โลกแห่งมอนสเตอร์(Monster Paradise)

ตอนที่ 24 : ฉันอยากจะเป็นนักล่าอาหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 692
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    24 ก.พ. 62

มอนสเตอร์ทรายมันอาศัยอยู่ในทะเลทรายมาตั้งแต่เด็ก พวกมันสามารถอยู่รอดได้นานกว่าอูฐบนโลกในทะเลทราย

เมื่อมันมีอาหารจำนวนมาก พวกมันจะกินทุกสิ่งที่พวกมันสามารถเก็บไว้ได้ในร่างกายมัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มหาศาล โดยปราศจากอาหารและน้ำ พวกมันสามารถทำลายไขมันในร่างกายของพวกมันเพื่อพลังงานและน้ำได้

มอนสเตอร์ทรายที่มีไขมันเพียงพอจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อยครึ่งปีโดยไม่มีน้ำ และหากมันไม่มีอาหาร มันสามารถอยู่รอดได้อย่างน้อยสามปี

ผิวของพวกมันหนาและทนทานพอที่จะป้องกันตัวเองจากพายุทราย แม้กระทั่งดวงตาและใบหน้ามันยังมีโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้พวกมันไม่ได้รับผลกระทบจากพายุทราย

เนื่องจากโครงสร้างร่างกายของพวกมัน พวกมันจึงกลายเป็นนักล่าชั้นนำในทะเลทราย

มอนสเตอร์ทรายมีเท้าที่ใหญ่มากกว่าเท้ามนุษย์ถึงสองเท่า

นั่นทำให้พวกมันเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าและมีความว่องไวมากกว่ายักษ์สายพันธ์อื่น

ขนาดของร่างกายไทแรนด์มันใหญ่กว่ามนุษย์ถึงห้าเท่า แต่ความเร็วของมันไม่ใช่5เท่าของมนุษย์ แต่มันกลับเร็วกว่ามนุษย์ถึง20เท่า

สำหรับมนุษย์ที่อยู่ในระดับเหล็กขั้น3 พวกเขาสามารถเดินทางในทะเลทรายได้ถึง20กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในขณะที่ไทแรนด์ ด้วยความเร็วการวิ่งปกติ มันวิ่งได้มากถึง80กิโลเมตรต่อชั่วโมงและด้วยความเร็วเต็มที่ มันสามารถวิ่งได้มากกว่า100กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่หลิน ฮวง นั่งอยู่บนไหล่ของไทแรนด์ เขาก็ควบคุมความเร็วของมันให้อยู่ที่80กิโลเมตรเพื่อกันเขาตกลง ในคืนแรก พวกเขาใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเพื่อเดินทาง ซึ่งมันเป็นระยะทางที่จะใช้เวลาทั้งวันสำหรับคนทั่วไป

ด้วยความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ทราย แม้ว่าจะมีเจ้าอ้วนมาเสริมก็ตาม มันก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วของมันลดลงแต่อย่างใด

เมื่อมองไปยังเจ้าอ้วนที่รู้สึกไม่สบายใจจากการนั่งบนไหล่ หลิน ฮวง ก็ได้หัวเราะอยู่ข้างใน

เขาไม่แตกต่างไปจากเจ้าอ้วนเมื่อวานนอกจากการปรับตัวเขาเพื่อความรู้สึกในการนั่งบนไหล่ไทแรนด์

 

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องทนทุกข์ทรมานจากขนที่ทิ่มตูดเขา หลิน ฮวง ก็ได้พึมพำกับเขา”ฉันไม่ควรที่จะโกนขนอีกข้างของมันเลย...”

มอนสเตอร์ทรายได้วิ่งมานานกว่าสี่ชั่วโมงก่อนที่เจ้าอ้วนจะบ่น

“พวกเราสามารถพักสักหน่อยได้ไหม?โอ้ พระเจ้า ฉันรู้สึกเหมือนก้นของฉันกำลังจะแตก!”

ก้นของหลิน ฮวง มันก็ระบมเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาก็สั่งให้ไทแรนด์หยุด

จากนั้น ไทแรนด์ก็วางทั้งคู่ลงบนพื้น เจ้าอ้วนเดินมาหาหลิน ฮวง ขณะที่ถูก้นของมัน”มาพักกันเถอะ กินและดื่มน้ำก่อนที่เราจะเดินทางต่อ”

หลิน ฮวง พยักหน้า”พักกันเถอะ ฉันจะสั่งให้ไทแรนด์ไปล่าอาหาร”

“ไม่จำเป็นหรอก ฉันมีอาหารติดตัว!”เจ้าอ้วนดื่มน้ำอึกใหญ่หลายอึกจากขวดและกล่าว

 

หลังจากที่เก็บขวดของเขากลับไปในช่องเก็บของ เจ้าอ้วนก็เอาชุดโต๊ะอาหารออกมาและหั่นชิ้นเนื้อเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล

“นายไปเอาอาหารมาจากไหน ไม่ใช่ว่าพวกเขาได้ยึดอาหารของนายไว้?”หลิน ฮวง ถามด้วยความอยากรู้

“นายพูดอะไรกัน?ฉันไม่ได้แอบนำพวกมันเข้ามา ฉันตัดมันมาจากหมูเกราะเหล็กที่กลุ่มของฉันได้ฆ่าเมื่อวาน มันคือขาหลังหมู มันเป็นสิ่งที่ดี!ฉันวางแผนที่จะเก็บมันไว้ให้ตัวเอง แต่ฉันถือว่านายเป็นพี่น้องฉัน ฉันจึงแบ่งปันสิ่งนี้ให้นาย”เจ้าอ้วนเริ่มหั่นเนื้อ ในเวลาต่อมา แผ่นเนื้อก็ถูกหั่นบางๆ

“นายคือพ่อครัว”เมื่อเห็นทักษะมีดของเจ้าอ้วน หลิน ฮวง ก็ระบุได้ถึงอาชีพเขา

“ว่าไงนะ?พ่อครัว?ฉันอยากเป็นนักล่าอาหารต่างหาก!”เจ้าอ้วนเงยหน้าขึ้นและปฏิเสธ

 

มันมีหลายสายอาชีพในสมาคมนักล่า มันมีนักล่ามอนสเตอร์ที่ล่ามอนสเตอร์เป็นหลัก และมีนักล่าอาหารผู้ที่ปรุงอาหาร นักล่าสมบัติผู้ที่มองหาสมบัติและนักล่าผู้พิทักษ์ ที่จะคอยปกป้องสายพันธ์หายาก....

สมาคมนักล่าคือองค์กรอิสระ พวกเขาไม่เพียงแต่จะปลูกฝังความสามารถ แต่ยังให้ความสามารถทุกชนิดแก่ทุกองค์กรเช่นกัน

การประเมินนักล่าสำรองมันไม่ได้จำกัดประเภท

เพื่อที่จะเป็นนักล่าอาหารมันจำต้องได้รับการยอมรับจากสมาคมนักล่า ขั้นแรก เจ้าอ้วนจำต้องเป็นนักล่าสำรอง และเขาจะต้องเลือกหมวดหมู่เมื่อเขาเป็นนักล่าระดับทองแดง

เมื่อผ่านการประเมินเป็นนักล่าอาหาร เขาจะกลายเป็นนักล่าที่แท้จริงของสมาคมนักล่า

ภายในเวลา20นาที เจ้าอ้วนก็ได้ย่างเนื้อทั้งหมด

 

หลิน ฮวง ชิ้มชิ้นเนื้อและดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นขณะที่เขาพูด”เจ้าอ้วน นายดูไม่เหมือนคนที่สามารถทำอาหารได้เลย”

แม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับที่เขาลิ้มลองในโรงแรม แต่มันก็เป็นเนื้อย่างที่ดีที่สุดเป็นอันดับ2ที่เขาเคยกินมา

ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังรอบพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็สังเกตไดเว่าน้ำลายของไทแรนด์กำลังไหลขณะที่จ้องมองเนื้อย่าง

 

“เจ้าอ้วน ทำอาหารจานใหญ่ให้มันด้วย”หลิน ฮวง กล่าวหลังจากเห็นท่าทางน่าสงสารของมัน

“หากเราให้อาหารมัน เราจะหิวในตอนกลางคืน”เจ้าอ้วนไม่เต็มใจที่จะทำอาหารให้ไทแรนด์

“เพียงหั่นให้มันชิมบางส่วนก็พอ”แน่นอน หลิน ฮวง รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเติมเต็มท้องของไทแรนด์ ด้วยขนาดของมัน มันจำต้องกินเนื้อเป็นตันเพื่อเปลี่ยนพวกมันเป็นไขมัน

 

แม้ว่าเจ้าอ้วนจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อคิดว่าเขาได้นั่งไหล่มันมา เขาก็หยิบชิ้นเนื้อชิ้นใหญ่ขึ้นมาและย่างให้มัน

ขณะที่พวกเขากำลังกิน เนื้อก็ถูกย่างเสร็จ

เจ้าอ้วนได้คีบมันไปให้ไทแรนด์และกล่าว “เพื่อนตัวโต นี่ของนาย”

ไทแรนด์มองไปที่หลิน ฮวง ขณะที่น้ำลายไหล

“เข้าไปเอาสิ”
หลังจากที่หลิน ฮวง พยักหน้า มันก็รับเนื้อมาและโยนเข้าไปในปาก

มันกลืนเนื้อลงไปรวมถึงกระดูก

 

“บ้าเอ้ย ทำไมมันไม่คายกระดูกออกมา?”มันเป็นครั้งแรกที่เจ้าอ้วนได้เห็นมอนสเตอร์ทรายกินและเขาก็ตกใจ

“กรดในกระเพาะอาหารของยักษ์นั้นรุนแรงกว่ามนุษย์นับ100เท่า พวกมันสามารถย่อยกระดูกได้โดยสมบูรณ์ ใครบอกนายว่ายักษ์จะแยกกระดูกเมื่อพวกมันกิน?”หลิน ฮวง ศึกษามันมาพอสมควร

“ใช่แล้ว ยักษ์ที่ฉันเห็นในวิดิโอก็กลืนกระดูกลงไปด้วย”เจ้าอ้วนนึกถึงช่วงเวลาที่มันได้ศึกษาวิดิโอมาบ้าง

“เอาละ เนื่องจากเราก็ได้กินไปแล้ว ทำความสะอาดและไปกันเถอะ หากพวกเราเร็วพอเราจะไปถึงเทือกเขาแอลป์ในคืนวันพรุ่งนี้ จากนั้น เราจะพักและเริ่มปีนเขาในตอนเช้า”หลิน ฮวง ได้วางแผนไว้ก่อนหน้า

 

มันจะใช้เวลาสองวันเพื่อไปถึงภูเขา หากไทแรนด์เดินทาง10ชั่วโมงต่อวัน

 

“เย้!”

 

 

เจ้าอ้วนตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าพวกเขาสามารถไปถึงภูเขาได้ภายในสองวันขณะที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาถึง10วัน การประเมินมันช่างง่ายดายอะไรเช่นนี้

หลังจากที่ทำความสะอาด พวกเขาก็ขึ้นไปบนไหล่ของไทแรนด์และเริ่มเดินทาง....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

26 ความคิดเห็น