fanfic } The Reason ; Maze Runner { Minho x Newt }

ตอนที่ 4 : 3 { 100% }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ต.ค. 57

3

“เทเรซ่า!” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ผมและเทเรซ่าหันไปมองทางต้นเสียง เห็นเป็นชายหนุ่มรูปร่างนักกีฬาคนนึงวิ่งเข้ามาหาเธอ “โว้ว นี่ใครกันเนี่ย?” ชายคนนั้นทำหน้าพร้อมต่อยตีใส่ผม

“นี่นิวท์ เราเพิ่งเจอกันเมื่อกี้นี้น่ะ” เทเรซ่าบอกกับผู้มาใหม่ “นิวท์ นี่แฟนฉันเอง”

WTF ?!!!!!

“อ่อ โอเคครับ ถ้าอย่างงั้นผมกลับก่อนแล้วกันนะ” ผมพูดพร้อมกับยิ้มแหยๆ มันช่างน่าอับอายอะไรเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ร้อยวันพันปีจะได้เจอคนที่ถูกใจแท้ๆ เขาก็ดันมีแฟนแล้วอีก! จะว่าไปแล้วเธอก็ชื่อเหมือนแฟนโธมัสเลยแฮะ ถ้าหากว่าเราได้เป็นแฟนกันก็คงจะตลกดี... แต่ก็นั่นแหละครับ เธอมีแฟนแล้ว ถือเป็นอันจบ

ไปเดินเล่นดีกว่า

 

“นิวท์” เสียงของใครบางคนดึงสติผมระหว่างที่กำลังเดินเอื่อยเฉื่อยไปรอบเมืองเล็กๆ นี่ ผมหันไปหาต้นเสียง ซึ่งอยู่บริเวณหน้าบ้านเดี่ยวหลังเล็กที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ป่าสาธารณะ

มินโฮกำลังรดน้ำสนามหญ้าบ้านในสภาพกางเกงบ๊อกเซอร์ลายสตรอเบอร์รี่สีชมพู และเสื้อกล้าม...

“อ้าว สวัสดีครับ” ผมเดินเข้าไปเกาะที่รั้วไม้ทาสีขาวเตี้ยๆ ห่างจากมินโฮไปประมาณ 5 ฟุต มินโฮโยนสายยางลงกับพื้นแล้ววิ่งมาเปิดประตูรั้วให้ผมเข้าไป ผมของเขายังคงถูกเซ็ตเอาไว้เป็นตู่ ภพธรเหมือนเดิมแม้จะอยู่บ้านก็ตาม

มินโฮเดินไปปิดน้ำ แล้วเชิญให้ผมเข้าไปในบ้าน พวกผมทักทายกันตามปกติ ก่อนที่ผมจะเข้ามานั่งกินอาหารกลางวันฝีมือมินโฮ ซึ่งถึงแม้ว่าหน้าตามันจะประหลาด แต่รสชาติก็ถือว่าดีมาก

“ว่าแต่นายมาเดินทำอะไรคนเดียวแถวนี้ล่ะนิวท์ ไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนหรอ?” มินโฮถาม เขาใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกชิ้นใหญ่ เข้าปาก

“ผมไปหาชุดใส่สำหรับงานโรงเรียนกับโธมัสมาครับ แต่หมอนั่นมีนัดกับพวกเพื่อนตัวประหลาด ผมไม่อยากกลับบ้านก็เลยเดินเล่นไปรอบๆ น่ะครับ ไม่คิดว่าจะเดินจนมาเจอบ้านคุณ” ผมพูดแล้วก็หัวเราะออกมาน้อยๆ มันบังเอิญมากที่ผมมาเจอเขาตอนนี้

“อ๋อ ว่าแต่นายจะไปงานเลี้ยงกับใครล่ะ?” คำถามแทงใจมากครับ

ผมส่ายหัวแบบเซ็งๆ “ผมไม่มีคนไปด้วยหรอกครับ ผู้หญิงเกือบทุกคนที่ผมจีบมีแฟนแล้วกันเกือบหมดเลย” เพียงเสี้ยววินาที ผมสาบานได้ว่าเห็นรอยยิ้มของมินโฮ

“ไม่อยากจะเชื่อเลยแฮะ ทั้งๆ ที่นายก็ตัวติดกับโธมัสขนาดนั้น หมอนั่นน่าจะหญิงเยอะอยู่ นายไม่สนใจใครสักคนนึงบ้างเลยหรอ?”

“ไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจหรอกนะ พวกเธอต่างหากที่ไม่สนใจผม” มินโฮหัวเราะหึหึ เดินไปหยิบเบียร์มาสองสามขวด ก่อนที่จะโยนขวดนึงให้ผม มันทำให้เขาเหมือนเป็นเพื่อน หรือพี่ชายอีกคนของผมไปซะอย่างงั้น

“เฮ้ ผมเป็นนักเรียนนะ” ผมรับขวดเบียร์มาแล้วเปิดมัน รีบกระดกก่อนที่วิญญาณคุณครูมินโฮจะกลับมาเข้าร่าง

“ตอนนี้ฉันดูเหมือนคนเป็นอาจารย์หรอ?” มินโฮยกแขนข้างนึงพิงตู้เย็นโชว์ขนจั๊กกะแร้ แล้วใช้มืออีกข้างยกขวดเบียร์ขึ้นดื่ม แน่นอน ประกอบกับเสื้อกล้าม และกางเกงบ๊อกเซอร์ลายสตรอเบอร์รี่นั่น เขาดูไม่ใกล้เคียงคำว่าครู หรืออาจารย์เลยแม้แต่นิดเดียว

ผมปล่อยเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ นั่นทำให้มินโฮยิ้มจนตาเป็นขีดๆ “ฉันสาบานได้ว่านั่นเป็นเสียงหัวเราะที่ดัง และชัดเจนที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมันจากนาย” มินโฮบอก

 

ผมนั่งเล่นวิดิโอเกม ดูฟุตบอล และนั่งคุยเล่นกับมินโฮไปอีกหลายชั่วโมง กว่าจะรู้ตัวก็เย็นมากแล้ว และนั่นเป็นเหตุให้มินโฮกับผมมาต่อสู้กับเตาไฟฟ้าในครัว

พวกผมกำลัง พยายามทำอาหารเย็นกันอยู่ครับ

“เฮ้นิวท์ นายช่วยหยิบชีสมาให้ฉันหน่อยสิ”

“มินโฮ นายส่งน้ำมันมะกอกมาได้มั้ย?”

“นิวท์ เปิดเครื่องดูดอากาศที โซฟาบ้านฉันเหม็นหมดแล้ว”

“เนื้อนี่มันต้องย่างกี่นาทีน่ะมินโฮ ฉันไม่เคยทำจริงๆ นะ”

ใช่ฮะ คุณ กับ ผม และ ครับ มันหายไปหมดแล้วครับ ผมกับมินโฮเป็นเพื่อนกันเรียบร้อย และพบว่าเราเข้ากันได้ดีมากๆ บางทีผมก็มีความคิดไม่ดีที่ว่า ถ้าผมกับโธมัสไม่ได้สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก บางทีผมอาจจะเข้ากันได้ดีกับมินโฮมากกว่าที่เข้ากับโธมัสก็ได้

หลังจากที่วุ่นวายอยู่ในครัวกันมาเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ผมกับมินโฮก็นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เตรียมทานมื้อเย็นที่ประกอบกันขึ้นมาอย่างยากลำบาก สปาเก็ตตี้ และเสต็กวางอยู่ตรงหน้า ซึ่งหน้าตามันก็ค่อนข้างแย่เหมือนมื้อกลางวันของมินโฮนั่นแหละครับ ผมเองก็ได้แต่ภาวนาว่ามันก็คงจะรสชาติดี

“สัญญากับฉันมั้ย ว่าถ้ากินเสต็กของนายแล้วจะไม่ท้องเสีย” มินโฮถามก่อนที่จะใช้ส้อมและมีดหั่นชิ้นเนื้อสีน้ำตาลเข้ม (เกือบดำ) ขึ้นมา

“นายต้องสัญญาก่อนว่าถ้าฉันกินสปาเก็ตตี้ของนายแล้วจะไม่ตาย” ผมว่าแล้วใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้จากชามใหญ่ตรงกลางขึ้นมา

“หนึ่ง” มินโฮเริ่มนับ

“สอง” ผมนับต่อ

“...” ในวินาทีที่ควรจะพูดว่า สาม ผมและมินโฮก็เอาอาหารเข้าปากพร้อมกัน

ผมไม่รู้ว่ามินโฮจะโชคดีเหมือนผมมั้ย แต่สปาเก็ตตี้ที่เขาทำมันรสชาติดีกว่าที่ผมคิดเอาไว้เยอะมากๆ

“เฮ้ ฉันชอบเสต็กเนื้อของนายนะ” มินโฮบอก เขายิ้มแล้วหั่นชิ้นเนื้อในจานขึ้นมากินต่อ

พวกเรานั่งกินข้าว และคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งดึก มินโฮชวนให้ผมดูหนังที่บ้านต่ออีกสักเรื่องสองเรื่อง และในวินาทีที่กำลังจะตอบตกลง ผมก็เพิ่งได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้นเป็นครั้งแรก... เอ่อ... ไม่ได้หมายความว่ามันเพิ่งดังนะครับ มันดังมาหลายครั้งมากแล้ว แต่พวกผมไม่มีใครได้ยินเลย

(เฮ้นิวท์ นายไปอยู่ที่ไหนน่ะ?! ฉันไม่มีกุญแจเข้าบ้านนะ) โธมัสนั่นเอง เขาดูโกรธมากที่ผมไม่อยู่รอเปิดประตูบ้านให้เขา ที่ผ่านมาผมเป็นคนพกกุญแจตลอดเพราะผมไม่ค่อยชอบออกไปไหน

“ฉันอยู่บ้าน... เอ่อ...” ผมมองหน้ามินโฮ เกือบลืมไปแล้วว่าพวกเขาไม่ชอบหน้ากัน มินโฮทำปากขมุบขมิบว่า เพื่อน “เอ่อ... ฉันอยู่บ้านเพื่อนน่ะ จะรีบกลับเดี๋ยวนี้แหละ” ผมรีบวางโทรศัพท์แล้วใสเสื้อโค้ท “เดี๋ยววันหลังฉันจะมาบ้านนายอีกนะ” ผมบอกกับมินโฮที่ยิ้มน้อยๆ แต่มองต่ำลง เป็นเชิงว่าเสียดายอย่างแรง

ผมรีบออกมาจากบ้านมินโฮ แล้ววิ่งกลับบ้าน โชคดีที่บ้านเราอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ช่วงถนน ไม่อย่างงั้นมีหวังโธมัสฆ่าผมตายแน่ๆ

แต่แล้วเมื่อผมไปถึงที่หน้าบ้านก็ไม่มีใคร และในบ้านก็ไม่มีสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิต นั่นทำให้ผมตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้สองอย่างคือเขาหลอกผมว่ามาถึงแล้ว หรือเขามาถึงแล้วจริงๆ แต่ความอดทนต่ำเกินก็เลยหนีไปเที่ยวต่อ

ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า

เขาก็เป็นคนใจร้อนอย่างนี้แหละ อย่าไปคิดมากเลย

ผมเปิดบ้านแล้วก็เข้าไปนั่งอยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น พยายามโทร.หาโธมัส ถือขวดเบียร์อยู่ในมือ และนิ่วหน้าคิ้วขมวด หงุดหงิดมากที่โธมัสทำแบบนี้ ผมรู้ว่ามันเป็นความผิดของผมเองที่ลืมเขา แต่รอก่อนไม่ได้เลยหรือไง ทำไมต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ด้วยการหายไปด้วย

ในที่สุดนาฬิกาโบราณที่อยู่ข้างบันไดก็ตีบอกว่าที่เที่ยงคืน ผมตัดสินใจวางกุญแจไว้ที่ใต้พรมเช็ดหน้าบ้านแล้วส่งข้อความไปบอกโธมัส ก่อนที่จะขึ้นไปนอนข้างบน

ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ มันทำให้ผมปวดหัวพอสมควร ศีรษะของผมหนักอึ้ง รู้สึกได้เลยว่าตัวร้อนๆ แต่อาการของคนเกือบเมาทั้งหมดนั่นก็ไม่ทำให้ผมหลับได้เลย ก็ในเมื่อเพื่อนผมมันออกไปทำอะไรอยู่ข้างนอกก็ไม่รู้นั่น!

ผมเชื่อว่าเขาต้องไปหาไอ้พวกแก๊งค์ไฮโซใจแตกแน่ๆ โธมัสเองก็ชอบบรรยากาศของการเที่ยวกลางคืนอยู่แล้ว คงจะไม่กลับมาง่ายๆ ผมรู้ว่าเขาฉลาด และร่างกายแข็งแรงพอที่จะดูแลตัวเองได้ แต่นั่นก็แย่อยู่ดีถ้าเทียบกับการยอมยืนรออยู่หน้าบ้านสักสิบนาที

ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมื่อมันสั่น คาดหวังให้เป็นโธมัสส่งข้อความมาด่า หรืออะไรก็ได้ที่จะบอกว่าเขาสบายดี

นายกับโธมัสโอเคมั้ย? ฉันเห็นเขาเพิ่งเดินผ่านหน้าบ้านฉันไปเมื่อกี้ ข้อความจากมินโฮทำเอาผมตาสว่าง เขาพูดเหมือนโธมัสอยู่คนเดียวเลย

เขาอยู่คนเดียวหรอ? มีพวกเด็กแก็งค์ หรือใครอยู่กับเขาบ้างมั้ย? ผมถามกลับไป

อยู่คนเดียว ข้อความนี้ทำให้ผมรู้สึกแย่หนักกว่าเก่า ผมไม่ตอบมินโฮ เพียงแต่โยนโทรศัพท์ไปไกลๆ เพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรผมเลย ผมล้างหน้าล้างตาแล้วออกไปตามหาโธมัส

ผมทิ้งกุญแจไว้ที่ใต้พรมเช็ดเท้าหน้าบ้านเหมือนเดิมเผื่อโธมัสจะกลับมาบ้านก่อน ผมปั่นจักรยานออกตามหาโธมัสไปทั่ว ไปหาทุกแก็งค์ที่โธมัสเคยพาผมไปเจอแต่เขาก็ไม่อยู่ และไม่มีใครเห็นเขาเลย ให้ตายเถอะ! ทำไมเรื่องแค่นี้นายต้องงี่เง่าอย่างนี้ด้วยวะ?!!

เวลาล่วงเลยไปจนตอนนี้ก็ตี 2 แล้ว ผมเริ่มถอดใจจนได้ และปั่นจักรยานกลับบ้าน โล่งใจมากเมื่อพบว่าไฟบนห้องนอนที่ผมปิดไว้ก่อนออกจากบ้านได้ถูกเปิดแล้ว

ผมเคาะประตูบ้านรอให้โธมัสลงมาเปิด ไม่นานเกินรอ เสียงเท้าเดินลงบันไดหนักๆ ก็ดังขึ้น โธมัสเปิดประตูให้ผมเขาบ้าน เขาจ้องผมตาเขม็ง ไม่พูดอะไรเลยสักคำ

“โธมัส ฉัน...” ตอนที่ผมกำลังจะพูดขอโทษ โธมัสก็เดินหนีผมขึ้นบันไดไป ผมวิ่งตามเขา “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนายไว้ข้างนอกนั่นนะ” ผมวิ่งไปบอกขอโทษไปจนโธมัสกลับเข้าห้องนอน แต่เขากันประตูไว้ไม่ให้ผมเข้า

“ฉันไม่ได้โกรธนายที่ทิ้งฉันไว้นิวท์ แต่ฉันโกรธที่โทร. หานายเป็นสิบสายแต่นายก็ไม่ได้สนใจจะรับมันเลยสักครั้งเดียว” โธมัสบอก เขาดูโกรธมากๆ

“ฉันขอโทษจริงๆ ตอนนั้นฉันอยู่กับเพื่อน แล้วฉันก็ไม่ได้สนใจโทรศัพท์เลย” ผมพยายามแก้ตัว

“แล้วเพื่อนที่นายว่าน่ะใครกัน? ฉันไม่เห็นนายมีเพื่อนเลยสักคน” และแล้วความโกรธก็ทำให้โธมัสเริ่มหยาบคายใส่ผม ตอนนี้เขาทำตัวอย่างกับเป็นแฟนสาวของผมอย่างงั้นแหละ

“...” ผมไม่กล้าตอบว่ามินโฮจริงๆ ถ้าเขารู้ว่าผมเป็นเพื่อนกับมินโฮในสถานการณ์แบบนี้ มีหวังมองหน้ากันไม่ติดไปเป็นอาทิตย์แน่ๆ

โธมัสถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนที่เขาจะปิดประตูห้องนอนใส่ผม เป็นสัญญาณอันดีแล้วที่บอกว่าผมต้องไปนอนบนโซฟาข้างล่าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #55 milang-gell Lavernie (@directioner4ever) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 19:58
    มินโฮ ผมเป๊ะตลอดข่ะะ 55555 ตลกกางเกงลายสตอเบอร์รี่สีชมพู 55555
    #55
    0
  2. #54 milang-gell Lavernie (@directioner4ever) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 19:52
    มินโฮ ผมเป๊ะตลอดข่ะะ 55555 ตลกกางเกงลายสตอเบอร์รี่สีชมพู 55555
    #54
    0
  3. #36 namfonchoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 16:50
    โธมัสขัดคอจังวุ้ย 55555555 ตอนที่ขี่จักรยานตามหานี่เเอบซึ้งวะ ดูเเบบเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ *เช็ดน้ำตา*
    #36
    0
  4. #21 supzerofour (@supzerofour) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 23:48
    ช็อกระดับโลกข้อแรก เทเรซ่า แฟนใครว๊า! ข้อสอง มินโฮแต่งตัวชิวไปไหน(อิชั้นอยากจะเห็นบ้างไรบ้าง) ข้อสาม มินนิวท์น่ารักเกินบรรยาย ข้อสี่ อิตาโธมัสงอนได้เหมือนกันนี่หว่า ข้อห้า สงสารนิวท์ชิบ แหกตาตื่นกังวลเพื่อนหาย ตีสองกลับมาต้องนอนโซฟา กำกำแบแบ 
    #21
    0