` ( sf / os ) 。eye contact ✦ | chanbaek

ตอนที่ 9 : ` ♡ contact 07 。burn you down!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ธ.ค. 58





วงการบันเทิงเป็นวงการที่กว้างขวางและเป็นวงการที่สามารถพบคนได้มากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นทีมงานเบื้องหลังอย่างผู้กำกับรายการ คนเขียนสคริปต์ หรือแม้กระทั่งเด็กเสิร์ฟน้ำ แต่ถ้าหากมีโชคบวกกับความสามารถนิดหน่อยก็มีสิทธิ์ได้เป็นถึง นักร้อง นักแสดง หรือนักเต้น วงการดนตรีถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของวงการบันเทิง ที่ผลิตนักร้องหลายสาย หลายรูปแบบ และหลากหลายแนวเพลง

 

‘บยอนแบคฮยอน’ เป็นหนุ่มน้อยบ้านนอกคนหนึ่งที่มีความใฝฝันอยากจะเป็นนักร้อง อยากมีเพลงเป็นของตัวเองสักเพลง เด็กน้อยคนนี้เริ่มหัดร้องเพลงตั้งแต่ช่วงประถม แรกๆ ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ มักจะได้รับการดุด่ามากกว่าการชมเชย อาจเป็นเพราะเสียงของเจ้าตัวที่เล็กและแหลมมาก แต่แบคฮยอนก็ยังไม่เคยหยุดฝึกฝนตนเอง จนกระทั่งขึ้นมัธยมน้ำเสียงที่เริ่มแตกหนุ่ม และเสียงแตกหนุ่มที่ว่าไม่ใช่เสียงทุ้มห้าว แต่กลับกลายเป็นเสียงแผ่วหวานหู เมื่อไหร่ที่ท่วงทำนองเพลงถูกขับออกมาจากริมฝีปากอมชมพูนั้นก็จะทำให้ผู้คนรอบข้างเคลิ้มจนต้องหยุดฟัง และเสียงหวานนั้นมันก็ตรงกับบุคลิกของแบคฮยอนพอดีที่เกิดมาเป็นเด็กตัวเล็กหน้าหวานปากนิดจมูกหน่อย แก้มยุ้ยจนน่าจับน่าหยิก ยิ่งโตแบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองเดินเข้าใกล้ความฝันมากขึ้นไปอีก ฝีมือการร้องเพลงที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนเพื่อนๆ คุณครู และพ่อแม่ต่างพากันชื่นชม ทำให้คนตัวเล็กมีกำลังใจมากขึ้นและกล้าที่จะขอผู้ปกครองเพื่อเข้ากรุงโซลไปเรียนมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเฉพาะทาง หรือถ้าโชคดีพอเสียงเขาอาจจะดึงดูดใครบางคนจนต้องมาชักชวนเขาเข้าวงการบันเทิงเลยก็เป็นได้ พ่อแม่ของแบคฮยอนให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี แม้ครอบครัวอาจจะไม่ได้มีเงินมากนัก แต่เพื่อความสุขของลูกชายคนเดียวของครอบครัวแล้วพวกท่านก็ยอมที่จะสละเงินเก็บมาทุ่มเทส่งลูกชายไปเรียนถึงเมืองหลวง

 

แบคฮยอนสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยและคณะที่ต้องการ เจ้าตัวเก็บอาการดีใจไว้ไม่มิด ร่างเล็กวิ่งไปทั่วบ้าน โผเข้ากอดพ่อแม่จนตัวโยน และวันสำคัญก็มาถึงวันนี้ เป็นวันสุดท้ายที่แบคฮยอนจะได้อยู่ที่บูชอนก่อนจะนั่งรถไฟเข้าเมืองหลวงไป

 

“ไปอยู่ที่นู่นก็อย่างอแงนะเจ้าแบค ตั้งใจเรียนละ” พ่อแบคฮยอนลูบหัวเจ้าตัวเล็กของตนที่กำลังจะต้องออกห่างจะอ้อมอกไปแล้ว

 

“ฮึก ติดต่อมาหาพวกเราบ้างนะ ฮือ ลูกแม่” แม่ของแบคฮยอนที่ร้องไห้อย่างหนักหน่วง จนแบคฮยอนแทบจะปากระเป๋าทิ้งแล้วยกเลิกตั๋วรถไฟมันซะเดี๋ยวนี้เลย มันก็น่าใจหายอยู่แหละที่จู่ๆ เด็กน้อยที่เคยแหกปากวิ่งเล่นไปทั่วบ้านกำลังจะย้ายออกไป หัวอกคนเป็นแม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ที่เด็กบ้านนอกใจซื่ออย่างแบคฮยอนจะไปอยู่ตัวคนเดียวในเมืองหลวง

 

“งื้อ ไม่ร้องสิแม่ แบคใจไม่ดีเลยนะ” ปากน้อยเบะออกคล้ายกับจะร้องไห้ตามคนเป็นแม่ เมื่อพ่อเห็นอาการของแบคฮยอนก็รีบดันหลังคนตัวเล็กให้ขึ้นรถไฟไปทันที เมื่อขึ้นรถไฟและนั่งประจำที่แล้วก็ไม่วายโผล่หน้าออกมานอกหน้าต่าง เห็นคนเป็นพ่อกำลังกอดปลอบแม่และมืออีกข้างก็โบกให้แบคฮยอน รอยยิ้มของคนเป็นพ่อฉายขึ้นมาพร้อมกับคำพูดที่แบคฮยอนพอจะอ่านออกได้

 

สูๆ นะเจ้าแบค

 

คนตัวเล็กพยักหน้าตอบแล้วย้ายตัวมานั่งที่นั่งดีๆ มือเล็กกำบนหน้าตักแน่น พยายามเริ่มต้นความเข้มแข็งด้วยการกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา เส้นทางการล่าฝันของบยอนแบคฮยอนได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

 

การมาเรียนที่นี่เริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่น อาจจะมีบ้างเรื่องการงงงวยวิธีการลงทะเบียนเรียนนั่นนี่ และก็นิสัยแปลกๆ ของคนในเมืองที่ปากว่าอย่างแต่กระทำการอีกอย่าง แบคฮยอนเป็นเด็กบ้านนอกใจซื่อ พูดจาตรงไปตรงมาแถมยังเป็นคนขยัน เพราะความมุ่งมั่นของแบคฮยอนและลุคที่เด็กน้อยใส่แว่นแบกหนังสือเป็นกอง เข้าเรียนตรงเวลา นั่งเรียนแถวหน้าสุด จดนั่นจดนี่ตลอดเวลา และเก็บของกลับห้องทันทีเมื่อเรียนเสร็จ หลายสิ่งนี้ทำให้แบคฮยอนกลายเป็นเด็กที่ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ ตามปกติแล้ว เด็กมหาวิทยาลัยก็มีช่วงเวลาที่ไปเที่ยวห้าง เที่ยวกลางคืนกันบ้าง มันเป็นการเข้าสังคมอย่างหนึ่ง แต่แบคฮยอนปฏิเสธที่จะทำมันทุกครั้ง

 

เวลาผ่านไปจนเข้าฤดูการสอบปลายภาค การสอบวิชาที่แบคฮยอนทุ่มเทมากที่สุดอย่างวิชาขับร้อง แม้คนตัวเล็กจะย้ายมาอยู่ที่หอตัวคนเดียวก็ยังติดนิสัยชอบฮัมเพลงเวลาว่างๆ เวลาอยู่หอแบคฮยอนไม่กล้าพอที่จะร้องเต็มเสียง เพราะเกรงใจแก้วหูห้องข้างๆ อยู่เหมือนกัน จะมีก็ในคาบวิชาขับร้องนี่แหละ ที่เจ้าตัวสามารถร้องสุดเสียงได้

 

ในวันสอบอาจารย์ให้โจทย์เพลงแนวบัลลาดหรูอย่างเพลง My Answer ซึ่งเพลงนี้ต้องคุมเสียงตัวเองให้แม่นมาก เพราะถ้าหากเสียงสั่นขึ้นมาจะถูกจับผิดได้ง่ายมาก จังหวะเพลงนี้จะเน้นเสียงนักร้องมากกว่าเสียงดนตรี คนตัวเล็กกำกางเกงตัวเองแน่นเมื่อคิวต่อไปจะเป็นคิวของตนเองที่จะได้เข้าไปแสดงต่อหน้าอาจารย์ประจำวิชา และเมื่อนักเรียนที่อยู่ในห้องออกมา ฝ่ามือของแบคฮยอนก็ยิ่งชื้นเหงื่อเข้าไปอีก ความตื่นเต้นเล่นงานเขาอย่างหนัก หน้าผากขาวก็เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นมา และเมื่ออาจารย์เปิดประตูออกมาเรียกคนตัวเล็กเข้าไป ร่างบางถึงกลับสะดุ้งและยิ้มแหยๆ ให้อาจารย์ แบคฮยอนเดินตามอาจารย์เข้ามาจนหยุดอยู่บริเวณหน้าห้อง มือบางยังคงกำกางเกงแน่นด้วยความตื่นตระหนก

 

ใจเย็นๆ นะครับคุณบยอน คิดซะว่านี่เป็นเวทีของคุณนะครับ และคิดว่าผมเป็นผู้ฟังของคุณ

 

อื้อครับ…”

 

พร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลยนะครับ

 

อาจารย์ยิ้มให้คนตัวเล็กอีกครั้งก่อนจะก้มหน้าลงไปจดอะไรยุกยิกระหว่างรอให้แบคฮยอนรวบรวมความกล้าของตนเอง แบคฮยอนเองที่เริ่มผ่อนคลายลงบ้างแล้ว มือบางคลายออกจากกางเกงตัวเดิมและเลื่อนขึ้นมาถอดแว่นออกจากในหน้าหวานมาเช็ดเม็ดเหงื่อออกแล้วใส่กลับไปแบบเดิม คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าลึกๆ เป็นครั้งสุดท้ายและกำลังจะขับร้อง แต่ทว่า

 

ปัง!!!

 

นักศึกษาปาร์คครับ มารยาทน่ะมีมั้ย นี่ยังไม่ถึงคิวสอบคุณนะครับ

 

“…?”

 

คนตัวสูงตรงที่เป็นต้นเหตุของการรบกวนเลิกคิ้วมองหน้าอาจารย์สลับกับแบคฮยอนไปมา ก่อนที่จะเอ่ยปากพูดต่อ มาก่อนเวลาบ้างไม่ได้เหรอครับ?” คนตัวสูงยังคงไม่สำนึก อีกทั้งยังปิดประตูและลอยหน้าลอยตาเดินเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงข้างอาจารย์ผู้สอนแล้วท้าวคางมองมาที่คนตัวเล็กหน้าห้อง

 

ดื้อจริงไอ้เด็กคนนี้ แบคฮยอน นี่ปาร์คชานยอลนะ เป็นนักศึกษาเซคเดียวกับนายเลย

 

ครับ…”

 

เป็นหลานอาจารย์ด้วย ฮ่าๆ ไม่ต้องกลัวมันนะ เราพร้อมเมื่อไหร่ก็ร้องเลย มันจะได้สอบต่อน่ะ

 

อาจารย์ยังคงยิ้มให้แบคฮยอนแบบเดิม ตอนนี้กลายเป็นว่ามีสายตาสองคู่ที่จดจ้องมายังร่างเล็กหน้าห้อง คนตัวเล็กหลับตาและหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง ก่อนจะลืมตาขึ้นและสบเข้ามาในดวงตากลมโตของหลานอาจารย์ที่กำลังจ้องมองมาพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

 

ร้องสิ รออะไรวะ

 

แบคสอบอยู่ คุณตัวสูงเข้ามาทำไมล่ะครับ?”

 

ฉันชื่อชานยอล

 

ไม่รู้ แบคขี้เกียจจำ

 

อาจารย์ที่นั่งนิ่งๆ อยู่ถึงกับหลุดขำในคำพูดที่ตรงไปตรงมาของแบคฮยอน เด็กคนนี้น่ารักและจริงใจมาก น่าเอ็นดูจริงๆ

 

พอ หยุดเถียงกันนะ คุณบยอนเริ่มเลยเถอะ

 

แบคฮยอนสูดหายใจเข้าลึกเต็มปอดและเริ่มขับร้องเนื้อเพลงออกมา แม้จะไม่มีดนตรีคอยนำจังหวะ แต่แบคฮยอนก็จะอาศัยการจับจังหวะจากที่เคยฟังและขับร้องออกมา เสียงหวานใสสะกดทุกความสนใจของผู้ชมทั้งสอง เนื้อเพลงหวานซึ้งช่างเหมาะกับคนตัวเล็กตรงหน้าเหลือเกิน ชานยอลได้แต่คิดในใจ ใบหน้าขรึมที่เมินเฉยต่อการแสดงของแบคฮยอน แท้ที่จริงแล้วในใจเขาอยากจะปรบมือให้แบคฮยอนสักรอบสองรอบ เพลงจบลงแล้วอาจารย์ก็ก้มหน้าก้มตาจดคะแนนเขียนคอมเม้นท์ต่างๆ นานา เมื่อจดเสร็จก็พยักหน้าให้แบคฮยอนเป็นการรู้ว่าการสอบร้องเพลงครั้งนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ร่างเล็กโค้งหัวให้อาจารย์เป็นการขอบคุณก่อนจะเดินผ่านออกนอกห้องไป

 

ชานยอลเองที่ยังคงมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปเรื่อยๆ ประตูที่กำลังจะถูกแบคฮยอนปิดนั้นได้เรียกสติชานยอลเอาไว้ ร่างสูงรีบวิ่งออกนอกห้องไปฉุดแขนบางของคนตัวเล็กเอาไว้ แบคฮยอนเองเมื่อโดนบุคคลแปลกหน้าก็ยิ่งสะดุ้งโหยง คนตัวเล็กสะบัดแขนออกจากการกอบกุมแล้วเงยหน้ามองคนตัวสูงอย่างงุนงง หลานอาจารย์มีปัญหาอะไรกับเขาเหรอ? หรือว่าเขาลืมอะไรไว้ในห้องแล้วจะเอามาคืนให้?

 

หื้อ? คุณตัวสูงมีอะไรเหรอครับ?”

 

แบคฮยอนเอียงคอสงสัย ใบหน้าหวานเริ่มชะโงกหน้าดูไปเรื่อยว่าชานยอลหยิบอะไรติดมือมาบ้างหรือเปล่า

 

อยากเป็นนักร้องมั้ย?”

 

อะอื้อ! อยากสิ

 

มาร้องเพลงคู่กับฉันหน่อยสิ

 

เมื่อคนตัวสูงได้เอ่ยประโยคข้างต้นไป แบคฮยอนก็ถึงกับตาลุกวาว ในใจก็แอบดีใจที่มีคนมาชี้ทางสว่างให้ แต่ในหัวของแบคฮยอนก็กังวลว่าคนตรงหน้าจะมาหลอกอะไรหรือเปล่า ตอนนี้ความคิดในสมองของคนตัวเล็กตีกันมั่วไปหมด แต่ก็ต้องยอมรับว่าข้อเสนอของชานยอลนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

 

หื้อ? แบคเนี่ยนะ ร้องที่ไหน ยังไงอ่ะ แล้วเสียงเราจะเข้ากันได้เหรอ?”

 

ไม่รู้ดิ แต่ก็อยากให้มาลองดูกันก่อน

 

รอยยิ้มหล่อที่กระชากใจสาวทุกคนจุดลงบนมุมปากหยัก แน่นอนว่ามันก็กระชากใจแบคฮยอนเช่นกัน ใบหน้าคมที่ระดับลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างของใบหน้าหวานและใบหน้าคมก็ลดลงเช่นกัน ในตอนนี้ชานยอลย่อตัวลงจนอยู่ในระดับสายตาของแบคฮยอน ไม่พอแค่นั้นชานยอลยังขยับเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วเร็วขณะที่ว่าปลายจมูกโด่งนั้นเฉียดแก้มแบคฮยอนไปอย่างวาบหวิว ใจของคนตัวเล็กเต้นแรงจนแทบจะเด้งออกมานอกอก และเมื่อเกิดอะไรตื่นเต้น มือของแบคฮยอนก็จะรน และการรนในครั้งนี้ ฝ่ามือบางก็เลือกที่จะกำเข้าที่ชายเสื้อนักศึกษาของปาร์คชานยอลอย่างพอดิบพอดี ดวงตาเรียวเล็กหลับปี๋เมื่อตอนที่ใบหน้าหล่ออยู่ใกล้บริเวณซอกคอของตน สัมผัสได้ถึงลมหายใจผะแผ่วของคนตังสูง

 

มาลองดูกันสักครั้งดีมั้ย?”

 

ริมฝีปากหนากระซิบเสียงแหบพร่าบริเวณใบหูเล็ก อีกทั้งยังแกล้งหายใจรดต้นคอจนแบคฮยอนต้องหดคอหนี ส่วนฝ่ามือก็ซุกซนหมายจะโอบรอบเอวเล็กนั้น

 

ชะ…”

 

ปาร์คชานยอล! หยุดแกล้งคุณบยอนแล้วก็เข้ามาสอบเดี๋ยวนี้!

 

เมื่อได้ยินเสียงอาจารย์ดังขึ้น แบคฮยอนก็เกิดอาการตกใจจนผลักอกชานยอลออกเต็มแรง คนตัวสูงเซกลับไปที่เดิม แต่ชานยอลยังคงเมินคำพูดของอาจารย์ อีกทั้งยังจ้องมาที่แบคฮยอนพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอีกครั้ง

 

หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะแบคฮยอนฉันจะรอ J

 

ร่างสูงหมุนตัวกลับเข้าห้องไป อาจารย์เองก็ส่ายหัวสองสามทีก่อนที่จะเดินตามหลานชายตัวดีเข้าห้องไป ทิ้งแบคฮยอนไว้กับหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอกบาง ไหนจะสัมผัสที่ต้นคอ และเสียงทุ้มทรงเสน่ห์ที่ติดอยู่ในโสตประสาทของแบคฮยอนอีก ผู้ชายตัวสูงคนเมื่อกี้เล่นอะไรเนี่ยทำเอาแบคฮยอนมึนหัวไปหมดเลย

 

ปาร์คชานยอลคนอันตราย!

 

 

ร่างเล็กคิดไม่ตกกับข้อเสนอที่สุดจะน่าสนองของคนตัวสูงคนนั้น ถึงแม้จะกลับหอมาอ่านหนังสือทบทวนก็แล้ว ทานอาหารเย็นก็แล้ว อาบน้ำก็แล้ว จนป่านนี้จะเข้านอนอยู่แล้วคิ้วบางก็ยังขมวดไม่เลิกเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อตอนเย็น ในหัวมีแต่คำถามมากมายที่อยากจะถาม ทำไมต้องเป็นเขา? ทำไมชานยอลต้องยิ้มแบบนั้น? และที่สำคัญทำไมหัวใจไม่รักดีของแบคฮยอนถึงต้องเต้นแรงเพราะผู้ชายคนนี้!? คนหล่อๆ มีมากมายในมหาวิทยาลัย แบคฮยอนเองก็พบเจอมาหมด โดนคนพวกนั้นมาขอลอกการบ้านก็ผ่านมาแล้ว

 

แต่กับชานยอลมันแตกต่าง มันพิเศษกว่าคนอื่น แค่เจอหน้ากันครั้งแรกก็รู้สึกถึงความไม่เป็นตัวเอง ยิ่งได้ฟังเสียงก็ยิ่งใจสั่น และพอคนตัวสูงยื่นหน้ามาใกล้ แบคฮยอนก็รู้สึกเหมือนเป็นขี้ผึ้งที่โดนความฮอตของผู้ชายคนนั้นละลายยังไงยังงั้นเลย

 

พลิกตัวนอนเป็นสิบรอบก็ยังรู้สึกไม่สบาย ปกติแบคฮยอนเป็นคนนอนง่ายเพียงแค่หัวถึงหมอนตาก็พร้อมจะปิดอยู่แล้ว แต่วันนี้มันแตกต่างออกไป คนตัวเล็กมีความกังวลอะไรบางอยู่ในใจจนละทิ้งไม่ได้ ร่างเล็กจึงตัดสินใจคว้ามือถือเครื่องเก่าขึ้นมาและต่อสายหาคนเป็นแม่ทันที ในใจก็แอบกลัวว่าจะโทรไปรบกวนเวลาพักผ่อนของแม่หรือเปล่า เพราะเมื่อเงยหน้ามองนาฬิกานี่มันก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว เวลานี้อาจจะเป็นเวลาท่องเที่ยวของคนในเมือง แต่ต่างกับคนต่างจังหวัดอย่างครอบครัวของแบคฮยอนที่เวลาสามทุ่มครึ่งก็ปะแป้งพร้อมนอนเต็มแก่แล้ว ถือสายอยู่สักพักเสียงมีอายุของผู้เป็นแม่ก็ตอบมาอย่างงัวเงีย

 

[หื้อ มีอะไรตัวแสบ]

 

แบคนอนไม่หลับอ่าทำไงดี

 

เมื่อได้ยินดังนั้นคนเป็นแม่ก็หลุดยิ้มออกมา แบคฮยอนยังคงเป็นเด็กน้อยเสมอ เด็กน้อยขี้เหงาและต้องการความเอาใจใส่

 

[อะไรกัน นี่แม่ต้องร้องเพลงกล่อมมั้ยเนี่ย?]

 

เมื่อแบคฮยอนได้ฟังก็ยิ้มกว้างออกมา หัวใจที่กำลังฟุ้งซ่านกำลังจะคลายลงเพราะได้คุยกับคุณแม่อันเป็นที่รัก

 

อื้อ แม่กล่อมแบคทีนะครับ

 

[เจ้าเด็กไม่รู้จักโต]

 

นะแม่นะแบคนอนไม่หลับอ่ะ นะ?

 

[เป็นอะไรหื้ม บอกแม่ได้นะ ปกติเราไม่เป็นแบบนี้นะแบคฮยอน]

 

คนเป็นแม่เริ่มจับสังเกตได้จึงเอ่ยถามแบคฮยอนไป มันก็ปกติอยู่หรอกที่แบคฮยอนจะอ้อน แต่มันผิดตรงที่นี่มันเลยสี่ทุ่มมาแล้ว และแบคฮยอนก็โทรมาหา แปลว่าก่อนหน้านี้คนตัวเล็กก็คงใช้เวลาคิดอะไรบางอย่างตัวคนเดียวนานพอควรเลยแหละ

 

มีคนมาชวนแบคไปร้องเพลงคู่แหละ…”

 

[หื้ม? ก็ดีแล้วนี่จ๊ะ คิดมากทำไม?]

 

แต่เขาหล่อมากนะแม่

 

[หล่อกว่าเจ้าเด็กดื้อของแม่อีกเหรอหื้ม คิๆ]

 

แบคฮยอนยู่ปากใส่โทรศัพท์กับคำพูดคำแซวของคนเป็นแม่

 

ตอนเขามาชวนแบคเขายื่นหน้ามาใกล้มาก ใจแบคนี่สั่นเป็นเจ้าเข้าเลยนะแม่!

 

[แหน่ะ~ ชอบเขาเหรอ?]

 

ไม่ใช่นะแม่! ตลกแล้ว เพิ่งเจอกันเอง

 

[เหรอ จริงเหรอ? ฮ่าๆ นี่แม่ส่งให้เจ้าแบคไปเรียนหรือไปหาผู้บ่าวเมืองหลวงกลับมานี่?]

 

แม่อ่ะ!!”

 

แบคฮยอนมั่นใจนะ ว่าตัวเองไม่ได้เขิน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องอมยิ้มตอนที่โดนแม่แซว ผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ก็โดนแบคฮยอนจิกไปแล้วหลายรอบเหมือนกัน

 

[มีโอกาสก็คว้าไว้นะแบค แต่ก็ต้องดูด้วยว่าคนให้โอกาสเป็นใคร]

 

“…”

 

[ถ้าเขาดี ก็ถือว่าเราโชคดีไป]

 

“…”

 

[แต่ถ้าเขาแย่ แม่ก็ไม่อยากเห็นแบคมานั่งเสียใจทีหลังนะ]

 

“…”

 

[เพราะถ้าแบคเสียใจแม่ก็จะเสียใจด้วย]

 

งื้มแบคอยากกลับบ้านจัง

 

[เป็นเด็กดีต้องอดทนนะลูก ตั้งใจเรียน ตั้งใจตามความฝัน แม่เป็นกำลังใจให้ คิดถึงเจ้าแบคเสมอนะ]

 

แบคก็คิดถึงแม่

 

อย่างอแงล่ะ แม่นอนแล้วนะจ๊ะ

 

สายถูกตัดไปแล้วแบคฮยอนวางโทรศัพท์ลงกับหัวเตียงดังเดิม จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ดวงตาเล็กหลับลง หลังจากที่ได้คุยกับแม่ แบคฮยอนก็สบายใจมากขึ้นเป็นเท่าตัว ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าการเรียนและความฝันของเขาแล้ว

 

รีบเรียน รีบทำความฝันให้เป็นจริง และรีบกลับบ้านไปอวดให้แม่ภูมิใจในความสำเร็จของลูกชายคนนี้ดีกว่า

 

 

ฤดูสอบไล่ผ่านไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ แบคฮยอนยังคงชะเง้อมองหาคนตัวสูงหน้าหล่อคนนั้นเสมอ ก่อนหน้านี้ก็เฝ้ารอสายโทรศัพท์มาตลอด ในใจก็คาดหวังว่าอาจจะมีเบอร์แปลกโทรมาบ้าง แต่ก็ต้องเป็นอันผิดหวังเมื่อทุกอย่างกลับเงียบเชียบ

 

ชีวิตช่วงหลังสอบอันน่าเบื่อหน่ายของแบคฮยอนก็กลับมาอีก ตื่นเช้ามาเรียน กลับหอ กินข้าวเย็น อ่านหนังสือ อาบน้ำ แล้วก็นอน ทุกอย่างวนเวียนซ้ำไปซ้ำอย่างนี้ทุกวี่ทุกวันจนนี่ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วชานยอลก็ยังหายหน้าตาไร้การติดต่อกลับมา จิตใจคนตัวเล็กเริ่มเหี่ยวเฉา นึกโกรธคนตัวสูงที่มาให้ความหวังลอยๆ แล้วก็จากไป มิหนำซ้ำยังโกรธตัวเองที่ยอมโง่เชื่อเขา

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่กิจวัตรของแบคฮยอนดำเนินไปในแบบเดิมๆ เสียงอาจารย์ที่กล่าวลาแสดงว่าเวลาเรียนคาบสุดท้ายได้หมดลงแล้ว ฝ่ามือบางจึงเริ่มเก็บของใส่กระเป๋าและอาจเป็นเพราะว่าหิวข้าวกลางวันมากเกินไปจนนิ้วไม้นิ้วมือสั่น ทำให้ปัดไปโดนกระเป๋าดินสอจนดินสอปากกาในกระเป๋าพากันร่วงระเนระนาดบนพื้นเต็มไปหมด แบคฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้มตัวลงไปใต้โต๊ะเลคเชอร์เพื่อหยิบดินสอปากกาเก็บใส่กระเป๋าดินสอทีละอัน เมื่อเก็บทุกอย่างลงกระเป๋าดินสอเสร็จและรูดซิปปิดอย่างเรียบร้อย ร่างเล็กก็พยุงตัวลุกขึ้นเตรียมเดินกลับไปเก็บกระเป๋าโต๊ะ แต่ทว่าคงเป็นเพราะแบคฮยอนไม่ทันระวังและลุกเร็วเกินไปจึงทำให้หัวโขกกับขอบโต๊ะไปเต็มแรงแต่ไม่ยักรู้สึกเจ็บแต่กลับรับรู้ได้ถึงฝ่ามือหนาที่วางอยู่บนกลุ่มผมนุ่ม

 

โอ๊ย! เพราะชานยอลเอามือมาวางรองไว้ไม่ให้หัวแบคฮยอนโขกกับโต๊ะจึงทำให้ฝ่ามือหนานั้นเองที่ได้รับความเจ็บปวดแทน ร่างสูงซี๊ดปากทำหน้าตาแหยงๆ สะบัดมือข้างที่โดนแรงกระแทกไปมา ส่วนแบคฮยอนกำลังอึ้งที่ได้พบหน้าคนตัวสูงก็รีบดึงสติให้กลับมา มือบางยื่นมือไปจับฝ่ามือหนามาลูบแผ่วเบาจนชานยอลหยุดสะบัดมือแล้วลดสายตาลงมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังใช้ปากเป่าลมใส่หลังมือหนาเบาๆ

 

โอมเพี้ยง! หายนะ หายนะ เพี้ยง! เพี้ยง!

 

“…!!!”

 

ชานยอลแทบจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อแบคฮยอนก้มลงทาบริมฝีปากตัวเองลงไปบนหลังมือหนาแล้วจุ๊บมันเบาๆ ใบหน้าของร่างสูงเลิกลั่กทันที มือที่ว่างอีกข้างก็ยกขึ้นมาเกาท้ายทอยแทบจะทันที แต่พอร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมาก็กลับมาวางมาดหน้านิ่งจ้องมองแบคฮยอนแบบไม่ละสายตา ร่างเล็กปล่อยมือชานยอลลงแล้วหัวเราะแหะๆ แก้ขัดที่ทำรุ่มร่ามกับร่างกายของชานยอลเมื่อกี้ เขาทำลงไปจะทำให้คนตัวสูงนี้โกรธใช่มั้ย

 

ใครสอนให้ทำแบบนี้?”

 

แม่แบ เอ้ย! แม่เราเอง

 

“…”

 

งื้อขอโทษ

 

“…”

 

ชานยอลไม่ชอบใช่มั้ย? เราขอโทษนะ (._.)” แบคฮยอนก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด ฝ่ามือบางกำกันแน่นเพราะกลัวหน้านิ่งๆ ของชานยอลเหลือเกิน

 

แต่ทุกอย่างบนโลกเหมือนหยุดนิ่ง เมื่อชานยอลเลื่อนมือมาลูบกลุ่มผมนุ่มของคนตัวเล็กอีกครั้ง ร่างสูงออกแรงขยี้เบาๆ จนแบคฮยอนกลายเป็นลูกหมาขนฟู

 

แล้วนายเจ็บมั้ย? วินาทีที่ชานยอลเอ่ยถาม แบคฮยอนก็เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าตอนนี้เศร้าขึ้นไปอีก หน่วยตาเล็กเริ่มมีหยาดน้ำใสคลอเบ้า ชานยอลเองเมื่อเห็นสีหน้าแบบนั้นของแบคฮยอนก็เริ่มทำตัวไม่ถูก

 

ไม่ เราไม่เจ็บหัวหรอก

 

“…”

 

ฮะฮึก

 

“…”

 

แต่เราเจ็บตรงนี้ ชานยอลทำตรงนี้ของเราเจ็บ

 

ฝ่ามือบางเลื่อนมาทุบกลางอกตัวแรงๆ สองสามทีแต่ก็ต้องหยุดลง เมื่อชานยอลยื่นมือมาหยุดข้อมือบางเอาไว้

 

ชานยอลมาให้ความหวังเรา จะพาเราไปร้องเพลงแล้วชานยอลก็ฮือหายไป คนใจร้าย คนนิสัยไม่ดี คน…”

 

ไม่รอให้แบคฮยอนพูดจบ ชานยอลก็รีบดึงคนตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอดทันที ฝ่ามือหนากดหัวเล็กลงกับบ่ากว้าง เขาสัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาของแบคฮยอนที่กระทบไหล่ตนจนรู้สึกแฉะ

 

ปลอบคนไม่เก่งเท่าไหร่ แต่ก็ขอโทษนะครับ

 

ฮือ…”

 

ใบหน้าหล่อซุกลงกับกลุ่มผมนุ่มของคนตัวเล็ก ฝ่ามืออีกข้างเลื่อนมาลูบผมนุ่มแผ่วเบา ชานยอลยังสัมผัสได้ถึงแรงสะอื้นของแบคฮยอน และอีกสัมผัสหนึ่งตรงเอวหนาของตนเอง

 

แบคฮยอนกำลังกอดชานยอลกอดแน่นมาก

 

ชานยอลห้ามทำแบบนี้อีกนะ ถ้าทำอีกเราจะแช่งให้ชานยอลหูกางกว่านี้ ฮึก

 

ขณะที่ร้องไห้อยู่ก็ยังทำปากเก่งมาแช่งคนอื่น ร่างสองร่างที่ความสูงต่างกันยังคงกอดกันแน่น

 

กอดที่เต็มไปด้วยคำขอโทษ

 

กอดที่เริ่มสร้างความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาในใจของทั้งคู่ขึ้นมาทีละนิดๆ












 



 :: @delight614
pls scream tag :: #อคทชบ
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

118 ความคิดเห็น

  1. #112 pawarisp (@pwrs__) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 23:19
    ฮื่ออออออออออออออออออออ ;_;
    #112
    0
  2. #111 The WHITEFOX (@piyamas2310) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 16:50
    โอ้ยยย เขินหนักมากกกก
    #111
    0
  3. #110 멍령이 (@parkpum002) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 10:31
    เจ้าแบคของแม่น่ารักจริงๆ
    #110
    0
  4. #109 ภรรยาปาร์ค (@yeanthitiporn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2558 / 20:43
    เขินมากอ่ะวันนี้ก็โดนหัวโขกโต๊ะไม่เห็นมีใครมาทำแบบนี้บ้างเลยเศร้าน่ะเนี่ย555555555
    #109
    0