คัดลอกลิงก์เเล้ว

[One Shot] 꿈(กุม) |NaPink

โดย carepa

คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับอีกแล้วสินะ...

ยอดวิวรวม

175

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


175

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 มิ.ย. 62 / 22:11 น.
[One Shot] 꿈(กุม) |NaPink | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

(กุม)



"และคืนนี้ฉันก็คงนอนไม่หลับอีกแล้วสินะ"

"แต่ฉันก็ดีใจที่ฉันได้เจอเธอ..."


                                                                       

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 มิ.ย. 62 / 22:11

บันทึกเป็น Favorite




   แสงระยิบระยับในยามค่ำคืนที่ริมหน้าต่างของบ้านใครคนหนึ่งที่ยังไม่อาจจะหลับลงได้ เพราะจากการทำงานที่เหนื่อยล้า หรือเพราะนอนไม่หลับที่เป็นมานานหลายปีก็ไม่อาจรู้ได้ อิม นายอง ถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าและหาไดอารี่ที่อยู่แถวๆโต๊ะหยิบขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงไปในนั้น ความเงียบของยามค่ำคืนที่ผู้คนนั้นหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรากันนั้น ทำให้ได้ยินเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินไปอย่างไร้จุดหมายและเสียงที่ขีดเขียนสมุดของเธอที่ดังที่สุด ณ ตอนนี้ มือเรียววางปากกาลงและปิดไดอารี่ของตัวเองลง ดวงตาที่ดูอ่อนล้านั้นมองไปที่โคมไฟบนโต๊ะและเอื้อมไปปิดสวิตซ์ลง ภายในห้องนอนของเธอตอนนี้มีแต่ความมืดที่อยู่รอบๆตัว และแสงสลัวๆทางหน้าต่างที่สาดส่องเข้ามาทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆได้อยู่บ้าง เธอเลือกที่จะนั่งอยู่บนเก้าอี้ตามเดิมและกวาดสายตามองไปบ้านข้างๆและถัดไปที่ไม่มีหลังไหนเลยที่เปิดไฟอยู่ เธอเท้าคางกับขอบหน้าต่างก่อนจะเงยหน้ามองดวงดาวน้อยใหญ่ที่อยู่บนท้องฟ้าอันมืดมนนั้น สายลมอันอ่อนโยนสัมผัสที่หน้าเธออย่านิ่มนวลและผ่านไป ดวงจันทร์สีนวลที่ทำให้เธอจ้องมองจนเวลาล่วงเลยผ่านไปนานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้ 



เธออยู่ในภวังค์แบบนี้เกือบทุกคืน “ภวังค์แห่งความรัก” ไม่สิ “ภวังค์แห่งความคิดถึง” มีเพียงคนคนเดียวที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้มานานนับปีก็คงจะเป็น จู คยอลคยอง นักเขียนหน้าตาดีที่ใครๆเห็นเป็นต้องตกหลุมรักและนายองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ตกหลุมรักเธอตั้งแต่แรกเห็น จนนานเป็นเดือน จากเดือนก็เป็นปีที่ทั้งคู่รู้จักกัน นายองไม่ใช่นักเขียนอะไรเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆคนหนึ่งที่บังเอิญเจอจูคยอลคยอง นี่รึเปล่านะที่เขาเรียกกันว่า “พรหมลิขิต” ถึงมันจะคืออะไรก็ตามมันก็ทำให้ทั้งคู่ได้เจอกัน   ดวงตาอันอ่อนล้าของนายองค่อยๆปิดลงและผล็อยหลับไปในที่สุด...


“ยังนอนไม่หลับเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงอันคุ้นหูทำให้ร่างสูงของอิมนายองรีบลุกขึ้นจากเตียง และกวาดสายตามองสิ่งรอบๆตัวที่ดูแปลกไป มีแสงสลัวๆสาดส่องลงมาเหมือนเคย ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเธออย่างแน่นอนแต่เธอก็ไม่ได้มีอาการตกใจอะไร เพราะที่นี่เป็นห้องนอนของคยอลคยองที่ตกแต่งอย่างน่ารักและเรียบร้อยเหมือนเดิม สายตามองไปที่ร่างของเจ้าของห้องที่ยืนมองเธออยู่ริมหน้าต่าง มุมปากค่อยๆยกขึ้นให้อิมนายองอย่างคุ้นเคย ร่างสูงรีบเข้าไปโอบกอดร่างตรงหน้าอย่างแนบแน่นเหมือนกลัวว่าอีกคนจะหายไปไหน ร่างเล็กกอดตอบเธอเหมือนกันใบหน้าสวยค่อยๆซบไหล่เธออย่างอบอุ่น


“พี่คิดถึงเธอมากๆเลยนะ” ร่างสูงที่กอดอีกคนอยู่พูดขึ้นอย่างโหยหา น้ำตาแห่งความคิดถึงไหลรินออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ อีกคนที่รู้สึกถึงการสะอื้นนั้นรีบคลายกอดและจ้องมองอีกคนที่ร้องไห้เหมือนเด็ก มือเรียวสวยค่อยๆเอื้อมไปปาดน้ำตานั้นและมอบจุมพิตอันอ่อนโยนนั้นให้ร่างสูง ความรู้สึกที่อ่อนโยนที่ได้รับทำให้อิมนายองไม่ได้ขัดขืนอะไรแต่กลับตอบรับมันอย่างนิ่มนวล สัมผัสที่โหยหาและห่างหายไปนานทำให้เธอแทบอยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้นานๆ หัวใจที่เต้นระรัวที่ไม่เคยเป็นกับใครกลับมาทำงานอีกครั้ง ใบหน้าค่อยๆผละออกจากกันและสายตาที่อบอุ่นของอิมนายองนั้นส่งไปให้อีกคนที่ดูยิ้มชอบใจ


“เจ้าเล่ห์นะเราอ่ะ” อิมนายองเอื้อมมือไปหยิบจมูกของร่างเล็ก จูคยอลคยองรีบจับมือของร่างสูงให้หยุดแกล้งกันและทำหน้ายู่ใส่ทำให้คนที่แกล้งยิ้มออกมาไม่น้อย มือที่เล็กกว่ากุมมือของเธอก่อนจะเงยหน้ามาสบตากัน


“พี่นายอง” เธอเรียกคนตรงหน้า อิมนายองเลิกคิ้วก่อนจะใช้มือที่ว่างอีกข้างมากุมให้แน่นขึ้น

“ฉันคิดถึงพี่นายองมากๆเลย” คนตรงหน้าส่งสายตามาให้เธออย่างออดอ้อนและคำพูดที่ทำให้อิมนายองใจเต้นแรงอีกครั้ง

“เราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้วนี่ไง” มือเรียวค่อยๆลูบเลือนผมสีดำสนิทของอีกคนอย่างอ่อนโยน ร่างเล็กพุ่งเข้ามาสวมกอดเธออีกครั้งก็ทำให้เธอยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู


“เจี๋ยรักพี่นายองนะ” ประโยคที่ได้ยินบ่อยแต่อิมนายองก็ไม่เคยชินสักครั้ง หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินมันยิ่งทำให้เธออยากรักษาคยอลคยองไว้ให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ อยากอยู่กับเธอไปตราบนานเท่านาน แต่อิมนายองไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรต่อไป แค่รู้ว่าตอนนี้เธอมีคยอลคยองอยู่ตรงนี้เธอก็มีความสุขมากพอแล้ว...


“พี่นายอง” เสียงน้องตัวแสบที่อายุห่างกับเธอ ปี ได้เรียกดังลั่นบ้านจนทำให้อิมนายองค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้า มือเรียวทุบไปที่ไหล่บรรเทาอาการปวดเมื่อยที่เมื่อคืนคงเผลอหลับไปตรงนี้

“พี่นายอง! 7โมงแล้วนะไม่ไปทำงานรึไง” เสียงพัคชียอนยังคงตะโกนดังลั่นอยู่หน้าประตูห้องของเธอ จนทำให้ร่างสูงลุกขึ้นไปเปิดประตูตัดความรำคาญ

“...” ร่างสูงมองหน้าน้องตัวแสบของตัวเองที่ยืนจ้องเธอ

“พี่นอนไม่หลับอีกแล้วหรอ?” ชียอนเอื้อมมือไปจับใบหน้าของร่างสูงอย่างเป็นห่วง

“อือ”

“งั้นพี่ไปอาบแล้วนะ” ร่างสูงพูดจบก็ปล่อยให้คนเป็นน้องอดที่จะมองตามไม่ได้ ชียอนรู้ดีว่าทำไมพี่ตัวเองถึงเป็นแบบนี้แทบทุกวัน เธอพยายามหาทางช่วยให้เขานอนหลับอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ผลเลย


________________

 

 

   ท้องฟ้าเวลาเลิกงานมีท่าทีการตั้งเค้าของฝนทำให้อิมนายองที่ยืนอยู่ป้ายรถเมล์ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้า ยังไม่ทันไรฝนก็โปรยปรายลงมาทำให้นายองต้องกุมขมับทันที เธอมักไม่ชอบเวลาที่ฝนตกหรือว่าเจอฝนตก เพราะมันทำให้เธอต้องรีบวิ่งหาที่หลบฝนและมันก็ทำให้ตัวเปียก

“บอสคะ รอหนูอีกห้านาทีนะคะ” เสียงของหญิงสาวคนนึงที่คุยโทรศัพท์ข้างๆเธอดูจะยุ่งๆ   สีหน้าท่าทางของเธอนั้นดูรีบร้อนทำให้นายองแอบมองนิดหน่อย ในมือของเธอมีเพียงกระเป๋าใส่แล็ปท็อปเท่านั้นดูเธอจะโมโหไม่น้อยที่ฝนดันตกแรงกว่าเดิม รถเมล์สายที่นายองขึ้นประจำเคลื่อนมาใกล้ทำให้เธอหันกลับไปมองใบหน้าของผู้หญิงข้างๆอีกครั้งและมันก็ทำให้นายองต้องหัวใจเต้นแรงทันทีเพราะเธอหันมาสบตากันพอดี ใบหน้าของเธอสวยจนผู้หญิงแบบอิมนายองยังต้องตะลึงในความสวยของเธอ แต่เวลาแบบนี้คงไม่มีอารมณ์มาจ้องกันอย่างกับในละครหรอกนะ อิมนายองยื่นร่มในมือให้ผู้หญิงข้างๆก่อนที่เธอจะมองนายองอย่างงงๆ

“เดี๋ยวแล็ปท็อปคุณจะเปียกนะคะ” นายองพูดพร้อมยื่นให้คนตรงหน้าที่เธอดูจะเขินๆแต่ก็รับไปไว้ในมือ

“แล้วคุณ...”

“รถเมล์ของฉันมาแล้วไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เอาไปเถอะนะคะ” อิมนายองพูดจบก็รีบวิ่งฝ่าฝนขึ้นรถเมล์ไปอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวที่ได้รับร่มนั้นมาอยู่ในมือรีบกล่าวขอบคุณนายองที่ตอนนี้ขึ้นรถไปซะแล้ว แม้เธอจะได้ยินหรือไม่เธอก็เลือกที่จะขอบคุณคนที่ให้ร่มเธอมา เธอยิ้มอย่างดีใจก่อนจะมองรถที่เคลื่อนไปแล้ว นี่คือความบังเอิญจริงๆหรือ...

   หลังจากที่เธอได้พบกับจูคยอลคยองในวันนั้นมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เจอคยอลคยองทุกๆเย็นหลังเลิกงานที่ป้ายรถเมล์แห่งนั้น จากที่เธอมาคืนร่มก็กลายเป็นการชวนไปกินข้าว มันน่าแปลกนะที่การเจอกันในสถานการณ์แบบนั้นจะทำให้ทั้งคู่ค่อยๆรู้จักกันและกันจนกลายมาเป็นความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน นี่รึเปล่าที่เขาเรียกกันว่า “พรหมลิขิต”


________________

 

 

 

   เหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านมาประมาณ 6ปีได้แล้วนายองยังคงอมยิ้มทุกครั้งที่นึกขึ้นมา และนี่ก็คงเป็นอีกคืนที่เธอจะต้องนอนไม่หลับตามเคย นายองพยายามหลายครั้งที่จะหลับตาลงแต่ภาพของเธอก็ปรากฏขึ้นมาทุกครั้งที่หลับตาลง เคยนับแกะก็แล้ว อ่านหนังสือก็แล้วและหลายๆวิธีที่เธอเคยทำมามันใช้ไม่ได้ผลสักอย่างเลย เธอก็ยังคงทำเช่นเคยคือนั่งเขียนไดอารี่และนั่งดูดาวอันสวยงามบนท้องฟ้า เสียงลมที่ทำให้ใบไม้ที่ร่วงหล่นเกิดเสียงกับความเย็นที่สัมผัสตัวของเธอและผ่านไป แทบจะทุกคืนที่เป็นแบบนี้แต่เธอก็ไม่เคยจะเบื่อที่จะมองและได้รับความรู้สึกแบบนี้เพราะมันทำให้เธอได้ฝัน ฝันเห็นอีกคนที่อยู่แสนไกลนั้นได้...


“เฮ้อออออ!” เป็นกี่ครั้งแล้วที่อิมนายองยังคงถอนหายใจแบบนี้ ดวงตาที่ว่างเปล่าของเธอมองดวงดาวนับล้านบนฟากฟ้านั้นอย่างไร้จุดหมาย หากการขอพรจากดวงดาวเป็นจริงอิมนายองคงไม่ต้องมานั่งแบบนี้ทุกคืนไม่ต้องมาถอนหายใจแบบนี้และไม่ต้องมาเสียใจแบบนี้ หลังจากที่เธอเสียคยอลคยองไปเธอก็นอนไม่หลับมาโดยตลอดเธอเขียนไดอารี่ทุกๆวันนั้นก็มีแต่เรื่องราวของคยอลคยองเต็มไปหมด หากคำอธิษฐานของเธอเป็นจริงสักครั้งเธอก็คงยังได้อยู่กับคยอลคยองอย่างมีความสุข โชคชะตามันโหดร้ายนักที่ทำให้เธอต้องเสียใจแบบนี้ตลอดมา การที่เธอหลับฝันถึงอีกคนทุกคืนมันอาจจะเป็นเรื่องดีบ้างแต่ทุกอย่างนั้นมันก็เป็นแค่ความฝัน ความฝันที่ว่างเปล่าและไม่มีตัวตนในโลกของความเป็นจริง น้ำใสๆไหลออกมาจนทำให้เธอนั้นฟุบหน้าลงและปล่อยโฮออกมาด้วยความเจ็บปวด


“คนดีร้องไห้อีกแล้ว” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้งร่างสูงตื่นขึ้นมาในห้องห้องเดิมที่คุ้นตา ร่างของอีกคนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงและมองเธออย่างเป็นห่วง ร่างสูงค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้อีกคนก่อนจะมองเธออย่างคิดถึง


“อย่าร้องไห้เพราะฉันเลยนะคะ” ร่างเล็กค่อยๆเอื้อมมือไปปาดน้ำตาที่ไม่อาจหยุดไหลนั้นได้ ใบหน้าสวยมองเธออย่างกังวลการกอดปลอบของเธอครั้งนี้มันทำให้อีกคนรู้สึกเหมือนจะไม่ได้พบเจอกันอีก หัวใจของนายองที่สั่นไหวและเจ็บปวดขึ้นไปอีกร้อยเท่า นายองกระชับกอดนั้นให้แน่นขึ้นและปล่อยให้น้ำตานั้นยังคงไหลออกมาไม่หยุด เสียงสะอื้นที่หนักกว่าครั้งไหนๆทำให้คยอลคยองน้ำตาไหลออกมาอย่างเป็นห่วง มือเรียวค่อยๆลูบไปมาที่แผ่นหลังนั้นเพื่อปลอบให้อีกคนสงบลง


“พี่คิดถึงเธอคยอลคยอง ฮึก...อย่าหายไปไหนเลยนะ ฮือออ~~~

“แต่ฉันต้องไปแล้วล่ะ...”

“ไม่ไปไม่ได้หรอ? ฮือออ~~~”ร่างสูงกอดอีกคนแน่นกว่าเดิม

“ฉันขอโทษนะ ฮึก...” ร่างเล็กซบไหล่ของอีกคนอย่างเสียใจ ความรู้สึกจุกที่อกมันเจ็บปวดเหมือนใจจะขาด มันหน่วงไปหมดจนอธิบายออกมาไม่ถูกว่าเธอรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดแค่ไหน

“ฉันรักพี่นายองนะ” เมื่อคลายกอดอันเนิ่นนานนั้นใบหน้าสวยก็มองเธออย่างเศร้าหมอง มือที่กุมกันนั้นสั่นเครือจนนายองแทบจะควบคุมไม่อยู่
“พี่ก็รักเธอเหมือนกัน”

“พูดอีกครั้งได้มั้ยคะ ไม่ค่อยได้ยินเลย...ฮึก~” ร่างเล็กพยายามพูดเหมือนที่เคยแกล้งนายองแบบเมื่อก่อน แต่ครั้งนี้ทำไมมันกลับทำให้ทรมานมากๆจนร้องไห้ออกมาก็ไม่รู้

“พี่... ฮึก! พี่รักคยอลคยองมากๆนะ” ร่างสูงดึงอีกคนเข้ามากอดอีกครั้ง นายองกลั้นน้ำตาไว้สุดๆก่อนจะผละกอดนั้นและค่อยๆเอื้อมมือเรียวปาดน้ำตาบนใบหน้าสวยนั้น

“พี่ยอมนอนไม่หลับซะดีกว่านะ...” นายองยิ้มออกมาให้คนตรงหน้าสบายใจ

“ฉันเป็นคนทำให้พี่นอนไม่หลับมาตลอด ฉันรู้สึกผิดมามากพอแล้ว”

“ไม่เป็นไรนะ”

จุมพิตที่อ่อนโยนมอบให้บนใบหน้าสวยของอีกคนที่หลับตาพริ้มจากหน้าผากค่อยๆลงมาที่ตา จมูกที่โด่งได้รูปนั้น และจุดเดียวกันที่นุ่มนวลนั้นมีแต่ความอ่อนโยนที่ส่งไปให้และเนิ่นนานจนไม่ล่วงรู้ได้ ใบหน้าสวยขึ้นสีอย่างชัดเจนทำให้ร่างสูงยิ้มพอใจไม่น้อย เธอค่อยๆจับมือของร่างเล็กให้เดินตามมาที่ริมหน้าต่างนั้นและสวมกอดเธอจากด้านหลังอย่างอบอุ่น ใบหน้าสวยมองแสงระยิบระยับบนท้องฟ้าที่มืดมนนั้นอย่างเศร้าใจ แต่เมื่อได้รับสัมผัสอันอบอุ่นนี้ทำให้เธอแทบไม่เสียใจเลย ไม่เสียใจที่ได้รักคนที่เธอมั่นใจว่าเธอรักเขามากที่สุดในชีวิต ต่อให้ไปเกิดใหม่ก็อยากให้ได้เจอนายองอีกตลอดไป เธอเสียใจที่นายองเป็นแบบนี้เพราะเธอมาตลอดและอยากขอโทษนายองทุกๆครั้งที่ได้เจอกัน แต่ก็ได้ยินประโยค “ไม่เป็นไร” ออกมาจากปากนายองทุกครั้ง



“พี่นายอง”

“หืม?” คนจากด้านหลังขานรับอย่างสดใสเขาต้องพยายามเข้มแข็งแค่ไหนกันเพื่อให้คยอลคยองสบายใจ แม้ในวันที่เหนื่อยล้าจากการทำงานที่หนักหน่วงนั้นนายองยังคงมีรอยยิ้มให้กับเธอตลอดเวลากับคำพูดที่คอยให้กำลังใจเธอตลอด ตั้งแต่เธอจากโลกนี้ไปเธอก็เห็นแต่นางยองคนเศร้าหมองและท้อแท้จนเธอแทบอยากจะเข้าไปโอบกอดปลอบประโลมเขาไว้ และอยากรีบๆไปจากชีวิตพี่เขาให้เร็วที่สุดเพื่อให้นายองได้กลับมายิ้มเหมือนเคย แต่พอเห็นวันนี้นั้นเธอกลับคิดตรงกันข้ามซะอย่างนั้น

“อย่าร้องไห้เพราะฉันอีกนะคะ”

“พี่จะพยายามนะ” ร่างสูงกระชับกอดแน่นขึ้น

“ขอบคุณนะคะ”

“...”ร่างสูงเพียงพยักหน้าอย่างเข้าใจว่าคำขอบคุณของเธอนี้มีอะไรมากมายกว่านั้นแน่นอน

“...” ไม่มีเสียงใดแทรกซึมนอกจากความเงียบงันในตอนนี้และเสียงของลมหายใจของทั้งคู่ที่โอบกอดกันอย่างอบอุ่น แสงดาวที่ระยิบระยับบนฟากฟ้านั้นทั้งสองจ้องมองมันเหมือนเป็นการดูด้วยกันครั้งสุดท้ายและไม่มีวันได้ดูแบบนี้อีกตลอดไป ถึงบทสนทนาที่เงียบงันนี้จะเข้ามาแทนที่แต่ก็รู้ดีว่าความรู้สึกในตอนนี้เป็นยังไง บางครั้งการพูดก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีที่สุด...ความรู้สึกต่างหากที่ทำให้คนเราเข้าใจกันและกัน ร่างสูงค่อยๆคลายกอดทำให้ร่างเล็กหันมาสบตาอีกครั้ง มือเรียสวยลูบไล้ใบหน้าของนายองอย่างอ่อนโยน ดวงตาที่หลับลงของเขาทำให้เธอจ้องมองใบหน้านั้นอย่างเนิ่นนานและเก็บทุกๆอย่างทั้งความรู้สึกและคนตรงหน้าไว้ในใจที่ลึกที่สุดที่ไม่อาจมีสิ่งอื่นใดมาแทนที่ได้ ร่างสูงค่อยๆลืมตาขึ้นและจับมือของคยอลคยองมาทาบไว้ที่อกซ้าย

“เธอจะอยู่ในใจของพี่ตลอดไปนะ...คยอลคยอง”

“ฉันรักพี่นายองนะคะ”

“ฉันหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกครั้ง...ถึงแม้มันจะนานฉันก็หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ พี่จะอยู่ในใจของฉันตลอดไปเหมือนกันนะ” น้ำใสๆค่อยๆไหลรินลงมาอีกครั้งจากที่เหือดแห้งไปได้ไม่นาน

“ฉันขอให้เธอมีความสุขมากๆ... ขอให้มีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ และเจอแต่สิ่งที่ดีๆนะ” นายองพูดจบน้ำตานั้นก็ไหลออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจทั้งที่เธอพยายามกลั้นมันไว้แค่ไหนก็ตาม มือเรียวสวยค่อยเอื้อมไปปิดตาของนายองและมอบจุมพิตให้เป็นครั้งสุดท้าย

“ลาก่อนนะคะ คนดีของฉัน...”

“ฮึก! ฮื่อ~~~” เสียงสะอื้นและน้ำตาที่ไหลรินของอิมนายองทำให้เธอค่อยลืมตาขึ้นก่อนจะพบกับห้องนอนของตัวเองที่มีแสงอรุณอ่อนๆสาดมากระทบใบหน้าของเธอ เธอเงยหน้าขึ้นก็พบเจอแต่ความจริงตรงหน้าที่เธอมีอยู่ตอนนี้ ความจริงอันว่างเปล่า ความจริงที่อีกคนไม่มีตัวตนอยู่บนโลกแห่งนี้อีกแล้วแต่กลับอยู่ในใจของนายองส่วนที่ลึกที่สุดที่ไม่มีใครแทนที่เธอได้
สายลมที่เยือกเย็นสัมผัสที่กายของเธอเพื่อเรียกสติและให้ดำรงชีวิตต่อไป เสียงนกที่ร้องคอยให้กำลังใจเธอในทุกๆวันและเธอก็ต้องอยู่กับความจริง...ที่ไม่มีคยอลคยองอีกต่อไป...

เพราะเธอคือดวงดาวที่อยู่ห่างไกลแสนไกลที่สุดจนฉันแทบมองไม่เห็น

...แต่ฉันก็ได้รู้จักและรักเธอด้วยใจจริงของฉัน

แม้ตอนนี้เธอจะจากไปไกลแล้วก็ตาม...

 

_________________________

 

 

 

 

 

 

 (กุม) = ความฝัน

ปล.มันค่อนข้างจะมีอารมณ์ชั่ววูบมากๆ ส่วนตัวชอบเพลงนี้เลยมีฟิคเรื่องนี้ขึ้นมาค่ะอิอิ คิดถึงคู่นี้มากๆเลยเขียนขึ้นมาคำอาจไม่สละสลวยนักแต่ก็กลั่นกรองมาจากหัวใจนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและเป็นกำลังใจให้กันนะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ carepa จากทั้งหมด 2 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • รักดราม่า

    เรื่องสั้น

    2/175

    0

    0%

    15 มิ.ย. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    0/90

    0

    0%

    19 ส.ค. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น