ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 11 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ส.ค. 58



บทที่ 10


ดารุณีตอนนี้หยุดดิ้นแล้ว เธอนั่งนิ่งๆในรถเมินหน้าหนีก่อนก่นด่างึมงำ “ทำตัวเหมือนพระเอกนิยายน้ำเน่า... เชยชะมัด”


“บ่นอะไร” ตรีศูลเอ่ยเสียงเย็น


“คุณจะพาฉันไปไหน?”


แต่กลับเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ เวลาผ่านเลยไป รถขับอยู่บนถนนมาเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ดารุณีเริ่มตีสีหน้ากังวล ดวงตาเธอมองเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย มือเล็กกุมหน้าท้องก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว


“คุณตรีศูล คุณจะพาฉันไปไหน...”


“....” มีเพียงความเงียบเป็นเสียงตอบรับ


ดารุณีหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขา เธอกลั้นใจก่อนเอ่ย “คุณอย่าพาฉันไปทำแท้งเลยนะ... ฉันขอร้อง...”


รถที่กำลังขับอยู่ถึงกับเบรคกลางถนน คนเป็นแม่หน้าเกือบคะมำ เคราะห์ดีที่เขาอยู่เลนส์ซ้ายและไม่มีรถตามหลัง ดารุณีเตรียมวีนใส่เขาทันที แต่เมื่อเจอสายตาที่เชือดเฉือนจากดวงตาคมเธอก็ถึงกับชะงัก


“ผมยังไม่เลวขนาดนั้นครับ คุณหญิง” รถเลื่อนอีกครั้งก่อนเรียวปากของเขาจะยกขึ้น “ผมก็แค่จะพาคุณไปรื้อฟื้นความหลังก็เท่านั้น”


น้ำตาเธอไหลอาบ เธอรู้ดี... ว่าเธอกำลังจะโดนเขาย่ำยีอีกครั้ง...

 

 

ภูบดินทร์ยามนี้เหมือนหนูติดจั่น เขามองนาฬิกาที่บอกเวลาก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา เวลานี้ก็เกือบเที่ยงคืนแล้วแต่เขาก็ยังติดต่อดารุณีไม่ได้ มือถือไอโฟนของเธอปิดเครื่องไปทำให้สิทธิ์ทางทหารในการเข้าถึงระบบตามหาเบอร์โทรกลายเป็นของไร้ค่าไปโดยปริยาย


“โธ่เว้ย!


มือถือของชายหนุ่มสั่น เขาจึงรีบกดรับแล้วกรอกเสียง “เจอตัวรึยัง?!


“อะไรของเรากันหึตาภู”


“หม่อมแม่... เอ่อ ขอประทานโทษครับ ผมนึกว่าเป็นเพื่อนผม”


“เกิดเรื่องอะไรขึ้นหึ?” เสียงเย็นๆช่วยให้ใจของคนเป็นลูกสงบลง


“ไม่มีอะไรหรอกครับ” เขาแสร้งตอบ “ตอนนี้หม่อมแม่ถึงสนามบินที่วอชิงตันแล้วหรือครับ?”


“จ่ะ คุณปรีชาก็อยู่ข้างๆนะ อยากคุยด้วยไหม?” เสียงเงียบไปครู่ก่อนจะมีเสียงทุ้มใหญ่ดังขึ้น “ว่าไงเจ้าภู”


“การเดินทางเป็นยังไงบ้างครับคุณพ่อ? เห็นมีแต่คนบอกว่ายุโรปช่วงนี้กำลังสวย ว่าแต่... คุณพ่อคงไม่ค่อยได้ดูวิวเพราะคุณพ่อคงตีตั๋วนอนบนรถเหมือนเดิมใช่มั้ยครับ?”


“พูดอะไรของแกห๊ะเจ้าภู เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่ ทริปนี้สนุกดีเสียดายที่แกไม่ยอมมาด้วย”


“บอกล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมงใครจะไปเตรียมตัวทันกันครับ? จะแอบหนีไปยุโรปกันสองคนก็บอกกระผมมาตามตรงเลยดีกว่า” เขาพยายามปรับเสียงให้ร่าเริง “ยังไงก็ถึงที่พำนักแล้วโทรกลับหาผมด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงหม่อมแม่”


“คุณหญิงของฉัน ฉันดูแลเองได้” พลอากาศเอกหม่อมหลวงปรีชาเอ่ยเสียงหนักแน่น “แกไปหาคุณหญิงของตัวเองซะไป อย่ามายุ่งกับของๆฉัน”


“โห ไม่ยุติธรรมเลยครับ...” ชายหนุ่มยศพลอากาศโทโวยก่อนจะเงียบไปไม่กล้าบอกบิดาว่าตอนนี้เขาตามหา คุญหญิง ของเขาไม่เจอ


ปลายสายถูกวางเพียงไม่นานเสียงเรียกเข้าของมือถือเขาก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงร้องถามที่ดังแทรกทันทีที่กดรับ “เป็นอย่างไรบ้างคะ? หาตัวเจอไหม?”


“ผมขอโทษครับ ยังไม่เจอเลย”


“คุณหนูไม่เป็นอะไรมากหรอกคะ... คุณตรีศูลไม่กล้าทำอันตรายถึงชีวิตหรอกค่ะ...”


“จะมั่นใจได้ยังไงครับ เหมือนหมาบ้าซะขนาดนั้น” ชายหนุ่มส่งเสียงหงุดหงิด


“เอาเถอะค่ะ.... ถ้าเจอแล้วอย่าลืมแจ้งให้ดิชั้นทราบด้วยนะคะ”


“ครับ จะรีบโทรกลับทันที”


มือหนากดวางสายลง เขาเงยหน้ามองปฏิทิน ชายหนุ่มเอามือก่ายหน้าผากพลางถอนหายใจ เวลาลาหยุดพักร้อนของเขากำลังจะหมดลง อีกไม่นานเขาต้องกลับไปประจำการกับบิดาที่วอชิงตันในไม่ช้า


เหลือแค่อีกสองอาทิตย์.... หากเขาไม่สามารถทำได้ภายในสองอาทิตย์ เขาอาจจะเสียเธอไปตลอดกาล....


“ใครจะยอมให้เป็นแบบนั้นกัน” ภูบดินทร์ยืดร่างสูงสง่าของตัวเองขึ้น แล้วจึงงอตัวตั้งศอกกับหัวเข่าประสานมือรั้งไว้ใต้คาง


ดารุณีจะต้องเป็นของเขาเท่านั้น

 

 

ตรีศูลค่อยๆลุกขึ้นปรายตามองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของร่างบางที่สั่นระริกอยู่ที่อีกฝากหนึ่งของเตียงด้วยสายตาที่คาดเดาได้ยาก มือหนาเอื้อมกดมือถือซึ่งบอกเวลาตีสามครึ่ง ชายหนุ่มจึงค่อยๆล้มตัวลงนอนอีกครั้ง


หลังจากเขาบังคับให้เธอกินข้าวที่ร้านอาหารริมทางเสร็จเรียบร้อย เขาก็ตัดสินใจพาเธอมาที่นี่ บ้านพักตากอากาศของพ่อที่เขาไม่เคยบอกใคร บ้านพักริมหาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี เสียงลมทะเลปะทะชายฝั่งดังแว่วข้างหูท่ามกลางราตรีที่มืดมิด บ้านนี้เคยเป็นบ้านที่พ่อของเขารักมาก พ่อจะพาเขามาเที่ยวและนอนค้างทุกสุดสัปดาห์ อาจเพราะบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ หลังพ่อจากไปจึงทำให้ไม่มีใครอยากจะเข้ามาพักที่บ้านหลังนี้อีก...


พ่อของเขาเป็นพ่อที่ดี... เป็นพ่อที่รักลูกและเป็นพ่อที่เสียสละ...


ตรีศูลชะงัก คำถามหนึ่งผุดขึ้นมากลางใจ


แล้วเขาล่ะจะเป็นพ่อที่ดีอย่างที่พ่อของเขาเป็นได้มั้ย?


ชายหนุ่มสะดุ้งจากความคิดของตนเมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือของหญิงสาวข้างตัว “คุณพ่อคุณแม่...” ตรีศูลยันตัวลุกขึ้นอีกครั้ง เขาเสยผมหยักศกของตนเล็กก่อนเอ่ยเสียงเรียก “ดา... คุณโอเคมั้ย...”


“ดากลัว...” ตรีศูลขมวดคิ้วสงสัย “กลัวอะไร?”


“ดา... กลัวเสียตาหนูไป...”


ใจเขาหล่นวูบ มือหนาเผลอกำแน่นจนเจ็บ เขาเองก็ไม่อยากจะยอมรับ... แต่เขาเองก็กลัวเหมือนกัน... มือหนาค่อยๆเอื้อมไปสัมผัส... เป็นครั้งแรกที่มือของเขาลูบผมเธออย่างอ่อนโยน “ตาหนูจะต้องแข็งแรงครับ ตาหนูจะไม่เป็นอะไร”


เหมือนคำปลอบจะได้ผล แผ่นหลังของเธอหยุดสั่น ตรีศูลชักมือออกจากร่างเล็กใต้ผ้าห่มทันทีที่เธอพลิกตัวหันหน้ามาทางเขา หางตามีน้ำตาคลอจนใจของเขาไหววูบ มันเจ็บแปล๊บขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มเลือกที่จะเมินหน้าหนีบ่นด้วยความไม่ชอบใจ


“ผู้หญิงอะไร... ตอนนอนยังจะร้องไห้อีก...”


ร่างสูงล้มตัวลงข้างเธออีกครั้ง ครานี้เขาขยับเข้าใกล้เธอ มือหนารั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด กลิ่นหอมจากตัวดารุณีช่างแตกต่างจากพรรณพรายจนเขายังนึกแปลกใจ จมูกโด่งจรดลงบนริมผมของหญิงสาวข้างตัว เป็นอีกเรื่องที่เขาต้องยอมรับ เขาชอบกลิ่นหอมจากหญิงสาวตรงหน้า และอาจด้วยเพราะไออุ่นจากตัวเขา ดารุณีค่อยๆขยับเข้าซุกแผ่นอกกว้างโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหลับสนิทไป


ใจของตรีศูลเหมือนถูกกวนให้ปั่นป่วน เขาเผลอยิ้มบางออกมาก่อนกระซิบเบา


“ดารุณี เธอมันเป็นแม่มดชัดๆ”


ชายหนุ่มได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้ตนจะไม่ตื่นมาแพ้ท้อง...

 

 

เสียงดังกระหึ่มไม่อาจหยุดความสนุกของราตรีนี้ได้ ผับหรูใจกลางเมืองประจวบฯเปิดเสียงดังก้องไม่หยุด เหล่าสาวๆดาราหน้าใหม่ต่างขอบคุณคลื่นดีเปรสชั่นที่ทำให้กองถ่ายต้องหยุดชะงักและพักกองไปด้วยเพราะท้องฟ้าไม่เหมาะที่จะถ่ายทำ พวกเธอเลยได้มีวันหยุดเดินเที่ยวในตัวเมืองถึงสามวันเต็ม และวันนี้ก็เป็นวันที่สองที่พวกเธอแอบโดดออกจากรีสอร์ตมาเที่ยวกลางเมือง


สายตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มหลายคนต่างจับจ้องเหล่าสาวๆชุดวาบหวิวที่พากันใส่หมวกแก๊ป พวกเธอเต้นเป็นกลุ่มอยู่ที่กลางเวทีเหมือนกำลังเชิญชวนให้ชายหนุ่มเข้าไปใกล้แล้วมีหรือที่พวกเขาจะปฏิเสธ


แก๊งสาวกลางฟลอร์ไม่ได้เพียงล่อสายตาชายหนุ่มเพียงเท่านั้น หากแต่ยังล่อสายตาของหญิงสาวที่กำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนๆที่มุมหนึ่งของผับด้วยเช่นกัน


“หึ” สาวสวยหน้าอกอิ่มส่งเสียง “นุ่งน้อยห่มน้อยขนาดนั้น ตั้งใจมาตัดราคากันชัดๆ อุตส่าห์นั่งรถมาหารายได้ตั้งไกล ชิ!


“ใจเย็นน่า ริส” หญิงสาวที่กำลังปัดขนตาพูดแทรก “ก็ดีเหมือนกันวันนี้จะได้พัก พวกหล่อนใจปล้ำน่าดูที่ประกาศเลี้ยงเครื่องดื่มแก้วแรกของทุกคนในผับ”


“เธอก็พูดได้สิ นาน่า” เจ้าของเสียงแรกยังเจือความหงุดหงิด “ฝรั่งคนนั้นจ่ายให้เธอตั้งเยอะ แต่ฉันยังไม่มีรายได้เลยนะเฟ้ย”


“อย่าโวยวายเสียงดังสิ ริส!” คราวนี้เพื่อนที่กำลังกระดกน้ำสีหวานพูดเตือน “เดี๋ยวพวกนางก็ได้ยินกันพอดี”


“เต้นไม่ลืมหูลืมตา ล่อเสือล่อจระเข้ขนาดนั้นคงไม่มาได้ยินเสียงฉันหรอก ฟันธง” สาวเจ้าอารมณ์ยังคงบอก นาน่าเก็บอายแชโดว์เข้ากระเป๋าก่อนโบกมือเรียก “นี่พวกแกรู้มั้ย ฉันมีความลับจะบอก”


“อะไรอีกห๊ะ ยัยนาน่า เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าแกท้อง!!


“นังริส!” นาน่าตบโต๊ะ “ปากแกนี่น่าตบให้หายเน่าซักทีสองทีเนอะ”


แยมมี่วางแก้วลงและรีบห้ามทัพ “เฮ้ยยยยยยย ใจเย็นก่อน นาน่า ริส! แกก็หยุดล้อได้แล้ว ฉันอยากรู้”


พอไม่มีคนขัด นาน่าก็รีบกรีดนิ้ว “โอ้ย ไม่อยากจะพูด พวกแกรู้มั้ยว่ากลุ่มที่เต้นแร้งเต้นกาอยู่นั่นน่ะเป็นพวกดารา”


“ว๊ายยยยยยยยย จริงหรอแก!” ริสตาเป็นประกาย “แกรู้ได้ไงวะ?”


“แก๊งนางมาสองวันติดแล้ว เมื่อกี้ฉันเลยไปล่อถามกับพี่ยุงเจ้าของผับ” นาน่าลอดเสียงเบา “เห็นว่าแอบหนีผู้กำกับมากันแค่ 4 คน”


“โห กล้าเนอะ” แยมมี่ส่งเสียงสูง “อย่างงี้ไม่มีใครคาบข่าวไปขายเหรอยะ?”


“ไม่มีใครกล้าหรอกแก”


มือที่กำลังจะยกเบียร์ขึ้นดื่มของริสชะงัก หญิงสาวเอ่ยถาม “ทำไมวะแก? ขายข่าวดารารายได้ดีกว่านั่งดริ๊งก์อีก”


“ก็หนึ่งในนั้นเป็นญาติของผู้ใหญ่ในอบจ.[1]นี้ไงแก เรื่องนี้เงียบๆไว้เลย เดี๋ยวสมองไหลไม่รู้ตัว”


“พวกเด็กเส้นนี่หว่า” ริสพูดแบบใส่อารมณ์ก่อนยกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมด “แต่ก็ดี เบียร์เย็นๆฟรีๆแบบนี้ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ฮ่ะฮ่า”


“แก...” แยมมี่หรี่ตามองกลุ่มดาราสาวพลางยกมือขึ้นเรียกเพื่อน “ดาราพวกนั้นฉันว่าหน้าคุ้นๆหว่ะแก โดยเฉพาะยัยที่ใส่เสื้อสีแดงอ่ะ”


“ตาถึงมากแยม!” นาน่าพูดอย่างสนุก “ยัยนั่นกำลังดังเลยล่ะ!!


“ดังยังไงวะแก?” ริสมองอย่างสงสัย นาน่าขยับเรียวปากสีแดงสดยิ้ม “ดังข้อหาแย่งสามีคุณหญิงไง!


“เฮ้ย!” คราวนี้แยมมี่ส่งเสียงลั่น “อธิบายมาเลยแก!!


“พร้อมเสมอค่า” นาน่าขยับตัวทำท่าทีเป็นการเป็นงาน “คืองี้ นางชื่อพาย นางเพิ่งเซ็นสัญญาเป็นดาราน้องใหม่ของค่ายเมื่อปีที่แล้ว เห็นว่านางใช้เต้าไต่อ่ะแก”


“แล้วไงต่อวะ?”


“อย่าขัดสิวะ นังริส”


“เออ อย่าขัดสิวะ” นาน่าพูดไล่หลังแยมมี่ก่อนเล่าต่อ “ก็อย่างว่าแหละ สวยใสดูไร้พิษภัย หน้าหวานตาโตใครๆก็อยากได้เป็นนางเอก ยิ่งบทนิยายที่เอามาทำเป็นละครสมัยนี้มีแต่เรื่องนางเอกตาหวานติดตลาดเต็มไปหมด นางเลยเป็นหนูตกถังข้าวสารน่ะ เห็นว่าครั้งก่อนได้เป็นนางรอง พอมาคราวนี้นางได้เลื่อนขั้นเป็นนางเอกเลยจ้า”


“โห ร้ายอ่ะ ไต่ไงวะ แบบนี้มันก้าวกระโดดชัดๆ”


“คืองี้นังริส พอดีนางดั๊นมีข่าวกับมหาเศรษฐีหนุ่มส่งออกดอกกล้วยไม้ว่าเป็นแฟนเก่าของเจ้าหนุ่มเขาแต่ดั๊นถูกคุณหญิงคนดังรวบหัวรวบหัวแฟนไปแต่งงานมันเลยเป็นข่าวครึกโครม ไอผู้จัดละครหัวหมอเลยจับยัยน้องพายมาแสดงเรียกกระแสละครไงล่ะ วงการบันเทิงก็งี้”


“หูยยยยยยยยย แล้วนางมาแบบนี้พ่อหนุ่มธุรกิจพันล้านนั่นไม่ตามจิกแย่เหรอ?” แยมมี่ถาม


“จะไปตามทำไมล่ะ ธุรกิจเขาก็มี ไหนจะเมียแต่งอีก ของเล่นอย่างนางเขาจะตามหาทำไม แล้วอย่างนางอ่ะนะไม่มีทางปล่อยขุมทองอย่างนั้นไปได้หรอก คนอะไรไม่รู้ทั้งหล่อทั้งรวย เก่งเรื่องธุรกิจ ขายดอกไม้ดูโรแมนติ๊กโรแมนติก แถมหุ่นก็ดียิ่งขึ้นปกนิตยสารยิ่งเซ็กซี่”


“ก็ว่าอยู่!” ริสปิดปากหัวเราะ “ฉันก็นึกแล้วว่าอย่างแกไม่น่าจะยอมเสียเงินซื้อนิตยสารธุรกิจ โอ้ย! เพ้อจริงนะยัยนาน่า เอ้า! เอาฝรั่งไปกิน” ริสหยิบฝรั่งชิ้นเล็กยัดใส่ปากเพื่อนก่อนหัวเราะลั่นเมื่อเจอสายตางอนๆของนาน่า


“ถามฉันก่อนยัดสิวะว่าอยากกินมั้ย! ฉันผิดตรงไหนวะที่จะเพ้อถึงคุณริวของฉัน”


ระหว่างที่สองสาวกำลังเถียงกันอย่างสุดฤทธิ์ แยมมี่กลับจ้องเขม็งไปที่สาวสวยหน้าหวานกลางเวที มือของเธอกำแน่น ดวงตาของเธอเย็นชาก่อนจะสะดุ้งเมื่อถูกเรียก


“เป็นไรวะยัยแยม เมา Singapore Sling[2] รึไง ฉันเห็นแกนิ่งไปเลย กระจอกสุดๆ”


“เออ ฉันเมา” แยมมี่ส่งสายตามองริสที่หัวเราะร่าไม่หยุด “เบียร์ใส่ยารึไง หัวเราะเหมือนคนบ้า”


“พูดอะไรของแก ฮ่ะฮ่า ฉันแค่ติดลม”


“ลมบนรึไง ดูสิเพ้อได้อีก ไปเอาออกหน่อยเถอะ ฉันรู้นะว่าแกแอบดริ๊งก์กับยัยลูลู่ตอนเที่ยงคืน” คนถูกไล่ส่ายหน้าท่าเดียว นาน่าเลยอาสาลากทางไปปล่อยในห้องน้ำให้ แยมมี่มองเพื่อนร่วมโต๊ะที่หายไปกันหมดก่อนเธอจะหยิบซิมการ์ดอีกอันออกจากกระเป๋า เธอสลับใส่เครื่องแล้วเปิดเครื่องใหม่ มืออีกข้างก็ควานหากระดาษแผ่นเล็ก เพ่งอ่านอยู่แป๊ปนึงก่อนจะกดหมายเลขกดโทรออกรัวๆและเมื่อมีเสียงงัวเงียรับสายเธอก็กดตัดสาย แยมมี่ทำซ้ำสองครั้งเมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายตื่นเต็มตา เธอก็รีบถ่ายคลิปของสาวกลางฟลอร์พร้อมพิมพ์ข้อความส่งทันที


คือ... ฉันรู้ว่าพวกเธอเป็นดาราและนี่มันก็ดึกมาแล้ว พวกเธอเมามากจนฉันเป็นห่วง คุณช่วยมารับพวกเธอหน่อยสิคะที่ผับ xxx (kiss) คุณรีบมาหน่อยก็ดีคะ – ผู้หวังดี


รอยยิ้มหวานฉาบกว้างบนเรียวปากสีชมพู นาฬิกาข้อมือบอกเวลาตีสามครึ่ง เธอวางมือถือลงสลับซิมการ์ดกลับก่อนจะก็ยกแก้วค็อกเทลชูขึ้นสูงเหมือนให้เกียรติ์คนเลี้ยงน้ำสีหวานแก้วนี้ แยมมี่ยกขึ้นจิบแล้วจึงส่งเสียงเบา


                “แด่คุณแพรวพรายของคุณหญิง... ถ้าแกไม่มาทำร้ายคุณหญิงของฉันก่อนแกคงจะมีความสุขไปนานแล้ว...”



[1] อบจ. = องค์การบริหารส่วนจังหวัด

[2] Singapore Sling คือ ค็อกเทลที่คิดค้นขึ้นในโรงแรมราฟเฟิล ประเทศสิงคโปร์ มีส่วนผสมของจิน(Gin) น้ำสัปปะรดและบรั่นดีเชอร์รี่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น