธอ


“เฮ้ย!” ชายในฝันของเธอร้องอย่างตกใจ “ขอโทษนะครับ คุณโอเคมั้ยครับ รีบไปล้างก่อนดีกว่า เอ่อ เอาไงดีวะ” ชายหนุ่มเสยผมอย่างทำอะไรไม่ถูก “เอางี้ขึ้นไปล้างที่ออฟฟิศผมแล้วกันครับ ผมจะได้สั่งให้แม่บ้านหาชุดมาเปลี่ยนให้คุณ”


พรรณพรายอาศัยทักษะที่แอบฝึกจากโรงเรียนสอนการแสดงแสร้งเอากระเป๋ามาปิดเสื้อที่เปื้อนกาแฟด้วยท่าทีเขินอายพลางพูดเสียงค่อย “ดิชั้นไม่เป็นไรคะ


ความเป็นสุภาพบุรุษของชายหนุ่มยิ่งทำงานหนัก “ไปเถอะครับ ผมปล่อยให้คุณออกไปข้างนอกทั้งแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ มันอันตราย


จะไม่ให้เขาคิดเรื่องอันตรายได้ไงในเมื่อเสื้อของเธอเปียกไปหมดโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก!


และตอนนั้นเองที่ตรีศูลได้รู้จัก พรรณพราย ในฐานะสาวนัยน์ตาหวานผู้เรียบร้อย เพียงไม่นานพวกเขาก็คบหากันจนเวลาล่วงเลย มันเป็น 2 ปีที่เหมือนฝัน พรรณพรายมอบทุกอย่างให้แก่เขา มอบทั้งตัวและหัวใจแต่ฝันของเธอกลับมลายลงด้วยเพียงเพราะความไม่ชอบใจของคุณหญิงเนตรทิพย์!


ทว่าเธอไม่โง่


เธอรู้ว่าชายหนุ่มรักแม่ของเขามากเพียงใด เธอเคารพในตัวเขา ดังนั้นนังมารที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องตกนรกจึงเป็นใครเสียไม่ได้นอกจาก ดารุณี


พรรณพรายจิกเล็กลงบนหมอนพร้อมส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ดวงตาหวานฉายแววเคียดแค้น


“ฉันจะไม่ยอมเจ็บคนเดียวแน่นอน นังดารุณี”

 

 

“อูย


“เป็นอะไรหรือคะ คุณหนู”


ดารุณีกุมหน้าท้องที่เริ่มนูนเล็กน้อยพลางคิ้วขมวด ใบหน้าสวยเริ่มวิตก “ปวดท้องนะคะ เจ็บตึงๆ ไม่รู้ตาหนูเป็นอะไร”


พุมพินเอ่ย “เพราะท้องเริ่มใหญ่กระมังคะหรือคุณหนูน้อยดิ้นคะ?” ดารุณีส่ายหัว มองหน้าท้องที่ดูอย่างไรก็เหมือนคนปกติ เรียวปากขยับบ่น “ไม่ค่ะ ยังไม่ดิ้นเลย สงสัยคงต้องไปตรวจ


“หรือเพราะความเครียดเจ้าคะ” แม่บ้านคนสนิมพูดก่อนถอนหายใจ “คุณหนู ป้าขอร้อง ทำไมคุณหนูถึงยอมล่ะคะ? บอดี้การ์ดของเราก็มีเยอะแยะ!!


“ดาอยากให้เขาหลงดาค่ะ” คุณหญิงดารุณียอมรับด้วยเสียงเรียบ “เพราะยังไงเขาก็เป็นพ่อของลูกดา”


“คุณหนู” คนแก่ครางเสียงพร่า “แล้วคุณหนูตอนนี้มีความสุขหรือคะ?”


“ดาทนได้ค่ะ”


“ป้าขอร้องการหย่าไม่ใช่เรื่องเลวร้าย”


“และมันก็ไม่ใช่เรื่องดี” ดารุณีเอ่ยแทรก “ดามาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้วล่ะคะ”


“แล้วคุณหนูจะปล่อยให้คุณตรีศูลทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนคะ?”


หญิงสาวที่กำลังเป็นแม่คนเก็บแววเศร้าของดวงตาอย่างแนบเนียน เธอขยับช้อนเขี่ยข้าวในจาน “อาจจะจนกว่าเขาจะเลิกลากดาไปเซ็นใบหย่าค่ะ


พุมพินได้แต่ส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของคุณหนู เธอมองหญิงสาวที่เป็นเหมือนลูกด้วยดวงตาที่เจ็บปวด เกือบสองสัปดาห์แล้วที่ชายหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีของคุณหญิงเข้ามาก่อกวนในคฤหาสน์ และเสาร์อาทิตย์ก็มักจะลากคุณหนูไปต่างจังหวัดด้วยเสมอ ในขณะที่ตัวช่วยอย่างภูบดินทร์ไม่ส่งข่าวมาเลย พอเห็นอีกที ชายหนุ่มกลับไปปรากฏในทีวีในฐานะครูผู้ช่วยกองบินฝึกหัดในศูนย์อบรมกองบินที่ภาคเหนือเสียอย่างนั้น พอสอบถามจึงได้ความว่าถูกเรียกตัวด่วนให้ไปประจำการแทนครูฝึกที่ประสบอุบัติเหตุ


พุมพินขยับมือเหี่ยวปิดประตูหลังจากที่ส่งคุณหญิงเข้านอนพร้อมนมอุ่นๆเป็นที่เรียบร้อย เธอเดินลงมาข้างล่างเตรียมเก็บบ้านแต่ก็ต้องรีบส่งเสียงทักเมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคยเคลื่อนไหวแถวประตู


“ยังสอบไม่เสร็จอีกหรือ ยัยพิน”


พินไพรสะดุ้งโหยง หนังสือภาษาอังกฤษตกพื้นก่อนจะรีบหันไปโวยใส่คนเป็นยาย “ยาย! ทำพินตกใจอีกแล้ว!


“ตกลงว่า ยังสอบไม่เสร็จอีกหรือ?” คนแก่หรี่ตาเริ่มมองอย่างสงสัย “ปกติเห็นสอบแค่อาทิตย์เดียวก็เสร็จ”


พินไพรส่งยิ้มแห้งแสร้งทำทีใส่รองเท้าผ้าใบให้แน่น “ครั้งนี้อาจารย์เขาเลื่อนสอบน่ะ หนูเองก็ไม่รู้ทำไม”


เมื่อยายพุมของหล่อนพยักหน้าเข้าใจ พินไพรก็ส่งยิ้มประจบ “ไว้จะซื้อน้ำเต้าหูเจ้าโปรดมาฝากนะ”


“ฉันไม่ใช่เด็ก” ยายพุมขึ้นเสียง “แต่ถ้าจะซื้อก็ขอไม่หวานมากนะ”


“โหหหหหห ยาย! อยากกินก็บอกมาเถ๊อะ” หลานสาวล้อเสียงสูงก่อนจะรีบกระโดดหนีมือเหี่ยว “กลับก่อนเที่ยงคืนแน่นอนค่ะ ฝันดีนะยาย”


ว่าแล้วเธอก็เดินลิ่วออกจากคฤหาสน์ด้วยหัวใจที่ยังเต้นรัว…. ร่างเล็กสะพายกระเป๋าเดินริมทางเพียงไม่นานแสงไฟจากรถคันคุ้นก็สาดเข้ามาจากด้านข้างพร้อมเสียงแตรอีกครั้ง


“วันนี้แต่งตัวน่ารักจัง”


พินไพรหัวเราะเผลอบิดมือด้วยความเขิน “ขอบคุณค่ะ” จิณณ์มองคนข้างๆด้วยสายตาอ่านยากก่อนจะเปลี่ยนเป็นอบอุ่นแล้วเอ่ย “พิน พี่มีเรื่องจะขอร้อง”


“อะไรหรือคะ?” เสียงใสถามอย่างไร้เดียงสา


“คือดารุณีเขาลืมส่งไฟล์งานให้พี่น่ะ มันอยู่ในฮาร์ดไดร์ฟ พี่ว่าดาคงลืมแล้วเผลอเอากลับคฤหาสน์ เผอิญพี่ต้องใช้วันจันทร์นี้ ใช้เสนอลูกค้าน่ะ”


พินไพรครุ่นคิด “แล้วทำไมพี่จิณณ์ไม่แวะเข้าไปหาคุณหญิงล่ะคะ?”


“พี่คุยกับดาแล้ว” ชายหนุ่มโกหก “ดาบอกว่าพรุ่งนี้อาจไม่อยู่ให้พินเอาออกไปให้พี่ได้เลย พี่เลยจะชวนพินไปเที่ยวตลาดน้ำวันพรุ่งนี้ด้วยน่ะครับพินโอเคมั้ย?”


พินไพรแก้มแดงตอบรีบเสียงเบา “งั้นก็โอเคค่ะ”


“โอเคเรื่องไหนครับ?”


“ทั้งสองเรื่องน่ะค่ะ”


ชายหนุ่มลูกครึ่งเกาหลียิ้ม “ดีจังเลยครับ” พลางขับรถผ่านเส้นทางที่มืดมิดบนท้องถนน ความมืดทำให้เด็กสาวที่กำลังอยู่ในห้วงรักไม่รู้เลยว่าใบหน้าของชายหนุ่มฉายแววเจ้าเล่ห์มากแค่ไหน


เด็กสาวที่ตาบอดเพราะความรัก จับชายหนุ่มที่ตาบอดเพราะเงินตรา


 จิณณ์ทำการบ้านมาดี เขาจ่ายให้ฝ่ายเทคนิกเพื่อให้มันส่งข่าวให้จนได้เห็นจากกล้องวงจรปิดว่าหญิงสาวย้ายไฟล์ใส่ฮาร์ดไดร์ฟแล้วยัดใส่กระเป๋าเอากลับคฤหาสน์ เมื่อรู้ว่าเสาร์อาทิตย์นี้อย่างไรซะตรีศูลก็จะมาลากดารุณีออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าและจากที่สอบถามพินไพร เด็กสาวมักจะอยู่ปรนิบัตินายหญิงของหล่อนในกะกลางคืนทำให้เธอไม่มีทางเจอดารุณีในวันรุ่งขึ้นอย่างแน่นอน


สายตาเหยียดเหลือบมองคนโง่ข้างตัวด้วยความสะใจกับชัยชนะอันหอมหวาน


อำนาจที่เขาใฝ่ฝันและความเจ็บปวดของดารุณีอยู่แค่เอื้อมเพียงเท่านั้น

 

 

พุมพินมองร่างหลายสาวที่หายลับไปในความมืดด้วยแววตาสงสัยแต่ก็ไม่คิดติดใจอะไร หญิงผมดัดสมัยนิยมเมื่อ 30 ปีก่อนเดินไปปิดประตูบ้านและดับไฟแต่ก่อนที่หล่อนจะไปเข้านอน พุมพินก็หยุดที่โทรศัพท์บ้านอีกครั้ง ดวงตาฟางมองซ้ายขวาก่อนจะโทรออกเพื่อสอบถาม


“สวัสดีค่ะวันนี้คุณหนูเจ็บท้อง ไหนบอกว่าคุณหนูจะไม่รู้สึกอะไรดิชั้นเองก็ไม่มั่นใจว่าเจ็บเพราะขนาดท้องหรือเปล่าแต่! ถ้าเป็นเพราะอย่างอื่นล่ะเจ้าคะ?... ดิชั้นคงยอมไม่ได้หรอกเจ้าคะดิชั้นว่าควรหยุดแต่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ! ถ้าคุณหนูของอิชั้นแน่ใจหรือคะ?... ค่ะค่ะดิชั้นจะลองแนะนำคุณหนูดูทราบแล้วค่ะค่ะไว้จะรายงานผลใหม่ค่ะค่ะ งั้นดิชั้นขอตัวก่อนค่ะค่ะ สวัสดีค่ะ”


พุมพินเก็บหูโทรศัพท์เข้าที่ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอน โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าท่ามกลางความมืดนั้นมีดวงตาคมของหญิงสาวจับจ้องเธออย่างไม่วางตาจากบันได


“นี่มันเรื่องอะไรกัน


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #4 แจม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 19:32
    แอบมาอ่าน
    #4
    0