ตำนานราชาแห่งจักรกล(The legendary mechanic)

ตอนที่ 116 : วิธีบ้าๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 227 ครั้ง
    15 มี.ค. 63

“เราควรลงมือตอนไหน?”

“ได้ทุกเวลา”ถังซูตอบกลับ

หานเซี่ยวพยักหน้าตกลง

ในชีวิตก่อนเขา กิลด์ขนาดใหญ่ได้ค้นพบภารกิจรางวัลรวมนี้ เพื่อผลกำไรสูงสุด กิลด์จึงประกาศข่าวภารกิจลงบนฟอรัม ดึงดูดผู้เล่นจำนวนมาก นี่ทำให้รางวัลเพิ่มสูงขึ้นและในที่สุด พวกเขาก็สามารถบรรลุภารกิจ ได้รับรางวัลจำนวนมาก

ตอนนี้ หานเซี่ยวคือคนแรกที่ทำภารกิจและแม้เขาจะไมได้สะสมรางวัล รางวัลพื้ฯบานก็นับว่ามากแล้ว ความยากหลักของภารกิจนี้คือทุกคนที่ครอบครองวัตถุโบราณจะสูญเสียมันเมื่อถูกฆ่า ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้เล่นสูงขึ้น ดังนั้น ภารกิจจึงยากกว่าปกติ แต่ทว่า ในกรณีของหานเซี่ยว การขโมยของจากพิพิธภัณฑ์เป็นงานที่ง่ายกว่า

หานเซี่ยวไม่มีคู่แข่งอื่น ดังนั้นจึงตัดสินใจลงมือทันที

ถังซูเหลือบมองและหันมาถูมือเขา

 

“เราจะแบ่งรางวัลกันยังไง?”เขาถามด้วยรอยยิ้ม

หานเซี่ยวโบกมือ”ฉันไม่ต้องการรางวัลของนาย รีบลงมือกันเถอะ-ฉันมีเวลาทำงานน้อย”

เมื่อได้ยินว่าหานเซี่ยวไม่ต้องการรางวัล ถังซูก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

เดี๋ยวนะ หากเขาไม่ได้มาเพื่อเงิน ทำไมเขาถึงมาร่วมการปล้นด้วยละ?

หัวใจของหลี่ซินเริ่มเต้นกระหน่ำ และภาพฉากมากมายก็ผุดขึ้นในหัวเธอ สองมือเธอวางอยู่บนหัวใจ และจ้องหานเซี่ยวด้วยความหลงใหล”อาจเป็นเพระฉัน.....”

“เธอคิดมากไป”

หานเซี่ยวและถังซูใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงเพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์อีกฝั่งของเมือง

มันเป็นเวลาดึกแล้ว ดังนั้นประตูพิพิธภัณฑ์จึงปิดและถนนรอบๆก็ร้าง อย่างไรก็ตาม กล้องวงจรปิดยังคงทำงานอยู่

ทั้งสองซ่อนตัวในซอยฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ ถังซูกางแผนที่และอธิบายแผน

“พิพิธภัณฑ์เทศบาลมีทั้งหมดสามชั้น ชั้นแรกและสองเป็นโถงนิทรรศการและชั้นสามเป็นส่วนของพนักงาน นี่คือพิมพ์เขียว เป้าหมายเราอยู่พื้นที่จัดแสดงทางเหนือของชั้นสอง ฉันได้ทำการสำรวจแล้ว มีตู้โชว์มากมายทีท่ติดสัญญาณเตือนภัยเลเซอร์และเครื่องตรวจจับ หากเราเข้าไปใกล้หนึ่งเมตร มันจะส่งสัญญาณเตือนภัย มียามประจำอยู่รอบๆพิพิธภัณฑ์ และเราก็ไม่อาจทำให้พวกเขาตื่นตัวได้ แผนคือลอบเข้าจากหน้าต่างชั้นสามและจากนั้น....เห้ เห้!นั่นนายจะไปไหน?”

 

ถังซูยังพูดไม่จบ แต่หานเซี่ยวก็เดินไปทางประตูพิพิธภัณฑ์บนถนนใหญ่ ถังซูไม่อาจเรียกเขากลับได้ทันขณะที่หานเซี่ยวยกเท้าและเตะประตูจนปลิว เสียงของประตูดังไปทั่วถนน

ถังซูตกตะลึง

เกิดบ้าอะไรขึ้น!แล้วแผนลอบขโมยละ?

หานเซี่ยวหันไปหาถังซูและตะโกน”ยืนฝันหวานอะไรอยู่?เข้าไปสิ”

“นั่นนายทำบ้าอะไร?!”ถังซูตกตะลึง

“แผนของนายซับซ้อนเกินไป มันก็แค่พิพิธภัณฑ์ อย่างมาก ก็มีตำรวจแค่ไม่กี่คน อย่าเสียเวลาเล่นAssasin’Creedเลย การเล่นเป็นนักรบเถื่อนย่อมเหมาะกว่า”

 

ถังซูสังเกตเห็นผู้อยู่อาศัยโผล่หัวออกจากหน้าต่าง อยากรู้เกี่ยวกับแหล่งที่มาของเสียงและบางคนก็โทรหาตำรวจภายในสามนี ถังซูไม่มีทางเลือกนอกจากตามหานเซี่ยวไป เขาทำได้แค่หวังว่าหานเซี่ยวจะเชื่อถือได้จริงๆ แม้จะไม่น่าเป็นไปได้ก็ตาม

ทั้งสองวิ่งหาเป้าหมายบนชั้นสอง หานเซี่ยวทุบตู้โชว์โดยไม่ลังเลและนำวัตถุโบราณทั้งสิบออกมา พฤติกรรมที่รุนแรงเช่นนี้ทำให้เกิดสัญญาณเตือนทันที และยามของพิพิธภัณฑ์ก็ต่นขึ้นจากการนอนหลับ

 

“ขโมย!”

“จับพวกมัน!”

หานเซี่ยววิ่งหนีไปพร้อมกับวัตถุโบราณในอ้อมแขน ขณะที่ถังซูรีบวิ่งตามมา

ในไม่ช้าพวกเขาก็กลับไปยังทางเข้าพิพิธภัรฑ์ เห็นแค่ตำรวจ4นายที่กำลังขวางทางวพกเขา

หานเซี่ยว ด้วยวัตถุโบราณในแขน เขาไม่อาจยกหมัดขึ้นได้ ดังนั้นจึงบอกถังซู”มันถึงเวลาเฉิดฉายของนายแล้ว”

ถังซูชี้ตัวเองด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ”ฉันเหมือนคนที่สามารถสู้ได้อย่างนายรึไง?นายเลือกแผนนี้ นายก็ควรเป็นคนแก้สถานการณ์สิ”

ขณะที่ยังคงคุยกัน ยามก็พุ่งพรวดมา

 

“หยุดลังเลได้แล้ว”หานเซี่ยวเตะก้นของถังซูและพุ่งใส่ยาม”นั่น ฉันเพิ่มให้นาย!”

เหล่ายามเหวี่ยงกระบอง ถังซูรู้สึกหวาดกลัว และเขาก็หยิบชะแลงออกมาเพื่อปกป้องตัวเองและต่อสู้กับยาม อย่างไรก็ตาม หัวของเขากลับถูกทุบตีจนผิดรูบ เขาไม่อาจรับความเจ็บปวดได้และรีบวิ่งไปหาหานเซี่ยว”มันเป็นไปไม่ได้ ฉันอ่อนแอเกินไป”

“จิ๊ ฉันจะสอนคาถาลึกลับที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้นายสองเท่า พูดตามฉัน ย๊า!”

จากนั้น หานเซี่ยวก็เตะถังซูกลับไปยังกลุ่มยามขณะที่เขายังคงสับสนกับเหตุการณ์

ถังซูไม่อาจขัดคืนหานเซี่ยวได้และโกรธมาก เขาทำได้แค่ระบายความโกรธเขาโดยการต่อยยามและสามารถโค่นยามได้สองคน แต่ทว่า ในไม่ช้าเขาก็ถูกฟาดใส่หลังหัวโดยยามคนหนึ่นงและเหตุนั้น ดาวก็เริ่มหมุนรอบดวงตาเขา เขาวิ่งกลับไปหาหานเซี่ยว ร้องออกมาอย่างหมดหวัง”ฉันทำไม่ได้จริงๆ ฉันขอร้องนาย นายมีปืน และนายก็สามารถต่อสู้ได้ นายช่วยจัดการพวกมันได้ไหม?!”

“ช่วยไม่ได้ละนะ”หานเซี่ยวไม่ขยับนิ้ว และไม่ลังเล เขาเตะถังซูกลับไปสู้เป็นครั้งที่สาม”ฉันจะสนับสนุนนายด้วยจิตวิญญาณและหากนายต้องการจริงๆ ฉันจะมอบบัฟเพื่อเพิ่มความสามารถนายให้”

 

ถังซูอยู่ในจุดย่ำแย่ ท้ายที่สุดเขาก็หมดแรงหลังทุ่มความพยายาม ใบหน้าเขาถูกทารุณอย่างเต็มที่และหอบอย่างหนัก ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนมีลมพัดผ่าน-หานเซี่ยววิ่งออกประตูไป

 

“นายควรรอฉัน!”ถังซูติดตามไป โกรธและเหนื่อย

เมื่อทั้งสองเดินผ่านซอยและร้านขายของชำ หานเซี่ยวก็ทุบประตูและค้นหากระเป๋าสะพายหลายใบจากร้าน จากนั้นเขาก็วางวัตถุโบราณใส่ในกระเป๋าและยัดฟองน้ำกันความเสียหาย เขารู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังล้างมือ

ทันใดนั้นสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น และตำรวจ4นายที่กำลังลาดตระเวนอยู่ก็รีบวิ่งไป พวกเขาขวางทางเข้าซอย เมื่อเห็นหานเซี่ยวที่กำลังแบกกระเป๋า พวกเขาก็ชักปืนทันที

 

“อย่าขยับ!”

ข้างๆ ถังซูทำหน้าโง่งม

ทันใดนั้น หานเซี่ยวก็คว้าคอของถังซูและใช้เขาเป็นโล่ เขาหยิบปืนพกออกมาเล็งหัวถังซู”วางปืนลงกับพื้น!ฉันมีตัวประกัน!”

ถังซูตกตะลึงเกินจะเข้าใจ

นี่มันแผนบ้าอะไรกัน?!

ตำรวจ4นายมีสีหน้าเหลือเชื่อ พวกเขาหมดคำพูด ตำรวจหนุ่มจึงอดพูดไม่ได้”คุณกำลังพยายามจะหลอกเด็กรึไง?เขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของคุณ!”

“จิ๊ เดาอยู่แล้วว่าแผนของไม่ได้ผล”หานเซี่ยวเย้ยหยัน

ถังซูหันมาและตะโกนใส่หานเซี่ยว”นี่นายคิดจริงๆว่ามันจะสำเร็จงั้นเรอะ?!”

“อืม ฉันแค่พยายามเสี่ยงโชค เราไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว”

 

จากนั้นหานเซี่ยวก็โยนกระเป๋าใส่มือของถังซูและคว้าคอเสื้อเขา ภายในเสี้ยววินาที เขาเปิดใช้งานรองเท้าแม่เหล็กไฟฟ้าและวิ่งไปยังปากซอย ตำรวจ4นายตกตะลึงกับความเร็วและยิงปืน แต่เกราะแม่เหล็กกลับเบี่ยงกระสุนไปทุกนัด

หานเซี่ยวไขว้แขนและใช้ความเร็วสูงสุดในการเคลื่อนที่ เขารีบวิ่งไปหาตำรวจเหมือนลูกโบว์ลิ่ง

Strike!

ลมพัดผ่านพวกเขา และปากของถังซูก็เปิดกว้าง ส่วนเขาก็ถูกหานเซี่ยวลากไป ลมแรงไหลลงคอเขาและริมฝีปากเขาก็สั่นไหว

แม้หานเซี่ยวจะเก็นสภาพย่ำแย่ของถังซู เขาก็ยังตัดสินใจเพิ่มความเร็ว

...

มันเป็นบาร์ในเมืองนกนางรวล แสงเจิดจ้า และเพลงก็ดังกระหึ่ม ฟลอร์เต้นเต็มไปด้วยชายหญิงที่โยกย้ายร่างกายด้วยท่าทางมึนเมา มันให้บรรยากาศหรูหรา

ภูเขาไฟและนักล่าต่างก็มีสาวสวยอยู่ข้างๆ โอบกอดพวกเขาไปทั่วร่าง โต๊ะเต็มไปด้วยขวดเหล้า

ทั้งคู่เมากันเล็กน้อยขณะเดินออกบาร์พร้อมสาวสวย พวกเขาตั้งใจไปพักโรงแรมใกล้เคียง

หลังก้าวไปในซอยเล็กๆ นักล่าก็เหยียบลงแอ่งน้ำนิ่ง เสียงของน้ำที่สาดกระจายดังชัดในซอยที่เงียบสงัด

ลมยามค่ำคืนพัดผ่าน และทั้งสองก็เริ่มระมัดระวัง

แม้จะเมา พวกเขาก็ยังคงตื่นตัว สังเกตสภาพแวดล้อมอยู่เสมอ พวกเขาสังเกตเห็นคนติดตามจากแผนก13ก่อนหน้า แต่ก็เลือกไม่ใส่ใจ

แต่ทว่า พวกเขากลับไม่ตระหนักว่าในอากาศด้านหลังพวกเขา มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังเบิกกว้าง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 227 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

243 ความคิดเห็น

  1. #208 sornram123 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:06
    พระเอกปักธงแล้วก็หักธง
    #208
    1