ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 205 : ลอบสังหาร!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

“นายฆ่าลูกชายบุญธรรมฉัน”เสี่ยวจินกล่าวขึ้น

“นี่เป็นเรื่องส่วนตัว”หานเซี่ยวตอบ”ค่อยคุยกันแบบส่วนตัว”

“ได้”เสี่ยวจินพยักหน้า

ดวงตาของฝูงชนหรี่ลง การตอบกลับของปีศาจทมิฬแตกต่างโดยสิ้นเชิง

ดาร์ริลแสดงความไม่พอใจบนใบหน้า แต่ก็ไม่พูดอะไร

หานเซี่ยวหันไปมองดาร์ริลและกล่าว”มันก็สายแล้ว คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมหากฉันจะพักที่นี่?”

“เสี่ยวจิน ดูแลเขาด้วย การประชุมจบลงเพียงเท่านี้”ดาร์ริลยืนขึ้นและเดินออกไป

ฝูงชนเดินผ่านหานเซี่ยวด้วยสีหน้าแตกต่างกัน

ชายคนหนึ่งเดินมาหาหานเซี่ยวด้วยรอยยิ้ม”ฉันเสี่ยวหมิง ลูกชายบุญธรรมของหัวหน้าเสี่ยว ฉันจะดูแลนายเอง ตามฉันมาได้เลย”

หานเซี่ยวกวาดตามองและตระหนักง่าอืมมิลที่นำเขามาหายไปแล้ว ความขัดแย้งภายในอลูเมร่ารุนแรงจริงๆ

บรรยากาศตึงเครียดในโถงก่อนหน้าเหนือกว่าที่เขาคาด

ด้วยความคิดเช่นนี้ในใจ หานเซี่ยวเดินออกจากโถง ทันใดนั้น ผู้เล่นนับสิบก็รุมล้อมเขาด้วยสีหน้าตื่นเต้น พวกเขามาจากกิลด์ฝนไม้ไผ่ ซวนฝนไม้ไผ่ได้เปิดใช้งานการบันทึกภาพ

 

“เราอยากเรียนรู้ความสามารถ”น้ำหอมกล่าว

หานเซี่ยวไม่มีทางพลาดโอกาสได้รับค่าประสบการณ์ ดังนั้นเขาจึงเปิดหน้าต่างความสามารถ

เสี่ยวหมิงที่ยืนด้านข้างถาม”นายรู้จักพวกเขางั้นหรอ?”

หานเซี่ยวส่ายหัว

“ปีศาจทมิฬดูเหมือนจะโด่งดังมากในหมู่พวกเหนือมนุษย์”สมาชิกอลูเมร่าที่สังเกตเห็นค่อนข้างประหลาดใจ

กิลด์ฝนไม้ไผ่อยากกระตุ้นภารกิจ แต่หานเซี่ยวกลับไม่แสดงปฏิสัมพันธ์ใดๆ เขาเดินจากไปหลังหยุดอยู่ไม่กี่วินาที

“มันเป็นเนื้อเรื่อง แต่กลับไม่มีภารกิจ”แมลงวันสับสน

“ดูเหมือนการบันทึกภาพฉันจะไม่มีอะไรน่าสนใจ”ซวนกล่าวอย่างหงุดหงิด

...

เสี่ยวหมิงจัดห้องให้หานเซี่ยว แม้ทัศนคติของหานเซี่ยวในตอนเช้าจะทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนโกรธมาก เขาก็ยังอธิบายถึงต้นเหตุของความเป็นปฏิปักษ์ บรรยากาศจึงไม่ใช่ตึงเครียดซะทีเดียว

คืนนั้น เสี่ยวจินเชิญหานเซี่ยวไปคฤหาสน์เขาเพื่อพูดคุยเรื่องการชดเชย

เมื่อมาถึง หานเซี่ยวก็ตระหนักว่าลูกๆของเสี่ยวจินได้มารวมตัวกัน รวมถึงเสี่ยวไห่และพี่ชายน้องสาวคนอื่น แต่ทว่า ลูกบุญธรรมกลับไม่อยู่ที่นั่นด้วย

เสี่ยวจินมีสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนเดิม ไม่คาดเดาอะไรได้

หานเซี่ยวมองเสี่ยวจินและลูกเขา และคนเหล่านี้ก็กำลังมองเขาเช่นกัน

“นายต้องการอะไร”หานเซี่ยวมองเสี่ยวจินและสวมรอยยิ้มที่ไม่เหมือนรอยยิ้มจริงๆ

“มันเป็นความโชคร้ายที่เขาตาย”สีหน้าของเสี่ยวจินเย็นชา สำหรับเขา ลูกบุญธรรมก็แค่เครื่องมือ

“งั้นทำไมถึงเชิญฉันมาที่นี่ละ?”หานเซี่ยวเลิกคิ้ว

“การทำความรู้จักกับนักฆ่าในตำนานไม่ใช่เรื่องแย่”

 

หานเซี่ยวไม่อาจหาแรงจูงใจของเสี่ยวจินได้ บางทีมันอาจเป็นแค่การสร้างความสัมพันธ์ หรืออาจเป็นแรงจูงใจอื่น แต่ยังไงหานเซี่ยยวก็ยังสนใจที่จะติดต่อกับตระกูลของเจ้าของร่างเขาเพื่อให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากปาก

พวกเขาคุยกันง่ายๆ พูดถึงสิ่งต่างๆ เสี่ยวไห่และพี่น้องเขาพูดแค่ไม่กี่คำและบรรยากาศก็เงียบสงบ เสี่ยวไห่คือหัวหน้าของพี่น้อง ใครๆก็สามารถรู้สึกได้ถึงความรักเมื่อพี่น้องพูดถึงเขา แต่เสี่ยวไห่ไม่ตอบสนองราวกับมันเป็นเรื่องที่ควรทำ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปโดยไม่มีใครแจ้ง หานเซี่ยวขมวดคิ้วและกล่าว”ฉันสนใจหานเซี่ยวมาก มาคุยถึงเขาเพิ่มกันเถอะ”

บรรยากาศกลายเป็นเงียบสงัด เสี่ยวจินวางถ้วยลงและกล่าว”เขาเป็นลูกชายฉัน เขามักไม่ได้เรื่อง แต่ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะถูกพวกองค์กรต้นกำเนิดตามล่า”

“ฉันคิดว่าเขาตายไปแล้ว”เสี่ยวไห่กล่าว”เขายังคงนำปัญหามาให้เรา”

หานเซี่ยวชี้ตัวเองและกล่าว”หมายความว่าฉันเป็นปัญหางั้นหรอ?”
เสี่ยวไห่หัวเราะเย็นและกล่าว”แล้วไม่ใช่งั้นหรอ?”

เสี่ยวจินกระแอมลำคอ”มันก็ดึกแล้ว”

“ก็จริง”หานเซี่ยวยืนขึ้นและเดินออกไป

เสี่ยวหมิงนำเขากลับห้อง เขาส่งกองเอกสารให้หานเซี่ยวขณะเดินผ่านประตู”นี่คือข้อมูลของหานเซี่ยว พ่อบอกให้ฉันมอบให้นาย”

หานเซี่ยวพยักหน้าและรับมัน

ทันทีที่หานเซี่ยวเข้าห้อง เขาก็ตรวจสอบทุกมุมอย่างละเอียด มีกล้องอยู่สามตัวก่อนเขาออกไป และตอนนี้ก็มีเพิ่มอีกหนึ่ง เขาส่ายหัวและใช้โปรแกรมแฮ็คมันอีกครั้ง หลังจัดการ เขาก็เริ่มอ่าน้อกสาร ซึ่งเขาได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงร่างนี้ เดิมทีเขาไม่มัพื้นฐาน และไม่เคยได้ยินว่าจะมีNPCคนไหนร้องเรียกถึงหานเซี่ยวมาก่อน

“เห้อ”

หานเซี่ยวส่ายหัว เขาได้ติดต่อกับอลูเมร่าเพื่อหาข้อมูลเพิ่มถึงร่างเขา และก็ได้รับมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติของอลูเมร่าหรือปัญหาภายใน ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเขาเลย และการเรียกว่าศัตรูก็เป็นแค่การแสดงความแข็งแกร่ง

อลูเมร่าถูกซูบแล้วและไม่อยากเป็นศัตรูกับเขา ดังนั้นหานเซี่ยวจึงไม่คิดทำเรื่องโง่ๆอย่างการฆ่าคนในถิ่นพวกเขา ไม่มีประโยชน์ที่จะสร้างศัตรูโดยไร้เหตุผล

เมื่ออลูเมร่ารู้ว่าฉันคือหานเซี่ยว ฉันสงสัยว่าพวกเขาจะทำหน้ายังไง

หานเซี่ยววางเอกสารลง ทิ้งตัวบนเตียงและหลับตา เขาวางแผนออกเดินทางพรุ่งนี้

...

กลางดึกในคฤหาสน์ดาร์ริล...

“มันเป็นเพราะไอระยำเสี่ยวจินที่ทำให้อลูเมร่าต้องเผชิญปัญหา มันสร้างอำนาจตัวเองโดยไม่กังวลอะไรเลย เห็นได้ชัดว่ามันพยายามยึดอำนาจ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเหนืออยู่ข้างฉัน และกลุ่มเกาะแดงของเซอฉีก็มักเป็นกลาง เขาจะทำอะไรฉันได้?”ดาร์ริลกัดฟัน

เมื่ออลูเมร่าถูกสร้าง มันสงบสุข แต่เมื่อขนาดขององค์กรเริ่มใหญ่ ความขัดแย้งก็บังเกิ ในฐานะเจ้าบ้าน กลุ่มหลักย่อมได้รับผลประโยชน์มากสุดและอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง แม้กลุ่มทั้งหมดจะทำตามคำสั่งแบบผิวเผิน แต่พวกเขาก็ทะเยอทะยานและคิดยึดอำนาจ

โชคดี หลังความสัมพันธ์มานานหลายปี พวกเขาก็มีความสัมพันธ์กันแบบหยั่งรากลึก ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าทำอะไรล้ำเส้น การฆ่าแทบไม่เคยเกิดขึ้น แม้จะมี มันก็ถูกวางแผนในที่ลับ

เสี่ยวจินนับว่าคุกคามมากสุด และดาร์ริลก็เป็นคนที่ลอบวางแผนโจมตีเสี่ยวจิน ซึ่งก็ล้มเหลว พวกเขาทำได้แค่ฆ่าหานเซี่ยว ผู้ไม่สลักสำคัญอะไร

ใครจะไปคิดว่าหลังผ่านไปหนึ่งปี หานเซี่ยวที่ไม่มีใครสนใจจะกลายเป็นบุคคลที่องค์กรต้นกำเนิดต้องการตัวและนำตระกูลไปพบกับศัตรูที่น่ากลัวเช่นนั้น?

คิดย้อนกลับไป ดาร์ริลก็รู้สึกเสียใจมาก

ในเวลานี้ ลูกชายของดาร์ริล ลากอสก็เดินเข้ามา”พ่อ ปีศาจทมิฬออกจากคฤหาสน์ของเสี่ยวจินแล้ว การพบปะกินเวลา1ชั่วโมง37นาที”

“เสี่ยวจินดื้อรั้นมากขึ้น ตอนนี้เขากล้าพบปะปีศาจทมิฬเป็นการส่วนตัวโดยไม่ไว้หน้าฉัน”ดาร์ริลโกรธ

“เราจะทำยังไง ปล่อยปีศาจทมิฬไปงั้นหรอครับ?”

“อย่าไปยุ่งกับเขา”

“แต่เขากล้าอวดดีในดินแดนเรา”ลากอสไม่พอใจ

“ฉันบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเขา!”ดาร์ริลทุบโต๊ะและตะโกน”ไสหัวออกไป!”

ลากอสกัดฟันและปิดประตูหลังเดินออกไป ชั่ววินาทีที่เขาหันหัวกลับไป สีหน้าเขาก็แข็งค้าง

...

เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง เสียงดังก็ปลุกหานเซี่ยวที่กำลังหลับ

เขาดีดตัวจากเตียงและมองออกนอกหน้าต่าง สมาชิกอลูเมร่ากำลังร้องตะโกนและวิ่งไปที่ไหนสักแห่ง

“เกิดอะไรขึ้น?”หานเซี่ยวถามอย่างสับสน

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และทหารนับสิบก็ล้อมห้องด้วยปืน

“ปีศาจทมิฬ อย่าขยับ!”หนึ่งในนั้นตะโกน

 

ภารกิจของทหารเหล่านี้คือคุมตัวเขา พวกเขาทั้งหมดอยู่ในสภาวะหงุดหงิด พร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ หานเซี่ยวเก็นคนภายนอกกำลังวิ่งไปทางอื่น

ดูเหมือนจะมีเรื่องเกิดขึ้น แต่มันไม่เกี่ยวกับฉัน หานเซี่ยวหรี่ตาและเฝ้าดูสิ่งต่างๆ

ไม่นาน หัวหน้าก็ดูเหมือนจะได้รับคำสั่ง เขาตะคอก”ตามเรามา!”

หานเซี่ยวอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเขาจึงตามไป ด้วยความประหลาดใจ เขาถูกพาไปคฤหาสน์ของดาร์ริล

มันแออัด เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทุกกลุ่มอำนาจมา พวกเขามองหานเซี่ยวอย่างโกรธแค้นและค่อนข้างสับสน

หานเซี่ยวเพิ่งค้นพบว่าเกิดอะไรขึ้นหลังเดินเข้าคฤหาสน์ไป

ในห้อง ดาร์ริลนั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าหงายขึ้น มีรูในตาซ้ายเขา เจาะผ่านกะโหลกหลัง เลือดบนพื้นไม้แข็งตัวแล้ว และกลิ่นเลือดก็คลุ้งเต็มห้อง มือของศพกำลังหนุนหลังหัวและขาก็กำลังเหยียดโต๊ะ

ผู้นำอลูเมร่าถูกลอบสังหาร!
“สาเหตุของการตาย : ถูกยิง กระสุนเจาะผ่านตาเขาเข้าสมอง เจาะทะลวงและพุ่งผ่านหลังหัว เขาตายทันที จากขนาดของรูกระสุน ผู้ฆ่าใช้ปืนพกลำกล้องใหญ่ และผู้นำก็ไม่แสดงท่าทางขัดขืน ไม่มีเบาะแสในที่เกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่าผู้ฆ่าต้องเคยมาที่นี่”

หานเซี่ยวเข้าใจเหตุการณ์ทันที

ดาร์ริลตายและก็มีนักฆ่าที่มาโดยบังเอิญ เขาน่าสงสัยสุด นอกจากนีเ นักฆ่ายังใช้ปืนพกลำกล้องใหญ่ และเป็นสไตล์การฆ่าของปีศาจทมิฬ

มีความบังเอิญมากเกินไป

เขาถูกวางยา!

หานเซี่ยวกระพริบตา หยิบบุหรี่จากกระเป๋า จุดมันและสูดควันเข้าเต็มปอด พ่นควันใส่ใบหน้าของทหารรอบๆ

“ตอนนี้มันชักน่าสนใจแล้ว”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

247 ความคิดเห็น