ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 219 : พลังของช่างกล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    1 ก.พ. 64

มันต้องใช้เวลาเดือนทาง4-5วันจากเขตอนุรักษ์หนึ่งไปซากโลหะเทาผ่านถิ่นทุรกันดาร ดังนั้นขบวนรถจึงต้องตั้งค่ายในป่า

เมื่อถึงเย็นวันแรกหลังเดินทาง ตามคำสั่งของหานเซี่ยว ขบวนรถได้พบภูมิประเทศที่ปลอดภัยในป่าและปักหลัก มันอันตรายที่จะเดินทางหลังดวงอาทิตย์ตก และสัตว์หลายตัวก็จะออกล่าตอนกลางคืน

ทหารของตาข่ายมืดออกลาดตระเวนเป็นกะ หานเซี่ยวรวบรวมคนสำคัญในกลุ่มเพื่อประชุม ผู้ช่วยหวงยู่ หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างโคนี่ ฟิวรี่ และหัวหน้าฝ่ายคุ้มกันหลิวจ้าว

พิมพ์เขียวของซากโลหะเทาถูกวางบนโต๊ะ และโคนี่ ฟิวรี่ก็กล่าวขึ้น

 

“การปรับเปลี่ยนเริ่มต้นของทั่วเมืองคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสามเดือน รวมถึงการกำจัดวัชพืช กำจัดสัตว์ ทำความสะอาด จากนั้นก็จัดวางผังพื้นฐานของที่พักพิง สร้างเครือข่ายไฟฟ้าและท่อระบายน้ำ อื่นๆ แต่นี่เป็นแผนจากคนงาน3หมื่น เรามีแค่พันคนในเดือนแรก ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้แม้แต่การทำความสะอาด”โคนี่ ฟิวรี่ถอนหายใจ

หานเซี่ยวพยักหน้าโดยไม่ให้ความเห็นชอบหรือปฏิเสธ เขามองหวงยู่และถาม”คุณมีข้อเสนอแนะไหม?”
หวงยู่กล่าวพอเป็นพิธี”ไม่”

เมื่อเห็นทัศนคติของหวงยู่ หานเซี่ยวก็คาดเดาคร่าวๆว่าเขากำลังคิดอะไร แต่หานเซี่ยวก็ไม่สนใจ มันเหมือนเขาไม่อยากเป็นผู้ช่วย เขาหันหัวและกล่าว”กำลังคนไม่ใช่ปัญหา ผมมีแผนสร้างพิมพ์เขียวภายในหนึ่งเดือน”

โคนี่ตกตะลึง”นั่นจะต้องใช้คนงานเป็นแสน แม้กระทั่งเขตอนุรักษ์หนึ่งก็มีคนไม่มากขนาดนั้น”

“ผมมีวิธี”หานเซี่ยวไม่อธิบายแผน

หวงยู่ยืนขึ้น จำนวนเงินที่ต้องใช้จ้างคนงานนับแสนมากมายมหาศาลและแม้จะมีเงินมาก มันก็ไม่แน่ใจว่าจะจ้างคนจำนวนมากได้ เขาไม่เข้าใจว่าหานเซี่ยวไปเอาความมั่นใจมาจากไหน

หลิวจ้าวจับหูฟังเขาในทันใดและกล่าวอย่างเร่งรีบ”คุณปีศาจทมิฬ  มีเครื่องบินกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา!”

“ออกไปดู”

เมื่อเดินออกค่าย ผู้คุ้มกันก็มองฟ้าอย่างตื่นตัว ในท้องฟ้ามืด เครื่องบินขนาดใหญ่กระพริบสัญญาณไฟพร้อมบินมาทางพวกเขา ไม่รู้ว่ามันเป็นมิตรหรืออย่างอื่น

“ไม่เป็นไร”หานเซี่ยวยิ้ม”นั่นคือของที่ฉันโทรเรียก”

เครื่องบินๆผ่านเหนือหัวพวกเขาและทิ้งกล่องขนาดใหญ่หลายกล่องลงมา ร่มชูชีพกางออกและตกลงไม่ไกลจากค่าย สัญลักษณ์บนกล่องเป็นของบริษัทฟาเรี่ยน

หานเซี่ยวใช้เครือข่ายความสัมพันธ์เขาและเครื่องบินของฟาเรี่ยนก็มาส่งชิ้นส่วนเครื่องจักรจำนวนมากให้ มันไม่ได้ฟรี แต่หานเซี่ยวมีเงินมาก การใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆไม่ใช่ปัญหาต่อเขา

ทุกคนโล่งใจเมื่อได้ยินว่ามันเป็นการเตือนภัยที่ผิดพลาด

หวงยู่ลอบประหลาดใจ เพื่อให้สามารถนำเครื่องบินมาทิ้งของได้จากบริษัทอาวุธแสนโด่งดังอย่างฟาเรี่ยน ความสัมพันธ์มันต้องสูงมาก

ชิ้นส่วนเหล่านี้มีมูลค่าหลายล้าน หานเซี่ยวสั่งให้คนนำของขึ้นรถและเริ่มสร้างเครื่องจักรจำนวนมาก เขาร่ำรวยมาก ดังนั้นเขาจึงสร้างเครื่องจักรต่อสู้ได้ทุกประเภท และยังสามารถใช้มันปกป้องขบวนรถได้อีกด้วย

รูปแบบการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงสุดของช่างกลคือทะเลเครื่องจักร

หานเซี่ยวพักในรถและทำงานอยู่อีกสองวันของการเดินทาง

...

ชบวนรถมาถึงทะเลทราย ดวงอาทิตย์ส่องแสงบนท้องฟ้าและอุณหภูมิสูงก็ทำให้ทรายร้อนเหมือนเหล็กหลอม มันร้อนจนทำให้เกิดการบิดเบือน

ขบวนรถหยุดภายใต้ต้นบาเบอร่า ต้นไม้ประเภทนี้เป็นต้นไม้พิเศษในทะเลทรายอความารีน มันถูกเรียกว่า’ร่มแห่งชีวิต’ เงาของมันเหมือนเกาะที่หุ้มฉนวนความร้อนและน้ำผลไม้มันก็มีมากและหวาน ซึ่งสามารถใช้ดับกระหายได้ดี

ผู้คนกระหายน้ำมาก ทหารลาดตระเวนรอบๆ และทุกคนก็เต็มไปด้วยเหงื่อ

บูม!

ทะเลทรายที่อยู่ไกลออกไปเปลี่ยนเป็นคลื่น ด้วงยักษ์หลายตัวคลานออกจากพื้น แต่ละตัวยาวกว่าครึ่งเมตร พวกมันมีเปลือกสีน้ำตาลเงา 6เท้าและสองกรงเล็บ พวกมันกำลังคลืบคลานมายังต้นไม้เหมือนคลื่น

“สัตว์ร้ายโจมตี!”

สัญญาณเตือนภัยดัง ทหารสามร้อยนายยืนประจำตำแหน่ง เมื่อเห็นทะเลด้วงที่โอบล้อมจากทุกทิศทางและไม่มีทางให้หนี สีหน้าพวกเขาก็ซีดเซียวและมือพวกเขาก็เริ่มสั่น

ปูทะเลทรายนับเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งในทะเลทราย มันจะทำลายทุกสิ่งมีชีวิต และมีพวกมันอย่างน้อยหมื่นตัวที่นี่

“ขึ้นรถและขับเปิดเส้นทาง!”หวงยู่ตะโกน จากนั้นเขาก็รีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์และสั่งให้นั่งบินนำเครื่องขึ้นทันที

ไม่มีใครคิดต่อสู้เมื่อพบเจอฝูงสัตว์ เมื่อได้ยินคำสั่งของหวงยู่และคิดเข้าไปในรถเพื่อหลบหนี หานเซี่ยวก็เดินออกมาและกล่าว”อย่าตื่นตระหนก ยืนประจำตำแหน่ง เตรียมรับมือกับศัตรู”

“จำนวนของพวกมันมากเกินไป”หัวหน้าหลิวกล่าว”การป้องกันเราไม่อาจครอบคลุมได้ทุกทิศทาง เราจะประสบกับความสูญเสียหากต่อสู้”

“ปีศาจทมิฬ มาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เร็ว”หวงยู่ตะโกน

หานเซี่ยวโบกมือ

หวงยู่สาปแช่งในหัว เมื่อเห็นทะเลแมลงกำลังใกล้ เขาก็บอกนักบินให้ขึ้นบินโดยไม่สนใจหานเซี่ยว นักบินกลัวเช่นกัน ดังนั้น เขาจึงทำตามคำสั่งและขับเฮลิคอปเตอร์ขึ้นพื้น

กองทหารบนไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งหานเซี่ยว พวกเขายืนนิ่งและเฝ้าดูฝูงแมลงอย่างประหม่า

ในเวลานั้น หานเซี่ยวก็นำแล็ปท็อปเขาออกมาและกดปุ่ม

ฮืม!
หุ่นยนต์ต่อสู้12ตัววิ่งออกจากรถขนส่งด้วยความเร็วเท่ารถปกติ สีหน้าทุกคนตกใจที่เห็นหุ่นยนต์ต่อสู้พวกนี้กระจายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนทหารเหล็ก โลหะเย็นสะท้อนแสงที่ส่องผ่านเหมือนเกล็ดทอง

โรเวอร์เหล่านี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดและเป็นรุ่น2.5 หานเซี่ยวได้เลื่อนระดับพิมพ์เขียวมาหลายครั้ง ค่าสถานะพื้นฐานของเครื่องจักรที่เขาสร้างสูงขึ้นมาก และคุณภาพมันก็เป็นสีฟ้าเช่นกัน

โรเวอร์รุ่น2.5ติดตั้งระบบควบคุมการยิงอัตโนมัติทุกตัว ซึ่งช่วยเพิ่มพลังจิตและความสามารถการเติมซองกระสุน พวกมันมีส่วนสูงเท่ามนุษย์และรวดเร็วกว่าเพราะมีอุปกรณ์ซึ่งสามารถสะท้อนภูมิประเทศได้

หานเซี่ยวรู้ว่ามันจะไม่สงบสุขในช่วงเดินทางเมื่อเห็นการแจ้งเตือนภารกิจ ดังนั้นเขาจึงโทรเรียกให้เครื่องบินมาส่งของและเริ่มลงมือสร้างเครื่องจักร

ความเร็วการสร้างของหานเซี่ยวเหนือขึ้นมาก และหุ่นยนต์โรเวอร์ที่ต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อสร้างตอนนี้ก็เสร็จแค่ไม่กี่สิบนาที

เมื่อความเร็วการสร้างของช่างกลเกินขีดจำกัด พวกเขาจะสามารถสร้างได้บนสนามรบ ด้วยวัสถุที่เพียงพอ อาวุธจะสร้างได้ไร้ขีดจำกัด มีเพียงช่างกลระดับสูงถึงมีความสามารถนี้หลังเรียนรู้[การประกอบทันที] นี่เป็นปัจจัยสำคัญมากในเวอร์ชั่น3.0

 

“ถอดแผ่นโลหะกลมบนรถและวางพวกมันรอบๆ”

ทหารตาข่ายมืดรีบทำตาม พวกเขาทำตามที่ได้ยินและวางแผนโลหะบนพื้น หานเซี่ยวเปิดใช้งานโปรแกรม และแผ่นโลหะก็เริ่มเปลี่ยนรูป ฐานพวกมันฝังลงพื้นและชิ้นส่วนก็ประกอบกันเป็นปืน กระบวนการทั้งหมดกินเวลาแค่4-5วินาที

พวกมันเป็นแบตเตอรี่พกพา หานเซี่ยวได้พัฒนาพิมพ์เขียวมันและตอนนี้พวกมันก็ควบคุมการยิงได้อย่างฉลาด

เมื่อเห็นลำกล้องปืนดำหนา ทหารก็รู้สึกปลอดภัยขึ้น

เมื่อฝูงอยู่ในระยะ400เมตร โรเวอร์2.5และป้อมปืนก็ยิงพร้อมกัน ด้วยการปักหลักใต้ต้นไม้ พายุกระสุนระเบิดไปทุกทิศทาง

เสียงยิงดังสนั่นและฝนกระสุนก็กระจายไปทั่ว!
แต้ก แต้ก!
ในชั่วพริบตา ของเหลวสีเขียวก็ระเบิดภายในฝูงแมลงเมื่อเหล็กและไฟเจาะผ่านพวกมันทีละตัว เมื่อเผชิญหน้ากับเครื่องจักรสังหารที่มนุษย์สร้าง กระดองที่ปูทะเลทรายภาคภูมิก็เปราะเหมือนไข่

คูน้ำก่อตัวห่างไป400เมตร เต็มไปด้วยศพแมลง หยุดฝูงแมลงไม่ให้เข้าใกล้ แม้กระทั่งทะเลทรายยังชุ่มไปด้วยเลือดพวกมัน หลังยิงไปชุดหนึ่ง ฝูงก็ลดไปอย่างน้อยหนึ่งในสาม

โรเวอร์หลายตัวพุ่งออกไป พวกมันติดตั้งเครื่องพ่นไฟ กรวยเพลิงปกคลุมฝูง และเสียงของแมลงถูกเผาทั้งเป็นก็ดังในหูของทุกคน กรงเล็บของปูทะเลทรายไม่อาจทำอะไรเกราะโลหะได้เลย

ด้วยอาวุธที่น่ากลัว มันจึงเป็นการเข่นฆ่าอยู่ฝ่ายเดียว

นี่คือพลังของช่างกล!

การต่อสู้แบบกลุ่มคือจุดแข็งของช่างกล เอสเปอร์และนักสู้อาจแข็งแกร่งมาก แต่ความแข็งแกร่งพวกเขาก็มีจำกัด

อย่างไรก็ตาม เงินคือข้อจำกัดสำหรับช่างกล เครื่องจักรนั้นมีราคาเป็นล้านและแม้แต่ผู้เล่นระดับสูงสุดในเวอร์ชั่น1.0ก็ไม่อาจจ่ายได้ ค่ากระสุนเองก็นับว่าแพงมาก กระสุนเจาะเกราะหลายพันนัดถูกใช้ทุกวินาทีท

เงินเป็นปัญหาสำหรับช่างกลตั้งแต่ต้น การสร้างกองทัพจักรกลเป็นรูปแบบการต่อสู้ที่แข็งแกร่งสุดของช่างกล แต่มันก็แพงมาก

เมื่อระดับเฉลี่ยของศัตรูสูงขึ้นและพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น กองทัพจักรกลก็ต้องได้มาตรฐานและมีเทคโนโลยีสูง ซึ่งหมายความว่าต้นทุนจะสูงขึ้นไปตามกัน

ผู้เล่นปกติไม่อาจใช้รูปแบบนี้ได้ แม้พวกเขาจะใช้เงินทั้งหมดเพื่อสร้างกองทัพ พวกเขาก็ไม่อาจจ่ายคาซ่อมแซมหลังการต่อสู้ได้ รูปแบบกองทัพมักถูกใช้เป็นไพ่สุดท้าย อย่างไรก็ตาม หานเซี่ยวไม่มีปัญหาเรื่องเงินเนื่องจากเขามีวิธีทำเงินอยู่มาก เขายังไม่อยากทำรูปแบบกองทัพ เขาแค่อยากสร้างกลุ่มป้องกันง่ายๆที่มีอาวุธเพียงพอ

หลิวจ้าวถือปืนกลเขาตลอดเวลาและรอยิงเมื่อศัตรูเข้ามาในระยะ300เมตร แต่ฝูงแมลงก็หยุดอยู่ที่400เมตร

มือเขาอ่อนล้าจากการถือปืน แต่ก็ยังไม่เห็นความต้องการที่จะยิง

อาวุธนี้แข็งแกร่งเกินไป

หลิวจ้าวมองดูป้อมปืนข้างเขาที่กำลังยิงกระสุนถี่ยิบ สลักพวกมันขยับไปด้านหน้าและหลังอัตโนมัติ ปลอกกระสุนเทลงบนพื้น แม้กระทั่งกระเด็นใส่หน้าเขา

ด้วยความประหลาดใจ หลิวจ้าวพบว่าเขาไม่ต้องทำอะไร เครื่องจักรของปีศาจทมิฬได้จัดการกับศัตรูจนหมด ทหารที่ตาข่ายมืดส่งมาไม่มีประโยชน์เลย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

243 ความคิดเห็น