| ความ โหดร้ายของสงครามกลางเมืองแอฟริกา
1. สงครามกลางเมืองในคองโก (Democratic Republic of the Congo) สงคราม กลางเมืองในคองโกเท่าที่ผมพอจะหาข้อมูลได้พบว่ามีจำนวนผู้คนไม่น้อยไปกว่า 4 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับสงครามนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สงครามกลางเมืองของคองโกได้รับการเรียกขานวา the deadliest conflict เพราะมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากทั้งจากการสู้รบและโรคระบาด โดยไม่รวมไปถึงผู้ที่ต้องตายอดอยากอีกหลายพันคน ข้อมูลระบุว่ามีกองกำลังติดอาวุธประมาณ 20 กองกำลังในสงครามกลางเมืองคองโกซึ่งมีความพยายามที่จะแย่งชิงทรัพยากรโดย เฉพาะแร่เพชรและความมั่งคั่งของป่าไม้ แม้วาจะมีทำสัญญาสงบศึกษาในปี 2002 แต่ก็ยังไม่มีกลุ่มใดยอมวางอาวุธโดยที่อัตราความรุนแรงก็ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ 2. สงครามกลางเมืองในซูดาน (Sudan) ความขัดแย้งใน Darfur region ทางภาคตะวันตกของซูดานเริ่มต้นขึ้นเมื่อกองกำลังทหารเชื้อสายอาหรับที่มี รัฐบาลซูดานให้การสนับสนุนขัดแย้งผลประโยชน์กับกลุ่มที่ไม่ใช่ชาวอาหรับใน เรื่องของการแย่งชิงพื้นที่และแหล่งน้ำรวมไปถึงแหล่งน้ำมัน การสู้รบทำให้มีผู้เสียชีวิตว่า 200000 คนจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยอีกว่า 2 ล้านคน 3. สงครามกลางเมืองในอูกันดา (Uganda) สงครามกลางเมืองในอู กันดาจากเท่าที่ศึกษามาผมว่ามีความรุนแรงและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่ สุดประเทศหนึ่ง ความรุนแรงดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อปี 1987 เมื่อกองกำลัง the Lord's Resistance (the Lord's Resistance Army) ได้รุกรานทางเหนือของอูกันดาโดยอ้างเหตุผลในการสถาปนารัฐภายใต้บรรญัติสิบ ประการ (the Ten Commandments) แต่กองกำลังดังกล่าวกลับได้กระทำการอย่างรุนแรงต่อสิทธิมนุษยชน เช่น การเข้าปล้นทรัพย์สินในหมู่บ้าน มีการลักพาเด็กว่า 20000 คนเพื่อบังคับให้เด็กชายเป็นทหารและที่เลวร้ายกว่านั้นเด็กหญิงจะถูกล่วง ละเมิดทางเพศอย่างทารุณ ในขณะที่มีพลเรือนจำนวนกว่า 12000 คนถูกฆ่าตายและยังมีอีกกว่า 1.4 ล้านคนที่ไร้ที่อยู่อาศัย โดยรัฐบาลอูกันดาล้มเหลวในการป้องกันกำลัง LRA ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในประเทศซูดานพื้นบ้านที่มีพรมแดนติดกัน 4. สงครามกลางเมืองแองโกลา (Angola) สงครามความขัดแย้งเริ่ม ต้นภายหลังจากการประกาศอิสรภาพจากโปรตุเกสในปี 1974 สงครามกลางเมืองในแองโกลานี้กินเวลากว่า 28 ปีซึ่งถือว่าเป็นสงครามกลางเมืองที่ยาวนานที่สุดในแอฟริกา โดยหลังจากการประกาศอิสรภาพแล้วนั้น*กลุ่มชาติพันธุ์ (national groups) สามกลุ่มได้พยายามปลดแอกตนเองให้พ้นจากการปกครองของโปรตุเกสและได้ต่อสู้กัน เองภายหลังในช่วงสงครามเย็นก็ได้กลายเป็นสงครามตัวแทน (proxy war) ของสหรัฐอเมริกาและอดีตสหภาพโซเวียต 5. สงครามการเมืองในเซียรา ลีโอน (Sierra Leone) ในปี 1991-2002 กองกำลังปฏิวัติ the Revolutionary United Front (RUF) ได้ต่อสู้ฝ่ายรัฐบาลเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการปกครองประเทศและสิทธิในการ เข้าครอบครองแหล่งแร่เพ็ชรซึ่งมีมากในเซียรา ลีโอน ในการทำสงคราม กองกำลังปฏิวัติ the Revolutionary United Front (RUF) ได้ใช้เงินที่ได้จากการขายเพ็ชรมาซื้อมาอาวุธและได้รับการสนับสนุนจาก Charles Taylor ซึ่งต่อมาได้เป็นประะธานาธิบดีของไลบีเรีย สงครามกลางเมืองของ เซียรา ลีโอนนี้ได้รับการกล่าวถึงมากในเรื่องของการฝึกเด็กเป็นทหารและการตัดทิ้ง อวัยวะของประชาชน (amputation of civilians) ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 6. สงครามกลางเมืองในไลบีเรีย (Liberia) สงครามกลางเมืองใน ไลบีเรียเริ่มต้นในปี 1999 เมื่อกลุ่มกบฏ Liberians United for Reconciliation and Democracy ยึดครองฐานที่มั่นทางภาคเหนือมีการสู้รบกับกลุ่มกบฏอีกกลุ่มหนึ่งคือ the Movement for Democracy in Liberia ซึ่งได้ยึดครองพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศ ประชาชนหลายพันคนถูกฆ่าตายในระหว่างการสู้รบ รัฐบาลไม่สามารถสร้างเสถียรภาพได้จากการสู้รบและการยึดครองพื้นที่อย่างต่อ เนื่องของกลุ่มกบฏ ในที่สุดเมื่อทนต่อแรงกดดันจากนานาชาติไม่ไหว ประธานาธิบดี Taylor จึงหลบหนีไปลี้ภัยไปยังไนจีเรีย 7. การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา (Rwandan Genocide) การฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาปี 1994 เป็นการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ชาว Tutsi ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยและชาว Hutu ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ มีผู้เสียชีวิตกว่า 800000 ในช่วงเวลาเพียงกว่า 100 วัน เหตุการณ์ในรวันดาได้ชื่อว่าเป็นสงครามกลางเมืองที่นองเลือดที่สุดและเป็น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายที่สุดในทศวรรษในปี 1990s |
ความคิดเห็น