โลกแห่งมอนสเตอร์(Monster Paradise)

ตอนที่ 26 : ฝูงอีกาที่น่าสะพรึงกลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    24 ก.พ. 62

เจ้าอ้วนตื่นขึ้นหลังจากที่เขาถูกตบ เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงและปกปิดร่างกายของเขาอย่างทันทีด้วยผ้าห่มเมื่อเห็นร่างกายส่วนบนที่เปลือยของมันและร้องถามหลิน ฮวง “นายกำลังทำอะไรกัน?!”

“ตามฉันมา!ฉันไม่มีเวลาอธิบายให้นายฟัง”หลิน ฮวง กระชากผ้าห่มเขาและเห็นเจ้าอ้วนที่สวมเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียว

“ฉันต้องสวมชุดก่อน โปรดออกไปจากเต็นท์ของฉันก่อน”เจ้าอ้วนทำท่าเขินอายและรีบปิดบังเรือนร่างมัน

“พวกเรากำลังจะตาย และนายยังคงสนใจเกี่ยวกับการสวมเสื้อผ้า!”หลิน ฮวง คว้าแขนเขาและลากออกจากเต็นท์

 

ถึงแม้ว่าเจ้าอ้วนจะไม่เต็มใจที่จะจากไป แต่เขาก็เดินตามหลิน ฮวงไป และออกจากเต็นท์เพราะเขาสัมผัสได้ว่าหลิน ฮวง ไม่ได้ล้อเล่น

เขาตกใจทันทีที่เขาออกจากเต็นท์

ท้องฟ้าที่ห่างไกลออกไปนั้นมืดสนิท ท้องฟ้าครึ่งหนึ่งมันเปลี่ยนเป็นสีดำ และมันก็คืบคลานมาอย่างรวดเร็วราวกับมันเปื้อนด้วยหมึกดำ ท้องฟ้าทั้งหมดถูกแยกออกเป็นสองสี ระหว่างสีน้ำเงินเข้มและดำ

 

“มันคืออีกา!นี่มันบ้าอะไรกัน...”ใบหน้าของเจ้าอ้วนเปลี่ยนเป็นขาวซีด

“หุบปากซะและลุกขึ้น!”หลิน ฮวง เรียกไทแรนด์ออกมาและนั่งบนมัน

 

ไทแรนด์ได้จับเจ้าอ้วนขึ้นมาวางบนไหล่มัน มันเหลือบตาไปมองอีกาด้านหลังมันและวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด ครั้งนี้ ความเร็วของมันอยู่ที่120กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลิน ฮวง ยังคงไม่เป็นไรเมื่อเขานั่งอย่างมั่นคง เขาคว้าจับเคราของไทแรนด์ไว้เพื่อกันตก ในทางกลับกัน เจ้าอ้วนกลับไม่ได้นั่งอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นเนื่องจากเขากำลังคว้าเสื้อผ้าตัวเอาไว้ เจ้าอ้วนตกลงจากไทแรนด์ทันทีที่มันเริ่มวิ่ง

หลิน ฮวง หงุดหงิดเมื่อเห็นเจ้าอ้วนตก โชคดี ไทแรนด์สามารถคว้าจับมันไว้ได้ทันก่อนที่จะตกลงถึงพื้น อย่างไรก็ตาม ไทแรนด์ไม่ได้วางเขาไว้ที่ไหล่ แต่กลับกอดเจ้าอ้วนไว้แทนและออกวิ่ง

แขนของมันจะแกว่งไปมาเสียยิ่งกว่าไหล่เมื่อมันออกวิ่งอย่างบ้าคลั่ง เจ้าอ้วนรู้สึกราวกับมันกำลังเล่นรถไฟเหาะอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าอ้วนก็เริ่มตาลายและสลบไป

หลิน ฮวง ผู้ที่หัวเราะใส่เจ้าอ้วนเองก็เริ่มรู้สึกไม่ดีเช่นกัน ไทแรนด์วิ่งอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วสูงสุด และเขาได้เหวี่ยงไปมาอย่างรุนแรง เขารู้สึกราวกับมีบางสิ่งที่วิ่งสวนขึ้นมาในกระเพาะเขา ทันใดนั้น เขาก็อาเจียนออกมาเพราะเขาไม่อาจแบกรับความรู้สึกไม่ดีได้อีกต่อไป

ความเร็วของไทแรนด์มันเร็วเกิน120กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ระยะทางระหว่างหลิน ฮวง และอีกา ก็ยังคงบีบแคบลง พวกมันบินบนท้องฟ้า ล่องลอยราวกับเมฆ แต่ความเร็วของพวกมันกลับไม่ช้าเลย

อีกามีขนาดที่เล็กและอ่อนแอ ความสามารถของพวกมันเป็นเพียงระดับเหล็กเท่านั้น เนื่องจากพวกมันคือวิญญาณที่ปราศจากร่างกาย พวกมันจึงถูกทำลายโดยง่าย ดังนั้น ด้วยการวิวัฒนาการอันยาวนาน พวกมันจึงค้นพบทางออก ซึ่งก็คือการออกล่าเหยื่อเป็นกลุ่ม เมื่อกลุ่มขนาดใหญ่ของอีกาปรากฏขึ้น แม้กระทั่งนักล่าระดับทองยังหลีกเลี่ยงพวกมัน พวกมันคล้ายกับมดที่อ่อนแอเมื่ออยู่ตัวเดียว แต่หากมันมีหลายพัน พวกมันก็สามารถคุกคามได้แม้กระทั่งช้าง นี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมอีกาจึงน่ากลัว

มีหลักสูตรที่เรียกว่าพื้นฐานของมอนสเตอร์ที่สอนโดยโรงเรียนนักล่าสำรองอยู่ มันมีคำอธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับอีกา หลิน ฮวง จำได้ว่ามันมีวรรคหนึ่งที่กล่าวอยู่”ทุกคนจำต้องหลีกเลี่ยงสถานที่ใดก็ตามที่มีศพโดยปราศจากบาดแผลที่สามารถพบได้  มันสามารถอยู่ในทะเลทรายหรือป่าและสถานที่ที่ห่างไกลและมิอาจเข้าถึง นี่คือสัญญาณว่าฝูงอีกาจะปรากฏขึ้น  พวกมันจะออกล่าดวงวิญญาณและจะไม่ทำอันตรายต่อร่างกาย”

 

หลิน ฮวง นั่งอยู่บนไหล่ของไทแรนด์แต่เขากลับหันมองย้อนไปดูอีกาอยู่หลายครั้ง เมื่อเวลาได้ล่วงผ่านไป ระยะห่างของพวกเขาก็เริ่มใกล้ชิดกัน และใบหน้าของหลิน ฮวง ก็ขาวซีด

 

เขารีบนึกถึงความคิดเหล่านี้”อีกาเหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีกายหยาบ ไม่มีที่ใดที่เราสามารถหลบซ่อนได้เนื่องจากพวกมันทะลุผ่านวัตถุได้ทุกชนิดรวมถึงพื้นดินและภูเขา ดังนั้น การหาสถานที่หลบซ่อนจึงไม่ได้ผล….”

“พลังชีวิตจะมีความสามารถในการคุกคามอีกา อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งนักล่าระดับทองก็ยังไม่อยากกระตุ้นพวกมันเมื่อความพยายามในการฆ่าของพวกเขาจะไร้ผล ฉันยังไม่เชี่ยวชาญในพลังชีวิต และความสามารถของเจ้าอ้วนก็เป็นแค่ระดับเหล็ก แม้ว่าจะมีทักษะพิเศษเพื่อหยุดยั้งจิตวิญญาณหรือพลังเหนือธรรมชาติ มันก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ประโยชน์เมื่อเขาอ่อนแอเกินไป”

“ขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างเรา มันจะประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนที่พวกมันจะถึงเรา ทางเลือกเดียวที่เรามีคือการขอความช่วยจากผู้ตรวจสอบบบบ หากเรามีแหวนมิติของผู้ตรวจสอบ เราจะสามารถเอาตัดรอดได้....”หลิน ฮวง คิดซ้ำแล้วซ้ำอีก และนี่คือวิธีเดียวที่เขาคิดออก อย่างไรก็ตาม เขากลับลังเล

 

การกดปุ่มขอความช่วยเหลือนั้นจะทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์การประเมินทันที นี่คือกฏที่ผู้ตรวจสอบหลักได้เอ่ยไว้ตั้งแต่ต้น แม้ว่าพวกเขาจะมีเหตุผลก็ตาม แต่กฏก็คือกฏ

หลิน ฮวง มักจะไม่ดิ้นรอต่อสู้เช่นนี้ และเขาจะยอมแพ้การประเมินโดยไม่ลังเลเพราะหากเขาถูกตัดสิทธืในฐานะผู้สมัคร เขาก็จะมีโอกาสที่สอง

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เขาได้สมัครเข้าเป็นนักล่าสำรองก็เพื่อตอบสนองต่อภารกิจของนิ้วทองคำ บทลงโทษสำหรับภารกิจที่ล้มเหลวค่อนข้างรุนแรง มันระบุว่าหากหลิน ฮวง ไม่สามารถทำภารกิจสำเร็จได้ภายในหนึ่งเดือน เขาจะสูญเสียนิ้วทองคำและสิ่งของที่เขาได้รับระหว่างที่เปิดใช้งานนิ้วทองคำ

นี่แสดงให้เห็นว่าเขาจะไม่ได้สูญเสียเพียงแต่นิ้วทองคำ เสี่ยว เฮย แต่ยังมีมอนสเตอร์การ์ด การ์ดทักษะรวมถึงแสงแห่งชีวิตที่ได้รับจากการฆ่าอีกด้วย เขาจะกลับไปอยู่ในสภาพที่เขาเคยเป็นมาหรืออาจจะเลวร้ายกว่านั้น

หลิน ฮวง เศร้าใจ เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถมองหาเมืองอื่นๆเพื่อประเมินและเสร็จสิ้นการประเมินได้ภายในเวลาจำกัดหากเขาถูกตัดสิทธิ์ในรอบนี้ เขามั่นใจว่าเขาจะผ่านการประเมินได้ ดังนั้น เขาจึงไม่ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินของเมืองอื่น เขาไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ในตอนนี้เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเหล่านี้

นี่ทำให้หลิน ฮวง ปวดหัวขณะที่จ้องมองไปยังมือขวาของไทแรนด์ที่จับกุมเจ้าอ้วนที่สลบไว้ หากเจ้าอ้วนไม่สลบ เขาคงจะโน้มน้าวให้ยอมแพ้การประเมิน และในทางกลับกัน มันคงจะชดเชยเขาด้วยอุปกรณ์สองสามชนิด โชคร้าย เจ้าอ้วนได้หมดสติและการสื่อสารฉุกเฉินของมันก็ถูกปิดกั้น ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ในตอนนี้

หลังจากที่ดิ้นรนมาเป็นเวลานาน เขาก็มองไปยังอีกาด้านหลังและตระหนักว่าพวกเขาเริ่มใกล้กันขึ้น หลิน ฮวง ตัดสินใจในทันที”มันสำคัญมากที่จะเอาตัดรอดภายใต้สถานการณ์เช่นนี้!ฉันจะคิดถึงภารกิจทีหลัง”

 

ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจและหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารฉุกเฉินออกมา จากนั้น เขาก็กดปุ่มขอความช่วยเหลือ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

25 ความคิดเห็น