ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 12 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 ส.ค. 58



บทที่ 11


“กรี๊ดดดดดดด ช่วยด้วยค่ะ!!


“ร้องไปก็ไม่มีใครช่วยหรอกคนสวย” ร่างใหญ่เทอะทะเดินเข้าใกล้เธอ “วันนี้มาสนุกกับพี่เถอะน้อง พี่มีตังค์นะ”


“อย่ามายุ่งกับฉัน” น้ำผึ้งตะกายหนีที่มุมอับของผับ “ขอร้องล่ะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว!!


“เชื่อก็โง่แล้วนังหนู” ชายแก่วัยลุงขยับเอื้อมมือมาหาหญิงสาวที่ล้มอยู่ที่พื้น “แต่พี่ชอบนะ... เอาเลย ขัดขืนอีกสิ เร้าใจดี”


“ไอโรคจิต! กรี๊ดดดดดดด ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย!


“ไม่มีใครโง่ช่วยเธอหรอกนังหนู! ใครๆก็รู้ว่าฉันเป็นคร๊ายยยอียายยยยยยยยยยยยยยย” น้ำผึ้งมองร่างอุบาทว์ชักดิ้นชักงอก่อนจะล้มลงกับพื้น หญิงสาวหุ่นสวย ดวงตาคมโต ใบหน้าเรียวงามก้มหน้ามองผลงานของตัวเองพลางใช้เท้าเขี่ยเพื่อความแน่ใจ แต่พอเห็นชายตัณหากลับเริ่มขยับตัว มือเรียวก็ขยับจี้เครื่องช๊อตไฟฟ้าที่แผ่นหลังของเขาอีกรอบด้วยสีหน้ารังเกียจ


“คุณชาติ!!” บอดี้การ์ดพุ่งเข้ามาหาร่างของชาติชายด้วยความตกใจ เขามองผู้หญิงจองหองที่กำลังพยุงเหยื่อของเจ้านายพร้อมข่มขู่ “นี่! ไม่รู้รึไงว่าท่านผู้นี้คือใคร!!


ดารุณีกอดอกบ่น “จะไปรู้ได้ไงเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก”


“นังตัวดี เธอไม่รอดแน่!” การ์ดของชายแก่ยังข่ม “รับรองได้ว่าปากสวยๆของเธอจะต้องถูกคุณชาติสั่งสอน!


“ความคิดเสื่อมทรามมากไปมั้ยคะ?” หญิงคนงามกระดิกนิ้วเรียกบอดี้การ์ดของตนให้เข้าประกบทันทีก่อนเสียงหวานจะออกคำสั่ง “เอาเบาๆ ไม่ต้องเยอะ ขี้เกียจเป็นข่าว”

“เฮ้ย! พวกแกถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ปล่อยข้าซะ!! คุณชาติเป็นถึงผู้จัดการของผับ...” คนโวยวายชะงักเสียงไปเมื่อเห็นว่าข้อมือของสาวสวยมีริสแบนด์สีสดคล้องอยู่ บอดี้การ์ดร่างแห้งเริ่มหน้าซีด เธอคนนี้คือบุคคลวีไอพี!


หญิงสาวที่รั้งตำแหน่งผู้ถือหุ้นของผับพูดขึ้นแบบไม่สบอารมณ์ “หนวกหูจัง ดาฝากเอาไปเก็บทีนะคะ” พอสองตัวปัญหาถูกลากออกไป ดารุณีก็หันกลับไปหาน้ำผึ้งอีกครั้ง “โอเคมั้ย?”


ยามนี้น้ำผึ้งรู้สึกต่ำต้อย เนื้อตัวเธอเปื้อนขยะมุมห้อง เธอไม่กล้าแม้แต่สบตาคนที่ช่วยเธอ “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้”


ดารุณีมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด วันนี้เธอมาเดินตรวจงานครั้งแรกก็เจอเรื่องซะแล้ว สาวงามถอนหายใจ “ดีแล้วล่ะค่ะที่คุณไม่เป็นอะไรมาก ฉันต้องขอโทษแทนลูกน้องฉันด้วย เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง ส่วนนี่รับไว้ ถือซะว่าเป็นสินน้ำใจ”


น้ำผึ้งมองเครื่องช๊อตไฟฟ้าที่ถูกยัดใส่มือแบบงงๆ “คะ?”


“เอาไว้ป้องกันตัว ถ้าขัดสนเรื่องเงินก็ค่อยเอากลับมาขายให้ฉัน” รอยยิ้มเป็นมิตรจากคนสูงศักดิ์ถูกมอบให้หญิงสาวผู้เป็นด้านมืดของสังคม


นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักคุณหญิงของเธอ


น้ำผึ้งคือสาวชีวิตสองด้าน การทำงานของเธอจะเริ่มขึ้นช่วงเย็นในสำนักงานนักสืบ เธอรับจ๊อบสืบข่าวเชิงลึกบนภาคสนาม แต่เมื่อถึงเที่ยงคืนเธอจะแปลงตัวเองมาเป็นสาวไฉไลเพื่อหารายได้เสริมสนองความเป็นวัตถุนิยมของตน เธอชอบมานั่งที่ผับนี้เพราะเป็นผับมีชื่อและเต็มไปด้วยหนุ่มหล่อที่พร้อมจะจ่าย


กลางวันเธอมีชื่อว่า น้ำผึ้ง แต่กลางคืนเธอจะใช้ชื่อว่า แยมมี่


ดารุณีเคยขอร้องให้เธอหยุดชีวิตที่เป็นอยู่ แต่เธอกลับทำไม่ได้ ครั้นดารุณีจะลากเธอไปทำงานด้วย หญิงสาววันไนท์สแตนด์กลับปฏิเสธเป็นพัลวัน


“อย่าลดตัวมาทำเพื่อน้ำผึ้งถึงขนาดนี้เลยคะคุณหญิง น้ำผึ้งชอบชีวิตแบบนี้ น้ำผึ้งอยู่ได้คะ”


ดารุณียอมเคารพสิทธิ์ของเธอ นั่นทำให้น้ำผึ้งยิ่งพร้อมจะอุทิศเพื่อคุณหญิงได้เสมอ และเมื่อหญิงสาวผู้มีพระคุณได้มอบอำนาจให้เธอจัดการได้ทุกอย่างหลังจากที่เธอส่งรายละเอียดชีวิตของพรรณพรายฉบับย่อไปให้ น้ำผึ้งก็พร้อมจะ จัดการตามคำสั่ง


ซึ่งเธอนึกไม่ถึงเลยว่าโอกาสของเธอจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้


ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด


มือถือของเธอดังขึ้น เรียวปากสีชมพูยกยิ้มพลางกดรับ “นอนไม่หลับเพราะคิดถึงแยมมี่หรือคะ คุณคิว... อืม.... วันนี้ไม่ได้ค่ะ แยมมี่มาทำงานต่างจังหวัด... โอ๋ๆ อย่าน้อยใจ เอาเป็นอาทิตย์หน้าได้มั้ยคะ?... ค่ะ ที่เดิม... ค่ะ... ไว้เจอกันน้าค้า ที่รัก... บั๊ยบาย”


น้ำผึ้งในฉายาแยมมี่ยิ้มหวานอย่างมีความสุข วันนี้เป็นวันที่ดีสุดเหวี่ยงมากจริงๆ

 

 

กั้ง ผู้ช่วยผู้กำกับร่างแห้งหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เขามองร่างสามร่างที่ตอนนี้นอนตายสภาพเหมือนศพก่อนจะผ่อนลมหายใจ มือขยับยกมือถือตัวเองขึ้นมองเบอร์ปริศนาพลางขยี้ผม


“นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ?”


เขาพยายามโทรกลับหลายรอบแต่ปลายสายเหมือนปิดเครื่องหนี้ พอจะคิดว่ามีคนโทรมาหลอก ภาพคลิปที่ถูกแนบไฟล์มาก็ชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่การแกล้งกัน แม้จะมืดแต่ด้วยฐานะแฟนพันธุ์แท้ของพรรณพรายเขาย่อมจำหมวกแก๊ปใบโปรดของเธอได้ เขาส่ายหัวให้กับเหล่าดาราสาวแต่เพื่อพรรณพราย เขาจะยอมเก็บเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด...


 ชายหนุ่มค่อยๆปิดประตูลงอย่างเบามือ นาฬิกาบอกเวลาตีห้า เขาย่องไปตามทางเดินชั้นสอง เดินไปหยุดหน้าห้องซึ่งจองไว้ให้น้องอ้อมก่อนจะเดินเข้าไป ใจเขาเต้นแรงเมื่อเห็นร่างบางกลางเตียง กั้งขยับแว่นพร้อมกลืนน้ำลาย


“เซ็กซี่เป็นบ้า”


พรรณพรายสวมเสื้อสายเดี่ยวเอวลอยคลุมทับด้วยผ้าโปร่งที่แทบจะบังอะไรไม่ได้เลย กระโปรงสั้นพริ้วอวดเรียวขางามที่หุ้มดวงถุงน่องสีเนื้อบาง ใบหน้าแต่งเติมจนดูสวยจัดและน่าลิ้มลอง เรียวปากอิ่มเผยอเล็กเพื่อหายใจ ชายหนุ่มกลั้นใจเดินเข้าใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจถี่ขึ้นและถี่ขึ้น เขาพยายามเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มคลุมร่างหญิงสาว แต่แล้วเขากลับถูกคว้าข้อมือไว้


“น้องพาย! พี่เปล่านะ!” คนหื่นร้อนตัว ในขณะที่พรรณพรายจ้องเขาตาเยิ้ม “พี่ริว” มือเล็กซุกซนขยับปีนป่ายไปตามตัวเขา “พายร้อน”


หนุ่มแว่นคิ้วชนกันแบบไม่เข้าใจ ห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำเธอร้อนได้ไง แต่แล้วเขาก็ต้องตาโตและรู้ได้ทันทีเมื่อเธอเริ่มถอดเสื้อตัวนอกออกและมือเล็กก็เริ่มซุกซนมากยิ่งขึ้นด้วยการหยิบมือเขาไปวางไว้บนอกเธอ


“พี่ริว...” ชายหนุ่มตาโต พรรณพรายถูกวางยา!


“ไม่ครับพาย พี่ไม่ใช่คุณตรีศูล!


“พี่ริว... อย่าช้า...” คราวนี้หญิงสาวเริ่มขยับถอดส่วนล่าง กั้งหนุ่มบริสุทธิ์ร้องเสียงหลง “เฮ้ย! หยุดก่อนครับพาย!  หยุดก่อน!


ดวงตาหวานล่อแววน้อยใจ เรียวปากเล็กเอ่ยถาม “จะรออะไรอีกล่ะคะ?” ว่าแล้วเธอก็กระโจนใส่เขาเหมือนแม่เสือตะครุบเหยื่อ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเธอจับเหยื่อผิดตัว...


ซึ่งค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนที่หนุ่มสาวไม่มีวันลืม

 

 

 ดารุณีกลับถึงบ้านเกือบสามหนึ่งทุ่มของคืนวันอาทิตย์ จมูกของหญิงสาวติดแดงๆ เธออยู่ในชุดเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ตรีศูลซื้อให้ระหว่างพักค้างคืนริมทะเล แม้ร่างบางจะเชิดหน้าดูยังไงก็รู้ว่ากำลังโกรธจัดแต่ตรีศูลกลับรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าน่ารักดี


อย่างน้อยก็น่ารักกว่าตอนร้องไห้เยอะ...


“มือถือคุณ”


ดารุณีที่กำลังเดินนำลิ่วจะกลับเข้าคฤหาสน์ชะงักเท้าหันไปมองก่อนเดินกลับไปคว้าไอโฟนที่เขายึดไว้คืน หญิงสาวกระแทกเสียงดัง “ขอบคุณที่เก็บไว้ให้คะ!


“ยินดีครับ” เหมือนโรคจิต แต่เขาชอบให้เธอดุด่าเขามากกว่านั่งเงียบ


ดารุณีส่งเสียงดัง “การ์ดบ้านนี้หายไปไหนหมด!” เพียงไม่นานเหล่าชายหนุ่มก็พากันวิ่งออกมา ดารุณีขมวดคิ้ว “หน้าไปโดนอะไรมา?”


พวกเขาพากันหลบสายตาของคุณหญิง ใครจะกล้าบอกว่าพวกเขาถูกคนที่หญิงสาวนับถือเป็นพี่ชายซ้อมในโทษฐานที่ดูแลน้องสาวของเขาไม่ดี แต่ก่อนหญิงสาวจะได้ไต่สวน ชายหนุ่มผีเข้าก็เดินเข้ามาใกล้เธอ “ไปต่อยกับใครมา?”


“คนของฉัน คุณตรีศูลไม่ต้องลดตัวลงมายุ่งหรอกคะ” ดารุณียังคงอารมณ์เสีย


“ก็แค่สงสัย แล้วอีกอย่างคนเดียวที่ผมไม่อยากลดตัวไปยุ่งด้วยก็มีแค่คุณเท่านั้นแหละ” ปากร้ายๆของเขายังคงทำให้ใจของดารุณีชอกช้ำได้เสมอ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นพร้อมพูดเสียงดัง


“ส่งแขก!


ดวงตาคมมองร่างสูงของตรีศูลที่ถูกคนเกือบสิบหิ้วปีกไปส่งที่รถหรูก่อนเธอจะเดินเข้าไปในบ้านโดยไม่หันไปมองอีก น้ำตาที่ทนเก็บมานานไหลอีกครั้ง แมวน้อยส่งเสียงร้องพลางคลอเคลียข้างขา ดารุณีอุ้มแม็คกี้ขึ้นกอดเพียงไม่นานเสียงของพุมพินดังขึ้น


“คุณหนูของบ่าว!


คนเป็นบ่าวถลาเข้าไปกอดนายหญิง ดารุณีปล่อยแม็คกี้ลงเธอโผเข้ากอดแม่นมของเธอ “ป้าพุม... ดาอยากไปหาคุณพ่อคุณแม่...”


พุมพินร้อนใจส่งเสียงเรียกคนขับรถทันที “วิชิต วิชิตอยู่ไหน?! ยัยพินไปตามวิชิตมาเร็ว”


“ค่ะๆ” แม้เป็นห่วงดารุณีแต่พินไพรก็รีบวิ่งออกไปที่หลังสวน ไม่นานร่างของวิชิตก็วิ่งมาถึง พุมพินสั่งเสียงเข้ม “ไปเตรียมรถ คุณหญิงจะไปเยี่ยมนายท่าน”


พินไพรมองรถที่แล่นออกไป เธอสงสารนายหญิงจับใจ และเมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาตีร้องบอกเวลา พินไพรก็ต้องตาโต “ตายแล้ว... สามทุ่มแล้ว....”


“แกจะไปไหนน่ะ พิน” สาวใช้อีกคนเอ่ยทักเมื่อเห็นพินไพรสะพายกระเป๋าเตรียมเดินออกจากคฤหาสน์ พินไพรเก็บอาการตกใจพลางส่งยิ้มแห้ง “พรุ่งนี้มีสอบอ่ะ นัดเพื่อนว่าจะไปติวหนังสือกันตั้งแต่วันพฤหัส”


“แกนี่โชคดีชะมัดที่เรียนเก่ง” เพื่อนสาวมองคนตรงหน้าอย่างอิจฉาเบาๆก่อนถาม “พรุ่งนี้สอบวิชาไรอะ?”


“การปกครองระหว่างประเทศน่ะ” หญิงสาวตอบทั้งๆที่ตาหลุบต่ำ “ไปก่อนนะ นัดไปตอนสองทุ่มครึ่ง”


“อืม ตั้งใจทำคะแนนดีๆนะเว้ย อย่าให้คุณหญิงเขาต้องรู้สึกเสียดายเงินที่ส่งแกเรียนภาคค่ำ” สาววัย 20 เศษยิ้ม “ไม่แน่นอน ฉันไปก่อนนะ น่าจะกลับตอนเที่ยงคืน”


“โอเค เอ้ย! ยัยพิน อย่าลืมขนมปังสังขยาของฉันด้วยนะ”


“เค ไม่ลืมๆ”


เพื่อนคนใช้ส่งยิ้มกว้างโบกมือส่ง เธอปิดประตูบ้านเตรียมเข้านอน ใจก็ถึงอิจฉาปนภูมิใจในตัวเพื่อนสาวคนเมื่อครู่เสียไม่ได้ คุณหญิงดารุณีเป็นคนใจดีและประเสริฐที่สุด คุณหญิงเธอให้โอกาสคนใช้ทุกคนในบ้านได้เรียนหนังสือ หากจบม.3 แล้วอยากไปทำงานต่อเธอก็จะไม่ขวาง ไม่ห้าม ไม่ดุ มีแต่จะจ่ายล่วงหน้าพร้อมเอ่ยอวยพรให้โชคดี แต่หากมีแววและเจ้าตัวอยากเรียนต่อคุณหญิงก็พร้อมที่จะสนับสนุนให้ไปเรียนวิชาชีพภาคค่ำ ซึ่งหนึ่งในเพชรทางปัญาของคุณหญิงนั้นคือพินไพร


พินไพรเป็นน้องเล็กของเหล่าคนใช้ เธออายุ 20 กว่า มาทำงานได้ 2 ปี เห็นว่าเธอดูแลแม่ที่ป่วยหนักจนทำให้ต้องเรียนซ้ำชั้นอยู่หลายครั้ง แต่พอแม่เธอเสียชีวิต คนเป็นพ่อกลับหนีไปแต่งงานใหม่ มีครอบครัวอบอุ่นโดยทิ้งลูกสาวไว้เบื้องหลัง ยายพุมบ่นเรื่องนี้อยู่สองสามทีคุณหญิงท่านก็ชวนให้มาทำงานเป็นคนใช้คฤหาสน์นี้


ตอนแรกคุณหนูท่านจะส่งพินไพรเรียนให้เต็มที่ แต่ยายหลานกลับไม่ยอมท่าเดียว ดารุณีเลยจับส่งเรียนวิชาชีพภาคค่ำแทน ตอนตกลงกันคุณหญิงเพียงส่งยิ้มบางแล้วเอ่ย


“เผื่อพินจะเหนื่อยแล้วจะได้ยอมเปลี่ยนไปเรียนภาคเช้า”


นั่นยิ่งทำให้คนใช้ทุกคนพากันภักดีนายหญิงเข้าไปใหญ่ พินไพรทำได้ดีทั้งสองอย่างทั้งงานบ้านและการเรียน เธอขยันและทุ่มเทเพื่อคุณหญิงก็จริง แต่ผลประโยชน์ทั้งหมดกลับไปตกอยู่ที่พินไพรเพียงคนเดียว ผลประโยชน์จากความรู้ ผลประโยชน์ที่แบ่งกันได้ยาก


ส่วนตัวเธอน่ะหรือ... เรียนลากจนจบม.3 ได้ก็บุญโขแล้ว เธอไหวไหล่ก่อนเดินฮัมเพลงกลับห้องพักไป


พินไพรหยุดเดิน เธอเงยหน้ามองคฤหาสน์ที่เธอรักอีกครั้งด้วยสายตารู้สึกผิด หญิงสาวออกเดินเพียงไม่นาน แสงไฟรถก็สาดส่องมาด้านข้างพร้อมเสียงแตรรถที่บีบเรียก สาวใช้ส่งยิ้มกว้างให้คนในรถก่อนจะเปิดประตูแทรกเข้าไป


“รอนานไหมคะ?”


“ไม่เท่าไหร่ครับ ทำไมช้าจัง?”


“มีเรื่องนิดหน่อยน่ะค่ะ ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ”


“ผมรอได้เสมอครับ”


พินไพรหน้าแดง รู้สึกใจเต้นทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มน่ารักของเขา


“งั้นเราไปกันเลยเนอะ”


“ค่ะ.. อุ้ย!” หญิงสาวมองมือที่เอื้อมมาจับมือเธอไปวางไว้บนเกียร์ข้างตัวก่อนมือของเขาจะกุมทับ


“แบบนี้ผมจะได้ไม่เหงา”


หญิงสาวหน้าแดงกว่าเดิม... คุณจิณณ์ของเธอโรแมนติกที่สุด...

 

 

หลังกลับจากสุสาน พุมพินก็พยุงร่างบางของหญิงสาวไปอาบน้ำแล้วเข้านอน ดวงตาฟางมองใบหน้าที่ซีดเพราะอาการเหนื่อยจากการร้องไห้ด้วยดวงตาปวดใจ มือเหี่ยวคว้าแก้วที่หญิงสาวใช้ดื่มนมก่อนจะเดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูอย่างแผ่วเบา


เวลานี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว เธอเดินไปที่โทรศัพท์บ้านกดเบอร์ที่แสนคุ้นเคยแล้วโทรออก “สวัสดีคะ.... ดิชั้นจะรายงานว่าคุณหนูเธอกลับมาแล้ว... ใช่ค่ะ.... ฝีมือคุณตรีศูล... ค่ะ.... ต่อไปนี้ดิชั้นจะพยายามค่ะ.... ค่ะ ให้ดื่มเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้คุณหนูเธอเข้านอนไปแล้ว... ค่ะ... ค่ะ... ดิชั้นขออภัยที่ติดต่อช้าค่ะ เผอิญคุณหนูไปเยี่ยมคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงมาค่ะ... เธอไปร้องไห้หน้าหลุมศพน่ะค่ะ... ค่ะ... ดิชั้นจะดูแลอย่างดี... รับทราบแล้วเจ้าคะ... แล้วดิชั้นจะติดต่อไปใหม่ค่ะ... ค่ะ... สวัสดีค่ะ”


พุมพินวางหูโทรศัพท์ลง เอาแก้วไปล้างก่อนจะตกใจเมื่อได้ยินเสียงประตูห้องครัวเปิด คนแก่เอื้อมมือไปเปิดไฟทั่วห้องพร้อมส่งเสียงสูง “ยัยพิน? ไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับ?”


พินไพรสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวตาโตเกือบทำหนังสือวิชาสังคมหล่นก่อนจะลูบอกตัวเองแล้วร้องบอก “ตกใจหมดเลยยาย... นึกว่าผี”


“นังนี่ ปากเปราะเราะร้ายซะจริง”


คนเป็นหลานยิ้มแห้ง “แห๊ะๆ ก็มันดึกแล้ว ยายทำไมไม่นอนอ่ะ”


“ฉันเพิ่งส่งคุณหนูเพิ่งเข้านอนแล้วเลยเอาแก้วนมของคุณหนูมาล้างเก็บ” พุมพินมองหลาน “แล้วตกลงไปไหนมาหึ?”


พินไพรร้อนรนชูหนังสือในมือแกว่งไปมา “ติวหนังสือยาย พรุ่งนี้สอบ นัดกับเพื่อนไว้น่ะค่ะ”


เมื่อเป็นเรื่องเรียน ยายพุมจะหมดคำถามทันทีเพราะหลานของเธอตั้งใจเรียนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร “อืม งั้นรีบไปนอนพักเถอะ ตื่นมาจะได้อ่านซ้ำ”


“จ่ะ ยาย”


พินไพรมองแผ่นหลังของยายที่เดินห่างออกไปก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพัก หญิงสาวกอดหนังสือแน่น น้ำตาเหมือนจะไหลซึม ปากของเธอสั่นพลางลอดเสียงเครือ


“ยาย... พินขอโทษ...”


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น