คัดลอกลิงก์เเล้ว

Once upon a time in London

โดย - LILY -

มันไม่ได้นานมาก แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าทำไม ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำทุกอย่างเพื่อให้มันเป็นไปได้

ยอดวิวรวม

19

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


19

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 ก.พ. 62 / 19:45 น.
นิยาย Once upon a time in London Once upon a time in London | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ตอนแรกแต่งเพราะชอบนักร้อง
แต่แต่งไปแต่งมา
อ้าว
ชอบตัวประกอบเฉย

-----------------------------------------------

ก่อนที่จะไปอ่านกัน อยากให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า
คำว่า "คุณ" คือแทนตัวคุณนักอ่านทุกคนจริงๆ
นางเอกไม่ได้ชื่อคุณนะจ๊ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านนะ

-----------------------------------------------

ปล. เรื่องสั้นเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว
ผู้เขียนในตอนนั้นกับในตอนนี้ไม่ได้มีอะไรเหมือนกันอีกต่อไป
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านพอประปราย

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 ก.พ. 62 / 19:45



“เฮ้เลียม ! นายจะมาถึงเมื่อไหร่ ฉันรอนายมานานมากแล้วนะ !!” คุณบ่นโวยวายใส่โทรศัพท์ ขณะที่กำลังนั่งรอเพื่อนสนิทในสายอยู่ที่สวนสาธารณะ เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกทั้งห้าของบอยแบนด์ชื่อดัง และคุณก็เป็นเพื่อนสนิทมากๆ ของเขาที่เป็นคนไทย เพียงแต่คุณไม่เคยคิดที่จะยอมให้เลียมเอารูป หรือแม้แต่ชื่อของคุณไปลงอินเตอร์เน็ต

“อย่าบ่นเป็นยายแก่น่า ฉันใกล้ถึงแล้ว” -- ฉันไม่ใช่ยายแก่นะยะ ! -- เสียงดังผ่านโทรศัพท์เข้ามาปะปนกับทั้งเสียงภายนอกของฝั่งนั้น และที่ที่คุณอยู่

และไม่นานนักหลังจากวางสายเลียมก็มาถึงในสภาพหอบแฮกๆ คุณไม่ค่อยแน่ใจว่าเขาวิ่งมาไกลแค่ไหน แต่น่าจะเป็นสถานีรถไฟใต้ดินใกล้ๆ นี้

วันนี้คุณนัดกับเลียมไปเที่ยวด้วยกัน หลังจากที่เขาหายไปเป็นนักร้องอยู่นาน และนี่เป็นหนึ่งในวันหยุดยาวของเขา ที่จะได้ปลดแอกจากชื่อเสียงต่างๆ นานาที่ทับถมบนบ่า

เลียมเคยตกลงกับคุณไว้ว่าถ้าเขาใช้วิธีจีบแดเนียลแบบที่คุณบอกได้ผล เขาจะยอมทำอะไรก็ได้ตามที่คุณสั่งสามอย่างในวันหยุดของเขา และวันนี้ก็คือวันว่างที่เขาพูดถึง

“งานนายเป็นไง ?” คุณถามขณะที่กำลังโปรยข้าวโพดให้เหล่าเควิน

“ก็ดี ดีมากเลย” เลียมพูดพร้อมกับยิ้มแล้วล้วงมือเข้าไปในถุงข้าวโพด วันนี้เขามาในชุดคลุมตัวใหญ่ แถมยังทั้งใส่แว่นและติดหนวด หวังอย่างยิ่งว่าจะไม่มีใครมาคอยตามแอบถ่าย

“แล้วเรื่องแดเนียลล่ะ ?” คุณหันมาถาม แกล้งทำยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เลียม เขาหยิบข้าวโพดปาใส่รอยยิ้มมีเลศนัยใส่คุณ

“เห้ย ! ทำไรเนี่ย” คุณถามน้ำเสียงกวนๆ เลียมยิ้มหน้าแดง เขาเขินกับคำถามเกินกว่าจะให้คำตอบกับคุณได้

“แล้วเรื่องร้านเธอล่ะ เป็นยังไงบ้างหลังจากที่ฉันไปเที่ยวคราวนั้น ?” เลียมหันมาถามคุณบ้าง คุณยิ้มแล้วตอบเขาว่ามีแฟนคลับของเลียมมาแอบถ่ายแบนด์ที่เล่นอยู่ในร้านทุกวัน

“ดีมากเลย ฉันอยากให้นายพาเพื่อนมาด้วยนะคราวหน้า เพราะมาทีไรก็ทำมาค้าขึ้นทุกที เอ้อ แต่เมื่อไม่นานมานี้ น้องชายเพื่อนฉันที่เป็นมือกีต้าร์ กับเพื่อนที่เป็นมือกลองเพิ่งเรียนจบ ก็เลยบินกลับไปแล้ว แบนด์ก็เลยขาดไปสองตำแหน่งน่ะ เราเล่นเพลงอะคูสติคมาสามวันแล้ว” คุณเล่าเรื่องบาร์ที่คุณเปิดให้เลียมฟังยาวๆ เขาพยักหน้าตั้งใจฟัง ก่อนที่คุณทั้งสองคนจะหยุดดูเด็กเอเชียสองคนที่ร้องเพลงเปิดหมวกอยู่ที่ริมแม่น้ำเทมส์

คุณยืนมองพวกเขาอยู่นาน เลียมเองก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะเขารู้ว่าคุณชอบที่จะดูอยู่แล้ว คุณเดินหยิบแบงค์สิบปอนด์ไปหย่อนใส่กระเป๋ากีต้าร์ที่ถูกวางไว้หน้าพวกเขา หลังที่การแสดงจบลง แต่นอกจากคุณแล้วก็ไม่มีใครเดินมาหย่อนเงินลงไปเลย

“เห้ยมึง เชื่อกู ไปที่อื่นเหอะ คนเมืองอ่ะใจร้ายชิบหาย ดูดิ๊เนี่ย เล่นมาจะสามชาติและ ได้มาแค่ไม่กี่ปอนด์ แล้วจะได้แดกมั้ยมื้อเย็นอ่ะ ?!” เด็กผู้ชายวัยรุ่นที่เป็นมือกลองพ่นคำบ่นที่ค่อนข้างหยาบคายกับเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ เป็นภาษาไทยตอนที่คุณกำลังหันหลังไปพอดี

“เอาน่ามึง ที่กูชวนมึงมา กูบอกมึงแล้วว่ามาลำบากนะเว้ย มึงคาดหวังจะได้นอนโรงแรมห้าดาว มีกินอุดมสมบูรณ์ครบทุกมื้อหรือไง ?” คุณเงี่ยหูฟังน้อยๆ ก่อนที่จะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเด็กสองคนนั้นเป็นคนไทย

“ขอโทษนะคะ น้องเป็นคนไทยหรอคะ ?” คุณเดินเข้าไปถามอย่างสุภาพ ก่อนที่ทั้งสองจะหน้าซีดเป็นไก่ต้ม หรือที่คนไทยในเฟซบุ๊คสมัยนี้เรียกว่า หงายเงิบ

“เอ่อะ... ชะ... ใช่ครับ” เด็กคนที่เป็นมือกีต้าร์ลุกขึ้นยืนแล้วตอบคุณพร้อมกับเอามือปาดหน้าผาก

“กำลังหาเงินกันอยู่หรอคะ ?” คุณถาม

“ครับ พวกผมมาเที่ยวหาประสบการณ์ปีนึง แล้วค่อยกลับไปเรียนมหาลัยต่อครับ” เด็กคนที่เป็นมือกลองเดินมาพูดเสริม

“เอ่อ... คือพี่อยากถามว่าเราอยากรู้มั้ย ว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีคนสนใจเรา”

“ครับ” เด็กทั้งสองคนพูดพร้อมกับพยักหน้าพร้อมกัน และพยายามยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เพื่อที่จะได้ตั้งใจฟัง

“น้องเสียงดี แล้วก็เล่นดนตรีเก่งมากเลยนะ ทั้งคู่เลย แต่ว่าโชว์น้องขาดสีสันค่ะ มันค่อนข้างน่าเบื่อ” คุณพยายามพูดให้ดูไม่เป็นการสบประมาทเด็กทั้งสองคนมากที่สุด และพวกเขาพยักหน้าเข้าใจ

“ถ้าอย่างงั้นพวกผมควรทำยังไงดีครับพี่ ?” เด็กคนที่เป็นมือกลองถามคุณ ท่าทางพวกเขาทั้งคู่เหมือนรู้ข้อบกพร่องของตัวเองดี เพียงแต่ไม่รู้จะเริ่มแก้ยังไง

“เอาอย่างงี้ดีกว่า พี่ชื่อ... น้องชื่ออะไรกันบ้าง ?” คุณถาม

“ผมชื่อกวางครับ ส่วนนี่ชื่อเต็ม” มือกีต้าร์ตอบคุณพลางชี้ไปที่ตัวเองและเพื่อน

“เมื่อกี้นี้น้องเล่นเพลง Tic Toc ของปาล์มมี่ใช่มั้ยคะ ?” คุณถามต่อ

“ครับ”

“ด้วยความที่มันเป็นเพลงสนุกและดิ้นมันมาก แต่น้องนั่งเล่นอย่างเดียวมันเลยดูน่าเบื่อน่ะ” ทันทีที่คุณพูดจบ เด็กทั้งสองก็หันไปมองหน้ากันแล้วพยักหน้ารับรู้ ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอะไร

“ถ้างั้นพี่ช่วยพวกผมหน่อยได้มั้ยครับ ?” กวางพูดขึ้น ท่าทางเขาดูเป็นคนที่ค่อนข้างเรียบร้อย ต่างกับเพื่อนอีกคนที่ดูจะรั้นมากกว่า แต่เต็มก็ไม่ได้แสดงท่าทางก้าวร้าวอะไรใส่คุณ

“เอ่อ... จะดีหรอคะ ? นี่มันโชว์ของน้องไม่ใช่หรอ ?” คุณถามอย่างเกรงๆ

“ดีสิครับ พวกผมเงินหมด เลยต้องมาเปิดหมวก มันไม่มีทางเลือกจริงๆ ครับ นะครับ พี่ช่วยพวกผมเถอะนะ” เต็มแทรกขึ้นมาอย่างที่คุณไม่ทันตั้งตัว ท่าทางที่ดูแข็งๆ ของเขาเบาบางลงเมื่อเขาขอร้องคุณ

“ก็ได้ค่ะ แต่พี่ขอไปคุยกับเพื่อนแปปนึงนะ” คุณบอกพร้อมกับยิ้ม วิ่งเข้าไปหาเลียมที่ยืนรอด้วยท่าทางที่ดูจะหน่ายๆ

“เลียม ฉันเจอน้องคนไทย ขอฉันยืมตัวนายไปช่วยเขาแสดงหน่อยได้มั้ย ?” เลียมมองหน้าคุณด้วยสายตาดุๆ เป็นเชิงว่า ไม่ !’ แต่คุณประสานมือกันไว้ที่หน้าอก ทำท่าเหมือนอธิษฐานขอพรอะไรสักอย่างจากเขา และมันก็ได้ผล ! เลียมทำจมูกบานใส่คุณหนึ่งครั้ง ก่อนที่เขาจะยอมให้คุณลากเข้าไปหาเด็กทั้งสองคน คุณตกลงว่านี่จะเป็นคำขอข้อแรกสำหรับทั้งหมดสามข้อในวันนี้

“เต็ม กวาง นี่เพื่อนพี่ค่ะ ชื่อเลียม พี่จะให้เขายืนเฉยๆ แล้วเราก็เล่นกีต้าร์กับตีกลองไปนะ เดี๋ยวพี่จะเป็นนักร้องกับเอ็นเตอร์เทนเนอร์ให้เอง” คุณบอกกับคู่หูชาวไทยเป็นภาษาบ้านเกิดพร้อมกับยิ้ม ทั้งสองคนพยักหน้าตกลง  พวกเขาไม่ได้สนใจว่าเลียมที่คุณแนะนำมานั่นเป็นเลียมไหน แต่ถึงเขารู้จักเลียมแห่งวันไดเรคชั่น พวกเขาก็คงไม่วี้ดว้ายกระตู้วู้อย่างคนอื่นๆ ที่คุณเล่าให้ฟังว่าคุณเป็นเพื่อนกับเลียม คุณเริ่มได้ยินเสียงครืดคราดที่น่าจะเป็นเสียงท้องร้องของทั้งสองคนนั้น

“เลียม นายช่วยยืนอยู่ตรงนี้หน่อยนะ ยืนเฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรมาก เล่นกับฉันเป็นบางช่วงนะ” คุณไม่เตรียมตัวอะไรกับเขาให้มากความ เลียมพยักหน้าเข้าใจแล้วยืนอยู่เฉยๆ ตรงนั้น

ไม่นานนักเสียงเพลงสนุกๆ ก็เริ่มดังขึ้นไปทั่วบริเวณ หลังจากที่คุณซ้อมร้องกับพวกเขาไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เลียมที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ออกอาการงงเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของคุณที่ดูแปลกๆ เดินเซไปเซมาคล้ายคนเมาตามจังหวะเพลง

เสียงร้องของคุณยังคงเหมือนเดิม แต่วิธีการร้อง และท่าทางที่แสดงที่ดูแปลกไป ทำให้เลียมอดคิดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหลังจากที่ไปคุยกับเด็กสองคนนั้น

รอให้เธอพูดก่อน ขอให้เธอนั้นบอกว่ารัก เธอก็ยังไม่บอก เธอก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรคุณร้องเพลงต่อไปอย่างไม่มีอะไรติดขัดพร้อมกับแสดงท่าทางเหมือนกำลังพูดคุยกับเลียม เขาหันมามองคุณแบบงงๆ เพราะไม่เข้าใจภาษาไทยที่เอ่ยออกมาจากปากของคุณ ยิ่งรวมกับวิธีการร้องแปลกๆ นั่น เขายิ่งไม่แน่ใจเข้าไปใหญ่ว่านั่นใช่ภาษาไทยจริงรึเปล่า

Wanted to hear the word love, please tell me for once; love or don't love me, just simply this.เมื่อเข้าถึงท่อนคอรัสของเพลง เนื้อร้องภาษาไทยถูกเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ เลียมหันขวับมามองหน้าคุณ เขารู้ว่ามันคือการแสดง แต่ก็ตกใจมากอยู่ดี คุณยังคงทำทีเหมือนกำลังสารภาพรักอยู่รอบตัวเขาต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้คนที่เร่งรีบเดินผ่านไปผ่านมาก็เริ่มชะลอดูโชว์ของคุณและดูโอ้สองคนที่กำลังสนุกกับการเล่นดนตรี

ไม่นานนักเสียงร้องคำสุดท้ายก็ออกมาจากปากคุณ เป็นอันจบโชว์เพลงนี้ เมื่อนั้นเสียงปรบมือจากชาวลอนดอนก็เกรียวกราวขึ้น ใครต่อใครหลายคนเดินเข้ามาวางแบงค์สิบปอนด์ ยี่สิบปอนด์ใส่กระเป๋ากีต้าร์ และหมวกทรงสูงของเต็มเต็มไปหมด รอยยิ้มของเด็กหนุ่มทั้งสองคนปรากฏขึ้น พวกเขารอที่จะเห็นภาพนี้มาหลายวันแล้ว

 

“ขอบคุณมากนะครับพี่ ถ้าไม่ได้พี่ ป่านนี้พวกผมอดตายไปแล้ว” เต็มบอกกับคุณขณะที่กำลัง กระซวกไก่ย่างส้มตำในร้านของคุณ คุณกับเลียมนั่งมองพวกเขากินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

“เอ้อ แต่ถามอย่างสิ เธอร้องว่าอะไรบ้างหรอ ? ตอนท่อนที่เป็นภาษาไทยน่ะ” เลียมหันมาถามคุณ คุณยิ้มแล้วบอกความหมายของเพลงให้เขาฟัง นั่นทำให้เลียมยิ้มและหัวเราะออกมาน้อยๆ

 

ตอนนี้ร้านของคุณยังไม่เปิด แต่ท้องฟ้าข้างนอกเริ่มมืดแล้ว คุณชักชวนให้เต็มกับกวางมาเล่นในแบนด์ที่เพิ่งมีนักดนตรีออกไปพอดี พวกเขาตอบตกลง และจะช่วยคุณทำงานจนกว่าคุณจะเจอคนที่เล่นได้ดีกว่าพวกเขา

 

คุณเดินออกมาสูดอากาศตรงระเบียงหลังร้าน เฝ้าคิดถึงภาพการแสดงที่ริมแม่น้ำเทมส์วันนี้ คาดหวังว่าอยากให้เลียมฟังความหมายของเพลงภาษาไทยออก และอยากให้เขาเข้าใจในความหมายที่คุณแฝงไว้ในเนื้อเพลง

“ผมคิดถึงคุณจัง ไว้พรุ่งนี้ผมจะไปหานะ วันนี้ผมไม่ว่างจริงๆ (ชื่อของคุณ) เป็นคนที่ทำให้ผมได้คบกับคุณนะ เราเป็นแค่เพื่อนกัน หวังว่าคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยแดเนียล ถ้าผมให้ความสำคัญกับเขามากกว่าใครในวันนี้” เสียงของเลียมดังแว่วๆ เข้ามาในหู เขายืนคุยโทรศัพท์กับแดเนียลอยู่ในร้าน เขาคงหวังว่าคุณจะไม่ได้ยินประโยคสนทนาเหล่านี้ แต่เปล่าเลย คุณได้ยินมันชัดเจนทุกอย่าง

เลียมเป็นเพื่อนสนิทของคุณมาตั้งแต่ตอนไฮสคูล ตอนนั้นคุณเพิ่งถูกส่งมาเรียนที่นี่เพราะเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ใจร้อน และเอาแต่ใจมาก การที่ได้เจอกับเลียมทำให้ข้อบกพร่องนั้นเบาบางลง เขาเป็นคนที่จิตใจดีมาก และคอยบอกคุณทุกครั้งที่คุณทำนิสัยไม่ดีใส่คนอื่นด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยน

หลังจากที่คุณเป็นเพื่อนกับเขาได้ไม่นานนัก พฤติกรรมของคุณก็เปลี่ยนไป นอกจากนิสัยของคุณจะเริ่มใกล้เคียงกับเขามากขึ้นแล้ว คุณก็เริ่มหลงรักในตัวตนของเขา

คุณหลงรักความเป็นคนสุภาพ ใจดี และอ่อนโยนของเขา คุณเคยคิดที่จะโทรศัพท์ไปบอกเขาในวันที่เขาผ่านเข้าไปในรอบบู๊ทแคมป์ที่ The X Factor แต่คุณคิดว่ามันอาจทำให้เขาเครียดและไม่มีกำลังใจจะซ้อม คุณจึงรอต่อไป และคาดหวังว่าวันนึงจะได้พูดมันออกไป โดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นจริงว่าคนอย่างเลียมอาจจะมีใครเข้ามาในชีวิตได้เสมอ

ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คุณหวัง ค่ำวันหนึ่งเสียงโทรศัพท์ของคุณดังขึ้น หน้าจอแสดงภาพเลียม คุณกดรับสายมันอย่างอารมณ์ดี เลียมโทร.มาขอความเห็นคุณเรื่องของหญิงสาวที่เขาพบที่ The X Factor เลียมบอกว่าเธอเป็นคนสวยมาก และเขาก็ตกหลุมรักเธอย่างจัง

คุณรับฟังเรื่องราวทั้งหมดขณะที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม คุณให้คำแนะนำกับเขา ก่อนที่จะพยายามตัดบทให้วางสายไปอย่างเร่งรีบที่สุด

คุณไม่ต้องการรับฟังเรื่องนั้นอีก แต่ก็ไม่มีทางเลือก คุณเป็นเพื่อนผู้หญิงหนึ่งในไม่กี่คนของเลียม และดูจะเป็นคนที่สนิทที่สุดด้วย ถ้าเลียมจะมีปัญหาเรื่องผู้หญิง เขาก็คงปรึกษาใครไม่ได้อีกนอกจากคุณ

“พี่ครับ ลุงอัลเฟรดบอกว่าใกล้เวลาเปิดร้านแล้ว” เต็มเดินมาเคาะประตูเบาๆ เรียกสติคืนมาจากภวังค์

“อ้อ พี่ลืมเวลาไปเลย ขอบคุณมากเต็ม” คุณบอก พลางปีนลงมาจากที่กั้นที่คุณขึ้นไปนั่ง

“พี่ครับ” เต็มเรียกขณะที่คุณกำลังจะเดินเข้าไปในร้าน คุณหยุดชะงัก “พี่ชอบเลียมหรอครับ ?” เต็มถามคุณตรงๆ คุณหันมามองหน้าเต็ม ไม่พูดอะไรทั้งนั้นก่อนที่จะเดินออกไปเปิดไฟหน้าร้าน

และคืนนี้ก็เป็นอีกคืนนึงที่คุณกับมือเบสชาวอังกฤษต้องช่วยกันเล่นเพลงอะคูสติก เพราะเต็มกับกวางยังไม่เคยซ้อมกับพวกคุณ

การแสดงเป็นไปอย่างสบายๆ ตามแนวเพลงที่เล่น เลียมกำลังนั่งดูโชว์ของคุณอยู่ที่โต๊ะกลางร้านกับเต็มและกวาง ทั้งสามคนดูจะคุยกันถูกคอดี และนั่นคือสิ่งที่คุณหวัง

 

เวลาผ่านไปนานหลายเดือน เลียมไม่ได้มาเจอคุณอีกเลยตั้งแต่วันนั้น แต่คุณกับเต็มและกวางก็ยังคงเจอกันทุกวัน เพราะจำเป็นที่จะต้องทำงานด้วยกัน

พวกคุณสนิทกันมากขึ้น และคุณก็ลบอคติเรื่องของเต็มที่เขามาถามคำถามแปลกๆ กับคุณในวันนั้นไปแล้ว เต็มกับกวางเป็นเด็กสองคนที่นิสัยดีมากกว่าที่เห็นภายนอก พวกเขาใจดี เป็นมิตร และเข้ากับทุกคนในร้านได้อย่างง่ายดายภายในเวลาสามเดือน

“พี่เชื่อผมเหอะ ถ้าพี่ไม่บอกเขา วันนึงพี่ก็ต้องบอก อย่างน้อยที่สุดก็ก่อนตายอ่ะ” กวางบอกกับคุณขณะที่กำลังก๊งเหล้ากันอยู่สามคนหลังจากร้านปิด เต็มโบกหัวเพื่อนข้างๆ จนแว่นกรอบดำของกวางกระแทกเข้ากับแก้วเหล้า

“มึงนี่ ! เอาน่าพี่ ผมเข้าใจนะที่พี่ลำบากใจที่จะพูด เพราะเลียมมีแฟนแล้ว แถมที่สำคัญเขายังเป็นเพื่อนสนิทพี่อีกต่างหาก ผมตัดสินใจแทนพี่ไม่ได้หรอกว่าพี่ควรจะบอกรึเปล่า แต่ในความคิดผมนะ บอกไป อย่างน้อยเราก็ยังพอมีลุ้นว่าเขาอาจจะชอบเราหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าพี่เก็บเงียบไว้อ่ะ เขาก็อาจจะไม่รู้ไปจนวันตายเลยก็ได้นะพี่” กวางจัดการโบกหัวเต็มคืนไปหนึ่งครั้งแรงๆ

“ห่า มึงก็พอๆ กับกูอ่ะ !”

“มีลุ้นบ้าอะไร เขามีแฟนแล้วเว้ย” คุณบ่นพึมพำ

“ถ้างั้นพี่จะสับสนในตัวเองทำไมว่าควรจะบอกเขาดีมั้ย ในเมื่อพี่ก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีแฟนแล้ว แล้วถ้าบอกไปเขาก็คงไม่รับรัก” กวางถามคุณตรงๆ แก้มที่แดงนิดเพราะฤทธิ์สุราทำให้ความเรียบร้อยเมื่อตอนมีสติหายไปหมดสิ้น

“จริงพี่ ถ้าพี่มั่นใจว่าเขาจะปฏิเสธขนาดนั้นแล้วอ่ะ เก็บเอาไว้บอกเขาแค่ในความฝันก็พอแล่ว ไม่ต้องเอามานั่งคิดให้เสียเวลาหรอกว่าควรจะบอกดีมั้ย เพราะพี่ก็ตอบโจทย์ตัวเองได้อยู่แล้วว่าถ้าบอกไป เขาต้องปฏิเสธแน่ๆ” เต็มบอกก่อนยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ใบหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เด็กคนนี้ดูหล่อไม่น้อยไปกว่าตอนปกติเลย


           
--ไม่ไม่ไม่ไม่ ฉันไม่กินเด็ก-- คุณบอกกับตัวเอง

“เห้ย ! จะเช้าแล้วว่ะ พี่ว่าเก็บของเหอะ กลับบ้านนอน เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงมาทำงานนะเว้ย” คุณบอกกับน้องชายทั้งสองคนที่กำลังนั่งล้อเล่นตามภาษาคนเมา อันที่จริงคุณก็เมามากเหมือนกัน แต่ก็ (คิดว่าตัวเอง) ยังพอจะมีสติอยู่บ้าง

“ห๊ะ ? กลับแล้วหรอพี่ ไม่อยากกลับอ่ะ อยู่เล่นกันก่อนเหอะนะ” กวางหันมาคุยกับคุณที่ยืนเซไปเซมาอยู่กับที่ ตอนนี้เขากำลังเล่นนางเงือกน้อยอยู่กับเต็ม

“ไม่ๆๆ จะไปบ้าน” คุณบ่นไม่เป็นภาษา มึนหัวเต็มที ภาพที่มองเห็นหมุนเคว้งไปหมด ร่างกายที่รู้สึกร้อนผ่าวจากภายในเป็นเพราะแอลกอฮอล์ทำให้คุณอยากกลับบ้านไปถอดเสื้อผ้าแล้วทิ้งตัวลงนอนเหลือเกิน

“นอนร้านก็ได้พี่” กวางบอกเสียงอู้อี้ ก่อนที่จะโดนเต็มตบเกรียนไปอีกหนึ่งที

“นอนร้านป้ามึงดิ พี่เขาเป็นผู้หญิงเว้ยย์” เต็มบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นปกติที่สุดในสามคนที่อยู่ในร้าน เขาลุกขึ้นยืน “พี่จะไปแล้วใช่ป่ะ ? ผมจะได้ไปสตาร์ทรถ” เต็มลุกขึ้นยืน แล้วบอกพลางเดินไปหยิบน้ำแก้วใหญ่ขึ้นมากิน มันทำให้อาการมึนงงดีขึ้นมาก

เต็มทำหน้าที่ไปส่งคุณที่บ้านแทบทุกวันหลังจากที่มาอยู่ที่นี่ เพราะมือกีต้าร์คนเก่าที่เป็นน้องชายของเพื่อนคุณก็ทำหน้าที่นี้ อันที่จริงคุณจะกลับบ้านเองก็ได้ แต่ด้วยความที่คนรอบข้างไม่ไว้ใจผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในย่านนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีคนขับรถไปส่งบ้านทุกวันหลังจากร้านปิด

“ขับได้หรออออออ ?” คุณลากเสียงยาวมาก หลังจากที่กวางยัดเยียดเหล้าให้คุณอีกสองสามแก้ว และคุณก็ไม่ปฏิเสธ

“ได้สิครับ” เต็มตอบพร้อมกับยิ้ม เขาเดินเข้ามาแกะมือของทั้งคุณและกวางที่กำลังพยุงกันและกันอยู่ คุณก็เกือบร่วงลงไปนั่งกับพื้น แต่เต็มพยุงคุณไว้ได้ทัน

“รอนี่นะมึง ห้ามออกไปไหนนะ เดี๋ยวกูกลับมานางเงือกน้อยต่อ” เต็มหันไปบอกกับกวางก่อนที่จะพาคุณเดินออกไปจากร้าน

เต็มพยุงคุณไปถึงรถแล้วพาคุณเข้าไปนั่งที่ที่นั่งข้างคนขับ เขาเข้าไปนั่งประจำที่แล้วออกรถขณะที่คุณหลับคาเบาะไปแล้ว

เต็มขับรถอย่างมีสติและตื่นตัวเต็มที่ เพราะเขาดื่มไปแค่แก้วเดียวเท่านั้น ที่ดูเหมือนเมานั่น เมาดิบล้วนๆ

“พี่ครับ” เต็มเรียกคุณเมื่อรถมาจอดอยู่หน้าตึกอพาตเมนท์ แต่คุณไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวอะไรเลย เต็มไม่มีทางเลือก เขากับกวางและแม่บ้านที่ร้านเคยช่วยกันยกของมาไว้ที่ห้องคุณครั้งหนึ่ง เขาจำได้ว่าห้องคุณอยู่ที่ชั้น 14 ห้อง A98

เต็มขับรถไปที่ลิฟท์ขนส่งรถยนต์ มันพาเขาขึ้นไปถึงชั้น 14 ในเวลาไม่นานนัก เมื่อลิฟท์เปิดออก เขาจอดรถไว้ที่ลานแล้วพาคุณขี่หลังเขาเข้าไปในตึก เต็มเดินหาห้อง A98 แล้ววางคุณไว้ที่หน้าห้อง

“พี่ครับ ผมขอกุญแจหน่อยได้มั้ย ?” เต็มถามคุณที่กำลังอยู่ในโหมดเมาจนไร้สติ คอของคุณที่ตอนแรกพิงกำแพงอยู่หักลงมาข้างหน้า เต็มยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะพูดกับคุณที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย

“งั้นผมขออนุญาตนะครับ” เต็มหยิบกระเป๋าย่ามสีน้ำตาลของคุณขึ้นมาค้น เขาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่จะพยุงร่างของคุณเข้าไปในห้อง

“ผมขอโทษนะครับพี่” ความจริงเขาก็รู้ดีอยู่หรอกว่าคุณคงจะไม่รู้เรื่องอะไรแล้ว แต่มันก็คงเป็นเรื่องแย่อยู่ดีที่เข้ามาในบ้านของใครสักคนหนึ่งโดยขออนุญาตขณะที่เขาไม่รู้ตัว

เต็มวางคุณไว้ที่โซฟาห้องรับแขก เขาไม่อยากเข้าไปถึงห้องนอนเพราะมันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้ามีใครรู้เข้า

เต็มนั่งลงที่พื้นตรงโซฟา เขาค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวกับการแบกคุณไว้บนหลัง เต็มนั่งมองไปรอบๆ ห้องอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนที่สายตาของเขาจะมาหยุดอยู่ที่คุณ

เขาชอบคุณมานานแล้ว ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน เขารู้สึกว่าทำไมผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ดีจัง แถมยังมีเสน่ห์มากอีกต่างหาก

และนอกจากนั้นแล้ว เขายังรู้ตั้งแต่วันแรกแล้วด้วยเช่นกันว่าคุณชอบเลียม เพียงแต่เขาไม่อยากถามเรื่องนั้นอีกเพราะมันจะทำให้คุณรู้สึกแย่ เขาอยากจะคุยเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อคุณอยากจะคุยกับเขาเท่านั้น

เต็มมองหน้าคุณอยู่อย่างนั้นนานมาก แต่เขาไม่รู้ตัวเลย เขาง่วงมากเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์น้อยๆ ที่ดื่มไปเมื่อสองสามชั่วโมงที่แล้ว แต่เขาก็ไม่คิดจะกลับไปนอนที่ร้านสักที เป็นการยากมากที่จะได้อยู่กับคุณแค่สองต่อสอง

เต็มเข้าไปใกล้คุณมากขึ้น เขาสติหลุดลอยไปไกลแล้ว และไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ เขาก้มลงประทับริมฝีปากลงไปที่หน้าผากของคุณ แล้วใช่ปลายจมูกไล้ที่สันจมูกของคุณเบาๆ เขารักคุณมากเกินกว่าที่จะทำให้คุณเสียหายไปมากกว่านี้

เต็มจัดแจงของทุกอย่างในห้องให้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วขับรถกลับไปที่ร้าน

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

“เลียมจะมาหรอครับพี่ ?” เต็มถาม ขณะที่เขากำลังเดินไปทานมื้อเย็นกับคุณ

“ใช่ แต่จะมาดึกๆ น่ะ” คุณตอบ ไม่ได้รู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเลยแม้แต่นิดเดียว คุณเพียงแค่ถามเต็มว่าคุณเข้าไปอยู่ในห้องนั้นได้ยังไง และเขาก็ตอบตามความจริงทุกประการ

พวกคุณกำลังนั่งทานมือเย็นกันในร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ ใกล้กับบาร์

“หูยๆๆ ขึ้นจมูก หูย” คุณร้องโวยวายหลังจากที่กินซูชิหน้าปลาดิบเข้าไปทั้งคำ โดยที่ลืมบอกพนักงานไปว่าไม่ต้องใส่วาซาบิ ฤทธิ์ที่ทั้งทำให้ลิ้นชา และเผ็ดขึ้นจมูกนั่นกำลังเล่นงานคุณ คุณเอามือพัดจมูกตัวเอง แล้วรีบหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม เต็มที่นั่งอยู่ข้างๆ ขำคุณน้อยๆ รายนั้นไม่เคยมีปัญหากับการทานเผ็ดอยู่แล้ว

“ขำไร ? กินไปเลย” คุณพูดเสียงอู้อี้ ปลายลิ้นยังรู้สึกชาอยู่น้อยๆ

พวกคุณนั่งทานอาหารกันต่อไป แต่ไม่ทันไรคุณก็เห็นถึงความผิดปกติของเต็ม ที่คอของเขามีผื่นแดงขึ้นเต็มไปหมด เต็มยกมือขึ้นเกามันแทบจะตลอดเวลา คุณเลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย ?” คุณถาม นี่เป็นครั้งแรกที่คุณกับเต็มมานั่งทานอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน เพราะปกติคุณมักจะมาแต่กับกวางที่ชอบกินอาหารญี่ปุ่นมาก เต็มบอกว่าเขาไม่ค่อยชอบของดิบเท่าไหร่ แต่ว่าวันนี้เกิดครึ้มอกครึ้มใจอยากกิน ก็เลยชวนคุณมา คุณไม่ได้คิดอะไร ก็เลยมาด้วย ไม่ทันคิดว่าเขาจะมีอาการแพ้ปลาดิบแบบนี้

“อ่อ ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวก็หาย” เต็มบอก หน้าตาดูไม่เดือดร้อนอะไร แถมยังทำท่าจะคีบซาชิมิเข้าปากอีก คุณยื่นมือไปตีมือขวาของเขาแล้วสั่งอย่างอื่นที่คุณมั่นใจว่าเขากินได้แน่ๆ ให้แทน

เต็มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาชอบรสชาติของปลาดิบมากเมื่อได้มากินกับคุณ แต่เป็นเพราะอาการแพ้อาหารทะเลดิบนี่แท้ๆ ทำให้เขาต้องทำใจนั่งกินทงคัตสึต่อไป

“พี่จะไม่ให้เต็มกินปลาดิบอีก แล้วก็ห้ามไม่ให้ใครพามากินด้วย เข้าใจมั้ย ?!” คุณบ่นเป็นหมีกินผึ้งขณะที่เดินออกมาจากร้าน แต่ดูเต็มจะไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นผื่นเต็มตัว ไอค่อกๆ แค่กๆ และคันคะเยอไปหมด เพราะแอบกินซาชิมิตอนคุณไปเข้าห้องน้ำก็ตาม

“ครับ” เต็มตอบเสียงแห้ง ตอนนี้พวกคุณเดินมาถึงร้านแล้ว และมันก็ใกล้ถึงเวลาเปิดร้านพอดี คุณกับเต็มเดินขึ้นไปซาวนด์เช็คเครื่องดนตรีทันทีที่ไปถึง เพราะกวางกับกิลเบิร์ตมือเบสกำลังรออยู่นั่นแล้ว

“โห แพ้ขนาดนี้ไปหาหมอดีกว่าว่ะ ยามึงหมดแล้วนะเว้ย เดี๋ยวก็เป็นไข้ตายห่า” กวางพูดเมื่อเห็นสภาพของเต็มที่ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ตอนเดินไปหยิบกีต้าร์

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หาย” เสียงเต็มแหบจนน่ากลัวเพราะอาการไอไม่หยุดตั้งแต่ออกมาจากร้าน

“คราวหน้าถ้ากินไม่ได้ก็บอกพี่ก่อนนะ ถ้าเป็นอะไรไปพี่จะทำยังไง” คุณบ่นพึมพำหลังจากได้ยินคำต่อว่าของกวาง นั่นทำให้เต็มที่หน้าแดงเพราะผื่นคันอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องขอบคุณอาการแพ้นั่นแหละที่ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นอะไร

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงหลังจากร้านเปิด คุณกำลังโชว์อยู่บนเวที และในตอนนั้นคุณก็เห็นเลียมเดินมานั่งที่โต๊ะประจำที่อยู่กลางร้านกับแดเนียล

คุณเดินลงไปหาเลียมที่โต๊ะหลังจากหมดคิวของคุณ และช่วงนี้ก็เป็นช่วงของดูโอ้จากเมืองไทยจะโชว์ฝีมือให้ลูกค้าดู

“สวัสดี” คุณทักทายกับแดเนียลและเลียม พวกเขายิ้มและโบกมือทักทายให้กับคุณกลับ คุณนั่งลงแล้วคุยกับเลียมและแดเนียลเรื่องเรื่อยเปื่อย ไม่รู้จะชวนเลียมคุยอะไรขณะที่คนรักของเขานั่งอยู่ตรงนี้ ใจเจ็บแปลบๆ และตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว จากเรื่องราวที่คุยกับน้องๆ เมื่อคืนนี้ทำให้คุณตระหนักได้ว่าคุณจะต้องรีบสารภาพรักกับเลียมซะก่อนที่มันจะสายเกินไป และคุณจะทำมันในวันนี้ แต่เพราะเลียมไม่ได้บอกว่าแดเนียลจะมา มันทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิด

“เพลงต่อไปนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากครับ ผมตั้งใจว่าสักวันนึงจะได้มอบมันให้กับคนที่ผมรักเขาสุดหัวใจ” เสียงของเต็มดังขึ้น มันดึงความสนใจจากคุณไปจากใบหน้าของเลียมที่กำลังพูดคุยอยู่กับแดเนียล ตอนนี้เต็มกับกวางกำลังถือกีต้าร์อยู่ในมือทั้งคู่ พวกเขากำลังจะเล่นเพลงอะคูสติค

“ผมไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่มันแปลกมากที่ผมชอบเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ทั้งๆ ที่รู้ว่าคนที่เขาชอบกำลังยืนอยู่ข้างๆ เขา” คุณเริ่มตกใจเล็กๆ ไม่ค่อยแน่ใจว่าเต็มหมายถึงตัวคุณรึเปล่า แต่สายตาเขาก็ไม่ได้มองไปที่ใครเลยนอกจากคุณ ทั้งร้านเงียบ ไม่มีใครส่งเสียงอะไร พวกเขาตั้งใจฟังสิ่งที่เต็มกำลังจะพูด

“ผมอยากบอกให้เขารับรู้ว่าผมรักเขามากแค่ไหน และผมรู้ว่าเขาจะไม่มีทางตัดใจจากคนๆ นั้นได้ นั่นทำให้ผมอยากที่จะบอกมันออกไปให้ได้ในวันนี้...” เต็มหยุดชะงัก เขาอ้าปากกำลังจะพูดต่อ แต่ก็เลือกที่จะไม่ทำอย่างนั้น

เสียงเกากีต้าร์ดังขึ้น เมโลดี้ที่เพราะและจริงใจที่สุดดังออกมาจากกีต้าร์โปร่งของเต็ม

There's a shop down the street, where they sell plastic rings, for a quarter a piece, I swear it.เสียงร้องที่เพราะมากกว่าที่คุณคิดว่าจะได้ยินดังออกมาจากปากของเต็ม คุณมั่นใจแล้วว่าเขาหมายถึงใคร สายตานั่นไม่เคยโกหกใครได้เลยจริงๆ

‘I'm not perfect, but I swear, I'm perfect for you.เลียมที่เพิ่งหยุดคุยกับแดเนียลได้ไม่นานหันมามองคุณ เขาได้ยินสิ่งที่เต็มพูดแว่วๆ ตอนที่กำลังทำอย่างอื่นอยู่ แต่ก็คิดไปว่าเป็นแค่การเอนเตอร์เทนลูกค้าเท่านั้น จนกระทั่งได้มองเห็นคุณ

‘I'm no angel, I'm just me, but I will love you endlessly. Wings aren't what you need, you need me.คุณรู้สึกดีใจ และประทับใจกับสิ่งที่เต็มทำมาก คุณพอจะเดาออกอยู่บ้างว่าเขาชอบคุณ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ และถึงจะรู้อย่างนั้น คุณก็ไม่สามารถตัดใจจากเลียมเพื่อมาชอบเต็มได้อย่างที่เจ้าตัวพูดไว้บนเวทีจริงๆ

ไม่นานนักโชว์ก็จบลง คิวต่อไปคือคุณที่ต้องขึ้นไปโซโล่เดี่ยวบนเวที และระหว่างที่คุณกำลังเดินขึ้นบันไดไปนั้น เต็มที่เดินสวนกับคุณก็ไม่คิดที่จะเงยหน้าขึ้นมามองคุณเลย เขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นอาจจะทำให้คุณรู้สึกแย่ แต่ ณ เวลานั้น อาการแพ้อาหารดิบมันทำร้ายเขามากเกินไปจริงๆ เต็มทรุดลงเมื่อเดินลงมาถึงพื้น กวางคว้าร่างของเขาเอาไว้ทัน คุณหันกลับมามองแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นว่าร่างของเต็มนั้นถูกเพื่อนๆ ช่วยกันพยุงเข้าไปที่หลังร้าน คุณที่ยังเดินขึ้นไปไม่ทันถึงบนเวทีก็เดินกลับลงมา แล้วช่วยทุกคนพยุงเต็มเข้าไปในร้านเช่นกัน

ผื่นแดงที่อยู่บนเนื้อตัวของเต็มหายไปแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าเข้ามีอาการของคนเป็นไข้อย่างหนัก เต็มตัวร้อนมาก และเมื่อเอาเทอร์โมมิเตอร์มาวัด เขามีไข้ขึ้นสูงถึง 44 องศาเซลเซียส

เลียมที่เห็นภาพเหตุการณ์แบบนั้นก็รู้สึกไม่ดี เขาขอร้องให้แดเนียลรอเขาอยู่ข้างนอกสักพัก ก่อนที่จะวิ่งเข้ามาหาคุณที่หลังร้าน

“เขาเป็นยังไงบ้าง ?” เลียมถามคุณ

“ไม่ดีเลย ฉันต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาลแล้ว” คุณบอกกับเลียม ลืมเรื่องที่คิดว่าจะพูดกับเขาไปหมดสิ้น

“ไม่เป็นไรครับพี่ เดี๋ยวผมพาไปเอง พี่ไปทำงานเถอะ” กวางพูดขึ้นต่อ เขากับเต็มรู้ดีว่าวันนี้คุณตั้งใจที่จะสารภาพรักกับเลียม

คุณมองหน้าเต็ม กวางและเลียมสลับกัน ก่อนเลือกที่จะพาเต็มไปส่งโรงพยาบาล เลียมขออาสาเป็นคนขับรถ คุณไล่ให้เขาไปอยู่กับแดเนียล แต่เขาไม่สนใจ ยังยืนยันที่จะเป็นคนขับรถให้คุณ คุณคิดว่ามันไม่มีเวลาแล้ว เลยตกลงทุกอย่าง

 

ตอนนี้เต็มนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล หมอสั่งให้น้ำเกลือ และยาแก้แพ้กับเขาเรียบร้อย กวางกำลังนั่งเฝ้าเพื่อนอยู่ในห้องพัก ส่วนคุณก็กำลังรอรับกวางกลับไปที่ร้าน เพราะโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้ญาติมานอนเฝ้าในตอนกลางคืน

“เขาชอบเธอมากเลยนะ” เลียมพูด

“ฉันรู้” คุณตอบเสียงเรียบ ไม่อยากพูดอะไรให้มากมาย คุณรู้สึกผิดที่ตัวเองพาเต็มไปกินอาหารดิบโดยที่ไม่ถามให้แน่ใจก่อนว่าเขากินได้รึเปล่า ลืมไปเลยว่ามีคนที่แพ้อะไรแบบนี้ด้วย

“แต่เขาบอกว่าเธอชอบคนอื่น...” เลียมบอก น้ำเสียงของเขาไม่ได้แสดงออกถึงอะไร ก็แค่พูดขึ้นมาธรรมดา ลอยๆ แต่มันกวนใจคุณมาก และทำให้คุณรู้สึกทนไม่ไหวกับสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอดหลายปี

“ฉันชอบนายเลียม ไม่ใช่คนอื่น” คุณพูดออกมาตรงๆ นั่นทำให้เลียมชะงักไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นตัวของเขาเอง

“...” เลียมนิ่งเงียบ เขาไม่พูดอะไรอีก

“นายไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ฉันแค่หวังอยากให้เราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม” คุณพูด พยายามที่จะเค้นรอยยิ้มออกมาให้ได้อย่างจริงใจที่สุด แต่มันก็ไม่สำเร็จ

น้ำใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ความรู้สึกกดดันท่วมท้นไปหมด เลียมเข้าใจมันดี แต่เขาไม่อยากพูดอะไรให้มากกว่านี้ เขารู้ว่ามันมีแต่จะทำให้คุณรู้สึกแย่ลงไปอีก

“เอ้อ ทำไมนายมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ ? แดเนียลอยู่คนเดียวที่ร้านนะ ฉันไม่น่ายอมให้นายมาเลย” คุณโพล่งขึ้นมาเฉยๆ เลียมรู้ว่ามันเป็นวิธีขออยู่คนเดียวของคุณ และเขาไม่อยากขัดใจอะไร

“งั้น... ฉันไปก่อนล่ะ” เลียมบอก เขาเรียกรถแท็กซี่กลับไปที่บาร์ ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้ยินจากปากคุณวันนี้ ไม่รู้ว่าทำไมแต่น้ำตาดันไหลลงมาในขณะที่เขากำลังยิ้ม

เขารักคุณมากกว่าที่คุณรับรู้ เขาชอบคุณมาตลอด นั่นเป็นเหตุผลที่เขาพยายามจะทำให้คุณเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เขาคาดหวังมาตลอดว่าวันหนึ่งเขาจะได้สารภาพรักกับคุณ แต่เขาคิดว่าคุณคงไม่ชอบเขา เลียมจึงเลือกที่จะเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ

ภาพเรื่องราวในอดีต ตั้งแต่วันแรกที่เขาพบกับคุณนั่งซ้อมกีต้าร์โปร่งอยู่ในห้องดนตรีที่โรงเรียนคนเดียวยังติดอยู่ในความทรงจำ เรื่องราวทั้งสุขและเศร้าวนเวียนถาโถมเข้ามา

เลียมพบกับแดเนียลที่ The X Factor เขารู้สึกชอบเธอขึ้นมาในใจลึกๆ ความเย็นแผ่ซ่านไปหมด นั่นทำให้เขารู้ว่าตัวเองได้พบกับคนที่เกิดมาเพื่อคู่กับเขาแล้ว เขาจึงเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปกับแดเนียล และเก็บความรักที่เคยมีให้คุณไว้แค่ในความทรงจำเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

 

“พี่ครับ เต็มเรียก” กวางเปิดประตูออกมาเรียกคุณ หลังจากที่นั่งรออยู่นาน คุณแปลกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเต็มจะตื่นเร็วขนาดนี้ คุณเดินเข้าไปในห้อง ส่วนกวางก็ออกมารอคุณนอกห้องแทน

คุณนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงของเต็ม

“พี่ร้องไห้ทำไมครับ ?” นั่นคือคำถามแรกเมื่อเต็มเห็นดวงตาของคุณที่บวมและแดงก่ำ

“อยากรู้จริงๆ หรอ ?” คุณถามกลับ เต็มพยักหน้าน้อยๆ “พี่เพิ่งบอกเลียมว่าพี่ชอบเขา” คุณตอบไปตรงๆ ไม่อยากทำร้ายจิตใจคนตรงหน้าด้วยการปิดบัง และพูดเบี่ยงเบนประเด็นอะไรอีกแล้ว เต็มยิ้มออกมาน้อยๆ เขาพยักหน้าเข้าใจ น้ำตาไหลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว

“ผมดีใจที่พี่ได้พูดกับเขาสักทีนะ” เต็มบอก เขายิ้มด้วยความจริงใจให้คุณ คุณหลบตาเขา คุณเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำให้เขาเจ็บมามากขนาดไหน ถ้านับตั้งแต่ตอนที่เขาชอบคุณเมื่อสามเดือนที่แล้ว

“จริงๆ นะ” เต็มย้ำอีกครั้ง น้ำตายังคงไหลไม่หยุด นั่นทำให้คุณเองก็น้ำตาไหลออกมาเช่นกัน

“แต่พี่ก็คงรักผมไม่ได้อยู่ดีใช่มั้ย ? ไม่เป็นไรนะ พี่ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหรอก อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่าคนที่ผมรักเขารู้สึกอะไรอยู่” เต็มพูด ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเก่งในการทำให้คนอื่นสบายใจเท่าไหร่นัก

คุณร้องไห้หนักขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น ไม่เคยคาดหวังมาให้มีใครมาทนรับความรู้สึกแบบเดียวกันกับที่คุณเคยได้รับมันจากเลียม มันไม่รู้สึกดีเลยสักนิดที่รู้แบบนั้น มีแต่จะยิ่งเจ็บช้ำมากขึ้นไปอีกอย่างหาก

เต็มพยายามที่จะลุกขึ้นนั่ง แต่ศีรษะที่หนักอึ้งนั่นเป็นตัวกดเขาเอาไว้ไม่ให้ไปไหน

“จะทำอะไร ?” คุณถามเมื่อเห็นว่าเต็มกำลังฝืนตัวเองอยู่ ต้องการที่จะลุกขึ้นมานั่งให้ได้

“ผมอยากกอดพี่ พี่จะได้เลิกร้องไห้สักที” เต็มพูดทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังน้ำตาไหลอยู่เหมือนกัน คุณยิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะปรับเตียงให้ตั้งขึ้นแล้วกอดเขา

“ผมหวังว่ามันจะช่วยได้นะ” เต็มด้วยน้ำเสียงขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์

“ขอบคุณนะ” คุณบอกเขา ก่อนที่กวางจะเปิดประตูแล้วชะเง้อหน้าเข้ามาบอกว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว คุณกับกวางบอกลาเต็มแล้วบอกอีกด้วยว่าจะมาเยี่ยมใหม่ในวันพรุ่งนี้

 

 

 

Epilogue

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงแต่อย่างใดทั้งความรู้สึกและสิ่งที่คุณปฏิบัติต่อทั้งเลียมและเต็ม ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

คุณเข้าใจแล้วว่าทุกอย่างจะไม่มีทางเป็นอย่างที่ใจคิด แต่ก็ภาวนาว่าสักวันนึงคนที่จะรักเขา และเขาก็รักคุณจะผ่านเข้ามาสักวัน

เรื่องราวในครั้งที่มีเด็กหนุ่มสองคนผ่านเข้ามาในชีวิตทำให้เข้าใจว่าความรักอาจไม่ใช่สิ่งสวยงามเสมอไป

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ - LILY - จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น