โลกแห่งมอนสเตอร์(Monster Paradise)

ตอนที่ 63 : นกกระจอก : จอมกินสมอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    2 ก.ค. 62

ปีกสีดำของนกกระจอกยาวประมาณ2เมตรและมีแถบสีเหลืองบนท้องมัน หัวของพวกมันมีสีดำและแฉพาะตัวที่อยู่ในระดับทองที่จะมามงกุฏสีทองบนหัวพวกมัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะเลื่อนขั้นเป็นระดับทอง รูปร่างของพวกมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง มันจะยากที่จะแยกแยะพวกมันออกจากกันหากไม่สังเกตอย่างดี

หลังจากสักพัก หลิน ฮวง ก็เห็นนกจอมทะลวงระดับทองแวบหนึ่ง แต่ทว่า นกกระจอกระดับทองได้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางฝูงมันและหายไปจากมุมมองอย่างรวดเร็ว

นกจอมทะลวงไม่ได้ดุร้าย แม้ว่าพวกมันจะมีกรงเล็บที่แหลมคมมาก พวกมันก็อ่อนแอ นอกจากนี้ แม้พวกมันจะมีจงอยที่แหลม แต่จงอยพวกมันก็สั้น

แต่ มันจะเป็นข้อผิดพลาดครั้งใหญ่หากประเมินพลังการต่อสู้ของพวกมันด้วยรูปร่าง

แม้มันจะมีกรงเล็บที่ดูอ่อนแอ แต่นกกระจอกก็มีกรงเล็บที่แข็งแกร่งพอกับเหล็กกล้า พวกมันไม่มีปัญหาเลยในการล่าเหยื่อที่มีน้ำหนักมากกว่า300กิโลกรัม

จงอยสั้นๆของพวกมันมีพลังโจมตีที่น่ากลัวและความเร็วการโจมตีของพวกมันเหนือกว่าเครื่องขุดเจาะ ในเวลาไม่กี่วินาที พวกมันสามารถแทงผ่านกระโหลกมอนสเตอร์เช่นมอนสเตอร์ทรายและกินสมองพวกมัน

สมองคือของโปรดของพวกมัน หากสมองไม่สามารถตอบสนองต่อความหิวได้ งั้นพวกมันก็จะฉีกร่างของเหยื่อและเริ่มกินไขมันและอวัยวะของพวกเขา ในเวลาอันสั้น พวกมันรักที่จะกินอาหารเหนียว นุ่มและชุ่มชื้น

เช่นเดียวกับตอนนี้ มันอันตรายมากเมื่อยานบินถูกล้อมโดยฝูงนกกระจอก นี่เป็นเพราะนกกระจอกมีความเร็วการโจมตีที่น่าสะพรึง

ก่อนที่จะซื้อตั่วบิน เขาได้ตรวจสอบความปลอดภัยของยานคริสตัลปีศาจและความปลอดภัยของพวกเขาสูงถึง99.8%ด้วยอัตราอุบัติเหตุที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม การมาของฝูงนกที่นำโดยราชานกกระจอกระดับทองไม่ได้อยู่ในการคาดเดา หลิน ฮวง อดที่จะกังวลมันไม่ได้

พวกมันเริ่มเปิดฉากโจมตีทันทีที่มันล้อมรอบยานบิน

บางตัวได้คว้าชั้นของฟองอากาศที่ล้อมรอบยานบินด้วยกรงเล็บของพวกมันขณะที่ตัวอื่นๆใช้จงอยของพวกมันในการโจมตี

ยานบินเริ่มสั่นสะเทือนเมื่อมีการโจมตี

เพื่อตอบโต้การโจมตีของนกจอมทะลวง ชั้นของฟองอากาศได้ปล่อยรังสีสีม่วงออกมา นกหลายตัวถูกระเบิดในทันที

หลิน ฮวง รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นภาพผ่านหน้าต่าง ฟองอากาศเกิดจากวัตถุที่ไม่รู้จักเนื่องจากมันมีพลังการป้องกันในชั้นของฟองอากาศ นกกระจอกถูกระเบิดหรือหล่นไปบนพื้นเพราะกระแสไฟฟ้าที่ช็อตพวกมัน

จำนวนของนกกระจอกในท้องฟ้าได้ลดลงอย่างมหาศาลโดยมาตรการโต้ตอบ แต่ทว่า วิกฤติก็ยังไม่หมดไปเพราะ นกกระจอกระดับทองได้ปรากฏขึ้น มันจิกใส่ฟองอากาศซ้ำๆและความเร็วของมันช่างน่าเหลือเชื่อ กระแสไฟฟ้าที่กระทบกับร่างกายพวกมันไม่ได้ผลใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วของมันกลับไม่ลดลงเลยด้วย

ชั้นป้องกันถูกโจมตีโดยนกกระจอกระดับทองอย่างรุนแรง ส่งผลให้การสั่นสะเทือนมันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

หน้าต่างในห้องของหลิน ฮวง ยังคงไม่หยุดสั่น เมื่อมองผ่านหน้าต่าง เขาสามารถเห็นการโจมตีของนกกระจองมงกุฏทองได้ เขารู้สึกราวกับชั้นป้องกันของยานจะแตกได้ตลอดเวลา เขาไม่อาจหยุดคิดเกี่ยวกับม่านป้องกันที่ปรากฏและฝูงนกกระจอกนับไม่ถ้วนได้ ตามด้วยภาพของนกกระจอกที่กำลังกินสมองของพวกเขา

 

“ฉันหวังว่าบุฟเฟ่สมองจะไม่เกิดขึ้นที่นี่...”หลิน ฮวง กล่าวด้วยอาการระทึกขณะที่เขาพยายามจะลืมเรื่องนี้

 

ในห้องนักบิน ชายชราคนหนึ่งต้องการที่จะสู้กลับขณะที่เขาเห็นการโจมตีของนกกระจอกมงกุฏทอง ก่อนที่ชายชราจะได้ตอบโต้มัน คนๆหนึ่งก็ปรากฏจากด้านบนของยานและบินไปในท้องฟ้า ชายชราหยุดนิ่งในทันทีและหัวเราะพร้อมกับส่ายหัว”คนหนุ่มสมัยนี้ช่างใจร้อนเสียจริง”

“มีระดับหลุดพ้นบนยานบินไหม?!”

หลิน ฮวง รู้สึกทึ่งขณะที่เขาเห็นการปรากฏตัวที่ฉับพลัน เขาจ้องมองและตระหนักว่ามันคือชายหนุ่มที่มีปีกคู่สีทองบนหลังเขา”มันคืออาวุธระดับทองที่บินได้”เขาคิด อย่างตกใจกับภาพที่เห็น

อาวุธบินถือเป็นของหายากมาก ดังนั้นราคาของพวกมันจึงแพงกว่าอาวุธระดับเดียวกันอย่างน้อย10เท่า อาวุธบินระดับทองคืออาวุธที่เกือบจะทรงพลังที่สุดด้วยความสามารถของมันและราคาของมันเกือบจะเท่ากับสมบัติโบราณ แน่นอน มันต้องมีเบื้องหลังที่แข็งแกร่งเช่นกัน

หลิน ฮวง รู้สึกว่าชายหนุ่มที่มีปีกสีทองนั้นดูคุ้นเคย ในไม่ช้า เขาก็นึกถึงชายที่เขาได้ยินจากบาร์ หลี่ เอี้ยนซิง นักล่าระดับทองลำดับที่5

เขาเคยเป็นที่จับตามองของหลายๆสื่อและหลิน ฮวง ก็เห็นเขาปรากฏตัวในข่าวอยู่หลายครั้ง ดังนั้นเขาจึงจำได้ในทันที

แม้ว่าหลี่ เอี้ยนซิงจะอายุ27ปีแล้ว เขาก็ดูราวกับคนอายุ20ปี เขาสูง หล่อและมีเสน่ห์ขณะที่เขาบินด้วยปีกสีทองขนาดใหญ่

หญิงสาวที่แต่งงานแล้วและโสดจำนวนมากบนยานล้วนกรีดเสียงร้องเชียร์เขาเมื่อพวกเธอเห็นเขาบินในท้องฟ้า

หลิน ฮวง ต้องยอมรับว่าเขามีเสน่ห์ต่อหญิงสาวมากด้วยความสามารถของเขาและรูปลักษณ์ของเขา

 

“บ้าเอ้ย เจ้าสัตว์ร้าย!”หลี่ เอี้ยนซิงตะโกน ร่างของเขาดูเหมือนจะกลายเป็นลำแสงไฟฟ้าสีทองและพุ่งเข้าใส่นกกระจอกมงกุฏทอง

 

เมื่อเขาทะลุผ่านฟองอากาศ หลิน ฮวง สังเกตเห็นตราที่แขวนอยู่รอบเอวเขาสว่างขึ้น

หลิน ฮวง คาดเดาว่ามันคือตราพิเศษของชนชั้นสูง หากมันไม่ใช่ งั้นมันก็ต้องถูกมอบให้โดยกัปตัน โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลของมัน มันต้องมีอะไรที่พิเศษเกี่ยวกับตรานั่นขณะที่เขาสามารถบินผ่านฟองอากาศได้ตามใจชอบ

หลี่ เอี้ยนซิงกำลังถือดาบยาวสีดำไว้ในมือเขาและโจมตีนกกระจอกมงกุฏทองด้วยการฟันเฉียง

แม้ว่าดาบจะมีสีดำ แต่มันไม่ใช่ดาบระดับเหล็ก มันคือสมบัติโบราณที่แท้จริง

หลิน ฮวง เปิดตากว้างเมื่อเขาเห็นการโจมตีของหลี่ เอี้ยนซิง การฟันของเขามันได้สร้างลำแสงพลังชีวิตสีทองขึ้นในอากาศ มันคล้ายกับจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ตัดผ่านไปทางนกกระจอกมงกุฏทอง ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาได้ตัดผ่านคอของมัน

หลังจากที่หัวของนกกระจอกมงกุฏทองถูกตัดขาด เลือดจำนวนมากก็ไหลพุ่งออกจากบาดแผล ขณะที่ศพของมันกำลังตกพื้น หลี่ เอี้ยนซิงก็คว้ามันกลางอากาศและเก็บมันไว้ในช่องเก็บของเขา

เขาไม่สนใจที่จะเหลือบมองนกที่เหลือ นกกระจอกที่เหลือเริ่มจะหนีไปเมื่อผู้นำของพวกมันถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาและวพกมันก็รู้ดีว่าพวกมันได้ยั่วยุตัวอันตรายเข้าให้แล้ว

หลี่ เอี้ยนซิงหันหลัง และบินกลับมาที่ด้านบนของยาน

หลิน ฮวง สังเกตเห็นว่าขณะที่เขาผ่านฟองอากาศ ตรารอบเอวของเขาก็ได้สว่างขึ้นอีกครั้ง นี่ทำให้เขามั่นใจว่าเขาน่าจะคิดถูก

ยานบินได้กลับคืนสู่สภาพปกติทันทีที่พวกเขากำจัดฝูงนกไป ในไม่ช้า สถานการณ์ก็ถูกแจ้งโดยพนักงานของยาน ผู้คนเริ่มออกจากห้องของพวกเขาอีกครั้งและความมีชีวิตชีวาก็ฟื้นคืนสู่ยานบิน

หลิน ฮวง ไม่ได้เข้าร่วมกับพวกเขา เขาเริ่มคิดถึงการโจมตีของหลี่ เอี้ยนซิง

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงดาบเดียว หลิน ฮวง ก็มั่นใจว่าหากมันเป็นการ์ดทักษะ มันจะต้องอยู่ในระดับหายากเป็นอย่างน้อย

เขาเก็บของในห้องเขา และเริ่มฝึกฝนเทคนิคที่เขาได้เห็นมาเมื่อสักครู่....

 

ปล.หลิน ฮวง จ้าวแห่งการก็อปปี้ 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

25 ความคิดเห็น