fanfic } The Reason ; Maze Runner { Minho x Newt }

ตอนที่ 2 : 1 { 100% }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ต.ค. 57

1

“นิวท์!” เสียงปรามจากอัลบี้ดังขึ้น

กริ๊งงงง เป็นโชคดีของผมที่ออดหมดคาบโฮมรูมมันดังขึ้นก่อนที่อัลบี้จะว่าอะไรผมได้ แต่ไม่รู้จะเป็นโชคดีของ ‘มินโฮ คุณครูสอนคณิตศาสตร์คนใหม่ของเรารึเปล่า ที่ต้องเจอนักเรียนอย่างผมในวันแรกของการทำงาน และเป็นคาบแรกของวัน

 

“เอาล่ะ ไหนๆ ก็รู้จักกันแล้ว งั้นเราเริ่มเรียนกันเลยแล้วกัน” เสียงโห่เถื่อนๆ ของชายฉกรรจ์ในห้องดังขึ้น นั่นไม่สามารถหยุดมินโฮให้หันหลังไปทะเลาะกับกล่องชอล์ก และกระดานดำได้

“นิวท์!” โธมัสเรียก ผมหันไปหา เขาเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง “นายคิดว่าหมอนี่จะอยู่ได้นานขนาดไหน ?” เขาทำหน้าเจ้าเล่ห์ พร้อมกับขยำกระดาษสมุดหุ้มลูกเบสบอลไว้ ตั้งท่าจะปาใส่กระบังคนที่ยืนคุยอยู่กับตำราเรียนเล่มหนา

“เทียบกับลูอิส ฉันว่าไอ้หมอนี่ดูอ่อนหัดกว่าเยอะเลยว่ะ” ผมบอกต่อ “ถ้าลูอิสอยู่ได้ 4 สัปดาห์ ลุงตู่นี่คงอยู่ได้สัก 2 สัปดาห์ล่ะมั้ง” ผมพูดก่อนที่จะเริ่มยืดแขนยืดขา เป็นสัญญาณอันดีแล้วของการพักผ่อน แต่ไม่ทันไรคู่หูของผมมันก็สร้างปัญหาจนได้

ปั้ก !

เสียงลูกเบสบอลหุ้มกระดาษของโธมัสกระทบเข้ากับอะไรแข็งๆ ผมเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะเลคเชอร์... เอ่อ... ไม่ใช่ว่ามินโฮจะใช้กระหม่อมรับลูกเบสบอลได้หรอกครับ แล้วเขาก็ไม่ได้มีกระบวนท่าพิสดารที่จะหลบหลีกวิถีกระสุนจากโธมัสด้วย เพียงแต่ไอ้คนข้างๆ ผมมันดันโยนไม่แม่นเอง...

บรรยากาศในห้องที่ก่อนหน้านี้ก็ช้งเช้งอยู่พอสมควรเงียบลง บรรดาเสือสิงทั้งหลายต่างก็หันมามองที่ผมกับโธมัสเป็นตาเดียว ก่อนที่มินโฮจะก้มลงไปเก็บลูกเบสบอลขึ้นมาอย่างงงๆ เขาไม่ได้โต้ตอบ เพียงแต่ใช้เวลาเสี้ยววินาทีชายตามองโธมัส นั่นทำให้โธมัสโกรธจนควันออกหู เขาเกลียดสายตาดูถูกแบบนั้นชะมัดเลย ให้ตายเถอะ!

โธมัสก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปหามินโฮที่อยู่หน้าห้อง กระชากคอเสื้อ และจับเขากระแทกกับกระดาน โดยโธมัสมีความคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นสีหน้าผวาของมินโฮ

“แกจะมองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นไม่ได้นะ” โธมัสพูดกับมินโฮเสียงเย็นเฉียบ “ถ้านายจะรู้ตัวซะบ้างว่าที่ที่ยืนอยู่ตอนนี้เป็นของใคร” โธมัสบอก “เพราะฉะนั้นแกต้องขอโทษฉันเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะต้องเปลี่ยนไปสอนเด็กอนุบาลแทน!” คุณคงจะพอเข้าใจอะไรบ้างแล้วล่ะ

ใช่แล้ว คุณพ่อของโธมัสเป็นเจ้าของที่ดินของโรงเรียนนี้ เขาบริจาคมันให้กับผู้ก่อตั้งโรงเรียนเมื่อ 20 ปีก่อน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมโธมัสถึงกล้าหือกับอาจารย์ทุกคนในโรงเรียนนี้ และผมก็เป็นหนึ่งในคนที่แสบที่สุดรองจากเขา เพราะผมเป็นลูกบุญธรรมของพ่อ

ผมกับโธมัสสนิทกันตั้งแต่ยังเด็กๆ เราทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระตั้งแต่เล็กจนโต จนไม่มีเรื่องอะไรเหลือให้ทะเลาะกันอีกแล้ว

“ขอโทษทีนะ พอดีอาจารย์อัลบี้บอกกับฉันว่าที่นี่เป็นเขตปลอดอภิสิทธิ์” มินโฮตอบกลับอย่างสงบ ประโยคนั้นคงทำให้โธมัสถึงกับช็อค ไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะอาจารย์คนไหนๆ ทุกคนที่ถูกเขาหาเรื่องต่างก็ยอมทำตามทุกอย่างที่เขาบอกตลอด

แขนกำยำที่กดร่างของมินโฮติดกับกระดานเหมือนอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด มินโฮใช้มือหนาของเขาผลักโธมัสออกไป พวกเขาดูแข็งแรงเท่าๆ กันเลย

โธมัสสูดลมหายใจเข้าและออกเสียงดังตลอดเวลาที่นั่งเรียนวิชาคณิตศาสตร์

“ไอ้หมอนี่สอนไม่เห็นรู้เรื่องเลย ฉันจะเอามันออก” โธมัสบ่นเป็นหมีกินผึ้งอย่างนี้ตลอดเวลาที่มินโฮสอน ตัวผมเองที่ควรจะได้พักผ่อนก็ต้องจำใจแหกขี้ตาตื่นขึ้นมานั่งฟังไอ้โธมัสมันบ่นจนได้

แต่ในขณะเดียวกันนั้น ถ้าหากคุณฟังสิ่งที่มินโฮสอนอย่างที่ผมทำอยู่ล่ะก็ คุณจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาสอนดีมากๆ จนอยากจะให้ขึ้นหิ้งบูชาเป็นปรมาจารย์แห่งคุณครูคณิตศาสตร์ของโรงเรียนกันเลยทีเดียว

 

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันนึงที่พวกผมชายฉกรรจ์จะต้องเรียนคณิตศาสตร์ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่พวกผม (ผมกับโธมัส) ทำได้ดีทั้งๆ ที่เกลียดมันแทบตาย นั่นเป็นเหตุให้อาจารย์แนะแนวยัดพวกผมเข้าไปอยู่ในวิชาคณิตศาสตร์เกือบทุกรหัส มีแค่ไม่กี่คาบเท่านั้นที่ผมจะได้ไปผ่อนคลายกับงานเกษตร และคหกรรมบ้าง

เห็นผมกับโธมัสทื่อๆ แข็งๆ แบบนี้ แต่หมักปุ๋ยเก่งสุดๆ เลยล่ะ

จะว่าไปแล้วนี่ก็ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 4 แล้วที่มินโฮมาสอนอยู่ที่โรงเรียนของเรา เขาเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แม้กระทั่งพวกอาจารย์ด้วยกันบางคนยังไม่รู้จักชื่อเขาเลยด้วยซ้ำ เวลาผมแอบโธมัสไปถามโจทย์เลขแล้วถามหาเขาก็แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย ถ้าไม่บอกลักษณะว่าเหมือนตู่ ภพธรก็คงจะไม่รู้

จะว่าไปผมกับเขาก็ได้คุยกันแค่ครั้งสองครั้งเองนะ เพราะเป็นที่รู้กันทั่วไปหมดว่าโธมัสเกลียดมินโฮ ทำให้ใครต่อใครเข้าใจว่าผมก็เกลียดด้วย แต่ที่จริงแล้วผมก็คิดว่าเขาเป็นอาจารย์สอนเลขที่ดีคนหนึ่งเลยล่ะ

“นิวท์ วันนี้ฉันจะไปเที่ยวกับเทเรซ่า นายกลับบ้านคนเดียวนะ” โธมัสเดินมาบอกผมที่กำลังยืนอ่านหนังสืออยู่ที่บันไดหน้าตึกเรียน ผมเงยหน้าขึ้นมามองโธมัสผ่านแว่นตากรอบสีดำ

“โชคดี”

 

นี่เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือนเลยก็ว่าได้ที่ผมกับโธมัสอยู่ห่างกันเกิน 10 เมตร เป็นเวลามากกว่า 20 นาที

ผมไม่ค่อยได้อยู่ห่างจากโธมัสสักเท่าไหร่ อันที่จริงถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในโรงเรียนชายล้วนล่ะก็ ผมกับโธมัสคงได้เป็นคู่จิ้นของบรรดาสาววายเป็นแน่แท้ โชคดีแล้วที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น

ร้อยวันพันปีจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

ผมพาร่างผอมบางของตัวเองไปทิ้งไว้ที่กลางสนามหญ้าของโรงเรียน เป็นที่ที่อากาศดี และสงบเงียบมากๆ ในเวลาบ่ายแบบนี้ ไม่รู้อะไรดลใจ แต่ผมก็เอนตัวลงนอนไปที่ผืนหญ้าเขียวชอุ่ม ถอดแว่นตาออกแล้ววางมันไว้ข้างตัว หนังสือนิยายวิทยาศาสตร์เล่มกะทัดรัดถูกใช้เป็นที่ปิดตาจากแสงแดดจ้า ทิ้งเรื่องราวไร้สาระรอบตัวไปทั้งหมดแล้วเริ่มจมเข้าไปสู่ธรรมชาติ

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ผมเริ่มรู้สึกตัวอีกครั้ง ลมเย็นๆ ที่มีกลิ่นหญ้าและกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆ ก็ลอยเข้ามาแตะที่ปลายจมูก มันทำให้ผมรู้สึกอยากหลับใหลไปกับกลิ่นอันแสนอ่อนโยนนี้เอามากๆ แต่อีกใจหนึ่งที่รู้ว่ามีใครสักคนอยู่แถวนี้ มันทำให้ผมต้องลืมตาตื่นแล้วยกหนังสือนิยายที่ปิดหน้าอยู่ออกจนได้ ถึงจะรู้ว่ากลิ่นนี้มันชวนฝันขนาดไหน แต่ในโรงเรียนชายล้วนแบบนี้คงไม่มีเจ้าหญิงตัวหอมมิ้นท์มานั่งอยู่หรอก

“ตื่นแล้วหรอ?” เสียงที่จะว่าคุ้นก็คุ้น จะว่าไม่คุ้นก็ไม่คุ้นดังขึ้นทันทีที่ผมเอาหนังสือที่บังตาอยู่ออก ดวงตาค่อยๆ เริ่มปรับตัว และเมื่อมันทำงานได้ดีขึ้น ภาพคนทางด้านขวาก็ทำให้ผมชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยอะไรออกไป “คุณมาทำอะไรแถวนี้”

“ถึงฉันจะไม่ใช่ลูกเจ้าของที่แถวนี้ แต่ฉันก็น่าจะยังมีสิทธิ์เดินในโรงเรียนนะ” มินโฮพูด ผมยิ้มน้อยๆ กับการจิกกัดของเขา นั่นเทียบไม่ได้เลยกับหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่โธมัสทำกับเขา

มินโฮส่งกระป๋องน้ำอัดลมสีดำแดงให้ผม ในมือเขาก็มีอีกหนึ่งกระป๋องเหมือนกัน

“ได้ยินว่าวันนี้นายมาที่ห้องพักครู มีเรื่องอะไรรึเปล่า” มินโฮว่าขณะยืดขายาวออกไป ยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า เป็นท่าทางสบายๆ ของเขาที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

“ผมแค่อยากถามโจทย์คุณข้อนึง” ผมบอกแล้วหันไปรอบตัว ตามหากระเป๋าเป้สีเข้มที่พกมา ก่อนที่จะพบว่ามันอยู่ข้างตัวของมินโฮ

ผมไม่พูดอะไร เพียงแต่ยืดตัวข้ามมินโฮไปหยิบกระเป๋า แต่มันดูเหมือนจะไกลเกินกว่าที่ผมกะไว้ (จะว่าผมเตี้ยเกินก็ไม่น่าจะใช่) ทำให้เสียหลักนิดหน่อยจนร่างทั้งร่างของผมลงไปกองอยู่ที่ตักของมินโฮ

“ขอโทษที” ผมเอ่ยออกมาเบาๆ

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเบาๆ

แต่อยากพูดเบาๆ

ที่มือของผมหยิบกระเป๋าเป้ได้แล้ว มินโฮจับตัวผมพลิกมาหาเขา ในเวลานี้ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากอยู่เฉยๆ กอดกระเป๋าเอาไว้ที่ตัว มินโฮเอาแขนข้างนึงล็อคที่เอวผมไว้ แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงมาจนปลายจมูกของเราชนกันเบาๆ

“ว่าไง ข้อไหนล่ะ” มินโฮพูด

เรียกสติผมจากสภาพพยูนเกยตื้นบนตักเขา

ขอโทษทีครับ ตัวเทานั่นเป็นความคิดสกปรกชั่ววูบของผมเองครับ

เขาไม่ได้ทำแบบนั้นหรอก

ผมรีบสปริงตัวจากสภาพที่แสนจะน่าอายนั่นแล้วนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ เขา รีบเปิดสมุดจดเล่มบางประจำวิชาของมินโฮ แล้วโชว์ข้อที่ไม่เข้าใจให้เขาดู มินโฮจึงค่อยๆ อธิบายที่มาที่ไปของวิธีทำแต่ละบรรทัดให้ผมรู้เรื่อง

แต่ไปๆ มากลับกลายเป็นว่า แทนที่จะเป็นผมที่ก้มดูสมุดแล้วฟังเสียง กลายเป็นเขากำลังอธิบาย ในขณะที่ผมจ้องหน้าของเขาซะอย่างนั้น

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

แต่หน้าร้อนชะมัด

ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังลมเย็นอยู่แท้ๆ

เปิดโจทย์ไปเรื่อยๆ

ข้อแล้วข้อเล่า

งงหรือไม่งง

เข้าใจหรือไม่เข้าใจ

ถามมันให้หมด

ยื้อเวลาเอาไว้ให้นานที่สุด

ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน'
.....................................................

สำหรับคนที่ติดตามกัน อย่าลืมทิ้งคอมเม้นท์เป็นขวัญกำลังใจกันด้วยเด้อ
เนื้อหา การใช้คำ การเล่าเรื่อง ดีไม่ดียังไงช่วยวิจารณ์กันหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากจ้า กิกิ

จะรีบมาต่อนะ :)))

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #69 พีท (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 23:05
    ลุงตู่555555555555
    #69
    0
  2. #51 milang-gell Lavernie (@directioner4ever) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 19:35
    นิวท์คิดอะไรหน่ะะะ !! 55555 แอร้ น่ารักง่าาา <3
    #51
    0
  3. #50 milang-gell Lavernie (@directioner4ever) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2557 / 19:34
    นิวท์คิดอะไรหน่ะะะ !! 55555 แอร้ น่ารักง่าาา <3
    #50
    0
  4. #34 namfonchoi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2557 / 16:43
    เกลียดตัวสีเทา555555555 ปล่อยให้มโนเเละหักดิบ -_-;;



    ชอบที่ฉากเป็นสนามหญ้า น่ารักกกก
    #34
    0
  5. #19 supzerofour (@supzerofour) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2557 / 23:26
    โอ๊ย ฮามาก ถึงนิสัยตัวละครจะสลับด้านสุดขั้วแต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคเลย มันกลับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ยิ่งอ่านยิ่งจมยิ่งขำ 
    เห็นภาพโธมัสเป็นอันธพาล นิวท์เป็นเด็กกวนประสาท มินโฮเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาว เอ้ย! ครูสอนเลข(หล่อมาก โฮกกก)
    ก๊ากหลายจุดมาก เห็นพวกผมแข็งๆทื่อๆแบบนี้ แต่หมักปุ๋ยเก่งสุดๆเลยล่ะ แบบ...ปล่อยระเบิดกร๊าก ฮาๆ ข้อความสีเทาด้วย โอ๊ย ฮาแหลก! ชอบจริงๆ 

    ปล.อยากจะเป็น FC แต่อินี่ดันโง่กดเป็นแฟนคลับไม่เป็น -_- ว่างๆใครซักคนสงเคราะห์ให้ที
    #19
    0
  6. #3 เดมอส (@hoga) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 16:54
    มินโฮหล่อไปในนิยายเขาเถื่อนกว่านี้นะ...แต่แบบนี้ก็ดีละ ฟินดีเหมือนกัน
    ห้ามทิ้งนะ มาอัพต่อด้วย
    #3
    0