ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 175 : ราชาสัตว์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    2 พ.ค. 63

อีกด้านหนึ่งของเขตต้องห้าม หานเซี่ยวมาถึงปลายทางเขา อากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเน่าและพิษ พืชบนพื้นเองก็กลายพันธ์

จุดเกิดใหญ่เกินไปเล็กน้อย ฉันไม่รู้ว่าราชาสัตว์อยู่ไหน

หานเซี่ยววางกระเป๋าเหล็กลง เปิดมันและสวมชุดจักรกลไวเปอร์ หน้าจาโฮโลแกรมมีระบบซูมและรวบรวมข้อมูลจากการสแกนต่างๆ ซึ่งให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีเรดาห์ด้านซ้ายบนของหน้าจอที่สามารถตรวจจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตภายในรัศมี500เมตรได้ ด้วยการเพิ่มกำลังขับ รัศมีนี้สามารถเพิ่มเป็น1500เมตรได้

โมดูลการสแกนมีประโยชน์มาก มันสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้จากสัญญาณขนาดเล็กและร่องรอยบนพื้นเพื่อกำหนดแหล่งที่มาของร่องรอยดังกล่าว และยังสามารถบันทึกข้อมูลที่ไม่รู้จักก่อนหน้าลงฐานข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ในอนาคต

อุปกรณ์กรองกำจัดกลิ่นเน่าเสียในอากาศ หานเซี่ยวสามารถได้ยินเสียงหายใจของตัวเองในชุด และเครื่องปรับอุณหภูมิก็ทำให้เขารู้สึกสบายตัวแทนที่จะรู้สึกอับ

เขานำอาวุธปืนและระเบิดออกมาใส่ช่องต่างๆบนชุด

หานเซี่ยวลองขยับตัวเพื่อทำความคุ้นเคยกับชุด จากนั้นก็กระโดดไปข้างใน แต่ละก้าวเขาพุ่งไปไกลเกือบสิบเมตร

ชุดอยู่ในโหมดแสตนด์บาย ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าที่เตาปฏิกรณ์จะสร้างขึ้น ดังนั้นพลังงานจึงเต็มอยู่เสมอ

เรดาห์ทำงานอยู่ตลอดเวลา หากมันตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่ง มันอาจเป็นราชาสัตว์ และเนื่องจากสายพันธ์ของราชาสัตว์เป็นแบบสุ่ม แม้กระทั่งหานเซี่ยวจึงยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นสายพันธ์ใด

หลังวิ่งอยู่ห้านาที สัญญาณชีวิตนับสิบก็ปรากฏบนเรดาห์ มุมมองจากหน้าจอซูมเหมือนลำกล้องปืนขณะที่หานเซี่ยวออกคำสั่งเสียง(เหมือนไอรอนแมน) โหมดการควบคุมปัจจุบันไม่มีการเชื่อมต่อเส้นประสาท มันเป็นแค่ระบบควบคุมด้วยเสียง ชิปอัจฉริยะมีการระบุด้วยเสียงและสามารถวิเคราะห์คำสั่งง่ายๆจากหานเซี่ยวได้ ไม่มีใครสามารถใช้งานมันได้นอกจากเขา

ไกลออกไปหลายร้อยเมตร มันเป็นกลุ่มของสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายยีราฟกว่าสิบตัว มันมีกระดูกปูดโปนจนน่ากลัว บ่งชี้ว่าพวกมันไม่ใช่สัตว์เป็นมิตร ตัวที่ใหญ่สุดยกคอขึ้นและมองมาทางตำแหน่งหานเซี่ยว พวกมันดูเหมือนจะสังเกตเห็นเขา

โหมดซ่อนตัว

การพรางตัวถูกเปิดใช้งาน และชุดด้านนอกก็เปลี่ยนเป็นสีเหมือนสภาพแวดล้อมราวกับกิ้งก่า ช่องว่างในชุดเองก็ปิดตัว ไม่ปล่อยกลิ่นใดๆออกไป

สิ่งมีชีวิตคล้ายยีราฟส่ายหัวแต่ก็มองไม่เห็นเขา ดังนั้นพวกมันจึงล้มลงนอน

หากระดับของศัตรูสูงพอ พวกมันย่อมสามารถเห็นผ่านการพรางตัว แต่สัตว์เหล่านี้ระดับยังต่ำ หานเซี่ยวเดินทางต่อ ค้นหาเป้าหมายเขา

สองชั่วโมงผ่านไป และหานเซี่ยวก็ได้สแกนพืชและสัตว์กลายพันธ์ไปหลายสิบชนิด ซึ่งล้วนถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล เขายังสู้กับสัตว์หลายตัวและสัญญาณชีพก็จะประเมินระดับพวกมันก่อนเสมอ

สัตว์ระดับสูงสุดที่เขาพบคือสัตว์คล้ายฝูงหมาป่าระดับ42 ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายเขา

ดวงอาทิตย์ตกิน และกลางคืนก็เต็มไปด้วยอันตรายยิ่งขึ้น เสียงเห่าหอนดังไปทั่วเขตต้องห้าม

หากหานเซี่ยวไม่มีชุดจักรกล กลางคืนย่อมเป็นอันตรายต่อเขา แต่ความสามารถการลักลอบของไวเปอร์จะเหนือขึ้นในตอนกลางคืน มันปิดเสียงและกลิ่นทั้งหมดของเขา ทำให้เขาไม่โดดเด่นเหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง

ฉันยังไม่พบเป้าหมาย หานเซี่ยวคิด เขานั่งลงบนก้อนหินใหญ่และใส่กระสุนลงซองกระซุน เปลี่ยนโหมดหน้ากากเป็นการมองกลางคืน โอกาสที่ราชาสัตว์จะเกิดใจกลางเขตต้องห้ามสูงมาก ยิ่งใกล้ใจกลาง สัตว์ก็ยิ่งมากขึ้น

ด้วยคำสั่งเสียง เกราะรอบน่องหานเซี่ยวแยกออก ข้างในเป็นพื้นที่เล็กๆซึ่งบรรจุเครื่องตรวจจับแมงมุม เขาเปิดใช้งานพวกมันและทำให้พวกมันกระจายไปทางใจกลาง ภาพที่ถูกถ่ายโดยพวกมันแสดงบนหน้าจอเขา

แมงมุมจะทำงาน้วยการสั่น แต่พวกมันก็ค่อนข้างเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน หานเซี่ยวก็สามารถเห็นสถานการณ์ของใจกลาง ซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ดุร้ายมากมาย

ทันนั้น ภาพจากเครื่องตรวจจับแมงมุมหมายเลข1ก็มีอาการสั่นเล็กน้อย และสามารถได้ยินเสียงกระแทกดังแต่ไกล สัตว์ร้ายถูกพบเห็นในทิศทางเดียวกัน

เครื่องตรวจจับแมงมุมหมายเลข1ปีนไปบนหมูป่าขนยาวและตรงไปยังทิศทางเดียวกัน ยอดมนุษย์สองคนกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากสัตว์ร้าย หนึ่งในนั้นคือเอสเปอร์ผู้สามารถปล่อยคลื่นพลังสีขาวจากมือ มันทรงพลังและก็ผลักสัตว์ร้ายที่เข้าใกล้ออกไปได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตาม เสียงมันก็ยิ่งดึงดูดสัตว์มากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น

มีคนอื่นเข้ามายังเขตต้องห้ามด้วย?หานเซี่ยวเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาใจ

วินาทีต่อมา สิงโตขาวสูง5เมตรและยาวกว่า10เมตรก็ปรากฏ สัตว์ร้ายตัวอื่นถอยห่างด้วยความกลัวและพวกที่ไม่ถอยก็ถูกมันฆ่า

ดวงตาของหานเซี่ยวเปล่งประกาย นั่นน่าจะเป็นราชาแห่งสัตว์ร้าย

..

หยาน เตียนและเน็ดวิ่งจนปิดพวกเขาเหมือนกำลังถูกไฟไหม้ ด้านหลังพวกเขามีสัตว์กลายพันธ์กว่าร้อยตัวพร้อมสิงโตสีขาวขนาดมหึมา

 

“นี่เป็นเพราะพลังของนาย เสียงของมันดึงดูดสัตว์จำนวนมาก!”หยางเตียนกล่าวขณะกัดฟันแน่น

“หุบปาก!หากไม่ใช่เพราะความประมาทของนาย เราคงหลบฝูงหมาป่าได้!หยุดบ่นและพูดจาไร้ประโยชน์ แล้วมาช่วยกันหาทางคิด!”เน็ดกล่าวขณะปล่อยพลัง ผลักสัตว์ที่เข้าใกล้ออกไป

หยางเตียนนำแล็บท็อปออกมาขณะวิ่งหนีเพื่อดูแผนที่และกล่าว”เราใกล้ใจกลางแล้ว ตรงนั้นจะยิ่งอันตราย เราต้องเปลี่ยนทิศทางเดี๋ยวนี้!”

พวกเขาหมุนตัวอย่างเร่งรีบ สัตว์ไล่ตามมาอย่างใกล้ชิดพร้อมสิงโตที่วิ่งนำหน้า คลื่นพลังของเน็ดหยุดมันได้แค่เสี้ยววินาทีและแทบไม่อาจผลักมันออกไปได้ เน็ดหลั่งเหงื่อเย็น พลังงานเขากำลังหมด

ครั้งนี้ หน้าผาปรากฏตรงหน้า มีช่องว่างบนพื้นที่พอดีกับมนุษย์ และเขาก็ต้องเข้าไป

“เร็วเข้า!เข้าไปหลบข้างใน!”พวกเขาดีใจมาก

 

ทันใดนั้น เน็ดก็เห็นเงาขนาดใหญ่ด้านใต้ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว หมุนตัวหันไปมองอย่างประหลาดใจ เน็ดเห็นสิงโคขาวกระโดดมาทางเขาและตะปบกรงเล็บมันลงมา ลมจากพลังมันรุนแรงจนเน็ดไม่อาจลืมตาหรือหายใจได้เลย

 

“นายไปก่อนเลย!”หยางเตียนตะโกนขณะผลักเน็ดออกไป จากนั้นก็ปล่อยหมัดใส่กรงเล็บด้วยเปลวไฟสีฟ้าที่พันรอบแขน

เขาคือนักสู้ มีร่างกายที่แข็งแกร่งและทนต่อความเสียหายได้มากกว่าเน็ด ดังนั้นเขาจึงมั่นใจว่าเขาย่อมต้านรับได้สักการโจมตีหนึ่ง

หมัดและกรงเล็บปะทะกัน

เสียงของกระดูกหักสามารถได้ยิน แขนของหยางเตียนหัก และกระดูกซี่โครงบางแห่งก็ร้าวจากการโจมตีเดียว เขากระอักเลือดออกมาและลอยเหมือนก้อนกรวด

เน็ดดึงเข้าไปในช่องว่างระหว่างพื้นอย่างรวดเร็วและกรงเล็บก็ตามพวกเขาในวินาทีถัดมา ก้อนหินแตกกระจายเป็นเศษ พวกเขาเกือบไม่รอดชีวิต

 

“มันแข็งแกร่งมาก!”ใบหน้าของหยางเตียนบิดเบี้ยว นักสู้อย่างเขากลับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว

เน็ดยิ่งแย่ไปใหญ่ เขารู้พลังของหยางเตียนดี แต่แม้กระทั่งเขาก็ไม่อาจรับการโจมตีเดียวของสิงโตขาวได้

พวกเขาอาจไม่รอดชีวิต

สัตว์ร้ายล้อมรอบด้านนอก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากซ่อนตัว

โชคดี สัตว์ร้ายไม่อาจย่างกราย...สำหรับตอนนี้ พวกมันกำลังขุดทางเข้า พยายามสร้างช่องให้ใหญ่ขึ้น ทุกครั้งที่พวกเขาได้ยินเสียงกรงเล็บขูดหิน หัวใจพวกเขาจะยิ่งเต้นเร็วขึ้น

หยางเตียนนำผ้าพันแผลออกมาและทาขี้ผึ้ง สิ่งที่พวกเขาพบเจอในครั้งหน้าอาจเป็นการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตาย ดังนั้น เขาต้องรีบรักษาตัว เน็ดเองก็พยายามฟื้นพลังงานให้ได้มากสุด พวกเขาต้องผ่านสิ่งนี้ไปให้ได้

ทันใดนั้น สัตว์ด้านนอกก็รวมตัวกันแน่นหนาและเริ่มวิ่งเข้าหากัน สิงโตขาวเปล่งเสียงคำรามและเริ่มฆ่าสัตว์อื่น สัตว์ร้ายเริ่มหันเข้าหากัน เลือดไหลไปทั่วทุกหนแห่งและเสียงคำรามก็ดังขึ้นเรื่อยๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

243 ความคิดเห็น

  1. #135 monkey-bill (จากตอนที่ 175)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 12:15
    เบ๊ หมายเลข 3 กับ เบ๊ หมายเลข 4 สินะ 5555+
    #135
    0