โลกแห่งมอนสเตอร์(Monster Paradise)

ตอนที่ 41 : คุณยอดเยี่ยมมาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    9 มี.ค. 62

หลิน ฮวง ถึงกับงานล้นมือเป็นเวลาสองวัน

ทุกคนที่ถูกส่งมาหาเขาโดยหยี่ เยว่หยู่ ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ พวกเขาอยู่ในระดับเหล็กขั้น2เป็นอย่างน้อย บางคนเป็นระดับเหล็กขั้น3

เพื่อทำให้เรื่องแย่ลง พวกเขาไม่มีความสุขเมื่อพวกเขาพบว่าพวกเขาต้องฟังคำสั่งของหลิน ฮวง เป็นเวลาสองวัน มันดูไร้สาระสำหรับพวกเขาเพราะหลิน ฮวง ยังไม่เป็นแม้กระทั่งระดับเหล็ก

เมื่อไม่รู้ว่าควรทำอะไรดี หลิน ฮวง จึงเรียกไทแรนด์มาเพื่อล้มพวกเขาบางคนเมื่อพวกเขาไม่ฟังคำสั่ง หลังจากนั้น พวกเขาก็เชื่อฟังอย่างสนิทใจ

แม้ว่าหลิน ฮวง จะไม่ได้มีความสามารถที่ทรงพลัง แต่ตัวตนของเขาในฐานะผู้ควบคุมก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนกลัวทันทีที่พบเห็น เมื่อบางคนได้ยินว่าเขามีมอนสเตอร์ถึงสองตัวและเขาเป็นผู้ควบคุมอัจฉิรยะ พวกเขาก็จำต้องกัดกระสุนและฟังเขาโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด

ในขณะเดียวกัน หยี่ เยว่หยู่เองก็ยุ่งมาก เธอมีข้อจำกัดในการใช้งานประตูไม้เขียว และเธอสามารถใช้มันได้10ครั้งต่อวันเท่านั้น มันมี70-80คนที่ยังประเมินอยู่และพวกเขาล้วนกระจัดกระจายอยู่ในตำแหน่งที่ต่างกัน

เธอต้องหาเจ้าหน้าที่เพื่อรวบรวมสมาชิกที่อยู่ใกล้กันและนำพวกเขาทั้งหมดกลับมาภายในสามวัน

หยี่ เยว่หยู่ ได้เช่าห้องประชุมที่ชั้นหนึ่งของโรงแรมและรวบรวมผู้เข้าร่วมการประเมินทั้งหมดไว้ที่นั่น

เมื่อเห็นว่าบางคนถูกทำร้าย เธอก็รู้ดีว่าหลิน ฮวง กำลังทำให้พวกเขาเชื่อฟัง เมื่อทุกคนปรากฏขึ้น หยี่ เยว่หยู่ ก็ประทับใจกับวิธีการของเขาและตัวหลิน ฮวง มากขึ้น

หลังจากที่มองทุกคนอย่างรวดเร็วเพื่อให้แน่ใจ เธอก็เริ่มพูด

 

“ฉันพนันได้เลยว่าทุกคนล้วนมีคำถามมากมายในใจ ว่าทำไมฉันจึงรวบรวมทุกคนมาที่นี่และทำไมพวกเธอจึงไม่ได้รับอนุญาติให้ออกไป ให้ฉันอธิบายเหตุผล โปรดอย่างเป็นกังวลไป”
“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เราสังเกตเห็นว่ามอนสเตอร์จากเขตทะเลทรายได้มุ่งไปยังทุ่งหญ้าทางตะวันออกของเทือกเขาหิมะ ที่มีระยะห่างกันนับพันกิโลเมตร พวกมันได้โจมตีมนุษย์อย่างโหดเหี้ยม และไม่กลัวความตาย หลังจากการสืบสวน พวกเราคิดว่ามันเป็นไปได้ที่จะมีจ้าวแห่งมอนสเตอร์ที่มีความสามารถในการควบคุมมอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้น”เธอกล่าวอย่างสงบ

 

ทุกคนต่างตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่หยี่ เยว่หยู่กล่าว

จ้าวแห่งมอนสเตอร์ไม่ใช่เรื่องตลก เหตุผลที่ว่าทำไมเมืองขนาดกลางเกรดCจึงจำต้องมีจ้าวแห่งนักล่าเฝ้าพิทักษ์อยู่ก็เพราะการดำรงอยู่ของจ้าวแห่งมอนสเตอร์ตนอื่นๆ

จ้าวแห่งมอนสเตอร์สามารถที่จะนำกองทัพมอนสเตอร์และบุกทำลายเมืองขนาดกลางที่มีประชากรนับพัน ได้ภายในคืนเดียว

 

“แต่ทว่า...ไม่ต้องกังวลไป สมาคมได้ส่งจ้าวแห่งนักล่ามาหาเรา เขาควรจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ เขาจะสืบสวนสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียงและมองหาสาเหตุของเหตุการณ์นี้ เมื่อปัญหาถูกแก้ไขแล้ว ฉันจะพูดคุยกับเบื้องบนเพื่อประเมินหรือบางทีอาจจะให้ทุกคนที่เดินไปไกลกว่าครึ่งแล้วผ่านทั้งหมด อย่างที่กล่าว โปรดอดทนและรออยู่ภายในเมือง”เธอพูด เมื่อนั้น บรรยากาศอันแสนอึดอัดภายในห้องก็ผ่อนคลายทันที

 

ทุกคนที่อยู่ที่นี่มาพร้อมกับเป้าหมายในการเป็นนักล่าสำรอง มันจะเหมือนกับการชนะรางวัลแจ็คพ็อตสำหรับพวกเขาหากเบื้องบนให้พวกเขาผ่านทั้งหมด

ในความเป็นจริง สมาคมนักล่าไม่ได้เข้มงวดมากนักในการประเมินนักล่าสำรอง

มันคือหัวหน้าผู้ตรวจสอบที่จะส่งรายงานการประเมินและมาตรฐาน

อัตราการผ่านมันไม่แตกต่างไปจากสมาคม แต่ด้วยสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากปกติมาก หยี่ เยว่หยู่ จึงได้ยื่นรายงานให้กับฝ่ายบริหาร

ทุกคนต่างสงบลงหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเธอ

 

อย่างไรก็ตาม มีบางคนได้ยกมือของพวกเขาขึ้น”หากเมืองนี้ไม่ปลอดภัย พวกเราจะสามารถขี่อินทรีและไปเมืองอื่นได้ไหม?”

“มันอาจจะไม่ปลอดภัยที่จะขี่อินทรีในตอนนี้”เธออธิบาย

“มันจะถูกโจมตีโดยฝูงห่านขนขาวที่ฉันเคยพบเมื่อตอนปีนเทือกเขา แม้ว่าอินทรีจะเร็วกว่าห่าน หากมันถูกล้อมรอบด้วยฝูงห่านเหล่านั้น ความเป็นไปได้มันก็เกือบจะเป็น0”หลิน ฮวง กล่าวในนามของหยี่ เยว่หยู่

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่หลิน ฮวง บอก ทุกคนก็ยอมแพ้ที่จะหลบหนีไปบนหลังนกอินทรี

หลังจากที่การประชุมจบลง ทุกคนก็ออกไปพร้อมกับคำอธิบายที่ทำให้พวกเขาพึงพอใจและพักอยู่ในเมืองตามคำสั่ง

ขณะที่ หยี่ เยว่หยู่ และคนที่เหลือของเธอกลับไป หลิน ฮวง ก็หมดภาระหน้าที่ของเขา

เมื่อเขาออกจากโรงแรม มันก็เป็นเวลามืดแล้ว ขณะที่หลิน ฮวง กำลังฝึกฝนการใช้ดาบภายในห้อง หยี่ เยว่หยู่ ก็เรียกเขาและขอให้เขาไปพบที่ห้องเธอ

หลิน ฮวง ไม่เชื่อในตอนแรก แต่เขาก็ไป

เมื่อเขาเข้าไปในห้องเธอ มันก็มีชายอีกคนหนึ่งที่อยู่ในห้องของหยี่ เยว่หยู่

ชายคนนี้ดูธรรมดามากและอาจจะอยู่ในวัย30ปี เขาค่อนข้าง ผอม มีผิวสีแทนและสูงประมาณ180เมตร

 

หยี่ เยว่หยู่ แนะนำชายคนนั้นต่อหลิน ฮวง ทันที”นี่คือปรมาจารย์ จาง โป๋ เขาถูกส่งมาโดยสมาคมเพื่อดูสถานการณ์”เธออธิบาย

“ยินดีที่ได้พบครับ ปรมาจารย์ จาง”
หลิน ฮวง ไม่สามารถบอกได้ว่าชายที่ดูธรรมดาผู้นี้คือ ผู้ที่ก้าวข้ามความเป็นมนุษย์ไปแล้ว เพราะความจริงที่ว่าเขาคือจ้าวแห่งนักล่าคนแรกที่เขาเคยพบ เขาอดที่จะจ้องมองเขาไม่ได้ แต่ทว่า เขาดูราวกับว่าเขาไม่แตกต่างไปจากคนทั่วไปและหลิน ฮวง ไม่สามารถรู้สึกได้ถึงความสามารถพิเศษจากเขา

 

“ปรมาจารย์ จาง ชายหนุ่มคนนี้คือหลิน ฮวง คนที่ฉันได้พูดถึงก่อนหน้า”หยี่ เยว่หยู่ พูดต่อขณะที่เธอแนะนำหลิน ฮวง ให้ปรมาจารย์จาง

 

จาง โป๋ ตบบ่าหลิน ฮวง ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขาดูเป็นมิตร

 

“พ่อหนุ่ม โปรดบอกฉันเกี่ยวกับการโจมตีของมอนสเตอร์ที่เธอได้พบในระหว่างการประเมิน นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดเท่าที่เธอจะทำได้ อย่าพลาดรายละเอียดเล็กน้อยไป”เขาร้องขอ

 

หลิน ฮวง พยักหน้าและบอกทุกอย่าง

 

เมื่อหยี่ เยว่หยู่ ไม่รู้ถึงรายละเอียดทั้งหมดที่เขาเผชิญมา เมื่อได้ฟังสิ่งที่หลิน ฮวง ได้เผชิญมา เธอก็ยิ่งประทับใจในความสามารถของเขามากขึ้น

 

หลิน ฮวง ใช้เวลาเล่าถึง20นาที เมื่อจบ จาง โป๋ ก็ได้ตบบ่าเขาอีกครั้ง แต่มันหนักกว่าเดิมในครั้งนี้”เธอทำได้ดีมาก พ่อหนุ่ม!ฉันเชื่อว่าเธอจะเป็นนักล่าที่ไม่ธรรมดาในอนาคต!”เขากล่าว

 

หลิน ฮวง เขินอายเมื่อได้ยินคำชม เขาหน้าแดงและเกาหัว

 

“จากสิ่งที่เธอได้บอก มีความเป็นไปได้สูงที่มันจะมีจ้าวแห่งนักล่าสายควบคุมอยู่”จาง โป๋ บอกด้วยรอยยิ้ม”ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน ฉันจะพยายามหามันและฆ่ามันก่อนรุ่งสาง!”เขาพูดต่อ

“ไม่ใช่ว่ามันจะดีกว่าหากลงมือในตอนเช้า?”หยี่ เยว่หยู่ ถาม

 

หยี่ เยว่หยู่ ถามออกมาอย่างกังวลเมื่อเป็นที่รู้กันว่ามอนสเตอร์จะทรงพลังมากขึ้นในเวลากลางคืน

 

แน่นอน จาง โป๋ รู้เรื่องนี้แต่เขาก็ไม่สน”ไม่จำเป็นต้องรออีกต่อไป หากเราแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว พวกเราก็จะปลอดภัยจากภัยคุกคามนี้”เขาตอบ

 

เห็นได้ชัดว่า จาง โป๋ เป็นคนที่เด็ดขาด จากนั้น เขาก็เปิดหน้าต่างในห้องของหยี่ เยว่หยู่ และกระโดดออกไป เขาบินออกไปนอกหน้าต่างและหายไปในพริบตา

เมื่อมองไปยังความสามารถในการบินของเขา หลิน ฮวง ก็เริ่มอิจฉาเขา

 

หยี่ เยว่หยู่ ดูเหมือนจะผ่านสิ่งที่หลิน ฮวง คิดออกและหัวเราะ”หมั่นฝึกเอาไว้ หนุ่มน้อย นายจะสามารถบินได้เช่นกันเมื่อนายกลายเป็นจ้าวแห่งนักล่า”

หลิน ฮวง อับอาย ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง”ปรมาจารย์ จาง คือใคร?”เขาถาม

“ปืนลม จาง โป๋ คือมือปืนที่ทรงพลัง เขาได้กลายเป็นจ้าวแห่งนักล่าเมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนที่เขาจะกลายเป็นจ้าวแห่งนักล่า เขาคือนักล่าระดับทองที่อยู่บนบอร์ดผู้นำและเขาเป็นถึงอันดับที่33 ของเขต7”เธออธิบาย

“ลำดับที่33ถือเป็นความสำเร็จ?”หลิน ฮว งถามขณะที่เขาไม่พบความประทับใจ

“นายช่างไม่รู้อะไรเลย นายรู้ไหมว่ามีนักล่ากี่คนในเขต7?มันมีนักล่าระดับทองมากกว่าหนึ่งแสนคน เหล่าคนที่อยู่ใน1000อันดับแรกถือว่าเป็นคนเก่งกาจที่สุด!”หยี่ เยว่หยู่ กลอกตาใส่หลิน ฮว งและให้บทเรียนแก่เขา

“งั้น คุณอยู่อันดับที่เท่าไร?”

“998”หยี่ เยว่หยู่ กล่าวอย่างภูมิใจ

“โอ้ มันเยี่ยมมากที่คุณอยู่ในหมู่1พันคน”หลิน ฮวง บอกและชมเชยเธอ

“ทำไมมันจึงฟังดูเหมือนนายไม่คิดว่าฉันอยู่อันดับ998?”หยี่ เยว่หยู่ เหลือบมองหลิน ฮวง

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมจะหมายถึง!ให้ผมบอกคุณอีกครั้ง”เขากล่า วจากนั้น หลิน ฮวง ก็ใช้น้ำเสียงเยาะเย้ยและตะโกน”ว้าว มันน่าทึ่งมากที่คุณอยู่ใน1000อันดับแรก!คุณยอดเยี่ยมมาก!”

“กลับไปที่ห้องของนายซะ”หยี่ เยว่หยู่ ตะคอก เธอหงุดหงิดอย่างมาก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

25 ความคิดเห็น