ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 53 : คลื่นใต้น้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 334 ครั้ง
    10 ม.ค. 63

กริ้งง..!

เสียงสัญญาณเตือนไฟดังขึ้นทั่วทางเดิน และควันดำหนาก็ปกคลุมทั่วแผนกวิจัย

หัวฉีดพ่นน้ำออกมาเพื่อหยุดการลุกลามของไฟ แต่เอกสารมากมายก็ยังถูกทำลายและประกายไฟก็พุ่งออกจากคอมพิวเตอร์และเครื่องจักรบางเครื่อง กำแพงและเพดานเต็มไปด้วยรอยไหม้สีดำ

 

“เกิดอะไรขึ้น?”ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยถามขณะมองดูเศษซาก

ในไม่ช้า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เริ่มตรวจสอบ

“ไฟเริ่มมาจากโรงงาน!”

ลั่วซวน-ในสภาพเปียกชุ่ม ใบหน้าดำคล้ำถูกเจ้าหน้าที่พยุงออกมา ผมของเขาถูกเผาจนหมด รวมถึงคิ้ว

ด้วยการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขารีบคว้าเครื่องดับเพลิงในบริเวณใกล้เคียง ทำให้เขาไม่เสียโฉมไปมากกว่านี้

เขาไม่คิดว่าสารตัวนำจะเป็นก๊าซ มันเผาไหม้ทันทีที่สัมผัสกับอากาศ

ลั่วซวนประเมินตัวเองสูงเกินไป

 

“ฉันแพ้..”หลิน ฮวงยอมรับอย่างไม่เต็มใจ

“แกทำอะไรลงไป”ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตะโกน

 

หนึ่งในเจ้าหน้าที่เปิดมือเขา เผยให้เห็นปลอกกระสุน แม้พวกมันจะดำคล้ำ พวกมันก็ยังเคยเป็นสีแดงเข้มมาก่อน

 

“นี่คือปลอกกระสุนของดินปืนระเบิดแรงสูง คนของคุณพยายามวิเคราะห์มัน”

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหน้าเขียวปั้ด เขาทำได้เพียงชี้นิ้วใส่ลั่วซวนด้วยความโกรธ

‘คำสั่งฉันมันหละหลวมเกินไป?!’

‘เมื่อเบื้องบนสอบสวน นี่จะตกเป็นความผิดของฉันอีกครั้ง!’

‘ไอสารเลว!’

 

กู่ หุ่ยมาถึงที่เกิดเหตุ สีหน้าเขาดำคล้ำเมื่อเห็นซากปรักหักพัง

“อธิบายมา”

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยกระชากลั่วซวนมาตรงหน้าเขาและพูดผ่านไรฟัน”เขาทำทั้งหมดด้วยตัวเอง!”

กู่ หุ่ยมองลั่วซวนอย่างหมดความอดทน

“คุณมีอะไรจะพูดแก้ตัวไหม?”

 

ลั่วซวนลดหัวลง เขาคิดว่าเขาจะประสบความสำเร็จและได้รับความดีความชอบ แต่การขัดคำสั่งเขากลับก่อให้เกิดความเสียหายกับสำนักงานใหญ่ นี่อาจเป็นจุดสิ้นสุดของอาชีพเขา

 

“คุณจะกลับไปแผนกโลจิสติกส์”กู่ หุ่ยกล่าวอย่างใจเย็นก่อนหันหลังกลับ

ลั่วซวนตัวสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้ เขาออกแผนกโลจิสติกส์มาแบบไม่ดรนัก การกลับไปไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขา

จริงๆแล้ว เมื่อเขามาถึงแผนกโลจิสติกส์ อดีตเพื่อนร่วมงานทั้งหมดล้วนเมินเฉยเขา แม้กระทั่งผู้อำนวยการแผนก ที่เคยหวังเขาไว้สูงก็ยังไม่อยากเห็นหน้าเขา เขาแค่ส่งเลขามาแจ้งลั่วซวนถึงตำแหน่งใหม่เขาในทีมเล็กๆ

หากเขาไม่มีจิตใจคับแคบ เขาคงไม่สูญเสียเส้นทางเขาและจบลงเช่นนี้

แม้เขาจะเสียใจกับการกระทำ มันก็สายเกินไปแล้ว

“ฉันยังเด็กเกินไป...”ลั่วซวนกล่าวอย่างขมขื่น

...

หานเซี่ยวตกใจที่ได้ยินเรื่องของลั่วซวนจากเฟิงจุน-แม้กระทั่งเขา ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาก็ยังไม่กล้ายุ่งกับกระสุนที่เขาสร้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่สำคัญกับเขา ตลอดเวลา ลั่ว ซวนเป็นแค่ชื่อที่ไม่สลักสำคัญอะไรต่อเขา

ไม่นาน ชุดเกราะของจาง เหว่ยก็ถูกส่งมายังห้องทำงานเขา จากการสังเกต มันเป็นต้นแบบที่ผลิตขึ้นมาหยาบๆ

ชุดเกราะทหารเหล็ก(ต้นแบบ)

ประเภท : ชุดจักรกลขนาดเล็ก

เกรด : ขาว

สถานะ : ความทนทาน682/1400 พลังป้องกัน35

ระดับพลัง : 86

ระดับพลังงาน : 250/250

โบนัสสถานะ : -10ความเชี่ยวชาญ(คล่องตัว)

ความสูง : 1.95เมตร

น้ำหนัก : 370กิโลกรัม

วิธีควบคุม : บังคับมือ

แหล่งพลังงาน : ไฟฟ้า

อัตราการผลาญพลังงาน : 5พลังงาน/นาที

แกนพลัง : 125/130

โมดูลองค์ประกอบ :

สปริงลูกสูบ(ลดน้ำหนัก65%)

พลัง : 20

โมดูลแขนขวา : ปืนกลลำกล้องขนาดใหญ่3ลำกล้อง

ความเสียหาย : 105-125

อัตราการยิง : 5นัด/วินาที(ต่อลำกล้อง)

อัตราการยิงสูงสุด : 8นัด/วินาที เป็นเวลา5วินาที(ต่อลำกล้อง)

ความจุซองกระสุน : 30(+120ในเข็มขัดกระสุน)

ระดับพลัง : 75

พลัง : 35

 

โมดูลแขนซ้าย : ปืนกลลำกล้องขนาดใหญ่สามลำกล้อง

 

โมดูลข้อมือขวา : มีด

ความเสียหาย: 12-15

ระดับพลัง : 9

พลัง : 5

โมดูลขา : ตัวเพิ่มแรงถีบ

+15ความเร็ว

ผลาญพลังงาน 1/นาทีเมื่อใช้งาน

พลัง : 30

ตัวแนบ : แว่นอินฟาเรท

พลัง : N/A

ตัวแนบ : โล่หกเหลี่ยม(ลดความเสียหายที่ได้รับ12%)

พลังงาน : N/A

คำแนะนำ : สิ่งที่น่ารังเกียจนี้นับเป็นความเสื่อมเสียต่อชุดเกราะทั้งหมดในโลก!

 

หานเซี่ยวต้องยอมรับ มันเป็นผลงานที่น่าเกลียดจริงๆ-มันดูเหมือนการเอาเศษโลหะมาเชื่อมกัน

นอกจากจะพลังงานต่ำ มันยังไม่ได้ทำงานบนวงจรรวม!ไม่แปลกใจว่าทำไมจาง เหว่ยถึงกราดยิงแทนที่จะเล็งยิง-เพราะมันไม่มีระบบเล็งยิงนั่นเอง!ชุดเกราะที่มีวงจรรวมจะสามารถรับและส่งข้อมูลสำคัญได้ในระหว่างการต่อสู้

นอกจากนี้ ชิ้นส่วนอัตโนมัติของชุดยังเป็นขามัน!นอกจากขา โครงสร้างทั้งชุดคือระบบมือ ซึ่งทำให้จาง เหว่ยไม่เคยใช้โล่-เพราะเขาไม่อาจใช้มันได้!

 

“โธ่เอ้ย แม้มันจะเป็นรุ่นต้นแบบ อย่างน้อยก็ควรแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่หน่อยสิ!”

 

เมื่อหานเซี่ยวตรวจสอบชุดด้วยแขนไขว้ ความคิดมากมายก็เริ่มผุดขึ้น อย่างไรก็ตาม การอัปเกรดมันยังเร็วเกินไป การปรับแต่งบางอย่างที่เขาต้องการทำจำต้องใช้ความรู้ที่เขายังไม่มี ดังนั้น หลังทำการบำรุงรักษาง่ายๆ หานเซี่ยวก็ให้เฟิง จุนช่วยนำกลับไปให้จาง เหว่ย

ปัจจุบัน ความกังวลหลักของหานเซี่ยวอยู่ที่การทำลายฐานขององค์กรต้นกำเนิดทั้งสาม และข้อมูลที่ควรเปิดเผยแก่มังกรดารา

ฐานทั้งสามที่ถูกยึดเป็นแค่ฐานที่ตั้งอยู่ในมังกรดารา หากมังกรดาราอยากโจมตีองค์กรต้นกำเนิดต่อ พวกเขาจะต้องทำการต่อสู้ในประเทศอื่น ด้วยความที่ความสัมพันธ์ระหว่าง6ประเทศไม่ค่อยลงรอยนัก แต่ก็ไม่มีใครอยากสู้กันเพราะทรัพยากรจำนวนมากได้หมดลงในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ แต่ละประเทศยังคงนับความสูญเสียของพวกเขาอยู่

ดังนั้น มังกรดาราจึงต้องแสวงหาความร่วมมือจากประเทศอื่น และนั่นจะเกิดความซับซ้อนขึ้น ตัวหานเซี่ยวเองก็ต้องเข้าร่วมเพราะเขาถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ

คำถามก็คือเบื้องบนจะปล่อยให้หานเซี่ยวออกเมืองหลวงตะวันตกไหม

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มันคือเฟิงจุน”หานเซี่ยว หน่วยปฏิบัติการขององค์กรต้นกำเนิดเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขาดูเหมือนจะรู้ว่าคุณอยู่กับเราและกำลังแกะรอย”

“ผมรู้”

หานเซี่ยวคาดการณ์ไว้แล้ว เขาสั่งให้หลี่ ย่าหลินใช้แขนกลเพราะรู้ว่าฮีล่าจะจำได้

 

“มั่นใจได้ จะมีคนคอยจับตาดูคุณอยู่ตลอด24ชั่วโมง”

เมืองหลวงตะวันตกคืออาณาเขตของแผนก13 แม้องค์กรต้นกำเนิดจะรู้ตำแหน่งของหานเซี่ยว พวกเขาก็ไม่อาจแตะต้องหานเซี่ยวได้-อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ถึงกระนั้น มันก็ยังมีนักฆ่ายอดมนุษย์หลายคน หานเซี่ยวรู้ว่าเขาไม่อาจประมาทได้

 

‘ดูเหมือนว่าฉันควรเตรียมมาตรการป้องกันบางอย่าง’

“ช่วยขอปืนพกอินทรีคลั่ง(Eagle Berserk)สองกระบอกจากคลังมาให้ผมหน่อย”

มันคือปืนพกลำกล้องใหญ่ระยะใกล้ มันมีผลในระยะ30เมตร และพลังมันก็เทียบได้กับปืนไรเฟิล

มันจะทำงานได้ดีกับทักษะ[กราดยิง]

อย่างไรก็ตาม หานเซี่ยวต้องการมากกว่านี้

ตลอดสามวันที่ผ่านมา หานเซี่ยวได้รับค่าประสบการณ์1แสนหน่วยจากการสร้างดินปืน เขาตัดสินใจใช้40000หน่วยกับ[พื้นฐานการกลั่น]เป็นระดับ5 เติมเต็มข้อกำหนดสำหรับการสร้าง[โลหะผสมทองคำขาว]

“มันถึงเวลาอัปเกรดแล้ว”

ไม่กี่วันก่อน เมื่อรู้ถึงปรากฏของแขนกลในมือเจ้าหน้าที่มังกรดารา หัวหน้าก็ได้ข้อสรุปว่ามันต้องเป็นซีโร่ที่ปล่อยข้อมูลฐานทั้งสามของพวกเขาให้มังกรดารา

 

“เขาคือผู้บงการจิต?”

หัวหน้าพบว่ามันยากจะอธิบายได้ว่าหานเซี่ยวรับรู้ถึงข้อมูลลับได้ยังไง ในความเป็นจริง เขาไม่เคยสงสัยซีโร่เลย เขากลับสันนิษฐานว่ามีคนทรยศในหมู่พวกเขา ด้วยเหตุนั้น เขาจึงแม้กระทั่งฆ่าผู้บัญชาการคนหนึ่งไปอย่างผิดๆ

ความคิดเขาย้อนกลับไปเดือนก่อน ที่ซีโร่ประกาศเจตนาที่จะทำลายพวกเขา

หัวหน้ากำหมัดแน่น

 

“ฉันประเมินแกต่ำไป แต่แกยังตัวคนเดียว-ฉันไม่เชื่อว่าแกจะครอบครองข้อมูลไปมากกว่านี้”

“ถ่ายทอดคำสั่งลงไป : รับสมัครคนเร่ร่อนเพื่อตรวจสอบร่องรอยของซีโร่ในมังกรดารา องค์กรต้นกำเนิดจะมอบรางวัลให้คนที่หาตัวเขาพบ!”

“หากพบตัว ส่งโรซ่าไปจัดการเขาซะ”

 

โรซ่าก็เหมือนฮีล่า เป็นผู้บัญชาการขององค์กร เธอคือนักฆ่า

ผู้บัญชาการแต่ละคนจะมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามีผู้บัญชาการกี่คน-ไม่แม้แต่เจ้าหน้าที่ในองค์กรส่วนใหญ่

หัวหน้าเหม่อมองไปไกล

‘คิดว่ามังกรดาราจะสามารถคุ้มหัวแกได้?’

‘แกคิดตื้นเกินไป!’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 334 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

237 ความคิดเห็น