fanfic } The Reason ; Maze Runner { Minho x Newt }

ตอนที่ 5 : 4 { 100% }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ต.ค. 57

4

ผมนิวท์ครับ //ชูสองนิ้ว

ตอนนี้ผมเป็นนักเรียน

และผมก็เป็นไอ้หมาหัวเน่าตัวนึงครับ...

เมื่อประมาณสิบนาทีที่ผ่านมา ไอ้โธมัสมันพูดจาแย่มากๆ ใส่ผม และไล่ผมลงมานอนข้างล่างครับ ตัวผมเองก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากมาจบลงที่ไอ้โซฟาทุเรศทุรังในห้องรับแขกนี่ คือที่จริงมันก็นอนสบายดีแหละครับ แต่ผมชอบเตียงตัวเองมากกว่า

ผมก็รู้นะ ว่าโธมัสมันก็เป็นแบบนี้แหละ มีเหตุผล และใจเย็นกับทุกคนยกเว้นผม แล้วผมจะไม่คิดอะไรมากเลยถ้าเขาไม่ได้พูดประโยคที่ว่า ฉันไม่เห็นนายมีเพื่อนเลยสักคนเฮ้ ฉันว่าฉันก็พอจะมีเพื่อนอยู่บ้างนะ...

ตอนเด็กๆ ก็มีเจ้าฟันแหลมนั่นไง โตมาหน่อยฉันก็มีแสงดาว พอพวกเขาเสียไปหมดฉันก็มีแคสซี่ แถมตอนนี้ก็มีเพื่อนที่โรงเรียนคือชัค ถึงหมอนั่นจะมาหาฉันแค่บางเวลาก็เถอะ แต่ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนนะ แล้วไหนมินโฮอีก...

ครับ... ผมก็ไม่เห็นว่าตัวเองจะมีเพื่อนน้อยตรงไหน ถ้าไม่ติดที่ว่า เจ้าฟันแหลมกับแคสซี่เป็นหมา และแสงดาวเป็นแมวนะ ก็เหลือชัคกับมินโฮ ซึ่งผมคิดว่าเพื่อนสองคนก็น่าจะพอแล้วนะ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีมากกว่านั้นอีกเลยนี่ ไม่ว่าพวกเขาจะคิดว่าผมเป็นเพื่อนหรือไม่ก็ตาม

เฮ้อ... แต่ก็อย่างที่โธมัสว่านั่นแหละครับ ถึงเขาจะพูดแรงเกินไปหน่อย แต่เขาก็พูดความจริง ผมมันไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง ก็เลยไม่มีใครอยากจะยุ่งด้วยสักเท่าไหร่ เพื่อนก็แทบจะไม่มี แล้วหนึ่งในคนที่มีก็ดันเป็นคนที่เขาไม่ชอบอีกแน่ะ...

นอนเว้ย!

 

หลังจากที่ผมหลับตาได้ไม่นาน กลิ่นของอะไรบางอย่างก็ลอยเข้ามาเตะจมูก ผมลืมตาตื่นขึ้นและพบว่ามันสายมากแล้ว และตอนนี้มีใครบางคนกำลังจะเผาบ้านหลังนี้โธมัสนั่นเองครับ!

ตาผมสว่างทันทีที่สมองสั่งการว่าไอ้กลิ่นที่สูดอยู่นั่นมันกลิ่นไหม้ชัดๆ ! ควันขโมงเต็มบ้านทำเอาผมถึงกับต้องใช้มือในการควานหาทางเดินไปห้องครัวกันเลยทีเดียว และทันทีที่มือสัมผัสไปโดนแผงสวิตช์ไฟ และเครื่องดูดอากาศ ผมก็เปิดมันโดยเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ทั้งกลิ่นและควันก็ถูกดูดหายไป นั่นทำให้ผมมองเห็นโธมัสที่กำลังยืนหน้าดำอยู่ที่เตาไฟฟ้า

“นายทำอะไรของนายน่ะโธมัส โกรธฉันถึงขนาดต้องเผาบ้านทิ้งเลยหรอ?!!” ผมถามพร้อมกับกดสวิตช์ปิดเตาไฟฟ้า โธมัสทำหน้าหงุดหงิดแล้วมองไปที่กระทะ ในนั้นมีซากของอะไรสักอย่างสีดำๆ อยู่ แน่นอนว่ามันไหม้เกินกว่าผมจะรู้ว่ามันเคยเป็นอะไรมาก่อนถูกเปลี่ยนสภาพ

“ฉันไม่ได้ตั้งใจโว้ย ก็มันไม่มีอะไรกินจริงๆ แล้วเมื่อคืนฉันก็ใช้เงินของอาทิตย์นี้ไปหมดแล้วด้วย” โธมัสพูด บุ้ยปากไปทางอื่น

“จริงๆ เล้ย” ผมบ่นเป็นหมีกินผึ้งแล้วเดินไปหยิบเงินมายื่นให้เขา “สั่งพิซซ่ามาแล้วกัน เผื่อทั้งวันนะ” ผมพูดก่อนที่จะเข้าไปอาบน้ำ

 

มันเป็นอย่างงั้นแหละครับ อย่างที่ผมเคยบอก พวกเราสนิทกันมากจนแทบจะไม่มีเรื่องอะไรให้ทะเลาะกันแล้ว และไม่ว่าจะทะเลาะกันขนาดไหน สุดท้ายมันจะต้องมีเรื่องให้กลับมาคืนดีได้เอง ก็ถือเป็นเรื่องดีนะครับ

“นิวท์ ตกลงนายจะบอกฉันได้รึยังว่าเพื่อนที่นายไปหาเมื่อวานน่ะใคร ฉันไม่เคยเห็นนายอยู่กับใครได้นานขนาดนั้นมาก่อนเลย” โธมัสถามขณะที่เรากำลังนั่งกินพิซซ่าอยู่หน้าทีวีที่กำลังถ่ายทอดสดกีฬาบาสเก็ตบอล

“นายไม่ชอบหน้าเขา เพราะฉะนั้นไม่ต้องรู้หรอก” ผมพยายามจบบทสนทนาหัวข้อนี้

“โอเค” แปลกจัง ทำไมโธมัสถึงยอมจบด้วยนะ “อ้อ เมื่อคืนนี้โทรศัพท์นายดังด้วยล่ะ ตอนที่นายยังไม่กลับมาน่ะ” ลืมไปเลยแฮะ ผมทิ้งโทรศัพท์ไว้บนห้องนอนนี่นา ตั้งแต่ตอนก่อนออกไปตามหาโธมัสเมื่อคืนนี้แน่ะ

“นายไม่ได้ยุ่งกับมันใช่มั้ย?” ผมถามด้วยท่าทางร้อนรน มันดูมีพิรุธมาก และผมรู้ว่าโธมัสจับพิรุธผมได้ ผมรีบวิ่งขึ้นไปตามหาโทรศัพท์ที่อยู่บนห้องนอนโดยที่ไม่ได้สนใจแล้วว่าโธมัสจะตอบว่าอะไร

เมื่อผมเจอโทรศัพท์แล้วเปิดดูข้อความก็พบว่า

เขาดูโมโหมาก คุยกันดีดีล่ะ 00.45 AM’

เป็นยังไงบ้าง 01.20 AM’

ฝันดีแล้วกันนะ หวังว่าพวกนายคงจะไม่ได้ทะเลาะกัน 01.50 AM’

ทั้งหมดเป็นข้อความที่ส่งมาจากมินโฮ นั่นทำให้ผมรีบส่งข้อความกลับไปหาเขาทันที

ฉันขอโทษที่ไม่ได้ตอบนะ เมื่อคืนมันวุ่นวายมาก ฉันโดนไล่ลงมานอนข้างล่าง แต่โทรศัพท์มันอยู่ในห้องนอนน่ะ หลังจากนั้นไม่นานนัก มินโฮก็ส่งข้อความกลับมา

ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่นายสองคนดูเหมือนเป็นแฟนกันจริงๆ นะ 555555555+ และแล้วมินโฮก็กลับมาเรื่องแซวผมกับโธมัสอีกครั้ง มันเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคุยกันอยู่นานมากเมื่อวาน และจนตอนนี้เขาก็ยังแซวผมอยู่ ผมส่ายหัวน้อยๆ ให้กับข้อความนี่ ก่อนที่จะเดินลงมากินพิซซ่าต่อ

เฮ้ ถ้าฉันเป็นเกย์ขึ้นมาจริงๆ เพราะนายเอาแต่แซวจะว่ายังไง?? ผมส่งข้อความกลับไปแล้วยิ้มขณะกัดชิ้นพิซซ่า

ผมกับมินโฮส่งข้อความโต้ตอบกันไปมาทั้งวัน เขาเป็นคนที่คุยด้วยแล้วอาจจะไม่ได้สนุกอะไรมากมาย แต่สบายใจมาก และยังคุยไปได้เรื่อยๆ อีกด้วย ผมไม่เบื่อเลยกับการตอบกลับข้อความของเขาทั้งวัน ถึงแม้ว่าผมจะเกลียดการก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์มากขนาดไหนก็ตาม

ตลอดเวลาผมรู้สึกได้ว่าเขาใส่ใจในรายละเอียดของสิ่งต่างๆ รอบตัวมาก เขาเป็นคนเดียวที่ใส่ใจในเรื่องของผม ทั้งๆ ที่เป็นแค่เพื่อนกันแต่เขาจำได้ตั้งแต่วันเกิด ไปจนถึงอาหารที่ผมชอบ เรื่องบางเรื่องโธมัสยังไม่ใส่ใจจะจำเลยด้วยซ้ำ นั่นทำให้ผมรู้สึกว่ามินโฮเป็นคนสำคัญมากๆ สำหรับผม ผมรู้ว่ามันดูบ้าที่เอาแต่แชทกับเขาทั้งวันทั้งคืนแล้วก็ยิ้มให้กับโทรศัพท์ นั่นทำให้โธมัสล้อผมมาตลอดว่าผมเป็นแฟนกับเกย์เฒ่าในโซเชียลรึเปล่า แต่ผมสาบานได้เลยว่าผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้คุยกับเขา

เวลาอยู่ที่โรงเรียน ผมกับมินโฮจะพยายามไม่คุยกัน เพราะต่างคนต่างก็มีภาพจำของตัวเองว่าต้องเงียบ ต้องขรึม ที่สำคัญต้องไม่ชอบหน้ากันด้วย เป็นเรื่องตลกเหมือนกันที่เมื่ออยู่ด้วยกันสองคน พวกผมทั้งบ้าทั้งรั่ว

 

วันงานเลี้ยงของโรงเรียน

“ฉันไปรับเทเรซ่าก่อนนะนิวท์ เจอกันที่งานแล้วกัน” โธมัสบอกขณะที่ผมกำลังแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำ จนถึง ณ เวลานี้ผมก็ยังไม่เคยได้เห็น เทเรซ่า แฟนสาวของโธมัสเลย แต่อย่างน้อยผมก็รู้แน่ว่าเธอมีตัวตนจริง เพราะเขาจะยอมให้ผมเจอเธอวันนี้แล้ว “แล้วคู่เดตของนายจะมามั้ย?” โธมัสถามต่อ

“ฉันไม่มีคู่สักหน่อย เคยบอกไปแล้วนี่” ผมพูดเสียงอู้อี้ก่อนบ้วนปาก

“อ้าว ก็คนที่นายแชทด้วยทั้งวันทั้งคืนนั่นไม่ใช่หรอกหรอ?” เขาถามเพราะอยากรู้จริงๆ

“นั่นเพื่อนฉันน่ะ” ผมพูดพร้อมกับเดินออกมา โธมัสกำลังยืนเซ็ตผมอยู่ที่หน้ากระจก พยายามทำทุกวิถีทางให้เหมือนยังไม่ได้เซ็ต

“ขนาดฉันเป็นคนตัวเป็นๆ อยู่นี่ นายยังคุยกับฉันน้อยกว่าที่คุยกับคนนั้นในแชทเลยนะ แน่ใจหรอวะเป็นเพื่อน” โธมัสพูดเป็นเชิงจับผิดแบบเล่นๆ หน้าตาทะเล้นบ่งบอกว่าวันนี้อารมณ์ดีมาก

ผมโยนผ้าขนหนูที่ปิดท่อนล่างอยู่ใส่หน้าโธมัส “ไปหาแฟนนายไป๊” ผมทำท่าไล่แล้วก็เดินไปแต่งตัวที่ตู้เสื้อผ้า

“อย่าให้ฉันรู้เชียวนะว่าหมอนั่นเป็นใคร” โธมัสพูด เขาเดินเข้ามาตีก้นผมหนึ่งทีก่อนจากไป

 

ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ในงานเลี้ยงครับ มันเป็นงานฉลองวันคล้ายวันก่อตั้งโรงเรียนก็จริง แต่พ่อก็ไม่มา ผมกับโธมัสไม่รู้สึกว่ามันเป็นปมด้อยหรอกครับ มันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ในงานวันนี้ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน อาจารย์ หรืออาจารย์ใหญ่ ทุกคนจะแต่งตัวจัดเต็มกันมากครับ ไม่รู้ว่าจะโชว์ใครเพราะเกือบทั้งโรงเรียนก็เป็นผู้ชายกันหมด จะมีก็แต่พวกที่ชวนแฟนมาเปิดตัวที่งานนี้ ซึ่งต่อให้แฟนคุณไม่สวยยังไง ถ้ามาอยู่ที่นี่พวกเธอก็จะโดนจีบครับ แต่ผมก็เห็นทุกคนที่มีแฟนก็ยังคงพามาอยู่ดี

“เฮ้นิวท์ นายมาคนเดียวหรอ?” ชัคกี้ เพื่อนตัวน้อยของผมเดินเข้ามาหาผมที่กำลังนั่งถือขวดเบียร์อยู่แถวราวบันไดห้องโถงใหญ่ของโรงเรียนขณะที่คนอื่นๆ กำลังแดนซ์กระจาย ชัคกำลังถือจานไส้กรอกอยู่ในมือ ท่าทางดูมีความสุขมาก

“ใช่ เหมือนนายแหละ” ผมพูดพร้อมกับเอามือขยี้หัวของเขา

“ว่าแต่นายเห็นแฟนโธมัสรึยัง? สวยมากๆ เลยนะ” ชัคพูดขณะกำลังเคี้ยวไส้กรอก

“มาแล้วหรอ? ฉันกำลังรอดูอยู่เลย” ผมลุกขึ้นยืน ชัคชี้นิ้วไปที่น้ำแข็งเกาะสลัก ตรงนั้นเป็นที่ที่มีคนรายล้อมอยู่เต็ม ผมมองอะไรไม่เห็นเลยจนกระทั่งอยู่ห่างจากโธมัสแค่ 5 ฟุต

“โธมัส!” ผมเรียกเขาเสียงดังก่อนที่จะฝ่าฝูงชนเข้าไปประชิดตัวได้

“นิวท์! นี่แฟนฉัน เทเรซ่า” โธมัสแนะนำแฟนของเขากับผม “เทเรซ่า นี่โธมัส” ผมหันไปมองเทเรซ่าแฟนของเขา ก่อนที่ในซีรีบัมลึกๆ จะนึกอะไรออก

“นิวท์ นี่แฟนฉันเอง” หญิงสาวบอกเมื่อผมเดินมาส่งเธอที่สวนสาธารณะ

เธอเป็นคนเดียวกันกับที่ผมตั้งใจจะจีบเมื่อเดือนก่อนแต่ดันมีแฟนแล้ว

ใช่ๆ เธอมีแฟนแล้ว

แต่แฟนคนนั้นไม่ใช่โธมัสนี่!

แถมตอนนั้นโธมัสก็บอกว่าคบกับเธออยู่ไม่ใช่หรอ

นี่มันอะไรกัน?!

ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งโธมัสเอาศอกสะกิดผมเบาๆ

“นิวท์ ฉันรู้ว่าแฟนฉันสวย แต่นายก็ไม่ควรเสียมารยาทนะ” โธมัสพูด ก่อนที่จะเดินเข้าไปยืนข้างๆ เทเรซ่า เธอกำลังยิ้มอย่างมีเลศนัย ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเธอจะจำผมได้... ไม่สิ เธอจำได้แน่นอน

“โธมัส ฉันอยากคุยกับนายสักเดี๋ยว” ผมพูดพร้อมกับยื่นมือไปจับข้อมือของโธมัส แล้ว ลาก เขาออกมาจากบริเวณนั้น

“เดี๋ยวฉันมานะ” โธมัสตะโกนบอกเทเรซ่า

ผมรู้ว่าผมไม่ควรจะพูดแต่ผมต้องพูด เธอคนนั้นมีแฟนอยู่อีกคนนึง นั่นถือเป็นการคบซ้อน และมันไม่ดีเลยถ้าจะปล่อยให้โธมัสต้องช้ำใจทีหลัง โธมัสจะต้องโกรธผมมากๆ แต่มันคงจะดีกว่าถ้าเขารู้ความจริงซะก่อน

 

ผมลากโธมัสออกมาหลังที่จัดงาน มันแทบจะไม่มีคน เสียงยังมีเล็ดลอดออกมาบ้างแต่มันก็เงียบกว่าข้างในเยอะ

“เป็นอะไรของนายน่ะนิวท์?” โธมัสถาม เขาดูจะเริ่มหงุดหงิดแล้ว

“ฉันมีเรื่องต้องบอกนายโธมัส” ผมพยายามรวบรวมความกล้าแล้วพูดออกไป “แฟนนาย... มีแฟนอีกคน...” ผมพูดออกไปแล้ว ถึงแม้มันอาจจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ แต่ผมรู้ว่าโธมัสเข้าใจสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อ

“นายว่าไงนะ” นั่นไม่ใช่ประโยคคำถามแน่นอน “นายบอกว่าเทเรซ่ามีคนอื่นอย่างงั้นหรอ? นายบ้าไปแล้วหรือไงโธมัส! เธอเป็นแฟนของฉัน เป็นแฟนคนที่ฉันรักมาก และฉันจะไม่ยอมให้นายมาทำลายความสัมพันธ์ของฉันอีก!!” โธมัสโกรธจัดจนหน้าแดง ผมรู้สึกผิดที่บอกเขาเรื่องเทเรซ่า แต่ผมไม่อยากให้เขาเสียใจไปมากกว่านี้ในตอนหลัง “ที่ผ่านมา แฟนแต่ละคนของฉันนายจะต้องมีปัญหาตลอด บอกว่าคนนั้นนิสัยอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันยอมเลิกกับพวกนั้นตลอดเพราะฉันถือว่านายเตือน แต่นี่มันมากเกินไปแล้วนะนิวท์ ที่นายมาบอกว่าเทเรซ่ามีคนอื่นทั้งๆ ที่นายยังไม่ทันได้รู้จักกับเธอเลยน่ะ!”

ทันทีที่พูดจบโธมัสก็เดินกลับหลังไป เขาไม่อยากฟังผมพูดอะไรอีกแล้ว แต่มันถึงเวลาที่ผมจะต้องปกต้องตัวเองบ้าง

“เดี๋ยวสิโธมัส ฉัน...” ผมพยายามจะอธิบายต่อ แต่เขาก็เตะกระถางต้นไม้ที่ขวางทางอยู่จนมันคว่ำและแตก เขาไม่อยากได้ยินอะไรแล้วจริงๆ แต่เขาก็พูดอะไรบางอย่างออกมา ซึ่งมันทำให้ผมชาไปทั้งร่าง

“รู้มั้ยนิวท์... เพราะเป็นแบบนี้แหละนายถึงได้ไม่มีเพื่อนเลยสักคน” ประโยคนี้ทำให้ผมโกรธจนตัวสั่น

ผมรู้ว่าเขาเกลียดสิ่งที่ผมทำ แต่สาบานได้เลยว่าที่ผ่านมารวมถึงครั้งนี้ผมทำเพื่อเขาจริงๆ แล้วที่ผมไม่มีเพื่อนเลยสักคน มันไม่ใช่เพราะผมต้องตัวติดกับเขาหรอกหรอ?! มันจริงที่ผมอาจจะพูดอะไรที่ตรงเกินไปบ้างในบางครั้ง แต่มันก็ไม่ถูกที่เขาจะมาว่าผมแบบนี้

คงคิดว่าฉันโกรธนายไม่เป็นงั้นสิ

ผมนั่งลงที่ที่นั่งพักริมน้ำ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนกระทั่ง

ครืดดด ความรู้สึกสั่นๆ ในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมหลุดออกจากความคิดฟุ้งซ่าน มีใครบางคนส่งข้อความมา ได้แต่คาดหวังว่าจะเป็นโธมัสที่ส่งมาขอโทษ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ทำหรอก

นายไม่มางานหรอ ฉันไม่เห็นนายเลย แล้วมันก็ไม่ใช่โธมัสจริงๆ นั่นแหละ แต่เป็นข้อความจากมินโฮ

ฉันอยู่ที่หลังห้องประชุมน่ะ ผมตอบกลับไปแบบส่งๆ ยังไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น

“เฮ้” ผ่านไปไม่กี่นาที เสียงที่คุ้นเคยของมินโฮก็ดังขึ้น เขาเดินเข้ามานั่งลงที่ข้างๆ ผมไม่อยากพูดอะไรมาก เพียงแค่ยิ้มมุมปากเป็นการทักทายยังยากเลยสำหรับเวลานี้ “ฉันหยิบมาให้” มินโฮพูดพร้อมกับส่งขวดเบียร์ให้ผม เขานั่งลงที่ข้างๆ แล้วกระดกขวดเบียร์

 

“มันไม่เป็นไรหรอก ถ้าจะทะเลาะกันบ้าง มันเป็นเรื่องธรรมดา” มินโฮบอกหลังจากที่ในที่สุดผมก็ยอมเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง เขาเอียงตัวมาชนผมเบาๆ ให้เอียงข้างไป

“ฉันรู้ แต่เขาทำเหมือนทุกอย่างมันเป็นเพราะฉันอย่างงั้นแหละ” ผมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป เป็นครั้งแรกที่ได้พูดสิ่งที่คิดกับคนอื่นที่ไม่ใช่โธมัสบ้าง

“ที่เขาต้องการก็แค่เวลาน่ะ” มินโฮพูด “อย่าเซ็งอะไรไม่เข้าเรื่องเลย กลับเข้างานกันเถอะ” เขายื่นมือมาขยี้ผมของผมจนเละ ที่เซ็ตมาไม่มีประโยชน์เลย

“ไม่อ่ะ ฉันไม่อยากเข้าไปเสียงมันดังมากเลย” ทันทีที่ได้ยิน มินโฮก็เผยรอยยิ้มมีเลศนัย

ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงผมก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านมินโฮ เจ้าของบ้านกำลังไขกุญแจเข้าบ้าน เป็นความคิดที่ดีแล้วที่ชวนผมออกมาจากโรงเรียน

............................................................
ครึ่งเรื่องแล้วจ้า (มั้ง ?) 555555555555555555+
ฝากติดตามกันต่อไปด้วยเด้อ กิกิ ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #56 milang-gell Lavernie (@directioner4ever) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 20:03
    โทมัสงี่ง่าวววว 5555 เดี๋ยวเถอะ นิวท์อุตส่าเตือน มินโฮหล่อลากกระชากติ่งมากค่าาา >< 5555
    #56
    0
  2. #37 namfonchoi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 16:54
    ชอบการจีบเเบบส่งข้อความอะ ดูน่ารัก ใส่ใจ ไม่วุ่นวายมากเกินไป ดูสมจริงมากๆ



    เเต่ว่าโธมัสดูพูดเเรงไปหน่อย ก็ดีเเล้วเเหละเขาจะได้สวีทกัน5555555555555
    #37
    0
  3. #22 supzerofour (@supzerofour) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 / 00:02
    อ่านเพลินๆ มาเจอโน้ตคนแต่ง...ครึ่งเรื่องแล้วจ้า! ห๊าาาา!! นี่อ่านเพลินๆครึ่งเรื่องแล้วเหรอ ขอเวลานอก สต๊อปปุ โชว์ใบเหลือง ใบแดง ใบเขียว ใบขาว ขอต่อเวลา โน โน โน อย่าเพิ่งจบเลย ดราม่ามันส์ๆ ทั้งเจ็บทั้งเศร้า เจ้าชายกุงเกงสตอร์เบอร์รี่กำลังพาเด็กกวนประสาทไปปลอบใจในบ้าน...ฮาๆ ไม่ขอเสริมความคิดใดๆเพราะรู้ๆเจตนากันอยู่ ฟินนน ปกติไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องที่ใช้สรรพนามบุรุษที่1ในการดำเนินเรื่อง แต่ขอเรื่องนี้ แนวนี้ แบบนี้ไว้เถอะ หนุกมากจริงๆ ทั้งฮา ทั้งขำ ว่าไงดีล่ะ เปรี้ยวหวานขมผสมกันอย่างลงตัว มีทุกรสชาติเลย!
    #22
    0
  4. #10 เดมอส (@hoga) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 11:42
    มินโฮจะทำไรนิวท์อ่ะ...พาเข้าบ้านไปแล้ว//ฟินนนนนน
    #10
    0