ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 232 : สงครามดาวเคราะห์อความารีน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    21 ก.พ. 64

ใน4ทวีปของอความารีน 6ประเทศได้ควบคุมทวีปเหนือ ใต้และตก แผ่นดินใหญ่แอนเดรียในใจกลางครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามรยหลักของยุคเก่าและมันก็มีมลภาวะสูง เต็มไปด้วยรังสี ซากร้างและถูกทอดทิ้ง องค์กรต้นกำเนิดได้เข้ามาครอบครองและทำให้มันเป็นสำนักงานใหญ่

ข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรต้นกำเนิดที่หานเซี่ยวขายได้ครึ่งปีที่ผ่านมาทำให้6ประเทศตกใจและฐานที่องค์กรต้นกำเนิดดำเนินการมาหลายปีก็ถูกทำลายจนสิ้น องค์กรต้นกำเนิดใช้ฐานเหล่านี้คุกคาม6ประเทศมาหลายปีและตอนนี้พวกมันก็ถูกทำลายจนราบคาบ 6ประเทศไม่ต้องกลัวอะไรอีก ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจรุกคืบ

การกวาดล้างเริ่มขึ้น

สงครามไม่ได้เริ่มต้นจากที่ไหนเลย มันเป็นสงครามที่ข้องเกี่ยวกับทั้งดาว ไฟแห่งสงครามจะเริ่มขึ้นเมื่อกำลังทหารและทรัพยากรมาถึงสนามรบ

หลังเตรียมการอยู่หลายเดือน การกวาดล้างก็เริ่มขึ้นในปฏิทินกาแล็กซี่ปี688 16กันยายน

กองทหารเรือขนาดใหญ่นับสิบได้ออกจากท่าเรือพร้อมกัน ด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินเป็นแกนกลาง เรือขนส่งจำนวนนับไม่ถ้วนและเรือพิฆาตพร้อมทหารนับหมื่นได้ทำการเคลื่อนพล

6ประเทศได้หารือถึงกลยุทธ์สำหรับการต่อสู้ร่วมกัน นายพลของกองทัพเรือคือหลินหลินจากเรย์เร็น ทหารที่ไร้ซึ่งอคติทางการเมืองใดๆ มากพร้อมด้วยประสบการณ์และความมั่นคง เขาเป็นที่ยอมรับโดย6ประเทศ หลินหลินจะบัญชาการกองทัพเรือให้โจมตีแอนเดรียจากทุกทิศทาง

องค์กรต้นกำเนิดได้วางมาตรการป้องกันและกำลังทหารตามแนวชายฝั่งพร้อมกองทัพเรือและทัพอากาศเพื่อปกป้องการยึดชายฝั่ง

ระลอกแรกของการต่อสู้คือขีปนาวุธ

องค์กรต้นกำเนิดเปิดฉากก่อนและส่งขีปนาวุธพิสัยไกลของพวกเขา ต้องการทำลายกองเรือของ6ประเทศก่อนที่จะเข้าสู่ขอบเขตการมองเห็น อย่างไรก็ตาม ขีปนาวุธก็ถูกทำลายกลางอากาศโดยระบบต่อต้านขีปนาวุธของเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือบรรทุกเครื่องบินส่งขนมกลับและยิงขีปนาวุธสวน ในทำนองเดียวกัน องค์กรต้นกำเนิดก็ได้รับการช่วยเหลือจากอุปกรณ์ต่อต้านขีปนาวุธทางบก

การยิงขีปนาวุธใส่กันไม่เกิดผลลัพธ์อะไร ดังนั้นทิศทางของการต่อสู้จึงขึ้นอยู่กับการต่อสู้จริงๆ

กองเรือปะทะกันอย่างดุเดือดบนทะเลแอนเดรีย สองกองทัพเข้าห่ำหันกัน เกิดการระเบิดบนเรือทีละลำและเรือก็จมลง

แม้จุดสนใจหลักของสนามรบคือพวกจักรกลสงคราม ผลกระทบของยอดมนุษย์ก็ไม่อาจมองข้าม โดยปราศจากข้อควรระวัง ยอดมนุษย์ที่แข็งแกร่งสามารถฆ่าทหารได้ทั้งเรือและทำลายเรือรบได้จากภายในด้วยมือเปล่า การดำรงอยู่ของยอดมนุษย์จะนำมาซึ่งความไม่แน่นอนบนสนามรบ แต่โชคดี ความแตกต่างด้านพลังระหว่างผู้บริหารองค์กรต้นกำเนิดและยอดมนุษย์ของ6ประเทศไม่นับว่าห่างชั้นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บและยับยั้งกัน

เนื่องจากเนื้อเรื่องหลักของมหาสงครามเกิดขึ้นล่วงหน้าเพราะหานเซี่ยว ผู้เล่นที่เข้าร่วมภารกิจกวาดล้างจึงทำได้แค่เฝ้าดูและไม่มีโอกาสเข้าร่วมการต่อสู้ทางทะเลมากนัก

ระดับพลังเขาต่ำเกินไป พวกเขาไม่ส่งผลอะไรแม้จะเข้าร่วม พวกเขาทำได้แค่ไปเป็นหน่วยพลีชีพ

ผู้บัญชาการทัพเรือทางฝั่งองค์กรต้นกำเนิดเป็นผู้บัญชาการการรบทางทะเลของประเทศที่ตายไปแล้ว กองเรือขององค์กรต้นกำเนิดดุดันเหมือนหมาป่าภายใต้การควบคุมของเขา แต่6ประเทศเองก็ยึดมั่นอย่างแน่นหนาเหมือนรู้กลยุทธ์ของพวกเขา ดังนั้น กองเรือขององค์กรต้นกำเนิดจึงต้องประสบกับความสูญเสีย

บนสนามรบทางใต้ กองเรือ’มังกรบิน’และ’ดารายาว’ของมังกรดาราได้ฉีกเปิดขบวนรบขององค์กรต้นกำเนิด ‘อาทิตย์สาดแสง’ ‘นกปล้นทรัพย์’และ’หอกแหลม’ของเฮสล่าได้มุ่งตรงเข้าไปและทำลายเกาะที่ให้ทรัพยากรแก่กองเรือต้นกำเนิด อีก4ประเทศล้วนมีกลยุทธ์ของตนเองในอีกด้านของสนามรบ

หานเซี่ยวให้ข้อมูลจำนวนมากกับมังกรดาราก่อนเริ่มสงครามและ6ประเทศก็ได้เปรียบเพราะข้อมูลนี้

มันเป็นเพราะข้อมูลของหานเซี่ยวที่ทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายนำ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศต่างๆก็ไม่ได้ลืมมัน

ผู้บัญชาการทัพเรือของต้นกำเนิดถูกจมในช่วงการต่อสู้ ปืนใหญ่เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นเศษซาก และรองผู้บัญชาการ แอนเธอร์ก็เข้ามาบัญชาการแทน

แต่เมื่อเผชิญกับการบุกโจมตีของ6ประเทศ แอนเธอร์ก็ไม่อาจยืนหยัดได้และสูญเสียพื้นที่ทางทะเลไปภายในสามวัน ท้ายที่สุดก็ต้องยอมเสียการควบคุมชายฝั่งและถอยกองกำลังกลับไปบนบก องค์กรต้นกำเนิดจะใช้จุดแข็งจากบ้านตนเองเพื่อสู้กับ6ประเทศ

หลังควบคุมชายฝั่ง 6ประเทศก็ปิดตายทะเลรอบๆ กองเรือที่โอบล้อมแอนเดรียล้วนติดตั้งเครื่องตรวจจับโซนาร์แบบกระจาย ป้องกันไม่ให้เรือดำน้ำโจมตีหรือหลบหนี เหมือนกับตาข่ายขนาดใหญ่ ทั่วแอนเดรียถูกโอบล้อม องค์กรต้นกำเนิดไม่มีที่ให้หนี

เรือบรรทุกเครื่องบินได้ย้ายฐานทัพอากาศและท้าทายการควบคุมน่านฟ้าของต้นกำเนิด ระเบิดนิวเคลียร์คือที่พึ่งสุดท้ายและพวกเขาจะไม่ใช้เว้นแต่ถูกต้อนจนมุม

เรือขนส่งทิ้งกองทหารไว้ตามแนวชายฝั่ง

กองกำลังภาคพื้นดินของ6ประเทศได้ย่ำเท้าลงบนทวีปแอนเดรียแล้ว

สงครามภาคพื้นดินได้เริ่มขึ้น

ผลของการต่อสู้ภาคพื้นดินสามารถส่งผลกระทบต่อจุดจบของสงครามและตามข้อมูลที่หานเซี่ยวให้มา พวกเขาต้องทำลายฐานทัพทหารที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่อต้านขีปนาวุธ จากนั้นก็ให้เครื่องบินรบพวกเขายิงขีปนาวุธและทำลายล้างพวกเขาให้สิ้นซาก

โดยไม่มีที่ให้หลบหนี องค์กรต้นกำเนิดยิ่งเสียดินแดนตัวเองมากขึ้นและจุดจบอย่างเดียวก็คือความตาย หากองค์กรต้นกำเนิดอยากเปลี่ยนสถานการณ์ พวกเขาก็ต้องคิดหาทาง ผู้บัญชาการของ6ประเทศมั่นใจว่าองค์กรต้นกำเนิดต้องมีกลุยุทธ์ซ่อนเร้นและก็พยายามคิดหาไพ่ลับของกันและกัน

ใครๆก็สามารถเห็นได้ว่าองค์กรต้นกำเนิดเป็นฝ่ายเสียเปรียบ 6ประเทศต่างจัดการประชุมกลางสงครามอยู่หลายครั้งและได้ข้อสรุปว่าองค์กรต้นกำเนิดไม่มีทางชนะ สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องระวังคือระบบ’หัตถ์แห่งความตาย’ที่หานเซี่ยวบอกไว้ มันคือไพ่ใบสุดท้ายขององค์กรต้นกำเนิด

เพื่อกำจัดภัยคุกคามของนิวเคลียร์ 6ประเทศจึงส่งเจ้าหน้าที่พิเศษและแทรกซึมเข้าไปในฐานทัพทหารที่ควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ตามข้อมูลของหานเซี่ยว

...

ในสำนักงานใหญ่ใต้ดินที่ป้องกันการระเบิดขององค์กรต้นกำเนิด สถานการณ์ถูกนำเสนอต่อหัวหน้า

เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรต้นกำเนิดถูกกดดัน มันเพิ่งเริ่มสงคราม แต่สถานการณ์ก็มุ่งสู่การสูญเสียอย่างต่อเนื่อง องค์กรต้นกำเนิดไม่มีโอกาสต่อต้าน6ประเทศเลย แต่พวกเขายังมีกลยุทธ์บางอย่าง ซึ่งควรส่งผลกระทบต่อสงครามภาคพื้นดิน

ในชีวิตก่อนหน้าของหานเซี่ยว องค์กรต้นกำเนิดและ6ประเทศเสมอกันในช่วงต้นของสงคราม องค์กรต้นกำเนิดสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของ6ประเทศด้วยฐานข้ามทวีปพวกเขา กำลังทหารพวกเขาเกือบจะเท่ากัน

แต่ตอนนี้ องค์กรต้นกำเนิดบาดเจ็บจากหานเซี่ยว ชัยชนะดูเหมือนจะเกื้อหนุน6ประเทศมากจนไม่มีโอกาสพลิกกระดานเลย สถานการณ์แตกต่างจากชีวิตก่อนหน้าเขาโดยสิ้นเชิง

ทั้งหมดนี้เกิดจากผีเสื้อตัวน้อยอย่างหานเซี่ยว!

ไม่มีใคครรู้ว่าพวกเขาจะสามารถชนะสงครามได้ยังไง แต่ความสงบบนใบหน้าผู้นำก็ทำให้ทุกคนเชื่อว่าเขามีวิธี

 

“ท่าเรือโฮม อเวียรี่และทีเมฟ่า...ท่าเรือทั้งสิบสามถูกยึดแล้วครับ 6ประเทศกำลังส่งกำลังภาคพื้นดินมาอย่างไม่หยุดหย่อน จากเหนือ เรย์เร็นและธีซุสกำลังโจมตีฐานหุบเขาอาทิตย์ขึ้นและฐานต้นไม้ดำ หากฐานเหล่านี้พ่ายแพ้ เราก็จะเสียขีปนาวุธไป อีก4ประเทศกำลังลุกไล่อย่างมั่นคง และฝ่ายคุ้มกันนำโดยบาร์คและมู่ ไห่ฉานก็พ่ายแพ้แล้ว พวกเขาล้วนมุ่งหน้าไปยังฐานสำคัญ เป้าหมายของศัตรูชัดเจนมาก พวกเขาเล็งมายังฐานเราที่ติดตั้งขัปนาวุธและเครื่องต่อต้านขีปนาวุธ พวกเขายังรู้รายละเอียดของฐานเหล่านี้ พวกเขามีข้อมูลของเรา”ผู้บัญชาการรายงานด้วยเหงื่อที่ไหลท่วมหัว

“มันคือซีโร่”ผู้นำพูดด้วยสีหน้าสงบจนเกือบน่ากลัว

 

ผลลัพธ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าหานเซี่ยวมีความสามารถการทำนาย ซี่โร่มักเป็นก้างชิ้นโตขององค์กรตลอด ข้อมูลจะเป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อมีพลังมากพอให้ใช้ และโชคร้าย ซีโร่กำลังเต้นรำอยู่ระหว่าง6ประเทศและใช้พลังของพวกเขา

น่าเสียดายที่องค์กรต้นกำเนิดไม่อาจทำอะไรได้เลย ซีโร่เหมือนหนูที่มักหลบซ่อน พวกเขาทำได้แค่หวังว่าคำทำนายจากบุตรแห่งโชคชะตาจะเป็นจริงและซีโร่จะมายังสำนักงานใหญ่ ผู้นำมีคนนับไม่ถ้วนรอบสำนักงาน เขาแค่ต้องอกคำสั่งและการปิดล้อมครั้งใหญ่ที่กินรัศมีเป็นพันกิโลเมตรก็จะก่อตัวขึ้น

ต่อให้ต้องทุ่มกำลังทุกอย่างก็คุ้มค่า

พลังของซีโร่ไม่มากนัก แต่ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะนำผู้ช่วยมาด้วยและผู้นำก็มั่นใจว่าซีโร่ต้องมีผู้ช่วย ซึ่งไม่นับเป็นอะไรต่อกับดักที่เขาเตรียมไว้

ไม่ว่าพลังการทำนายของซีโร่จะสามารถทำนายกับดักเหล่านี้ได้หรือไม่ ผู้นำก็คิดทดสอบมัน เขาได้ผสมกลวิธีทางทหารเข้าด้วยกันและสังเกตเห็นว่า6ประเทศไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จากนั้น เขาก็รู้ว่า’การทำนาย’ของหานเซี่ยวมีจำกัด หรืออย่างน้อย มันก็ไม่แม่นยำซะทีเดียว ดังนั้นผู้นำจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเชื่อในตัวบุตรแห่งโชคชะตา

ในฐานะเจ้าบ้าน เขาทำได้แค่รอ

ผู้นำทุบโต๊ะและกล่าวเสียงเย็นภายใต้หน้ากาก”เราจะมีโอกาสชนะก็ต่อเมื่อเราฆ่าซีโร่”

 

ปล. อ่านก่อนใครได้ที่นี่

กดเลย!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

243 ความคิดเห็น