ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 202 : อลูเมร่า 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

นับรวมห่าวเทียน หานเซี่ยวได้ติดต่อกับผู้เล่นมืออาชีพมาหลายคนแล้วและให้ภารกิจพวกเขา

วิธีการทำภารกิจให้สำเร็จคือการใช้อุปกรณ์สื่อสาร เขาให้เบอร์และอีเมลล์เขากับผู้เล่นมืออาชีพ และภารกิจก็จะสำเร็จก็ต่อเมื่อพวกเขาส่งรายละเอียดมาให้ หากมีของภารกิจใดที่ต้องส่งมอบให้ฮันเนส เขาก็จะขึ้นเครื่องและไปนำมันมาด้วยตัวเอง

เทียบกับการทำด้วยตัวเอง การมอบหมายให้ผู้เล่นช่วยเขาจะประหยัดเวลาได้มาก และเขาก็แค่ต้องนั่งเฉยๆและเพลิดเพลินกับผลกำไร

ในบรรดาผู้เล่นมืออาชีพที่มารับภารกิจ หลายคนเป็นผู้แข็งแกร่งมากในชีวิตก่อนหน้าเขา และห่าวเทียนก็คือจุดสูงสุด หานเซี่ยวค่อนข้างสนใจในตัวห่าวเทียน แต่เนื่องจากเขาบอกว่าเขาจะไปยุ่งด้วยเมื่อภารกิจสำเร็จ เขาจึงต้องอทดน

หานเซี่ยวใช้เวลาส่วนใหญ่บนถนนขณะกำลังเดินทางไปหมู่บ้านฝึกหัดอีกแห่ง ในเวลานี้ เขาใช้[การเสริมพลังขั้นกลาง]และพัฒนาอุปกรณ์เขา เขายังพยายามสร้างอุปกรณ์ทั้งสามที่เขาเลือก และก็ค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์

เขาสามารถบรรลุคุณภาพสีฟ้าได้ในการลองครั้งแรก ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสบรรลุคุณภาพสีม่วงหลังฝึกฝนและทำความคุ้นเคย

มีผู้เล่นที่ไปถึงระดับ19แล้วบนกระดาน ด้วยความก้าวหน้าของหานเซี่ยวตอนนี้ เขาจะสามารถไปเยือนหมู่บ้านฝึกหัดทุกแห่งบนทวีปเหนือได้ก่อนจะมีผู้เล่นไปถึงระดับ20

สำหรับแอนเดรีย หานเซี่ยวไม่คิดว่าเขาจะไปเยือนได้ ซึ่งยังไงเขาก็ไม่อยากไปแอนเดรียอยู่แล้วเพราะมันคือสำนักงานใหญ่ขององค์กรต้นกำเนิด ซึ่งหมายความว่ามันอันตรายมากต่อเขา นอกจากนี้ ผู้เล่นทุกคนยังถูกบังคับให้ออกจากหมู่บ้านฝึกหัดและกระจัดกระจายอยู่ทั่ว โดยรวม มันเสี่ยงมากไป

บนฟอรั่มดาวเคราะห์อความารีน ผู้เล่นในทวีปเหนือมีความสุขสุด ที่ตื่นเต้นรองลงมาคือผู้เล่นจากแอนเดรีย ในความคิดพวกเขา หลังปีศาจทมิฬวิ่งวุ่นบนทวีปเหนือเสร็จ เขาจะต้องมาแอนเดรีย

นี่ช่างลำบากใจ หานเซี่ยวถอนหายใจ

...

สภาพอากาศในทวีปเหนือหนาวเย็น ภูมิประเทศส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยทุ่งหิมะและภูเขาน้ำแข็ง หิมะบางร่ายรำในอากาศ หมอกหนาปกคลุมยอดเขา

หมู่บ้านฝึกหัดแห่งที่สามเรียกว่าหมู่บ้านต้นสนหิมะ มันอยู่ในหุบเขาป่าผนึกน้ำแข็ง ที่สัตว์ป่าดุร้ายเดินเตร็ดเตร่

เครื่องบินลงจอดนอกป่าและหานเซี่ยวก็เดินข้ามป่าด้วยรองเท้า วิ่งไปตามเรดาห์ สัตว์ร้ายคำรามเตือนหานเซี่ยวว่าแดนเหนือคือถิ่นพวกมัน และหลายตัวก็มีระดับค่อนข้างสูง

ตามที่ฉันจำได้ หมีน้ำแข็งกรงเล็บแหลมบนทุ่งน้ำแข็งมีระดับสูงระหว่าง53-56 ไม่รวมถึงพวกระดับสูงหรือบอส ฉันสามารถทำตามข้อกำหนดเพื่อปลดล็อคพสวรรค์[นัดสังหาร]ได้ หานเซี่ยวคิด

ทุ่งน้ำแข็งค่อนข้างไกล ดังนั้นหานซี่ยวจึงตัดสินใจไปที่นั่นหลังไปเยือนหมู่บ้านฝึกหัดครบ

ไม่นาน หมู่บ้านก็ปรากฏตรงหน้าเขา เขาสงบสติ ชะลอความเร็วและเดินไป

...

ในป่าห่างจากหมู่บ้านไปร้อยเมตร ผู้คนสวมชุดรบ อาวุธและมีดกำลังนั่งเป็นวงกลมจัดเรียงอาวุธพวกเขา

พวกเขาเป็นทีมต่อสู้จากอลูเมร่า คำสั่งที่พวกเขาได้รับคือให้มาจับพวกเหนือมนุษย์บางคนในหมู่บ้านต้นสนและนำกลับไปวิจัย

หัวหน้าคีตันกำลังสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าดุร้าย เขาดึงปืนออกมาและกล่าว”ทุกคนรู้แผนแล้วนะ อย่าทำให้เสียรูปการละ!”

“ผ่อนคลาย มันก็แค่กลุ่มเหนือมนุษย์ ง่ายเหมือนปลอกกล้วย”

“หากพวกเขากล้าขัดขืน...”คีตันจบระเบิดบนเอว”อย่าขี้เหนียวที่จะใช้ของเล่นพวกนี้-“

ทีมเริ่มหัวเราะ

“นอกจากนี้ พวกเหนือมนุษย์เหล่านี้ยังดูเหมือนคนธรรมดามาก อย่าจับคนผิดละ”คีตันมองนาฬิกาและสั่งให้คนอื่นยืนขึ้น”จัดอุปกรณ์ให้พร้อม เราจะเคลื่อนไหวตามสัญญาณฉัน”

ในเวลานั้นเอง เงาร่างมนุษย์ก็เดินผ่านตรอกนอกป่า สมาชิกคนหนึ่งชี้และกล่าว”หัวหน้า มีคนสัญจรมาครับ นั่นใช่พวกเหนือมนุษย์รึเปล่า?”

“อาจจะ มีสัตว์ร้ายอยู่มากในป่านี้-มีแค่พวกเหนือมนุษย์เท่านั้นที่จะเดินทางเพียงลำพัง”

“จับตัวเขา และทำภารกิจให้เสร็จ”

พวกเขากระตือรือร้น

อย่างไรก็ตาม  พวกเขารออยู่นาน จากนั้นก็ตระหนักว่าหัวหน้าพวกเขาไม่ตอบสนองอะไร พวกเขามองกลับไปและต้องตกใจ

ริมฝีปากของคีตันกำลังสั่นด้วยความกลัว ใบหน้าเขาขาวซีด และแม้กระทั่งบุหรี่ก็ตกลง

“เกิดอะไรขึ้นครับ?”สมาชิกสับสน

คีตันกลืนน้ำลายก่อนพูด”ยกเลิกแผน ถอยเดี๋ยวนี้!”

“ทำไมครับ?”ทีมแปลกใจ

“นั่นไม่ใช่พวกเหนือมนุษย์!”คีตันกล่าว”ขะ-เขาคือปีศาจทมิฬ!เขามีความขัดแย้งกับตระกูลเราเมื่อไม่นานมานี้!”

ปีศาจทมิฬ!
ทุกคนตกตะลึง พวกเขาอยากตรวจสอบและทำให้มั่นใจ แต่เงานั้นก็หายไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับได้ยินเสียงคนแปลกหน้าจากด้านหลัง

“ฉันได้ยินพวกแกกำลังร้องเรียกหาฉัน”

ทุกคนตกตะลึง พวกเขาหันไปมองและเห็นเงาดำกำลังยืนอยู่เบื้องหลังคีตัน มองพวกเขาอย่างอยากรู้

พวกเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ

คีตันกลัว เขาไม่สังเกตเห็นหานเซี่ยวเลย เสียงจากหานเซี่ยวเกือบเหมือนฟ้าผ่าที่ทำให้หัวใจเขาแทบดีดออกมาและเหงื่อเขาก็ไหลรินแม้จะในสภาพอากาศหนาวเย็น

หานเซี่ยวเลิกคิ้ว เขาสัมผัสกลุ่มนี้ได้นานแล้ว เหตุผลที่คนติดดอาวุธเหล่านี้หวั่นวิตกต่อหน้าเขาย่อมหมายความว่าพวกเขารู้จักเขาและมีแรงจูงใจที่ไม่เป็นมิตร

 

“จะบอกฉันด้วยตัวเอง หรืออยากให้ฉันช่วย?แกสามารถลองโกหกดูได้”หานเซี่ยวงอนิ้ว ดาบ7เล่มบินออกมาจากกระเป๋าเอวและขา ลอยอยู่กลางอากาศ เล็งยังจุดสำคัญของคีตัน

ดาบประกอบแม่เหล็กคุณภาพสีฟ้า ความเสียหายมันขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานของผู้ใช้ และพวกมันสามารถสร้างเป็นรูปทรงอาวุธได้หลากหลายแถมยังมีความเร็วสูง อุปกรณ์ที่มีความสามารถชื่อ[การโคจร] เมื่อเปิดใช้งาน ดาบทุกเล่มจะหมุนเหมือนลูกบอล สร้างบาดแผลให้ศัตรูด้วยวความเร็วสูง มันเป็นอาวุธระยะประชิดที่ยอดเยี่ยมก่อนระดับ60

จากมุมมองผู้เล่น สิ่งนี้นับเป็นอุปกรณ์ระดับเทพในช่วงแรก หานเซี่ยวใช้ค่าประสบการณ์ไปกว่าล้านเพื่อให้ได้รับพิมพ์เขียวนี้

คีตันกลัวดาบบิน เขารีบระบุตัวตนและภารกิจโดยยไม่เก็บรั้งอะไรไว้

เมื่อเขาได้ยินว่าพวกเขาเป็นพวกอลูเมร่า ดวงตาหานเซี่ยวก็หรี่ลง เขาเข้าใจได้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงกลัวเขา เขาได้ช่วยลู่เฉินโจมตีดินแดนของอลูเมร่าในหมู่บ้านหุบเขาเขียวและยืดหยัดต่อสู้กับพวกเขา แต่เมื่อเขาเห็นข่าวลือบนเครือข่ายมืด อลูเมร่ากลับอยากแก้แค้นแค่ลู่เฉิน แต่ไม่พูดถึงเขา

ฉันควรเป็นศัตรูกับพวกเขาไหม— พวกเขา...กลัวฉันงั้นหรอ?

หานเซี่ยวสนใจ เขาเก็บดาบบินไปและกล่าว”กลับไปบอกหัวหน้าพวกแกว่าฉันจะไปเยี่ยมในไม่ช้า”

เส้นประสาทของคีตันคลายตัว เขารีบวิ่งหนีไป ไม่กล้าแม้แต่จะมองย้อนกลับมา

หลังวิ่งไปได้หลายร้อยเมตร คีตันก็หยุดและมองกลับไป เมื่อมั่นใจว่าปีศาจทมิฬไม่ตามมา เขาก็ถอนหายใจ เขาเปียกชุ่มไป้วยเหงื่อราวกับเพิ่งขึ้นจากสระและหัวใจเขาก็เต้นเร็วมาก

 

“หัวหน้า เอายังไงกันดีครับ?”ความกลัวยังคงขีดเขียนบนใบหน้าทุกคน

คีตันกลืนน้ำลายและกล่าว”เราจะไปและส่งข้อความให้เจ้านาย”

“ปีศาจทมิฬอยู่ในทวีปเหนือ และเขาก็อยากมา’เยี่ยม’เรา?!”

ดวงตาของดาร์ริล ผู้นำอลูเมร่าเบิกกว้างและคำรามเหมือนหมีคลั่ง”เรายังไม่ไปหาตัวเขาและตอนนี้เขาก็กล้ามาหาเราก่อน มันกล้าดูถูกเรา ฉันจะไปฆ่ามัน!”

ผู้บัญชาการลำดับสาม เซอฉี เป็นพวกอินเดียแดง เขามีร่างกายใหญ่โตและผิวดำ”อย่าวู่วาม เขาไม่ทำเรื่องโง่ๆหรอก เขาต้องมีแรงสนับสนุนและคงไม่กลัวหากเขากล้ามาหาเราเพียงลำพัง”

ดาร์ริลมองข้าม”เสี่ยวจิน คำแนะนำของนายละ?”

เสี่ยวจินดันแว่นและพูดอย่างใจเย็น”เขาแค่พูดว่าจะมาเยี่ยม หากเขาอยากสู้ เขาคงไม่บอกเรา เร่าควรติดต่อกับเขาดูและดูว่าเขาอยากได้อะไร บางทีเขาอาจไม่คิดสู้กับเรา”

ดาร์ริลขมวดคิ้วและกล่าว”ฉันจะดูด้วยตาตัวและขอคำอธิบายว่าทำไมถึงฆ่าคนของเรา!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

247 ความคิดเห็น