ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 164 : โครงสร้างใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 169 ครั้ง
    24 เม.ย. 63

หลังครุ่นคิดสักพัก หานเซี่ยวก็ตัดสินใจ

 

“ผมต้องการเส้นใยนาโนสังเคราะห์PE-0”

“ฉลาดมาก ฉันคิดว่านักรบอย่างเธอ ผู้ชื่นชอบการต่อสู้จะเลือกเมมเบรนกันกระสุนซะอีก”

“เพื่อสร้างบางอย่าง แค่PE-0ก็พอแล้ว”

“ตกลง”เหล่ยเจิ้งหยูพยักหน้า เขารู้สึกว่าอาวุธทั้ง4ของเขา PE-0 เป็นเส้นใบสังเคราะห์ที่มีค่ามากสุดเนื่องจากมันสามารถทำอาวุธได้หลากหลายชนิด เขาตระหนักว่าหานเซี่ยวมีทักษะการช่างมากกว่าที่ตาเห็น

เมื่อยืนยันการแลกเปลี่ยน หานเซี่ยวก็กลับไปรถบรรทุกเขาและเริ่มสร้างปืนไรเฟิลซุ่มยิงผีอันไหม ด้วยความช่วยเหลือของพิมพ์เขียว ทุกอย่างจึงเป็นไปด้วยดี

มันคุ้มค่า!
เส้นใยนาโนสังเคราะห์ใหม่จะเป็นส่วนสำคัญของแนวคิดแขนกลน้ำหนักเบาเขา มันสามารถใช้เป็นระบบเส้นเอ็นของแขนกลน้ำหนักเบาได้!เทียบกับระบบโครงร่างK600ก่อนหน้า PE-0นับว่ามีการพัฒนาในทุกด้าน ตัวอย่างเช่น มันมีน้ำหนักเบา ขนาดเล็กและแข็งแกร่งกว่า มันเป็นวัสดุหลักชั้นยอดในการสร้างแขนกลน้ำหนักเบา

แขนกลน้ำหนักเบา-อสรพิษ!
PE-0ไม่ควรถูกตัดสินง่ายๆ เมื่อมันใช้เป็นระบบโครงร่างภายใน มันจะมีคุณสมบัติเหมือนกล้ามเนื้อ ใครก็ตามที่ใช้มันย่อมเข้าใจได้

สำหรับอุปกรณ์อีกสามอย่าง สองอย่างสิ้นเปลืองไป-ดังนั้น พวกมันจึงถูกตัดออก เมมเบรนกันกระสุนดูน่าเชื่อถือ แต่มันบรรจุด้วยทองคำขาว ดังนั้นมันจึงกันกระสุนได้ไม่มาก

เพื่อสร้างปืนไรเฟิลใหม่ เหล่ยเจิ้งหยูได้นำเส้นใยนาโนสังเคราะห์PE-0มาให้มากพอและเก็บมันในกล่องโลหะทอง

หลังแลกเปลี่ยนกัน เหล่ยเจิ้งหยูก็อดตกหลุมรักปืนไม่ได้ ถึงแม้ทิศทางการทดลองเขาจะมุ่งเน้นไปที่แขนกลน้ำหนักเบา แต่เมื่อเห็นว่าอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าจะกลายเป็นอาวุธสมัยใหม่ เขาจึงตัดสินใจศึกษามันด้วย

ย้อนกลับไป เฒ่าหมานลู่ได้ขอให้เขามาแบล็คไพน์เพื่อช่วยลู่เฉิน เนื่องจากเหล่ยเจิ้งหยูติดหนี้เขา เขาจึงตัดสินใจตอบแทน ทุกวันเต็มไปด้วยความน่าเบื่อ เว้นแต่วันนี้ ตั้งแต่ที่เขาได้พบกับหานเซี่ยว ช่างกลที่เทียบได้กับเขา

 

“ผมยังต้องการสิ่งหนึ่ง แต่ไม่มีช่องทางจัดซื้อให้ผม หวังว่าคุณจะช่วยผมซื้อเตาปฏิกรขนาดเล็ก’กองไฟ’ให้ผมได้”หานเซี่ยวเก็บกล่องและพูดอีกครั้ง ของชิ้นนี้คือสิ่งที่ข้องเกี่ยวกับแขนกลน้ำหนักเบา

เหล่ยเจิ้งหยูเป็นปรมาจารย์ช่างกล ดังนั้น เขาต้องรู้จักหลายคนและมีช่องทาง เขาต้องการความรู้นอกจาก[การศึกษาวัสดุขั้นกลาง]เพื่อสร้างปืน ดังนั้นเขาจึงใช้เหล่ยเจิ้งหยูเป็นช่องทางเพื่อช่วยเขาหาบางอย่าง

“นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนั้น แม้ฉันจะขอให้เพื่อนจากออดิน่าขายมันให้ฉันด้วยราคาทุน มันก็ยัง

“เงินไม่ใช่ปัญหา”

หานเซี่ยวยิ้มและเต็มไปด้วยความมั่นใจ

เหล่ยเจิ้งหยูเป็นผู้เชี่ยวชาญในโลกช่าง ดังนั้นเขาจึงรู้จักช่างกลมากมายในระดับเดียวกัน เขากระตือรือร้นต่อหานเซี่ยวและตกลงช่วยติดต่อผู้ขายเตาปฏิกรขนาดเล็กให้เขา สำหรับเหล่ยเจิ้งหยู มันก็แค่การโทรไม่กี่สาย

หลังแลกเบอร์กัน เหล่ยเจิ้งหยูก็หยิบปืนไรเฟิลซุ่มยิงผีและเดินออกไป ส่วนหานเซี่ยวก็ทำงานบนรถบรรทุกจนถึงเที่ยงคืน หลังเขาทำงานเสร็จ เขาก็ปิดไฟและตรงไปที่พักชั่วคราวพร้อมทหาร

คืนนั้นเงียบสงัด ไม่มีแสงยามวิกาลในแบล็คไพน์ เมื่อตกดึก ชาวบ้านทุกคนต่างกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ในป่าอันตราย พวกเขาต้องตื่นตัวเพื่อกรณีเหตุอันตราย นอกจากนี้ ความบันเทิงคือสิ่งหรูหรา ในป่า มีสัตว์ประหลาด ความเจ็บป่วยและความหิวโหยและหายนะต่างๆ ด้วยเหตุนั้น เหล่าขุนพลเร่ร่อนจึงไม่ใช่พวกฟุ่มเฟือย

เนื่องจากสถานการณ์บางอย่าง บางคนจึงถูกบังคับให้เข้าร่วม6ประเทศหลังสงคราม ขณะที่คนอื่นอาศัยในป่าเพราะพวกเขาไม่อาจปล่อยความเกลียดชังได้ บางคนคิดว่ามันเป็นเรื่องโง่เขลา ขณะที่คนอื่นเห็นว่ามันเป็นความเชื่อหรือศรัทธา มันไม่สำคัญว่าจะเป็นประเทศใด-ผู้รักชาติมักควรค่าแก่การเคารพเสมอ

สิ่งที่สำคัญสุดคือคนเร่ร่อนทั้งหลายต่างใช้ชีวิตในป่า ถึงแม้อาหารประจำวันพวกเขาจะไม่มั่นคงและพวกเขาอาจไม่รู้ว่าจะอิ่มตอนไหน พวกเขาก็ไม่ต้องทำตามข้อจำกัดหรือกฏ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างอิสระ แม้จะรู้ว่าการเข้าร่วม6ประเทศหมายถึงอาหารเต็มอิ่มทุกวัน พวกเขาก็ไม่คิดละทิ้งอิสระ

ในยุคแห่งสันติภาพ หลายคนมึนงงต่อชีวิต เพื่อความอยู่รอด พวกเขาล่าเหมือนบรรพบุรุษและใช้ชีวิตทุกวันอย่างเต็มที่ แม้คนเร่ร่อนส่วนใหญ่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการขาดสารอาหาร แต่สมรรถภาพทางกายพวกเขาก็ดีกว่าชาวเมือง พวกเขาแข็งแกร่งและขยัน

ป่าถูกมองว่าเป็นแดนที่ถูกทอดทิ้ง หลายเมืองร้าง สนามรบ ที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ และแม้กระทั่งพื้นที่กัมมันตภาพรังสีที่เกิดจากมลพิษสงคราม 6ประเทศไม่คิดขยายอาณาเขตเข้าป่า เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปและคุณค่าก็ต่ำ ในช่วง2-3ปีแรกหลังสงคราม 6ประเทศได้ตัดสินใจทำให้สถานการณ์ภายในประเทศมั่นคง เช่นนั้นพวกเขาจึงไม่มีทรัพยากรมากพอจะขยายอาณาเขตตน คนเร่ร่อนพากันเข้าไป ขยายแดนรกร้างและกลายเป็นอาณาเขตของคนเร่ร่อน ขุนพล และทหารรับจ้างหลายกลุ่ม ก็เหมือนกับลมที่พัดผ่านหลังหายนะ แดนรกร้างได้ฟื้นคืนอีกครั้ง

...

หลังค่ำคืนแห่งการพักผ่อน หานเซี่ยวก็เรียกหาดาบคลั่งและขนมปังสุนัขในตอนเช้า

 

“ฉันจะไม่อยู่สักพัก พวกนายสามารถอยู่ที่แบล็คไพน์ได้ และฉันจะติดต่อทีหลัง”

ขนมปังสุนัขไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ส่วนดาบคลั่งก็แสดงความไม่เต็มใจออกมา เขาติดตามหานเซี่ยวได้แค่ไม่กี่วัน และตอนนี้ เขากำลังจะถูกทิ้งอีกครั้ง

“พวกนายสามารถคิดหาวิธีแก้ปัญหาเรื่องโรคระบาดได้”หานเซี่ยวชี้ดาบคลั่ง”ฉันมั่นใจว่านายจะแสดงศัพยภาพที่แท้จริงออกมาได้ บางทีนายอาจต้องใช้อาวุธที่ดีกว่า”

หานเซี่ยวนำปืนพกที่เพิ่งสร้างใหม่ขึ้นมาสองกระบอก มันเหมาะกับการยิงภายในระยะ8เมตร มันถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเสริมความแข็งให้กับซองกระสุนและความเสียหาย มันมีคุณภาพสีเขียวและทรงพลังกว่าปืนพกที่หานเซี่ยวขายให้ผู้เล่นสองเท่า จากนั้นเขาก็ส่งปืนพกให้ดาบคลั่งที่กำลังอ้าปากค้าง

 

“สำหรับผมงั้นหรอ?”ดาบคลั่งถามอย่างไม่เชื่อ

หานเซี่ยวยิ้มและพยักหน้า

ดาบคลั่งมีความสุขและอดเล่นกับปืนพกสองกระบอกไม่ได้ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้รับของเช่นนี้ หานเซี่ยวมอบอุปกรณ์ให้เขาจริงๆ ขนมปังสุนัขที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็ตกใจเช่นกัน

นี่คือผลประโยชน์ของภารกิจลับงั้นหรอ?ตราบเท่าที่แสดงฝีมือดี ปีศาจทมิฬก็จะให้รางวัลเมื่อเขาชอบใจ?

หานเซี่ยวจงใจสร้างปืนพกสองกระบอกนี้ขึ้นเพื่อช่วยให้ดาบคลั่งทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่าคนของเขาทำงานได้ดี อาวุธคือสิ่งจำเป็น เมื่อมอบรางวัล ขนมปังสุนัขก็จะบันทึก และเมื่อมันออกอากาศ ผู้เล่นมากมายก็จะเห็น เช่นนั้น หลายคนก็จะคิดว่าหานเซี่ยวใส่ใจถึงราลวัลและยิ่งทำให้คนอยากเข้าร่วม’ภารกิจลับ’เขา

ทั้งหมดที่หานเซี่ยวต้องทำคือปืนพกง่ายๆ และด้วยความมีน้ำใจเล็กๆน้อย เขาก็จะทำเงินได้มากขึ้น

 

“ฉันคิดว่านายมีศักยภาพด้านการต่อสู้ นายควรเรียนทักษะต่อสู้ระยะประชิดบ้าง”หานเซี่ยวกล่าว ดาบคลั่งมีพรสวรรค์ในการต่อสู้และควรกลายเป็นนักสู้จักรกล เขาหวังว่าดาบคลั่งจะแข็งแกร่งเหมือนชีวิตก่อนหน้า

สิ่งที่หานเซี่ยวพูดได้ไปกระตุ้นดาบคลั่ง นั่นคือสิ่งที่เขากำลังคิดเหมือนกัน

หลังชี้แนะ หานเซี่ยวก็ขึ้นเฮลิคอปเตอร์และจากไป

 

“ปีศาจทมิฬไปแล้วครับ”ผู้ช่วยรายงานต่อลู่เฉิน

ลู่เฉินพยักหน้า เขาประทับใจในตัวหานเซี่ยวมาก”ดูแลเพื่อนของเขาให้ดี และสังเกตชาวบ้านแปลกๆจากหมู่บ้านหุบเขาเขียวด้วย ช่วยหาข้อมูลถึงเบื้องหลังพวกเขาด้วย”

เมื่อเฮลิคอปเตอร์มาถึงบริษัทฟาเรี่ยน หานเซี่ยวก็ขึ้นเครื่องบินขนส่งและตรงไปหมู่บ้านฝึกหัดในทวีปใต้ รอบนี้ เขาอยู่บนเครื่องบินนานเนื่องจากเขาต้องการบินข้ามมหาสมุทรไปยังหมู่บ้านฝึกหัดในทวีปตะวันตกและเหนือ บริษัทฟาเรี่ยนไม่ได้มีอำนาจมากบนสองทวีป เช่นนั้น มันจึงมีค่าใช้จ่ายสูงในการบินข้ามทวีป แม้จะมีส่วนลดมิตรภาพจากอันโตนิโอ้ ราคาก็ยังทำให้กระอักเลือดได้

บัญชีตาข่ายมืดเขายังมีทุนเพียงพอ และเขาก็มีแผนการมากมายเพื่อสะสมความมั่งคั่ง ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องเงินทุน

เมื่อเขาขึ้นเครื่องบิน หานเซี่ยวก็เริ่มสร้างแขนกลเขา ข้อได้เปรียบของการสร้างแขนกลคือโมดูลที่แตกต่างกันสามารถแยกกันได้แล้วและจากนั้นก็ประกอบเข้าด้วยกัน นี่จะช่วยลดความเสี่ยงและอัตราความสำเร็จของการสร้างก็จะสูงขึ้นด้วย

แม้เขาจะไม่มีพิมพ์เขียว แต่เขาก็มีความคิดของเขาเอง คุณสมบัติต่างๆของแขนกลที่สร้างขึ้นสามารถทำได้โดยการเลียนแบบแขนกลอื่นๆตามความทรงจำเขา[แขนกลน้ำหนักเบาอสรพิษ]เป็นอุปกรณ์ขั้นสูง มันแม่นยำและหาได้ยาก หากมีใครอยากได้รับพิมพ์เขียวมัน คนๆนั้นต้องผสานความรู้ขั้นกลางทั้ง4กลุ่มเข้าด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น เงื่อนไขก็จำเป็นอย่างมาก สิ่งที่จำเป็นต้องมีก่อนคือความเข้าใจคุณสมบัติของส่วนประกอบต่างๆภายในพิมพ์เขียว ดังนั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่ทุกคนจึงทำได้แค่ลองเสี่ยงโชค

พิมพ์เขียวบางอันต้องให้ผู้เล่นเข้าใจโมดูลก่อน นี่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพิมพ์เขียวของหุ่นยนต์ต่างๆ แขนกล เกราะและยานพาหนะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 169 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

247 ความคิดเห็น

  1. #129 champ0012 (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 05:31
    เงอะ จบตอนเสียแล้ว
    #129
    0
  2. #127 Icecy3935 (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 00:03
    อีกนานไหมครับมีฉากต่อสู้
    #127
    0