[Fic Got7] Dessert เผลอรัก #BNior #BNyoung

ตอนที่ 7 : Dessert เผลอรัก 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    17 ก.ค. 62



"จินยองกินยา"


"ไม่เอา  ฉันหายแล้วตัวก็ไม่ร้อนแล้วเนี่ยเห็นมั้ย"

ผู้ชายสองคนนั่งเถียงกันตั้งแต่เช้า  เหตุเพราะมีใครบ้างคนไม่ยอมกินยาตามที่หมอสั่ง  อิมแจบอมส่ายหน้าเหนื่อยใจกับคนที่พึ่งหายป่วย   พอเห็นว่าตัวเองไม่มีไข้เข้าหน่อยก็จะเลิกกินยาทั้งที่ความจริงแล้วยาตัวนี้หมอสั่งให้พัคจินยองกินจนหมดถึงแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม


อิมแจบอมใช้สายตากดดันให้พัคจินยองรับยาที่อยู่ในมือเขาไปกิน   จินยองทำเมินไม่สนใจยาที่วางอยู่บนมือหนาแถมยังหยิบรีโมตทีวีขึ้นมากดเร่งเสียงรายการวาไรตี้ที่กำลังฉายอยู่ให้ดังขึ้นเพราะขี้เกียจฟังเสียงแจบอมที่เอาแต่พูดให้เขากินยาไม่เลิก



"ได้....นายจะไม่กินดีๆใช่มั้ย"


ร่างหนากัดฟันพูด เขาพูดดีๆด้วยก็แล้ว ใช้สายตากดดันก็แล้ว ทำมาหมดทุกอย่างแต่อีกคนก็ยังไม่ยอมกิน  ไม่น่าเชื่อว่าพัคจินยองจะเป็นคนกินยายากขนาดนี้


ขณะที่คนตัวเล็กกำลังจับจ้องไปที่หน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างเพลิดเพลิน  อิมแจบอมใช้โอกาสที่อีกคนเผลอ จัดการล็อคคอคนที่นั่งอยู่ข้างๆ  แรงดิ้นที่อยู่ในอ้อมแขนไม่ใช่น้อยๆเลย  เห็นตัวบางแบบนี้แต่แรงเยอะประหนึ่งช้างตั้งท้องลูกสิบตัวก็ไม่ปาน 


"ปล่อยนะเว้ยทำอะไรของนายเนี่ย"

"ทำให้นายกินยาไง"

"อื้อ"

ช้าก่อนอย่าพึ่งคิดไปไกลว่าจะมีฉากจูบป้อนยาเหมือนในนิยายรักน้ำเน่าพวกนั้น  มือหนาบีบปากอิ่มจนกลายเป็นว่าจินยองทำปากจู๋อยู่ในอ้อมแขนแกร่ง  หน้าพัคจินยองตอนนี้ก็คล้ายๆกับปลาทองนั่นแหละ  อิมแจบอมจัดการดันเม็ดยาที่อยู่ในมือใส่ปากพัคจินยองทันทีก่อนจะใช้ฝ่ามือตัวเองปิดปากเพื่อกันไม่ให้อีกคนคายยาออกมา


จินยองดิ้นจนหลุดจากคนตัวหนาก่อนจะรีบคว้าแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดื่มหลังจากที่กลืนยาลงไปเพราะใครบางคนบังคับให้เขากิน


"แหม...ยาเม็ดแค่นั้นกินน้ำเยอะเกินไปมั้ย"

"มันขม!!"

"อ้าวเหรอ  ไม่รู้นะเนี่ย"


อิมแจบอมมองไปยังพัคจินยองที่กินน้ำจนหมดแก้ว  สงสารแต่ก็อดขำไม่ได้ ถ้ายอมกินยาดีๆตั้งแต่แรกเขาก็คงไม่ใช้วิธีแบบนี้หรอก


"ทีหลังก็บอกกันดีๆดิ"

"รู้สึกว่าก่อนหน้านั้นฉันก็พูดกับนายดีๆแล้วนะ"

"อ้าวเหรอ ไม่รู้นะเนี่ย"


พัคจินยองจีบปากจีบคอตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท  มือหนาหยิบหมอนอิงที่วางอยู่ข้างกายฟาดใส่หัวทุยของจินยองเบาๆเพราะหมั่นไส้  การกระทำนั้นเรียกให้จินยองจ้องอิมแจบอมตาขวาง

"นายเอาหมอนมาฟาดหัวฉันทำไม!"

"พอดีเห็นยุง..สงสัยบินไปแล้ว"

"........"

"โอ้ย!นายฟาดฉันทำไมเนี่ยจินยอง"

"พอดีเห็นยุง..สงสัยตัวเดียวกัน"

จินยองตอบกลับก่อนจะยกยิ้มให้แจบอมอย่างผู้มีชัย 

แจบอมชี้หน้าพัคจินยองเป็นการคาดโทษ  ได้แต่คิดในใจว่าฝากไว้ก่อนเถอะ แค้นนี้ต้องชำระบอกเลย


หลังจากสงบศึกกันได้สักพัก  จินยองเหลือบตามองดูนาฬิกาก่อนจะลุกขึ้นแล้วเรียกอิมแจบอม

"ปะ สายแล้ว"

"ไปไหน?"

"ก็วันนี้วันอาทิตย์ฉันต้องสอนนายทำขนมไม่ใช่เหรอหรือว่าลืมแล้ว"

"นายพึ่งหายป่วย  เอาไว้อาทิตย์หน้าละกัน"


จินยองมองอีกคนด้วยสายตาจับผิด  ไม่น่าเชื่อว่าอิมแจบอมจะสนคนที่พึ่งหายป่วยแบบเขาด้วย   ในเมื่อวันนี้ไม่ต้องสอนเขาจึงกลับมานั่งลงที่โซฟาตามเดิม 


คนทั้งสองนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน  หากแต่นั่งกันคนละฝั่งไม่ได้มานั่งเบียดกันให้ดูโรแมนติกแต่อย่างใด


"ตอนเย็นไปเดินเล่นแถวแม่น้ำฮันกันปะ"

แจบอมถามขึ้นขณะที่รายการตัดเข้าช่วงโฆษณา 

จินยองหันไปมองคนที่เอ่ยชวนงงๆ ในขณะที่แจบอมเอาแต่มองไปยังจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า มือก็หยิบขนมกรุบกรอบเข้าปากไม่หยุด

"ชีวิตว่าง?"

"เออว่าง  ไปไม่ไป"

"ไป"

"ก็แค่นั้น"







ช่วงเวลาใกล้พระอาทิตย์ตกดิน  ผู้คนต่างก็พากันมาเดินเล่นริมแม่น้ำฮัน  บ้างก็วิ่งออกกำลังกาย บ้างก็ปั่นจักรยาน ด้วยความที่สถานที่ติดแม่น้ำบรรยากาศจึงค่อนข้างดีเป็นพิเศษ เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้คนมักใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่พักผ่อน



พัคจินยองและอิมแจบอมต่างก็อยู่ในชุดสบายๆหากแต่มองแล้วดูดี   ทั้งสองกำลังนั่งคุยอะไรไปเรื่อยหลังจากที่เดินเล่นกันมาได้สักพัก   หัวข้อสนทนาก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเป็นเรื่องทั่วไปที่ต่างคนก็หยิบยกขึ้นมาเล่า 


 การพูดคุยที่มากขึ้นนี้ดูต่างจากช่วงแรกๆที่ทั้งสองได้รู้จักกัน  บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าอีกต่อไป


"ถามหน่อย ทำไมช่วงนี้นายสอนฉันทำแต่พวกน้ำไม่เห็นทำขนมเหมือนเมื่อก่อนเลย"

"เรียนกับพี่มาร์คมาเลยเอามาสอนนายต่อ"

"ไหนบอกไปเรียนทำขนม?"

"ก็ทำ  แต่ฉันอยากเรียนพวกเครื่องดื่มและวิธีชงอะไรแบบนี้ด้วยไงพี่เขาเลยสอนให้"

"ฉันก็สอนนายเรื่องเครื่องดื่มได้นะ"

"ตลกละ  ฉันอยากเปิดร้านเบเกอรี่นะไม่ได้อยากเปิดผับ"


จินยองแทบจะหลังมือใส่คนที่นั่งข้างๆ  อย่างที่รู้กันว่าบริษัทอิมแจบอมทำเกี่ยวกับพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ความฝันการเปิดร้านเบเกอรี่ของเขาไม่ได้จำเป็นต้องใช้พวกแอลกอฮอล์สักนิดไม่แน่ใจว่าอิมแจบอมไม่รู้หรือว่าแค่อยากกวนประสาทเขากันแน่


ดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆลาจากท้องฟ้าเป็นอะไรที่สวยงามมากจริงๆ  คู่รักหลายคู่เลือกที่จะใช้เวลาช่วงนี้เพื่อถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันเพราะแสงกำลังสวยได้ที่เลยล่ะ


"ขอโทษนะครับ พี่ถ่ายรูปให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ"


เด็กหนุ่มหน้าตาดีเดินมาขอความช่วยเหลือพวกเขาที่นั่งอยู่ให้ช่วยถ่ายรูปให้  ในมือเด็กคนนั้นมีกล้องโพลารอยด์มาด้วย  ข้างๆเด็กหนุ่มมีหญิงสาวน่าตารักยืนอยู่  พัคจินยองคาดว่าทั้งคู่คงจะเป็นแฟนกัน  จินยองพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปรับกล้องโพลารอยด์เพื่อมาถ่ายรูปให้  



อิมแจบอมเองก็ลุกขึ้นไปยืนอยู่ข้างๆจินยอง  มือหนายกขึ้นกอดอกมองคนตัวเล็กที่พูดให้สัญญาณเด็กทั้งสองเป็นเชิงว่าจะกดถ่ายแล้ว 


เมื่อถ่ายเสร็จก็ยื่นกล้องคืนให้  เด็กทั้งสองคนโค้งขอบคุณก่อนจะรับกล้องและรูปมาไว้ในมือ    


"พี่สองคนเป็นแฟนกันเหรอคะน่ารักมากเลย"


พัคจินยองได้ยินดังนั้นก็ไม่รู้จะตอบยังไงทำได้แค่ส่งยิ้มไปให้   ส่วนอิมแจบอมกระแอ่มไอนิดหน่อยก่อนจะทำเป็นมองไปทางอื่นแทน  


"ผมมีโพลารอยด์เหลืออีกหลายใบให้ผมถ่ายรูปให้พวกพี่มั้ย"

"เอ่อ...ไม่เป็นไรครับน้อง"

"แทนคำขอบคุณที่พี่ถ่ายรูปให้ผมนะครับ"

"นะคะพี่เดี๋ยวหนูหามุมสวยๆให้"


เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองอยากถ่ายให้เขาขนาดนี้พัคจินยองจึงต้องยอมตามใจเพราะเขาเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่เก่งอยู่แล้ว 

สุดท้ายเขาและอิมแจบอมจึงไปยืนยังที่ที่เด็กทั้งสองหามุมให้  จะว่าไปแล้วหลังจากงานแต่งเพื่อผลประโยชน์นั่นพวกเขาก็ไม่ได้มีรูปปกติที่ถ่ายคู่กันเลยสักภาพ

"พี่คะใกล้ๆกันหน่อยค่ะ"

อิมแจบอมและจินยองเขยิบเข้าใกล้กันตามคำที่เด็กสาวน่ารักคนนั้นบอก 

"จะถ่ายแล้วนะครับ หนึ่ง...สอง..."

ก่อนที่เด็กหนุ่มจะนับถึงสาม  อิมแจบอมก็ยกแขนขึ้นพาดคอจินยองจนคนตัวเล็กหันขวับไปมอง  มันเป็นจังหวะที่เด็กหนุ่มกดถ่ายพอดีทำให้รูปโพลารอยด์ที่อยู่ในมือพัคจินยองตอนนี้เป็นรูปที่อิมแจบอมยกแขนพาดคอเขา แล้วเขาเงยหน้าสบตาคนตัวสูงพอดี  วิวข้างหลังเป็นแม่น้ำฮันพร้อมแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า  


"นายจะยกแขนขึ้นมาตอนถ่ายรูปทำไม"

"ก็ฉันเมื่อยอยากหาที่วางแขน"

"นายนี่นะ"

"อ้าวจินยองจะเดินไป"

"จะกลับบ้านแล้วหิวข้าว!"


อิมแจบอมยืนขำคนที่เดินหน้ามุ่ยก่อนจะก้มลงมองรูปโพลารอยด์ที่พัคจินยองเป็นคนยัดใส่มือเขาก่อนจะเดินหนีไป  เสียดายที่เมื่อกี้เขาทำได้แค่เอาแขนพาดบ่าจินยอง  ถ้าได้บีบแก้มกลมๆนั่นก็คงจะดี   


ว่าแต่เขาจะอยากบีบแก้มจินยองทำไม










"ค่อยๆคนเบาๆ"

"แบบนี้ถูกมั้ยครับพี่มาร์ค"

"ใช่ๆแบบนั้นแหละ"

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่พัคจินยองมาเรียนกับพี่มาร์ค  เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาที่เขาต้องกลับบ้านแล้ว ส่วนคนที่มารับก็คงหนีไม่พ้นอิมแจบอมนั่นแหละ


หลังจากช่วยพี่มาร์คเก็บอุปกรณ์ต่างๆเสร็จ  พวกเขาก็มานั่งพูดคุยกันเพื่อฆ่าเวลารอแจบอม  

"เป็นไง  ได้ข่าวว่าเราไม่สบาย"

"ผมหายแล้วครับ  นี่ยูคยอมบอกพี่ใช่มั้ย"

"ฮ่าๆใช่  ยูคยอมนั่นแหละ  เห็นมันบ่นด้วยนะว่าเป็นเพราะเราไม่ยอมพักผ่อนน่ะ"

"พี่มาร์คอย่าไปฟังมันมาก แต่ตอนนี้ผมลดออเดอร์ขนมลงเหลือแค่ทำอาทิตย์ละสองครั้งแล้วนะ"

"ดีแล้ว  ทีหลังทำอะไรก็นึกถึงสุขภาพตัวเองไว้ก่อน"


เจ้าของร้านเอ่ยบอกคนตัวเล็กเพราะเอ็นดูเหมือนเป็นน้องชายคนหนึ่ง  ถึงแม้ก่อนหน้านั้นจะคิดไม่ซื่อก็ตาม  แต่เมื่อเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของร่างเล็กมันก็ทำให้มาร์คกลับมาตั้งสติได้ว่าสิ่งที่เขาควรปฏิบัติคืออะไร



พูดคุยกันไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  พัคจินยองกดรับอย่างเหนื่อยใจเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรมา

'เรียนเสร็จแล้วใช่มั้ย?'

"อืม  ก็ไลน์ไปบอกแล้วนายไม่ได้อ่านรึไง"

'อ่านแล้ว  แต่อยากโทร มีไรปะ?'

"อย่ามากวน  ออกมายังเนี่ยรอนานละนะ"

'เออเนี่ยพึ่งประชุมเสร็จ กำลังจะออกแค่นี้นะ' 


พัคจินยองเบะปากใส่โทรศัพท์ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม  ถ้าเขาเอารถมาเองป่านนี้คงใกล้ถึงบ้านแล้วล่ะ  แต่ดูสิเขาต้องมานั่งรออิมแจบอมเนี่ย  พอเขาบอกว่าจะขับรถมาเองอิมแจบอมก็ไม่ยอมท่าเดียว


"แฟนเหรอ?"

"เอ่อ..แจบอมน่ะครับ"

"ดูท่าเขาจะหึงเรามากเลยนะ"

"เขาเนี่ยนะครับจะมาหึงผม"

"ทั้งหึงทั้งหวงเลยแหละ  ดูจากสายตาวันนั้นที่เข้ามาร้านพี่ก็รู้เลยล่ะว่าเขาน่ะหึงเรา"


ได้ยินดังนั้นจินยองก็แทบจะกลั้นขำไม่ไหว  อย่างอิมแจบอมเนี่ยนะจะมาหึงเขา  ถ้าพี่มาร์ครู้ว่าการแต่งงานของเรามันมีเพื่อผลประโยชน์พี่มาร์คคงไม่คิดว่าอิมแจบอมหึงเขาเป็นแน่






"พรุ่งนี้นายมีเรียนมั้ย"

"ไม่มีนะ  อยู่บ้านเฉยๆนายมีไรรึเปล่า"

"ไม่มีอะถามเฉยๆ"

บทสนทนาจบลงแค่นั้น  อิมแจบอมนั่งเคลียร์งานต่อที่โต๊ะทำงาน  ในขณะเดียวกันจินยองก็นอนห่มผ้าเล่นโทรศัพท์อยู่บนที่นอน


ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานแค่ไหนแล้วที่ทั้งสองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้  แต่อิมแจบอมคิดว่ามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น  บางทีเขาอาจจะชินกับการที่หันไปมองที่เตียงแล้วมีจินยองนอนอยู่แล้วก็ได้



"จินยอง"

"ว่า"

"ฉันอยากกินสตอเบอรี่ชีสเค้ก"

"บอกทำไม"

"ก็อยากกิน"

"แล้วนายบอกฉันทำไม"

"ทำให้ฉันกินหน่อยสิ"

คนที่นอนเล่นโทรศัพท์ถึงกับขมวดคิ้ว  คนอะไรอยู่ดีๆก็มาบอกว่าอยากกินสตอเบอรี่ชีสเค้กในเวลาเกือบเที่ยงคืน

พัคจินยองยันกายลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ก่อนจะมองไปทางคนที่พึ่งบอกให้เขาทำขนมให้กิน


"อยากกินเหรอ"

"ใช่  ไม่ได้กินนานแล้ว"

"อยากให้ฉันทำให้ใช่ปะ"

"ใช่"

"ไหนพูดเพราะๆสิ"


นิ้วที่กำลังกดอยู่บนแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊คถึงกับต้องหยุดชะงัก  อิมแจบอมหรี่ตามองไปยังพัคจินยอง  ชักจะร้ายขึ้นทุกวันแค่ขอให้ทำให้กินทำไมต้องมาบอกเขาพูดเพราะด้วย

"เรื่องไรฉันต้องทำล่ะ"

"งั้นนายไม่ต้องกิน"


ในเมื่ออีกคนไม่ยอมทำตามสิ่งที่พัคจินยองบอกร่างเล็กจึงล้มตัวลงนอนในท่าเดิม  นอนเล่นโทรศัพท์ไปเพลินๆ  แต่แล้วเตียงก็เกิดแรงยวบลง  จินยองละจากโทรศัพท์แล้วหันไปมองคนที่เดินมานั่งลงที่เตียงฝั่งเขา


"ถ้าพูดแล้วนายต้องทำให้ฉันกินนะ"

"แน่นอน  ฉันพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว"


อิมแจบอมสูดหายใจเข้าลึกๆราวกับว่าสิ่งที่พัคจินยองให้ทำเป็นเรื่องคอขาดบาดตายอย่างไรอย่างนั้น   ส่วนจินยองก็นอนหันข้างไปหาอิมแจบอมเพื่อเตรียมพร้อมรับฟังคำขอเพราะๆจากอีกคน

"เร็วสิ  ฉันง่วงแล้วนะ"

จินยองเอ่ยเพื่อเร่งให้อีกคนรีบพูด  ไม่รู้ว่าจะทำใจนานอะไรขนาดนั้นแค่ให้พูดเพราะๆเองไม่ได้สั่งให้ไปฆ่าคนสักหน่อย

"จินยองครับ...แจบอมอยากกินสตอเบอรี่ชีสเค้ก จินยองทำให้แจบอมกินหน่อยนะครับ"

"........."


ทันทีที่อิมแจบอมพูดจบพัคจินยองก็ถึงกับนอนนิ่งทำตัวไม่ถูก  จินยองไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไง  คือมันรู้สึกร้อนๆที่หน้ายังไงก็ไม่รู้  แล้วตอนที่พูดแจบอมก็สบตาเขาอีกต่างหาก  แถมน้ำเสียงที่อิมแจบอมใช้มันไม่ใช่แค่การขอให้เขาทำอย่างเดียว  ไม่รู้ว่าคิดไปเองมั้ยแต่มันคล้ายกับการอ้อนให้เขาทำขนมมากกว่า


"ทำไมหน้าแดง?"

อิมแจบอมถามขึ้นเมื่อเห็นแก้มคนที่นอนอยู่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อหลังจากที่เขาพูดจบ  ไม่ได้อยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่อิมแจบอมก็คิดไปแล้วว่าจินยองกำลังเขินเขาอยู่

"แอร์มันเย็น"

"เกี่ยวเหรอ  ไม่ใช่ว่านายเขินฉันหรอกเหรอ"

"ยุ่ง!ใครจะไปเขินนาย ไปทำงานต่อเลยฉันจะนอนแล้ว"

คนตัวเล็กพลิกตัวหันหลังหนีอิมแจบอม  คนที่โดนไล่ให้ไปทำงานถึงกับนั่งอมยิ้มให้กับท่าทางของอีกคน  เขามั่นใจแล้วล่ะว่าจินยองเขินเขาอยู่แน่ๆ










ร่างหนาที่อยู่ในชุดสูทสีเทากำลังนั่งอ่านรายงานต่างๆที่เลขาเป็นคนส่งมาให้เซ็น  มือข้างซ้ายถือปากกาหมุนเล่นไปมา  เมื่อเห็นว่าเนื้อหาที่อยู่ในกระดาษตรงหน้าสมควรแก่การอนุมัติจึงตวัดปากกาเซ็นลงไป


อิมแจบอมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หลังจากที่นั่งทำงานมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง   ช่วงนี้ที่บริษัทเขากำลังจะปล่อยเครื่องดื่มตัวใหม่ออกมา  กว่าที่ทางทีมงานจะตกลงสูตรกันได้ก็ใช้เวลาเกือบปี   มันมีหลายอย่างที่เราต้องใส่ใจเช่นกลุ่มเป้าหมายของเราว่าเราจะขายให้ใคร  รสชาติที่ออกมาจะถูกปากผู้ซื้อมั้ย  แต่ตอนนี้ก็ผ่านมาได้แล้วล่ะ  เหลือแต่ตัวแพคเกจจิ้งว่าจะดีไซน์ออกมาแบบไหนให้ดูน่าซื้อ



แรงสั่นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสีดำเรียกให้อิมแจบอมหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าเป็นข้อความจากพัคจินยองนั่นเอง   ไม่รอช้าอิมแจบอมรีบกดเข้าไปดูว่าอีกคนส่งอะไรมา   มันเป็นรูปสตอเบอรี่ชีสเค้กหลายชิ้นวางเรียงรายอยู่ในครัวที่บ้านเขาเอง



เห็นแบบนี้แล้วยิ่งอยากกิน   ถ้าเขาโทรไปบอกให้จินยองขับรถเอามาให้จะโดนด่ามั้ยนะ


'แค่ส่งรูปของกินไปแค่นี้ถึงกับโทรมาเลยเหรอ'

"ก็ฉันอยากกินนี่  เนี่ยทำงานทั้งวันยังไม่ได้กินไรเลย"

'ก็หาไรกินสิ นายจะมานั่งบ่นทำไม'

"อยากกินชีสเค้กอะ"

'กลับบ้านมาก็ได้กินแล้ว'

"อีกนานกว่าจะได้กลับวันนี้ฉันมีไปคุยงานข้างนอกด้วย"

'นี่อย่าบอกนะว่านายจะให้ฉันเอาชีสเค้กไปให้'

"แสนรู้จริงๆ"

'ย่าห์!อิมแจบอม  ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นนะ'

"แต่วันนี้นายอยู่บ้านเฉยๆไม่ใช่เหรอ  งั้นเอามาให้หน่อยนะขอบคุณ"


มือหนารีบกดวางสายก่อนที่พัคจินยองจะด่ากลับมา   เขาก็แกล้งจินยองไปงั้นแหละ  แต่ถ้าอีกคนขับรถเอาชีสเค้กมาให้เขาจริงๆก็ถือว่าดีมาก



อิมแจบอมยังคงนั่งทำงานต่อไปเรื่อยๆ  จนลืมไปแล้วว่าตัวเองยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง  เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่เลขาจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา


"คุณแจบอมครับ  มีคนมาขอพบ"

"ใคร?"

"ไม่ทราบครับ  ทางเราให้เขารออยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่าง"








พัคจินยองยืนนิ่งไม่รู้จะขยับไปทางไหน  อิมแจบอมนะอิมแจบอมบอกให้เขาเอาชีสเค้กมาให้แต่ดันไม่บอกพนักงานสักคนว่าเขาจะมาหา  สุดท้ายเลยต้องมายืนรออยู่ข้างล่างเพราะพนักงานไม่ให้เขาเข้าไปนี่แหละ

โทรศัพท์ก็ไม่ได้เอาลงมาจากรถเพราะคิดว่ามาไม่นานเดี๋ยวก็คงกลับ  แต่ที่ไหนได้เขาโดนพนักงานกักตัวไว้เฉยเลย



คนที่อยู่ในชุดสูทสีเทาควบมาด้วยตำแหน่งผู้บริหาร  ทายาทคนเดียวของตระกูลอิมก้าวขาออกมาจากลิฟท์  ก่อนจะกวาดสายตามองหาว่าคนที่มาหาเขาจะใช่คนที่อยู่ในความคิดตนหรือไม่


ปากหยักยกยิ้มขึ้น เมื่อมองเห็นคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวสีน้ำตาล  ในมือพัคจินยองมีถุงกระดาษใบใหญ่ติดมือมาด้วย  คาดว่าในนั้นจะต้องเป็นชีสเค้กของเขาแน่ๆ


ไม่รอช้าขายาวรีบก้าวไปหาพัคจินยองทันที  แขนแกร่งวาดขึ้นกอดคอคนตัวเล็กจนสะดุ้งเพราะคิดว่าใครที่ไหนมากอดคอ 

"มาจริงเหรอเนี่ย"

"ก็ใครล่ะบอกให้มา"

"ก็ไม่คิดว่าจะมาจริงๆ"

"งั้นกลับละ"

"เห้ยเดี๋ยวดิ"

อิมแจบอมรีบคว้าข้อมือพัคจินยองไว้ก่อนจะลากคนตัวเล็กขึ้นไปห้องทำงานกับเขาท่ามกลางสายตาของเหล่าพนักงานมากมายที่ยืนมองเจ้านายของตนจับมือชายหนุ่มที่ตาดูดี


"แกเขาเป็นใครอะ แฟนคุณอิมเหรอ?"

"แฟนที่ไหนละ เขาแต่งงานกันแล้วย่ะ"

"เห้ยจริงดิ"

"จริงสิยะ นี่ๆเดี๋ยวฉันเอารูปให้ดู"

"เขาเหมาะสมกันจังเนอะแก"


เสียงซุบซิบเบาๆดังผ่านหูจินยองขณะที่เดินผ่านโต๊ะทำงานของเหล่าพนักงาน  เขาทำได้แค่เดินตามแรงจูงมือของคนที่เดินนำ  รู้งี้เขาไม่เอาชีสเค้กมาให้แจบอมซะก็ดี




ในที่สุดก็มาถึงห้องทำงานของอิมแจบอมสักที  นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้เข้ามาห้องทำงานของอีกคน  เอกสารต่างๆยังคงวางเป็นระเบียบเช่นเคยไม่ต่างจากที่บ้าน  บนโต๊ะทำงานมีแฟ้มเอกสารเปิดค้างไว้  คาดว่าอีกคนคงยังอ่านไม่จบ


จินยองนั่งลงตรงโซฟาที่มีไว้สำหรับต้อนรับแขก  ก่อนจะยื่นถุงกระดาษในมือส่งให้คนที่นั่งลงตรงข้ามอีกฝั่ง


"นายทำข้าวเที่ยงมาให้ฉันด้วยเหรอ?"

"ก็เห็นบ่นว่ายังไม่ได้กินไรเลยเอามาให้"

"เป็นห่วงฉันอะดิ"

"ของมันเหลือเถอะ"



อิมแจบอมจัดการอาหารที่อยู่ตรงหน้าทันที  เพราะความหิว  จินยองอมยิ้มให้กับภาพตรงหน้าคนตัวหนาๆกับข้าวกล่องสีเหลืองมันก็น่ารักดีนะ


"อร่อยปะ"

"อร่อยดี นายทำเหรอ"

"แน่นอน  อยากลองทำมั้ยเดี๋ยวสอนให้"

"เอาดิ  ลองทำกับข้าวบ้างก็ดี"


หลังจากจัดการข้าวเที่ยงเป็นที่เรียบร้อย อิมแจบอมก็ไม่ลืมหยิบสตอเบอรี่ชีสเค้กของโปรดที่เขาอยากกินมาตั้งหลายวัน  ในที่สุดวันนี้เขาก็จะได้กินสักที

"แล้วนายจะไปไหนต่อมั้ย"

"ไม่ล่ะคงกลับบ้านเลย"

"วันนี้ฉันกลับบ้านดึกนะ"

"กี่โมง"

"ไม่รู้เหมือนกันเกือบๆสามทุ่มแหละ"

"งานยุ่งเหรอ"

"ประมาณนั้น  ฉันกำลังจะออกเครื่องดื่มตัวใหม่เลยต้องประสานงานเยอะหน่อย  ถามทำไม นายห่วงฉันเหรอ?"

"ฉันแค่ถามเฉยๆ  นายอย่ามาหลงตัวเองได้มั้ย"

พัคจินยองบ่นคนที่เอาแต่หลงตัวเองไม่เลิก  เขาก็แค่ถามเพราะความอยากรู้อยากเห็น  แต่อิมแจบอมก็เอาแต่คิดว่าเขาห่วงอยู่ท่าเดียว

"เออวันก่อนฉันเรียนทำขนมกับพี่มาร์ค  เขาบอกฉันว่านายท่าทางจะหึงฉันมาก  นายรู้ปะฉันเกือบกลั้นขำไม่ไหวอะ"

"กลั้นขำไมอะ"

"ก็มันขำอะอย่างนายเนี่ยนะจะมาหึงฉัน"

คนตัวเล็กพูดไปก็หัวเราะไป  เขายังนึกภาพที่อิมแจบอมหึงเขาไม่ออกเลย  ถ้าเป็นเรื่องจริงขึ้นมาคงจะน่าขนลุกมากแน่ๆ


"แล้วถ้าฉันหึงนายจริงๆล่ะ"









__________________________


เอาล่ะค้าาาาพี่เขาจะหึงน้องจริงๆมั้ยน้าาา

ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ  หลังจากนี้เราน่าจะอัพช้านะคะเพราะเปิดเทอมแล้ว แล้วก็เลิกเย็นมากเลยฮือ  ทวงฟิคได้เสมอนะคะขอบคุณทุกคนที่รออ่านนะคับบบ


Twitter : @catsoohyun

#เผลอรักBN

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #70 Ssytp (@Ssytp) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 20:40
    เขินนนน
    #70
    0
  2. #65 MiMaNoNo (@Noon_nani) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:49
    ฮั่นแน่ะ มีใจก็ต้องหึงเป็นธรรมดาอ่ะเนาะ
    #65
    0
  3. #52 Paomoe1 (@Paomoe1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 02:16
    ฮันแน่น่น่น่น
    #52
    0
  4. #36 5657858 (@5657858) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 22:22

    รอนะๆๆๆ
    #36
    0
  5. #35 หมี่กะทิ (@Nidjakun_1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 18:37
    แหมะะะ คุณอิมไม่คีพลุดแล้วนะคะ
    #35
    0
  6. #33 thkan2812 (@thkan2812) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 18:36
    เนื่อเรื่องน่ารักมากๆเลยค่ะ ฮือออชอบมาก รอไรท์มาต่อนะคะ
    #33
    0
  7. #30 Iamaynt (@AnantaLungsir) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 15:18

    แหมมให้อีกรอบ
    #30
    0
  8. #27 Aquila_Eagle (@Aquila_Eagle) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 21:36

    ง่อววววว พี่คะ หึงก็บอกว่าหึง เขินนนน >///<

    #27
    0
  9. #24 wp_peach (@wp_peach) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:45
    กรี้ดดด เขินกับประโยคขอร้องมากเลยอ่ะะะะ น่ารักเกินไปแล้วว
    #24
    0
  10. #23 mookkyjung (@mookkyjung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:18
    ทิ้งระเบิดไว้แล้วก็ไปปปปผ แงงงง น่ารัก
    #23
    0
  11. #22 apiroedee (@apiroedee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:01
    ทั้งดื้อ ทั้งแสบ พอกันแหละ^^
    #22
    0