ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 163 : แลกเปลี่ยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    24 เม.ย. 63

หัวฉีด ท่อและถังเชื้อเพลิงของหนอนอาทิตย์ผสานเป็นหนึ่งเดียว มันดูเหมือนท่อโลหะที่หุ้มฉนวนกันความร้อน กว้างประมาณแขน มันสามารถมัดกับแขนหรือน่อง ดูคล้ายแมลงปีกแข็งและ’ก้ามปู’

เขาผูกหนอนอาทิตย์ไว้ด้านในแขนซ้ายเขาและมันก็ดูบวม อย่างไรก็ตาม น้ำหนักเช่นนั้นสามารถถูกเมินเฉยได้กับคนที่มีพละกำลัง69หน่วย

หนอนอาทิตย์เหมาะจะใช้เป็นโมดูลแขนกล และสามารถผสานเข้ากับแขนกลน้ำหนักเบาได้ หานเซี่ยวไม่อาจหยุดคิดความคิดใหม่ๆสำหรับแขนกลน้ำหนักเบาเขา เนื่องจากเขามีความคิดอยู่แล้ว รวมถึงเครื่องบินขนส่งของบริษัทฟาเรี่ยน เขาจึงเริ่มซ่อมแซมแขนกลก่อนเดินทางไปหมู่บ้านฝึกหัด

ในเวลานั้น ชายชาวเอเชียผมขาวทั้งหัวก็เดินมาหาเขา เขาจ้องปืนไรเฟิลซุ่มยิงผีของหานเซี่ยวและพึมพำอย่างอยากรู้”ใช่แล้ว มันคืออาวุธแม่เหล็กไฟฟ้า!”

จากนั้นเขาก็หันมาและถามหานเซี่ยว”เธอช่วยขายให้ฉันได้ไหม?ฉันจะจ่าย5....ไม่สิ 1ล้านเลย!”

หานเซี่ยวมองเขาสักพักและรู้สึกบางอย่าง แต่เขาก็แสร้งทำเป็นสับสนและถาม”คุณเป็นใคร”

“ฉันเหล่ยเจิ้งหยู ลู่เฉินเชิญฉันมาเป็นที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องจักร เธอดูเหมือนช่างกลเช่นกัน เธอควรเคยได้ยินชื่อฉัน”

หานเซี่ยวเงียบ

“อย่าบอกนะว่าเธอไม่เคยได้ยินชื่อฉัน หรือเธอเป็นช่างกลที่เรียนรู้เอง?”เหล่ยเจิ้งประหลาดใจ เขาส่ายหัวและกล่าว”ฉันอยากได้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงแม่เหล็กไฟฟ้านี้ เธอคิดเท่าไร?”

“หน้าผมเหมือนคนต้องการเงินงั้นหรอ?”หานเซี่ยวชี้ส่วนประกอบล้ำค่าบนที่นั่งรถบรรทุก

จากนั้นเหล่ยเจิ้งหยูก็เข้าใจ”เธอเป็นช่างกลที่เรียนรู้เอง ฉันสามารถสอนทักษะบางอย่างให้เธอได้เป็นการแลกเปลี่ยน เธอต้องการปรมาจารย์อย่างฉันเพื่อชี้แนะ การฟังคำพูดของผู้อาวุโสย่อมเป็นเรื่องดีสุด ฉันสามารถบอกได้ว่าลึกๆในใจเธอแล้ว เธอมักต้องการอาจารย์ ตอนนี้ ประตูได้เปิดต่อหน้าเธอแล้ว นี่คือโอกาส หากเธอพลาด เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต”

 

เขาไม่รู้ว่าปืนแม่เหล็กไฟฟ้านี้ทำโดยหานเซี่ยว จากสิ่งที่เขารู้ ช่างกลที่เรียนรู้เองมัก่ออนแอ ดังนั้น เขาจึงคิดสอนทักษะใหม่ให้หานเซี่ยว ในฐานะสุดยอดช่างกล เขาแทบไม่สอนคนอื่น ด้วยการมอบโอกาสให้หานเซี่ยว เขาคิดว่ามันคุ้มค่ากับการแลกปืนแม่เหล็กไฟฟ้า

คิ้วหานเซี่ยวกระตุก มันคือครั้งแรกที่เขาได้พบคนหน้าด้านและหลงตัวเอง

อันที่จริง หานเซี่ยวรู้จักเบื้องหลังเหล่ยเจิ้งหยู เขาเป็นสุดยอดช่างกลชื่อดังบนอความารีน ดังนั้น เขาจึงไม่ผิดที่พูดว่าเขาคือปรมาจารย์ เขาอยู่ในยุคเดียวกับเฒ่าหมานลู่และก็เกษียณมาหลายสิบปีแล้ว ทั้งเขาและเฒ่าหมานต่างมีมารยาทไม่ค่อยดีนัก

หานเซี่ยวรู้ว่าทำไมเหล่ยเจิ้งหยูถึงปรากฏที่แบล็คไพน์ มันข้องเกี่ยวกับภารกิจพิมพ์เขียวของเฒ่าหมาน และบังเอิญ เหล่ยเจิ้งหยูดันข้องเกี่ยวกับภารกิจลับนี้

ในอดีต ลู่เฉินได้ทอดทิ้งลูกสาวเขา ผู้อายุแค่ไม่กี่ปีและทิ้งเธอไว้ให้เฒ่าหมานลู่ดูแล เขาหายไปในป่าและกลายเป็นขุนพล เพราะเหตุการณ์นี้ เขาจึงได้สู้กับเฒ่าหมานลู่ ผู้ที่ไม่อาจเข้าใจทางเลือกของเขาได้ในเวลานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกค่อนข้างตึงเครียด ราวกับพวกเขาเป็นคนแปลกหน้า

ลู่เฉินค่อยๆไต่เต้าและกลายเป็นขุนพลที่แข็งแกร่งสุดบนทวีปใต้ เขามักเผชิญกับอันตรายเสมอ

ผิวเผิน เฒ่าหมานลู่ดูเหมือนจะไม่อยากข้องเกี่ยวกับลูกชายเขา แต่ทว่า เขาก็แอบตามลู่เฉินอย่างใกล้ชิดและแม้กระทั่งขอให้เพื่อนเก่าเขา เหล่ยเจิ้งหยูเดินทางไปแบล็คไพน์เพื่อช่วยและปกป้องลู่เฉิน ลู่เฉินไม่รู้ถึงความจริง เขาตกใจเมื่อคิดว่าตัวเองสามารถเชิญสุดยอดปรมาจารย์มาได้ด้วยตนเอง

นี่อาจเป็นช่วงเวลาสำหรับพิมพ์เขียวทั้ง4 เหล่ยเจิ้งหยูได้ออกแบล็คไพน์ไปด้วยเหตุผลอื่น เฒ่าหมานลู่ใช้วิธีอื่นเพื่อช่วยลู่เฉินเพราะเขาไม่ต้องการพบหน้าลูกชายด้วยตัวเอง เขาทิ้งพิมพ์เขียวไว้และออกเมืองหลวงตะวันตกไป ที่อยู่ปัจจุบันเขาไม่มีใครรู้

อาจเป็นสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าพ่อ ไม่มีสายพันธ์ใดผูกพันธ์เท่าสายสัมพันธ์ครอบครัว แม้เฒ่าหมานลู่จะเป็นตาแก่ตัวเหม็น เขาก็ยังมีความกังวล

หานเซี่ยวสงบอารมณ์และกล่าว”ผมอยากได้ความรู้ขั้นกลาง”

จากความทรงจำเขา เหล่ยเจิ้งหยูรู้ความรู้ขั้นกลาง แต่ผู้เล่นก็ยังไม่อาจได้รับความรู้จากเขา ถึงกระนั้น หานเซี่ยวก็ยังตัดสินใจลองดู

เหล่ยเจิ้งหยูกล่าวเคร่งขรึม”เจ้าหนู อย่าทะเยอทะยานมากไป เธอเป็นช่างกลที่เรียนด้วยตัวเอง มาตรฐานเธอไม่พอจะสามารถเข้าใจความรู้ขั้นกลางหรอก ให้ฉันสอนอย่างอื่นเป็นยังไง?”

“ไม่ ผมต้องการแค่ความรู้ขั้นกลาง.

“แต่เธอจะไม่เข้าใจ”
“นั่นก็ยิ่งดี คุณจะได้ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเรียนรู้มัน ผมแค่อยากดูสักชั่วโมง แค่ความอยากรู้อยากเห็นเฉยๆ?”

 

เหล่ยเจิ้งหยูพูดไม่ออก ความรู้ขั้นกลางล้ำค่าก และมันก็ถือเป็นไพ่ลับ แม้เขาจะอยากรู้โครงสร้างของปืนแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ก็ไม่คุ้มค่าที่จะแลกเปลี่ยนมันด้วยความรู้อันล้ำค่า แม้หานเซี่ยวจะบอกว่าเขาอาจไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่อยากเสี่ยง

เหล่ยเจิ้งหยูใคร่ครวญอยู่สักพักและยืนยัน”ฉันไม่อาจสอนความรู้ขั้นกลางให้เธอได้ แต่ฉันสามารถใช้ความรู้เพื่อนสร้างอาวุธเป็นการแลกเปลี่ยนได้”

แน่นอน มันไม่ง่ายที่จะได้รับความรู้ขั้นกลางเลย หานเซี่ยวเตรียมพร้อมสำหรับผลลัพธ์นี้และไม่หดหู่อะไร เขาพิจารณาข้อเสนอของเหล่ยเจิ้งหยูแทน หากเขาสามารถสร้างของเพื่อแลกกับของในระดับเดียวกัน มันคงไม่มีอะไรจะเสีย

อย่างไรก็ตาม ปืนไรเฟิลซุ่มยิงนี้แค่ผ่านการอัปเกรดมาหลายครั้ง หานเซี่ยวยังอยากใช้มัน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสร้างของใหม่เพื่อแลกเปลี่ยนกับเหล่ยเจิ้งหยู

หานเซี่ยวพยักหน้าเห็นด้วยและกล่าว”ผมจะสร้างอันใหม่ให้คุณ”

“เธอสร้างมันเองงั้นหรอ?!”เหล่ยเจิ้งหยูตะโกน เขาคิดว่าหานเซี่ยวเป็นพวกมือใหม่ และก็เป็นพวกเรียนด้วยตัวเอง เขาคิดว่าปืนถูกสร้างโดยคนอื่น น่าเสียดาย มันกลับตรงกันข้ามหมด

 

ทั้ง6ประเทศต่างลอบคิดค้นอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้ากัน และไม่มีใครมาถึงขั้นทดลองได้ หากเป็นแค่การสร้างอาวุธแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความเสถียร หานเซี่ยวและเหล่ยเจิ้งหยูนับว่ามีมาตรฐานเดียวกัน จากนั้นเหล่ยเจิ้งหยูก็จำได้ว่าเขาเพิ่งแสดงตัวเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไปก่อนหน้า แม้จะด้วยหน้าเหี่ยวๆ เขาก็ยังรู้สึกละอายใจและอึดอัด

ช่างน่าละอายที่มาอวดเบ่งทักษะต่อหน้าช่างกลในระดับเดียวกัน

โชคดี เหล่ยเจิ้งหยูหน้าหนา เขาแก้ไขทัศนคติตัวเองและปฏิบัติต่อหานเซี่ยวอย่างเท่าเทียม

ในเวลานั้น ทหารก็รีบวิ่งเข้ามาและกระซิบกับเหล่ยเจิ้งหยูว่าหานเซี่ยวคือนักฆ่าระดับตำนาน

เหล่ยเจิ้งหยูทำหน้าโง่งม จากนั้นก็สังเกตหานเซี่ยวสักพัก ช่างกลมากมายสามารถทำการทดลองได้ แต่ทว่า มันยากที่จะหาคนมีความสามารถการต่อสู้ ความชื่นชมเขาที่มีต่อหานเซี่ยวพุ่งจนถึงขีดสุด

ด้วยทักษะที่ดี มันย่อมมีคนชื่นชม

 

“ตามมาสิ ฉันจะแสดงห้องเก็บของฉันให้ดู”เหล่ยเจิ้งหยูกระแอมลำคอขณะพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัด วิธีที่เขาพูดกลับหานเซี่ยวดูเคารพยิ่งขึ้น

ทั้งคู่มาถึงเขตหวงห้ามภายในคลังแสง นี่คือที่ที่นักวิจัยระดับสูงอาศัยกัน บ้านของเหล่ยเจิงหยูเป็นห้องกว้างขวางพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกประเภท มีตู้เก็บไวน์และชั้นหนังสือที่ทำจากไม้คุณภาพสูง ซึ่งทั้งหมดไม่ได้ถูกเลน ตรงมุมห้อง มีเตียงนอนเล็กๆ เขาดูเหมือนจะมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่

เหล่ยเจิ้งหยูเปิดตู้ไวน์และใช้งานปุ่มประตูลับ ตู้ไวน์เลื่อนไปด้านข้างและเผยให้เห็นห้องเก็บของลับ จากนั้นเขาก็เรียกให้หานเซี่ยวเข้าไป ภายใน มีตู้กระจกแถวหนึ่งข้ามกำแพงและมีอาวุธหลายชนิด เหล่ยเจิ้งหยูเดินตรงไปยังชั้นวางของในสุด

 

“ฉันมีของ4รายการที่สร้างขึ้นเองโดยใช้ความรู้ขั้นกลาง ฉันจะแนะนำให้เธอรู้จักพวกมัน”เหล่ยเจิ้งหยูชี้ตู้กระจกและเริ่มพูดไม่ชัด

ความรู้ขั้นกลางของเหล่ยเจิ้งหยูมุ่งเน้นที่การดัดแปลงขนาดเล็ก อาวุธขั้นกลางเหล่านี้ล้วนข้องเกี่ยวกับนาโน

เม็ดชีวภาพ’ประเภทรักษา’ มันดูเหมือนสารสีดำหนา แต่ที่จริงแล้วมันสามารถแบ่งเป็นเม็ดนาโนพิเศษได้ พวกมันจะแทรกซึมไปในร่างกาย เมื่อได้รับบาดเจ็บ ติดพิษหรือเลือดออก พวกมันจะช่วยให้หายจากสถานการณ์ข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดพิษหรือเร่งการแข็งตัวของเลือด มันนับเป็นยาสิ้นเปลือง”

เมมเบรนกันกระสุนคอลลอยด์U9 มันดูเหมือนกระจกธรรมดา แต่ทว่าเมื่อมันได้รับแรงสั่นสะเทือนใดๆ มันจะกลายเป็นไม่เสถียรเพื่อต่อต้านพลังงานจลน์และจากนั้นก็จะแข็งตัวเพื่อดักจับวัตถุ ตัวอย่างเช่น เมื่อกระสุนถูกยิงเข้าใส่ กระสุนจะติดแหง่ก ราวกับมันงอกออกจากภายใน แม้มันจะดูเหมือนกระจกใส แต่ก็มีการป้องกันสูงและไม่เสียหายง่ายๆ มันเหมาะสุดสำหรับการทำเสื้อเกราะกันกระสุน

โฟมเฟอมี่ มันเป็นอาวุธลักษณะคล้ายโฟมโกนหนวดและสามารถฉีดใส่อาวุธเพื่อทำให้อาวุธเย็นลง มันจะลดเวลาคูลดาวน์และจากนั้นก็จะแก้ระบบติดขัดของอาวุธอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่นเวลาคูลดาวน์ของหนอนอาทิตย์คือ20วินาที ด้วยการใช้โฟม เวลาคูลดาวน์จะลดลงเหลือแค่3-5วินาที

เส้นใยนาโนสังเคราะห์PE-0 คล้ายกับเส้นเอ็นทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิต มันเป็นวัสดุนาโนสีดำเงางาม การบิดหรือการยืดมันจะทำให้เกิดความยืดหยุ่นอย่างเหลือเชื่อ

หานเซี่ยวสามารถแลกปืนกับหนึ่งในของเหล่านี้ได้

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

247 ความคิดเห็น