คัดลอกลิงก์เเล้ว

Irreplaceable 2 end (Thorki-Hiddlesworth-Chriski)

โดย xanxct

" ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว" /part2 ตอนจบ ของ Irreplaceable 1 ค่ะ

ยอดวิวรวม

284

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


284

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 ส.ค. 62 / 20:34 น.
นิยาย Irreplaceable 2 end (Thorki-Hiddlesworth-Chriski) Irreplaceable 2 end (Thorki-Hiddlesworth-Chriski) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เพราะผมเคยรักคุณ "


/////////////////////////////////

Pairing > Thorki - Hiddlesworth - Chriski 

Genre > Drama - Sweet - Fantasy - Short fic  

Chapter 2 ( 2 ตอนจบจ้า )


**warning โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้น**
b
e
r
l
i
n
?
dimension precision select

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 ส.ค. 62 / 20:34


Chriski SF 2

 **แต่งตอนดึกๆมันจะงงๆหน่อย กาวๆหน่อย ขออภัยด้วยนะคะ**


HAVE FUN <3

 

" จะพิสูจน์ได้ยังไง ในเมื่อคุณเป็นโลกิ "

 

ทอมลืมตาขึ้นในทันที ปล่อยมือที่เกาะแขนคริสออก นั่งมองมาที่คริสด้วยสายตาไม่เข้าใจ

 

" ผมไม่ใช่โลกิ "

 

" ใช่ คุณคือโลกิ "

 

คริสตอบด้วยความมั่นใจหลังจากจับสังเกตได้ ความต่างของทั้งสองคนนี้แยกได้ไม่ยากนัก นั่นก็คือ

 

" โลกิคุณน่ะผมยาว แต่ทอมผมสั้น "

 

" .... "

 

ทอมแสร้งก้มหน้าลงก่อนจะหันมายิ้มให้ เห็นฟันครบ32ซี่ แสงออร่าสีเขียวเริ่มแผ่คลุมรอบตัวของทอม แสงนั้นเริ่มไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เมื่อแสงนั้นไล่ผ่านใบหน้า สิ่งที่ต่างออกไปก็คือ ดวงตาน้ำแข็งที่เคยมีอยู่เปลี่ยนเป็นดวงตามรกต ร่างกายที่เคยเปลือยเปล่าเริ่มมีชุดสวมใส่ที่คุ้นตา

 

ชุดของโลกิ โอดินสัน

 

โลกิจับไม้คฑาของตัวเองที่มาพร้อมแสงสีเขียว แล้วยืนขึ้นพลางเดินไปที่บอร์ด นิ้วเรียวไล่ไปตามแต่ละเส้นด้ายนั้น ใช้หางตากลับมามองคริสด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประจำตัว

 

" แค่นั้นเหรอ? "

 

คริสลุกขึ้นตามโลกิ คุกเข่าลงต่อหน้าของเทพตนนี้ เป็นการแสดงความเคารพ เหมือนอย่างที่เขาเคยทำ เขาก้มหน้าลงไม่อาจสบตากับคนตรงหน้าได้ ไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้มันคือความดีใจ ตื้นตัน หรือมันคืออะไร รู้เพียงว่าเขาไม่สามารถเผชิญหน้ากับสิ่งที่หลีกเลี่ยงและค้นหามาตลอดได้

 

" เพราะผมเคยรักคุณ "

 

โลกิได้ยินคำพูดนั้นช่างแผ่วเบา บุคคลที่อยู่เขากับตอนนี้ อ่อนแอถึงขนาดนี้เลยงั้นเหรอ โลกิมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เข้าใจ ด้วยทะนงตนของโลกิ เขาจึงแสดงท่าทีไม่สนใจออกมา

 

โลกินำคฑานั้นดึงเส้นด้ายเส้นนึงให้หลุดออกมา หมุดที่ปักให้เส้นด้ายอยู่จุดนั้น กระเด็นหล่นลงพื้นตามแรงดึง เขาใช้มือจับเส้นด้ายนั้น แล้วมองจุดสิ้นสุดของด้าย นั่นก็คือรูปของพี่ชายของเขา

 

" เจ้ารู้ได้อย่างไร? "

 

คริสเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย ฟังจากประโยคคงไม่ใช่เรื่องที่เขาสังเกตได้ว่าเป็นโลกิ จึงมองไปที่บอร์ดมีเส้นด้ายเส้นนึงไม่ได้โยงและปักหมุดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง แต่อยู่ในมือของโลกิ สายตาของโลกิมองไปที่จุดสิ้นสุดของด้ายเส้นนั้น มีรูปของธอร์อยู่ คริสเงียบไปแล้วจึงอธิบาย

 

" เพราะเขาเป็นคนสำคัญของคุณ "

 

" ..... "

 

" การที่เทพแบบคุณจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่ออะไรสักอย่าง คงเป็นอะไรที่สำคัญมากอยู่แล้ว  "

 

" เจ้า.... "

 

โลกิรู้สึกเหมือนแทงใจดำ จึงไม่พูดแก้ตัวหรือเย้ยหยันอย่างที่เคย สิ่งที่คริสพูดไม่ใช่เรื่องผิด เป็นความจริงหมดทุกอย่าง แต่เขาไม่อยากจะยอมรับ มันเหมือนกับว่าถ้าเขายอมรับจะเป็นการเผยความอ่อนแอของตนเองออกมา ซึ่งโลกิไม่ได้ต้องการแบบนั้น

 

" หึ ก็แค่การเพ้อเจ้อของชาวมิดการ์ด "

 

โลกิจึงแสร้งไม่ยอมรับความจริง นำคฑาแตะที่รูปภาพของธอร์เบาๆ สีสันภายในรูปเริ่มหายไปเหลือแค่บุคคลในรูปอีกคนที่ยืนเคียงข้างเท่านั้น

 

หญิงสาวในภาพที่โลกิชิงชัง สิ่งที่เขาควรจะได้รับ ผู้หญิงคนนั้นกลับเป็นผู้ได้รับมันไปทั้งหมด คนที่แย่งความสุขของเขาไป แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อทุกคนเห็นดีเห็นงามกับนาง ชอบในตัวนาง ต่างจากตัวของเขา น้องชายที่ถูกอุปถัมภ์

 

เขาเป็นคนนอกไม่สำคัญงั้นสินะ? โลกิคิด

 

ไม่นานรูปภาพใบนั้นจู่ๆก็ติดไฟอย่างไม่ทราบสาเหตุมอดไหม้เผารูปใบนั้นจนสลายหายไป ไม่เหลือร่องรอยหรือติดไฟไหม้สิ่งอื่น โลกิหันหลังกลับ เดินเข้าใกล้คริส ใช้คฑาสัมผัสใบหน้าของคริสที่ก้มอยู่ น้ำเสียงเชิงขู่บังคับพูดสั่งคริสเหมือนทุกครั้ง สิ่งที่โลกิพูดเป็นการถามตามความรู้สึกหรือแค่ตามมารยาทไม่มีใครทราบ แม้แต่ตัวคริสเอง

 

" ไม่มีข้า... แล้วเจ้าเป็นอย่างไร? "

 

"..... "

 

" มีความสุขมากใช่หรือไม่? "

 

โลกิออกแรงเพียงเล็กน้อยใช้คฑาดันให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น ยอมสบตากับเขา เพราะอยากจะรู้ว่าสิ่งที่ชาวมิดการ์ดคนนี้จะตอบเป็นความจริงหรือโกหกรักษาน้ำใจ

 

คริสยอมเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างง่ายดาย เห็นรอยยิ้มเลศนัยแฝงความเย้ยหยันอยู่ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้  แต่เขาสัมผัสได้ว่าครั้งนี้มันต่างออกไป ไม่รู้ว่าเพราะเวลาที่ขาดหายไป หรือความห่างทำให้ความรู้สึกที่คริสได้เห็นรอยยิ้มหรือคนตรงหน้ามันเปลี่ยนไป

 

เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

คริสจับไม้คฑา ออกแรงดึงไม้คฑาให้เข้าหาตนเอง โลกิไม่ทันตั้งตัวทำให้เผลอเอนตัวเซเข้าใกล้คริส เขาผุดรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า พลางเอ่ยตอบ

 

" ไม่มีท่านมันจะไปมีความสุขได้ยังไง "

 

" .... "

 

" แต่ตอนนี้ผมได้คนที่เขารักผมจากใจจริงแล้ว ไม่ใช่รักเพื่อเป็น'ตัวแทน'ของใคร ผมคงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว "

 

โลกิผงะถอยหลังไปเล็กน้อย ขณะใช้ความสามารถติดตัวสำรวจหาคำโกหกจากคำพูดนั้น ซึ่งพบเพียงความว่างเปล่า ชายคนนี้พูดความจริงสินะ งั้นก็คงไม่ต่างจากตัวโลกิเอง ส่วนหนึ่งเขาก็เป็นแบบที่คริสพูด

 

เป็นแค่เพียง'ตัวแทน'ของใครคนหนึ่ง

 

เป็นแค่เพียง'ของเลียนแบบ'ที่ไม่มีทางแทนของจริงได้ตลอด

 

ตัวแทน.... งั้นสินะ โลกิคิด

 

โลกิใช้แรงสะบัดมือคริสที่จับคฑาอยู่ เขาเดินกลับมา ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาด้านหลังของคริส พลางนั่งไขว่ห้างตบเบาะเบาๆ เป็นสัญญาณเชิญชวนให้คริสมานั่งข้างกัน

 

เสียงตบเบาะชวนให้คริสหันกลับไปมอง เขามองสลับกับหน้าโลกิ แต่เขาคงไม่มีทางเลือกอื่น จึงถอนหายใจเฮือกก่อนจะเดินมานั่งแต่โดยดี แต่ที่นั่งเว้นระยะห่างพอสมควร ถึงโซฟาจะไม่ได้กว้างก็ตาม

 

" ฉลาดดีนี่ "

 

โลกิพูดเปิดประเด็น สายตามองไปที่คริสเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับมาวิเคราะห์สิ่งที่อยู่บนกระดาน คริสเองก็มีท่าทางไม่ต่างกันนัก

 

" ใครอยู่ในสถานะนั้นก็ต้องดูออกเป็นธรรมดา "

 

โลกิหันมาเหล่มองด้วยท่าทางไม่พอใจ ก่อนจะทำเสียงหึออกมา

 

" ปากดีจริงๆ "

 

" ผู้ชายคนนั้น เป็นคนสอนเจ้าให้ปากดีแบบนี้งั้นเหรอ? "

 

คราวนี้เป็นคริสเองที่ทำเสียงหึออกมา ก่อนจะทำท่าทางสบายๆ แล้วตอบกลับ

 

" ผมเป็นแบบนี้เพราะคุณต่างหาก "

 

โลกิเงียบไม่พูดตอบอะไร คริสจึงถามกลับ

 

" แล้วเหตุผลที่คุณกลับมาคืออะไร ?"

 

ผู้ถูกถามฉีกยิ้มเห็นฟัน หันมาตอบคริสด้วยน้ำเสียงยียวน

 

" สมเพชเจ้าล่ะมั้ง "

 

คริสไม่สนใจพลางส่ายหน้า ออกแรงต่อยหน้าคนข้างตัวไปสุดแรง เป็นอย่างที่คิด เขาทะลุผ่านโลกิล้มใส่โซฟาในทันที ตัวของโลกิมองเห็นได้แต่ดันจับต้องไม่ได้ขึ้นมาซะอย่างนั้น โลกิยิ้มเยาะ หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วจึงยิ้มอ่อนมองการกระทำของคริสต่อ เขาเดาไว้ในใจไม่ผิด เทพตนนี้มันร้ายกาจเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ คริสลุกขึ้นมานั่งดังเดิม พร้อมตอบกลับด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

 

" กะแล้วว่าคุณจะต้องใช้เวทย์มนต์ปลอมตัวมาที่นี่ "

 

 " แต่เจ้าก็คิดไม่ถึงนี่ว่าข้าจะใช้มุกนี้กับเจ้า "

 

คริสส่งเสียงเหอะด้วยความไม่พอใจเป็นคำตอบ

 

" ก็เป็นซะแบบนี้ แล้วใครเขาจะจริงจังกับคุณล่ะ "

 

คริสเผลอหลุดพูดตามความรู้สึกออกไป เขารู้ตัวว่ากำลังเผลอพูดอะไรออกไป แต่ยากเกินจะห้ามได้แล้ว จึงพูดต่อโดยมีสีหน้ากึ่งไม่พอใจพึ่งไร้อารมณ์ของโลกิจ้องมองอยู่

 

" เจ้าเล่ห์ หลอกลวง เชื่อไม่ได้ แค่การเจอหน้าตัวต่อตัวยังไม่กล้าเลยสินะ "

 

"..... "

 

" กลัวเขาคนนั้นของคุณจะไม่พอใจรึไง "

 

ประโยคนี้ทำโลกิรู้สึกสะอึกเผลอหลบหน้าในทันที ทำให้คริสรู้ทันทีว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง และนั่นทำให้รู้อีกอย่างว่าเขาไม่สำคัญเท่าเขาคนนั้นของโลกิจริงๆ คริสลุกจากโซฟาดึงเส้นด้ายที่เชื่อมโยงกับข้อมูลทุกอย่างออก สิ่งที่ค้นหามาตลอดหลายปีก่อนจะพบความจริงในวันนี้ ทำให้เขารู้สึกสมเพชตัวเองและดีใจในเวลาเดียวกัน

 

ทำไมต้องรักคนๆนี้ด้วย

 

โลกินั่งมองอยู่เงียบๆไม่ปริปากพูดอะไรต่อ จนสิ่งที่เคยอยู่บนกระดานนั้นกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นแทน ด้วยฝีมือเดียวกับคนที่ติดสิ่งเหล่านี้

 

" สาแก่ใจคุณรึยังล่ะ? "

 

คริสเอ่ยถามไม่หันกลับไปมอง ก่อนจะได้รับความเงียบเป็นคำตอบทำให้เขาหัวเราะออกมา แต่ไม่ได้เกิดจากความตลกอย่างแน่นอน

 

เกิดจากความ'สมเพช'เพียงเท่านั้น

 

บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงรถยนต์จากภายนอก พร้อมเสียงฝูงชนที่ส่งเสียงแสดงถึงความวุ่นวาย ต่างจากภายในห้องที่มีเพียงความอึดอัดแผ่ซ่านโดยรอบ

 

โลกิแสดงออกด้วยท่าทีชิงชัง ถอนหายใจออกมาดังเฮือก ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะหึใส่ ใช้ไม้คฑาเคาะกับพื้นเสียงดังลั่น สิ่งของภายในห้องสั่นตามแรงกระแทกของไม้กับพื้น เส้นด้ายกับข้อมูลที่เคยหล่นกระจัดกระจายตามพื้น ต่างพาตัวเองกลับไปในที่ที่เคยอยู่ตามเดิม

 

คริสมองสิ่งของพวกนั้นกลับไปตามที่ที่เคยอยู่ ด้วยท่าทางไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงแสดงกริยาก้าวร้าวออกมาด้วยการต่อยกระดานตรงหน้าอย่างแรง จนเป็นรอยร้าว แต่เพียงเสี้ยววิ รอยร้าวนั้นย้อนกลับคืนเป็นดังเดิมคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

นัยน์ตามรกตจับจ้องด้วยสายตาพอใจ ราวกับกำลังสนุกที่ได้ปั่นหัวผู้อื่น ฉีกยิ้มเย้ยหยัน เปลี่ยนท่านั่งของตัวเองเป็นไขว่ห้างมองท่าทางไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่าย ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน

 

" เจ้ามนุษย์โง่เขลา โง่อย่างไรก็โง่อย่างนั้น "

 

" .... "

 

" อย่าคิดจะทำร้ายข้าดีกว่า เจ้าย่อมรู้ดีนี่ "

 

" เหอะ "

 

" ข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร เจ้ารู้เหตุผลดี "

 

" ..... "

 

" ไว้ข้าคืนความทรงจำเจ้า เจ้าคงจะนึกออกเอง "

 

โลกิว่าพลางยิ้มอีกครั้ง ใช้มือข้างที่ว่างส่งสัญญาณให้เข้ามาใกล้ๆ แต่คริสไม่มีท่าทีว่าจะเดินมาหาเลย โลกิจึงหัวเราะออกมาอีกครั้งคล้ายดูออกอยู่แล้ว ว่าจะเป็นแบบนี้ จึงดีดนิ้วพร้อมใช้เวทย์มนตร์ในการเทเลพอร์ตตัวเองไปอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายแทน

 

ภายในเสี้ยววินาทีโลกิได้มาอยู่ตรงหน้าของคริสซะแล้ว คริสแสดงอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ทันพูดต่อว่าอะไร กลับถูกอีกฝ่ายจู่โจมใส่เข้า นิ้วชี้แตะบริเวณริมฝีปากของคริสเบาๆ โลกิไล่มองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาคาดเดาไม่ได้ ก่อนจะฉีกยิ้มเอกลักษณ์ของตัวเองอีกครั้ง

 

" ข้าจะทำตามสัญญาที่ข้าให้ไว้ "

 

คริสไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดอยู่ จึงจะถามต่อแต่ทันทีที่อ้าปากพูด ราวกับโลกิกำลังรอโอกาสนี้อยู่ คฑาที่เคยจับไว้ข้างตัว ทิ้งลงกับพื้นในทันที ทำให้มือทั้งสองข้างที่ว่างอยู่รั้งใบหน้าของคริสให้โน้มตัวเข้าหาทันที โลกิมอบจุมพิตให้คริสอย่างแผ่วเบา ก่อนจะใช้ลิ้นตนเองตวัดเกี่ยวกับลิ้นของคริส คล้ายเป็นการเชิญชวนให้ลุ่มหลง

 

นัยน์ตามรกตที่แสนคุ้นเคย สบกับนัยน์ตาของคริสพอดิบพอดี คล้ายเป็นการส่งความรู้สึกผ่านสายตา สิ่งที่รับรู้ได้ผ่านดวงตาคู่นั้น ทำให้คริสตอบรับการกระทำของโลกิในทันที มือซ้ายของคริสเริ่มไล้ไปตามใบหน้าของเทพแห่งการหลอกลวง ส่วนมืออีกข้างเริ่มซนดึงรั้งเอวบางของอีกฝ่ายให้แนบชิดยิ่งขึ้น ก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นตอบโต้กลับบ้าง สัมผัสวูบหวามคล้ายจะล่อลวงให้จมดิ่งลงไป ถ้าหากเผลอไผลไปมากกว่านี้ จะไม่สามารถหลุดจากวังวนนี้ได้ ราวกับเวทย์มนตร์สะกดให้ช่วงเวลานี้เป็นนิรันดร์

 

เวลาเพียงไม่ถึงนาที แต่รู้สึกนานราวกับเป็นนิรันดร์ได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น โลกิถอนจุมพิตจากอีกฝ่าย เลียริมฝีปากตัวเองก่อนจะถอยห่างออกมาอย่างช้าๆ เจ้าตัวฉีกยิ้มเอกลักษณ์ของตัวเองอีกครั้ง มือของโลกิสัมผัสกับใบหน้าคริสอย่างอ่อนโยน สายตาที่มองเปลี่ยนไปราวกับคนละคน นัยน์ตามรกตคู่นั้นที่มีร่องรอยของน้ำตาคลออยู่

 

เป็นไปไม่ได้ คริสคิด

 

คริสกำลังจะใช้มือของตัวเองเช็ดน้ำตานั้น แต่กลายเป็นการสัมผัสความว่างเปล่าแทน ร่างกายของโลกิเริ่มเลือนลางไปอีกครั้ง ท่ามกลางภาพต่างๆที่เริ่มไหลเข้ามาภายในหัวของคริส หลังจากที่จูบเสร็จ เขาพยายามต่อต้านภาพเหล่านั้น ด้วยการไขว้คว้าความว่างเปล่าที่จับต้องไม่ได้ เบื้องหน้าของคริสที่เคยมีโลกิเริ่มหายไปจนมองทะลุผ่านได้ โลกิมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองโดยไม่รู้ตัว

 

ไม่รู้ทำไมเหตุการณ์ถึงกลับตาลปัตร จากความโกรธที่กักเก็บไว้มานานกลายเป็นความโศกเศร้าจากความจริงแสนโหดร้าย

 

คริสพยายามจับตัวของโลกิไว้แต่ไม่ว่าพยายามเท่าไหร่ ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่าจนคุกเข่าทรุดลงกับพื้น โลกิที่เฝ้ามองอยู่คุกเข่าลงนั่งตรงหน้าของคริส พยายามฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาอาบอยู่บนใบหน้า เอื้อมมือไปแตะใบหน้าของคริสเบาๆ ถึงแม้จะสัมผัสไม่ได้จริง แต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านมานั้นคริสสามารถรับรู้ได้ คริสพยายามจับมือโลกิเอาไว้ แต่แน่นอนว่าย่อมสัมผัสความว่างเปล่าอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ความรู้สึกสั่นเครือไปทั้งร่างกายนี่มันคืออะไร

 

มันเป็นความกลัวงั้นเหรอ

 

เขากำลังรู้สึกกลัวอะไรอยู่...

 

คริสจ้องมองมือของตัวเองที่กำลังสั่นไม่ยอมหยุด เมื่อรู้ว่าการไขว่คว้าไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถสัมผัสได้อีกแล้ว ตัวตนของอีกฝ่ายกำลังจะหายไปอีกครั้ง

 

 

' ข้าสัญญาว่าข้าจะคืนความทรงจำของเจ้า '

 

' แต่ผมไม่อยากลืมคุณเลย '

 

' ในวันที่เจ้าพร้อมด้วยคนรักที่ไม่ใช่ข้า วันนั้นเจ้าจะไม่รู้สึกแบบนี้หรอก '

 

 

หนึ่งในความทรงจำที่ผุดเข้ามาภายในหัวอย่างกะทันหัน ทำให้หัวใจของคริสชาวาบในทันที ความรู้สึกที่เคยรู้สึกไหลมาอย่างท่วมท้น จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

 

มีเพียงคำถามที่อยากจะถามออกไป ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไร สิ่งที่ต้องการภายในใจมีเพียงการมีอยู่ของคนๆนี้เท่านั้น

 

" ทำไมถึงทำแบบนี้? "

 

" ข้าอยากให้เจ้าอยู่กับคนที่คู่ควรกับเจ้า "

 

" แล้วท่านล่ะ ... ไม่รักผมบ้างเลยเหรอ? "

 

โลกิยิ้มพร้อมส่ายหน้า

 

" ข้ารักเจ้าเช่นกัน แต่เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจ ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน "

 

ว่าตัวโลกิรักคริสเพราะเป็นตัวแทนของธอร์ และรักในฐานะคนคั่นเวลาเท่านั้น

 

….

 

อย่างงั้นเหรอ?

 

ความเคลือบแคลงลังเลเข้าครอบงำภายในจิตใจของโลกิ แต่ในตอนนี้ให้ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรก็คงไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้เขากำลังจะหายไป

 

ร่างกายของโลกิที่เริ่มจางหายไปเต็มที โลกิเริ่มรู้สึกตัวเช่นกันว่าเวทย์มนตร์รวมถึงเวลาที่เขาได้ขอนั้นใกล้หมดแล้ว โลกิมองร่างกายของตัวเองสลับกับใบหน้าของคริส มือที่สัมผัสใบหน้าชักกลับมาอย่างช้าๆ รอยยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายของการพบเจอ ไม่รู้จะพบกันอีกเมื่อไหร่ หรือการเจอกันอีกครั้ง จะเป็นวันสุดท้ายของชายคนนี้ โลกิไม่สามารถทราบได้เลย รู้เพียงว่าในเวลานี้เขาไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เขาได้ทำไปเลย

 

ถึงการคืนความทรงจำจะเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสของอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นโลกิก็มีความเห็นแก่ตัวเล็กๆอยู่

 

เขาต้องการให้คริสจำได้

 

อยากให้คริสรู้สึก

 

เหมือนอย่างที่โลกิรู้สึก

 

โลกิเช็ดน้ำตาที่ไหลอยู่ออกไปจนหมด ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้งไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ต่างจากคริสที่ไม่มีใบหน้ารอยยิ้มที่แท้จริงหลุดมาให้เห็นเลยสักครั้ง ตั้งแต่การกลับมาของโลกิ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร

 

" มีความสุขมากๆนะ เจ้ามนุษย์โง่ "

 

" ..... "

 

" ดูแลตัวเองกับคนรักของเจ้าให้ดี ให้ดีกว่าที่เคยดูแลข้านะ เข้าใจไหม "

 

คริสมองอีกฝ่ายด้วยการมองเห็นที่พล่าเบลอจากน้ำตาที่เอ่อคลอ น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว โลกิส่ายหน้าพลางทำหน้าดุอีกฝ่าย ถึงแม้ตัวเองจะมีท่าทางไม่ต่างกันเลยก็ตาม

 

" เจ้าขี้แย หยุดร้องได้แล้ว "

 

โลกิเริ่มจางออกไป ส่วนที่หายไปเริ่มกลายเป็นแสงเล็กๆ สลายไปในอากาศราวกับว่าการมีอยู่ของโลกินั้นไม่จริง แสงนั้นเริ่มไล่ไปตามแต่ละส่วนของร่างกาย ขา แขน มือ ไหล่ คอ จนมาถึงส่วนสุดท้ายคือใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา พร้อมคำพูดประโยคสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงแสงวาบ สลายหายไปเหมือนฝุ่นในพริบตา คฑาที่เคยวางไว้ไม่ห่างกายเจ้าของ ตอนนี้มันหายไปพร้อมกับเจ้าของของมันแล้ว

 

 คริสนั่งนิ่งอยู่แบบนั้น สิ่งของทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ยกเว้นเพียงกระดานขนาดใหญ่ที่หายไป ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มีเพียงรูปถ่ายเพียงใบเดียวที่วางอยู่ตรงหน้า แสงจากหน้าต่างส่องสะท้อนกับรูปภาพพอดี คริสสังเกตเห็นจึงลุกไปหยิบรูปใบนั้นขึ้นมา ถึงร่างกายจะแทบไม่มีแรงเลยก็ตาม

 

" ...... "

 

ภาพความทรงจำสะท้อนขึ้นมาอยู่ในหัวใจ เกิดความรู้สึกชาวูบไปทั้งหัวใจ ทุกอย่างหายไปภายในพริบตาพร้อมกับตัวตนของเธอคนนั้น แต่กลับยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปคือ รูปถ่ายใบนี้ ภาพที่เคยมีรอยยิ้มร่วมกัน ไม่รู้ว่าได้มาเมื่อไหร่ หรือเก็บไว้ที่ไหน แต่ตอนนี้มันกลับมาอยู่ตรงนี้ของเขาได้ พร้อมกับความทรงจำที่ไม่รู้ว่าหลงลืมไปได้ยังไง ที่พากันผุดเข้ามาในหัว แต่ที่ชัดเจนที่สุดคงเป็นรอยยิ้มของเธอและคริสเอง

 

ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มนั่งกอดรูปถ่ายใบนั้นไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยไปไหน ไม่มีเสียงสะอื้นมอบให้กับการจากลาที่กะทันหัน มีเพียงคำอวยพรดีๆจากเธอ และน้ำตาที่มีให้กัน ไม่มีอะไรมาพรากจากกันได้ตั้งแต่แรก ถ้าหากรู้ว่าทุกสิ่งไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงหนึ่งทางเลือกที่ควรจะเป็นเท่านั้น

 

ไม่นานความเศร้านั้นจะหายไป เพียงแต่ต้องใช้เวลาเยียวยา มีเพียงเวลาเท่านั้น

 

" คริส ไม่รับสายเลย มัวทำอะไร....อยู่ "

 

ผู้อาศัยอีกคนหนึ่งภายในบ้าน เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง พึ่งกลับมาจากการทำธุระ บังเอิญเห็นแฟนของตัวเองกำลังนั่งฟุบกับพื้น เจ้าของชื่อไม่ได้หันมองตามต้นเสียง เอาแต่นั่งกอดรูปอยู่อย่างนั้น ทอมสังเกตเห็นความผิดปกติของอีกฝ่าย แต่เลือกที่จะไม่ถามสาเหตุ เพราะสามารถเดาได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นอะไร และเผชิญกับอะไรอยู่ ทอมค่อยๆเข้าใกล้คริส โอบกอดเจ้าตัวเอาไว้ มือคอยลูบหลังอีกฝ่ายอย่างเบามือ พลางกระซิบข้างหูคริสเบาๆ ถึงแม้จะรู้สึกปวดใจไม่ต่างกันที่ต้องเห็นภาพของคนที่รักกำลังเสียใจอยู่

 

ถึงคนรักเก่า

 

" ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพียงแค่แสงสว่างวาบชั่วครู่เดียว สิ่งที่เคยเห็นแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่คุ้นตา พร้อมกับบุคคลเดิม ชายผู้เป็นที่รักยืนกอดอกมองสายตาเรียบนิ่ง ไม่มีคำพูดใดเอ่ยตอบกลับมา โลกิเลือกมองหาตัวช่วย เห็นฮัมดัลยืนอยู่ไม่ไกลนักจากตัวเอง จึงส่งสายตาเชิงถามสถานการณ์ไป ฮัมดัลมองพร้อมส่ายหน้าเบาๆ โลกิมองแล้วพยักหน้ารับเข้าใจได้ถึงแม้จะไร้ซึ่งคำพูดใดก็ตาม เขาจึงเดินไปหาชายที่ทำสีหน้าเย็นชา แสดงความตึงเครียดออกมาไม่หยุด

 

" ข้ากลับมาแล้ว "

 

โลกิกล่าวกับพี่ชายเสียงแผ่ว ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกกลัวทำอีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี ถึงจะคุยนี้เรื่องนี้ไปแล้วก็ตาม เพราะสังเกตจากของธอร์ตอนนี้ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

" .... "

 

ธอร์ไม่พูดตอบเพียงแต่พยักหน้ารับ ทั้งึ่สบตากันอยู่ครู่นึง ไร้ซึ่งคำพูดใดต่อกันจนโลกิรู้สึกอึดอัดจนแทบร้องไห้ จู่ๆธอร์ก็ใช้มือลูบหัวน้องชายเบาๆ ยิ้มอย่างอ่อนโยน แตกต่างจากอารมณ์ในตอนแรกทันควัน ความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อครู่หายไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มือนั้นสัมผัสศีรษะของเขา โลกิจับมือของธอร์เอาไว้ไม่ให้ไปไหน ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปไหนอีก

 

ถ้าธอร์ไม่ลูบหัวของเขา โลกิเองคงจะทำตัวไม่ถูกจนปล่อยโฮออกมาอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้โลกิรู้สึกเจ็บปวดจนกลัวการอยู่คนเดียวอย่างที่สุดแล้ว ถ้าหากธอร์เลือกที่จะโกรธจนทิ้งเขาไปอีก โลกิคงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ

 

ฮัมดัลที่มองอยู่เลือกที่จะให้เวลาส่วนตัวกับทั้งคู่ จึงเดินห่างออกมาปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันอย่างสงบ

 

" รู้สึกยังไงบ้าง? "

 

โลกิไม่กล้ามองสบตา เขาเลือกที่จะมองลงพื้น ความรู้สึกของเขางั้นเหรอ ควรจะรู้สึกยังไงนะ มันเป็นความเสียใจ ความโล่งอก ความดีใจ ทุกอย่างมันปนเปกันไปหมด  ด้วยความรู้สึกที่รวมกันจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ คำตอบที่ธอร์ได้จึงกลายเป็นความเงียบ

 

" ถ้าเจ้าอึดอัด จะร้องไห้ออกมาก็ได้นะ "

 

ธอร์กล่าวพร้อมรอยยิ้มพลางลูบหัวอย่างอ่อนโยน ความอ่อนโยนที่โลกิได้รับทำให้กำแพงแห่งความอดทนพังทลายลง เหมือนปลดล็อกอะไรบางอย่างข้างในหัวใจ หยาดน้ำใสเริ่มเอ่อคลอดวงตามรกตอย่างห้ามไม่ได้ โลกิพยายามใช้มือปาดน้ำตาพวกนั้น แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่ยอมหยุด

 

ธอร์หลุดขำด้วยความเอ็นดูก่อนจะจับมือที่พยายามเช็ดน้ำตาของโลกิด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะดึงตัวของน้องชายเข้ามาโอบกอดเอาไว้ พลางลูบหลังเบาๆ กระซิบข้างหูอย่างปลอบประโลม

 

" ไม่เป็นไรนะ ร้องออกมาให้หมด "

 

เสียงร้องไห้ของโลกิช่างเงียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแค่เสียงสะอื้นเบาๆเท่านั้น โลกิกอดกลับมือเผลอขยำเสื้อของธอร์โดยไม่รู้ตัว พลางไม่หยุดร้องไห้ หน้าซุกเข้ากับไหล่กว้างพอดิบพอดี ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้ให้กับอะไร ทั้งที่ที่ผ่านมามองเป็นตัวแทนของธอร์ไม่ใช่เหรอ หรือความจริงแล้วตัวเขาเองไม่เคยมองอีกฝ่ายเป็นตัวแทนของใครเลย แต่มองคริสเป็นผู้ชายคนหนึ่งมาตลอด ทั้งยังไม่เคยมองเป็นแค่คนคั่นเวลาเลยสักครั้ง

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่เป็น'ความรัก'

 

ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม

 

' ขอบคุณเจ้าที่ดูแลคนรักของข้า ขอให้เจ้ามีความสุขเช่นกัน ' ธอร์คิดพลางปลอบประโลมคนรักในอ้อมกอด กระชับกอดให้แน่นขึ้นไม่ให้โลกิต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอีก โลกิตัวสั่นคล้ายลูกแมวที่กำลังหวาดกลัว ธอร์รู้สึกไม่ดีอยากจะให้คนๆนี้มีแต่ความสุข ไม่ต้องเสียใจอีกเลย อ้อมกอดนี้ที่โหยหามานาน เขาจะไม่ปล่อยคนๆนี้ให้ห่างไกลไปหาใครอีกแล้ว ตั้งแต่ช่วงเวลานี้เขาจะทำหน้าที่คนรักให้ดีที่สุด ไม่ให้อีกฝ่ายต้องไล่ตามอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

End.


จบจ้า  แต่อยากแต่งพาร์ทอดีต ขยายความว่าทั้งสองฝ่ายรู้สึกยังไง ฝากติชมด้วยนะคะ <3

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ xanxct จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Usiki (@Usiki) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 21:06
    งงอ่ะ สรุปแล้วคริสรักทอมจริงๆรึเปล่าเนี่ย
    #1
    0