ร้าย - จบบริบูรณ์ -

ตอนที่ 10 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 ส.ค. 58



บทที่ 9


“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู อ้อมมมมมมมมม” เสียงเพลงท่อนสุดท้ายดังขึ้นก่อนแสงเทียนบนเค้กจะถูกเป่าดับ หญิงสาวยิ้มแก้มปริ “ขอบคุณนะคะทุกคน”


“สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ อ้อม” พรรณพรายส่งยิ้มหวานเชื่อมให้เพื่อนร่วมวงการก่อนจะแอบกรอกตาเบื่อหน่ายท่ามกลางความมืด


ใช่... ห้องของเธอตอนนี้ถูกตกแต่งไปด้วยลูกโป่งและริบบิ้นที่จัดเตรียมมาจากกรุงเทพฯ มือที่พุ่งมาผลักเธอเข้าห้องคือเพื่อนร่วมวงการอีกคนที่หวังจะเซอร์ไพรส์วันเกิดยัยอ้อมโดยใช้ห้องเธอเป็นที่จัดงานด้วยเพราะห้องของเจ้าของวันเกิดดันอยู่ติดกับคนวางแผน ดาราสาวเจ้าบงการเลยมาขอความช่วยเหลือจากเธอที่ห้องอยู่อีกฝากหนึ่งซึ่งไกลจากห้องยัยอ้อมแบบสุดๆ


“นี่จ่ะของขวัญวันเกิด” เพื่อนๆต่างยื่นของขวัญให้คนละชิ้น ซึ่งพรรณพรายก็จัดเตรียมมาให้เช่นกัน


“พาย! เธอรู้ได้ไงว่าเราชอบหมีคุมะ!” เจ้าของวันเกิดโผล่เข้ากอดเธอแน่น “ขอบคุณนะ พาย” พรรณพรายแสร้งหัวเราะ จะไม่ให้เธอรู้ได้ไงในเมื่ออินสตราแกรมของยัยอ้อมเต็มไปด้วยหมีริระคุมะ


เพื่อนๆฉลองกันจนมืดค่ำและยังวางแผนจะนอนค้างห้องเธอตลอดการถ่ายทำละครอีกต่างหาก! พรรณพรายได้แต่ยิ้มรับ เธอขอตัวหลบไปเข้าห้องน้ำ มือเล็กปิดประตูห้องน้ำเบาๆก่อนจะกรอกดวงตาโตหวานขึ้นฟ้า มือจีบเข้าสองข้างและอ้าปากกรี๊ดแบบไร้เสียง


ยัยพวกปลาบู่! หมดกันชีวิตอันแสนสงบริมทะเลของฉ๊านนนน!!

 

 

“คุณจิณณ์ไม่เห็นต้องมาส่งดาเลย รถดาก็มี...”


“จอดทิ้งไว้ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่ครับ” ชายหนุ่มว่าพลางเลี้ยวรถออกจากที่ทำงาน “อีกอย่างถ้าจู่ๆหน้ามืดตอนขับรถขึ้นมาไม่อันตรายแย่เลยหรือครับ”


ดารุณีหมดคำเถียง หญิงสาวเอ่ยขอบคุณเบาๆพร้อมหน้าขึ้นสีด้วยความอายเพราะระหว่างที่เธอกำลังข่มขู่เหล่าบอร์ดบริหารอยู่นั้น จู่ๆเธอก็เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมาเฉียบพลัน ดีที่นภาภรเข้ามาพยุงเธอไว้ก่อน ไม่งั้นหัวเธอคงฟาดพื้นไปแล้ว


“นอนพักก่อนเถอะครับ เดี๋ยวพี่ปลุก...” เสียงของจิณณ์ยังฟังอบอุ่นเหมือนเดิม เหมือนครั้งที่เขาและเธอยังคบกัน ดารุณียกมือกุมหน้าท้องก่อนจะหลับตาลง โดยมีสายตาของชายหนุ่มมองเธอเป็นระยะ ชายหนุ่มลอดเสียงเบา


“เสียเวลาชะมัด”


ด้วยเพราะเป็นคืนวันศุกร์สิ้นเดือน กว่ารถจะได้จอดเทียบคฤหาสน์วัฒนาราชกรกุลก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม ชายหนุ่มปลุกหญิงสาวอย่างนุ่มนวลแล้วค่อยๆพยุงเธอออกจากรถท่ามกลางเสียงร้องตกใจของพินไพร


“ว้าย! นั่นคุณทำอะไรคุณหนูของฉันห๊ะ!


สาวชุดขาวดำเดินเข้าไปคว้านายหญิงเข้าแนบอกมองเขาอย่างหวาดระแวงแต่แล้วก็ต้องร้องโอ้ยเมื่อถูกมือเหี่ยวตีเขาที่ท่อนแขน “นี่คุณจิณณ์หัวหน้าของคุณหนูดา”


“อ้าว...” เด็กสาวทำหน้าเหลอหลา ใบหน้าแดงก่ำ “เอ่อ... ขอประทานโทษค่ะ ดิชั้นไม่รู้”


พุมพินส่ายหน้าก่อนส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะคุณจิณณ์ ดิชั้นต้องขอประทานโทษด้วยที่หลานดิชั้นเสียมารยาทค่ะ”


“สวัสดีครับป้าพุม ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”


“ใช่ค่ะ เกือบ 3 ปีได้”


ดารุณียังคงสะลือสะลืมพลางขยับมือเช็ดหางตา “ขอบคุณนะคะคุณจิณณ์ที่มาส่ง”


“ได้เสมอครับ ตัวเล็ก” หนุ่มหน้าเกาหลียิ้มกว้างก่อนหันไปบอกหัวหน้าแม่บ้าน “ดาเขาหน้ามืดไปน่ะครับ ผมเลยพามาส่ง”


“ตายจริง” หญิงชรายกมือแนบอก “ดีขึ้นหรือยังคะ คุณหนูของบ่าว”


ดารุณีพยุงตัวยืนตรงโดยมีมือเหี่ยวช่วยอีกแรง “ดีขึ้นแล้วจ่ะ”


“เดี๋ยวกลับขึ้นห้องกันเถอะนะคะ ป้าเตรียมนมอุ่นๆไว้ให้แล้ว นี่ ยัยพิน ส่งคุณจิณณ์ขึ้นรถให้เรียบร้อยแล้วปิดบ้านด้วยนะ” ท้ายเสียงคนเป็นยายหันไปสั่งหลานก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปพร้อมนายหญิง พินไพรที่ถูกแย่งงานเลยพูดหวานแกมประชด “รับทราบเจ้าคะ ท่านยาย”


จิณณ์ส่งเสียงหัวเราะเบาๆทำให้ใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งหน้าแตกขึ้นสีอีกครั้ง “เอ่อ... ยังไงก็ต้องขอประทานโทษอีกครั้งหนึ่งนะคะ”


“ไม่เป็นไรครับ คุณ?”


“ดิชั้นชื่อพินค่ะ พินไพร” เด็กสาวเริ่มยืนม้วนเมื่อเจอยิ้มของชายหนุ่ม “หน้าคุณเหมือนดาราเกาหลีเลย”


“ผมนึกว่าจะบอกหน้าเมื่อโจรซะอีก เมื่อกี้เห็นจะไล่ผมอยู่”


พินไพรมองหน้าเข้าเลิกลั่ก หูของเธอเริ่มแดงก่ำ “ไม่ใช่อย่างที่คิดนะคะ คือ... ดิชั้นไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”


จิณณ์หัวเราะเบาๆ “หยอกเล่นครับ หยอกเล่น” พินไพรจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่างต้องมนต์สะกด รอยยิ้มของเขาน่ารักมากในสายตาของเธอ หญิงสาวใจเต้นแรง เธอรู้สึกอยากเห็นหน้าเขาชัดกว่านี้และใกล้กว่านี้ ใกล้เข้าไปอีก...


“เหมียววววววว”


เสียงแมวดังขึ้นปลุกภวังค์ของเธอ พินไพรหน้าแดงยิ่งกว่าลูกตำลึงเมื่อพบว่าใบหน้าของเธอและชายหนุ่มตรงหน้าห่างกันเพียงคืบก่อนเธอจะแก้เขินโดยการอุ้มแมวน้อยขึ้นกอด


“แม็คกี้!?


“คุณจิณณ์รู้จักมันด้วยหรือคะ?” สาวใช้มองชายหนุ่มตาโตเมื่อเขารู้จักแมวน้อยในอ้อมแขน เพียงไม่นานเธอก็ร้อง “อ๋อ แต่ก็ไม่แปลกเพราะคุณจิณณ์ยังรู้จักยายพุมปูชนียบุคคลของคฤหาสน์นี้เลยเนอะ แม็คกี้ แม็คกี้จำคุณคนนี้ได้เปล่า เขาเป็นเพื่อนเก่าแกใช่มั้ย เอาสิไปหาคุณจิณณ์ซะ”


พอพินไพรยื่นแมวน้อยให้ชายหนุ่มที่เอื้อมมือมาเตรียมรับ เจ้าแมวกลับขู่ฟ่อไม่ยอมท่าเดียว จิณณ์มองแมวอย่างเย็นชา พยายามฉีกยิ้มใจดีเปลี่ยนเป็นลูบขนแต่กลับต้องชักมือกลับพร้อมเสียงร้อง


“โอ้ย!


“ตายแล้วแม็คกี้ ไปข่วนคุณจิณณ์เขาทำไม! ยัยแมวนิสัยเสีย!” พินไพรปล่อยแม็คกี้ลง แมวสีสวาทยังขู่ไม่เลิกผิดกับนิสัยเป็นมิตรของมัน หญิงสาวมองเลือดที่กำลังไหลของชายหนุ่มด้วยความร้อนรน “เข้าไปทำแผลในบ้านก่อนเถอะนะคะคุณจิณณ์ หว๊า ดูท่าแผลจะลึกซะด้วย เลือดออกใหญ่เลย”


“งั้น... ก็ได้ครับ”


แม็คกี้แมวน้อยอายุ 3 ปีเศษเดินวนไปวนมา ดวงตาสีเหลืองมองหญิงสาวที่เพิ่งมาทำงานได้เกือบ 2 ปีอย่างกังวลก่อนมันจะรีบปีนหลบขึ้นไปบนขอนไม้แมวเมื่อเจอสายตาเลือดเย็นของชายหนุ่ม แม็คกี้ส่งเสียงขู่ใส่ พินไพรมองมันอย่างงงๆก่อนจะพาชายหนุ่มเข้าไปในบ้านโดยที่เธอไม่รู้เลยว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์...


“นี่ค่ะ คุณหนู” นมแก้วใหญ่ถูกยื่นให้ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าจะทำผัดตับหมูให้กินนะคะ จะได้บำรุง” ดารุณีรับนมมาถือด้วยสีหน้าเหยเก “ไม่เอาตับได้มั้ยคะ?”


พุมพินส่ายหน้าช้าๆ ดารุณีจนใจดื่มนมจนหมดก่อนจะส่งแก้วคืนให้แม่บ้านคนสนิท เธอลุกเตรียมจะไปอาบน้ำแต่ร่างบางก็กลับเซอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ คนชราที่ช่วยพยุงแขนเรียวจึงบ่นอุบอิบ “อย่างนี้ต้องเพิ่มตับอีก”


ดารุณีมองตาโต ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่พุมพินหาสนใจไม่พร้อมสำทับ “คืนนี้ป้าจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหนูเองเจ้าคะ เผื่อมีอะไรจะได้ดูแลทัน”


“ไม่เห็นต้องลำบากเลย...”


“อย่าดื้อสิคะ คุณหนู” หญิงชราอายุ 60 กว่าพูดขัด “ป้าเลี้ยงคุณหนูมาแต่เด็กกับอีแค่ดูแลต่ออีกนิดอีกหน่อย ทำไมป้าจะทำไมได้ ไปค่ะป้าจะพาเข้าห้องน้ำ”


ผ่านไปครู่ใหญ่ไฟในห้องนอนของหญิงสาวก็ดับลง ดวงตาคมในรถหรูมองห้องที่เพิ่งดับไฟนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววหงุดหงิดเป็นที่สุด มือหนากระแทกพวงมาลัยรถพร้อมส่งเสียงสบถ


“โธ่เว้ย!!


ชายหนุ่มเสยผมอย่างหัวเสีย “กล้ามากที่ไปคั่วกับแฟนเก่า อ่อยให้มาส่งถึงบ้าน หึ ผู้หญิงแพศยา!!” ตรีศูลกระแทกพวงมาลัยอีกครั้งก่อนเขาจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปพร้อมความเจ็บที่แล่นไปที่หัวใจ


“บ้าเอ้ย!” มือหนากุมหน้าอกซ้าย ความเจ็บยังแล่นไม่หยุด รู้สึกเหมือนมีเข็มมาแทงลึกเจ็บจี๊ดอย่างบอกไม่ถูก “เวร! มาป่วยอะไรตอนนี้วะ ไอริว” ความเจ็บทำให้เรารีบจอดข้างทาง ชายหนุ่มคว้าน้ำขึ้นดื่ม มือกุมที่หัวใจแน่นก่อนจะคิ้วขมวดเมื่อเขายิ่งเจ็บมากขึ้นตอนนึกถึงภาพดารุณีที่ถูกประคองด้วยชายอื่น


“เป็นบ้าอะไรวะ!” โวยวายเสียงดังขึ้นอีกรอบ กระแทกพวงมาลัยอีกครา และเสยผมขึ้นอีกครั้ง


“ให้ตายเถอะ ดารุณี...”

 

 

เช้าวันเสาร์เป็นหนึ่งในวันที่ดารุณีโปรดปรานเป็นที่สุด แต่วันนี้กลับเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบปีเมื่อบนโต๊ะมีแต่กับข้าวที่ทำจาก ตับหมู หญิงสาวทำหน้าเหม็นเหมือนจะอาเจียนแต่ก็ถูกพิมพุนดักทาง


“อย่ามาหลอกคนแก่ค่ะ คุณหนูทานเยอะๆเลยนะคะ”


“ป้าพุมรู้ได้ไงคะ?” ดารุณีถามพลางตีหน้าเศร้า “ดาแพ้กลิ่นตับจริงๆนะ”


“ถ้าแพ้ก็ต้องอาเจียนตั้งแต่ลงบันไดแล้วล่ะค่ะ”


ดารุณีหน้ามุ่ยหนัก ยกมือขึ้นกอดอก “ดาไม่ชอบ ดาจะไม่กิน” หญิงสาวเริ่มทำตัวเป็นเด็กดื้อ แต่พุมพินกลับไม่สนใจ เธอยืนจ้องนิ่งๆด้วยแววตาดุๆจนเด็กน้อยอมมือยอมแพ้ไปเอง มือบางขยับเขี่ยข้าวอยู่นานและกลืนอย่างยากลำบาก แต่ดูเหมือนตาหนูจะชอบ เพราะตาหนูไม่ยอมขย้อยออกมาเลยแม้แต่น้อย


มื้อเช้าแสนทรมานจบลงโดยมีเสียงชมของพุมพินและพินไพรดังไม่ขาด ดารุณีอดคิดไม่ได้ว่าตกลงใครเป็นนายใครเป็นบ่าวกันแน่ สาวตาคมขนเอกสารข้อมูลเจ้าปัญหาไปนั่งอ่านเงียบๆในสวนกว้าง ดีที่สวนของเธอไม่มีดอกกุหลาบ เธอจึงนั่งท่ามกลางสวนดอกแก้วได้อย่างสบายอารมณ์


กระดาษในมือถูกพลิกไปมา “ขโมยทำไม? ไม่เห็นมีอะไรสำคัญ”


ข้อมูลในมือของเธอเป็นแค่รายการสินค้าที่ทางบริษัทสวีซโซจะขอซื้อและติดต่อสอบถามราคาจากคุณจิณณ์ที่เป็นกรรมการผู้จัดการส่วนบัญชีของบริษัท ถ้านภาภรอยากได้ข้อมูล สู้ไปปล้นจากเครื่องเธอจะไม่ง่ายกว่าหรือในเมื่อเธอมีข้อมูลเชิงลึกของทุกแผนก... อาจจะดูแปลก แต่หากแบ่งงานกันตามตรง การตรวจสอบเลขบัญชีทั้งหมดจะเกิดขึ้นได้จากเธอเพียงคนเดียว เธอจะเป็นผู้รวบรวมรายการบัญชีจากออดิตแผนกอื่นแล้วตรวจสอบโดยรวมพร้อมเซนกำกับ ดังนั้นจึงจะมีเพียงเธอเท่านั้นที่จะรู้ข้อมูลทุกอย่าง ส่วนคุณจิณณ์จะมีอำนาจเพียงเซ็นคู่ที่ใบปะหน้าเท่านั้นเนื่องจากเขาไม่ได้จบการบัญชีและไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบัญชี บริษัทจึงไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้าถึงข้อมูล ดารุณีขมวดคิ้ว มือบางข้างหนึ่งยกขึ้นกุมปลายคาง


“นี่มันเรื่องอะไรกัน... แล้วใครเป็นคนทำ? ทำไปทำไม?”


หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นดูเมื่อมีไลน์เข้า เธอเลื่อนดูเล็กน้อยก่อนจะได้ยินเสียงเดินเข้ามาใกล้จากด้านหลัง “พินเหรอ?” ดารุณีทักโดยที่ยังไม่เงยหน้า “วางขนมไว้บนโต๊ะเลยจ่ะ...”


“ดูท่าทางสบายดีนะ ดารุณี”


เจ้าของชื่อตาโต เธอเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่กำลังโน้มตัวเข้าใกล้ “คุณตรีศูล...”


“ใช่ ผมเอง สามีของคุณไง”


“การ์ด!! การ์ดอยู่ไหน!! กรี๊ดดดด อุ๊บ!” มือหนาพุ่งเข้าปิดปากเรียวทันที “อย่าพูดมาก! คุณนี่มันน่ารำคาญจริงๆ” ตรีศูลมองหญิงสาวที่พยายามสะบัดหน้าหนี เขาจึงก้มหน้ากระซิบเบา “ดิ้นมากๆระวังลูกในท้องจะหลุดออกมานะ”


เท่านั้นแหละ หญิงสาวถึงกับนิ่งเป็นหิน เธอเองก็ศึกษาข้อมูลมาเหมือนกันว่าช่วง 4 เดือนแรกเป็นช่วงที่เปราะบางมากสำหรับทารก ยิ่งเธอเพิ่งป่วยหน้ามืด คนเป็นแม่ก็ยิ่งกังวลหนัก แต่กระนั้นเธอก็เลือกที่จะข่วนมือชายหนุ่มอย่างแรงจนเขาเลือดออก ตรีศูลสะบัดมือเพราะความเจ็บมองหญิงสาวอย่างเดือดดาล ดารุณียกมือกุมท้อง เชิดหน้าขึ้นและข่มเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้


“คุณต้องการอะไร?”


“ผมสิต้องถามคุณว่าคุณต้องการอะไร!” เขาขึ้นเสียง “เที่ยวอ่อยผู้ชายไปทั่ว แค่ภูบดินทร์คนเดียวยังไม่พอรึไง ทำไมคุณถึงอยากให้ผมเสื่อมเสียชื่อเสียงนักห๊ะ!


“เป็นบ้าอะไรของคุณ! ฉันกับใครมิทราบ อย่ามากล่าวหากันอย่างนี้นะคะ” ดารุณีส่งเสียงเข้มบ้าง


“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ ก็คุณกับเจ้านายคุณไง เมื่อวานมีคนมาฟ้องว่าเห็นไอหน้าอ่อนนั่นมาส่งคุณ ช่วยหยุดควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าซักทีจะได้มั้ย ผมเบื่อที่จะฟังเสียงนินทา!


หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาลุกขึ้นสู้ “ฉันกับคุณจิณณ์ไม่ได้มีเรื่องคาวๆอะไร กับพี่ภูเราก็เป็นแค่พี่น้องกัน หึ... ฉันจะไปสู้ข่าวคุณกับยัยหน้าหวานของคุณได้ยังไงล่ะค่ะ เมื่อวันก่อน ฉันยังเห็นลงอินเตอร์เน็ตว่าไปงานเลี้ยงด้วยกัน นู่นนี่นั่น สารพัด อย่าให้พูดเลยดีกว่า เดี๋ยวฉันสั่งให้ป้าพุมต้มหนังสือ เวรกรรมมีจริงให้คุณกินซะน่าจะง่ายกว่า”


“คุณต่างหากที่ต้องกิน” ตรีศูลชี้หน้าหญิงสาว “เพราะคุณทำให้ชีวิตของผมกับพายเหมือนต้องตกนรกแบบนี้!


คนฟังเจ็บร้าวไปทั้งใจ เรียวปากเธอสั่น ไม่ใช่แค่เด็กหรอกที่เปราะบางเพราะจิตใจคนท้องเองก็เปราะบางเช่นกัน “คุณคิดหรือไงว่าฉันชอบ คิดเหรอว่าฉันอยากจะทำแบบนี้ คุณช่วยพิจารณาหน่อยเถอะค่ะว่าฉันเองก็ต้องทนมากแค่ไหน!


“แล้วใครบอกให้คุณทน? คุณเลือกที่จะทำมันเอง คุณก็ต้องทนและรับให้ได้ มันก็สาสมแล้วหนิ่ครับ!” คำพูดของเขาแทงใจเธออีกครั้ง “ผมจะถามคุณอีกครั้ง... คุณจะหย่าไหม...”


“ไม่!” ทิฐิของเธอสูงเกินคาด “ฉันไม่ยอมให้ลูกเกิดมาแบบไม่มีพ่อเป็นอันขาด”


“พ่องั้นเหรอ? มีคนตั้งมากต่อแถวสมัครเป็นพ่อของลูกคุณ คุณจะยื้อผมไว้ทำไม ลูกผมรึเปล่าผมยังไม่แน่ใจเลย!” วาจาร้ายกาจทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาในที่สุด


“คุณเองก็รู้อยู่แก่ใจ พูดมาได้ หน้าตัวเมีย!” เธอสุดจะกั้นเผลอเอ่ยวาจาหยาบคายก่อนจะปาดน้ำตาทิ้งและกอดอกอย่างถือดี “อยากยัดเยียดความเป็นพ่อให้คนอื่นมากนักใช่มั้ยคะคุณตรีศูล? หึ! งั้นก็ดีค่ะ! ฉันจะกอดใบทะเบียนสมรสไว้อย่างดี ฉันจะให้คุณดิ้นตายเพราะต้องทนอยู่กับลูกที่ไม่ใช่ลูกของคุณ!


“ดารุณี!


“ว่าไงคะ? คุณพ่อบุญธรรม!


ครานี้หนุ่มปากร้ายกลับเจ็บไปทั้งใจ เขากำหมัดแน่นเมื่อคิดว่าลูกในท้องของเธออาจไม่ใช่ลูกของเขา


“พูดดีๆไม่ฟัง งั้นอย่ามาหาว่าผมใจร้ายแล้วกันนะขอรับ คุณหญิงดารุณี!”  ชายหนุ่มโกรธจัด เขาคว้ามือถือของเธอใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนจะลากหญิงสาวออกจากสวนและเดินกลับไปที่รถท่ามกลางสายตาตกใจของเหล่าบอดี้การ์ดที่พยายามเข้าขวางแต่กลับต้องชะงักเมื่อเจอสายตาดุคมของชายหนุ่มผู้เป็นถึงสามีของคุณหญิง!


“ฝากบอกคุณพุมพินด้วยว่าผมจะพาเมียไปเที่ยวสุดสัปดาห์!


สิ้นคำเขาก็จับหญิงสาวที่ดิ้นเร่ายัดเข้ารถทันทีและขับรถทะยานออกไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น...


ในเมื่อเธออย่างลองดี งั้นเขาก็จะสั่งสอนให้!


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31 ความคิดเห็น

  1. #11 ข้าวปั้น ตัวร้าย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 12:12
    ตายๆๆจะสู้เค้าไหวไหมเนี้ยหนูดา แต่ล่ะคนร้ายๆทั้งนั้น
    #11
    0
  2. #3 แจม (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 20:58
    มาต่ออีกนะคะ
    #3
    0