[Fic Got7] Dessert เผลอรัก #BNior #BNyoung

ตอนที่ 4 : Dessert เผลอรัก 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    23 มิ.ย. 62

จินยองมองอิมแจบอมที่อยู่ในผ้ากันเปื้อนพร้อมทำขนมเรียบร้อย  ไม่รู้ว่าอีกคนเกิดนึกสนุกอะไรขึ้นมาถึงมาบอกให้เขาสอนทำขนม  ร่างสูงโยนผ้ากันเปื้อนมาให้จินยองที่ยังยืนนิ่งอยู่  คนตัวเล็กจึงหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่อย่างห้ามไม่ได้ นี่อิมแจบอมมัดมือชกเขาชัดๆ แถมอีกคนยังทำท่าทางราวกับพร้อมเรียนมาก


"วันนี้นายจะสอนฉันทำอะไร"

"นี่เอาจริงใช่มั้ย"

"ฉันใส่ผ้ากันเปื้อนเล่นๆมั้ง  เร็ว...สรุปนายจะสอนฉันทำอะไร"


อิมแจบอมยืนยันชัดเจนขนาดนี้เขาก็ไม่รู้จะค้านยังไง   ถ้าอีกคนอยากให้สอนเขาก็จะสอน   จินยองหันไปเปิดตู้ดูว่ามีวัตถุดิบอะไรที่พอจะเอามาทำได้บ้าง  มือเล็กหยิบถุงแป้งเค้ก กับวิปปิ้งครีม และสตอเบอรี่ออกมา เมื่อเห็นสตอเบอรี่อิมแจบอมก็ถึงกับตาลุกวาวทันที


"ทำเครปเค้กแล้วกันนะง่ายๆ"

"ได้เลย  ไหนทำยังไง"

"ฉันไม่ช่วยนะ จะแค่บอกอย่างเดียวนายต้องลงมือทำเอง"

"ตามนั้น"



เมื่อทำข้อตกลงกันแล้ว จินยองก็บอกให้อีกคนเทแป้งเค้กใส่ภาชนะเพื่อชั่งให้ได้ในอัตราส่วนที่เหมาะสม  จินยองเอาไข่ไก่ออกมาวางให้อีกคนผสมเข้ากับแป้งเค้ก อิมแจบอมก็ทำตามอย่างว่าง่าย

"ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป6ฟอง  แล้วก็เกลือ เนยสด  นมสด"

"เดี๋ยวดิ ช้าๆไม่ได้ไง"

"เออลืมว่านายพึ่งเคยทำ งั้นเอาใหม่  นายตีแป้งกับไข่ให้เข้ากันก่อนใส่เกลือด้วย1ช้อนชา"



จินยองมองคนตัวสูงที่ตอกไข่ไก่ผสมกับแป้งอย่างตั้งใจ   จินยองปล่อยให้แจบอมตีส่วนผสมไปจนกว่าจะได้ที่ ร่างเล็กนำเนยสดไปละลายในไมโคเวฟรอเพื่อที่จะให้อีกคนนำไปผสมกับแป้งเป็นลำดับต่อไป ตอนแรกก็ว่าจะไม่ช่วยน่ะแหละแต่มันอดไม่ได้


"เท่านี้พอยัง?"

"อืมได้ละ ต่อไปนายค่อยๆเติมนมสดลงไป"


จินยองมองคนตัวสูงกว่าที่ตีแป้งแบบเก้ๆกังๆเห็นแบบนั้นก็อดส่ายหัวด้วยความเหนื่อยใจ  ไม่ได้ ทำงานบริษัทก็ดีอยู่แล้ว จะอยากมาลองทำขนมทำไม


"มานี่เดี๋ยวฉันทำให้ดู"


เพราะทนเห็นอีกคนตีแป้งเบาๆเหมือนกลัวแป้งเจ็บไม่ไหว  พัคจินยองเลยอาสาทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

"นายต้องตีแป้งแบบนี้เห็นมั้ย   ตีไปเลยไม่ต้องกลัวมันเจ็บ  อะลองทำ"


แจบอมรับตะกร้อที่ใช้ตีแป้งมาไว้ในมือก่อนจะลงมือทำเองอีกรอบ   จินยองมองคนตัวสูงกว่าที่ตีแป้งอย่างตั้งอกตั้งใจ เห็นอีกคนตั้งใจทำแบบนี้เขาก็รู้สึกพอใจ ตอนแรกนึกว่าอิมแจบอมคิดจะลองทำเล่นๆซะอีก




หลังจากจัดการในส่วนของแป้งเสร็จแล้วก็ต้องพักแป้งไว้สัก30นาที  ช่วงนี้เราก็ตีวิปปิ้งครีม กับทำซอสเพื่อฆ่าเวลา  พัคจินยองหยิบตะกร้อมือไฟฟ้าขึ้นมาจัดการเสียบปลั๊กแล้วยื่นให้อิมแจบอม


ร่างสูงรับมาอย่างงงๆ เขาเคยเห็นในรายการทำอาหารแต่ไม่เคยทำเลยไม่รู้ว่าต้องใช้ไอ้ตะกร้อไฟฟ้านี่ยังไง  ตอนแรกเขาจะใช้ตะกร้อมือปกติตีวิปครีมแต่จินยองบอกว่ามันจะนาน  แล้วสำหรับมือใหม่แบบอิมแจบอมกว่าจะตีวิปครีมขึ้นยอดคงใช้เวลาไปครึ่งค่อนวัน


"มันใช้ไงอะ"

"ก็เปิดเครื่องแล้วก็ทำเหมือนที่นายตีแป้งเมื่อกี้ไง"

"ใช้ตะกร้อมือเหอะจินยอง"

"ทำไม นายกลัวเครื่องนี่เหรอ"

"ไม่ได้กลัว แต่ฉันใช้ไม่เป็น"


ตอบปัดไปว่าไม่ได้กลัว แต่เอาเข้าจริงแล้วเขากลัวเครื่องนี่แบบที่พัคจินยองว่านั่นแหละ  มันน่ากลัวจะตายถ้ามันเกิดปั่นนิ้วมือเราขึ้นมาจะทำไงล่ะ

ขณะที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเปิดเครื่องยังไงดี  ร่างเล็กก็เขยิบเข้ามาใกล้อิมแจบอม  มือสวยจัดการเปิดเครื่อง ก่อนจะจับประคองมือหนาให้ตีวิปครีม 


"นี่ทำแบบนี้  มันใช้ไม่ยากหรอกเห็นมั้ย"

ดวงตาเรียวรีจ้องการกระทำของร่างบางที่ยืนอยู่ใกล้ๆ  มือเล็กยังคงจับมือเขาให้ตีวิปครีมไปเรื่อยๆ  สารภาพตรงนี้เลยว่าอิมแจบอมทำตัวไม่ถูก  เวลาที่จินยองสอนเขาด้วยความตั้งใจแบบนี้เอาจริงๆมันก็ดูมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อย


"ย่าห์! ฟังที่ฉันสอนอยู่ปะเนี่ย"

"เออๆ ฟังอยู่"






หลังจากตีวิปครีมและทำซอสเสร็จก็ถึงเวลาที่เราจะเอาแป้งที่พักไว้มาทอด  แจบอมจัดการตั้งกระทะเทปล่อนเปิดไฟอ่อนๆ แล้วท่าเนยบนกระทะให้ทั่ว 

"จะรู้ได้ไงว่าแป้งสุกตอนไหน"

"ถ้าแป้งสุกมันจะมีฟองอากาศดันขึ้นมา"


อิมแจบอมพยักหน้ารับรู้  ก่อนจะลงมือทอดแป้งเครปไปเรื่อยๆจนหมด  จากนั้นก็นำวิปครีมที่ตีไว้มาทาลงบนแป้งเครป

"อย่าทาวิปครีมเยอะขนาดนั้นเดี๋ยวก็เลี่ยนตายพอดี  ทาพอประมาณ"


เอ่ยท้วงเมื่อเห็นว่าอิมแจบอมเล่นตักวิปครีมเยอะราวกับไม่กลัวเลี่ยน

"เยสสสส เสร็จแล้ว"

"เอาไปแช่ตู้เย็นให้เซตตัวแล้วค่อยเอาออกมาตัดกิน"


อิมแจบอมเชื่อฟังอย่างว่าง่าย  ร่างสูงเดินถือเครปเค้กที่ตัวเองเป็นคนทำครั้งแรกไปแช่ในตู้เย็นด้วยความภาคภูมิใจ 


"เป็นไง?  เหนื่อยปะยังอยากทำอีกมั้ย"

จินยองถามคนที่ยืนดื่มน้ำอย่างหิวกระหาย  เขาหวังว่าอิมแจบอมคงจะเหนื่อยแล้วเข็ดกับการทำขนม  ต่อไปร่างสูงจะได้ไม่ต้องมารบเร้าให้เขาสอนทำขนมแบบวันนี้อีก

"ฉันคิดไว้แล้วแหละ..."

"....."

"ต่อไปนี้ทุกวันอาทิตย์นายต้องสอนฉันทำขนม"


นี่มันเวรกรรมอะไรของพัคจินยอง!







เป็นเวลาเกือบ4อาทิตย์แล้วที่เตียงของอิมแจบอมมีใครบางคนมานอนข้างกาย  เอาตรงๆพวกเราก็ดูเหมือนจะปรับตัวเข้าหากันได้ 


แค่ดูเหมือนน่ะนะ




หลังจากเหตุการณ์สอนทำเครปเค้กวันนั้น  ทุกวันอาทิตย์พัคจินยองจะสอนเขาทำขนม  ถึงแม้อีกคนจะดูขี้เกียจสอนเขาก็เถอะ


 อาทิตย์ที่แล้วจินยองสอนเขาทำคุ้กกี้ ไม่อยากจะอวดฝีมือตัวเองเลยว่าเขาอบคุ้กกี้ไหม้  เพราะไม่ตั้งใจฟังที่อีกคนพูดทำให้เขาตั้งเวลาในการอบผิด  นั่นจึงเป็นเหตุทำให้พัคจินยองบ่นแจบอมจนหูชา



อิมแจบอมเป็นมนุษย์ทำงานคนหนึ่งที่รอให้ถึงวันอาทิตย์เพื่อที่ตัวเองจะได้พักผ่อน  แต่ไม่รู้ว่าเป้าหมายในการรอวันอาทิตย์ของเขาตอนนี้ เป็นการรอเพื่อที่จะได้พักผ่อน  หรือรอเพื่อที่จะได้เรียนทำขนมกับพัคจินยองกันแน่



ร่างสูงเปิดประตูห้องนอนไปก็พบว่าพัคจินยองนอนหลับไปแล้ว วันนี้เขากลับบ้านดึกเนื่องจากมีคุยงานกับลูกค้า  มองไปที่เตียงก็พบว่าอีกคนนอนตัวสั่น  เขาพึ่งสังเกตว่าจริงๆแล้วพัคจินยองเป็นคนที่ขี้หนาวมาก  ซึ่งต่างจากเขาที่โคตรจะขี้ร้อน



ขายาวสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆคนที่นอนตัวสั่นอยู่บนเตียง  จะไม่ให้สั่นได้ยังไงก็เล่นนอนไม่ห่มผ้าแบบนี้  อิมแจบอมจึงถือวิสาสะดึงผ้าห่มที่อยู่ข้างๆร่างเล็กขึ้นมาห่มให้   ก่อนจะหยิบรีโมตแอร์มาเปลี่ยนอุณหภูมิเป็น26องศา


ที่เขาทำให้เนี่ยเพราะว่าสงสารหรอกไม่ได้พิศวาสอะไรทั้งนั้น  ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทนที่พัคจินยองสอนเขาทำขนมก็แล้วกัน








"วันนี้จะสอนฉันทำอะไร"

"คงไม่ได้สอน  ของหมดแล้วเมื่อวานฉันไม่ได้ซื้อวัตถุดิบมา"

"อืมเค แล้วนายแต่งตัวจะออกไปไหน"

อิมแจบอมถามคนที่อยู่ตรงหน้า วันนี้พัคจินยองใส่กางเกงยีนส์ซึ่งปกติถ้าอยู่บ้านธรรมดาจินยองจะไม่แต่งตัวแบบนี้


"จะออกไปซื้อของ"

"งั้นรอฉันตรงนี้"

"ทำไมต้องรอ?"

"จะไปด้วย"




กลายเป็นว่าอิมแจบอมเป็นคนขับรถให้พัคจินยองนั่งในวันนี้   อยู่บ้านเฉยๆมันก็น่าเบื่อ  พอเห็นอีกคนจะออกไปซื้อของเขาเลยอยากออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง

"ขับรถช้าๆหน่อยไม่ได้ไง  นายจะรีบไปตายเหรอ"

"วัยรุ่นใจร้อน นายไม่รู้จักรึไง"

"วัยรุ่นตายล่ะ  ผมหงอกจะทั้งหัวละนั้น"

"พูดเป็นเล่น...นี่นายพูดจริงปะเนี่ย ผมฉันหงอกจริงเหรอ"

"อิมแจบอมขับรถใครเขาให้ส่องกระจก!"

"ก็นายบอกว่าหัวฉันหงอก!"

"เออๆฉันพูดเล่น  เลิกส่องแล้วขับรถดีๆได้แล้วฉันยังไม่อยากตาย"


อิมแจบอมยอมกลับมาขับรถปกติตามเดิม  นั่นทำให้พัคจินยองค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย  ตัวเองขับรถแท้ๆแต่ยังมานั่งส่องประจกอยู่ได้


ไม่นานนักคนทั้งสองก็มาถึงห้างสรรพสินค้า วันนี้พัคจินยองตั้งใจจะมาซื้อพวกวัตถุดิบทำขนมเหมือนเดิมนั่นแหละ  เพราะเมื่อวานหลังจากส่งขนมแต่ละร้านเขาก็กลับบ้านเลย  จึงทำให้วันนี้เขาต้องมาซื้อของแทนที่จะได้ใช้วันอาทิตย์ในการหยุดพักผ่อน


แต่พูดกันตามตรงทุกวันนี้เขาก็ดูไม่มีวันหยุดเท่าไหร่นัก เพราะคนที่เดินอยู่ข้างๆเขาตอนนี้เล่นบังคับให้เขาสอนทำขนมทุกวันอาทิตย์น่ะสิ 


"นายทำแต่ของหวานเหรอแล้วพวกอาหารล่ะ"

"ก็ทำนะ แต่ถนัดของหวานมากกว่า"


คนตัวสูงดันรถเข็นตามพัคจินยองไปเรื่อยๆ  ตอนนี้เรามาอยู่พวกโซนแช่แข็ง  จินยองหยิบพวกผลไม้แช่แข็งต่างๆที่ต้องใช้ทำขนมลงรถเข็นด้วยความคล่องแคล่ว  ถ้าเขาเดาไม่ผิดจินยองคงจะหนาวจึงต้องรีบหยิบขนาดนี้


"นายอยากลองทำอาหารเหรอ?"

"แล้วแต่คนสอน ฉันยังไงก็ได้"

"ฉันแค่ถาม ไม่ได้บอกว่าจะสอนซะหน่อย"

"แล้วถ้าให้สอนนายจะสอนมั้ย"

"เอาค่าสอนมาสิ"


มือเล็กแบไปตรงหน้าอิมแจบอมพร้อมกระดิกปลายนิ้วมือ  มือหนาทำท่าล้วงกระเป๋ากางเกงเรียกให้พัคจินยองตาลุกวาวเพราะไม่คิดว่าอีกคนจะให้จริงๆ  อิมแจบอมใช้ช่วงทีเผลอตีเข้าที่มือจินยองแทนการให้เงินก่อนจะรีบเข็นรถวิ่งหนีพัคจินยอง




"อ้าวมึง...วิ่งหนีไรวะ"

ขณะที่เข็นรถหนีอีกคนอย่างเอาเป็นเอาตาย  เสียงทักที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น  แจบอมหันไปมองก็พบว่าเป็นหวังแจ็คสันอย่างที่คิดไว้จริงๆ

"เอ่อ...เปล่าๆไม่มีไร  มึงมาซื้อไร"

"ม๊ากูใช้มาซื้อกิมจิกับแป้งต๊อกอะดิ"

แจ็คสันมองของที่อยู่ในรถเข็นของเพื่อนสนิทตัวเอง  ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไม่สิ แปลกใจมากเลยล่ะ  คนอย่างมันไม่น่าซื้อของพวกนี้เข้าบ้าน

"มึงซื้อของพวกนี้ไปทำไมวะ"

"ห้ะ  เอ่อ..."

"ย่าห์!อิมแจบอม  นายจะเข็นรถหนีฉันทำไม!"

เสียงพัคจินยองดังขึ้นเมื่อเห็นตัวการคนที่ตีมือเขาแล้ววิ่งหนีมาด้วยความเร็วแสง   ร่างเล็กหอบเล็กน้อยเพราะหาอิมแจบอมอยู่นาน  หวังแจ็คสันเมื่อเห็นพัคจินยองก็ถึงกับยิ้มกรุ่มกริ่มจนแจบอมใช้ปลายเท้าเตะเบาๆ

"มึงยิ้มห่าไรหนักหนา"

"ก็แหม  เห็นมาเดินซื้อของด้วยกันกูก็อิจฉาคนมีคู่"

ทั้งคู่กระซิบกระซาบกันเบาๆเพราะเกรงว่าร่างเล็กที่กำลังหอบอยู่จะได้ยินเข้า  

"หุบปากเลยมึง"

เมื่อหายเหนื่อยพัคจินยองก็พึ่งเห็นว่ามีบุคคลมาใหม่ยืนอยู่  สงสัยคงเป็นเพื่อนอิมแจบอมละมั้ง

"นี่เพื่อนฉันเองชื่อแจ็คสัน"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ  ผมจินยอง"

จินยองแนะตัวเองแล้วส่งยิ่มให้แจ็คสันอย่างเป็นมิตร

"ยินดีเช่นกันครับ   ตัวจริงดูดีกว่าในรูปอีกนะครับ"

"อ่า...ขอบคุณครับ"

ร่างบางถึงกับทำตัวไม่ถูกเมื่อมีคนเอ่ยชมกันตรงๆแบบนี้  ทุกอย่างอยู่ในสายตาของอิมแจบอม เขาแอบรู้สึกหมั่นไส้สถานการณ์ตอนนี้อย่างหาเหตุผลไม่ได้


"นายยังไม่ซื้อนมไม่ใช่เหรอ"

"จริงด้วยเกือบลืม  งั้นฉันไปหยิบก่อนนายคุยกับเพื่อนแล้วค่อยตามมาก็ได้"

คนตัวสูงพยักหน้ารับรู้  ร่างเล็กเอ่ยขอตัวเพื่อเป็นมารยาทกับแจ็คสันก่อนจะเดินออกไป 

"มึงทำบุญด้วยอะไรบอกกูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ"

เมื่อเห็นว่าพัคจินยองเดินออกไปไกลมากแล้วแจ็คสันก็รีบเขย่าตัวเพื่อนสนิททันที

"โว้ยมึงจะเขย่าตัวกูทำไม"

"แม่งโคตรน่ารัก พูดก็เพราะ"

"เหอะ  ภาพลวงตาน่ะสิ"

"ลวงตาแบบนี้กูยอม"










เมื่อซื้อของทุกอย่างเรียบร้อยทั้งคู่ก็แวะกินข้าวเที่ยงก่อนจะกลับบ้าน  พัคจินยองนั่งเล่นโทรศัพท์ปล่อยให้อิมแจบอมขับรถไป  


เมื่อถึงที่หมายทั้งคู่ก็ต้องแปลกใจกับรถยนต์อีกสองคันที่เข้ามาจอดภายในรั้วบ้าน  ต่างมองหน้ากันไปมาเพราะคุ้นเคยกับรถสองคันนั้นดี


ได้แต่เก็บความงงงวยไว้ในใจก่อนจะช่วยกันถือถุงวัตถุดิบที่พึ่งไปซื้อมาเข้าบ้าน  


"ตายแล้วไปเที่ยวมาด้วยกันเหรอลูก"

คุณนายตระกูลอิมเอ่ยทักคนทั้งสองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


"แม่มาได้ไงอะ"

"เอ้าลูกคนนี้นี่  แม่ก็นั่งรถมาน่ะสิ"

"ทำไมไม่บอกผมก่อนเล่าว่าจะมา"


อิมแจบอมบ่นคนเป็นมารดา  อยู่ดีๆก็มาหาไม่บอกไม่กล่าวกันซักคำ 


ด้านพัคจินยองก็มองเห็นแม่ตนกับน้องสาวที่เดินเข้ามาร่วมวงสนทนา  กลายเป็นว่าวันนี้เป็นวันครอบครัวไปโดยปริยาย  เพราะทางด้านพ่อของพัคจินยองกับอิมแจบอมก็กำลังนั่งคุยกันอย่างออกรสในสวนหลังบ้าน

 

ร่างบางปลีกตัวมาคุยกับแม่สองคนว่าทำไมวันนี้ถึงได้มาหาได้  ก็ได้ใจความว่าบรรดาพ่อๆแม่ๆแอบนัดกันว่าจะมาเซอร์ไพรส์ลูกทั้งสองที่พึ่งแต่งงานกัน 


พัคจินยองมองคนเป็นแม่อย่างจับผิด  มองแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพวกท่านตั้งใจจะมาแอบดูพฤติกรรมการร่วมชายคาของเขากับอิมแจบอมต่างหากล่ะว่าอยู่ด้วยกันได้มั้ย



ตกเย็นก็ถึงเวลาทานข้าว  แต่วันนี้ดูจะพิเศษกว่าวันอื่นๆเพราะครอบครัวทั้งสองนั่งทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

"แจบอมตักอันนี้ให้จินยองสิลูก"

คนเป็นมารดาคะยันคะยอลูกชายตนให้ตักกับข้าวให้คนตัวเล็ก  คู่แต่งงานใหม่มองหน้ากันอย่างขนลุก  เพราะทนสายสายตากดดันจากคุณนายตระกูลอิมไม่ไหว  ร่างหนาที่นั่งตรงข้ามพัคจินยองจึงตักกับข้าวไปใส่จานของร่างบาง


พัคจินยองมองหน้าอิมแจบอมด้วยสายตาเคียดแค้นเหตุเพราะว่าอีกคนเล่นตักแต่แครอทมาให้เขาซึ่งเขาไม่ชอบกินแครอท  แล้วเรื่องที่เขาไม่ชอบแครอทเนี่ยอิมแจบอมรับรู้ดี  เพราะมีหลายครั้งที่เรานั่งกินข้าวด้วยกันแล้วพัคจินยองจะเขี่ยแครอทไว้ข้างจานเสมอ


อิมแจบอมยักคิ้วอย่างผู้มีชัย ก่อนจะขยับปากโดยไร้เสียงว่าให้เขากินมันซะ   จะไม่กินก็ไม่ได้เพราะตอนนี้แม่ของอิมแจบอมรอเขากินกับข้าวที่อีกคนตักให้อยู่  

มือสวยจำใจยอมตักข้าวพร้อมแครอทยัดเข้าปาก  เรียกให้อิมแจบอมแอบหลุดขำกับท่าทางเคี้ยวข้าวของพัคจินยอง


แน่นอนว่าคนอย่างพัคจินยองไม่ยอมโดนแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว  จัดการตักกับข้าวให้แจบอมเช่นกัน  ในเมื่อแจบอมรู้ว่าเขาไม่ชอบอะไรแล้วมีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าอีกคนไม่ชอบอะไร



อิมแจบอมมองจานข้าวตัวเองที่บัดนี้มีแต่มะเขือเทศวางอยู่เกือบครึ่งจาน พัคจินยองทำเขาเกินไปแล้ว เมื่อกี้ที่ตักแครอทให้มันแค่คำเดียวเท่านั้น  แต่อีกคนเล่นแกล้งเขาคืนด้วยการตักมะเขือเทศใส่จานข้าวให้เขาไม่ยั้ง


พัคจินยองยักคิ้วใส่อีกคนอย่างเป็นต่อ คิดจะเล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับคนอย่างเขามันก็ต้องเจอเอาคืนแบบนี้แหละ  พัคจินยองขยับปากโดยไร้เสียงบอกอีกคนว่ากินมันซะ  เหมือนที่อิมแจบอมเคยทำใส่เขาก่อนหน้านี้



สงครามเย็นบนโต๊ะอาหารได้จบลง  บรรดาพ่อแม่บอกลาลูกเพราะต่างก็มีงานการที่ต้องไปจัดการต่อ  พัคจินยองกอดน้องสาวตัวเองก่อนจะโบกมือลารถยนต์ทั้งสองคันที่ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน


ร่างบางกำลังจะเดินขึ้นห้องเพื่อไปอาบน้ำก็ต้องชะงักกับสายตาอาฆาตของอิมแจบอม


"มองไม"

"นายตักมะเขือเทศให้ฉันจนหน้าฉันจะกลายเป็นลูกมะเขือเทศแล้วนะพัคจินยอง"

"แล้วทีนายตักแครอทให้ฉันล่ะ"

"ฉันตักให้นายแค่คำเดียวแต่นายตักให้ฉันครึ่งจานเลยนะ"

"อ้าวครึ่งจานเลยเหรอ  นี่ฉันไม่รู้เลยนะเนี้ย"

พัคจินยองจีบปากจีบคอตอบกลับ  ก่อนจะรีบวิ่งหนีขึ้นห้องไป  ทิ้งให้อีกคนร้องโวยวายอยู่ข้างล่าง 



ตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่นี่รู้สึกจะมีเรื่องแปลกตลอดเวลา   เกิดมาไม่เคยยืนเถียงกับใครเรื่องตักกับข้าวให้ไหนจะเรื่องก่อนหน้านั้นที่ทะเลาะกันเรื่องอุณหภูมิแอร์อีก อิมแจบอมนี่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้เขาจริงๆ


เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ค่อนข้างไปในทางแปลกประหลาด  แต่จะว่าไปมันก็สนุกดีนะ



ทั้งคู่ต่างก็อาบน้ำอยู่ในชุดพร้อมนอนแล้วเรียบร้อย  พัคจินยองยืนเช็ดผมตัวเองอยู่หน้ากระจก ขณะที่อีกคนก็นั่งพิงหัวเตียงเล่นโน้ตบุ๊คที่วางอยู่บนตักแกร่ง

"เมื่อกี้มีคนโทรมาหานาย"


ร่างหนาเอ่ยบอกคนที่ยืนเช็ดผมอยู่  ก่อนหน้านั้นตอนที่พัคจินยองอาบน้ำอยู่เขาเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของร่างเล็กที่สั่นอยู่พอดี


เจ้าของโทรศัพท์ได้ยินดังนั้นจึงเดินมาหยิบโทรศัพท์คู่ใจที่ตนวางไว้บนหัวเตียงก่อนที่จะไปอาบน้ำ   เมื่อกดดูก็พบว่าคนที่โทรมาเป็นคิมยูคยอมนั่นเอง   นิ้วเรียวไม่รอช้าจัดการโทรกลับหาเพื่อนสนิททันที  


ร่างเล็กนั่งลงบนเตียงในท่าที่หันหลังให้อิมแจบอม  รอเพียงไม่นานปลายสายก็กดรับ


"โทษทีเมื่อกี้ฉันอาบน้ำอยู่เลยไม่ได้รับ"

'อาบน้ำเหรอ  นึกว่าสวีทกับสามีอยู่'

"ย่าห์ คิมยูคยอมหุบปากเลยนะ  แล้วมีอะไรถึงโทรมา"

'จำเรื่องเรียนทำขนมที่ฉันเคยบอกได้ปะ'

"อือๆจำได้"

'เนี่ยพี่เขาโอเคแล้ว  แต่บอกว่าอยากเจอกันก่อนจะได้คุยเรื่องวันเวลากับสถานที่เรียน'

"อ้อได้ๆ  วันไหนดี"

'นายว่างวันไหนบ้าง'

"วันอังคารได้มั้ยล่ะ"

'ได้ๆ เดี๋ยวฉันบอกพี่ฉันให้'




หลังจากคุยธุระเสร็จเรียบร้อยพัคจินยองก็เดินเอาผ้าเช็ดผมไปตากไว้ที่ระเบียง ก่อนจะเดินกลับมาในห้องด้วยใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่  เหตุเพราะเขาจะได้เรียนทำขนมกับเชฟจริงๆสักที


การกระทำทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของอิมแจบอม  ไม่แน่ใจว่าปลายสายของคนตัวเล็กเป็นใครอีกคนถึงได้ยิ้มไม่หุบหลังจากวางสาย

"ยิ้มไรขนาดนั้น แฟนโทรมารึไง"

คิ้วสวยขมวดขึ้นจนเป็นปม  แค่นึกภาพว่าตัวเองเป็นแฟนคิมยูคยอมก็รู้สึกลมจะจับแล้ว

"แฟนบ้าไรล่ะ  ถ้าฉันมีแฟนฉันคงไม่มาแต่งงานกับนายหรอก"

"จริงสิ  อย่างนายคงไม่มีแฟน"

"ย่าห์พูดให้มันดีๆนะ อย่างฉันมันทำไมห้ะ"


ไม่ว่าเปล่าร่างเล็กหยิบหมอนโยนใส่อีกคนที่บังอาจมาว่าว่าคนอย่างเขาคงไม่มีแฟน


อิมแจบอมที่ไม่ทันเห็นว่าอีกคนโยนหมอนมาก็โดนหมอนกระทบเข้ากับใบหน้าเต็มๆ  ร่างสูงวางโน๊ตบุ๊คลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหันมาปาหมอนคืนใส่คนตัวเล็กที่ยืนขำเขาอยู่

และนี่ก็เป็นอีกคืนที่ทั้งคู่ก่อสงครามขึ้นในห้องนอนก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มเหนื่อยล้าและยุติสงครามโยนหมอนลงในเวลาเกือบๆสามทุ่ม









_________________


มาลุ้นกันค่ะว่าใครจะเป็นเชฟที่จะมาสอนน้องจินยองทำขนม  คอมเม้นติชมได้น้าาขอบคุณทุกคนที่รอคับ


#เผลอรักBN

Twitter : @catsoohyun


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

75 ความคิดเห็น

  1. #62 MiMaNoNo (@Noon_nani) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:25
    ไม่มีใครเหมาะเท่าสองคนนี่เเล้วค่ะ แสบทั้งคู่ ไม่มีใครยอมใครเลย วนุกกกก
    #62
    0
  2. #11 apiroedee (@apiroedee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 13:56
    น่ารักจัง ร้ายทั้งคู่เลย555
    #11
    0
  3. #10 Aquila_Eagle (@Aquila_Eagle) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 13:34

    5555 แสบทั้งคู่ ไม่ยอมกันเลยทีเดียว


    แจบอมมมม หึงหราาาา คึคึ ^^

    #10
    0